kamen rider ooo & Index

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 3 Necessarius

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 307
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    17 ก.พ. 63

// มาสไรเดอร์โอส & อินเด็กซ์คัมภีร์ต้องห้าม 3เรื่องที่เกิดขึ้นในตอนที่แล้ว เรื่องที่1 อินเด็กซ์เด็กสาวที่เอย์จิและโทวมะเคยเจอนั่นได้บาดเจ็บสาหัสนอนสลบอยู่ที่ทางเดินของหอพัก เรื่องที่ 2 ชายที่ปรากฎตัวออกมาและบอกว่าตัวเองเป็นคนทำลายอินเด็กซ์ก็คือ เสต็ลแม็กนัส เรื่องที่ 3 เป้าหมายของเขาคือคัมภีร์1แสน3หมื่นเล่มในหัวของอินเด็กซ์แต่ก็ได้พ่ายแพ้ให้กับโอส และโทวมะที่ร่วมมือกัน  //

 

 

ณ หอพักสมโสแห่งนึ่ง ภายในเมืองแห่งการศึกษา

 

โทวมะที่แบกร่างของอินเด็กซ์ขึ้นหลังเดินมายังห้องนึ่งและพยายามเคาะเรียกคนในห้องอย่างต่อเนื่องโดยมีเอย์จิและอังค์ยืนมองดูอยู่

 

" เอิ่มโทวมะคุงคิดว่าเจ้าของห้องคงหลับไปแล้วละมั้ง "

 

" ไม่หรอกคับ....เวลาหัวค่ำแบบนี้ไม่มีทางหรอก..ฮึบ " โทวมะที่กดกริ้งก็แล้วเคาะก็แล้วก่อนจะฮึดเตะเข้าไปที่ประตูเต็มๆจนเกิดเสียงกระทบกำลังประตูเหล็กลั่นขึ้นก่อนที่ความเจ็ลปวดจะแล่นไปทั้งขา " โอ้ย เจ็บๆๆๆ "

 

" โทวมะคุงเป็นอะไรมั้ยน่า "

 

" เหอะ...ให้ตายสิบ้าดีชะมัดเจ้าเด็กนี้ " อังค์ที่มองดูการกระทำของโทวมะจนด่าออกมาลอยๆก่อนจะได้ยินเสียงดังออกมาจากประตู

 

" ค่าๆๆๆ ประตูนี้สั่งทำพิเศษเพื่อกันพวกเด็กส่งหนังสือพิมพ์ นะค่ะ จะเปิดประตูให้เดี๋ยวนี้ละค่ะ " เสียงของเจ้าของห้องได้ตะโกนออกมาก่อนที่จะมีเสียงปลดล็อคประตูเปิดออกเป็นเด็กสาวตัวเล็กๆที่อยู่ในชุดนอนกระต๋ายสีชมพู " หื้ม?  อ้ะคามิโจวจัง? "

 

" เอ้...เด็กเหรอ? "

 

" อะ.....อู้ยถึงจะเห็นแบบนั้นแต่ไม่ใช่เด็กแล้วละนะคับ "

 

" หาว่าใครเด็กกันมิทราบ.....ว่าแต่นี่คามิโจวจังไปทำงานเป็นเด็กหลอกขายหนังสือพิมพ์แล้วเหรอ? "

 

" ถึงงั้นก็เถอะใครที่ไหนแบกซิสเตอร์มาชายหนังสือพิมพ์เนี่ยนะ.....พอดีว่ามีปัญหานิดหน่อยขอเข้าไปหน่อยนะคราบอาจารย์ รบกวนด้วยนะคราบ " โทวมะที่ไม่ทันรอคำตอบจากอาจารย์ของเขาก่อนจะเดินเข้าไปในห้องทันที

 

" ดะ...ดะ...ดะ...เดี๋ยวสิ อาจารย์ยังไม่ทันได้ตั้งตัวแบบนี้ก็แย่สิค่ะ "

 

ไม่นานหลังจากที่โทวมะเข้าไปในห้องโดยที่อาจารย์ของเขาพยายามดันห้ามเอาไว้แต่ด้วยเรี่ยวแรงของเธอที่มีน้อยจึงไม่สามารถสู้แรงได้เอย์จิและอังค์ที่ตามเข้ามาในห้องก็ต้องตกใจกับสภาพห้องที่ลกไปด้วยเอกสารการเรียนการสอนและกระป๋องเบียร์ที่อยู่แทบทุกส่วนพร้อมเศษบุหรี่ที่ดูดแล้ว กับบนโต๊ะญี่ปุ่นที่เขี่ยบุหรี่เต็มไปด้วยบุหรี่เต็มจนล้น

 

" โอ้วโห้วว..... " เอย์จิที่แทบสตั้นทันที่ทีมองเห็นสภาพห้องที่สกปรกไม่เข้ากับเจ้าของห้องเลยแม้แต่น้อย

 

" นี่มันห้องที่เป็นครูอาศัยอยู่จริงแน่เหรอเนี่ย " อังค์ที่ไม่ต่างกับเอย์จิก่อนที่จะเห็นอาจารย์ของโทวมะที่กำลังเร่งรีบเคลียร์ห้องอย่างจ่าละหวั่น

 

" เอิ่ม....ว่าแต่โทวมะคุงเด็กคนนี้คือ "

 

" อ่อ.....พอดีเป็นอาจารย์ประจำชั้นของผมเองคับ ชื่อสึคุโยมิ โคโมเอะถึงจะเห็นเหมือนเด็ฏประถมก็เถอะ "

 

" อะ.....เอิ่มคือว่าอาจจะดูแปลกไปหน่อยที่มาถามเอาตอนนี้ คือว่ารังเกียจผู้หญิงชอบสูบบุหรี่มั้ยค่ะ เหะๆๆ " โคโมะเอะที่หันกลับยิ้มแห้งๆใส่ก่อนที่จะเห็นโทวมะที่เอาร่างอินเด็กซ์วางลงบนพื้นทำให้เจ้าตัวได้เห็นแผลที่หลังของอินเด็กซ์ชัดเจน " อะ...เอ้ะ!? เกิดอะไรขึ้นะค่ะ? "

 

" อาจารย์ที่จริงแล้ว.... " โทวมะที่กำลังจะอธิบายจู่ๆร่างของอินเด็กซ์นั้นได้ส่องแสงขึ้นมาทำให้ทุกคนในห้องต่างหันไปมองอย่างแปลกใจ

 

" รู้สึกถึงกลิ่นอายแปลกๆออกมาจากยัยเด็กนี้ " อังค์ที่เหมือนจะรู้สึกถึงบางอย่างจากตัวอินเด็กซ์ที่มีปฏิกิริยากับคอร์เมดัลที่อยู่ในร่างของเขา

 

" หมายความว่าไงนะอังค์? "

 

" เห้..อินเด็กซ์ "

 

" คำเตือน อ้างอิงจากย่อหน้าที่2 บรรทัดที่6 พลังในการรักษาได้ถูกลดระดับลงไปเนื่องจากเสียเลือดจำนวนมากเป็นเหตุกระตุ้นให้ ปากกาแห่งโยฮานนั้นตื่นขึ้นค่ะ"

 

" ปากกาแห่งโยฮานงั้นเหรอ? "

 

"  หากปล่อยไว้แบบนี้ จะเป็นไปตามบทสนทนาบนหอนาฬิกาลอนดอน ภายใน15 นาที ชั้นสูญเสียพลังงาน ที่ใช้ในการหล่อเลี้ยงชีวิต จนหมดสิ้นอายุขัยไปหากทำตามคำแนะนำของชั้นที่จะบอกต่อจากนี้จะเป็นพระคุณมากคะ "

 

" อาจารย์ผมจะไปเรียกรถพยาบาลนะครับ...อาจารย์จะต้องอยู่คุยเป็นเพื่อนเธอที่สำคัญอย่าให้เธอหมดสติเป็นอันขาดเลยนะครับ ช่วยทำตามที่เธอบอกด้วยนะครับ "

 

" อื้ม....อือ "

 

