ร้อยรักดลใจ (ตีพิมพ์กับ สนพ. Sugar beat)

ตอนที่ 26 : พายุอารมณ์ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 628
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    29 พ.ค. 63

 

 

“อย่ายุ่งกับของของผม” เด็กชายก้าวพรวดหวังจะกระชากกล้องถ่ายรูปกับกล้องส่องทางไกลคืน แต่ติดว่ามือแข็งแรงของบุริศร์จับบ่าไว้

“อยู่เฉยๆ ก่อนกีตาร์” บุริศร์พูดเสียงเย็นและตรึงบ่าเล็กไว้ ซึ่งการกักกันลูกชายเพียงแค่นั้นก็ทำให้คนเป็นแม่มองอย่างไม่พอใจ ผวาจะเข้ามาช่วยลูก

“ปล่อยนะคุณริศร์ มีอะไรก็พูดกันดีๆ สิ จับน้องทำไม”พิณแหวใส่และทำท่าจะเข้ามาดึงแขนลูกชายคืนไป แต่ปรีชญาณ์รีบยกมือกั้น

“พี่ริศร์ไม่ทำอะไรน้องหรอกค่ะ ส่วนคุณน้า...ลองดูภาพในกล้องนี้ก่อนนะคะ” พร้อมกับบอก ปรีชญาณ์กดเปิดกล้องแสดงภาพที่เพิ่งถ่ายไป ซึ่งพอเด็กหนุ่มเห็นอย่างนั้นก็ร้องโวยวายทันที

 

 

“แม่...เอากล้องเราคืนมาแม่ อย่าให้เขาไป ปิดสิแม่ โธ่!”

พิณมองลูกชายสลับกับมองกล้องในมือของปรีชญาณ์ อาการลังเลนั้นเองที่ทำให้หญิงสาวบอกว่า “ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยากนะคะ ถ้าเพิกเฉยต่อพฤติกรรมของเขาวันนี้ วันหน้าคุณน้าก็จะต้องตามแก้ปัญหานี้อยู่ดี แต่ถึงตอนนั้นอาจกลายเป็นปัญหาที่ไร้ทางแก้ก็ได้ อีกทางหนึ่ง ถ้าสิ่งที่ดูนี้คุณน้ามองว่าไม่ใช่ปัญหา ฉันกับพี่ริศร์ก็จะกลับบ้านไปโดยดีค่ะ อย่าห่วงเลย”

สบดวงเห็นแววตาจริงใจของปรีชญาณ์แล้วพิณก็รับกล้องมากดดูภาพที่ลูกชายบันทึกไว้ ใบหน้าร้อนเห่อด้วยความอับอายระคนผิดหวังเมื่อพบว่าภาพนับยี่สิบภาพที่ลูกชายถ่ายไว้คือภาพปรีชญาณ์ในอิริยาบถฝึกโยคะนับยี่สิบภาพ เกินกว่าครึ่งเป็นภาพซูมเน้นส่วนหน้าอกและบั้นท้าย และยังมีคลิปวิดีโอที่กีตาร์บันทึกภาพปรีชญาณ์พร้อมอัดเสียงบรรยายลามกสัปดนของตนเองเข้าไปด้วย

 

 

“ทำไมทำอย่างนี้หะฮะกีตาร์ ใครสอนให้แกหมกมุ่นสกปรกจนกลายเป็นอ้ายจิตวิตถารอย่างนี้หา ไอ้ลูกไม่รักดี!”

