kamen rider ooo & Index

ตอนที่ 6 : ตอนที่ 5 Limit

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 159
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    27 ก.พ. 63

// มาสไรเดอร์โอส & อินเด็กซ์คัมภีร์ต้องห้าม 3เรื่องที่เกิดขึ้นในตอนที่แล้ว เรื่องที่1 เอย์จิ และโทวมะได้เข้าปะทะกับคันซากิและได้รู้ถึงอันตรายของคัมภีร์1แสน3หมื่นเล่มในหัวของอินเด็กซ์และบอกเหตุผลที่พวกเธอนั่นไล่ล่าตัวอินเด็กว์ เรื่องที่ 2 เหตุผลที่อินเด็กซ์ความจำเสื่อมไปเพราะพวกคันซากิได้ลบความทรงจำของอินเด็กซ์ทุกๆ1ปีและอีก3วันการลบความทรงจำจะเริ่มขึ้น เรื่องที่ 3 โทวมะนั่นได้สลบไป3วันเต็มทำให้ถึงวันนั้นที่พวกคันซากิจะลบความทรงจำของอินเด็กซ์และตอนนี้พวกเขาได้มายืนอยู่ตรงแล้ว //

 

" งั้น คามิโจวจัง เอย์จัง อาจารย์ขอออกไปข้างนอกก่อนนะ อาจจะกลับดึกซักหน่อย ยังก็ฝากช่วยเฝ้าบ้านให้ด้วยนะ แล้วก็นะอังค์จังอย่ากินไอติมมากเกินไปละเดียวเป็นโรคสารอาหารไม่พอหรอก "

 

" หนวกหูน่ะ!? "

 

" ไม่เอาสิอังค์....เอาเป็นว่าไปดีมาดีนะคับ "

 

" จ้า " โคโมเอะได้เดินออกจากห้องไปเอย์จิได้หันไปมองโทวมะที่นั่งซึมเอาแต่มองดูร่างอินเด็กซ์ที่นอนหมดสติอยู่บนฟูกต่อหน้าของเขาอยู่แบบนั้นจนเวลาล่วงเลยผ่านไปหลายชั่วโมงมากโทวมะก็ยังคงนั่งมองอินเด็กซ์อยู่แบบนั้น

 

FLASH BACK

 

" ขอร้องละจะพาไปที่ไหนก็ได้ชั้นยอมทั้งนั้น จะให้ชั้นทำอะไรก็ได้ แต่ได้โปรดขอแค่อย่างเดียวได้โปรดอย่าทำร้าย โทวมะ เอย์จิและอังค์อีกเลย "

 

" ก่อนจะถึงลิมิต เหลือเวลาอีกเพียง 12ชั่วโมง8นาที ถ้าไม่คิดจะหนีไปไหน ก็อยากที่จะทำแค่เฝ้าดูผลกระทบจากพันธนาการนั่นอยู่หรอก แต่ดูเหมือนจะผิดคาดแหะ"

 

" พันธนาการเหรอ? "

 

" ถ้าไม่อยากให้ของเล่นนั่นต้องพังละก็ อย่าคิดที่จะหนีไปไหนจะดีกว่า เข้าใจนะ " สเตลพูดจบก็เดินออกจากห้องไปโดยดีพร้อมกับคันซากิ

 

" ถ้าการเจรจาเป็นไปได้ด้วยดีละก็.....ชีวิตประจำวันของโทวมะก็จะกลับมาเป็นปกติ....จะไม่กลับเป็นแบบนี้อีกแล้วไม่ว่ายังไง...โทวมะกับเอน์จิและอังค์ก็จะไม่ต้องเจ็บตัวเพราะชั้น.... " อินเด็กซ์ที่หันมาพูดอยู่ดีๆก็วูบไปแต่โทวมะที่อยู่ใกล้สุดได้รับร่างอินเด็กซ์เอาไว้ได้ทัน

 

" อินเด็กซ์ "

 

FLASH BACKEND

 

" ดูถ้าจะยังช็อคน่าดูเลยนิ เจ้าเด็กนั่นนะ " อังค์ที่นั่งกินไอติมในมือพร้อมพูดขึ้นมาโดยที่เอย์จิได้มองโทวมะด้วยความเป็นห่วงก่อนจะมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเขาจึงเดินไปพยายามขุยหาตากองกระดาษเอกสารก่อนจะได้ยินชัดขึ้นจากใต้หนังสือพิมพ์พอหยิบออกมาก็เป็นนาฬิกาแบบเก่าๆสีดำ " ฮัลโหลนั่นใครนะ "

