ร้อยรักดลใจ (ตีพิมพ์กับ สนพ. Sugar beat)

ตอนที่ 16 : ถนอมน้ำใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 786
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    9 พ.ค. 63

 

 

5

ถนอมน้ำใจกับโกหก เส้นแบ่งเขตแดนช่างเลือนราง

 

ปกติแล้วปรีชญาณ์ไม่ใช่คนตื่นเช้า เอาละ สารภาพเลยว่าเธอตื่นสาย ถ้าวันจันทร์ถึงศุกร์ก็แปดโมงตรงเพราะห้องพักของเธออยู่ชั้นบนสุดของโรงแรมที่เธอทำงาน และถ้าเป็นวันหยุดปรีชญาณ์จะตื่นหลังสิบโมงเช้าเท่านั้น แต่เมื่อต้องมาอยู่ร่วมชายคากับคนที่ชอบและต้องสร้างภาพเป็นแม่ศรีเรือน ปรีชญาณ์จึงตื่นตั้งแต่เช้าตรู่ ด้วยหวังจะชงกาแฟ ปิ้งขนมปังไว้รอท่า แต่เช้าของเธอคือสายของบุริศร์ ทันทีปรีชญาณ์ออกจากห้องมา บุริศร์ก็ยืนใส่บาตรพระที่หน้าบ้านแล้ว

บุริศร์ทำงานเป็นผู้จัดการโรงงานของบริษัทผลิตบรรจุภัณฑ์แห่งหนึ่ง ซึ่งผู้บริหารมีนโยบายจัดเวลาการเข้าทำงานตามช่วงเวลาทีโอยู(TOU) เพื่อลดการต้นทุนค่าไฟฟ้า ฉะนั้นบุริศร์จึงมักถึงที่โรงงานในเวลาไม่เกินเจ็ดโมงเช้า เพื่อจะได้สนทนากับหัวหน้าฝ่ายผลิตในผลัดดึก และดูการเริ่มไลน์ผลิตในผลัดเช้า ก่อนจะกลับถึงบ้านในเวลาทุ่มตรง

 

 

“จะไปทำงานแล้วหรือคะ” ปรีชญาณ์รีบร้องออกไป ใจจริงอยากรั้งเขาไว้เพราะอยากกินข้าวเช้าร่วมกันสักมื้อ แต่ดูจากท่าทางของบุริศร์แล้วคงไม่มีทางเป็นไปได้ แค่เขาไม่ดุ ไม่บ่นที่เธอตื่นสายกว่าก็ถือว่าดีแล้ว

บุริศร์ที่กำลังจะก้าวขึ้นรถหันมามองปรีชญาณ์ด้วยสีหน้างุนงง เพราะเธอถามเขาแบบนี้ทุกวัน ถามแล้วก็ทำท่าทีอ้ำอึ้ง จะพูดก็ไม่พูด “ครับ...ทำไมหรือ คุณมีอะไรหรือเปล่า”

“คือฉันอยาก...”

คำว่า‘อยาก’ เงียบลงเพราะคนฟังพุ่งความสนใจไปที่โทรศัพท์โทรศัพท์ ซึ่งเป็นสายเรียกเข้าจากลูกน้องคนสนิทของบุริศร์ สนทนากันไม่นานนักบุริศร์ก็รับคำว่าจะรีบเดินทางไป ปรีชญาณ์ที่จินตนาการว่าตนเองเป็นภรรยามายืนส่งสามีไปทำงานจึงฝืนยิ้มหวานให้สุดความสามารถ

 

 

“ขอโทษที เมื่อกี้คุณว่าอย่างไร”

ปรีชญาณ์โบกไม้โบกมือทันทีและยิ้มแย้มอธิบาย “ฉันแค่จะอวยพรให้พี่ริศร์ตั้งใจทำงานค่ะ โชคดีนะคะ”

บุริศร์ไม่ได้ตอบรับ เขามองปรีชญาณ์ครู่หนึ่งแล้วบอกว่า “ถ้าไม่มีอะไรด่วน ผมกลับจากทำงานแล้วค่อยคุยกันละกัน อาหารเช้าอยู่ในครัวนะ ส่วนมื้อเที่ยงกับมื้อเย็น โทรโทร.ไปสั่งจากร้านหน้าหมู่บ้านก็ได้ ผมจดเบอร์โทรศัพท์โทรศัพท์ไว้ให้แล้ว”

