phom^^
ดู Blog ทั้งหมด

A thing about 29 %

เขียนโดย phom^^
10 อันดับเมฆแปลกตาที่หาดูได้ยาก (มาก)
เมฆเกิดจากไอน้ำขึ้นไปก่อตัว แต่ใครจะรู้ว่ามันมีชื่อของมันด้วย แม้ว่าส่วนใหญ่เราจะเห็นแต่เมฆขาวๆ กับเมฆฝน แต่บนโลกนี้แม้แต่เมฆเองก็ยังมีปรากฏการณ์ประหลาดให้เห็นกันด้วย



อันดับ 10 Altocumulus Castelanus
เมฆกลุ่มนี้จะเป็นพุ่มๆ เหมือนแมงกะพรุน เกิดจากลมที่ชื้นๆ จากกระแสน้ำอุ่นกัลฟ์สตรีมมาเจอกับอากาศแห้งๆ


อันดับ 9 Nacreous
เมฆนี้เรียกได้ว่าเป็นไข่มุกแห่งเมฆาเลยทีเดียว เพราะสีนวลตาและหลากสีทำให้เพลินตาดี ซึ่งจะพบได้ที่แถบใกล้ๆ ขั้วโลกเช่นสแกนดิเนเวียตอนช่วงหน้าหนาว เวลาเย็นๆ ที่แสงอาทิตย์ส่องผ่านเป็นเวลา 2 ชั่วโมงเท่านั้นที่เราจะเห็นแบบนี้


อันดับ 8 Mammatus Clouds
เมฆลักษณะแบบเป็นกระเปาะยื่นลงมา คนทั่วไปมักจะนึกว่าเดี๋ยวจะมีพายุเข้ามารึเปล่าหว่า จริงๆ แล้ว เมฆนี้ไม่ใช่สัญญาณเตือนอันตรายแต่อย่างใด แต่มักเกิดขึ้นหลังจากที่พายุทอร์นาโดพ้นผ่านไปแล้วต่างหากล่ะ


อันดับ 7 Mushroom Clouds
เมฆแบบนี้คงไม่ใช่อะไรที่จะดีเท่าไหร่ เพราะมันเกิดจากการระเบิดอย่างแรง ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเชื่อมโยงกับระเบิดนิวเคลียร์


อันดับ 6 Noctilucent Clouds
เมฆตามชื่อเกิดขึ้นในช่วงกลางคืนแต่เรืองแสง ซึ่งเกิดที่บริเวณแถวๆ ใกล้ๆ ขั้วโลกโดยแสงอาทิตย์จากอีกฟากส่องมาปะทะกับเมฆ จึงเห็นเหมือนกับเรืองแสงได้


อันดับ 5 Cirrus Kelvin-Helmholtz
เมฆม้วนเป็นเกลียว โอกาสเกิดขึ้นยากมากและเกิดขึ้นเป็นเวลา 2-3 นาที แล้วจากนั้นก็เละ เรียกว่า เป็นความบังเอิ๊ญบังเอิญจริงๆ


อันดับ 4 Lenticular Clouds
เกิดจากหลายองค์ประกอบ ทั้งลมและความชื้น ทำให้รวมกลุ่มกลายเป็นเลนส์ได้ (แต่บางครั้งก็เหมือน UFO นะ หรือว่า.....!???)


อันดับ 3 Roll Clouds
เมฆฝนถึงขั้นที่จะเกิดพายุ แต่เป็นเมฆก้อนใหญ่บวกกับความดันอากาศ ความร้อนและเย็น ทำให้เกิดการเคลื่อนที่ของเมฆเป็นการม้วน เลยดูเหมือนคลื่นขนาดใหญ่


อันดับ 2 Shelf Clouds
ลักษณะคล้ายๆ กับอันดับ 3 แต่อันนี้ไม่ได้เป็นการม้วน แต่เป็นชั้นๆ เหมือนที่กำบัง (บ้างก็ว่าเหมือนลิ้นชัก) และจะมาเป็นแนวตั้ง นอกจากนี้มันยังคล้อยตัวต่ำจนน่ากลัว และเขาบอกว่าถ้าเข้าไปอยู่ในนั้นนี่อย่างกับในหนังเลยครับ พยาุกระหน่ำรวมทั้งอุณหภูมิที่ร้อนมากๆ และการหมุนของพายุที่น่าสะพรึงกลัว


อันดับ 1 Stratocumulus Clouds
เมฆแบบนี้เกิดขึ้นได้ยาก ลักษณะมันก็เหมือนกับเอาดินน้ำมันมานวดๆๆๆๆๆๆ เลยออกมาเป็นเส้นยาวๆ และเผอิญว่าเส้นยาวๆ จะแบ่งเป็นช่วงๆ ซะด้วย ทฤษฎีว่าด้วยเรื่องของการเกาะกลุ่ม

.

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น