kamen rider ooo & Index

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 1 การพบกันของคู่หูอันยอดเยี่ยม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 599
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    16 มี.ค. 63

ณ ยามค่ำคืนของเมืองแห่งการศึกษา

 

พนักงานคนนึ่งที่พึ่งเลิกจากงานในบริษัทมาอย่างเหน็ดเหนื่อยและกำลังยืนรออยู่หน้าป้ายรถเมล์เพียงคนเดียวก่อนจะมีเหรียญบางอย่างตกลงมาทำให้เขานั้นหันไปมอง

 

" อะไรนะ? " พนักงานบริษัทคนนั้นได้เดินตรงไปก่อนจะหยิบเหรียญขึ้นมาดูเป็นคามาคิริเมดัล 



" เหรียญอะไรนะ? "

 

พนักงงานคนนั้นหยิบคอร์เมดัลขึ้นมาก่อนที่จู่ๆเมดัลนั้นได้ส่องแสงทำให้เขานั้นตกใจอย่างมาก

 

" เอ้ๆๆ....อะไรนะ? อัก...อ้ากกกก!!! " คามาคิริเมดัลได้พุ้งเข้าไปในร่างของพนักงานบิษัทคนนั้นจนพร้อมกับเซลล์เมดัลที่โผล่ขึ้นมาจากมาท่อระบายน้ำจนเปลี่ยนเขาให้กลายเป็นยามี่


 


" ฮ้าาาา "

 

Kougami Foundation

 

ภายในห้องประธานของKougami Foundation[ โคกามิ โคเซย์ ]ที่บนโต๊ะนั้นแทนที่จะต้องมีเอกสารแต่กลับมีแต่อุปกรณ์ทำเค้กเต็มไปหมดซึ่งตอนนี้ก็อยู่ในขั้นตอนในการตกแต่งพร้อมเพลงHappy Birth Dayดังไปทั่วห้อง

 

ก่อนที่ประตูห้องจะเปิดออกพร้อมกับเลขาหญิงที่ถือแท็ปเล็ตในมือเดินตรงเข้ามาคือ [ ซาโตนากะ เอริกะ ]

 

" ท่านประธานคะทางเราได้รับสัญญาณพลังงานแปลกปละหลาดขึ้นค่ะ "

 

" โห้ววว.....ในที่สุดก็กำเนิดอีกครั้งแล้วสินะ " โคกามิที่พอเดาออกทันทีก่อนที่จะตกแต่งหน้าเค้กว่าHappy Birth Day Super Core Medal " Happy Birth Day.....Super Core Medal  ซาโตนากะคุง!! "

 

" ค่ะ "

 

" สถานที่ทีสุดยอดคอร์เมดัลคือที่ไหน "

 

" เมืองแห่งการศึกษาคะ "

 

เวลาเดียวกันทางด้านของชายหนุ่มคนนึ่งที่อยู่หน้าทางเข้าของเมืองแห่งการศึกษาโดยที่เข้านั้นกำลังยืนรออยู่ที่ด่านตรวจซึ่งเจ้าหน้าที่ที่เฝ้าอยู่นั้นได้มองดูประวัติที่ได้รับมา

 

" คุณฮิโนะ เอย์จิสินะค่ะ "


" ใช่แล้วครับ "

 

" เอกสารเรียบร้อยดีค่ะ.....ขอให้สนุกกับเมืองแห่งการศึกษานะคะ "

 

" ขอบคุณครับ " เอย์จิรับเอกสารพร้อมพาร์ดสปอร์คคืนก่อนจะเดินผ่านประตูเข้าไปโดยที่เอย์จิได้นั่งรถบัสเข้าไปในเมืองก่อนที่รถนั้นจะจอดที่ป้ายนึ่งเอย์จิจึงลงจากรถพร้อมมองดูแผนที่ของเมืองแห่งการศึกษาด้วยสีหน้าที่งุนงง  " เป็นเมืองที่ไฮเทคจังเลย.....ต้องไปที่เขตที่3สินะ....ว่าแต่มันกว้างแบบนี้ทำจะหายังไงละเนี่ย "

 

เอย์จิที่พอมองแผนที่อย่างงุนงงโดยเดินไปอย่างไร้จุดหมายจนเวลาล่วงเลยมาจนดึก

 

" ให้ตายสิ....มืดแล้วเหรอเนี่ย " เอย์จิที่มองไปบรรยากาศรอบๆที่เริ่มมืดแล้วก่อนจะได้ยินเสียงฝีเท้าจำนวนมากกำลังวิ่งมา " เอ้...อะไรนะ? " เอย์จิที่หันไปตามเสียงก็ต้องตกใจเมื่อเห็นเด็กนักเรียนคนนึ่งที่กำลังวิ่งหนีกลุ่มอันธพาลจำนวนมากที่วิ่งตาม10คน

 

" อ้าา......คุณครับช่วยผมด้วย " เด็กหนุ่มคนนั้นได้วิ่งมาหลบหลังเอย์จิก่อนที่กลุ่มอันธพาลจะมายืนอยู่ตรงหน้าเอย์จิที่ไม่รู้เรื่องอะไร

 

" เอ้ะ....อ่าโทษนะครับใจเย็นก่อนค่อยพูดค่อยจากันก็ได้ "

 

"เห้ย....แกนะเป็นเพื่อนของเจ้านั้นเหรอ "

 

" อะ.....เอิ่มก็ประมาณนั้นละมั้งครับ แต่ว่าเรามาใช้สันติวิธีดีกว่านะ "

 

" สันติวิธีบ้าอะไรของแก!! "

 

" ซวยแล้วเผ่นดีกว่า ครับ " เด็กหนุ่มคนนั้นได้รีบดึงมือเอย์จิพาวิ่งทันที

 

ไม่กี่นาทีต่อมาทั้งสองก็ได้วิ่งหนีจนมาถึงสะพานโดยที่ทั้งสองนั้นนั่งหอบอยู่กลางสะพานอย่างหมดสภาพ

 

" แฮ่ก....แฮ่ก โอ้ย...หนีพ้นสะที " เอย์จิที่นั่งหอบหมดแรงก่อนจะบ่นออกมา

 