" นี่อินเด็กซ์ มีอะไรที่ฉันพอจะช่วยได้บางมั้ย? " โทวมะได้ก้มลงกระซิบข้างหูของอินเด็กซ์

 

" ไม่มีค่ะ ทางเลือกที่ดีที่สุดของคุณในตอนนี้ก็คือออกไปจากที่นี่คะ เพราะหากคุณยังอยู่ที่นี่ก็มีแต่จะทำให้เวทมนต์ฟื้นฟูนั้นไร้ผลค่ะ"

 

โทวมะได้ยินอินเด็กซ์พูดแบบนั้นก็ได้แต่คับแค้นใจและมองดูแขนขวาของตัวเองที่ไร้ประโยชน์โดยที่มีเอย์จิและอังค์ได้ยินสนทนาเมื่อกี้ก็ได้แต่เงียบไม่พูดอะไร

 

" นะ...นี่คามิโจวจังเมื่อกี้ เด็กคนนี้พูดอะไรเกี่ยวกับเวทมนต์งั้นเหรอ? "

 

" อาจารย์ คุณเอย์จิ ฝากเธอคนนี้ด้วยนะครับ " โทวมะที่ลุกขึ้นวิ่งออกจากห้องไป

 

" เดี๋ยวก่อนสิ คามิโจวจัง ถ้าโทรศัพท์ละก็อยู่ตรงนั้นไง "

 

" โทวมะคุง "

 

" ปล่อยหมอนั้นเถอะ...ถูกอย่างที่เด็กนั้นพูดพลังของหมอนั่นทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นพลังเหนือธรรมชาติไร้ผล " อังค์ได้กระซิบข้างหูเอย์จิแล้วเดินไปนั่งที่มุมห้องก่อนที่เอย์จิจะหันไปมองร่างอินเด็กซ์

 

โทวมะที่ออกมาจากห้องและวิ่งไปตามถนนอย่างไร้จุดหมายโดยที่ตัวเขานั่นไม่รู้เลยว่ามีสายตานึ่งแอบจับจ้องอยู่

 

เวลาเดียวกันนั้นได้มีร่างนึ่งที่อยู่ภายใต้ผ้าคลุมที่ยืนอยู่ในตรอกซอยและตรงหน้าของเขานั้นเต็มไปด้วยร่างของอันธพาลเกลื่อนพื้นไปหมดและเขานั้นได้กระชากคอเสื้อชายคนนึ่งขึ้นมา

 

" นะ....นี่แก จะทำอะไรฉันนะปล่อยนะ ปล่อยสิ!! "

 

" เอาล่ะ.....จงกลายเป็นอมนุษย์ที่ลุ่มหลงไปด้วยกิเลสซะเถอะ " ชายคนนั้นได้พูดขึ้นก่อนจะหยิบคอร์เมดัลคูว่ากาตะเมดัลขึ้นมา



แล้วใส่เข้าไปในร่างอันธพาลคนนั้นจนกลายร่างเป็นคูว่ากาตะยามี่ทันที


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ kamen rider ooo kuwagata yummy 


 

ด้านของเอย์จิและอังค์ที่ยังอยู่ในห้องของโคโมเอะมองดูร่างของินเด็กซ์ที่นอนนิ่งไม่พูดไม่จาอะไร

 

" เอิ่ม....คือว่า มีอะไรให้ฉันช่วยก็บอกเลยนะค่ะ "

 

" เวลาสากล ในประเทศญี่ปุ่นตอนนี้ประมาณกี่โมงแล้วเหรอค่ะ? แล้วก็ช่วยบอกวันที่ด้วยค่ะ"

 

" อะ...เอ้เวลาสากลเหรอ..เอิ่มคือ "

 

" หมายถึงวันที่และเวลาในตอนนี้นะครับ "

 

" อะ...อื้ม วันที่20 กรกฎาคม เวลาประมาณ 2 ทุ่มครึ่งค่ะ "

 

"ไม่ดูนาฬิกาหน่อยเหรอคะ แล้วเวลานั่นเป็นเวลาที่ถูกต้องแล้วเหรอคะ? "

 

" แต่ไหนแต่ไร ห้องนี้ก็ไม่มีนาฬิกาอยู่แล้วละค่ะ อาจารย์ใช้นาฬิกาที่มีเป็นหน่วยเป็นวินาที เวลาที่บอกไม่น่าจะคลาดเคลื่อนหรอกค่ะ นาฬิกาที่ใช้ร่างกายในการควบคุมด้วยการลดน้ำหนักและออกกำลังกายอย่างเหมาะสม "

 

"  จากตำแหน่งของดวงตาม และมุมที่ดวงจันทร์อยู่หากคำนวณ จากระยะของ ดาวโจรจะคลาดเคลื่อนเพียงแค่0.038 ค่ะ เพียงเท่านี้ก็ยืนยันได้แล้วค่ะ "

 

" ยังงี้นี้เอง เวลาที่ถูกต้องในตอนนี้คือ วันที่20 กรกฎาคม เวลา2ทุ่มครึ่งพอดี " เอย์จิที่มองดูดาวตามที่อินเด็กซืได้บอกหากเป็นคนธรรมดาจะไม่เข้าใจแต่สำหรับเขาที่เดินทางรอบโลกโดยไม่มีอะไรเลยการดูดวงดาวแทนนาฬิกานั้นถือว่าเป็นเรื่องพื้นฐานอย่างมากจึงสามารถคิดตามได้ในทันที

 

" เอ้....เอย์จิจังรู้เรื่องอ่านดวงดาวด้วยเหรอค่ะ "

 

" ครับพอดีว่าผมออกเดินทางทั่วโลกนะครับ ไม่ว่าที่ไหนก็ไปมาหลายที่เลย แต่ว่าทางคุณโคโมเอะที่สามารถคาดเดาเวลาโดยที่ไม่มีนาฬิกาได้แบบนี้สุดยอดไปเลยละคับสมแล้วที่เป็นอาจารย์สอนวิทยาศาสตร์"

 

ขณะที่เอย์จิและโคโฒเอะที่พูดคุยกันอย่างสนุกจู่ๆอินเด็กซ์ก็ได้พยายามยันตัวลุกขึ้นดื้อๆทำให้ทั้งสองต่างหันไปมองและพยายามประคองร่างอินเด็กซ์เอาไว้

 

" ดะ...เดี๋ยวสิค่ะ จู่ๆลุกแบบนี้มัน "

 

" ไม่ต้องห่วงค่ะ ยังพอมีทาวรักษาอยู่ค่ะ...คุณเอย์จิช่วยเคลียร์โต๊ะให้ทีค่ะ "

 

" เข้าใจแล้ว " เอย์จิได้ลุกเดินไปก่อนจะเคลียร์ของบนโต๊ะออกตามที่อินเด็กซ์บอกก่อนที่เจ้าตัวนั้นจะหยดเลือดลงบนโต๊ะและเริ่มวาดให้เป็นสัญลักษณ์บางอย่างพร้อมปากที่พึมพำไปด้วย

 

" ณ ช่วงเวลาระหว่าง8ถึง12นาฬิกาก่อนเที่ยงคืน ทิศทางคือตะวันตกผู้พิทักษ์อุนดีเน่ เทพธิดาจากนครแห่งความตาย"

 

" อะ...เอ้ะ นั่นมันคือ.....อะไรคะ "

 

" ผมเองก็ไม่รู้ "

 

" เวทมนต์ค่ะ สิ่งที่จะทำต่อไปนี้ จำเป็นต้องใช้มือและร่างกายของคุณสึคุโยมิ โคโมเอะช่วยค่ะ ถ้าหากทำตามคำแนะนำละก็ จะไม่มีใครได้รับอันตรายและไม่มีใครคิดโทษคุณค่ะ"

 

" ถ้าอาการทรุดลงมากกว่านี้เดี๋ยวจะแย่เอานะค่ะ รอรถพยาบาลมารับก่อนเถอะค่ะ จริงสิผ้าพันแผลๆๆ" โคโมเอะได้รีบเขยิบไปที่ตู้พยายามหากล้องปฐมพยาบาลอย่างเร่งรีบ

 

" ยัยบ้า.....ขอแค่นั้นรักษาบาดแผลของเด็กนั้นไม่ได้หรอก....มีแต่แค่ยื้อชีวิตได้นิดเดียวเท่านั้นแหละ " อังค์ที่นั่งอยู่ริมห้องได้ตะคอกขึ้นมาจนโคโมเอะสะดุ้งตกใจ

 

" อังค์อย่าหยาบคายสิ "

 

" ถูกอย่างที่เขาพูดค่ะการรักษาระดับนั้นไม่สามารถรักษาบาดแผลของชั้นได้หรอกค่ะ อีกอย่างฉันก็ไม่เข้าใจความหมายของ รถพยาบาลด้วย สิ่งนั้นสามารถรักษาบบาดแผลให้หายได้ภายในไม่กี่นาทีได้เหรอค่ะ  แล้วช่วยทดแทนพลังชีวิตและพลังเวทย์ได้ด้วยเหรอคะ?"