พิณตะโกนถามพร้อมพุ่งตัวเข้าหาลูกชายหมายจะตบตีให้สมกับที่ทำให้เธออับอายขายหน้า แต่เพราะบุริศร์เห็นและคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าจึงดึงเด็กกีตาร์ให้หลบโดยใช้ตัวเองเป็นโล่กำบัง โทสะของคนเป็นแม่จึงซัดเข้าที่แผ่นหลังกว้างของบุริศร์เต็มแรง

ปรีชญาณ์เห็นชัดเต็มสองตาและได้ยินเสียงเนื้อกระทบเนื้อดัง‘อั่กอั้ก’ เต็มสองหู เมื่อครู่เธออาจจะโกรธบุริศร์จนไม่อยากจะมองหน้าและอยากจิ้มดวงตาเคร่งครัดของเขาสุดใจ แต่พอเห็นเขาเจ็บเธอก็รู้สึกคล้ายถูกทุบเสียเอง ฉะนั้นเมื่อพิณเงื้อมือจะฟาดกีตาร์อีกครั้ง ปรีชญาณ์ก็รีบก้าวไปห้ามปรามพร้อมจับแยกพาร่างท้วมที่สั่นด้วยแรงโทสะให้นั่งพักบนเตียงนอนของเด็กชายกีตาร์

 

 

“อย่าทำร้ายน้องเลยนะคะน้าพิณ ใจเย็นๆ ก่อนค่ะ หนูแค่อยากมาคุยกับน้องเท่านั้น พี่ริศร์ ช่วยปล่อยตัวกีตาร์ด้วยค่ะ”

พูดจบปรีชญาณ์ก็ก้าวไปประจันหน้ากับเด็กชายที่ตอนนี้หน้าซีดเซียวเพราะกลัวความผิดและตกใจที่แม่ผู้ใจดีเสมอมาด่าทอทำร้ายตัวสั่นงันงกเมื่อเงยหน้ามาเห็นปรีชญาณ์เยื้องย่างเข้าไปใกล้ ยิ่งเมื่อสาวแสบเปิดยิ้มร้ายเด็กชายก็รู้สึกคล้ายหนีเสือปะจระเข้

 

 

“กีตาร์...ถอดเสื้อกับกางเกงออกสิ พี่จะถ่ายรูปเธอไว้ดูบ้าง อ้อ...ถอดกางเกงในออกด้วยนะ”

ไม่เพียงแค่เด็กชายกีตาร์ที่สะอึกอึ้งหันซ้ายแลขวาหาทางหนี แต่ผู้ใหญ่อีกสองคนก็พลอยงงงันกับวิธีการจัดการปัญหาของปรีชญาณ์ด้วย

“เอ้า! มัวมองอะไรล่ะ ทำไมไม่ถอดเสียที หรือจะให้พี่ริศร์เขาช่วยถอดให้”

 

 

ปรีชญาณ์ถามพลางเปิดกล้องและกดเลนส์ให้โฟกัสที่เป้ากางเกงของเด็กชาย ท่าทีจริงจังของเธอทำให้กีตาร์ขยับตัวหนีอย่างอับอายและหวาดหวั่น ครั้นจะขอความช่วยเหลือจากคนเป็นแม่ พิณก็สะบัดหน้าหนีไม่ยอมให้ความช่วยเหลือ ส่วนพี่บุริศร์คนใจดีก็วางหน้านิ่งราวกับหินสลักไม่ปริปากห้ามปรามสักคำ สุดท้ายเมื่ออับจนหนทาง เด็กชายกีตาร์ก็จำต้องยกมือไหว้ปรีชญาณ์ปลกๆ

“ผมขอโทษครับพี่ จะด่าว่าหรือตีผมก็ยอม แต่อย่าถ่ายรูปผมเลย ผมสัญญาว่าผมจะไม่ทำอีก และจะลบรูปพี่ทั้งหมด ไม่เผยแพร่เด็ดขาด นะพี่นะ อย่าทำผมเลย” เด็กชายกีตาร์วอนขอเสียงอ่อน กลัวใจยายผู้หญิงสวยแต่ร้ายกาจตรงหน้าเหลือเกินแล้ว

 

 

 

อัปเพิ่มแล้วค่า

 

 

 

“ไม่เอาน่า พี่เห็นเราชอบถ่ายรูป ก็เลยอยากแบ่งปันกับเราบ้างเท่านั้น เห็นของคนอื่นมามากแล้ว ไม่อยากเห็นภาพตัวเองบ้างรึ มาสิมา พี่สัญญาว่าจะใส่ชื่อเราลงในคลิปวิดีโอให้ด้วย” 