คำบอกซ้ำจากเมื่อวานและเมื่อสองวันก่อนทำให้ปรีชญาณ์พยักหน้ารับคำอย่างเซื่องซึมเต็มที โบกมือตามหลังอย่างหงอยเหงาแล้วหญิงสาวก็ยื่นริมฝีปากล่าง พึมพำบ่นคนที่เดินดุ่มไปขึ้นรถว่า‘เช้ามืดก็ไปทำงาน เย็นก็กลับเสียค่ำ แล้วเมื่อไหร่ความรักมันจะเกิดเล่าคะคุณบุริศร์!’

 

 

 

สามวันแรกที่เข้ามาอยู่ร่วมชายคากับบุริศร์ ปรีชญาณ์พยายามทำทุกอย่างที่ผู้อาศัยที่ดีควรทำต่อเจ้าบ้านเพื่อสร้างความประทับใจ หากแต่ทุกอย่างที่เธอแตะต้องมักตามมาด้วยสารพันปัญหา เป็นต้นว่าปิ้งขนมปังแล้วเผอเรอจนไหม้ไปทั้งขนมปังและเครื่อง ขัดล้างกาต้มน้ำร้อนเสียจนแผงไฟฟ้าชำรุด ทำความสะอาดบานกระจกที่ใสให้กลายเป็นฝ้ามัว และเมื่อวานเธอเพิ่งทำที่คว่ำจานร่วง โดยมีถ้วยกระเบื้องใบโปรดของมารดาของบุริศร์แตกรวมอยู่ในนั้น ซึ่งหากบุริศร์จะตำหนิหรือทำหน้าบึ้งใส่ ปรีชญาณ์ก็พร้อมจะยอมรับ แต่เขากลับพยักหน้ารับรู้และทำเหมือนไม่ใช่เรื่องสำคัญ จนปรีชญาณ์รู้สึกผิดมากยิ่งขึ้นไปอีก

วันนี้ปรีชญาณ์ตั้งใจว่าเธอจะปัดกวาดทำความสะอาดบ้านอีกครั้ง แม้ว่าผลงานของเมื่อวานจะเข้าข่ายย่ำแย่ เพราะเธอทำให้พื้นบ้านของบุริศร์เป็นคราบและมีกลิ่นอับ แต่จากการเสิร์จเซิร์ชหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตและดูวิดีโอในยูทูปทิวบ์อย่างคร่ำเคร่งมาทั้งคืน ก็ทำให้ปรีชญาณ์สรุปวิธีทำความสะอาดพื้นกระเบื้องได้คร่าวๆ นั่นคือ กวาดให้สะอาด ถูด้วยน้ำเปล่าผสมน้ำยาปรับผ้านุ่ม และถูอีกครั้งด้วยม็อบดันฝุ่น ซึ่งบ้านของบุริศร์ไม่มีอย่างหลัง ปรีชญาณ์จึงตั้งใจว่าจะใช้ผ้าสะอาดแทน

 

 

“มหาวาตภัยเข้าประเทศไทยหรือยังไงกันนะ’

ปรีชญาณ์บ่นพลางวิ่งไล่ต้อนกวาดฝุ่นจากทุกมุมมารวมกันไว้แต่ไม่นานลมก็พัดใหม่ กองฝุ่นทั้งหมดจึงกระจัดกระจายไปอีกครั้ง สุดท้ายหญิงสาวจึงตัดสินใจปิดประตูหน้าต่างทุกบานเพื่อปิดกั้นทางลม ซึ่งกว่าเธอจะจัดการกวาดฝุ่นได้เป็นที่พึงพอใจ ปรีชญาณ์ก็แทบจะหมดแรงข้าวต้มที่บุริศร์ทำไว้เป็นมื้อเช้า

 

 

อัปต่อค่ะ

 

 

 