 

อังคืที่นั่งอยู่เงียบๆอยู่ก่อนจะสัมผัสถึงบางอย่างได้จึงรีบลุกขึ้นยืนและมองไปรอบๆ

 

" กลิ่นอายของยามี่นิ...ไปกันเถอะเอย์จิ " อังค์ที่สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายยามี่ก็วิ่งออกไปจากห้องทันที

 

" ดะ.....เดียวสิอังค์....คุณโคโมเอะคับฝากอินเด็กซ์จังไว้ก่อนนะครับ รอด้วยสิอังค์!! " เอย์จิได้หันไปพูดกับโคโมเอะก่อนจะวิ่งตามออกไปโดยที่โคโมเอะได้มองไปที่อินเด็กซ์ที่นั่งอยู่

 

" แล้ว...จะต้องทำยังไงล่ะค่ะ?  อาจารย์คงไม่กลายเป็นสาวน้อยเวทมนต์ไปหนอกนะคะ"

 

" ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือค่ะ อัก " อินเด็กซ์ที่พูดด้วยน้ำเสียบนิ่งก่อนจะไอออกมาเป็นเลือดจนออกมุมปากทำให้เอย์จิและโคมเอะตกใจ " ก่อนอื่น...วัตถุสีดำที่อยู่ตรงนั้นคืออะไรเหรอค่ะ? "

 

" เอ้ะ....นั่นเหรอคะเป็นเมมโมรี่เกมนะคะ "

 

" กรุณาเอาสิ่งนั้นวางไว้กลางโต๊ะด้วยคะ "

 

" แค่เอาวางไว้ก็พอสินะคะ  "

 

ตัดมาทางด้านของเอย์จิกับอังค์ที่ได้มายังจุดที่ยามี่ได้กำเนิดขึ้นก็พบร่างของอันธพาบ3-4คนนอนบาดเจ็บอยู่กับพื้น

 

" เน่...คุณคับเป็นอะไรรึเปล่า นี่ "

 

" ไม่ผิดแน่.....ยามี่กำเนิดที่นี้ "

 

" แสดงว่าก็อยู่ไม่ไกลจากที่นี่นะสิ "

 

" อ้ากกกก!!! " เสียงร้องที่ดังออกมาไม่ได้ไกลจากจุดที่ทั้งสองอยู่ก่อนจะวิ่งไปตามเสียงได้พบกับคูวากาตะยามี่ที่กำลังทำร้ายรปภที่หน้าบริษัทแห่งนึ่งพร้อมกับเหล่าหุ่นยต์รักษาความปลอดภัยของเมืองแห่งการศึกษาที่พังเกลื่อนเต็มพื้น

 

" ยามี่แมลงอีกแล้วงั้นเหรอ.... " อังค์ที่พอเห็นคูวากาตะยามี่อยู่ตรงหน้าก็ได้บ่นออกมาก่อนที่เอย์จิจะหยิบโอสไดรฟเวอร์ขึ้นมาสวมพร้อมกับอังค์ได้หยิบคอร์เมดัลทากะ โทระ บัตตะเมดัลยื่นให้กับเอย์จิ

 

" จะยังไงก็ช่างต้องรีบจัดการก่อน " เอย์จิรับมารีบใส่ลงในไดรฟเวอร์พร้อมกันก่อนจะปัดให้เอียงลงหยิบโอสแสกนเนอร์ขึ้นมาแสกนเมดัลทั้งสามรวดเดียว

 

" เเปลงร่าง "

 

TAKA TORA BATTA

 

TA TO  BA  TATO BA TATO BA 

 

เอย์จิได้แปลงร่างเป็นโอสก่อนจะวิ่งพุ้งเข้าไปพร้อมเมดัลจาริเบอร์พอมันสัมผัสกับร่างของยามี่กับไม่ทำให้มันรู้สึกสะท้านเลยแม้แต่น้อยแต่ก็พอที่จะทำให้ยามี่หันมาสนใจก่อนจะโยนร่างรปภในมืออย่างของเล่นแล้วใช้เพียงมือเปล่าตับคมดายของเมดัลจาริเบอร์ขึ้นด้วยพละกำลังที่มหาศาล

 

" เห้ยๆๆๆ.....อัก " โอสที่ตกใจก่อนจพลาดท่าถูกต่อยเข้าที่กลางท้องจนปลิวกระเด็นกลิ้งไปกับพื้น " อะไรกันเนี่ยทั้งแข็งและแรงเยอะชะมัด "

 

อังค์ที่สังเกตุการณ์อยู่ได้รู้สึกถึงบางอย่างในตัวของยามี่ก่อนจะใช้พลังของตัวเองมองเข้าไปในร่างของยามี่ที่ภายในนั้นนอกจากเซลล์เมดัลก็พบคอร์เมดัลด้วยเช่นกัน

 

" แบบนี้นิเอง.....ในตัวของยามี่ก็มีคอร์เมดัลเหมือนกัน "

 

" เหมือนกับยามี่ก่อนหน้าสินะ.....เอาไงดีละทางนี้เองก็มีเมดัลไม่มากสะด้วย "

 

" เจ้าโง่....ยังมีเจ้านี้อยู่นะ " อังค์ได้ตะโกนขึ้นมาก่อนจะโยนเมดัลเหรียญนึ่งให้กับโอสซึ่งพอโอสหันไปรับมองดูเมดัลที่อังค์ส่งมาคือคูจาคุเมดัล


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ kamen rider ooo  kujaku 


" จริงด้วย....ถ้าเป็นเจ้านี้ต้องใช้ได้แน่ " โอสได้ลุกขึ้นก่อนจะเขวี้ยงเมดัลจาริเบอร์พุ้งออกไปแต่ยามี่ได้ใช้มือปัดออกจนมันกระเด็นไปปักลงซากหุ่นยต์รักษาความปลอดภัยก่อนจะวิ่งพุ้งเข้ามาหาโอสจึงใช้พลังของบัตตะกระโดดทิ้งระยะห่างออกมาก่อนจะเอาโทระเมดัลสลับกับคูจาคุเมดัลแทนแล้วสแกนด้วยโอสแสกนเนอร์ทันที

 

TAKA KUJAKU BATTA


Kamen Rider Ooo Taka Kujaku Batta GIF - KamenRiderOoo TakaKujakuBatta Power GIFs


" เอาไปกิน!! " ส่วนกลางอกและไหล่ของโอสที่เป็นเป็นเกราะสีแดงพร้อมที่แขนซ้ายที่ติดตั้งทาจาสปินเนอร์เอาไว้ก่อนจะยิงลูกไฟเข้าใส่ร่างของยามี่จนร่างกระเด็นกลิ้งออกมาจึงถึงคราวที่โอสนั่นตอบโต้กลับทันที

 

ตัดกลับมาทางด้านของโคโมเอะได้เอาตำราสองเล่มกล่องขนมและตุ๊กตากบสีชมพูและสีเขียววางลงบนโต๊ะตามที่อินเด็กซ์บอกจนเป็นรู้ปร่างเหมือนแบบจำลองของห้อง


 


