ร้อยรักดลใจ (ตีพิมพ์กับ สนพ. Sugar beat)

ตอนที่ 3 : สมดุลของสมองและหัวใจ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,671
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    30 เม.ย. 63

 

1

ความรักเป็นเรื่องของหัวใจที่ต้องให้สมองบงการ

 

 

 

สี่ปีก่อน

บุริศร์ เกษมราช เริ่มต้นชีวิตการทำงานในตำแหน่งซุปเปอร์ซูเปอร์ไวเซอร์และเพียงสองปีหลังจากนั้นก็ได้ปรับตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายผลิตก่อนจะได้ปรับและย้ายตำแหน่งไปเป็นผู้จัดการฝ่ายวางแผนการผลิตในอีกสามปีถัดมา ถ้าเป็นคนอื่นที่กราฟความก้าวหน้าในอาชีพการทำงานพุ่งสูงรวดเร็วอย่างนี้ พวกเขาคงทั้งภาคภูมิใจและทระนงในตนเอง แต่สำหรับบุริศร์เรื่องเหล่านี้เล็กน้อยเหลือเกินในชีวิตบุริศร์เขา เล็กน้อยมากๆ เมื่อเทียบกับความสำเร็จอันยั่งยืนที่เขากำลังเตรียมการอยู่

ผู้ชายอายุยี่สิบแปดปีคนอื่นอาจวางแผนการใช้ชีวิตว่าจะเสเพลอีกสักสี่ห้าปีก่อนจะเฟ้นหาผู้หญิงดีๆ มาเป็นศรีภรรยา มีลูกสักสองคนและแอบมีกิ๊กอีกสักสามสี่ หรือห้าคน บ้างก็วางแผนขีดกรอบไว้เลยว่าชีวิตนี้ต้องโสดเสมอ เที่ยวท่องย่ำราตรีทุกคืน เอดส์ ซิฟิลิส กามโรคหรือโรคภัยร้ายแรงจากการดื่มถือเป็นกิ๊ฟวอชเวาเชอร์จากพระเจ้า หรือร้ายที่สุดก็คือผู้ชายจำพวกที่ไม่ได้วางแผนอะไรในชีวิตสักอย่าง แต่กลับถูกจับแต่งงานอย่างเร่งด่วนในข้อหามีลูกมีเมียโดยประมาทแต่บุริศร์เป็นผู้ชายที่มีเป้าหมายชีวิตต่างออกไป เขาตั้งมั่นอย่างแน่วแน่ว่าจะปฏิบัติธรรมเพื่อค้นพบความสุขอันแท้จริง

 

 

ครั้งหนึ่งบุริศร์เคยเปรยกับมารดาว่า “แม่ครับ ถ้าริศร์จะบวช แม่อยู่คนเดียวได้ไหม”

คุณบงกชมารดาของบุริศร์รับรู้มาตลอดว่าลูกชายมีความสนใจใคร่รู้ในหลักธรรมและต้องการอุทิศตนเพื่อศาสนา หากแต่ความเห็นแก่ตัวของคนเป็นแม่ก็ทำให้ท่านอดไม่ได้ที่จะรั้งไว้ “ถ้าริศร์จะให้แม่อยู่ แม่ก็อยู่ได้ แต่มีริศร์อยู่ด้วยกันอย่างนี้น่าจะดีกว่า”

คำตอบของมารดาทำให้บุริศร์รู้ตนว่าเขาไม่สามารถอาจบวชได้ เพราะความ‘ห่วง’ ในใจจะดึงให้จิตไม่สงบ แต่กระนั้นก็ยังไม่วายเกลี้ยกล่อม “ผมออกบวชนะแม่ ไม่ได้หนีหายไปไหน เรายังติดต่อกันได้เหมือนเดิม”

“ไม่เหมือนหรอกริศร์ อย่างน้อย...ถ้าริศร์บวชแล้ว แม่ก็ไม่สามารถกอดริศร์ได้อีก” เสียงสั่นเครือของมารดาทำให้บุริศร์ยกเลิกบทสนทนาที่เหลือทั้งหมด แต่ความตั้งใจดีที่มีไม่มอดลงง่ายๆ

 

 