 

" นี่ชั้นเองค่ะ " เสียงปลายสายที่ได้ยินกลับมาก็คือคันซากิทำให้เอย์จิตาโตทันที " ตอ้งให้บอกรึเปล่าค่ะว่าเป็นใคร "

 

" คันซากิสินะครับ "

 

" ดูเหมือนจะไม่ต้องบอกชื่อใหม่อีกรอบแล้วสินะคะ เด็กคนนั้น อินเด็กซ์น่ะอยู่รึเปล่า? "

 

" ตอนนี้หลับอยู่จะให้ปลุกหรือเปล่าละ "

 

" ไม่ต้องหรอกค่ะ กรุณาช่วยฟังสิ่งที่จะบอกหลังจากนนี้ด้วยคะ ลิมิตคือเวลาเที่ยงคืนของวันนี้  พวกเราจะเตรียมการทุกอย่างให้เสร็จสิ้นตามกำหนดการ "

 

" แล้วทำไมถึงเอาเรื่องพวกนี้มาบอกกับพวกเราล่ะ " 

 

" นี่ไม่ใช่การเจรจาหรืออะไร.....แต่เป็นคำสั่งคะ ก่อนที่พวกเราจะไปถึงที่นั่นขอให้พวกคุณบอกลาให้เรียบร้อยและออกมาจากที่นั่นโดยดีคะ " คันซากิที่กำลังพูโอยู่เอย์จิผ่านทางโทรศัพท์แต่เหมือนว่าโทวมะได้ยินก็"ด้ไปคว้าโทรศัพท์จากเอย์จิมาพูดโแทน

 

" ไม่ว่าหน้าไหนก็เอาแต่โยนความผิดให้อินเด็กซ์ ทั้งนั้น พวกเธอนะเป็นผู้ใช้เวทมนต์ไม่ใช่รึไง ไม่ใช่ว่าเวทมนต์สามารถทำอะไรทุกอย่างได้รึไง? ใช้คัมภีร์เวทย์1แสน3หมื่นเล่มทำอะไรก็ได้ไม่ใช่รึไง "

 

" สิ่งที่ทางศาสนจักรกลัวที่สุดคือการขัดขืนของอินเด็กซ์คะ "

 

" หมายความว่าไง?  "

 

" คาดว่าคัมภีร์เวทย์นั่นอาจจะมีไม่ครบนะคะ เพราะการนั้นศาสนจักรจึงไม่ให้อินเด็กซ์นั่นจดจำเวทมนต์เกี่ยวกับควบคุมความทรงจำคะ "

 

" แล้วเวทมนต์ของพวกเธอทำอะไรไม่ได้เลยรึไง "

 

" สิ่งที่ถูกสร้างด้วยเวทมนต์อาจจะถูกผู้ใช้เวทมนต์คนอื่นที่ไม่ได้สังกัดในเนสเซสซาริอูสสลายเวทย์ได้ ทางศาสนจักรเองก็คคงไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอย่างแน่นอน ที่สำคัญกว่านั้นคือการจดจำคัภีร์เวทย์ก็ถือว่าเป็นการทำให้สมองได้แปดเปื้อนไปแล้ว" 

 

" ทั้งที่รู้แบบนั้นแล้วพวกเธอยังให้อินเด็กซ์.... "

 

" นั้นเป็นเรื่องที่พวกเรารู้ภายหลังคะ ฉันในตอนนี้ทำอะไรไม่ได้แล้วด้วยเวทมนต์ "

 

" งั้นเหรอ.....แล้วถ้าหากเป็นพวกฉันละ? "

 

" พวกฉันเหรอ? "

 

" ด้วยพลังวิทยาศาสตร์ยังไงละ การทำลายความทรงจำด้วยวิทยาศาสตร์นะที่ถมเถไป...บางทีอาจจะยังมีวิธีที่ดึงคัมภีร์1แสน3พันเล่มออกมามีตั้งหลายวิธีและอีกอย่างที่นี่คือเมืองแห่งการศึกษา มันจะต้องมีคนที่มีพลังควบคุมความทรงจำอยู่อย่างแน่นอน ถ้าหากว่าพวกเธอยังยอมแพ้ที่จะช่วยอินเด็กซ์ละก็พวกเรานี้แหละจะเป็นคนช่วยเอง "

 