" คือว่าต้องขอโทษด้วยนะคับ ที่ทำให้ซวบไปด้วย"

 

" ไม่เป็นไรหรอก.....ถ้าหากว่ามือนี้สามารถช่วยใครได้ก็จะยื่นออกไปโดยไม่ลังเลยละน่า "

 

" งั้นเหรอครับ....อะ...ผมคามิโจม โทวมะครับ " โทวมะได้แนะนำก่อนจะลุกขึ้นและยื่นมือไปหาเอย์จิ

 

" ยินดีที่ได้รู้จักนะ โทวมะคุง "เอย์จิได้ยื่นมือไปก่อนจะถูกดึงให้ลุก " ว่าแต่...ทำไมถึงโดนพวกนั้นไล่ละ "

 

" เอิ่มคือว่า "

 

" ให้ตายสิ...จริงๆเลยทำอะไรของนายนะ " จู่ได้มีเสียงผู้หญิงดังขึ้นมาทำให้เโทวมะหันไปหาก่อนที่เอย์จิหันตามไปพบกับเด็กสาวในชุดนักเรียนยืนอยู่ " จะทำตัวเป็นคนเดียวช่วยนักเล่งไปทำไม เป็นคุณครูใจดีรึไง "

 

" เด็กงั้นเหรอ? "

 

" เธอเองงั้นเหรอ....นึกว่พวกนั้นไล่ตามมาสะอีก "

 

" มันรำคาญก็เลยจัดการกับพวกนั้นไปแล้วนะ " เด็กสาวคนนั้นที่พูดพร้อมสบัดผมแต่ในจังหวะนั้นก็ฒีกระแสไฟฟ้าแล่บออกมาที่เส้นผมเล็กน้อย

 

" หรือว่าเด็กคนนั้นจะเป็นผู้ใช้พลังจิตอย่างที่ว่านะ "

 

"  เห้อ....กะแล้วเชียว "

 

" ว่าแต่ผู้ชายคนนั้นเป็นใครนะ? นักท่องเที่ยวงั้นเหรอ หรือว่าผู้ใช้พลังจิต "

 

" อะ....เอ้ไม่ใช่นะคือว่า "

 

" ช่างเถอะ.....ว่าแต่รู้จักเรลกันรึเปล่า? " เด็กสาวคนนั้นจู่ๆได้ถามว่ารู้จักเรลกันมั้ยทำเอาทั้งสองคนนั้นที่ยืนอยู่งงตามกันไป

 

" เรลกัน? " ทั้งสองได้พูดอย่างพร้อมเพียงก่อนที่เด็กสาวคนนั้นจะหยิบเหรียญขึ้นมา

 

" เรลกัน มีอักชื่อนึ่งเรียกว่าปืนใหญ่ไฟฟ้า อาศัยแรงสนามแม่เหล็กและกระแสไฟฟ้าตามกฎจของเฟรมมิ้งค์ แล้วยิงกระสุนออกไป " เด็กสาวคนนั้นพูดจบก่อนที่จะดีดเหรียญในมือลอยขึ้นไปบนฟ้า " ผลที่ได้ก็จะออกมาประมาณนี้ละ "

 

สิ้นเสียงเหรียญที่ดีดขึ้นไปลอยตกลงมาเป็นจังหวะเดียวกบัที่กระแสไฟฟ้าได้ปล่อยออกมาจากมือยิงออกไปพร้อมกับเหรียญจนเป็นกระสุนสายฟ้ายิงผ่านหน้าของโทวมะไปก่อนจะเป็นรอยไหม้จากกระแสไฟฟ้าเป็นทางยาวไปทำเอาเอย์จิและโทวมะตกใจ

 

" โกหกน่า "

 

" นี่นะเหรอพลังของผู้ใช้พลังจิต "

 

" ถึงแม้จะเป็นเหรียญแต่ถ้าหากยิงในคสามเร็สเหนือเสียง3เท่าก็พอจะมีพลังทำลายละน่า "

 

" จะบอกว่าเธอจัดการพวกนั้นด้วยเจ้านี้นะ " เอย์จิที่ได้ยินแบบนั้นก่อนจะรีบหันไปถามกับเด็กสาวคนนั้น

 

" จะบ้าเหรอ...แค่จัดการกับเจ้าพวกเลเวล0นะไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นหรอกน่า "

 

" เห้อ.....ฉันรู้อยู่แล้วละว่าเธอคือ1ใน7ผู้ที่มีพลังสูงสุดเลเวล5ของเมืองนี้ "

 

" หรือว่าที่โทวมะคุงลากพวกนั้นมา.... "

 

" ตามนั้นแหละ.....แต่ว่านะช่วยหยุดทำตัวหาเรื่องและดูถูกคนอื่น "

 

" หึ่ย....ทำพูดเหมือนว่าตัวเองเก่งไงงั้นแหละ " เด็กสาวคนนั้นที่ถูกโทวมะพูดจาโอ้อวดใส่ทำเอาเธอนั้นโกรธเดือดด้านจนกระแสไฟฟ้าได้ปล่อยออกมาจากร่าง

 

" หะ....เห้ยๆๆ ดะ...เดียวสิค่อยพูดค่อยจาก็ได้นะ " เอย์จิที่เห็นท่าไม่ดีจึงหันไปพยายามห้ามก่อนที่เธอคนนั้นจะยิงกระแสไฟฟ้าเข้าใส่ " ล้อกันเล่นใช่มั้ยเนี่ย!!!! "

 

กระแสไฟฟ้านั้นได้พุ้งเข้ามาอย่างรวดเร็วแต่โทวมะนั้นได้พุ้งเข้ามารับเอาไว้ด้วยมือขวาแต่แทนที่แขนนั้นจะไหม้เป็นจุลแต่กลับสลายกระแสไฟฟ้านั้นหายไป

 

" ถ้าหากว่าเป็นเลเวล0แล้วทำไมถึงไม่เป็นอะไรเลยละ " เด็กสาวคนนั้นได้พูดออกมาขณะที่เอย์จินั้นหันไปมองก็เห็นว่าโทวมะนั้นไม่ได้เป็นอะไรแม้แต่น้อย

