ร้อยรักดลใจ (ตีพิมพ์กับ สนพ. Sugar beat)

ตอนที่ 27 : พายุอารมณ์ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 677
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    4 ส.ค. 63

 

 

น้าพิณบอกว่าจะสลับห้องนอนกับกีตาร์เพื่อป้องกันไม่ให้เขาทำซ้ำ และบอกว่าหากพบอะไรผิดปกติอีกให้บอกได้ทันที”

เสียงขรึมที่ดังไล่หลังมาทำให้ปรีชญาณ์เพิ่มความเร็วในการเดิน อยากจะวิ่งสุดฝีเท้าเสียด้วยซ้ำ แต่ไม่อยากให้เขาได้ใจ แม้ว่าเขาจะได้ทั้งหัวใจไปแล้วก็เถอะ

“เดินจ้ำอย่างนั้นยังไม่หายโมโหหรือไง” น้ำเสียงอ่อนโยนนั้นทำให้ปรีชญาณ์ก้าวสะดุด ค้อนลมค้อนฟ้าแทนการหันไปค้อนคนขี้โกงที่ไม่รู้ว่าไปหัดง้อเป็นตั้งแต่เมื่อไหร่เมื่อไร

“ค่ะ” ตอบแล้วก็ตั้งใจจะเดินไปให้พ้นหูพ้นตา ใช่...เธอมาอยู่นี่ก็เพราะอยากเห็นหน้า อยากใกล้ชิด แต่เวลาที่อารมณ์โกรธมันบังหน้าตาปรีชญาณ์คิดว่าต่างคนต่างอยู่ดีกว่า เธอไม่มั่นใจนักหรอกว่าถ้าถูกดุอีกครั้ง ความน้อยใจของเธอจะระเบิดออกมาในรูปแบบไหน

 

 

“อยุติธรรม”

คำตำหนิสั้นๆ นั้นทำให้ปรีชญาณ์หยุดเดินแล้วเท้าเอวฉับ‘หน็อย! อุตส่าห์ตั้งใจว่าจะปลีกวิเวกไปทำให้ใจสงบ คนบางคนก็ช่างยั่วกันนัก ประเดี๋ยวเถอะ’

“หมายความว่ายังไงคะ” คำขึ้นต้นขึ้นด้วยเสียงดังแต่คำท้ายกลับแผ่วลงจนแทบไม่เหลือน้ำหนัก ปรีชญาณ์พูดต่อไม่เป็นเมื่อบุริศร์ยืนอยู่ห่างเธอเพียงหนึ่งก้าว ใช่...หนึ่งก้าวเท่านั้น โอย... ไม่น่าเชื่อว่าจะมีวันนี้ที่พี่บุริศร์เป็นฝ่ายเข้าใกล้เธอเอง

บุริศร์ยิ้มน้อยๆ ในหน้าเมื่อปริศนาของเขา เอ่อ...บุริศร์ยิ้มน้อยๆ ในหน้าเมื่อปริศนาของเขา เอ่อ... หมายถึงหญิงสาวปริศนาตรงหน้าคลายท่าทีมึนตึงลงเสียที เห็นแก้มเนียนเรื่อด้วยเลือดฝาดแล้วบุริศร์ก็ตัดสินใจทำอย่างที่ตั้งใจ คงไม่กระไรนักหากเขาจะละเมิดกฎของตัวเองสักครั้งบุริศร์จับมือเล็กขึ้นมาก่อนใช้อีกมือวางเมมโมรี่เมมโมรีการ์ดลงไป

“อยุติธรรม กับเด็กคุณให้อภัยแต่กับผมคุณยังถือโกรธ”

 

 

 

ในกลุ่มเพื่อน ปรีชญาณ์ถือว่ามีวาทะลดเลี้ยวเซี้ยวซ่าไม่เป็นรองใคร เคยทำผู้ชายหน้าม้านขยาดไปก็หลายสิบครั้ง แต่แค่ผู้ชายท่าทางทื่อๆ หน้าตาใจดีตรงหน้า ปรีชญาณ์กลับทำได้แค่ยืนอึ้ง ปล่อยให้คนตรงหน้าพูดให้สมกับที่เขาอยากพูด