" ถึงจะพูดแบบนั้นออกมาก็ไม่มีอะไรรับประกันในสิ่งที่คุณพูดได้หรอกนะคะ พวกเรานั้นเคยช่วยชีวิตอินเด็กซ์มาไม่รู้ตั้งกี้ครั้งแล้วการจะเชื่อคำพูดของคุณที่ไม่เคยช่วยใครเลย ถ้าจะให้พูดตรงๆคือความที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยมากกว่า "

 

" พูดไปพวกเธอก็ไม่มีทางเข้าใจหรอก "

 

" ทางฉันเองก็จะขอไม่เช้าใจอยู่แบบนี้ต่อจงใช้เวลาที่เหลือน้อยนิดนี่สร้างความทรงจำครั้งสุดท้ายเถอะคะ " คันซากิได้ตัดสายไปทำให้โทวมะได้หันไปมองอินเด็กซ์ที่นอนอยู่ตรงหน้า

 

" ถึงจะเป็นคำพูดจากปากคนที่ไม่รู้เรื่อวอะไรเกี่ยวกับเวทมนต์แบบแก.....จะน่าทุเรศก็เถอะแต่ว่าก็หักหน้าเจ้าพวกนั้นได้แบบนี้ฉันชอบแหะ " อังค์ที่ฟังการสนทนานทั้งหมดก่อนจะยิ้มออกมาและเอ๋ยชมโทวมะ

 

" งั้นเหรอ....แต่ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ ฉันจะหาวิธีที่เอาคัมภีร์เวทย์1แสน3พันเล่มออกจากหัวอินเด็กซ์ยังไงดีด้วยวิธีวิทยาศาสตร์ดี "  ขณะที่โทวมะเคร่งเครียดอยู่นั้นเอย์จิได้หันไปมองชั้นตำราเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์มากมายจึงเข้าลองมองหา

 

" เห้...เอย์จิทำบ้าอะไรของนายนะ "

 

"ก็แม้...อย่างที่โทวมะพูดอาจจะมีวิธีทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถเอาคัมภีร์เวทย์1แสน3พันเล่มออกมาได้ก็เลยคิดว่าตำราของคุณโคโมเอะอาจจะวิธีบอกใบ้ก็ได้ "

 

" เจ้าบ้า...คิดว่ายัยอาจารย์เปี๊ยกนั้นจะเก่งขนาดนั้นเลยรึไง "

 

" จริงสิ....ให้อาจารย์โคโมเอะแนะนำห้องวิจัยเกี่ยวกับการรักษาทางสมองก็ได้นิน่า " โทวมะที่นึกถึงโคโมเอะก็โทรติดต่อทันทีแต่ว่าโทรไปเท่าไรก็ไม่มีทีท่าจะรับแม้แต่น้อยจนโทวมะเริ่มหัวเสีย " ให้ตายสิ...มั่วไปทำอะไรอยู่ที่ไหนกันน่าอาจารย์โคโมเอะ คงมีแต่ต้องหาทางที่ตัวเองพอจะทำได้เองซะแล้ว "

 

หลังจากนั้นไม่นานโทวมะก็ไล่โทรหาโรงพยาบาลต่างๆและศูนย์วิจัยที่เกี่ยวกับสมองไปทั่วแต่เนื่องจากเป็นเวลาดึกแล้วจึงไม่มีใครรับสายแม้แต่คนเดียวจนยิ่งทำให้โทวมะหัวเสียหนักเข้าไปใหญ่

 

" โธ่เว้ย " โทวมะที่สบถออกมาก่อนจะมองไปที่อินเด็กซ์ที่นอนอยู่ตรงหน้า


" คงอาจจะเป็นเพราะดึกแล้วก็ได้...เลยไม่มีคนรับสาย " เอย์จิได้เข้ามาปลอบโดยที่มองไปที่สายตาของโทวมะที่ประสงค์อยากช่วยอินเด็กซ์อยากมากก่อนจะมองไปที่นาฬิกาที่ยังพอมีเวลาอยู่ " โทวมะคุง....เวลายังเหลืออยู่จะมายอมแพ้ตอนนี้ไม่ได้นะ "

 

" นั้นสินะ...ต่อไป "

 

หลังจากที่ความพยายามของโทวมะและเอย์จิที่ไล่โทรหาที่ต่างๆจนมีที่นึ่งรับสายทั้งคู่ที่ได้ยินแบบนั้นก็ดีใจก่อนที่โทวมะจะเล่าเรื่องเกี่ยวกับสูบเสียความทรงจำโดยสมบรูณ์ให้ทางปลายสายฟัง


