kamen rider ooo & Index

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2 Innocentius

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 503
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    15 ก.พ. 63

" เป็นฝีมือแกสินะ....ปรากฎตัวออกมาได้แล้ว " อังค์ที่จับสัมผัสบางอย่างได้พูดออกมาทำให้โทวมะและเอย์จิหันตามไปก็พบกับชายสวมชุดสีดำพร้อมผมสีแดงกำลังคาบบุหรี่อยู่ในปาก

 

" สมแล้วที่เป็น1ในกรีด จริงๆ...อ่าเป็นฝีมือของพวกผมเอง...เพราะพวกผมคือผู้ใช้เวทมนต์ยังไงละ หื้ม...แต่รู้สึกจะเล่นหนักกันไปหน่อยนะ"

 

" ทำไมถึง.... "

 

" หมายถึงทำไมกลับมาที่นี่เหรอ คงจะลืมของอะไรไว้ละมั้ง....จะว่าไปเมื่อวานยังมีผ้าคลุมหัวอยู่เลยนิน่าไปลืมไว้ที่ไหนนะ  "

 

" หมอนั้นตามเวทมนตจากผ้าคลุมอินเด็กซ์มาถึงที่นี่บั้นเหรอ " เอย์จิที่มองดูร่างของอินเด็กซ์ที่นอนอยู่บนพื้นก่อนที่โทวมะนั่นได้หันไปมองชายผมแดงด้วยแววตาที่โกรธเกรี้ยว

 

" อะไรกันอย่ามองด้วยสายตาแบบนั้นสิ อีกอย่างคนที่ทำให้มีแผลแบบนั้นก็ไม่ใช้ผมสักหน่อย อาจจะแค่สะกิดแค่แต่ก็ไม่ได้ตั้งใจให้เลือดออกมาขนาดนั้นหรอกแต่ว่าน่าชุดของเด็กคนนั้นมีเขตอาคมที่แข็งแกร่งเรียกได้ว่าเป็นโบสถ์เคลื่อนที่ แต่ดูเหมือนมันจะหายเพราะอะไรไม่รู้ "

 

" ถึงแม้ฉันจะไม่เชื่อเรื่องงมงายเวทมนต์บ้าบออะไรนั้นหรอก...หรือแม้แต่ความคิดผู้ใช้เวทมนต์อย่างนายก็ด้วย แต่ว่าอย่างน้อยพวกนายก็น่าจะรู้ว่าอะไรถูกอะไรผิด " โทวมะได้กำหมัดก่อนจะลุกขึ้นแล้วหันไปหาชายผมสีแดงคนนั้น " ทำร้ายเด็กตัวเล็กจนบาดเจ็บแบบนี้ ในเมื่อเป็นแบบนี้ยังกล้าพูดอีกเหรอว่าทำเพื่อความถูกต้องนะ "

 

" ถ้าพล่ามเสร็จแล้วก็บอกผมด้วยละ พอดีต้องเก็บบนั้นกลับไปด้วยนะ "

 

" เก็บงั้นเหรอ...หมายถึงคัมภีร์103000เล่มที่อยู่ในหัวของอินเด็กซ์จังงั้นเหรอ "

 

" โอ้ววว....นายก็รู้เรื่องนั้นด้วยงั้นเหรอ....ใช่แล้วละนั้นคือสิ่งืที่พวกเราต้องการเพราะงั้นคงต้องขอตัวเธอคนนั้นกลับไปละน่า  "

 

" หน่อยแกจะมากเกินไปแล้วนะ!! " โทวมะได้กัดฟันและวิ่งออกไปจะต่อยชายคนนั้นแต่ว่่าก็ถูกหลบเพียงแค่เอี่ยวตัวเล็กน้อยเท่านั้น

 