 

" จะว่าไงดีละ ซวยจริงเลย โชคร้ายอะไรขนาดนี้ เธอเนี่ยโชคร้ายจริงเลยนะ " โทวมะที่บ่นพึมพำจนดังขึ้นมาทำใหเอาเด็กสาวคนนั้นเองก็มีน้ำโหก่อนที่จะควบคุมกระแสไฟฟ้าให้ผ่าลงใส่ที่จุดของโทวมะและเอย์จิพอดี

 

แต่ก็ได้มีร่างนึ่งที่ปรากฎตัวออกมาก็คือดับเบิล้ในร่างไซโคลนโจ๊กเกอร์ได้สร้างกระแสลมพัดปัดกระแสไฟฟ้าให้กระจายออกด้านข้างทำเอาทั้งเมืองนั้นเกิดไฟดับขึ้นมา

 

" ดับเบิ้ล "

 

" เน่...มิซากะพอได้แล้วน่า....จะห้าวหาเรื่องไปทั่วแบบนี้ได้ยังไงนะ " ดับเบิ้ลได้หันไปตำหนิเด็กสาวที่ยืนตกใจก่อนจะกอดอกหันหน้าหนี " ให้ตายสิน่า "

 

" สมแล้วที่เป็น มิซากะ มิโคโตะละน่า "

 

" มันใช้เวลาไม่นะฟิลิป " ดับเบิ้ลได้บ่นกันเองในร่างก่อนจะคืนร่างโชทาโร่ได้หันไปหาเอย์จิกับโทวมะ " ไงเอย์จิ "

 

" คุณโชทาโร่ "

 

" เรื่องที่ยันนั้นทำให้นายต้องโดนลูกหลงขอโทษด้วยนะ...โดยเฉพาะนายนะน่า "  โชทาโร่ได้กล่าวขอโทษโดยเฉพาะกับโทวมะ " ส่วนเธอก็กลับไปที่หอพักได้แล้ว "

 

" ค่าๆๆ " มิซากะได้ตอบกลับอย่างว่าง่ายก่อนจะเดินจากไป

 

" นายเองก็กลับไปแล้วละ.....ถ้าหากว่าเจอยัยนั้นทำตัวไม่ดีละก็ติดต่อมาที่นี่ได้เลยนะ " โชทาโร่ได้เดินเข้าไปหาก่อนจะยื่นนามบัตรของเขาให้

 

" นักสืบเหรอครับ "

 

" ถ้ามีเรื่องสงสัยหรือตามหาอะไรก็...ติดต่อมาได้เลยนักสืบสำนักงานนารูมิยินดีรับใช้ "

 

" เข้าใจแล้วครับ....ไว้ผมจะติดต่อไปงั้นผมลาก่อนนะครับคุณเอย์จิ "

 

" อ่า....ไว้เจอกันใหม่นะโทวมะคุง " เอย์จิได้ตบบ่าโทวมะก่อนที่เจ้าตัวจะเดินจากไป " แล้วที่คุณเรียกมาเพราะมีอะไรเหรอ "

 

" เรื่องสำคัญมากเลยละ......เอาเป็นว่าไปที่สำนักงานก่อนดีกว่านะ "

 

ณ สำนักงานนารูมิ ชั่วคราว ในเมืองแห่งการศึกษา

 

" ไงโชทาโร่พาโอสมาได้แล้วงั้นเหรอ " ฟิลิปที่ยืนอ่านตำราเปล่าๆในมือก่อนจะหันไปทักโชทาโณ่ที่เดินเข้ามาพร้อมกับเอย์จิ

 

" อ่า.....แต่พบปัญหานิดหน่อยนะ "

 

" ปัญหาที่ว่านี้คงจะเกี่ยวกับที่ไฟฟ้าตกทั้งเหมืองแห่งการศึกษาใช่มั้ยละ " ฟิลิปที่พูดขึ้นทำเอาโชทาโร่ถึงกับหน้าเสียเล็กน้อย

 

" เรื่องนั้นนะช่างมันเถอะ.....เอาล่ะมาเข้าเรื่องกันดีกว่าเหตุผลที่เรียกนายก็เพราะเจ้านี้ " โชทาโร่ได้ปัดเข้าเรื่องทันทีก่อนจะหยิบรูปจำนวนนึ่งบนโต๊ะส่งให้กับเอย์จิ

 

" พวกนี้มันFoundation Xนิน่า " เอย์จิที่มองดูภาพที่ได้มาจากโชทาโร่และมองดูอย่างละเอียดก็เห็นเป็นนักวิทยาศาสตร์ของFoundation X

 

"  พวกFoundation X มีเป้าหมายคือการสร้างสุดยอดคอร์เมดัล "

 

" สุดยอดคอร์เมดัลงั้นเหรอ? " เอย์จิได้ยินแบบนั้นก็ได้หยิบทากะเมดัลที่แตกเป็น2ส่วนขึ้นมา " จะบอกว่าพวกFoundation X คิดจะฟื้นคืนชีพกรีดขึ้นมางั้นเหรอ? "

 

" คิดว่าไม่หรอก....ดูเหมือนพวกนั้นจะต้องการแค่สุดยอดคอร์เมดัล และใช้พลังของมันสร้างเป็นอาวุธชีวิภาพขึ้นมา "

 

" ว่าแต่ตอนนี้สุดยอดคอร์เมดัลหายไปไหนแล้วละ "

 

" กระจัดกระจายอยู่ในเมืองแห่งการศึกษาแห่งนี้ ที่พวกเราเจอก็มีอยู่แค่นี้ " โชทาโร่ได้ยื่นโทระเมดัลกับบัทตะเมดัลให้กับเอย์จิเจ้าตัวจึงรับมา



 


" ถ้าหากว่า.....คนที่เก็บเมดัลขึ้นมาละก็จะเกิดอะไรขึ้น "   

 