ปรีชญาณ์ว่าพลางกดเลนส์ซูมเข้าออกแทนการข่มขวัญ เห็นอย่างนั้นแล้วเด็กชายกีตาร์ก็รีบหนีบขาอ่อนของตัวเองไว้แน่น พลางโบกไม้โบกมือปฏิเสธ 

“่ไม่เอาครับพี่ ผมไม่อยากมีคลิปอะไรทั้งนั้น แม่... แม่ช่วยตาร์ด้วย พี่ริศร์ห้ามที อย่าถ่ายรูปผมเลยนะ” กีตาร์หันไปขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่อีกสองคนที่น่าจะใจดีกว่ายายแม่มดตรงหน้า มีอย่างที่ไหน เขาถ่ายรูปวับๆ แวมๆ ของเจ้าหล่อนไว้ เจ้าหล่อนเลยจะขอถ่ายรูปโจ่งครึ่มโจ๋งครึ่มของเขาบ้าง โรคจิตปะทะวิตถารแท้ๆ

 

 

ปรีชญาณ์ไม่เปิดโอกาสให้ผู้ใหญ่ใจอ่อนทั้งสองคนยื่นมือเข้าช่วยเด็กชาย เสียงใสเอ่ยสอนกึ่งดุว่า “ใจเขาใจเรานะกีตาร์ เธอไม่อยากถูกเผยแพร่ภาพโป๊ พี่และผู้หญิงทุกคนก็ไม่อยากโชว์เหมือนกัน และเมื่อรู้แล้วก็จงจำไว้ อย่าได้ทำซ้ำไม่ว่ากับใครทั้งนั้น อย่าปล่อยให้ความต้องการครอบงำจริยธรรมที่เล่าเรียนมา ดูนี่สิ...” 

ปรีชญาณ์ผายมือไปที่ยังพิณที่นั่งกลั้นสะอื้นน้ำตาไหลอาบสองแก้ม “เห็นไหม ความอยากรู้อยากลองของกีตาร์ทำให้แม่ผิดหวังและเสียใจ เรื่องเพศศึกษาสำหรับวัยของกีตาร์น่ะ ควรรู้ไว้แค่ทฤษฎีก็พอ ไม่จำเป็นต้องฝักใฝ่ เพราะสำหรับผู้หญิงแล้วเราต้องการลูกผู้ชายที่ให้เกียรติผู้หญิงมากกว่าผู้ชายที่มีแค่ปิกาจู เข้าใจที่พูดใช่ไหม”

 

 

เห็นน้ำตาของคนเป็นแม่แล้ว กีตาร์ก็พยักหน้ารับคำโดยดี เสียงตอบรับหายไปในอ้อมอกของผู้เป็นแม่ที่คว้าตัวลูกชายไปกอดแทนการดุด่า ลูกกระทำผิด พ่อแม่ย่อมรู้สึกผิดยิ่งกว่า ผิดที่อบรมสั่งสอนไม่ดีพอ

“ตาร์ขอโทษครับแม่ ต่อไปตาร์จะไม่ทำอีกแล้ว แม่อย่าร้องไห้เลยนะ” 

“แม่ก็ขอโทษตาร์เหมือนกัน ขอโทษที่แม่ไม่ดูแลลูกให้ดีกว่านี้”

เสียงพร่ำขอโทษกันและกันของสองแม่ลูกทำให้ปรีชญาณ์ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก หากแต่พอละสายตาจากสองแม่ลูก ก็พบกับดวงตาดำสนิทที่มองเธออยู่ก่อนแล้ว มองอย่างพึงพอใจ

 

 

‘เชอะ’ ปรีชญาณ์อยากจะสะบัดหน้าใส่บุริศร์ให้คอเคล็ดนัก อยากตะโกนให้ดังสุดเสียงว่า ‘โกรธกันร้อยปีไม่ต้องมาดีกันร้อยชาติ’ ให้เขารู้สึกผิดที่ดุเธอโดยไม่ไต่ถาม แต่...กล้าก็ดีสิ!