" เสตล แม็กนุส จริงก็อยากจะใช้ชื่อนั้นหรอกนะแต่ว่าถ้าให้เรียกให้ถูกละก็ฟอร์ติส931 น่าจะถูกกว่านะ ในภาษาญี่ปุ่นคงจะหมายถึงผู้เข็มแข็งสินะ จะมาจากภาษอะไรก็ช่างเถอะก็เป็นอาคมละน่า..แม้แต่กรีดอย่างพวกนายอาจจะไม่เคยเห็นก็ได้ " เสตลได้แนะนำตัวก่อนจะโยนบุหรี่ทิ้งไปพร้อมเปลวไฟได้ปรากฎออกมาที่มือของเขา "  หายไปสะเถอะ!! "

 

เสตลได้เหวียงเปลวไฟพุ้งเข้าใส่ร่างของโทวมะและทางของเอย์จิและอังค์จนทั้งสองด้านของเข้าเต็มไปด้วยเศษเปลวไฟที่ตัวเองปล่อยออกไป

 

" น่าเสียดายที่ต้องมาจเอนคนอย่างผมแบบนี้นะ หื้ม... "

 

TAKA TORA BUTTA

 

TA TO  BA  TATO BA TATO BA 

 

" ดูเหมือนว่านายเองก็โชคร้ายที่มาเจอพวกเราเหมือนกันนั้นแหละไอ้เจ้าผู้ใชเวทมนต์ " อังค์ที่นั่งอยู่ระเบียบงพูดขึ้นทำให้เสตลหันไปเห็นโอสที่ยืนอยู่พร้อมเปลวไฟที่ดับหายไป

 

" ไม่ใช่แค่ทางนี้หรอกนะ " โอสได้ทักขึ้นทำให้เสตลนั้นหันไปทางด้านของโทวมะที่ใช้มือขวาสลายเปลวไฟเมื่อครู่ให้หายไปเช่นกัน


 


" หื้ม.....คิดไม่ถึงเลยจริงๆนึกว่าพวกนายจะเป็นแค่คนธรรมดานะ 1ใน5ธาตุที่เป็นมูลฐานที่ก่อตัวเป็นโลก เพลิงแห่งการเริ่มตจ้นที่ยิ่งใหญ่แสงที่ให้พลังกับทุกชีวิต แสงที่ค่อยลงทัณฑ์ความชั่วทุกอย่าง " เสตลที่เหมือนกำลังร่ายคาถาพร้อมกับเปลวไฟที่จุดทั่วบริเวณรอบตัวของเขาค่อยมารวมที่มือขวา " พร้อมเต็มไปด้วยพรอันอบอุ่นอยู่ในตัว เพื่อเป็นพลังที่จะทำลายความมืดมิดอันเย็นเยือก นามนั้นคือเพลิง รูปนั่นคือดาบ จงออกมา จงมาเป็นพลังที่จะทำลายศัตรูให้กับเรา!! "

 

สิ้นเสียงคำร่ายเปลวเพลิงที่ลุกท่วมและก่อตัวกลายเป็นยักษ์เพลิงด้วยความร้อนที่มันปล่อยออกมาทำให้ป้ายเลขห้องลูกบิดประตูเหล้กถึงขั้นละลาย


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ to aru majutsu no index Innocentius 


" เปลวไฟนี่มันอะไรกันนะ " โอสี่ทนความร้อนแทบไม่อยู่จนต้องเอามือขึ้นมาบัง

 

" ราชาแห่งการล่าแม่มด อินูเคนทิอุส ความหมายของมันก็ถือฆ่าล้างบางให้หมด "

 

ยักษ์เปลวไฟนั้นพุ้งพุ้งเข้าโจมตีใส่โอสแทบทันทีแต่โอสตอยโต้ด้วยกรงเล็บที่แขนทั้งสองฟันตัดร่างของมันจนเกิดรอยแต่ก็สมานกลับได้เหมือนเดิม

 

" บ้าน่า......อ้ากกก!! " โอสที่พอเห็นว่าการโจมตีตัวเองทำอะไรไม่ได้จึงถูกยักษ์เปลวไฟใช้มือขนาดใหญ่ตบจนร่างกระเด็นกลิ้งไปทางโทวมะพอดีก่อนที่มันจะเริ่มโจมตีอีกครั้ง

 