" ในหมู่นี่มีข่าวที่กำลังดังในเมืองแห่งการศึกษา ว่ามีผู้ถูกทำร้ายด้วยฝีมือที่ไม่ใช่มนุษย์แต่เป็นมนุษย์ตั้กแตน "

 

" มนุษย์ตั้กแตน.....ยามี่งั้นเหรอ? "

 

" ถ้าหากว่าผู้คนในเมืองแห่งนี้ที่เป็นผู้ใช้พลังจิตกลายเป็นยามี่แล้วออกอาละหวาดละก็......เมืองนี้ได้กลายเป็นนรกบนดินแน่ "

 

" เรื่องแบบนี้.....มันใครจะไปยอมรับกัน "

 

" พวกเราเองก็เหมือนกัน....เพราะงั้นพวกเราต้องร่วมมือกันตามหาสุดยอดคอร์เมดัลทั้งหมดให้ได้ "

 

" แต่ว่า Foundation X ทำไมถึงสามารถสร้างสุดยอดคอร์เมดัลขึ้นมาได้ละ "

 

" เวทมนต์ยังไงละ "

 

" เวทมนต์ "

 

" ดูเหมือนว่าFoundation Xจะใช้ร่างเด็กผู้หญิงคนนึ่ง.....ที่ในหัวมีเต็มไปด้วยตำรา103000 เล่มใช้พลังนั้นสร้างสุดยอดคอร์เมดัลขึ้นมา เด็กคนนั้นคือแม่ชีแห่งโบสถ์เซสซาเรียส ชื่อของเธอก็คือ อินเด็กซ์ ลิโบรัม โพรแฮบิโตรัม " ฟิลิปได้ยื่นรูปเด็กผู้หญิงที่ว่าให้เอย์จิได้ดู

 

" เด็กผู้หญิงคนนี้เหรอ? "

 

" แค่พวกเราอาจจะจัดการไม่ไหว....เพราะงั้นต้องฝากนายด้วยละ.....แล้วนี่ก็ที่อยู่ห้องเช่าทีเตรียมไว้ให้ฝากด้วยละ "

 

" อื้ม.....ไม่ว่ายังไงก็ไม่มีทางให้เหล่าผู้คนในเมืองนี้กลายเป็นกรีดหรอก "

 

" ยังไงก็พักที่นี่ก่อนดีกว่านะ.....ก็ทั้งเมืองตอนนี้ไฟตกหมดสะแล้วละที่นี้ยังพอมีไฟละน่า "

 

" งั้นขอรบกวนด้วยนะครับ "

 

ในเวลาเดียวกันยามค่ำคืนคามากิริยามี่ได้ปรากฎตัวออกมาก่อนจะมองเห็นเหยื่อกุ๋ยอันธพาลก่อนจะพุ้งเข้าโจมตีจนกุ๋ยอันธพาลคนนึ่งกระเด็นลงไปนอนกับพื้น

 

" เห้ย....แกมันตัวอะไรนะ!!! "

 

" ฮ้าา!!! " ยามี่คามากิริๆได้พุ้งเข้าทำร้ายกุ๋ยที่เหลือจนสะบักสะบอม

 

ไม่กี่นาที่ต่อมาเหล่าจัสเม็นท์และโชทาโร่ได้ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

 

" อีกแล้วงั้นเหรอ " โชทาโร่ที่มองดูเหล่ากุ๋ยที่ถูกแบกห่ามส่งโรงพยาลบาลไปก่อนจะเดินเข้าไปตรวจสอบโดยที่เหล่าเจ้าหน้าที่เองก็ได้ห้าม " ต้องรีบจัดการเจ้านั้นให้โดยเร็วแล้ว "

 

วันรุ่งขึ้นเอย์จิที่เดินทางไปยังห้องเช่าที่โชทาโร่บอกจนมาถึงหน้าแมนชั่นที่อยู่ปลายทางบนกระดาษที่ได้รับมา

 

" ที่นี่งั้นเหรอ? " เอย์จิที่มองดูแมนชั่นก่อนจะเดินเข้าไปข้างในและกดลิฟท์แต่ก็ไร้ปฏิกิริยาแม้แต่น้อยก่อนจะนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนก่อน " อะ....จริงด้วยสิเมื่อคืนฟ้าผ่าเพราะเด็ฏคนนั้นทั้งเมืองเลยไฟล้มนิน่า "

 

เอย์จิที่พอนึกออกก่อนจะเปลี่ยนจากลิฟท์เป็นเดินขึ้นบันไดแทนจนมาถึงชั้นที่มีห้องของเขาอยู่แล้วเดินมายืนหน้าห้องตามในกระดาษ

 

" ห้องนี้สิน่า " เอย์จิที่เห็นว่าเป็นเลขตรงกันก่อนจะหยิบกุญแจขึ้นมาเปิดประตูเข้าไป " อื้ม....เป็นห้องที่ดูอบอุ่นแหะ....แต่ในเวลาแบบนี้ โอ้ยย ร้อนตับแล่บเลย "

 

" เห้ยยย!!! "

 

" เสียงอะไรนะ? " เอย์จิที่พอได้ยินเสียงตะโกนมาจากระเบียงจึงรีบวิ่งออกไปหน้าระเบียงหันระเบียงข้างห้องทันทีสิ่งที่เขาเห็นคือเด็กสาวที่อยู่ในชุดแม่ชีสีขาวพร้อมกับโทวมะที่ในมือถือฟูกอยู่ตกลงพื้น



 "  เอ้ะ? โทวมะคุงไม่ใช่เหรอ?"