“ผมยืนยันว่าที่เตือนก็เพราะหวังดี แต่...ถ้าคำพูดพวกนั้นทำให้คุณเสียใจ ผมก็ขอโทษ ยกโทษให้ผมนะปริศนา”

เฮ้อ! ปรีชญาณ์อยากจะถอนใจออกมาดังๆ ระอาตัวเองที่ยังกล้าตั้งความหวังว่าคนอย่างบุริศร์จะพูดคำหวานได้ เอาเถอะ ใจจริงแล้วเธอก็ไม่ได้โกรธเคืองเขาสักเท่าไร ก็แค่งอนแค่น้อยใจเท่านั้น

“ฉันยกโทษให้ค่ะสำหรับวันนี้”

 

 

“หือ? มีวันอื่นอีกหรือ” บุริศร์เลิกคิ้วเมื่อได้รับการยกโทษแค่วันนี้ ตามตรงคือเขาไม่รู้เลยว่ามีวันก่อนหน้านี้ด้วยหรือถ้าจะว่ากันตามตรงก็คือ....ไม่เคยรู้ตัวเลยว่าทำอะไรผิด

ปรีชญาณ์อยากจะกัดลิ้นตัวเองนัก นี่เธอน้อยใจเสียใจคนเดียวมาตั้งสามวัน แต่คนตรงหน้ากลับไปกลับไม่รู้ตัวสักนิดว่าทำให้เธอคิดมาก

“ว่าอย่างไร ผมทำให้คุณโกรธอะไรอีก” เห็นอาการใช้ฟันขบริมฝีปากขณะคิดของผู้หญิงตรงหน้าแล้วบุริศร์ก็นึกอยากหาวิธีให้เธอเลิกทำนัก แต่...อากัปกิริยาส่วนตัวอย่างนี้ใช่เรื่องของเขาเสียเมื่อไรหร่

สบดวงตาดำสนิทของผู้ชายที่เธอรักสุดจิตสุดใจแล้วปรีชญาณ์ก็วางทิฐิลงตรงนั้น ยักไหล่ขึ้นพร้อมบอก “มันจบไปแล้วค่ะ อย่าไปสนใจเลย”

 

 

คำบอกง่ายๆ พร้อมยิ้มสดใสของปรีชญาณ์ทำให้บุริศร์ตาพร่า ทุกองค์ประกอบที่หลอมรวมกันเป็นผู้หญิงตรงหน้ากำลังทำให้ความตั้งใจของเขาไขว้เขว กริ่งเตือนตนดังระงมแต่บุริศร์เลือกอยู่กับปัจจุบัน นิ้วมือยาวดันนิ้วเรียวเล็กให้กระชับเมมโมรี่เมมโมรีการ์ดพร้อมบอก

“เมมโมรี่เมมโมรีอันนี้ ผมบอกกีตาร์แล้วว่าจะไม่คืน คุณจะทำลายหรือจะเก็บไว้ก็ตามใจ” บอกจบบุริศร์ก็หันหลังให้ทำคล้ายจะเดินกลับเข้าบ้าน หากแต่ยังไม่ทันก้าว เสียงขรึมก็ดังมาอีกคำประโยคว่า

“คุณอยู่ในความสนใจของผมเสมอปริศนา”

 

 

มาริษาไม่รู้จะเอามือไปกุมตรงไหนก่อนดีระหว่างกุมท้องที่กำลังหดเกร็งเพราะการหัวเราะอย่างเอาเป็นเอาตาย หรือกุมศีรษะที่กำลังปวดนิดๆ จากอาการพร่ำเพ้อของเพื่อน วันนี้ปรีชญาณ์ต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตเข้าโปรแกรมสนทนาตั้งแต่หัวค่ำเพราะต้องการเล่าซีนหวาน (ตามความเข้าใจของเจ้าตัว) ให้มาริษาเธอฟัง ภาพเคลื่อนไหวในโหมดวีดิโอวิดีโอขณะนี้คือปรีชญาณ์ที่กำลังเริงระบำราวกับนางหงส์ เธอชูแขนแยกขากระโดดพร้อมกับฮัมเพลง“Here comes the bride” ที่มักใช้ประกอบพิธีแต่งงานด้วยอารมณ์เปี่ยมสุข