บุริศร์ไม่ใช่คนธรรมะธัมธัมมะธัมโมมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย เพิ่งมาเริ่มสนใจใฝ่รู้เมื่อครั้งบวชเป็นภิกษุ ตอนนั้นบุริศร์มีโอกาสบวชในวัดที่มีชื่อด้านวิปัสสนากรรมฐานและพระอาจารย์ที่ดูแลเขาก็เป็นพระที่เข้มงวดในวินัยของสงฆ์ ทำให้บุริศร์มีโอกาสศึกษาพระธรรมอย่างถ่องแท้ ระยะเวลาสามเดือนที่ได้อยู่ในเพศสมณะ บุริศร์ไม่รู้สึกรุ่มร้อนกระวนกระวายดังเช่นเพื่อนคนอื่น ในทางตรงกันข้ามบุริศร์รู้สึกถึงความสงบ ความร่มรื่นสุขกายสบายใจและชื่นชมในกิจวัตรอันเรียบง่ายแต่เปี่ยมไปด้วยปัญญาของสงฆ์ ซึ่งหากไม่ติดว่ามารดาของเขาไม่มีญาติสนิทที่ไหนอีกนอกจากตัวเขาเอง บุริศร์คงตัดสินใจบวชไม่สึกไปตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว

คนใกล้ชิดสนิทสนมกับเขาจะรู้ดีว่าบุริศร์ถือศีลแปดในวันพระ และถ้าไม่ต้องออกไปประชุมนอกสถานที่เขาก็มักกินมังสะวิรัติในวันพระด้วย บุริศร์รู้ตัวดีว่าพฤติกรรมเคร่งศาสนาของเขาทำให้ห่างเหินจากเพื่อนฝูงไปทุกที หลายคนเบื่อหน่ายที่เขาปฏิเสธการออกเที่ยวเตร่ยามราตรีและบางคนก็รำคาญที่เขามักชักชวนไปเข้าร่วมกิจกรรมวิปัสสนากรรมฐาน แต่ถึงเป็นอย่างนั้น บุริศร์ก็ยังปฏิบัติในหนทางที่เชื่อ หนทางที่เขาศรัทธาต่อไป

 

 

“เสาร์หน้ามีนัดเลี้ยงรุ่น แกจะไปด้วยกันหรือเปล่า” ศิวัชซึ่งเป็นเพื่อนสนิทเอ่ยถามในวันหนึ่ง

“เสาร์หน้าหรือ” บุริศร์มองปฏิทินตั้งโต๊ะแล้วส่ายหน้า “คงไม่ได้...เรานัดกับพี่ที่ชมรมว่าจะไปร่วมทำบุญล้างป่าช้า”

“เฮ้ย...แกเห็นผีดีกว่าเพื่อนได้ไงวะ ไปด้วยกันเถอะน่า ไอ้พวกนั้นบ่นอยากเจอแกกันทุกคนเลยนะ” ศิวัชเย้าขำๆ และคำประโยคเย้านั้นก็ทำให้บุริศร์ยิ้มออกมา

“เอาอย่างนี้...ถ้าพวกแกอยากเจอเราจริง เราก็ขอเชิญไปทำบุญล้างป่าช้าร่วมกัน ถือว่าสร้างบุญบารมีเอาไว้เพื่อให้ชาติหน้าได้กลับมาเกิดเป็นเพื่อนกันอีก”

แทนที่เพื่อนจะเห็นดีเห็นงามด้วย บุริศร์กลับเห็นว่าศิวัชยกมือท่วมหัวแล้วกล่าวคำอนุโมทนาจิต

“สาธุ”

 

 

 

อัปต่อละน้า

 

 

 

เมื่อใช้สุราและการสังสรรค์มาล่อเขาออกจากถ้ำไม่ได้ ศิวัชก็เปลี่ยนแผนใหม่มาอีกครั้ง “ไอ้ริศร์ น้องขนมก็ไปด้วยนะเว้ย” ขนมหรือขจิตาเป็นน้องรหัสคนสวยของศิวัชที่บุริศร์เคยปลื้มถึงขั้นเก็บไปเพ้อเมื่อสมัยปีสอง แต่ด้วยความที่ขนมเป็นถึงดาวคณะมีผู้ชายมารายล้อมมากมาย เธอจึงไม่เคยสนใจผู้ชายธรรมดาอย่างเขาสักนิด

“เออ...ฝากแกไปบอกบุญน้องด้วย”