" สูญเสีบความทรงจำโดยสมบรูณ์งั้นเหรอ....ก็พอเคยได้ยินอยู่บาง แต่ว่าช่วยอธิบายอาการให้ละเอียดได้มั้ยคะ? " ทางปลายสายได้ถามถึงรายละเอียดพอโทวมะเล่าออกไปก็ทำให้ทางปลายสายขึ้นเสียงใส่ทันที " ห๊าา เวทมนต์เหรอ คิดว่านี้มันกี่โมงกี่ยามแล้วคะ นี้มันจะเที่ยงคืนแล้วนะคะ มาพูโล้อเล่นแบบนี้ไม่ขำเลยนะคะ "

 

เอย์จิและโทวมะที่รับรู้ว่านี้เป็นเวลาเที่ยงคืนแล้วก็ได้หันไปมองร่างอินเด็กซ์ที่ดูกำลังหอบอย่างทรมาณโดยเฉพาะโทวมะที่สีหน้าตกใจจนตอนนี้แน่นิ่งไปแล้ว

 

" อินเด็กซ์.... "

 

" เจ้าพวกนั้นมาแล้ว " อังค์ที่สัมภัสบางอย่างได้ก่อนที่จะได้ยินเสียงฝีเท้าที่กำลังเดินเหยียบบันไดเหล็กของหอและกำลังตรงเข้ามาถึงที่ห้องและไม่นานประตูก็ได้เปิดออกพร้อมเสตลและคันซากิได้เข้ามาในห้องและตรงเข้ามาหาอินเด็กซ์ทันที


" เกะกะน่า " เสตลที่ใช้เพียงแค่แรงเล็กน้อยผลักร่างโทวมะจนล้มลงไปนั่งกับพื้นเหมือนกับว่าไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่น้อยโดยที่สเตลก้มลงไปดูอาการของอินเด็กซ์อย่างรวดเร็ว



พอมาถึงตัวอินเด็กซ์ประเมินอาการอย่างรวดเร็วก่อนจะหันไปหาคันซากิ " อ้างอิงจากหนังสือของโคลว์รี่  เพื่อที่จะทำการอัญเชิญทูฑสวรรค์ ต้องสร้างวิหารเทพขึ้นในห้องนี้และจะเริ่มทำลายความทรงจำของเธอละนะ "

 

" ดะ...เดียว เดียวก่อนสิ ในเมืองแห่งการศึกษามีผู้ใช้พลังจิต1ล้าน8แสนคนเลยนะ แถมยังมีศูนย์วิจัยพันทีเลยนะ " โทวมะที่ยังไม่อยากให้สเตลลบความทรงจำของอินเด็กซ์ก็รีบหาข้ออ้างเพื่อพยายามหยุดเอาไว้แต่ก็ไม่มีทีท่าที่สเตลหรือคันซากิจะฟังแม้แต่น้อย " บางทีถ้าหากขอให้พวกนั้นช่วยอาจจะไม่ต้องใช่วิธีที่เลวร้ายแบบนี้ก็ได้นะ ลึกๆแล้วพวกนายเองก็ไม่อยากจะทำแบบนี้ใช่มั้ยละ เพราะงั้นขอแวลาอีกสักหน่อยฉันจะหาทางออกโดยไม่ต้องจบลงแบบนี้..."

 

" ที่อยากจะพูดมีแค่นี้ใช่มั้ย...งั้นดูนี้ซะพอเห็นแบบนี้แล้วยังคิดแบบนั้นอยู่อีกมั้ย? " สเตลได้จับกระชากโทวมะเข้ามามองอินเด็กซ์ที่กำลังนอนทรมาณอยู่แบบใกล้ๆพร้อมสเตลพูดให้โทวมะตาสว่าง " กับคนที่อดทนมาตลอดอย่างเธอ นายยังกล้าพูดอีกเหรอว่า ขอเวลารออีกหน้่อยเพื่ออย่างลองวิธีวิทยาศาสตร์บ้าๆของนายนะ แล้วให้หมอแปลกหน้าที่ไม่รู้จักมาตรวจสอบร่างกายเธอ ตามใจชอบแล้วฉีดยาอะไรก็ไม่รู้แล้วพาไปเป็นหนูทดลองงั้นเหรอ นายยังมีความเป็นคนอยู่รึเปล่าฮะตอบมาสิ!! "

 