“แถ่ แท แด แด แถ่ แท้ แด่ แด...คุณ อยู่ในความ สน ใจ ของผม ซา...เหมอ”

ร้องเต้นยังไม่พอ ปรีชญาณ์ยังแปลงเนื้อเข้าใส่โดยไม่สนใจคีย์ใดๆ ทั้งสิ้น

 

 

 

อัปต่อเน้อ

 

 

 

มาริษากลั้นหัวเราะจนตัวโยนก่อนจะตบมือซ้ำๆ เรียกสติทั้งตนเองและคู่สนทนา “พอๆ ไอ้เปรียว มาคุยกันเป็นเรื่องเป็นราวก่อน” รอจนปรีชญาณ์เดินมานั่งฟังแล้วจึงพูดต่อ “ฉันรู้ว่าคำว่าสนใจของพี่ริศร์เป็นสัญญาณที่ดี แต่เรามีเวลาน้อยเกินกว่าจะรอให้เขาค่อยๆ รักแกจนขอแต่งงาน ฉะนั้นฉันกับนังจุ๊บจึงตัดสินใจแล้วว่า ปลายสัปดาห์นี้ เราจะเปิดเกมรุกแบบเต็มสูบ”

“เกมรุกอะไรอะ” ปรีชญาณ์งงเป็นไก่ตาแตกเมื่อมีแผนงอกออกมาเรื่อยๆ ราวกับดอกเห็ดโคนในหน้าฝน แต่จะค้านก็ไม่ทันเพราะมาริษาร่ายเหตุผลประกอบยาวเหยียดซึ่งล้วนแล้วแต่น่าฟัง หากแต่ดูไม่มีโอกาสเป็นไปได้

 

 

 

“ฉันกับนังจุ๊บจะไปเป็นตัวแคตาลิสต์เร่งปฏิกิริยาของคุณบุริศร์เอง รับรองผลสำเร็จเก้าสิบเก้าจุดเก้าเก้าเปอร์เซ็นต์” สาวหน้าหมวยบอกด้วยความภาคภูมิใจ แต่ปรีชญาณ์ปรีชญาณ์กลับไม่สนใจเปอร์เซ็นต์สำเร็จนัก เธอกังขากับเปอร์เซ็นต์ไม่สำเร็จมากกว่า 

“มั่นใจเก้าสิบเก้าจุดเก้าเก้า แล้วอีกศูนย์จุดศูนย์หนึ่งคืออะไรวะเหมียว ก็ไม่ได้อยากเรื่องมากหรอกนะเพื่อน แต่ ฉันอยากกำจัดทุกอย่างที่ทำให้ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ออกไป”

มาริษาฟังแล้วก็ยักไหล่ใส่ “อีกศูนย์จุดศูนย์หนึ่งก็คือเหตุการณ์นอกเหนือจากความคาดหมายไง โธ่... ฉันก็แค่สมมุติหรอกน่า ไม่มีอะไรน่าห่วงหรอก!” 

 

 

 

เพราะเป็นคนรู้จักตัวเองดี บุริศร์จึงยอมรับความรู้สึกแปลกใหม่ที่เพิ่มเข้ามาในชีวิต พร้อมๆ กับเปิดใจให้หญิงสาวผู้เป็นปริศนา ผู้หญิงที่บุริศร์คิดว่า ‘แผลงที่สุด’ หากเป็นผู้หญิงคนอื่นถูกถ่ายรูปอนาจาร คงอับอายไม่กล้าโวยวาย หรือไม่ก็ลุแก่โทสะทำร้ายเด็กชายกีตาร์อย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ปริศนาต่างออกไป เธออายและโกรธมากก็จริง แต่ไม่ใช้กำลังหรือวาจาตัดสินปัญหา เลือกใช้สติและสันติวิธีในการโต้ตอบ การทำร้ายร่างกายหรือกล่าวประจานไม่ทำให้ใครสำนึก สู้ทำให้เขารู้สึกรู้สา เห็นผิดเป็นผิด รู้จักดีชอบด้วยตนเองดีกว่า ซึ่งทั้งหมดนี้พิสูจน์ให้รู้ว่าเธอคนนี้ ‘คิดเป็น’