คำตอบไม่แยแสของบุริศร์ทำเอาศิวัชทำหน้ามุ่ย ถึงขั้นไม่สนใจผู้หญิงอย่างนี้เรียกว่าอาการหนักได้ไหมนะ

 

 

“ไม่สนใจจะไปเจอจริงๆ เหรอ ตอนนี้น้องเขาโสดแล้วนะ...เห็นว่าเพิ่งเลิกกับแฟนและต้องการคนดามใจอย่างเร่งด่วน”

ได้ผล...คำบอกเล่าของศิวัชทำให้บุริศร์เงยหน้าจากหนังสือธรรมะที่ถืออยู่เสียที

ศิวัชมองร่างสูงของเพื่อนเดินไปที่เครื่องเสียงแล้วก็กระหยิ่มยิ้มย่องในใจ‘จีวรหรือจะสู้G...Girl’

 

 

บุริศร์เดินกลับมาอีกครั้งพร้อมยื่นบางสิ่งให้ “ฝากไปให้น้องด้วยและฝากบอกว่าเราเป็นกำลังใจให้”

ศิวัชมองซีดี ‘เสียงแห่งธรรม’ ในมืองงๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเพื่อนรัก

บุริศร์ยิ้มให้เพื่อนแล้วบอกด้วยใจจริงที่ร่มเย็นเป็นสุขของเขาว่า

“รัก โลภ โกรธ หลง เป็นเพียงสิ่งที่จิตปรุงแต่งขึ้นมาเท่านั้น เราหวังว่าคนฉลาดอย่างน้องขนมคงรู้ความจริงข้อนี้และรั้งสติกลับมาได้โดยไว ส่วนแก...” บุริศร์ยิ้มในหน้าเมื่อบอกต่อว่า “เราไม่ได้เพี้ยนหรือบ้า เราปรกติดี เพียงแต่เป้าหมายในชีวิตของเราเปลี่ยนไปแล้ว”

 

 

 

บุริศร์รู้ตัวดีว่าเขายังไม่บรรลุโสดาบันและยังเป็นชายชาตรีที่ลุ่มหลงในกิเลสได้ง่าย ดังนั้นหนทางใดที่เป็นการตัดไฟแต่ต้นลมได้ บุริศร์จะพึงกระทำในเส้นทางนั้นโดยเฉพาะเรื่องผู้หญิง

“คุณริศร์คะ คุณหนึ่งโทร.โทร.มาชวนออกไปพบซัพซัปพลายเออร์[1]ด้วยกันค่ะ” คุณเสมียนควบตำแหน่งเลขาฯหน้าห้องกระซิบกระซาบในขณะที่มือป้องไม่ให้เสียงลอดโทรศัพท์โทรศัพท์ไป

บุริศร์สบดวงตาพราวระยับของคุณเสมียนวัยสี่สิบห้าที่เพียรเป็นแม่สื่อแล้วก็นึกปลงในใจก่อนตอบเสียงเรียบ “ฝากแจ้งคุณหนึ่งด้วยว่าผมไม่สะดวก กำลังเร่งเตรียมข้อมูลเข้าประชุม ขอบคุณครับ” พูดจบก็ก้มหน้าก้มตาอยู่กับกองเอกสารต่อไม่ไยดีว่าคุณเสมียนจะบอกกล่าวฝ่ายนั้นอย่างไรบ้าง จนเป็นคุณเสมียนเองที่อดรนทนไม่ได้ ต้องออกหน้าแทนหนึ่งลดาเหมือนกับทุกครั้ง

 

 

“คุณหนึ่งฝากบอกว่าจะซื้อขนมมาฝากค่ะ” บอกแล้วคุณเสมียนก็อมยิ้มด้วยความคาดหวัง เธอเชื่อว่าคุณหนึ่งลดาเป็นหญิงสาวที่เพียบพร้อมทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่การงานที่เป็นถึงผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ หรือฐานะอันมั่งคั่ง หากบุริศร์แต่งงานด้วยจะเรียกว่าหนูตกถังข้าวสารก็ยังได้

