ร้อยรักดลใจ (ตีพิมพ์กับ สนพ. Sugar beat)

ตอนที่ 18 : ถนอมน้ำใจ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 740
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    16 พ.ค. 63

 

 

“อย่าเพิ่งเอาออก อดทนหน่อย ปริศนา”

เสียงเตือนราวกับล่วงรู้ความคิดทำให้ปรีชญาณ์จำต้องกดมือที่เริ่มปวดเพราะความเย็นไว้ในน้ำต่อไป ว่าแต่...อะไรคือปริศนา หรือเขากำลังจะทายอะไรกับเธอ?

สายตางงงวยเต็มไปด้วยคำถามนี้เองที่ทำให้บุริศร์เม้มริมฝีปากสะกดความประหม่าที่ตีขึ้นมากลางใจ ละเลยที่จะสบดวงตาคู่สวยของอีกฝ่ายเมื่อต้องอธิบายว่า “ผมตั้งชื่อให้คุณว่าปริศนา เพราะว่าเมื่อครู่ตอนที่ติดฝนอยู่ข้างนอก ผมเรียกเท่าไรคุณก็ไม่ยอมเปิดประตู ฉะนั้นระหว่างที่คุณยังจำอะไรไม่ได้ก็ใช้ชื่อปริศนาไปก่อนละกัน ชอบหรือเปล่า”

 

 

คำว่า‘ชอบหรือเปล่า’ ของบุริศร์ เจ้าตัวไม่ได้ตั้งใจให้มีความนัย แต่คนฟังนี่สิคิดไปไกล และยังอุ่นไปทั้งหัวใจเมื่อก้มลงเห็นว่าบุริศร์จับข้อมือของเธอไว้ จะจับเพราะอยากจับ หรือจะจับเพราะปฐมพยาบาลก็ช่างปะไร

‘เหมียวเอ๋ย...เพื่อนถึงนิพพานแล้ว!’

บุริศร์ทำหน้าไม่ถูกเมื่อจู่ๆ คนที่ทำหน้าหงอยก็เงยหน้าขึ้นมาส่งประกายตาวิบวับ และยังตอบรับด้วยรอยยิ้มระรื่นว่า

“ชอบค่ะ...ฉันชอบมากถึงมากที่สุด”

 

 

 

งานบ้านอันยุ่งยากของปรีชญาณ์กลายเป็นเรื่องง่ายดายเพียงแค่บุริศร์เข้ามาจัดการให้ เขาอธิบายว่าเธอผสมน้ำยาปรับผ้านุ่มในอัตราส่วนมากเกินไปพื้นบ้านจึงลื่นและเป็นคราบ ก่อนจะพาเธอไปยังห้องซักล้างที่อยู่ด้านหลังบ้านเพื่อบอกว่าน้ำยาทำความสะอาดทั้งหมดเก็บอยู่ในนั้น หากเธอต้องการทำความสะอาดบ้านให้นำมาใช้ได้เลย ไม่จำเป็นต้องผลิตน้ำยาใช้เองให้ยุ่งยาก

“คุณใช้เบกกิ้งกกิงโซดาผสมน้ำเช็ดคราบเขม่าบนเตาแก๊สออกละกัน ส่วนหม้อต้มไข่ทิ้งไว้อย่างนั้นล่ะละผมจะล้างให้”

ท่าทีทะมัดทะแมงของบุริศร์ทำให้ปรีชญาณ์อมยิ้ม ผู้ชายคนนี้ช่างน่าอัศจรรย์ใจจริงๆ ไม่กี่นาทีก่อนหน้าเขาเพิ่งตำหนิเธอเสียจนปรีชญาณ์แทบถอดใจเก็บข้าวของกลับบ้าน แต่ตอนนี้ นาทีนี้ที่เห็นเขาทำงานของผู้หญิงได้โดยไม่เกี่ยงงอนว่ามันคือความรับผิดชอบของเธอ ปรีชญาณ์ก็ยกหัวใจให้เขาอีกครั้ง เล็บจะพัง มือจะด้านก็ยอมแล้ว!

 

 

ปรีชญาณ์ขะมักเขม้นขัดคราบเขม่าบนเตาแก๊สออกอย่างตั้งใจ และยิ้ยิ้มออกมาอย่างยินดีเมื่อเตาแก๊สกลับมาสะอาดเหมือนใหม่อีกครั้ง และแม้นจะเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยแต่ปรีชญาณ์ก็ภูมิใจมาก รอยยิ้มสดใสจึงระบายทั้งปากและตา“เรียบร้อยแล้วค่ะ พี่ริศร์จะให้ฉันทำอะไรอีก บอกได้เลยนะคะ”

บุริศร์ที่กำลังถูบ้านเงยหน้ามองปรีชญาณ์อยู่อึดใจก่อนจะเสสายตามองทางอื่นแล้วบอกว่า“ไม่มีอะไรแล้วล่ะละคุณไปอาบน้ำเถอะ”

ปรีชญาณ์ที่กำลังสนุกกับงานบ้านและเพลิดเพลินกับการมีกิจกรรมร่วมกับบุริศร์แอบแบะปากไปอาบน้ำก็เท่ากับเสียเวลา เสียโอกาสอยู่กับเขาสองต่อสองน่ะสิ

