รักปักใจ (สนพ.แสนรัก)

ตอนที่ 1 : องศาของหัวใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,928
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 55 ครั้ง
    22 มี.ค. 62




 คงดีกว่า... ถ้าเราไม่รู้จักกัน


บทนำ

 

“เพชรไม่เรียนต่อก็ได้ค่ะแม่ เพชรจะช่วยแม่ทำงาน เพชรจะหาเงินให้แม่เองนะ อย่าให้เพชรอยู่ที่นี่เลยนะคะ”

แสงเพชร โรจนศักดิ์หรือเพชร อ้อนวอนขอผู้เป็นแม่ครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างน่าสงสาร หากแต่เพียรขอร้องเท่าไรมารดาของเธอก็ยังยืนยันคำเดิม

“เพชร... เชื่อแม่สักครั้งเถิดนะ อยู่ที่นี่... ทำตัวดีๆ เชื่อฟังคุณลุงเขา แล้วหนูจะได้สุขสบาย แม่พาหนูไปกับแม่ไม่ได้จริงๆ”

แสงเพชรฟังมารดาพร่ำบอกซ้ำๆ ราวกับนั่นคือการสะกดจิตตัวเองให้เชื่อ ให้ตัวท่านสบายใจว่าได้ทำในสิ่งที่ดีที่สุด เพียงแต่ดีของท่านคือคิดถึงเพียงแต่อนาคตของตัวเองเท่านั้น ไม่สนใจเลยว่าชีวิตเธอต่อแต่นี้จะต้องพบเจอกับอะไร


เมื่อสองสัปดาห์ก่อน แสงเพชรเพิ่งดีใจและภาคภูมิใจในตนเองที่สามารถสอบเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยได้ตามที่ตั้งใจไว้ เธอวาดฝันจะมีชีวิตอันสุกสกาวสดใส มีเพื่อน มีโลกใหม่ และมีอนาคตที่ดี ไม่นึกว่าเพียงแค่ไม่กี่วัน ทุกอย่างที่ฝันไว้จะดับไปด้วยน้ำมือของผู้เป็นแม่ นอกจากแม่จะไม่อนุญาตให้เธอเรียนต่อแล้วท่านยังพาเธอมาเร่ขายราวกับเธอเป็นเพียงวัตถุชิ้นหนึ่ง ทำเหมือนเธอไม่มีชีวิตจิตใจ

“ทำไมเพชรไปกับแม่ไม่ได้ล่ะคะ หรือเพราะว่าเพชรเป็นส่วนเกินของแม่ไปแล้ว”

เสียงหวานถามขึ้นอย่างสั่นเครือ และเมื่อแม่ของเธอเม้มริมฝีปากนิ่งแต่ไม่ตอบ แสงเพชรก็ร่ำไห้อย่างเจ็บปวด เพียงบิดาตายไปไม่นาน มารดาของเธอก็พบคนรักใหม่ คนรักชาวต่างชาติรูปร่างหน้าตาดีที่ทำให้แม่ผู้เรียบร้อยของเตลิดเพริศไป ท่านหลงใหลมัวเมาเชื่อคำเยินยอของเขา จนขายหมดทั้งรถและบ้านเพื่อนำเงินไปร่วมลงทุน ซึ่งนอกจากจะไม่ได้กำไรกลับคืนมาแล้ว แม่ของเธอยังกลายเป็นคนมีหนี้สินล้นตัวและถูกเจ้าหนี้ตามคุกคาม ก่อนจะพาเธอออกจากบ้านและเตลิดมาถึงที่นี่


แสงเพชรเงยหน้าเมื่อมารดาลูบศีรษะเธอเบาๆ อย่างที่ท่านเคยกล่อมเธอนอนเมื่อครั้งยังเด็ก แววตาของท่านฝ้าฟางไปด้วยน้ำตาจนแสงเพชรมองไม่ออกว่ามีความรักอยู่ในนั้นบ้างไหม แสงเพชรเองก็ร้องไห้ด้วยความรู้สึกร้าวลึกในเนื้อหัวใจ สำนึกว่ามือนี้คือมือที่อุ้มชูเลี้ยงดูเธอมา

“น้องเพชรคือดวงใจของแม่ ขอให้จำไว้ แม่รักเพชรนะลูก”