" นี่เป็นแบบจำลองของห้องนี้งั้นเหรอคะ? "

 

" ไม่ว่าจะเป็นวัตถุสิ่งใด หากมีรูปร่างและบทบาทที่เหมาะสมก็สามารถทำพิธีได้ค่ะ " อินเด็กซ์พูดจบก่อนจะโปรยกระดุมเม็ดหลากสีจำนวนนึ่งที่กลิ้งไปบนโต๊ะเหมือนเป็นตำแหน่งบางอย่าง

 

" สิ่งนั้นคืออะไรเหรอค่ะ? "

 

" ตำแหน่งของกระป๋องเบียร์ค่ะ ไม่ว่ายังไงก็ขอให้ช่วยทำตามคำแนะนำทุกอย่างด้วยนะคะ หากเกิดความผิดพลาดขึ้นมาระบบประสาทของคุณ อาจจะถูกทำลายได้ค่ะ "

 

" เอ้ะ!? "

 

" ถ้าล้มเหลว ร่างกายของคุณจะต้องแหลกสลาย นี่คือสิ่งที่ควรรู้ไว้ค่ะ "

 

" เอ้...เรื่องแบบนั้นมัน "

 

" จะทำการอัญเชิญ เทพธิดาและสร้างวิหารเลยนะคะ ชั้นจะร้องเป็นทำยอง ช่วยร้องตามฉันด้วยนะคะ " อินเด็กซ์พูดจบและหลับตาลงและร้องเพลงออกมาเป็นทำนองอันไพเราะทำให้โคโมเอะเพลิดเพลินไปกับเสียงนั้นก่อนจะหลัตาลงและเอามือกลุ้มเอาไว้ที่กลางอกร้องตาม

 

ทั้งสองที่ร้องไปสักพักสิ่งของภายในห้องเกิดสั่นสะเทือนเหมือนเกิดแผ่นดินไหวขึ้นพอโคโมเอะรู้สึกแรงสั่นสะเทือนค่อยๆลืมตารจนเธอตกใจจนเข่าไปกระแทกกับโต๊ะพอดีก่อนที่เสียงเพลงทำนองได้หายไป

 

" เชื่อมต่อเสร็จสมบรูณ์ "

 

" เชื่อมต่อเหรอ? "

 

" วิหารที่ถูกสร้างขึ้นบนโต๊ะ ได้ถูกเชื่อมต่อเข้ากับห้องนี้เรียบร้อยแล้วค่ะ สิ่งที่เกิดขึ้นในห้องนี้ จะเกิดบนโต๊ะด้วยเช่นกันคะ ขณะเดียวกันสิ่งที่เกิดบนโต๊ะนี้เอง ก็จะเกิดขึ้นในห้องเช่นกัน " อินเด็กซ์ได้อธิบายเกี่ยวกับพิธีกรรมและหลับตาลงก่อนจะลืมตาขึ้นมาจนทำให้โคโมเอะตกใจ " กรุณาจินตนาการตามด้วยค่ะ "

 

" คะ...ค่ะ "

 

" เทพธิดาสีทอง ที่มีรูปร่างเป็นเด็กและมีปีกอยู่2ข้าง จินตนาการถึงเทพธิดาที่งดงาม"

 

" เทพธิดา... " โคโมเอะที่ลองจินตนาการตามที่อินเด็กซ์บอกก่อนแต่ก็ลืมตาพร้อมถอนหายใจออกมา " จู่ๆจะให้นึกถึงเทพธิดาเลยมันก็.... " โคโมเอะที่รู้สึกเหมือนว่าร่างกายกำลังจมลงพื้นพร้อมทุกอย่างในห้องเริ่มบิดเบี้ยวจนทำให้เธอตกใจอย่างหนักเมื่อมองเห็นตัวเองกำลังจะจมลงพื้นจึงพยายามดิ้นไปมา 


"  ความจริง ที่จะเชิญไม่ใช่เทพธิดาหรอกค่ะ ในฐานะของจอมเวทย์คุณจะต้องสร้างเทพธิดาขึ้นมาด้วยตังเองค่ะ"

 

" ค....ค่ะ เทพธิดาแสนสวย...เทพธิดาแสนสวย " โคโมเอะรีบหลับตาและจินตานาการถึงเทพธิดาอีกครั้งก่อนที่ทุกอย่างในห้องกลับมาเป็นเหมือนเดิมพร้อมเม็ดแสงระยิบระยับค่อยๆลอยขึ้นมาก่อตัวเป็นปีกคู่งามพร้อมร่างหญิงสาวดั่งเทพธิดาจนเธอค่อยๆลืมตาขึ้นมาเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า 




" เอ้....นี่คงไม่ใช่เทพธิดาจริงๆ หรอกนะ? "

 

ร่างของเทพธิดาที่โคโมเอะจินตานาการขึ้นมาได้อยู่ตรงหน้าก่อนที่มันจะสลหายหายไปต่อหน้าของเธอจนทำให้เธอนั้นสะดุ้งตกใจ

 

" การคงรูป ล้มเหลว อย่างน้อยผู้พิทักษ์อุนดีเน่ก็สามารถปกป้องวิหารนี้ไว้ได้...มาต่อกันเถอะค่ะ " อินเด็กซืพูดจบก่อนจะร้องออกมาอีกครั้งขณะโคโมเอะได้จินตนาการถึงเทพธิดาอีกครั้ง

 

" เทพธิดาแสนสวย...เทพธิดาแสนสวย....เทพธิดาแสนสวย...เทพธิดาแสนสวย " ระหว่างที่โคโมเอะพยายามจินตานาการตุ๊กตากบตัวเล็กสีเขียวบนโต๊ะที่ค่อยๆมีขวัญลอยออกมาจากข้างหลังของมันก่อนที่ร่างของมันเริ่มละลายเหมือนโดนความร้อนแผดเผาโคโมเอะที่แอบลืมตาได้หันไปมองอินเด็กซ์ที่เหมือนพยายามอดกลั้นความเจ็บปวดและทำพิธีต่อไปทำให้โคโมเอะนั่นหลับตาลงและตั้งสมาธิในการจินตนาการจนกระทั้ง

 

เทพธิดาที่เธอจินตนาการขึ้นได้ปรากฎอีกครั้งก่อนจะบินหายไปพร้อมเม็ดแสงที่ล่องลอยไปทั่วห้องก่อนที่ทุกอย่างจะเงียบสงัดจนได้ยินเสียงจิ้งหรีดจากข้างนอกดังออกมา

 

" ผลจากการฟื้นฟูพลังเวทย์ได้ทำการยืนยันว่า พ้นขีดอันตรายแล้วเปิดระบบ จอห์น เพ็น เพื่อเข้าสู่โหมดหลับใหล " อินเด็กซ์ได้ลืมตาก่อนจะพูดพึมพำบางอย่างดวงตาที่ไร้ชีวิีวาได้กลับมาเป็นดวงตาปกติพร้อมกับถอนหายใจออกมาพร้อมร่างล้มลงแต่โคโมเอะได้เข้ามาประคองเอาไว้ก่อน


" อะ
!?....ไม่เป็นอะไรนะคะ? "

 

" การรักษา...เหลือเพียงแค่ฟื้นฟูพลังกายเท่านั้น บาดแผลก็หายสนิทแล้วคงไม่เป็นไรแล้วล่ะ....ดีใจจัง ที่เค้าไม่ต้องมาทนทุกข์ทรมาณกับเรื่องนี้อีกแล้ว "

 

" ทนทุกข์ งั้นเหรอ? "

 

" ถ้าหากเกิดชั้นตายไปล่ะก็.....คงจะรู้สึกผิดกับเรื่องนี้มากเลยสินะ " อินเด็กซืได้พูดถึงโทวมะพร้อมกับสีหน้าที่ดูเป็นไข้ขึ้นสูงอย่างเห็นได้ชัด

 

" นี่เธอ เป็นห่วงคามิโจวจังมากกว่าตัวเองงั้นเหรอ? "

 