พักเหนื่อยได้ไม่นาน ร่างบางก็เดินไปหยิบผ้าถูพื้นที่เตรียมไว้ ตามสูตรบอกให้ใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มแต่ไม่บอกอัตราส่วน ปรีชญาณ์จึงกะเอาเองว่าสามฝาต่อน้ำสะอาดห้าแกลลอน หยิบผ้าใส่ไม้ถูพื้นแล้วหญิงสาวก็ขยำๆ พอเป็นพิธีด้วยกลัวเล็บมือหัก หลังจากนั้นหญิงสาวก็เริ่มต้นถูบ้านอย่างขะมักเขม้นตั้งใจ ไม่ไยดีว่าด้านข้างนอกนั้นเมฆฝนเริ่มครึ้มต่ำและฟ้าก็คำรามดังขึ้นเรื่อยๆ ริมฝีปากบางเปิดยิ้มอย่างภาคภูมิใจเมื่อเห็นว่าพื้นกระเบื้องที่ผ่านการถูดูสะอาดเป็นมันวาวระยับและยังมีกลิ่นหอมละมุนชวนให้จินตนาการว่ากำลังยืนอยู่กลางทุ่งดอกลาเวนเดอร์!

‘จ๊อก’

เสียงท้องครางประท้วงทันทีที่การถูบ้านด้วยน้ำสะอาดผสมน้ำยาปรับผ้านุ่มเสร็จสิ้นลง มองนาฬิกาที่บอกเวลาบ่ายคล้อยแล้วปรีชญาณ์ก็พบว่าเธอหิวมาก ใจหนึ่งนั้นก็อยากถูพื้นให้เสร็จ แต่อีกใจที่กระเพาะอาหารบงการก็สั่งให้กินก่อนดีกว่า อีกทั้งคิดเอาเองว่าการปล่อยพื้นให้เปียกก็เหมือนการแช่ผ้า คราบสกปรกจะต้องหลุดออกมาดีกว่าถูด้วยผ้าบิดแห้งแน่นอน!

คิดดังนั้นร่างบางก็เดินไปคว้าโทรศัพท์โทรศัพท์เพื่อสั่งอาหารเหมือนดังเช่นทุกวัน แต่พอคิดว่ากว่าแม่ค้าจะมาส่งเธอคงหิวตาลายเสียก่อน ปรีชญาณ์ก็จึงตัดสินใจทำเมนูง่ายๆ รับประทาน โดยมีวงเล็บตอนท้ายว่าเมนูนั้นต้องดีต่อสุขภาพด้วยซึ่งเมนูนั้นก็คือ... ไข่ต้ม!

 

 

 

ปรีชญาณ์มีสูตรการต้มไข่ให้เป็นยางมะตูมคือเธอจะต้มน้ำให้เดือดก่อนแล้วจึงจะหย่อนไข่ลงไปแช่เป็นเวลาเจ็ดนาที ซึ่งตอนที่เริ่มต้มน้ำนี้เอง สายฝนก็เทกระหน่ำลงมา เสียงลมกระแทกประตูผสานเสียงฝนกระทบหลังคาทำให้ปรีชญาณ์หูแว่วคล้ายคนเรียก

“กึก กึก กึก!”

ปรีชญาณ์เหลียวมองประตูที่ถูกลมกระแทกดังโครมครามอย่างกังวลใจก่อนจะกลายเป็นตระหนกตกใจเมื่อเห็นว่ามีใครบางคนกำลังดึงประตูจากด้านนอก อยากคิดว่าเป็นบุริศร์ แต่เมื่อเช้าเขาก็บอกชัดเจนว่าจะกลับช่วงค่ำ อีกทั้งเขามีลูกกุญแจ จึงน่าจะไขประตูเข้ามามากกว่า ฉะนั้นคนที่กำลังจะเข้ามาต้องเป็นผู้บุกรุกแน่นอน!