" เกะกะน่า!! " โทวมะได้ใช้มือขวาปัดสลายร่างของยักษ์เปลวไฟจนหายไปแต่ก็กลับมาก่อตัวด้านหลังของเขาและโอสแทบทันทีก่อนที่จะในมือจะสร้างกางเขนเปลวไฟฟาดเข้าใส่จนโอสหันมาใช้เมดัลจาริเบอร์ออกมากันเอาไว้



 

" บ้าน่า....พอมันมอดหายไปแล้วก็กลับมาติดแบบนี้ เนี่ยนะเหรอเวทมนต์นะ " อังค์ที่มองดูอยู้ก็ตกใจก่อนจะหันไปหาเสตล

 

" รูน....อักษรเวทมนต์24แบบ เป็นศาสตร์ลี้ลับของกลุ่มชนเจอร์มานิกส์ ตั้งแต่ศตวรรษที่2 เป็นรากศัพท์อังกฤษโบราณ ไม่ว่าจะโจมตีใส อินูเคนทิอุสยังไงก็ไม่ได้ผลนอกสะจากจะทำลายอักขระรูนที่ฝั่งอยู่ที่กำเเพงและเพดาน พื้น " จู่ๆอินเด็กซ์ตลอดหมดสติอยู่ก็ได้ลืมตาขึ้นมาพร้อมพูดบางอย่าง

 

" อะไรของยัยเด็กนี้นะ "

 

" เห้....นั่นอินเด็กซ์ใช่มั้ย "

 

" ค่ะ ฉันคือคัมภีร์เวทในสังกัด เนสเซซารีอูสที่เป็นสาขานิกายของ เชสออฟอิงค์แลน ชื่อเรียกที่ถูกต้องก็คือ อินเด็กซ์ ลิโบรัม โพรแฮบิโตรัม" อินเด็กซ์ที่กำลังพูดอยู่เสตลได้ใช้เท้าของตัวเองเหยียบเข้าที่หน้าของเธอจนหยุดพูด

 

" พวกนายไม่มีทาง....ทำลายอักขระได้หรอกที่ติดทั่วตึกนี้ได้หมดหรอก "

 

" หน่อย.... "

 

" จากเถาสู่เถา จากธุลีสู่ธุลีกางเขนสีชาด พิฆาตแวมไพร์!! " เสตลได้จุดเปลวไฟที่มือทั้งสองก่อนจะปัดออกไปเป็นกางเขนเปลวไฟก่อนจะโดนร่างของโทวมะนั่นอังค์ได้พุ้งเข้ามาและใช้มือขวารับเอาไว้

 

" โทษทีน่า....พอดีว่าทางนี้มีเยอะกว่านั้นแหละ " อังค์ได้พูดพร้อมยิ้มมุมปากก่อนจะปัดเปลวไฟนั่นทิ้งไปอย่างง่ายดาย

 

ด้านของโอสเองที่เอาเซลล์เมดัลทั้งสามเหรียบเข้าไปในเมดัลจาริเบอร์ก่อนจะหยิบโอสสแกนเนอร์ขึ้นมาสแกนเซลล์เทมดัลที่อยู่ข้างใน

 

TRIPLE SCANNING CHARGE

 

โอสได้เหวียงดาบในมือฟันใส่ร่างอินูเคนทิอุสจนร่างแยกออกเป็น2ส่วนแต่มันก็ฟื้นกลับมาในสภาพเดิม

 

" โทวมะคุงทางนี้พวกเราจะรับมือเอง เธอรีบไปจัดการกับอักขระรูนสะ "

 

" ไปสิไอ้เด็กบ้า....ถ้ายังอยากช่วยยัยเด็กนั่นละก็รีบไสหัวไปได้แล้ว " อังค์ได้หันไปตะโกนบอกกับโทวมะก่อนจะยิงเปลวไฟจากมือเข้าใส่เสตล

 

" รีบไปเร็วเข้า "

 

" หน่อย.... " โทวมะได้กัดฟันวิ่งฝ่า อินูเคนทิอุสออกไปก่อนที่มันจะไล่ตามไปโอสกระโดดพุ้งเข้าไฟใส่มัน