 

 

“ไม่ได้หรอกค่ะ ฉันก่อเรื่องไว้ก็ต้องรับผิดชอบผลการกระทำของตัวเองสิคะ จะทิ้งให้พี่ริศร์ทำแทนได้อย่างไร”บอกด้วยท่าทีขึงขังแต่ในใจนั้นสุดแสนจะชื่นบาน หากไม่เกรงหน้านิ่งๆ จะกระแซะแซวเสียตอนนี้เลยว่า‘ไม่ใช่แฟนทำแทนไม่ได้ เป็นแฟนกันไหม จะให้ทำอะไรหนูก็ยอมค่ะ’

“แต่ผมกลับคิดว่าผมทำเองจะไวกว่า คุณไปพัก ไปล้างหน้าล้างตาเถอะ”

ปรีชญาณ์กลอกตาบนใส่คนที่ก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างหมั่นไส้ คนอะไรเฉยชาได้คงที่คงวา “มาค่ะ ช่วยกันดีกว่า พี่ริศร์บอกมาเลยค่ะว่าจะให้ทำตรงไหน ฉันจะตั้งใจทำให้ดีที่สุด”

 

 

บุริศร์ชะงักเมื่อมือบางแย่งไม้ถูพื้นจากเขาไป ราวอึดใจที่ต่างจ้องตากันราวกับวัดใจ บุริศร์บอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไรกับการได้มองใครสักคนในระยะใกล้ขนาดนี้

ปรีชญาณ์เม้มริมฝีปากอย่างเก้อเขินเมื่อจู่ๆ บุริศร์ก็จ้องเธอตาไม่กะพริบ และจะว่าเธอคิดเข้าข้างตัวเองก็ได้ เพราะปรีชญาณ์เห็นแววระยับในดวงตาดำสนิทคู่นั้น แววตาที่อ่านได้ว่าเขากำลังถูกใจหรือชอบใจอะไรบางอย่าง และเพียงบุริศร์อมยิ้มที่มุมปาก ปรีชญาณ์ก็ทิ้งตัวลงก้นหลุมรักที่ลึกที่สุดแต่โดยดี

โอย...ถ้าพี่ริศร์จะยิ้มได้น่ารักขนาดนี้ ให้เปรียวศรีแบกน้ำ ผ่าฟืน ดายหญ้า ก็จะไม่บ่นเลยค่ะ!

 

 

 

อัปต่อค่ะ

 

 

โอย...ถ้าพี่ริศร์จะยิ้มได้น่ารักขนาดนี้ ให้เปรียวศรีแบกน้ำ ผ่าฟืน ดายหญ้า ก็จะไม่บ่นเลยค่ะ!

เปิดยิ้มหวานตอบแล้วปรีชญาณ์ก็ยกมือขึ้นเกาสันจมูกพลางบอกว่า “ฉันพูดจริงนะคะ พี่ริศร์ใช้ฉันทำอะไรก็ได้ค่ะ ฉันทำได้ทุกอย่างจริงๆ” พูดเองแล้วปรีชญาณ์ก็เขินจนหน้าร้อนเอง รู้ละว่าคำพูดของเธอกินนัยกว้างมาก แต่ไหนๆ ก็มีโอกาสแล้ว ขอเธอลองหยอดดูท่าทีเขาสักหน่อยเถอะ

 

 

บุริศร์ไม่ได้ตั้งใจฟังนัก เพราะมัวมองมือเล็กๆ ที่ขยับยุกยิกไปทั่ว เดี๋ยวแตะปลายจมูกบ้าง เดี๋ยวเกาต้นคอบ้าง และตอนนี้ก็กำลังยกขึ้นกุมแก้มสองข้างของตัวเองไว้ พิจารณาอาการมือไม่อยู่สุขของอีกฝ่ายแล้ว บุริศร์เขาก็ตัดสินใจคว้าข้อมือบางไว้ในลักษณะใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้คีบ!

“ผมก็พูดจริงเหมือนกันว่าไม่ต้องการให้คุณช่วยทำงาน” บุริศร์พูดช้าชัดและหนักแน่น โดยเมื่อดวงตาเรียวรีจ้องเขาเป๋ง บุริศร์ก็จับข้อมือของปรีชญาณ์ให้พลิกหงายพร้อมบอกว่า “แต่อยากให้คุณไปล้างมือ ล้างหน้า และถ้าอาบน้ำด้วยจะดีมากๆ เพราะตอนนี้หน้าคุณก็ดำเท่าๆ กับฝ่ามือนี่ล่ะละ”

ปรีชญาณ์ก้มมองฝ่ามือตนเองที่เต็มไปด้วยคราบเขม่าแล้วนิ่งงันไปอึดใจ แทบจะกัดลิ้นตายเมื่อคิดว่าใบหน้าของเธอตอนนี้คงดูไม่จืด เพราะตลอดเวลาที่ทำงาน เธอทั้งปาดเหงื่อ เกาแก้ม เกาหน้าผากแต่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่หน้าเลอะเขม่า แต่อยู่ที่ความมั่นหน้าหลงตัวเองของเธอต่างหาก สรุปว่า...ที่บุริศร์มองเธอแล้วยิ้มนั่นก็เพราะเขารู้สึกขบขัน ไม่ได้ยิ้มเพราะพึงพอใจหรือถูกใจโธ่เอ๋ย...ยายเปรียวศรีหน้าดำจอมมโน!