" เอ้ะ....ไม่รู้เหมือนกัน...ถึงจะยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่...แต่ว่า " อินเด็กซ์ที่ยังพูดไม่จบก็หลับไปด้วยความเหนื่อยล้า

 

ตัดมาทางด้านของโอสที่กระหน้ำโจมตีเข้าใส่ด้วยกระสุนเปลวไฟที่ยิงออกมาจากทาจาสปินเนอร์ไม่ยั้งจนคูวากาตะยามี่ที่ร่างถูกแผดเผาด้วยเปลวไฟทั่วร่างกาย

 

" เอย์จิ.....อย่ามั่วแต่ชักช้ารีบจัดการมันสะ "

 

โอสได้เปิดฝาทาจาสปินเนอร์ออกก่อนจะใส่คอร์เมดัลจากไดรฟเวอร์ลง3เหรียญก่อนจะปิดลงและเอาโอสแสกนเนอร์แสกนที่ทาจาสปินเนอร์ก่อนจะรวบรวมพลังออร่าสีแดงและสีเขียวมารวมกัน

 

TAKA KUJAKU BUTTA GIGASCAN

 

" ฮ็าาา........Seiya!!! " โอสที่รวบพลังทั้งหมดเอาไว้แล้วยิงออกไปเป็นกระสุนเมดัลสีแดงผสมเขียวเข้าใส่ร่างของยามี่จนร่างระเบิดสลายหายไปพร้อมเหล่าเซลล์เมดัลกระจายเต็มพื้นพร้อมคูวากาตะเมดัลได้ปลิวมาอังค์ได้กระโดดเข้ามารับเอาไว้

 

" เฮอะ....ว่าแล้วเชียวในตัวยามี่เองก็มีคอร์เมดัลเหมือนกัน "

 

" เป็นฝีมือของใครกันแน่นะ "เอย์จิที่คืนร่างได้เดินตรงเข้าไปหาอังค์ที่ยังคงสงสัยเหมือนกันกับเขา

 

 

" สมแล้วที่เป็นโอส.....และกรีดอังค์อีกคนนักสู้อีกคนผู้วางกรยุทธิ์เป็นการผสานการต่อสู้ที่ดีเลยนิ " ร่างปริศนาสวมผ้าคบุมได้ปรากฎตัวออกมาต่อหน้าของทั้งสอง

 

" แกเป็นใคร? ทำไมถึงมีคอร์เมดัลได้ " อังค์ที่พอเห็นร่างปริศานาก็ได้ตะโกนถามทันทีพร้อมโชว์คูวากาตะเมดัลให้ได้ดู

 

" ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาหรอก.... " ร่างปริศนาพูดจบก่อนจะเดินจากไป

 

" เดียวก่อนสิ!! " อังค์ได้กระโจนเข้าไปพร้อมใช้แขนขวาทะลวงเข้าใส่แต่กลับเหลือเพียงแค่ผ้าคลุมที่คว้าเอาไว้ได้อย่างเดียวเท่านั้น " โธ่เว้ย!? "


เช้าวันรุ่งขึ้นเอย์จิและอังค์ที่ได้นอนพักอยู่ในห้องของโคโมเอะและโทวมะที่หลังจากได้รับการติตดต่อจากเอย์จิจึงกลับมาที่ห้องก่อนจะนั่งท้าวคางมองดูอินเด็กซ์ที่สวมชุดนอนของโคโมเอะที่พอดีตัวกับเธอพอดีอยู่ที่อยู่ตรงระเบียง

 

" จะว่าไป....ทำไมชุดนอนของคนที่ชอบดื่มเบียร์อย่างอาจารย์โคโมเอะที่เข้ากับเธอพอดีแบบนี้กันละ...ให้ตายสิคิดว่าเป็นรุ่นเดียวกันเหรอไง? "

 

" ก็ไม่ได้อยากให้เห็นซะหน่อย...ฉันเองก็รู้สึกคับๆตรงหน้าอกตอนใส่ชุดนอนตัวนี้เหมือนกันน่า " อินเด็กซ์ที่พูดไปพร้อบจัดเสื้อไปมาแต่คำพูดของเธอเหมือนไปแทงใจดำใส่โคโมเอะที่อยู่ใกล้เข้าเต็มๆ

 

" พะ...พะ...พูดแบบนั้นมันก็ไม่ถูกนะคะ "

 

" เอ๋...ก็มัน "

 

" ก็มันอะไรคะ? "

 

" ไม่มีอะไรหรอก "

 

" ฉันเองก็โตเป็นผู้ใหญ่แล้วนะคะ!!! "

 

โทวมะ เอย์จิและอังค์ที่มองดูทั้งสองทะเลาะกันก่อนที่ทางโทวมะจะถอนหายใจออกมาและหลังจากนั้นโคโมเอะที่เลิกเถียงกับอินเด็กซ์เปลี่ยนหันไปหาโทวมะทันที

 

" ก่อนอื่นเลยนะ คามิโจวจัง ผู้หญิงคนนี้เป็นอะไรกับคามิโจวจังกันแน่! "

 

" อื้มมม.....น้องสาวมั้ง "

 

" หื้มมม!! นี่ไม่ใช่เวลามาพูดเล่นนะค่ะ ดูยังไงก็เป็นชาวต่างชาติผมสีเงินตาสีเขียวชัดๆๆ!! "

 

" อ่า...ผมขอโทษผมผิดไปแล้ว จะไม่โกหกอีกแล้ว ยกโทษให้ผมด้วย!! "

 

" เหอะ.....หนวกหูชะมัด " อังค์ที่นั่งกินไอติมได้หันหน้าหนีด้วยสีหน้าที่รำคาญยกเว้นกับเอย์จิที่แอบขำออกมาเล็กน้อย

 

" แต่ว่า.....ก็ทำให้นึกถึงตอนที่อยู่ คูสคูชิเย่เลย "

 

" เอิ่มว่าแต่....อาจารย์ผมมีอะไรอยากจากถามหน่อยครับ "

 

" เชิญค่ะ "

 

" อาจารย์จะนำเรื่องนี้ไปแจ้งให้คณะกรรมการบริหารรึเปล่าครับ "

 

"  ค่ะ...ก็ไม่รู้หรอกน่าว่าพวกคามิโจวจัง น่ะไปเจออะไรมา แต่เรื่องมันก็เกิดขึ้นในเมืองแห่งการศึกษาแห่งนี้ จึงจำเป็นต้องแจ้งเพื่อให้คนเกี่ยวข้องมาดูแลเรื่องนี้ นั่นก็ถือว่าเป็นหน้าที่ในฐานะผู้ใหญ่ค่ะ "

 

" เอิ่มคือว่า คุณโคโมเอะเรื่องแบบนี้ขืนเป็นเรื่องใหญ่จะเกิดอันตรายก็ได้นะครับ " เอย์จิที่ไม่เห็นด้วยจึงพยายามพูดให้โคโมเอะไปบอกเรื่อวนี้กับพวกคณะกรรมการ

 

" ไม่ได้หรอกค่ะ....ถ้าคามิโจวจังที่เป็นนักเรียนของฉันเกิดอันตรายขึ้นมา จะให้ยืนดูเฉยๆ ครูทำไม่ได้หรอกนะคะ คุณเอย์จิ "

 

" เรื่องนั่นมันก็ "

 

" แต่ว่าเป็นพราะเป็นอาจารย์ยิ่งไม่อยากให้เข้ามาพัวพ้นด้วยนะครับ "  โทวมะที่เงียบอยู่นานได้พูดขึ้นจนทำเอาโคโมเอะเขินอายกับคำพูดของโทวมะเล็กน้อย

 

" อย่าคิดนะว่าพูดกลบเกลื่อนแบบนั้นแล้วคิดว่าครูจะยกโทษหรอกนะคะ " โคโมเอะได้พูดจบก่อนจะลุกขึ้นกำลังจะเดินออกจากห้องไป

 

" อ้าว....จะไปไหน "

 

" ขอพักเรื่องนี้ไว้ก่อนค่ะ อาจารย์จะไปซื้อของมาทำอาหารเช้าที่ซุปเปอร์ ในระหว่างนี้เอง คามิโจมจังควรจะคิดหาเหตุผลมารอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นซะด้วยล่ะ แล้วก็.."