 

" ไม่ยอมหรอกน่า " สเตลที่กำลังจะตามแต่อังค์ได้วิ่งพุ้งเข้ามามข้มือขวาเข้าโจมตีใส่แต่เสตลได้ยกแขนปัดการโจมตีของอังค์เอาไว้ได้

 

" คู่ต่อสู้ของแกก็คือฉันไอ้หัวแดง "

 

" หน่อย....เจ้านี้!!! "

 

ด้านของโทวมะที่ได้วิ่งหลบออกมาลงบันไดลงมาจากชั้นที่กำลังต่อสู้ด้วยท่าทางที่หอบเหนื่อยอย่างหมดเรี่ยวหมดแรงแต่พักหายใจแล้วกวาดสายตาซึ่งชั้นเต็มไปด้วยกระดาษมากมายที่มีตัวอักษรประหลาดๆอยู่


 


" นี่นะเหรอตัวอักษรรูนที่ว่า....แต่แบบนี้มันออกจะเยอะเกินไปแล้ว " โทวมะที่มองดูเหล่ากระดาษที่แปะอยู่เต็มพื้น กำเเพงและเพดาน " ถ้ามีกระดาษพวกนี้ติดเต็มไปทั่วหอพักแบบนี้ละก็.....ต่อให้วิ่งไล่ดึงหมดไม่มีทางไหวแน่...จริงสิยังมีวิธีนึ่งนิน่า "

 

กลับมาทางด้านของโอสที่กำลังรับมือกับอินูเคนทิอุสอย่างยากลำบากไม่ว่าจะโจมตียังไงก็ไม่มีทีท่าจะสามารถทำอะไรมันได้ก่อนจะถูกมือของมันตะครุบร่างอัดลงกับพื้น

 

" เสร็จกัน.....อ้ากกก!!! " โอสที่ค่อยถูกเปลวไฟเผาไหม้ร่างทั่วทัง้ตัวได้แต่กรี้ดร้องและดิ้นอยู่แบบนั้น

 

" เอย์จิ.....หน่อยเจ้านี้ " อังค์ที่ได้หีนไปแต่เขาก็ต้องรับมือกับสเตลที่ปล่อยเปลวไฟเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง

 

" สุดยอดคอร์เมดัล....เหล่านั้นมีพลังที่แฝงไปด้วยเวทมนต์อยู่.....ถ้าหากว่าคุณสามารถปลดปล่อยพลังของมันออกมาได้จนขีดสุดมันจะมอบพลังอันมหาศาลให้กับโอสได้คะ " อินเด็กซ์ที่นอนอยู่ที่พื้นได้พูดออกมาซึ่งโอสที่อยู่ไม่ไกลก็พอจะได้ยินอยู่

 

" สุดยอดคอร์เมดัล.....เอาสิถ้าหากว่าสิ่งนี้จะมอบพลัง.....ที่จะสามารถยื่นมือช่วยเหลือได้ละก็ ขอร้องละมอบพลังให้กับฉันที่!!! "

 

" เอย์จิ!! " อังค์ได้หันไปก่อนที่ร่างของโอสจะส่องแสงขึ้นมาทำให้ทั้งอังค์และสเตบต่างต้องเอามือขึ้นบังแสงเอาไว้จู่ๆร่างของอินูเคนทิอุสได้กระเด็นลอยข้ามหัวสเตลลงไปนอนข้างหลัง

 

ทุกคนต่างหันไปมองร่างโอสที่ขานั้นเป็นขาตั้กแตนพร้อมกรงเล็บเสือทั้งสองข้างและปีกสีแดงที่หลังยืนอยู่





" นั้นมันอะไรกันนะ.....โอสไม่เคยมีร่างแบบนี้นิน่า "

 

" ฮ้าาาา.....ฮ้ะ!! " โอสได้ใช้ขาตั้กแตนทั้งสองดีดตัวออกไปเพรียงแปปเดียวถึงตัวของอินูเคนทิอุสอย่างรวดเร็วก่อนจะใช้กรงเล็บมือทั้งสองจวงเข้าที่ร่างของอินูเคนทิอุสจนทะลุหลังแล้วกระชากออกมา