 

 

“ฉันขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะ” พูดแล้วปรีชญาณ์ก็เตรียมจะสับเท้าวิ่งหนีความอับอาย แต่เสียงขรึมกลับตรึงเธอไว้ด้วยการบอกว่า

“ผมต้องไปทำงานแต่เช้าและกลับค่ำอาจไม่มีเวลาวิสาสะกับคุณนัก แต่จะพยายามหาเวลาว่างมาอยู่เป็นเพื่อนคุณให้มากขึ้นเผื่อว่าคุณจะจำอะไรได้บ้างว่าแต่...เมื่อเช้ามีอะไรจะบอกผมหรือเปล่า”

ปรีชญาณ์กะพริบตาปริบๆ คิดตาม ประมวลข้อมูลนานกว่าอึดใจจึงนึกออกว่าเมื่อเช้าเธอเรียกเขาแต่ไม่กล้าพูด บุริศร์จึงนึกว่าเธอมีธุระสำคัญและมันก็ทำให้เขากลับบ้านเร็วกว่าปกติ สรุปได้อย่างนี้แล้วปรีชญาณ์ก็อยากรู้นักว่าบุริศร์จะทำหน้าอย่างไรตอนที่รู้ว่าธุระของเธอคืออยากมีมื้อค่ำร่วมกับเขาสักมื้อ

 

 

เมื่อสาวปริศนาเงียบไปนาน บุริศร์ก็ขยับปากจะถามซ้ำ แต่ไม่ทันได้ถาม เธอน้ำเสียงสดใสก็เอ่ยเสียงสดใสขึ้นว่า “เมื่อเช้ามีแต่ตอนนี้จำไม่ได้แล้วค่ะแต่ยังไงก็ขอขอบคุณพี่ริศร์มากนะคะที่มีน้ำใจกับฉันเสมอ”

เป็นอีกครั้งที่รอยยิ้มทะเล้นของคนตรงหน้าทำให้บุริศร์นิ่งงัน แต่ก็ตะขิดตะขวงใจว่าหากเคยสนิทสนมกันจริง เขาก็น่าจะจำอีกฝ่ายได้ ไม่ใช่จำไม่ได้เลยแบบนี้

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันไป...อาบน้ำก่อนนะคะ”

เสียงหวานใสที่เอ่ยขึ้นทำให้บุริศร์รู้ตัวว่าเขาจ้องอีกฝ่ายนานเกินไป กระแอมเบาๆ แล้วจึงบอกด้วยเสียงขรึมว่า

“เดี๋ยวอาบน้ำเสร็จแล้วออกมากินข้าวเย็นด้วยกันนะ แล้วจะได้ทำแผลที่มือด้วย”

 

 

Talk

ยายเปรียวศรีหน้าดำจอมมโน555ถูกพี่ริศร์จ้องเข้าหน่อย ถึงกับเคลิ้มไปไกล คิดว่าเขาจะต้องมนตร์ต้องใจ ที่ไหนได้ เขามองเพราะหล่อนหน้าดำต่างหากย่ะ ถถถถ

แต่ในความล้มเหลวของเปรียวศรี ก็ยังมีประกายความหวังเล็กๆ นะจ๊ะ (เล็กมาก) อย่างน้อยพี่ริศร์ก็เริ่มคลับคล้ายคลับคลาบ้างละ แม้ว่าสุดท้ายพี่ริศร์จะสรุปว่า... จำไม่ได้ก็เหอะU_U

เหมียวเอ๋ย เพื่อนถึงนิพพานแล้ว555ความรักความหลงพี่ริศร์ของเปรียวศรีอะนะ แค่พี่ริศร์จับมือปฐมพยาบาล เปรียวศรีก็ถึงนิพพานได้เลย เพี้ยนจริงๆ

ในที่สุด พี่ฤๅษีบุริศร์ก็เริ่มมีจังหวะต้องมนตร์แล้วจ้า แต่ต้องดูกันต่อไปว่า จะหลงใหลงงงวยแล้วจบสมหวังอย่างที่เปรียวต้องการ หรือกลายเป็นยายเปรียวที่โดนดุอีก U_U

 

ระหว่างที่อัปพี่ริศร์อยู่นี้ จาก็กำลังตบตีกับนายยักษ์จากเรื่องรักชนะเลิศอยู่ค่ะ ตบไปตบมาก็กดลบซะเกลี้ยงไปแล้วด้วย U_U ฉะนั้น ถ้ามีใครรออ่านอยู่แถวนี้ จาขออภัยที่ช้านะคะ ขอเวลาอีกสักสัปดาห์ แล้วจะกลับมาอัปให้เหมือนเดิม

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

125 ความคิดเห็น