คำบอกสั่นเครือ กับเสียงสะอื้นไห้ของมารดา ไม่เข้ามาถึงใจของแสงเพชร เธอก้มหน้านิ่งยอมรับชะตากรรมที่บุพการีเป็นผู้เลือกให้ กลั้นเสียงสะอื้นอึงอลไว้ในอกของตนเอง

 

บ้านที่มารดาพาเธอมาขายเป็นบ้านของพ่อเลี้ยงนภดล แสงเพชรทราบจากแม่เพียงว่าเขาเป็นที่นับหน้าถือตาของคนในแถบนี้และมีฐานะดีมาก ฟังจากที่แม่ของเธอเล่า แสงเพชรเข้าใจว่าแม่ขายเธอมาเป็นคนรับใช้ ไม่นึกว่าแม่จะขายเธอมาเป็นนางบำเรอให้กับชายแก่คราวพ่อ

แสงเพชรกวาดตามองห้องนอนสีชมพูที่มีกลิ่นอายอบอวลชวนคลื่นเหียนตรงหน้า เตียงใหญ่ขนาดคิงไซส์คล้ายเขียงเชือดชำแหละศักดิ์ศรีความภาคภูมิใจ วันนี้เป็นวันที่สามที่เธอถูกขังไว้ในห้องโดยมีคนส่งข้าวส่งน้ำมาให้ แสงเพชรขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าขอให้คนที่แม่พาเธอมาขายเปลี่ยนใจ ขอให้เขามีความกรุณา

นอกจากจะขาดความกรุณาปรานีแล้ว พ่อเลี้ยงนภดลยังเป็นตาแก่วิตถาร แสงเพชรถูกผู้หญิงสองคนทั้งขู่ทั้งปลอบให้เธออาบน้ำและจับแต่งตัวใหม่ด้วยชุดนอนที่ใกล้เคียงกับคำว่าเศษผ้า แสงเพชรตั้งปฏิญาณกับตนเองว่าจะสู้แค่ตาย ไม่ยอมถูกขืนใจเด็ดขาด


แล้วเธอก็ได้สู้สมใจ เพราะพ่อเลี้ยงนภดลหาใช่ต้องการเสพสมเท่านั้น แต่เขาชื่นชอบการทำร้ายร่างกายคู่นอนก่อนเสพสังวาส เขาหัวเราะกึกก้องเมื่อแสงเพชรหนีลนลานไปตามมุมต่างๆ เสื้อบริเวณไหล่ของเธอถูกกระชากจนฉีกขาด เสียงแส้ฝ่าอากาศมากระทบเนื้อดังขึ้นซ้ำๆ  ความเจ็บร้าวระบมจนแทบขาดใจนั้น ผลักให้แสงเพชรฮึดสู้

“ขี้ขลาด ฉันรู้ว่าแกชอบถูกทำร้ายมากกว่า ปล่อยฉันสิ ฉันสัญญา ฉันจะทำให้แกมีความสุข

แสงเพชรเชิดหน้าขึ้นต่อรอง ดวงตาวาววับของเธอทำให้พ่อเลี้ยงนภดลหัวเราะร่าด้วยความพึงพอใจ มือหยาบกร้านลูบไล้ร่างบางอย่างหื่นกระหาย ก่อนจะแก้เชือกที่มัดมือเธอไว้ออก


“ได้... ฉันจะให้แกสู้ จงสู้ให้ถึงที่สุด อย่าออมมือ สู้แค่ตาย จำเอาไว้”

เสียงบอกนั้นเหี้ยมจนแสงเพชรกลัวจับขั้วหัวใจ แต่เมื่อตระหนักว่าหากไม่สู้ เธอก็คงไม่พ้นถูกทรมานจนตาย แสงเพชรก็โผเข้าใส่ไม่ยั้ง แต่ถึงจะสู้สุดแรงแค่ไหนก็เป็นแค่แรงผู้หญิงเท่านั้น แล้วก่อนที่สติจะดับไปเพราะถูกทุบตีด้วยของแข็งบางอย่าง แสงเพชรจำได้ว่าเธอตะเกียกตะกายไปหาวัตถุวาววามสะท้อนแสงไฟแล้วกำมันไว้จนแน่น ภาพสุดท้ายที่เห็นคือเธอเงื้อมือขึ้นสุดแขนเพื่อป้องกันตัว

 