 

อินูเคนทิอุสที่กลางร่างเป็นรูดหว่ขนาดใหญ่ได้คำรามออกมาก่อนจะกระโจนพุ้งเข้าโจมตีด้วยเปลวไฟเข้าใส่แต่โอสได้กระพือปีกสร้างแรงลมมาศาลปัดเปลวไฟที่พุ้งเข้ามาหายไปอย่างง่ายดาย

 

" สุดยอดเลย ทั้งพลังและความเร็ว รู้สึกถึงพลังเอ่อล้นออกมาเลย " โอสที่มองดูร่างกายของตัวเองที่จากมือปกติกลายเป็นมือกรงเล็บเสือไปแล้วกับมองที่จาที่เป็นตํ้กแตนเช่นกัน " หะ.....เห้ยๆๆๆ อะ...อังค์นี่หมายความว่าไงเนี่ย? ร่างกายฉันไงกลายเป็นสัตว์แบบนี้ "

 

" พลังของสุดยอดคอร์เมดัลงั้นเหรอ....ยัยเด็กนั้น " อังค์ที่ไม่เคยเห็นพลังของโอสในรูปแบบนี้ก็ไม่สามารถตอบอะไรได้เช่นกัน " จะยังไงก็ช่างเอย์จิ.....จัดการไอ้เจ้าไฟนั้นไปเลย "

 

" อะ...อ่า....ช่วยไม่ได้ละน่า "

 

" ต่อให้เป็นโอส....ก็ไม่มีทางจัดการกับอินูเคนทิอุสได้หรอก "

 

" ไม่ลองก็ไม่รู้หรอกน่า ย้ากกกก!! "  โอสได้ใช้กรงเล็บทั้งสองพุ้งเข้าโจมตีใส่พร้อมอินูเคนทิอุสใช้ไม้กางเขนเปลวไฟทั้งสองอันในมือเข้าโจมตี

 

ออร่าสีเหลืองปกคลุมกรงเล็บทั้งสองข้างของโอสเข้าฟันตัดไม้กางเขนไฟนั้นขาดสะบั้นพร้อมแขนอินูเคนทิอุสลงก่อนที่โอสจะสไลด์รอดใต้ระหว่างขาของอินูเคนทิอุสแล้วหันได้เปลี่ยนมือขวากับเป็นปกติแล้วหยิบโอสสแกนเนอร์ที่ไดรฟเวอร์1ครึ่ง

 

ออร่าสีเขียวได้ปกคลุมขาทั้งสองตั๊กแตนของโอสทั้งสองข้างพร้อมปีกสีแดงที่ปกคลุมด้วยออร่าสีแดงก่อนที่โอสจะใช้ขาตั๊กแตนทั้งสองยันกับกำเเพงด้านหลังและดีดตัวพุ้งออกมาก่อนจะม้วนหน้าทีนึ่งพร้อมวงแหวนสีเขียวสีเหลืองและสีแดงได้ปรากฎที่ฝ่าเท้าทั้งสอง




" Seya!!!


โอสได้ไรเดอร์คิกส์พุ้งใส่ร่างของอินูเคนทิอุสก่อนจะทะลุร่างของมันผ่านหน้าของอังค์และสเตลที่ต้องหลบให้จนโอสตั้งหลักกลางอากาศลงบืนบนพื้นตามปกติ " สะ....สำเร็จแล้ว " โอสที่หอบหายใจอย่างแรงก่อนที่แขนและขาจะลกับมาเป็นเหมือนเดิมพร้อมปีกที่หายก่อนจะล้มลงแล้วคืนร่าง

 

" เอย์จิ!! เห้ ตื่นสิเฟ้ยเอย์จิ " อังค์พยายามเขย่าร่างเอย์จิให้ตื่นก่อนที่อินูเคนทิอุสจะปรากฎร่างมาอีกครั้ง " เจ้านี้ "

 