 

" แล้วก็? "


" บางที่อาจารย์อาจจะซื้อของเพลินจนลืมเรื่องทุกอย่างไปเลยก็ได้ "
โคโมเอะพูดจบก่อนจะออกจากห้องไปเพื่อไปซุปเปอร์ทำให้เหลือแค่พวกเอย์จิอยู่ภายในห้อง

 

" เป็นคนดีเลยเนอะ " อินเด็กซ์ได้พูดออกมามาลอยทำให้โทวมะที่ล้มตัวลงนอนได้หันไปหา

 

" หมายถึงอาจารย์โคโมเอะงั้นเหรอ "

 

" จะว่าไปก็เป็นคนที่ใจดีมากเลยละยังอุตส่าห์ให้พวกเราพักอยู่ที่นี้ชั่วคราวแบบนี้ " เอย์จิที่เห็นด้วยกับอินเด็กซ์ได้พูดชื่นชม  " แต่ก็ไม่อยากให้เธอคนนั้นมาพัวพันเรื่องแบบนี้เลย "

 

" ใช่...จะให้คนๆนั้นใช้เวทมนต์อีกไม่ได้  คัมภีร์เวทย์เป็นสิ่งที่อันตราย ด้วยความแตกต่างของสติปัญญาและกฎเกณฑ์ที่ถูกเขียนเอาไว้ในนั้น ทำให้โลกบิดเบือนไปนั้น กลายเป็นโลกที่มีแต่พิษ"

 

" พิษร้ายเหรอ? "

 

" โดยปราศจากซึ่งจอมเวทย์ ...ถ้ามนุษย์บนโลกนี้ได้เข้าไปสัมผัสกับโลกที่บิดเบือนเข้าละก็...สมองก็จะถูกทำลายไปในทันที"

 

" ถูกทำลาย นั้นนะเหรอคือสิ่งที่เรียกว่าเวทมนต์? "

 

" เน่...ยัยเปี๊ยกบอกมาสิ.....สิ่งที่อยู่ในหัวของเธอคัมภีร์1แสน3หมื่นเล่มนั่นมันคืออะไรกันแน่ "

 

" ดะ....เดียวอังค์จู่ๆไปถามแบบนั้นตรงๆมันออกจะ "

 

" นายเองก็ไม่อยากรู้เหรอว่ามันคืออะไร....นายเองก็เหมือนกันใช่มั้ยละว่าทำไมเจ้าพพวกนั้นถึงเล่มสิ่งนั้นนายหัยัยนั้น " อังค์ได้พูดใส่เอย์จกับโทวมะจนทั้งสองที่ตอนแรกไม่สนใจก็เปลี่ยนความคิดนั้นไปทันที

 

" จะว่ายังไงดีละ.....กลายเป็นว่าพวกฉันเป็นบาทหลวงไปเลยนะสิ " โทวมะได้เขยิบไปพูดติดตลกทำให้สีหน้าของอินเด็กซ์ที่ตอนแรกแอบเศร้าก็ยิ้มออกมา

 

" จะว่าไปมันก็จริงละน่าอย่างกับว่าพวกเรามาฟังอินเด็กซ์จังสารภาพบาปไงไม่รู้ "

 

" อื้ม....งั้นจะเริ่มจากจุดเริ่มต้นเลยแล้วกัน.....ทั้งๆที่เมื่อก่อนชาวคริสต์ที่อยู่รวมกันแท้ๆ ทำไมถึงต้องแบกแยกเป็นโบสถ์ต่างๆด้วยล่ะ "

 

" เอ้.... "

 

" เรื่องนั้นก็ "

 

" แนวคิดแตกต่างกันยังไงละ.... " อังค์ได้ตอบขึ้นมาทำเอาเอย์จิกับโทวมะตกใจ " สำหรับนายที่เดินทางไปทั่วโลกมาก่อนก็น่าจะเข้าใจดีไม่ใช่เหรอ "

 

" นั้นสินะมนุษย์นะมักจะมีความคิดที่แตกแยกกันโดยนำสิ่งต่างๆมารวมกันจนเกิด ความแตก ความขัดแย้งจนเลือกเดินไปตามเส้นทางที่ตัวเองเชื่อ ถึงแม้จะเชื่อในพระเจ้าองค์เดียวกันก็ตาม"

 

" แต่ถึงอย่างงั้นความเชื่อก็ถูกแบ่งออก จนเกิดเป็นอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน "

 

" เอกลักษณ์ "

 

" โบสถ์อังกฤษที่ชั้นเคยสังกัดอยู่เองก็..... " อินเด็กซ์ที่พูดอยู่จู่ๆก็เงียบไปแปปนึ่งก่อนจะพูดต่อ " ที่อังกฤษน่ะเป็นดินแดนแห่งเวทมนต์ เรื่องการล่าจอมเวทย์ไปทรมาณ ถือว่าเป็นประเพณีที่ถูกใช้ในการต่อต้านเวทมนต์เพราะเหตุนั่นโบสต์อังกฤษถึงได้ถูกแบ่งแยกออกมาเป็นกรณีพิเศษ เพื่อเหล่าจอมเวทย์ที่ตายไป เวทมนต์จึงได้ถูกค้นคว้าและพัฒนาขึ้นมาอีกครั้ง ภายในโบสถ์ที่ชื่อว่า เนเซสซาเรียส "

 

" เนเซสซาเรียส? "

 

" แต่การที่ จะเช้าถึงศัตรูที่ชั่วร้ายนั้นจิตใจจะต้องชั่วร้ายตามไปด้วย การสัมผัสกับสิ่งที่ชั่วร้ายจะทำให้ร่างกายนั่นแปดเปื้อน นั่นคือ การรวมสิ่งชั่วร้ายทั้งหมดเอาไว้ และสิ่งชั่วร้ายที่ว่านั่นคือ อึ่ย " อินเด็กซ์ที่สะดุ้งเพราะโทวมะที่เปลี่ยนผ้าที่วางไว้บนหน้าผากออกเป็นอันใหม่

 

" คัมภีร์1แสน3หมื่นเล่ม "

 

" อื้อ....เวมนต์นั้นก็ไม่ต่างไปจากกฎเกณฑ์หรอก หากมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นมา จะสามารถลบล้างการโจมตีของอีกฝ่ายได้ หากเวทมนต์ทั่วทั้งโลกถูกครอบครองไว้ละก็ โลกแห่งเวทมนต์ก็จะถูกลบล้างไปทั้งหมด คัมภีร์1แสน3หมื่น เล่มที่ถูกชั้น...."

 

" เก็บรวมไว้ในสมองสินะ " เอย์จิได้ตอบแทรกขึ้นมทาก่อนที่อินเด็กซ์จะพยักหน้าตอบ

 

" ถ้ามันอันตรายขนาดนั้นละก็....เผามันทิ้งไปซะก็สิ้นเรื่อง ไม่ง่ายกว่าเหรอ? "

 

" เจ้าโง่เอ๋ย.....ต่อให้เผาคัมภีร์พวกนั้นไปก็เปล่าประโยชน์สิ่งสำคัญไม่ใช่ตัวหนังสือ...แต่เป็นเนื้อหาข้างในของมันต่างหากล่ะ " อังค์ได้ตะคอกใส่โทวมะกับความคิดเด็กๆนั้นจนเจ้าตัวตกใจ " ถึงต้นฉบับจะถูกทำลายไป  แต่ถ้าหากมีการสืบทอด"

 

" ใช่แล้วละ.....ถ้าหากมีผู้สืบทอดก็จะคงอยู่ต่อไป...อีกอย่างนึ่งเรื่องที่มนุษย์จะทำลายต้นฉบับนั่นเป็นไปไม่ได้ ทางเลือกเดียวที่เหลือยู่คือการผนึกมันเอาไว้ "

 

" ถ้าสรุปง่ายๆ คนพวกนั้นอยู่เบื้องหลังในการยัดระเบิดเอาไว้ในตัวเธอนะสิ "