 

" อะ....คุณเอย์จิ ไม่คิดเลยว่าคุณจะอยู่ห้องข้างๆผมนะ"

 

" อะ...อ่าทางนี่เอวก็คิดไม่ถึงเหมือนแต่ก่อนอื่นช่วยเด็กคนนั้นก่อนเถอะ "

 

" หิวจัง.....หิวจังเลย " เด็กคนนั้นได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนล้าอย่างมาก

 

ไม่กี่นาทีต่อมาในห้องของโทวมะหลังจากที่เอย์จิได้เข้าไปช่วยเด็กสาวจากระเบียงมานั่งดีและกำลังมองเธอที่กำลังนั่งทานผัดผักที่เหลือในตู้เย็นในห้องของโทวมะอย่างเอร็ดอร่อยโดยมีเอย์จิกับโทวมะนั่งดูอยู่

 

" เอิ่ม.....ว่าแต่เธอเป็นใครมาจากไหนเหรอถึงมาอยู่ที่ระเบียงห้องฉันได้นะ "

 

" งึ้มม พอฉันตกลงมานะพอดีว่าจะกระโดดข้ามจากดาดฟ้าตึกนี้ไปอีกตึกนะแต่พอดีหิวจนไม่มีแรงเลยเป็นอย่างที่เห็นนะ "

 

" เอ้ะ.....กระโดดข้ามตึก " ทั้งสองที่ได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับพูดออกมาอย่างพร้อมเพียงด้วยสีหน้าตกใจ

 

" เดียวสินี่มันตึก8ชั้นเลยนะ "

 

" ช่วยไม่ได้นิน่า....ฉันยังไม่ได้แนะนำตัวเองเลยฉันชื่ออินเด็กซ์ " เด็กสาวได้แนะนำตัวให้โทวมะได้รับรู้แต่ว่าทาง

โทวมะได้ยินชื่อแบบนั้นก็ทำสีหน้าดูไม่เชื่อยกเว้นเอย์จิที่พอได้ยินชื่อก็ถึงกับสีหน้าตกใจอย่างมากก่อนที่เสียงของฟิลิปจะดังขึ้นมาในหัว

 

( ชื่อของเธอก็คือ อินเด็กซ์ ลิโบรัม โพรแฮบิโตรัม  )

 

" เอ้....ฟังยังไงมันก็ชื่อปลอมไม่ใช่เหรอ ชื่ออินเด็กซ์ สารบัญหนังสือเหรอ? "

 

" เอิ่ม...ก็หมายถึงหนังสือสารบัญต้องห้ามนั่นแหละคะ และชื่ออาคมก็คือเดดีคาทัส545 หรือก็คือลูกแกะผู้เสียสละผู้ปกป้องความรู้ของผู้แข็งแกร่งนะค่ะ "

 

" อินเด็กซ์.....แล้วโดนใครไล่ตามมาเหรอ?"

 

" ก็ไม่รู้เหมือนกันแต่ว่าอาจจะหมายตาตำราเวทย์103000เล่มที่ฉันมีอยู่ "

 

" คัมภีร์เวทเหรอ? "

 

" อื้ม...คัมภีร์ของเอบัล ลีเมเกตัน คัมภีร์แห่งความตาย หรืออะไรจำพวกนั้นแหละ "

 

" ไม่เห็นเข้าใจเลย ไม่เห็นไอ้คัมภีร์ที่ว่านั้นเลยเห็นมีแต่ตัวเปล่าๆ "

 

" ฉันมีอยู่จริงๆนะ.....ทั้งหมด103000เล่มเลย "

 

" เอ้....หรือว่าจะถือครองกุญแจห้องสมุดคัมภีร์อะไรแบบนั้นเหรอ? หรือว่าคนธรรมดาแบบฉันเลยมองไม่เห็นนะ"

 

" เปล่าหรอก....มันอยู่ในหัวของฉันต่างหากละ "

 

" เอ้? แบบนั้นใครจะไปเชื่อกันละ "

 

" แต่ฉันเชื่อนะ "

 

" เอ้....คุณเอย์จิเชื่อเรื่องแบบนี้ได้ไงกันละครับ "

 

" เดินทางไปรอบโลกไปเห็นอะไรมาเยอะ.....จนได้ยินเรื่องแปลกมามากมายจนชินแล้ว....ว่าแต่คนที่ไล่ตามอินเด็กซ์จังมาเป็นใครเหรอ? "

 

" องค์กรเวทมนต์นะ "

 

" เวทมนต์ " ทั้งสองได้พูดออกมาพร้อมเพรียงอีกครั้งทำเอาอินเด็กซ์มองตาแป๋ว

 

" เอ้....ญี่ปุ่นไม่ได้เรียกแบบนั้นหรอกเหรอ? หรือว่าจะเรียกว่าMagic "

 

" เดียวสิๆ นั้เป็นลัทธิใหม่จากไหนกันนะ"

 

" อ่าาา ฟังยังไงก็ไม่เชื่ออยู่ดีถ้าผู้ใช้พลังจิตละก็ยังพอเชื่ออยู่ เพราะในเมืองนี้มีเต็มไปหมดแต่เวทมนต์นี่ "

 

" อะไรกันนะ เชื่อเรื่องพลังจิตแต่กลับไม่เชื่อเรื่องเวทมนค์เนี่ยนะ "

 

" งั้นเวทมนต์มันเป็นยังไง...ช่วยแสดงให้ดูหน่อยสิ "

 

" ตัวฉันไม่มีพลังเวทมต์เลยใช้ไม่ได้นะ "

 

" เห็นมั้ยละ พิสูจน์ไม่ได้แบบนี้จะเชื่อได้ไงละ "

 

" มีอยู่จริงๆนะ...เวทมนต์มีอยู่จริง!! " อินเด็กซ์ได้เถียงขาดใจจนมีน้ำตาซึม

 

" อะ....เอาน่าๆทั้งสองคนใจเย็นกันก่อนแล้วกันนะๆ " เอย์จิได้รีบเข้าห้ามปล่ามทั้งสองเอาไว้ก่อนที่จะยอมใจเย็นลง

 

" ความจริงฉันเองก็มีพลังประหลาดติดตัวมาตั้งแต่เด็กเหมือนกัน มือขวาเนี่ยถ้าสัมผัสกับสิ่งเหนือธรรมชาติอย่างกระแสไฟฟ้า หรือเรลกันก็สลายหายไปหมดแม้กระทั่งปฏิหาริย์ของพระเจ้าก็ด้วย " โทวมะที่อธิบายเรื่องมือขวาให้ฟังแต่อินเด็กซ์กลับทำสีหน้าที่ดูไม่เชื่อขึ้นมแทบทันที " ทำหน้าแบบนั้นยังกับว่าดูฉันโชว์ปาหีเลยไม่ใช่รึไง "