" โทวมะคุง "

 

" นี้คืออุปกรณ์เวทมนต์ที่ใช้ลบความทรงจำของเธอ " สเตลได้หยิบไม้กางเขนออกมาให้โทวมะได้เห็นถึงแม้จะเห็นเป็นแค่ไม้กางเขนธรรมดาแต่ตัวตนของมันคืออุปกรณ์เวทมนต์


 


" แน่นอนว่าข้างในนี้สะสมไปด้วยเวทมนต์มหาศาลถ้าหากนายจับมันด้วยมือขวาก็จะสูญเสียพลังเวทย์ไป พวกเราทำร้ายแค่ความทรงจำแต่ช่วยชีวิตเธอเอาไว้  แต่ถ้าหากว่าสิ่งที่นายอยากจะทดลองและผิดพลาดขึ้นมาละก็เธอได้ตายแน่ พอคิดแบบนั้นแล้วยังจะกล้าพูดอีกมั้ยต่อหน้าของเธอที่กำลังเจ็บปวดขนาดนี้นะ ถ้ามั่นใจขนาดนั้นก็ลองดูสิไอ้คนกลายพันธุ์ที่อยากจะเป็นฮีโร่ "

 

" อึก...โธ่เว้ย!! " โทวมะได้สบถออกมาพร้อมชกหมัดลงไปที่พื้นอย่างเจ็บใจ

 

"  พิธีจะเริ่มในอีก15นาที ขอยืมพลังจากกลุ่มสิงห์เพื่อทำร้ายความทรงจำ"

 

" ค่ะ "

 

สเตลได้เดินตรงไปที่กำเเพงและเอาเทียนสีดำวาดเป็นวงแหวนเวทย์โดยที่โทวมะนั่งก้มหน้าเศร้าอยู่ที่พื้นอย่างอาลัยตายอยาก

 

" เอิ่มคือว่า...โทษที่ขอเวลาให้พวกเราได้พูดบอกลาเธอเป็นครั้งสุดท้ายจะได้มั้ย นิดเดียวก็ยังดี" เอย์จิได้ขอร้องออกมาแต่สเตลก็ตอบกลับแบบเย็นช้าใส่

 

" ตอนนี้ไม่มีเวลาแล้ว ให้ทำไร้สาระแบบนั้นแล้ว พวกแกรีบไสหัวไปได้แล้วโอสพาไอ้เจ้าตัวประหลาดนั่นออกไปด้วยละ มือขวาของเจ้าเด็กนั่นทำร้ายไฟของผมได้ตอนนี้ก็ยังไม่รู้คำตอบแต่ว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนผมไม่อยากให้พิธีกรรมนี้เกิดผิดหลาดขึ้นมาหรอกนะ "

 

" สุดท้าย....ฉันก็ไม่สามารถทำอะไรให้เธอได้เลยแม้แต่อย่างเดียว.....เพียงแค่ช่วยเด็กผู้หญิงคนเดียวยังไม่ได้เลย...." โทวมะที่พึมพำอยู่แบบนั่นเอย์จิที่เห็นน้ำตาของโทวมะที่ไหลออกมา

 

" ขอร้องละครับ!! " เอย์จิได้ก้มหัวขอร้องอย่างสุดชีวิตโดยที่คันซากินั่นหันไปมองการกระทำของเอย์จิและสลับไปมองดูโทวมะที่นั่งเศร้าใจอยู่

 

" กว่าพิธีจะเริ่มยังเหลือเวลาอีก10กว่านาที ในคืนวันที่พวกเราสาบานว่าจะลบความทรงจำ พวกเราเองก็ร้องไห้อยู่ข้างเธอทั้งคืน"

 

" แล้วยังไงละ เจ้าเด็กนั่นจะทำอะไรพวกเราก็ยังไม่รู้เลย ถ้าหากหมอนั้นตั้งใจฆ่าเธอตอนที่พวกเราคลาดสายตาละจะทำยังไง"


" พวกเราไม่ทำแบบนั้นแน่ครับ.....พวกเราขอสัญญาหลังจากบอกลาอินเด็กซ์จังแล้วพวกเราจะรีบออกไปทันที....เพราะงั้นขอร้องละครับ
!!! " เอย์จิได้ก้มหัวขอร้องอีกครั้งทำให้สเตลนั่นลำบากใจจนอังค์ที่นั่งมองอยู่มุมห้องได้ลุกขึ้น

 