ในขณะที่ปรีชญาณ์วางแผนรุกคืบเพื่อพิชิตใจ บุริศร์ก็ใช้เวลาทั้งคืนในการทบทวนแผนที่ชีวิตที่เขาวางไว้ เพื่อจะพบว่าหลายสิ่งกำลังปัดเป๋ รวนเร ไกลจากจุดหมายทุกที บุริศร์ไม่โทษหญิงสาวผู้เป็นปริศนา เพราะตระหนักดีว่าการจูงใจจะไม่สำเร็จเลยหากหัวใจเรายึดมั่นไม่เดินตามเสียอย่าง ฉะนั้น ระหว่างที่ยังไม่สามารถบูรณาการชีวิตจริงให้สอดคล้องกับแผนที่ชีวิตได้ บุริศร์จึงอยากให้ใครบางคนมาช่วยพิจารณาอีกแรง 

 

 

 

“ถ้าไม่มีงานจะใช้ ก็คงไม่โทรโทร. ตามสินะ” ไม่ใช่เสียงเง้างอน เพราะบุริศร์รู้ดีว่าผู้หญิงคนนี้ ‘งอนไม่เป็น’

“ครับ” ตอบหน้าตาเฉยแล้วก็แอบยิ้มกับโทรศัพท์โทรศัพท์ คิดภาพออกเลยว่าปลายสายคงแทบนั่งเครื่องบินกลับมาภายในหกชั่วโมงเพื่อเขกหัวเขา

“ดีล่ะละ... งั้นก็ไม่ไป ไม่อยากเห็นนักหรอก ‘ผู้หญิง’ คนอื่น”

“ให้จริงเถิด” บุริศร์พูดกลั้วหัวเราะ รู้อีกเหมือนกันว่าประเดี๋ยวคุยโทรศัพท์โทรศัพท์เสร็จ อีกฝ่ายคงรีบเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเตรียมตัวมากรุงเทพฯ ทันที

 

 

 

“ถามจริง... สวยปะ”

“อืม”

ฟังคำตอบแล้วปลายสายก็หัวเราะร่วน นึกอยากเห็นหน้าผู้หญิงที่บุริศร์บอกว่า ‘อืม’ เป็นกำลัง

“เจอกันวันศุกร์ ไม่ต้องมารับหรอก ไปเองได้” บอกฉาดฉานฉะฉานแล้วก็เลิกสายง่ายๆ เพียงเท่านั้น แต่ก่อนสัญญาณจะตัดไป บุริศร์ได้ยินเสียงเจ้าตัวตะโกนบอกใครสักคนแว่วๆ ว่า ‘ริศร์โทรโทร. มาตาม...  ฉันจะกลับไปบ้านสักพักนะพี่’

 

 

 

>>>> ไม่รู้ว่าอ่านถึงตอนนี้แล้วสาวๆ จะรู้สึกถึงความหวานของพี่ริศร์บ้างไหม _ คือ... สำหรับพี่ริศร์นี่ การบอกว่าสนใจใคร คือพี่แกยอมเดินออกจากอาศรมแล้วจ้า กระซิบว่า... ความนวล ความละมุนของพี่ริศร์จะไต่ระดับขึ้นเรื่อยๆ นับจากนี้เป็นต้นไป ^^

>>>> บทหน้า 'ตัวช่วย' จะมากันพร้อมหน้า แต่จะช่วยให้เรื่องง่ายขึ้น หรือ ยากขึ้น ต้องขอฝากให้ตามต่อกันในเล่มแล้วค่ะ 

 

>>>> เล่มร้อยรักดลใจ ตีพิมพ์กับสนพ. Sugar beat ในเครือสถาพรนะคะ ราคาปก 240 บาทค่ะ 

 

ส่วน E-book ราคา 195 บาทเองจ้า

  <iframe class="iframe_seller_link" width="430" height="220" src="https://www.mebmarket.com/embed.php?seller_link=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiMjExMDM0IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NjoiMTI4NjMyIjt9" frameborder="0"></iframe>

 

ฝากพาพี่ริศร์ไปเก็บบนหิ้ง เอ๊ย บนชั้นหนังสือด้วยนะคะ ^^ และขอบคุณสำหรับการติดตามและกำลังใจอันดีเสมอมา // รัก

 

 

สถานีต่อไป… รักชนะเลิศ…  

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

125 ความคิดเห็น