 

" หิหิ....ก็แม้คนที่ไม่เชื่อในพระเจ้าแต่กล้าพูดว่าสลายได้แม้กระทั่งปาฏิหาริย์ของพระเจ้าเนี่ย "

 

" หาาา......หน่อยเจ็บใจจริงๆโดนสาวน้อยเสทมนต์เก๊ๆอย่างเธอมาพูโแบบนี้แล้วของขึ้นเลยเฟ้ย!! "

 

" เอาน่าๆทั้งสองคนใจเย็นก่อนสิ.....จริงๆแล้วเคยเห็นโทวมะคุงใช้มือขวานั้นสลายเรลกันมาจริงๆ

 

" เห็นมั้ยละ "

 

" แต่ว่าไอ้ที่บอกว่าสลายแม้กระทั่งปาฏิหาริย์ของพระเจ้าเนี่ยมันดูเว่อร์ๆไปหน่อยนะ "

 

" อึ๋ย....ถ้างั้นละก็เธอก็ใช้เวทมนต์อะไรสักอย่างสะสิแล้วเดียวทางฉันจะใช้มือขวาสลายมันให้ดู "

 

" ฟังดูไม่เลว เลยนิ...นี่ไงละชุดนนี้นะมีเขตอาคมที่เรียกได้ว่าเป็นโบสถ์เคลื่อนที่เลยน่า เป็นเนื้อผ้าที่ทำมาจากห่อพระศพโตลีโน่ว์เลยนะรับรองความถึกทนจนแม้แต่มีดแทงก็ไร้รอยขีดข่วนเลย "

 

" เอ้...ชุดเนี่ยนะ ฟังดูแล้วไม่เข้าใจเลยแต่ว่าถ้าหากว่าชุดนั้นมีพลังเหนือธรรมชาติจริงถ้าฉันใช่มือขวานี้ก็จะทำให้ขาดเป็นชิ้นๆละสินะ "

 

" หึหึ...ถ้าหากว่าพลังที่นายว่าเป็นของจริงละก็น่า "

 

" หน่อยยย....มาดูถูกกันแบบนี้ก็ต้องเจอกันซึ่งๆหน้าหน่อยแล้ว!! " โทวมะที่เดือดจนสุดก่อนจะลุกขึ้นเดินไปใช้มือขวาแตะที่บ่าของอินเด็กซ์แต่ว่าพอแตะไปก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นแม้แต่น้อย " อ้าาวววทำไมกันละ "

 

" หึ....ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย ฮือหือ " อินเด็กซ์ที่ยืนท้าวแขนอย่างภูมิใจก่อนที่เพียงเสียววินาทีเสื้อผ้าของอินเด็กซ์ขาดเป็นชิ้นๆ



จริงๆทำเอาโทวมะและเอย์จิที่เห็นถึงกับอึ่งจนอินเด็กซ์มองสีหน้าของทั้งสองอย่างสงสัย

 

" หื้ม...เป็นอะไรกันเหรอ? "

 

" อะ...อ่าก็แบบว่า " เอย์จิที่ไปไม่เป็นก่อนจะหันหน้าหนียกเว้นโทวมะ

 

" มะ...มันก็แบบว่า "

 

" หื้ม.....อ้ายย!!! " อินเด็กซืที่ก้มมองดูสภาพตัวเองที่เปลือยเปล่าจนร้องกรี้ดดังลั่นออกมา

 

ไม่กี่นาทีต่อมาโทวมะที่นั่งอยู่ในสภาพที่ตามเต็มไปด้วยรอยกัดจากอินเด็กซ์อยู่

 

" โอ้ย...เจ็บๆอะไรกันเนี่ยเป็นหมารึไงเนี่ย แล้วไงคุณเอย์จิถึงไม่โดนละ "

 

" ฮ่าห์ๆๆ นั้นสิน่าฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน " เอย์จิขำแห้งก่อนจะหันไปมองอินเด็กซืที่กำลังซ่อมชุดของเธอโดยมีผ้าคลุมตัวเธอเอาไว้

 

" ขอโทษทีน่าฉันไม่ได้ตั้งใจสะหน่อย " โทวมะได้หันไปขอโทษก่อนที่นาฬิกาจะพุ้งเข้าหัวจนล้มลง " อ้าากกก โอ้ยเจ็บๆๆ "

 

" ทั้งๆที่เมื่อกี้ทำไปขนาดนั้นแต่กลับพูดได้หน้าตาเฉยเนี่ยนะ "

 

" น่าๆอินเด็กซ์จังใจเย็นก่อนน่าโทวมะคุงเองก็ไม่ได้ตั้งใจหรอก "

 

" หึ.... "

 

" ไม่ผิดแน่เด็กคนนี้.....มีความเกี่ยวข้องกับการสร้างสุดยอดคอร์เมดัลแน่ "

 

" เสร็จแล้ว.... " อินเด็กซ์ได้ถอดผ้าคลุมออกพร้อมสวมชุดของเธอแต่ตกแต่งด้วยเข็มกลัดสีทองอันใหญ่ตรงกลางอกและที่ไหล่ทั้งสอง

 

" อื้ม....เข็มกลัดนั้นมันอะไรนะ? Iron maden เหรอ "

 

" ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่าสาวพรมจรรย์เหล็กต่างหาก.....แต่เห้อ "

 

" ฮ่าห์ๆๆแบบนั้นก็ "

 

" อ่าห์!! ลืมไปเลยต้องไปเรียนซ่อมเสริมแล้วนิน่า " โทวมะที่พึ่งจะรู้สึกตัวก่อนจะลุกขึ้นเปิดมือถือขึ้นมา " เดียวผมต้องไปโรงเรียนทั้งสองคนจะเอาไงเหรอ? "

 

" เดียวฉันจะออกไปทำธุระนะแล้วอินเด็กซ์จังละเอาไงต่อ "

 