" ยอมแพ้สะเถอะ.....ไม่ว่าจะพูดยังไงหมอนี่ก็จะก้มหัวขอร้องอยู่แบบนั้นนะแหละ...เพราะงั้นขอเวลาแค่10นาทีเท่านั้น "

 

" ชิ...เข้าใจแล้วให้เวลาแค่10นาทีเท่านั้น " สเตลได้เดินออกจากห้องไปแต่ก่อนที่คันวากิจะตามออกไปเอย์จิได้ตะโกนเรียกเธอเอาไว้

 

" เอิ่มคือว่า....จ้องขอขอบคุณจริงนะครับ "

 

" ที่ฉันทำไปก็แค่ไม่อยากให้พวกคุณมีอะไรค้างคาใจแล้วมาป่วนพิธีเท่านั้น.....เพราะงั้นฉันได้ให้เวลากับพวกคุณแล้วจงใช้ให้มันคุ้มค่าซะเถอะ "  คันซากิพูดจบก็ได้เดินออกมาจากห้องไป

 

" ทะ...โทวมะ " อินเด็กซ์ที่เหมือนจะได้สติแล้วเรียกชื่อโทวมะออกมาพร้อมค่อยๆหันไปหาทำให้โทวมะเงยหน้าขึ้นมา

 

" อินเด็กซ์..ฉันขอโทษนะ " โทวมะได้เขยิบเข้าไปหาก่อนที่อินเด็กซ์จะมองไปที่กำเเพง

 

" ทำไมถึงมีวงเวทย์อยู่ในห้องละ...อย่างกับว่ากำลังเตรียมพิธีอะไรบางอย่าง "

 

" พอดีว่ามันเป็นเวทย์รักษานะ " เอย์จิได้เดินเข้ามาพูดทำให้อินเด็กวืได้หันไปหาเอย์จิ

 

" เอย์จิ...ว่าแต่เวทย์ของใครกันนะ? หรือว่าผู้ใช้เวทมนต์จะเข้ามาในห้องนี้นะ " อินเด็กซ์ที่พอรู้ว่ามีผู้ใช้เวทมนต์อยู่นั่นเธอจึงรีบหลีพล่ามลุกขึ้นแต่โทวมะได้ประครองร่างอินเด็กซ์เอาไว้

 

" ใจเย็นๆก่อนสิอินเด็กซ์ "

 

" ไม่ได้หรอกพวกเราต้องรีบหนีเดียวนี้เลยนะ "

 

" ไม่จำเป็นหรอก....อีกเดียวมันก็จะจบแล้วละ " โทวมะได้กดให้อินเด็กซ์กลับลงไปนอนเหมือนเดิมพร้อมลูบหัวของเธอ " ทำอะไร...ไม่ได้แล้วละ "

 

" โทวมะ.... "

 

" ฉันจะแข็งแกร่งมากกว่านี้...เพื่อที่จะไม่มีใครมาทำอะไรเธอแบบนี้อีก และจะจัดการกับพวกมันจนไม่เหลือซักคนเลย "  โทวมะได้พูดเพื่ออินเด็กซ์สบายใจก่อนจะสลบไปอีกครั้ง

 

" เธอหลับไปแล้วละ "

 

" บ้าที่สุด....ทำไมจะต้องจบแบบนี้ด้วย เราทำอะไรไม่ได้เลยไม่ว่สจะจัดการกับคัมภีร์เวทย์1แสน3พันเล่มที่กินความทรงจำ85%กับความทรงจำใน1ปีอีก15% "

 

" หื้ม.....เดียวก่อนนะ " อังค์ที่เหมือนสะกิดใจอะไรบางอย่างได้จนตะโกนขึ้นมาทำให้เอย์จิหันไปหา

 

" เป็นอะไรเหรออังค์ "

 

" เดียวก่อนนะ....เมื่อกี้นายหมายความว่าไงที่ความทรงจำของยัยเด็กนี้ใช้เพียงแค่15%ในการเก็บความทรงจำแค่1ปีงั้นเหรอ " อังค์ได้เดินปรีเข้าไปถามกับโทวมะโดยตรง

 

" กะ...ก็ใช้ "

 

" ถ้างั้น....แล้วทำไมต้องจำกัดอยู่แค่1ปีละสมองของมนุษย์นะต้องมีมากกว่านี้สิ "

 

" จะว่าไปแล้ว...ทำไมถึงคุณคันซากิถึงรู้ได้ว่าอินเด็กซ์จังถึงสามารถใช้ความทรงจำได้แค่15% "