อังค์ได้เห็นอินูเคนทิอุสก่อนที่มันจะพุ้งหายไปซึ่งเป้าหมายใหม่ของมันคือตามล่าโทวมะ

 

" บอกแล้วไงละว่า....พวกนายไม่มีทางทำอะไรอินูเคนทิอุสได้หรอก " สเตลที่พูดอย่างมั่นใจก่อนที่จู่ๆจะมีสัญญาณดังขึ้นพร้อมกับน้ำที่ปล่อยออกมาจากบนเพดานที่ตัวปล่อยน้ำเวลาเกิดไฟไหม้ 


" น้ำงั้นเหรอ.....จะบอกว่าจะใช้น้ำพวกนี้ดับอินูเคนทิอุสเหรอ.....นี่ฉันจะต้องมาเปียกด้วยเรื่องพรรค์นี้งั้นเหรอ "

 

สเตลได้บ่นออกมาก่อนจะได้ยินเสียงลิฟท์กำลังเปิดพร้อมร่างของโทวมะที่เดินออกมา

 

" นี่นาย..... " อังค์ที่มองไปที่โทวมะด้วยสีหน้าสงสัย

 

" เห้อ....เกือบไปแล้วมั้ยละ "

 

" อินูเคนทิอุสหายไปไหนแล้วละ.....กองไฟร้อน3พันองศาอย่างอินูเคนทิอุสจะดับด้วยน้ำแค่นี้ไม่มีทางหรอก "

 

" ดับไฟที่ไหนละ.....งี่เงาแกดันไปติดกระดาษไปแปะตามบ้านคนอื่นสะทั่วเลยนิ "

 

" ใช้น้ำจัดการกับกับอักขระรูนงั้นเหรอ "

 

จู่ๆได้มีเปลวไฟนึ่งกำลังพุ้งเข้ามาด้านหลังของโทวมะทำให้สเตลกลับมายิ้มอีกครั้งเมื่อเปลวไฟนั้นคืออินูเคนทิอุส

 

" หึ...ฮ่าห์ๆๆ ยอดเยี่ยมจริงๆแต่ประสบการณ์ยังไม่พอหรอกนะ กระดาษถ่ายเอกสารไม่เหมือนกับกระดาษทิชชูหรอกนะ เปียกน้ำแค่นี้ไม่เละจนขาดหรอก ฆ่ามันซะ"

 

อินูเคนทิอุสที่กำลังจะโจมตีใส่โทวมะแต่จู่ๆร่างของมันก็หายไปโดยที่โทวมะใช้มือขวาได้แตะเล็กน้อยทำให้สเตลตกใจอย่างมาก

 

" ไอ้เจ้าเปลวไฟนั้นหายไปแล้ว "

 

" บะ.....บ้าน่า อักชระรูนของผมยังไม่หายไปนิน่า ทำไมอินูเคนทิอุสถึง  "

 

" เจ้าโง่เอ๋ย....ถึงแม้กระดาษถ่ายเอกสารจะไม่ขาดแต่หมึกก็สลายหายไปอยู่ดีนั่นแหละ  "

 

" อินูเคนทิอุส....อินูเคนทิอุส!! " สเตลที่พอเห็นแบบนั้นก็พยายามเรียกหาอินูเคนทิอุสยกใหญ่

 

"เห้....เด็กนั้นไม่เลวเลยนิน่า " อังค์ที่พอเห็นผลลับก็ถึงเอ๋ยชมโทวมะออกมาทันทีก่อนที่โทวมะจะค่อยๆเดินเข้าไปหาสเตล

 

" จากเถาสู่เถา จากธุลีสู่ธุลี ดั่งแทนสีชาดพิฆาตแวมไพร์ม "

 

" ทั้งทีเจอกันวันแรกจะบอกให้ตามไปนรกนะ....แต่ก็เอาเถอะก็ไม่อยากจะตามไปถึงก้นนรกหรอก.....แต่เอาเป็นดึงเธอออกมาจากขุมนรกแทนแล้วกัน!!! " โทวมะได้ทะยานพุ้งเข้าไปพร้อมใช้หมัดขวาตะบันหน้าของสเตลเต็มแรงจนหงายหลังล้มลงไปนอนสลบคาพื้น