" ไม่เป็นไรหรอก...เดียวฉันจะไปแล้วละฉันไม่อยากจะใชห้ที่นี่โดนลูกหลงหรอก ไปก่อนนะ" อินเด็กซ์ได้ลงจากเตียงก่อนจะเดินไปหน้าประตู

 

" ดะ....เดียวก่อนสิ " โทวมะที่กำลังจะวิ่งตามแต่ไปสะดุดพรมแต่โทวมะพยุงตัวเอาไว้่แต่ก็เผลอเหยียบมือถือของตัวเองจนเละ " โธ่เอ๋ย ซวยอะไรแบบนี้ "

 

" เอิ่ม...เสียใจด้วยนะ ว่าแต่เธอมีที่ทีจะซ่อนตัวแล้วเหรอ "

 

" ก็ชุดนี้ถูกเคลือบไปด้วยเวทมนต์ต้องตกเป็นเป้าสายตาและถูกเจอง่ายๆแน่....ขอแค่ไปให้ถึงโบสถ์ก็อาจจะพอหาที่ซ่อนได้ "

 

" ตะ...แต่ว่าถึงจะพูดแบบนั้นจะให้ปล่อยเธอไปเฉยๆแบบนั้นมัน "

 

" ใช่แล้วละ....ฉันเองก็อยากจะช่วยเหลือเธอเหมือนกันนะ "

 

" ถ้างั้น....จะตามฉันไปจนถึงขุมนรกมั้ยละ " พออินเด็กซ์ได้พูดออกมาทำเอาเอย์จิและโทวมะพูดอะไรไม่ออกก่อนเธอนั้นจะออกจาห้องไปโทวมะจึงรีบตามออกไป

 

" ถ้าหากมีปัญหาอะไรมาหาพวกเราที่นี่ได้เสมอนะ " 

 

" อื้ม....ไว้พอหิวแล้วจะแวะมาใหม่นะ "

 

" โทวมะคุงเองก็เป็นคนดีเหมือนกันนิน่า "

 

" ไม่หรอก....ผมมันก็แต่คนโชคร้ายที่สึดในโลกเท่านั้นแหละ....จริงด้วยลืมไปซะสนิทเลยว่าต้องไปโรงเรียนงั้นผมไปก่อนนะครับ " โทวมะที่รู้สึกตัวก่อนจะรีบเข้าไปในห้องเอาของออกมาและวิ่งออกไป

 

" อ่า...โชคดีน่า " เอย์จิที่โบกมือลาก่อนจะหยิบทากะคอร์เมดัลขึ้นมา " ถ้าหากว่าตามอินเด็กซ์ไปอาจจะรู้เรื่องอะไรมากขึ้นก็ได้ "

 

เอย์จิได้ออกมาจากหอพักและพยายามเดินตามหาอินเด็กซ์ก็ไม่มีทีท่าจะเจอแม้แต่น้อยจนเวลาล่วงเลยไปนาน

จน

 

" เห้อ....หาเท่าไรก็ไม่เจอเลยสักนิดเมืองนี่มันจะใหญ่เกินไปจริงๆแล้วนะ " เอย์จิได้บ่นออกมาก่อนจะได้ยินเสด้ยินเสียงกรี้ดร้องดังขึ้นมาจึงรีบวิ่งตามเสียงก็พบกับคามากิริยามี่กำลังเข้าทำร้ายอันธพาลอยู่

 

"  อ้ากกก!! "

 

" ยะ...อย่านๆๆ...อัก "

 

อันธพาลคนนึ่งได้ถูกยามี่จับเหวียงร่างอัดกับกำเเพงก่อนที่อีกคนก็ถูกชกจนล้มลงไปกองก่อนที่จะลงมือฆ่าคนนึ่งที่กลัวจนฉี่รดกาเกงเอย์จิได้วิ่งพุ้งเข้ามาล็อคตัวยามี่เอาไว้ก่อน

 

" รีบหนีไปเร็วเข้า.....อัก!! " เอย์จิได้บอกอันธพาลคนนั้นก่อนจถูกยามี่จับทุ่มลงกับพื้นเต็มแรงยามี่ที่กำลังจะเดินอันธพาลคนเมื่อกี้ไปแต่เอย์จิได้จับขาของยามี่เอาไว้แน่น " ไม่ว่ายังไง....ก็ไม่ยอมให้ไปทำร้ายคนมากกว่นี้แล้ว  "

 

เอย์จิถูกยามี่กระชากขึ้นมาแล้วแทงเข่าอัดที่ท้องซ้ำไปซ้ำมาก่อนจะถูกชกจนจนกระเด็นลงไปนอนกับพื้นจนโทระเมดัลกับบัทตะหล่นลงพื้นแต่เอย์จิก็ยังคงยันตัวลุกขึ้นอีกครั้ง

 

" ไม่ว่าจะต้องเจ็บตัวมากแค่ไหน....ก็จะหยุดนายให้ได้ "

 

เอย์จิที่กำลังจะถูกยามี่โจมตีก็ได้มีแสงสีแดงสว่างขึ้นมาจากในกระเป๋ากางเกงและพุ้งออกมาเป็นทากะเมดัล2ส่วนพร้อมแสงสีแดงนึ่งได้พุ้งเข้ามาโจมตีใส่ร่างของยามี่จนร่างกระเด็นลงไปนอนกับพื้น

 

" อะไรนะ " เอย์จิที่มองดูแสงสีแดงตรงหน้าก่อนที่ทากะเมดัล2ส่วนจะรวมเข้ากับแสงนั้นและปรากฎเป็นร่างของชายที่มีมือปีศาจนกสีแดงข้างขวา



" อังค์ นั้นนายเหรอ "

 

" สภาพดูไม่ได้เลยนะ เอย์จิ " อังค์ได้หันมาพร้อมชี้หน้าใส่ก่อนจะหันไปถีบเข้าใส่ยามี่ที่กระโจนเข้ามาจนล้มลงไปกองกับขยะ " ไว้ค่อยทักทายกันที่หลังดีกว่าตอนนี้จัดการยามี่สะ " อังค์ได้เดินไปหยิบโทระเมดัลกับบัทตะเมดัลมาไว้ในมือ