 

" อะ.... " โทวมะที่ได้ยินสิ่งที่อังค์กับเอย์จิพูดก็สงสัยขึ้นมาก่อนจะรีบเดินไปที่โทรศัพท์และโทรหาโคโมเอะทันที

 

" ค่า...อ่าวเสียงนี้มันคามิโจวจังนิน่า มาแอบใช้โทรศัพท์อาจารย์แบบบนี้เนี่ยไม่ดีเลยนะคะ"


" อาจารย์คิดยังไงกับกรณีที่คนสูญเสียความทรงจำโดยสมบรูณ์บางหรือเปล่าครับ "

 

" เอ้ะ...ฮ่าห์ๆ เป็นกรณีที่ประหลาดจังนะคะ นั้นนะมันเป็นแค่สภาพร่างกายเท่านั้นเองแหละคะ "

 

" เพราะแบบนั้นสมองจึงสามารถเก็บความทรงจำเพียงแค่15%เหรอ? จะบอกว่าเพราะสภาพร่างกายทำให้ความทรงจำหายไปกลับไปเป็นเด็กอายุ6ขวบ "

 

" ถึงอย่างงั้นต่อให้ต้องสูญเสีบความทรงจำโดยสมบรูณ์ แต่ก็ไม่ใช่ว่าความทรงจำเล็กน้อยจะหายไปทถกอย่างนะคะ ที่สำคัญความทรงจำไม่มีทางที่จะหายไปจากสมองอยู่แล้ว สมองของคนเราสามารถเก็ยความ่รงจำได้ตั้ง140ปีเลยนะคะ "

 

" ความทรงจำไม่มีวันหายไปงั้นเหรอ...เรื่องแบบนี้มัน "

 

" ฮ่าห์...อีกอย่างความทรงจำไม่ได้มีแค่แบบเดียวมันยังถูกแบ่งออกเป็นความทรงจำความหมาย คำพูดที่ไว้จำคำพูดหรือความรู้ กับความทรงจำที่เกี่ยวกับลำดับขั้น ที่เอาไว้จำขั้นตอนวิธีการต่างเป็นขั้นเป็นตอนและสุดท้าย ความทรงจำที่เป็นเนื้อหา เอาไว้จำเรื่องราวในอดีตและปัจจุบัน  มันมีอยู่เยอะแยะไปหมดนั้นแหละคะ"

 

" เอ้....ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรเลย "

 

"  ถ้าพูดง่ายๆก็คือ ต่อให้บรรจุความทรงจำเยอะแค่ไหนก็ตามมันก็จะไม่มีทางไปเบียดเบียนเรื่องราวความทรงจำในอดีตได้ยังไงละคะ ในทางการแพทย์อะน่า " 

 

" ขอบคุณมากสำหรับคำปรึกษานะครับอาจารย์ " โทวมะได้วางสายก่อนหลังจากที่ได้บทสรุปทั้งหมด

 

" ความทรงจำสมบรูณ์แบบอินเด็กซ์จังไม่ได้เป็นอันตรายถึงชีวิต โล่งอกไปที่ "

 

" งั้นแสดงว่า...เจ้าพวกนั้นโดนศาสนจักรปั่นหัวมาละสิ...ให้ตายสิมนุษย์เนี่ยซื่อบื้อจริงๆ "

 

" แต่ว่าแล้วอาการทรมาณของอินเด็กซ์ละ ที่ต้องหลอกพวกคันซากิลบความทรงจำของอินเด็กซ์ทุกๆ1ปี " โทวมะที่นึกถึงความเจ็บปวดของสเตลและคันซากิแล้วมองมือขวาของตัวเองก่อนจะนึกถึงคำพูดของสเตลที่พูดกับเขา

 

( ถ้ามั่นใจขนาดนั้นก็ลองดูสิไอ้คนกลายพันธุ์ที่อยากจะเป็นฮีโร่ )

 

" เออ...ใช่ฉันจะเป็นฮีโร่ให้ดู!! " โทวมะได้ยิ้มมุมปากก่อนจะดึงผ้าพันแผลที่มือขวาออก

 

" โทวมะคุงคิดจะทำอะไรนะ? "

 

" ทำในสิ่งที่ผมทำได้ยังไงละคับ " โทวมะได้เดินเข้าไปหาอินเด็กซ์ก่อนจะเอามือขวาวางที่หัวของอินเด็กซ์และตั้งสมาธิแต่ก็ไม่มีผลอะไรแม้จะลองแตะที่ใบหน้าก็ตาม