 

โทวมะที่หอบอย่างหนักพร้อมมองดูร่างสเตลที่ถูกตัวเองพึ่งตะบันหน้านอนหมดสติอยู่ที่พื้นก่อนจะหันไปมองอินเด็กซ์ที่นอนอยู่

 

" เน่ เจ้าหนูที่นี่ไม่ปลอดภัยแล้วคืนยังอยู่ที่นี่ต่อไปพวกของเจ้านั่นจะต้องกลับมาแน่ รีบพายัยเด็กนั่นออกจากที่นี่สะ " อังค์ได้หันไปพูดกับโทวมะก่อนจะไปแบกร่างของเอย์จิเดินออกไปก่อนที่โทวมะจะเดินตรงเข้าไปอุ้มร่างของอินเด็กซ์ตามอังค์ไป

 

ไม่กี่นาทีต่อมาเหล่าเจ้าหน้าที่ดับเพลิงพร้อมตำรวจต่างก็ปห่กันมาเช็คสถานที่เกิดเหตุโดยที่มีเทรุอิยืนอยู่โชทาโร่ที่พึ่งถึงจึงเดินเข้าไปสอบถามทันที

 

" เทรุอิ.....เกิดอะไรขึ้นที่นี่งั้นเหรอ "

 

" พอดีว่ามีได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้โดยที่เป็นปริศนาก็เลยมา....ตอนนี้รอให้เจ้าหน้าที่เข้าไปเช็คอยู่ ฝีมือผู้ใช้พลังจิตงั้นเหรอ แต่ที่สันนิฐานอาจจะเป็นผู้ใช้พำลังจิตสักคนนั้นแหละ "

 

" หรือว่าอาจจะเป็นฝีมือของยามี่ "

 

ใกล้ๆนั้นมิซากิที่มองดูหอพักในฝูงชนด้วยสีหน้าสงสัยก่อนที่คุโรโกะจะเดินเข้ามากอดแขนดื้อๆ


 


" แม้ๆคุณพี่ขามาทำอะไรแถวนี้เหรอคะ? "

 

" คุโรโกะ? "

 

" แม้ๆกำลังคิดอยู่เชียวว่าคนอย่างคุณพี่มาเรียนซ่อมเสริมแบบนี้ไม่ใช้ตัวของคุณพี่เลยสักนิด ที่จริงเป็นข้ออ้างเพื่อออกมาท่องราตรีสินะคะ "

 

" ท่องราตรีบ้าอะไรของเธอ.....อีกอย่างแล้วเธอ "  มิซากะที่ดึงแขนกลับก่อนจะถามกลับแต่พอเห็นปลอกแขนก็เงียบไป

 

" ฉันเองก็ออกมา เพราะถูกจัสเม็นท์เรียกตัวค่ะ ไปไฟม้นั่นท่าทางอาจจะเป็นฝีมือของผู้ใช้พลังจิตก็ได้นะ "

 

ทางด้านของเอย์จิที่พึ่งจะรู้สึกตัวพร้อมมองซ้ายมองขวาไปมาก่อนจะยันตัวลุกขึ้น

 

" ตื่นแล้วเหรอ.....เอย์จิ "

 

" อังค์...นี่ฉันทำไมถึง "

 

" ดูท่าคอร์เมดัลพวกนี้คงจะไม่ใช่คร์เมดัลธรรมดาสะแล้วสิ.... " อังค์ได้พูดไปพร้อมกับถือคอร์เมดัลเอาไว้ในมือ

 

" แล้วชายชุดดำนั้นละอินเด็กซ์กับโทวมะคุงด้วย " เอย์จิได้รีบหันมองหาก่อนจะเห็นโทวมะที่อยู่ใกล้จึงรีบลุกไปหาแต่ด้วยร่างกายที่ล้าจนเซไปมาจนต้องเกาะม้านั่งใกล้ๆ " โทวมะคุง "