ไม่กล้าโกรธเขายังพอว่า แต่เพียงเขามองเธอนิ่งๆ ปรีชญาณ์ยังรู้สึกใจสั่น นิ้วทั้งสิบนิ้วพากันอ่อนเปลี้ย กดปุ่มกล้องผิดๆ ถูกๆ จนน่าหงุดหงิด

“มา... ผมทำให้ดีกว่า” 

เสียงทุ้มดังขึ้นพร้อมๆ กับที่มือแข็งแรงที่ดึงกล้องไป รู้หรอกว่าเขาแค่ใจดี ไม่เคยคิดล่วงเกินใดๆ หากแต่แค่ข้อนิ้วสัมผัสแผ่วเบา ปรีชญาณ์ก็อดใจเต้นไม่ได้ ทอดตามองนิ้วเรียวยาวกดลบภาพให้อย่างเผลอไผล

เดี๋ยวนะ! เขาลบภาพให้ ก็เท่ากับเห็นภาพซูมหน้าอกกับก้นของเธอน่ะสิ 

 

 

ปรีชญาณ์ไม่ทันเอ่ยปากขอกล้องคืน บุริศร์ก็กดปิดกล้องและดึงเมมโมรี่เมมโมรีการ์ดออกมาโดยไม่พูดไม่จา ท่าทีเคร่งขรึมของเขาเกือบทำให้ปรีชญาณ์โล่งใจว่าบุริศร์ไม่ทันได้ดูภาพ แต่พอเห็นใบหูของเขาแดงจัด ปรีชญาณ์ก็อยากจะเดินไปทุบเจ้าเด็กกีตาร์สักสองสามอั้ก โทษฐานที่ทำให้เธออับอาย

“ขอบคุณหนูปริศนานะจ๊ะที่ไม่ถือสาหาความเจ้าตาร์มัน และน้าก็ต้องขอโทษทั้งสองคนอีกครั้ง ขอโทษจริงๆ ค่ะ”

““หนูไม่ติดใจอะไรแล้วค่ะน้าพิณ อย่าคิดมากเลยนะคะ กีตาร์เขาอยู่ในวัยอยากรู้อยากลองก็ต้องคะนองเป็นธรรมดา ถ้าน้าพิณใกล้ชิดเขาและมีกิจกรรมร่วมกับเขา หนูเชื่อว่าเขาจะลดความสนใจเรื่องนี้ไปเองค่ะ หนูเอาใจช่วยนะคะ”

ปรีชญาณ์สนทนากับพิณอีกครู่หนึ่งจึงขอตัวลากลับ พยายามทำเป็นไม่เห็นสายตาชื่นชมของบุริศร์และรอยยิ้มเย็นตา รอยยิ้มที่ทำให้เธอเผลอคิดว่า... เขาพึงพอใจ

 

    

 

“น้าพิณบอกว่าจะสลับห้องนอนกับกีตาร์เพื่อป้องกันไม่ให้เขาทำซ้ำ และบอกว่า หากพบอะไรผิดปกติอีก ให้บอกได้ทันที”

เสียงขรึมที่ดังไล่หลังมาทำให้ปรีชญาณ์เพิ่มความเร็วในการเดิน อยากจะวิ่งสุดฝีเท้าเสียด้วยซ้ำ แต่ไม่อยากให้เขาได้ใจ แม้ว่าเขาจะได้ทั้งหัวใจไปแล้วก็เถอะ

 

 

 

 

พี่ริศร์หูแดงจ้า ได้เห็นภาพซูมๆ ดู้มๆ ของยายเปรียวเต็มๆ ตา พี่ฤาษีขา ไหวม้าย 5555

เปรียวศรีเผลอเป็นตัวของตัวเองต่อหน้าพี่ริศร์แล้ว งานนี้ไม่รู้ว่าจะถูกดุสักแค่ไหน 

ฝากตามเอาใจช่วยเปรียวศรีต่อด้วยจ้า ^___^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

125 ความคิดเห็น