“คุณนาถพาเด็กไปที ทางนี้ผมจัดการเอง”

ร่างสูงก้มมอง เด็กอย่างอึดอัดใจ ถ้าเด็กจริงคงไม่เท่าไร แต่จากร่างกายที่เห็น ฟ้องชัดว่า ไม่เด็ก

“ผมลงไปจัดการกับไอ้พวกนั้นเองจะเหมาะกว่า ลุงนั่นแหละ เอาเด็กไป” เสียงห้าวพูดออกมาอย่างหงุดหงิดนิดๆ อย่างหาเหตุผลไม่ได้ว่าเพราะอะไร

“ผมแก่แล้วนะคุณ” ลุงจันค้านและไม่รอฟังอะไรอีก เขารู้... นายก็บ่นไปอย่างนั้นเอง “เจอกันที่เดิมครับ” สิ้นคำบอกนั้น ชายวัยห้าสิบต้นก็ผลุบหายไป ศิวนาถรออีกอึดใจก็ได้ยินเสียงผิวปาก แปลได้ว่าทางสะดวก


ศิวนาถตวัดตามองร่างเกือบเปลือยที่ผิวแตกยับแล้วก็พ่นลมหายใจออกห้วนสั้น ขยับจัดท่าทางแล้วก็ช้อนอุ้มร่างอ่อนปวกเปียกไว้ในอ้อมแขนเตรียมพาลงบันไดตามลุงจันไป

“ฮือ... พ่อขา”

เสียงหวานที่ครางขึ้นมานั้นทำให้ร่างแกร่งชะงักงัน ถึงจะทางสะดวกเพราะลูกน้องของพ่อเลี้ยงนภดลเกินครึ่งแห่กันพานายไปโรงพยาบาล แต่ก็ใช่ว่าจะปลอดภัยเสียทีเดียว

“ชู่ว”

ส่งเสียงปรามแล้วศิวนาถก็กระชับอ้อมแขนมากขึ้นเพราะห่วงว่าร่างบางที่อุ้มอยู่จะดิ้นจนร่วงลงไป ไม่ทันนึกว่าแรงรัดนั้นจะทำให้คนเจ็บร้อง โอยเสียงดัง จนเวรยามที่ยืนอยู่หน้าตึกหันมองหาต้นเสียง


“อย่าร้อง”

เสียงห้าวกระซิบบอกชิดใบหู แต่นอกจาก เด็กจะไม่ให้ความร่วมมือแล้ว เจ้าหล่อนยังส่งเสียงร้องคล้ายตกใจ ในภาวะจวนตัวที่ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้านั้นเอง ริมฝีปากหยักก้มลงทาบทับริมฝีปากบางไว้ ปิดจนแนบสนิทเพื่อป้องกันเสียงเล็ดลอด

“อย่าเข้าใจผิด ฉันแค่มือไม่ว่าง”

เสียงห้าวกระซิบบอกชิดใบหูบางทั้งที่รู้ว่าไม่จำเป็นเพราะเจ้าของริมฝีปากสีหวานสลบไปเสียแล้ว เสียงถอนหายใจอย่างหงุดหงิดดังขึ้นอีกครั้ง จากนั้นศิวนาถก็อุ้มร่างบางเร้นกายออกจากเซฟเฮ้าส์ของพ่อเลี้ยงนภดล ตั้งใจว่าทันทีที่ส่งเด็กคนนี้กลับบ้านแล้ว เขาจะเลิกยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้สักพัก


>>>> สวัสดีอีกครั้งนะคะ รักปักใจ ตีพิมพ์กับ สนพ.แสนรัก ในเครือไลต์ออฟเลิฟ จาจะรีอัพ ไปเรื่อยๆ ถึงประมาณ 60% ของหนังสือนะคะ
        ปล. เรื่องรักปักใจ เป็นเรื่องเดียวกับเรื่ององศาที่แตกต่างนะคะ เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนปก แต่เนื้อหาส่วนใหญ่ยังเหมือนเดิมค่ะ ฝากติดตามเฮียนาถทาสเมียกันด้วยจ้า




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 55 ครั้ง

135 ความคิดเห็น

  1. #12 Shadow (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 20:57

    แวะมาให้กำลังใจค่า ^^

    #12
    1
  2. #1 inslpp (@inslpp) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 02:38
    รอค่าาา
    #1
    0