 

" คุณเอย์จิได้สติแล้วเหรอครับ? "

 

" อ่า....แล้วอินเด็กซ์จังละ "

 

" ตอนนี้จัดการกับผ้าคลุมหัวนี้แล้ว....ต้องพาไปอินเด็กซ์ไปส่งโรงพยาบาล "

 

" คิดว่าทำแบบนั้นแล้วจะช่วยนยัยเด็กคนนั้นได้เหรอ ขืนทำแบบนั้นก็มีแต่จะบอกให้เจ้าหัวแดงนั้นรู้เท่านั้น "

 

" จริงด้วยสิ...แต่ไม่ว่ายังไงก็ต้องพาอินเด็กซ์จังไปรักษาอยู่ดี "

 

" โทวมะ....เอย์จิ ไม่เป็นอะไรรึเปล่าสีหน้าไม่ค่อยดีเลย "

 

" ยังมีหน้ามาเป็นห่วงคนอื่นอีกนะ เธอนั้นแหละต้องหาทางรักษาแผลก่อน "

 

" ไม่เป็นไรหรอก...แต่อย่างน้อยก็ต้องทำให้เลือดหยุดไหลสะก่อน "

 

" เน่...เธอนะในหัวของเธอมีตำราเวทมนต์ทั้ง103000เล่มไม่ใช่เหรอ....ไม่มีเวทรักษารึไง " อังค์ได้เดินตรงเข้าไปถามกับอินเด็กซ์

 

" ก็มีอยู่นะ.... "

 

" ถ้างั้นก็บอกวิธีกับฉันมาสิ " โทวมะได้ยินแบบนั้นก็ถามขึ้นมา

 

" แต่ว่าโทวมะใช้ไม่ได้หรอกถึงแม้จะบอกวิธีการก็เถอะ.....แต่ด้วยพลังมือขวาของนายก็จะลบล้างมันไปอยู่ดี "

 

" โธ่เอ๋ยอีกแล้วงั้นเหรอ....เจ้ามือขวาบ้าเนี่ย "

 

" ถ้าฉันละ....อินเด็กซื อังค์ก็อยู่ด้วยบางที "

 

" ร่างกายของเอย์จิตอนนี้น่าไม่ไหวหรอก....แถมเขาคนนั้นเองก็เป็นกรีดด้วย "

 

อังค์ที่ตกใจเมื่ออินเด็กซ์รู้ว่าตัวเขานั้นเป็นกรีดจนออกสีหน้าอย่างชัดเจน

 

" ที่จริงแล้วมันเกี่ยวกับพลังจิตนะ.....ผู้ที่มีพลังจิตนั้นจะไม่สามารถใช้เวทมนค์ได้ เวทมนต์ไม่ใช้พิธีกรรมที่คนที่มีความสามารถอย่างพวกนายจะใช้ได้ แต่ว่าถูกสร้างขึ้นให้กับผู้ที่ไม่มีพลังพิเศษเท่านั้นใช้ออกมาได้เหมือนกับพวกเธอ "

 

" ก็หมายความว่านักเรียนทุกคนที่อยู่ที่นี่ก็ไม่สามารถใช้เวทมนต์ได้นะสิ "

 

" อื้ม...ใช่แล้วละ "

 

" บ้าเอ๋ย....อะไรกันหนักน่า....ไม่เห็นเข้าใจเลยในเมืองนี่มีเต็มไปด้วยเหล่าผู้มีพลังจิตมากมายแต่กลับพึ่งไม่ได้เลยเนี่ยนะ "

 

" อย่างงี้นี้เอง...ฉันเข้าใจแล้ว "

 

" อังค์นายมีความคิดอะไรดีๆงั้นเหรอ? "

 

" ถ้าหากว่าผู้ใช้พลังจิตไม่สามารถใช้เวทมนต์ได้....งั้นก็ตามหาคนที่ไม่มีพลังวิเศษสะก็สิ้นเรื่อง "

 

" คนที่ไม่มีพลังวิเศษงั้นเหรอ.... "



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13 ความคิดเห็น