 

" นั้นสินะ...ลุยกันเถอะอังค์ " เอย์จิได้หยิบโอสไดรฟเวอร์ขึ้นมาสวมพร้อมยิ้มออกมานึกถึงบรรยากาศเก่าเช่นเดียวกับอังค์

 

" เอย์จิ " อังค์ที่ยิ้มออกมาก่อนจะโยนคอร์เมดัลทั้งสามเหรียญส่งให้กับเอย์จิที่รับมาอย่างสวยก่อนจะใส่ลงไปในโอสไดรฟเวอร์ที่ละเหรียบจนครบสามเหรียญและดันที่ตัวไดรฟเวอร์เอียงลงเล็กน้อยและเอาสเเกนเนอร์ไสลด์ทีเมดัลบนไดรฟเวอร์สามเหรียญ

 

" เเปลงร่าง "

 

TAKA TORA BUTTA

 

TA TO  BA  TATO BA TATO BA 


 

 


" ฮ่าาา.....ฮะ " เอย์จิได้แปลงร่างเป็นโอสได้วิ่งพุ้งเข้าไปพร้อใช้กรงเล็บที่แขนทั้งสองกระหน้ำเข้าฟันใส่ร่างของยามี่ไม่หยั่งก่อนที่ฝั่งยามี่จะกระโดดข้ามหัวโอสเพื่อจะโจมตีใส่จากด้านหลังแต่อังค์ก็ยิงกระสุนไฟเข้าใส่จนร่างร่วงลงมาที่พื้น

 

" ระวังหน่อยสิ เอย์จิ "

 

" แต้งกิ้ว อังค์ " โอสได้หันไปกล่าวขอบคุณก่อนจะใช้พลังของบัทตะกระโดพุ้งเข้าไปเตะเข้าที่กลางอกของยามี่2-3ทีจนร่างกระเด็น " ไงละเจ้าตั๊กแตน " โอสที่ชาร์จพลังทั้งหมดไว้ที่กรงเล็บที่แขนทั้งสองก่อนจะพุ้งเข้าไปฟันใส่กลางอกของยามี่เต็มๆแล้วหมุนตัวเตะซัดเข้าใส่จนกระเด็นลงไปนอนกองกับพื้น

 

" ปิดฉากได้แล้วเอย์จิ!! "

 

" โอ้วววว...... " โอสได้ตอบกลับก่อนจะหยิบแสกนเนอร์ขึ้มนาไสลด์ที่ไดรฟเวอร์อีกนึ่งครั้ง

 

SCANNING CHARGE

 

โอสได้ดีดตัวพุ้งขึ้นบนฟ้าจนเลยตึกก่อนจะพุ้งลงมาไรเดอร์คิกซ์ใส่ร่างยามี่จนระเบิดคาที่จนเหล่าเซลล์เมดัลจะกระจายไปทั่วแต่ที่สะดุดตาของโอสที่สุดคือคามากิริเมดัลที่อยู่ในกองเซลล์เมดัลเช่นกัน

 

" คอร์เมดัลอยู่ในตัวยามี่ด้วย " โอสได้เดินไปเก็บมาก่อนจะคืนร่างเอย์จิได้หันไปหาอังค์ที่พึ่งเก็บกวาดเซลล์เมดัลที่ตกเกลือนเสร็จ " วันนี้คือวันที่มีนายอยู่สินะ "

 

" ห๊าาา พูดบ้าอะไรของนายกันเจ้าทึม.....อย่าลืมไอติมส่วนของวันนี้ให้ฉันด้วยละ "

 

" เห้ยๆ.....มาถึงก็อยากกินไอติมเลยงั้นเหรอ? ให้ตายสิ " เอย์จิได้บ่นออกมาก่อนจะเดินตรงเข้าไปหาแต่อังค์ได้ยื่นมือมาหาจนทำเอาเอย์จิเงยมองหน้าอังค์ที่ยิ้มอยู่

 

" ไม่เจอกันนานเลยนะ เอย์จิ "

 

" อ่า.... " เอย์จิได้จับมือกับอังค์ทันที

 

เวลาตกค่ำเอย์จก็ได้พาอังค์กลับมาหลังจากที่ซื้อไอติมให้กินพอทั้งสองออกมาจากลิฟท์แล้วกำลังเดินไปที่ห้องก็ได้หันไปเห็นโทวมะที่กำลังเขย่าร่างนึ่งที่นอนอยู่

 

" เห้...อินเด็กซ์เป็นอะไรมั้ยนี่ "

 

"  เจ้านั้นเป็นใครนะ? " อังค์ได้เอ๋ยถามเอย์จิที่ที่อยู่ข้างๆก่อนจะเห็นว่าเอย์จินั้นวิ่งเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว " เห้ย เอย์จิ!! "

 

" โทวมะคุง เกิดอะไรขึ้นนะ " เอย์จิที่วิ่งมาถึงก็ต้องตกใจกับภาพตรงหน้าที่อินเด็กซ์มีเลือดไหลออกมาจากหลังจนกองพื้น

 

" ไม่รู้เหมือนกัพอกลับมาก็เห็นอินเด็กซ์อยู่ในสภาพแบบนี้ ใครเป็นคนทำ"

 

" เป็นฝีมือแกสินะ....ปรากฎตัวออกมาได้แล้ว " อังค์ที่จับสัมผัสบางอย่างได้พูดออกมาทำให้โทวมะและเอย์จิหันตามไปก็พบกับชายสวมชุดสีดำพร้อมผมสีแดงกำลังคาบบุหรี่อยู่ในปาก


 


" สมแล้วที่เป็น1ในกรีด จริงๆ...อ่าเป็นฝีมือของพวกผมเอง...เพราะผมคือผู้ใช้เวทมนต์ยังไงละ "

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13 ความคิดเห็น

  1. #8 Kuro0013 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 09:53
    -สเตรท-ไม่รอดแน่//มาต่อเร็วๆๆๆนะครับ
    #8
    0
  2. #7 Skywork0 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 06:10

    R.I.P. หัวแดง555+

    #7
    0