 

" คัมภีร์1แสน3หมื่น เล่มนี้นะ สามารถที่จะใช้ในการเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ได้ทั้งหมด "

 

" นี่เธอ....เรื่องสำคัญขนาดนี้ ทำไมถึงเอามาบอกป่านนี้เหล่า!! " โทวมะที่พอรู้เรื่องทั้งหมดก็ตะคอกใส่อินเด็กวืจนเจ้าตัวเอาผ้าห่มคลุ้มหน้า

 

" โทวมะคุงใจเย็นๆก่อนสิ "

 

" ก็คิดว่า....เล่าไปก็คงไม่เชื่อนะสิ และก็ไม่อยากให้กลัวด้วย อีกอย่างนึ่งก็ไม่อยากจะโดนเกลียดด้วย"

 

" อย่ามาพูดบ้าๆน่า คิดจะมาดูถูกกันรึไง!? "

 

" อะ.....อ่าาา เดียวสิใจเย็นๆก่อน " เอย์จิที่เห็นท่าไม่ดีรีบเข้าไปพยายามดันโทวมะเอาไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย

 

" ทั้งไอ้โบสถ์ปีศาจ เนเซสซาเรียส หรือคัมภีร์1แสน3หมื่นเล่ม มันฟังดูไร้สาระและค่อยน่าเชื่อก็เถอะ รู้อะไรมั้ย....มันไม่ใช่แค่นั้นหรอกนะ " โทวมะได้ตะคอกใส่อินเด็กซุดใหญ่ก่อนจะเบาเสียงลงและนั่งลงปกติ " ให้ตายสิอย่างเพิ่มเข้าใจผิดสะละก็อีแค่เก็ยคัมภีร์1แสน3หมื่นเล่มมันน่ารังเกียจนักรึไง เชื่อมัน่ใจตัวเองหน่อยซี่!? อย่าคิดเองเออเองว่าคนอื่นเป็นแแบบนั้นสิ"

 

" อึก.... " อินเด็กซ์ที่พอได้ยินคำพูดของโทวมะก็ถึงกับน้ำตาได้ไหลคลอตาทั้งสองก่อนที่จะโดนโทวมะดีดหน้าผากเบาๆ  " โอ้ยเจ็บ"

 

" เห็นมั้ยละ แค่จอมเวทย์นะสู้ชั้นกับมือขวานี้ไม่ได้หรอก "

 

" ก็เห็นว่า เคยบอกไว้ต้องไปเรียนเสริมที่โรงเรียนไม่ใช่เหรอ? "

 

" เคย..พูด...เหรอ? "

 

" เคยพูดแน่ๆ ไม่ใช่เชื่อถามเอย์จิดูสิ " อินเด็กซ์พูดก่อนจะโยนไปทางเอย์จิที่นั่งอยู่ข้างๆ

 

" อะ....เอ้....อ่า...ช่างมันเถอะเรื่องโณงเรียนนั่นนะ "

 

" งั้นแล้วทำไมต้องพูดด้วยละว่า ต้องไปโรงเรียนละ? อยู่กับชั้นแล้วรู้สึกอึดอัดอย่างงั้นเหรอ รู้สึกอัดอัดมากสินะ " อินเด็กซ์เขยิบเข้าไปพูดใกล้ๆกับโทวมะแต่เจ้าตวัที่หันหน้าหนีพร้อมเขยิบหนีไปพร้อมกันเพื่อหนีสายตาของอินเด็กซ์ที่จ้องเข้ามาก่อยที่อินเด็กซ์จะอ้าปากพร้อมกัดข้าไปที่ตัวของโทวมะทันที

 

 

เวลาเดียวกันนั้นสเตลที่กำลังส่องกล้องทางไกลสังเกตุการณ์ดูพววกโทวมะอยู่เงียบๆก่อนจะมีร่างผู้หญิงคนนึ่งที่สวมเสื้อยืดสีขาวมัดเปิดหน้าท้องกางเกงยีนขายาวที่ตัดขาไปข้างนึ่งและในมือที่ถือดาบคาตานะที่ยาวกว่าตัวเธอเอาไว้ในมือและผมที่ยาวสลวบถูกมัดไว้ที่หลัง



" อินเด็กซ์ละ "

 

" ยังมีชีวิตอยู่ "

 

" สืบเรื่องของพวกนั้นมาแล้วล่ะ.....ฮิโนะ เอย์จิ นักเดินทางรอบโลกและเป็นมาสไรเดอร์ โอส กับอังค์ กรีดเผ่านก "

 

" เหรอ.....แล้วเรื่องแขนขวาของเจ้าเด็กนั้นละ "

 

" ถ้าจะให้พูดก็คือ เด็กคนนั้นไม่ใช่ทั้งจอมเวทย์หรือผู้มีพลังจิต "

 

"  ว่าไงนะ?นี่กำลังจะบอกว่าหมอนั่น เป็นแค่นักเรียนม.ปลายธรรมดาๆเนี่ยนะ " สเตลที่พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่เชื่อก่อนจะหยิบไฟแช็กขึ้นมาจุดที่บุหรี่ที่คาปากอยู่ "อย่ามาล้อเล่นกันดีกว่าการที่คนธรรมดาไร้ซึ่งพลังสามารถจัดการกับอินโนเคนทิอุสได้นะในโลกนี้ไม่มีทางมีอยู่แล้ว...ถ้าหากเป็นโอสยังพอว่า "

 

" นั้นสินะ...ที่เป็นปัญหาก็คือ เขาเป็นคนที่จัดอยู่ในประเภทนักเรียนที่นิสัยที่ชอบทะเลาะวิวาท "

 

" ปิดกั้นด้วยข้อมูลรึเปล่า แถมบาดแผลของอินเด็กซ์เองหายด้วย เวทมนต์สะอีก " สเตลที่สูบบุหรี่พร้อมมองเข้าไปในห้องที่โทวมะกำลัวถูกอนเด็กซ์งับโดยที่มีเอย์จิค่อยห้ามอยู่ก่อนจะถอนหายใจออกมา " คันซากิ  ทีเธอออกมาไกลขนาดนี้มีองค์กรเวทมนต์อยู่แถวนี้งั้นเหรอ " สเตลได้หันไปเรียกชื่อหญิงที่เขากำลังคุยด้วยให้หันมาหา

 

" ก็ไม่แปลกหรอกเพราะเราเคลื่อนไหวในเมืองแห่งการศึกษา ยังไงสะพวกคณะกรรมการบางคนต้องรู้ตัวบางแหละ แถมเรายังไม่รู้จำนวนของฝ่ายตรงข้ามอีกด้วย ทางนี้เองก็ไม่มีกำลังเสริมอีกด้วย "

 

" น่าสนุกดีจริงๆน่า กำลังสนุกอยู่จริงๆด้วยเธอคนนั้นมักจะทำตัวสนุกสนานร่าเริงอยู่ตลอด พวกเราจะต้องกำจัดตัวกวนแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหนกันนะ "

 

" รู้สึกสับสนงั้นเหรอ.....หรือเพราะว่าตัวคุณเองก็เคยอยู่ในสถานการณ์เดียวกันงั้นเหรอ "

 

หลังจกานั้นไม่นานโคโมเอะก็กลับมาหลังจากซื้อของและลืมเรื่องราวทั้งหมดไปดื้อและอนุญาตให้โทวมะ เอย์จิและอังค์อาศัยอยู่ในห้องของธอชั่วคราวได้อาจจะซื้อของเพลินจนลืมหรืออาจจะตั้งใจที่จะลืมมันไปเองจนเวลาผ่านไปโทวมะ อินเด็กซืและเอย์จิได้นัดกันออกไปเพื่อที่จะไปอาบอ่างน้ำในตัวเมือง โดยที่ในมือของพวกเขามีขันคนละอันพร้อมอุปกรณ์สำหรับอาบน้ำเอาไว้และผ้าเช็ดตัว

 