 

" ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้นเลยหมายความว่าไง "

 

" ไม่พบพลังที่เหนือธรรมชาติ....งั้นเหรอแล้วต้องไปสัมผัสที่ส่วนไหนกัน " โทวมะที่พยายามมองหาไปเรื่อยแต่พอมองไปช่วงล่างก็รู้เขินๆขึ้นมา " คะ....คงไม่ใช่แถวนั้นหรอกมั้ง "

 

" ให้ตายสิ....หลบไปซะ " อังค์ได้เปลี่ยนแขนขวาเป็นกรีดแล้วเดินตรงเข้าไปหาก่อนจะใช้มือยืนไปที่ก่อนจะหลับตาตั้งสมาธิแล้วลืมตาขึ้นดวงตากลายเป็นสีแดงภาพที่อังค์เห็นนั้นมีออร่าของพลังเวทย์ไหลเวียนอยู่ซึ่งได้ปล่อยออกมาจุดๆเดียวก็คือที่บริเวณข้างในปากของอินเด็กซ์และเห็นเป็นเลข2กับ4รวมกัน



 " เจอแล้ว....อยู่ที่ช่องปาก "

 

" ช่องปากงั้นเหรอ " โทวมะที่รู้จุดก็ได้ใช้นิ้วชี้ขวาค่อยๆล่วงลงนิ้วที่ค่อยๆสอดเข้าไปช้าก่อนจะสัมผัสกับผนึกเลขประหลาดเข้าจนร่างของโทวมะกระเด็นกระแทกอัดกับกำเเพงของห้องพร้อมมือที่เลือดไหลออกมา " อัก!! "

 

" โทวมะคุงเป็นอะไรมั้ย "

 

" เอย์จิ....สวมเข็มขัดเร็วเข้า "

 

" หมายความว่าไง? " เอย์จิที่ไม่เข้าใจที่อังค์บอกก่อนจะเห็นออร่าสีดำลอยล้อมร่างของอินเด็กซ์พร้อมร่างที่ลอยขึ้นมาจากฟูกและหันมามองสายตาที่เย็นชาพร้อมในดวงตาสีเขียวมีอักขระสีแดงเหมือนวงเวทย์อยู่


 


" เอย์จิ!! " อังค์ได้หันมาพร้อมโยนคอร์เมดัลให้กับเอย์จิก่อนที่อินเด็กซ์จะปล่อนคลื่นพลังออกมาจนซัดข้าวของในห้องกระจัดกระจายและประตูได้พังกระเด็นออกมาทำให้สเตลและคันซากิที่รออยู่ข้างนอกได้รีบวิ่งมาดูก็ต้องตกใจกับสภาพอินเด็กซ์ตรงหน้า

 

" บทที่3 วรรคที่2 ยืนยันการทำลายเขตป้องกันตั้งแต่ชั้นที่1จนถึงชั้นที่3 เตรียมการสร้างใหม่ล้มเหลวไม่สามารถ ฟื้นฟูสภาพตัวเองได้ สถานะปัจจุบันเข้าสู่โหมดป้องกันคัมภีร์เวทย์1แสน3พันเล่ม ดำเนินกำจัดผู้เป็นอันตราย ดำเนินพิธีกรรมเขตป้องกันสมุดคัมภีร์1แสน3พันเล่มล้มเหลว ไม่สามารถหาเวทย์พิธีกรรมหลักในการทำลายเขตป้องกัน "  อินเด็กซ์ที่พึมพำอยู่นั้นโอสได้พุ้งลุกออกมาจากซากข้าวของพร้อมกับโทมะและอังค์พอทั้งสามหันไปมองอินเด็กว์ในตอนนี้ก็ต่างตกใจ

 

" จำเป็นต้องการสร้างอาวุธกำจัดผู้ที่เป็นอันตราย การร่าบเวทย์ที่ใช้ได้ผลกับบุคคลอันตรายประสบความสำเร็จ" สิ้นเสียงวงแหวนเวทย์สีแดงใในตาของอินเด็กซ์ออกมาเป็นรูปต่อหน้าของพวกโอส " หลัจากนี้จะดำเนินเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ตามพิธีของเซนจอร์จกำจัดผู้ที่เป็นอันตราย "


 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13 ความคิดเห็น

  1. #10 Mr.Zemo_Man (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:25

    สนุกดีครับ ติดตามๆ

    #10
    0