ร้อยรักดลใจ (ตีพิมพ์กับ สนพ. Sugar beat)

ตอนที่ 6 : สมดุลของสมองและหัวใจ 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,453
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    2 พ.ค. 63

 

 

 

 

“จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อครบหนึ่งเดือนแล้ว”บุริศร์ถามเสียงเรียบ และแทบจะกลั้นหายใจรอฟังคำตอบจากปลายสาย ซึ่งเธอเองก็เงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนจะมีเสียงหัวเราะเบาๆ 

“ฉันไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะตอบได้หรอกค่ะ ฉันยกให้เป็นสิทธิ์ของคุณแล้วตั้งแต่ต้น ที่จะตัดสินว่าฉันมีวาสนาแค่ไหน” คำตอบของเธอทำให้บุริศร์มองโทรศัพท์โทรศัพท์หมายจะให้เห็นไปถึงหน้าคนพูด

    “ถ้าผมขอให้คุณเป็นเพื่อนล่ะ คุณจะเป็นเพื่อน เป็นน้องสาวของผมได้ไหม เราจะรู้จักกันได้ไหม” บุริศร์รู้ดีว่าตัวเองหวังมากไป เขาไม่ต้องการคบกับเธอฉันคนรัก แต่อยากรักษามิตรภาพแสนดีนี้ไว้ อยากให้เธอเป็นเพื่อนของเขา

    “ฉันโทร. โทร. มาเพื่อขอเป็นคนรักค่ะ ต้องการคำตอบว่า ได้ หรือ ไม่ เท่านั้น ซึ่งถ้าคำตอบของคุณคือ ‘ไม่’ ฉันก็จะไม่โทรโทร. มารบกวนอีก”

    

 

    คำบอกแน่วแน่นั้นทำให้บุริศร์นิ่งงัน แต่เมื่อนำประสบการณ์แสนงอนของเธอมาใคร่ครวญ บุริศร์ก็เชื่อว่า คนอารมณ์ดี มีเหตุผลอย่างหญิงสาวจะเข้าใจและทำใจได้ในเวลาไม่นาน ถึงตอนนั้นเขากับเธอคงจะคบหากันได้อย่างสนิทใจ 

    “อีกสองวันค่ะ อีกสองวันก็จะครบกำหนดแล้ว” เสียงตอบนั้นแปร่งปร่า แต่บุริศร์ก็ไม่ทันได้ใส่ใจ 

    “จะไม่บอกชื่อของคุณให้ผมรู้จักสักนิดหรือ บางทีข้อมูลที่ได้อาจทำให้ผมตัดสินใจง่ายขึ้น” พูดไปแล้วบุริศร์ก็เงยหน้าสบตากับมารดา นึกขอบคุณที่ท่านทำเฉย ไม่ล้อเลียนเขาอย่างเคย ไม่อย่างนั้นเขาคงวางหน้าไม่ถูก

หญิงสาวปริศนาเงียบไปนานจนบุริศร์ต้องทวงถาม “ว่าไงครับ”

“อย่าดีกว่าค่ะ ถ้าคำตอบของคุณคือ ‘ใช่’ ไม่ว่าข้อมูลจะเพียงพอหรือไม่ คุณก็จะเลือกฉัน แต่ถ้าคำตอบคือ ‘ไม่’ ไม่ว่าฉันเป็นใคร คุณก็คงไม่รักอยู่ดี” 

 

 

 

คำตอบเด็ดเดี่ยวของเธอทำให้บุริศร์รู้สึกคันยิบๆ ในใจอย่างประหลาด นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาถามเธอ แต่เขาถามทุกวัน ตะล่อมบ้าง ขู่บ้าง แต่เธอก็หลีกเลี่ยงได้ทุกครั้ง “พรุ่งนี้ฉันคงโทรโทร. หาคุณไม่ได้เพราะฉันมีธุระ เอาไว้คุยกันวันมะรืนเลยนะคะ” เสียงบอกของเธอสั่น บุริศร์จับสังเกตได้ แต่ไม่ทันทักท้วงอะไรเธอก็กล่าวล่ำร่ำลาแล้ววางสายไป