“คุณบุริศร์นี่ก็เนื้อหอมไม่เบานะคะ สาวๆ ทั้งในฝ่ายนอกฝ่ายปลื้มคุณบุริศร์ตั้งหลายคน คุณจีหัวหน้าฝ่ายคิวเอก็ชื่นชมในตัวคุณบุริศร์มาก” เมื่อพูดถึงสาวเปรี้ยวอย่างหนึ่งลดาแล้วบุริศร์ไม่ให้ความสนใจ คุณเสมียนก็เปลี่ยนมาเอ่ยถึงจีรวรรณ สาวเท่คนเก่งของบริษัทที่อยู่ฝ่ายQuality Assurance (QA)บ้างซึ่งดูแลการจัดทำระบบประกันคุณภาพของกระบวนการผลิตเพื่อให้ลูกค้าและผู้บริโภคมั่นใจในสินค้าและบริการ

“ครับ” แต่บุริศร์ก็ยังเป็นบุริศร์ เขาเพียงตอบรับสั้นๆ จิตใจจดจ่ออยู่กับงานเช่นทุกครั้ง จนคุณเสมียนชักจะหมั่นไส้

 

 

“คุณริศร์อาจไม่รู้ตัว...แต่มาดนิ่งๆ เฉยๆ อย่างคุณริศร์นี่ละค่ะสเปกสาวๆ ดีนัก ไม่แปลกใจบ้างหรือคะว่าทำไมลิฟต์ที่คุณริศร์ขึ้นตอนเช้าถึงแน่นทุกวัน”

“หรือครับ” บุริศร์ตอบรับพลางตรวจสอบตัวเลขสต๊อกวัตถุดิบเทียบกับประมาณการยอดขายเก็บถ้อยคำของคุณเสมียนมาใส่ใจเพียงแค่ว่า เธอเป็นคนช่างสังเกตและช่างจินตนาการ เขามาถึงที่ทำงานเวลาเจ็ดโมงครึ่งจึงไม่แปลกที่คนอื่นๆ จะมาในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่คนในลิฟต์แน่นเป็นเพราะพนักงานต่างต้องการเข้าออฟฟิศให้ทันเวลาเท่านั้น ไม่ใช่เพราะเขาหรอก

 

 

อาการเฉยเมยไม่ใส่ใจของบุริศร์ทำให้คุณเสมียนเริ่มมีอารมณ์โมโหกรุ่นๆกวาดตามองชายหนุ่มแล้วก็อดคิดอกุศลไม่ได้ ‘เอ... หรือจะไม่ชอบผู้หญิง’ ซึ่งเพราะคิดอย่างนี้คุณเสมียนจึงอาจหาญแย่งปากกาจากมือของบุริศร์

“พี่ไม่ได้พูดเรื่อยเปื่อยนะคะ แต่พูดจากที่เห็น จากที่ได้ยินมา ถ้าคุณริศร์ไม่เชื่อก็ลองสังเกตนักศึกษาฝึกงานคนนี้ดูค่ะ เธอเดินผ่านห้องเราวันละสิบหนเป็นอย่างต่ำ และมักจะมองหาแต่คุณริศร์”

 

 

 

Talk

หุหุหุพี่ริศร์แกน่ารักช่ายม้ายสาวๆ มีฝากซีดีเสียงแห่งธรรมไปให้คนที่เคยชอบเสียด้วย เจอแบบนี้เข้าไป นายศิวัชคงแทบจะพุ่งตัวไปซื้อผ้าไตรฯ มาประเคนพี่ริศร์ท่าน มาค่ะ สาธุกันดังๆ อีกสักครั้ง ให้พระเอกของเรา^^

ว้าวๆๆๆ พี่ริศร์ของเราเนื้อหอมไม่เบานะจ๊ะ ความมาดนิ่งๆ จิตใจดีของพี่แกนี่ละ ที่ทำให้เป็นที่หมายปองของสาวๆ มากมาย แต่ถึงจะสวย รวย เก่ง อย่างไร พี่ริศร์ก็ไม่ชายตาแลใครแน่นอนจ้ะ เปรียวศรีสบายใจได้ ในข้อนี้

แต่ในความดี๊ดีนั้น ก็เป็นปัญหาตรงที่ว่า ในเมื่อพี่ริศร์เขาไม่สนสาวใดสักคน แล้วแกจะมองเปรียวศรีของเราไหมละ งานนี้เตรียมผ้าเช็ดหน้ารอได้เลยU_U

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

125 ความคิดเห็น