" อ่างอาบน้ำ อ่างอาบน้ำ...อ่างอาบน้ำ หึหึ " อินเด็กซ์ที่ไม่เคยลงอ่างอาบน้ำจึงรู้สึกตื่นเต้นจนโทวมะกับเอย์จิที่อยู่ข้างหลังเห็นท่าทางของเธอก็แอบบิ้มออกมาก่อนที่อินเด็กซ์จะหันกลับมาพร้อมเรียกชื่อของโทวะมหลายๆครั้ง  " เน่ โทวมะ เอย์จิ โทวมะ  เอย์จิ โทวมะ"

 

ทั้งสองที่ถูกเรียกชื่อก็ได้หันไปสนใจแต่อินเด็กซ์ก็ไม่ได้พูโอะไรเอาแต่ยิ้ม

 

" ไม่มีอะไรหรอก การเรียกชื่อใครสักโดยไม่ต้องคิดอะไรมันก็สนุกดีเหมือนกันเนอะ โทวมะ เอย์จิ  จะว่าไปแล้วโคโมเอะเคยบอกเอาไว้นะว่า "

 

( ในให้องอาบน้ำของญี่ปุ่นน่ะ เวลาดื่มกาแฟนมจะต้อง จะต้องทำแบบนี้ เอาไว้ที่เอวแล้วก็กระดกดื่มแบบนี้! )

 

" กาแฟนมที่ว่าเป็นยังไงเหรอ? คล้ายๆกับคาปูชิโน่ รึเปล่า? "

 

" อื้ม...ก็ไม่จนาดหรอกแต่เป็นแบบธรรมดามากเลย เวลาที่แช่อ่างอาบน้ำและออกมาพร้อมดื่มกาแฟนมแล้วจะรู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูกเลยละ " เอย์จิที่เล่าจนทำให้อินเด็กซ์จินตนาการก็ยิ่งกระตุ้นความยากให้กับเธอได้เป็นอย่างดี

 

" เอาจริงๆในห้องอายน้ำน่ะไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นก็ได้...แต่จะว่าไปอินเด็กซืก็คงไม่เคยอาบน้ำในห้องใหญ่ๆแบบนั้นสินะ ที่อังกฤษคงมีแต่อ่างอาบน้ำแคบๆสินะ? "

 

" อื้ม....ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกัน "

 

" ทำไมล่ะ? "

 

" ก็ชั้นนะ ย้ายมาที่ญี่ปุ่นตั้งแต่จำความได้นะสิเลยไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรของอังกฤษเท่าไร "

 

" ถึงว่าอินเด็กซ์จังถึงพูดภาษาญี่ปุ่นสะคล่องเชียว "

 

" เปล่าหรอก ไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นหรอก ชั้นนะเกิดที่ลอนดอนแต่ว่าถูกเลี้ยงดูอยู่ในโบสถ์เซ็นจอร์น คงจะมาที่นี่ได้ปีนึ่งแล้วละมั้ง"

 

" คิดงั้นเหรอ?  "

 

" อือ...ก็แบบว่าความทรงจำมันขาดๆหายๆนะ "

 

" ขาดๆหายๆ หรือว่าจะความจำเสื่อม? "

 

" ตอนที่ลืมตาตื่นขึ้นมา บางครั้งก็จำตัวเองไม่ได้แม้แต่ข้าวเข้าที่ทานไปก่อนหน้ายังจำไม่ได้เลย แต่ว่าเรื่องจอมเวทย์ อินเด็กซ์ หรือเนเซสซาเรียสกลับผุดขึ้นมาในหังตลอดทำให้ชั้นกลัวมากเลยละ  "

 

" แล้วไม่รู้ถึงสาเหตุที่ทำให้สูญเสียความทรงจำบางเลยเหรอ?"

 

" อื้ม "

 

หลังจากโทวมะได้ถามออกไปอินเด็กซ์ที่ตอบกลับมาแบบสั้นๆทำให้บรรยากาศที่สนุกสนานเมื่อครู่นั้นได้หายไปถูกปกคลุมด้วยความเงียบทำเอาเอย์จิที่มักจะเปลี่ยนบรรยากาศได้ก็เอาแต่เดินเงียบๆจนอินเด็กซืได้หันมาหามองดูหน้าโทวมะที่นิ่งผิดปกติ

 

" โทวมะ กำลังโกรธอยู่งั้นเหรอ "

 

" ไม่ได้โกรธซักหน่อย "

 

" ขอโทษด้วยแล้วกัน....ที่ทำให้รู้สึกไม่สบายใจนะ แล้วโทวมะกำลังโกรธเรื่องอะไรละเรื่องของวัยรุ่นเหรอ?"

 

" ตัวกระเปี๊ยกอย่างเธอน่พ เอาเอาคำว่า วัยรุ่นมาใช้จะดีกว่ายะ "

 

" อะ...หมายความว่าไงนะ ว่าแล้วเชียวโกรธเรื่อวที่พูดเมื่อสินะ หรือว่าเรื่องอื่น โทวมะแกล้งทำเป็นโกรธชั้นอยู่ใช่มั้ย?ไม่ขอบโทวมะที่ทำตัวแบบนี้เลย "

 

"  โทษทีน่า ก่อนหน้าก็ไม่ได้ชอบอยู่แล้วนี้ อย่ามาพูดแบบนั้นดีกว่าน่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็ไม่ได้หวังจะให้เธอมาคอยเป็นกำลังใจให้หรอกนะ "  

 

" เน่...โทวมะคุงเมื่อกี้แรงไปหน่อยรึเปล่า  "

 

" เอ้ะ? ผมพูดอะไรไปเหรอ? " โทวมะที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองพูดอะไรลงไปก่อนที่เขาและเอย์จิจะหันไปมองหน้าอินเด็กซ์น้ำตาคลอพร้อมแก้มป๋องเหมือนกำลังจะกลั้นน้ำตา

 

" อะ...อีกแล้วเหรอเนี่ย "

 

" เอ้...เป็นอะไรเหรออินเด็กซ์ โกรธเรื่องอะไรเหรอ ท่านองค์หญิง "

 

" โทวมะ...แย่ที่สุด!! " สิ้นเสียงก็เกิดความวุ่นวายอย่างหนักจนได้ยินแต่เสียงกัดที่ดังพอจะให้รอบๆนี้ได้ยินได้

 

หลังจกานั้นอินเด็กซืก็ได้เดินหนีไปจนทำให้โทวมะและเอย์จิต้องเดินออกตามหาอินเด็กซืไปทั่วจนทั้งสองมายืนรออยู่ไฟจราจรตรง4แยก


" ให้ตายสิกัดซะเป็นรอยขนาดนี้แล้ว ยังเดินหนีไปอีก "

 

" จะว่าไปโทวมะคุงเองก็พูดแรงไปหน่อยนะ "

 

" งั้นเหรอ.....บางทีผมเองก็มักจะพูดอะไรไปจนไม่ทันไดเคิด....สงสัยคงต้องไปขอโทษแล้วมั้ง "

 

" ดีกันไว้น่าจะดีกว่ากว่าทะเลาะกันน่า....เพราะยังไงก็ยังคงต้องอยู่ด้วยกันอีกนาน "

 

พอไฟเขียวทั้งสองกำลังเดินข้ามถนนก็รู้สึกถึงบางอย่างที่แปลกประหลาดก่อนหน้าที่ยังมีคนเยอะแยะที่เดินไปมาแต่ว่าตอนนี้กลับเหลือแค่พวกเขา2คนเท่านั้น

 

" เอ้ะ....ไม่มีคนเลย "

 

" เกิดอะไรขึ้น....นะ "

 

ขณะที่ทั้งสองกำลังสงสัยก็ได้มีเสียงฝีเท้านึ่งได้เดินตรงเข้ามาหาพวกเขาจนทำให้หันตามไปพบกับร่างหญิงสาวที่เดินออกมาจากใต้เงาของสะพานลอย


" รูน เป็นรูนที่ใช้เคลื่อนย้ายคน ออกไปจากที่นี่ยังไงล่ะค่ะ "

 

" เธอคือ "

 

" คันซากิ คาโอริ ค่ะ "

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13 ความคิดเห็น