ความคิดของปรีชญาณ์หยุดลงเมื่อสังเกตว่าประตูกำลังถูกงัด มือบางยกขึ้นปิดปากตัวเองห้ามเสียงกรีดร้อง ในขณะที่สมองมีแต่ภาพข่าวอาชญากรรม เธอจะทำเช่นไรหากคนที่มาเคาะเป็นชายฉกรรจ์กล้ามใหญ่ไม่ใส่เสื้อผ้า เอ่อ...เปลี่ยนเป็นใส่กางเกงเสียหน่อยดีกว่า จะได้ไม่อุจาดตานัก เอ...แล้วเธอควรจะหนีไปหลบซ่อนหรือว่าใช้วิชาป้องกันตัวตามที่มาริษาเคยสอนไว้ แล้วถ้า...มันไม่ใช่โจรกระจอก แต่เป็นมือปืนของมนต์ธัชล่ะ เธอจะถูกฆ่าหมกถังส้วมไหมหรือว่า...ที่วันนี้มาริษากับจักรินทร์พากันเงียบไปเพราะพวกนั้นถูกมนต์ธัชสั่งเก็บ!

 

 

ปรีชญาณ์รวบรวมสติสตังที่ฟุ้งซ่านของตัวเองกลับมา ตอนนั้นเองที่เธอพบว่าในมือยังถือฝาหม้ออะลูมิเนียมเอาไว้ ปลุกใจตนเองให้ฮึกเหิมแล้วปรีชญาณ์ก็คว้าม็อบถูพื้นมาวาดปลายไม้ไปในอากาศด้วยท่วงท่ามั่นใจ ก่อนจะพึมพำกับตัวเองว่า‘ตัวแทนแห่งดวงจันทร์จะลงทัณฑ์แกเอง’

ทันทีที่ประตูถูกกระแทกจนกลอนหลุดออก ปรีชญาณ์ก็ตัดสินใจวิ่งเต็มฝีเท้าเข้าใส่ผู้มาเยือนหากแต่เพราะพื้นที่เธอถูทิ้งไว้ทั้งลื่นทั้งเปียก ร่างปราดเปรียวจึงถลาเข้าใส่คน (ที่คิดว่า) ร้าย ในลักษณะลื่นไถล โดยและเมื่อคนในเงาตะคุ่มขยับเข้ามายืนใต้แสงไฟ ปรีชญาณ์ก็ไม่สามารถอาจหยุดตัวเองได้แล้ว

“ปิดบ้านทำไม?”/

“พี่ริศร์หลบ!”

 

 

สองเสียงตะโกนประสานกัน โดยในภาวะจวนตัวนั้นบุริศร์มีสติพอจะหลบเลี่ยง แต่เขากลับเลือกยืนขวางร่างบางไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เธอล้มบาดเจ็บ ผิดกับปรีชญาณ์ที่ทำได้เพียงร้องเตือนโหวกเหวก แต่สองมือยังคงตั้งท่าทำร้าย

เคร้งเคล้ง! แก้กแก๊ก! เสียงฝาหม้อและม็อบถูพื้นร่วงลงพื้นในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ก่อนที่สองมือของปรีชญาณ์จะประคองใบหน้าของบุริศร์ไว้อย่างตกใจสุดขีดปรีชญาณ์ หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคอดังเอือกดังเอื๊อกเพราะม็อบถูพื้นเฉี่ยวศีรษะของบุริศร์ไปชนิดเส้นยาแดงผ่าแปด ในขณะที่ฝาหม้อไม่เฉี่ยวแต่นาบเข้าใบหน้าเคร่งขรึมนั้นเต็มรัก!

 

 

Talk

ความเรื่องมากของเปรียวศรี ไก่ทอดก็ไม่ดี แฮมไก่ก็ไม่ได้ จะกินสลัดก็กลัวยาฆ่าแมลงตกค้าง จุดจบของนางจึงเป็นไข่ต้ม ถถถถถ

เปรียวศรีจอมมโนมาแล้วจ้า ชายฉกรรจ์กล้ามใหญ่ไม่เสื้อผ้า555บ้าไปแล้ว แล้วมโนให้ตัวเองกลัวไม่พอนะ ยังคิดมโนเผื่อ แช่งเพื่อนเสียอย่างนั้น บ้าในบ้า ก็นางเอกเรื่องนี้ละ สติค่ะ สติ!!!!

เปรียวศรีทุ่มสุดตัวเพื่อพี่ริศร์เลยจ้า ความตั้งใจ100ความสามารถ 0มาดูกันว่าผลลัพธ์จะเป็นเท่าไร และพี่ริศร์จะประทับใจนางบ้างไหม หรือไม่เลยT T

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

125 ความคิดเห็น