ในความรู้สึกอันอึมครึม บุริศร์ได้ยินเสียงมารดาบอกมาว่า 

“รักก็ยอมรับมาแล้วบอกเขาไป ไม่รักก็ตัดสินใจแล้วปล่อยเธอไป” 

สิ้นคำพูดของมารดา บุริศร์ก็เงยหน้ามององค์พระบนหิ้งบูชานิ่งนานแล้วถามตนเองว่า 

‘เป้าหมายในชีวิตของเราคืออะไร’

 

 

 

สองวันต่อมา เวลาสามทุ่มตรง บุริศร์ตัดสินใจโทรโทร. หาเธอผู้นั้นก่อน และทันทีที่เธอรับสาย เขาก็บอกสิ่งที่เขาใคร่ครวญไว้อย่างชัดเจน

“ผมคิดทบทวนดูแล้วว่าชีวิตนี้ผมต้องการอะไร ซึ่งคำตอบที่ได้ไม่มีคุณอยู่ในนั้น” 

บุริศร์รู้ตัวเหมือนกันว่าเป็นคนใจร้าย แต่ไม่นึกว่าจะเป็นคนจำพวก ‘ใจหาย’ ได้ง่ายๆ เมื่ออีกฝ่ายเงียบไปนาน ไม่มีแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ เป็นความเงียบที่ทำให้เขาสัมผัสถึงความเศร้าอันลึกซึ้ง

“ฉันเข้าใจแล้วค่ะ” 

ไม่มีคำอธิบายต่อว่าเธอเข้าใจอย่างไร ไม่มีคำโอดครวญขอความเห็นใจ หรือการวิงวอนต่อรองใดๆ ทั้งสิ้น และเมื่อเธอไม่ถาม ไม่ตัดพ้อ บุริศร์ก็เลือกเก็บงำคำขอร้องให้เธอรับเขาเป็นเพื่อนเอาไว้

 

 

“ขอบคุณนะคะ ที่สละเวลาอันมีค่าของคุณมาสร้างความทรงจำดีๆ ให้ฉันตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ซึ่งฉันคงขอรบกวนเวลาของคุณแต่เพียงเท่านี้ สวัสดีค่ะ”

ไม่ทันให้บุริศร์ได้เอ่ยลาตอบ สัญญาณโทรศัพท์โทรศัพท์ก็ตัดสายไป แต่ถึงอย่างนั้นบุริศร์ยังมีความหวังว่า อีกไม่นานเธอคงโทรโทร. มาหาเขาใหม่ และเริ่มต้นรู้จักกันฉันมิตร

หากแต่... วันผ่านเดือน เดือนจนล่วงเป็นปีก็ไม่เคยมีสัญญาณเรียกเข้าจากเธอสักครั้ง เงียบหายราวกับไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เงียบจนเหมือนเวลาหนึ่งเดือนนั้นคือฝันไป

 

 

Talk

ไม่ผิดโผจ้า แม่สาวมั่นหน้าโทรหาผู้ชายก่อนก็คือเปรียวศรีนี่เอง และนางก็อกหักไปตามระเบียบ ซึ่งนอกจากจะเจ็บแล้วมีอาการเข็ดร่วมด้วย T_T

ยังจ้า ยังไม่จบจ้า อย่าเพิ่งเตรียมแห่พี่ริศร์เข้าโบสถ์แล้วหาพระเอกให้เปรียวศรีใหม่ บทหน้าจะเข้าสู่ปัจจุบันแล้ว มาดูกันว่า อะไรหรือใคร ทำให้เปรียวศรีคิดสู้อีกครั้ง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

125 ความคิดเห็น