ร้อยรักดลใจ (ตีพิมพ์กับ สนพ. Sugar beat)

ตอนที่ 15 : ผู้ชายใจงาม 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 825
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    9 พ.ค. 63

 

 

ก่อนจะโทรศัพท์โทรศัพท์หาเพื่อนๆ ปรีชญาณ์ก็คิดอย่างจักรินทร์เช่นกัน แต่เมื่อนึกถึงอนาคตอันอับเฉาในบ้านถิรัตโรจน์ก็ให้มีแรงฮึดสู้ขึ้นมาอีกครั้ง น้ำเสียงและแววตาที่บอกกับเพื่อนๆ จึงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ

“น้อยใจไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอกจุ๊บ จะโกรธเขาก็ไม่ถูก ต้องขอบคุณด้วยซ้ำที่เขาพูดอย่างตรงไปตรงมา ฉันจะได้เลิกหลงตัวว่ารูปร่างหน้าตาตัวเองจะมัดใจเขาได้ ที่สำคัญคือ ลงทุนลงแรงมาถึงขนาดนี้แล้วจะถอดใจง่ายๆ ได้ไงถ้าจะแพ้ก็ต้องสู้ให้ถึงที่สุดก่อน”

เห็นเพื่อนกลับมาฮึกเหิมอีกครั้ง จักรินทร์ก็ตบมือกราวชอบใจ ในขณะที่มาริษาฟังไปเกาคางไปอย่างใช้ความคิด

 

 

“เป็นอะไรนังเหมียว ไหมที่ร้อยไว้โผล่ปลายออกมาหรือไงยะ เกาอยู่ได้”จักรินทร์รำคาญความท่ามากของแม่นักวางแผนประจำกลุ่ม

“ถ้าร้อยไหมแล้วคางยังอูม แก้มยังห้อยแบบนี้ แกไปเผาร้านหมอทิ้งเลยดีกว่า ฟังนะจุ๊บ...ผู้หญิงอวบก็สวยได้ และชั้นก็มั่นใจในรูปร่างของตัวเองมาก ที่เกาคางนี่เพราะใช้ความคิดต่างหากโว้ย” มาริษาโวยใส่เพื่อนหนุ่มใจสาวสมดังใจแล้วก็วกกลับมาที่เรื่องของปรีชญาณ์

“เปรียวฉันว่าแกกำลังหลงทางว่ะ เป้าหมายของแผนรักของเรา คือการสร้างความใกล้ชิดเพื่อโน้มน้าวให้เกิดความรัก รักแท้อันบริสุทธิ์จากใจ ไม่ใช่ความใคร่” ตรงคำว่าใคร่ สาวอวบใส่‘ร’ ชัดเจน “การที่แกไปถอดเสื้อโชว์ผิวโชว์เนื้อน่ะ มันก็ไม่ต่างจากการยั่วเย้า ทดสอบกิเลสตัณหา ถามว่าจะทำให้พี่ริศร์ของแกสนใจได้ไหม ฉันตอบเลยว่า‘ได้’ แต่สิ่งที่แกจะได้รับกลับมาคืออารมณ์ชั่ววูบ ความพึงพอใจชั่วคราว แต่ไม่ใช่ความรัก แกอย่าดูถูกคนที่แกรักด้วยวิธีนี้อีก เพราะคนที่เสียใจจะเป็นตัวแกเอง”

 

 

หน้าที่สำคัญของการเป็นมิตรแท้คือกล้าที่ปรามเมื่อเพื่อนทำผิดหรือหลงไปในทางไม่ถูกไม่ควร ในขณะเดียวกันผู้ถูกเตือน ถูกทักท้วงในเรื่องไม่ถูกต้องก็ต้องไม่โกรธเพื่อน ต้องใช้ปัญญารั้งสติให้กลับมาตั้งอยู่ในหนทางอันถูกต้องได้ ซึ่งทั้งมาริษาและปรีชญาณ์ก็เป็นเช่นนั้น ปรีชญาณ์คิดตามคำเตือนของมาริษาแล้วก็เห็นว่าจริง บุริศร์ไม่ใช่ผู้ชายที่จะรักใครฉาบฉวย เขาเป็นคนมีกรอบ มีแบบแผนการดำเนินชีวิตชัดเสน่หาไม่มีทางผูกมัดเขาไว้ได้ คนอย่างนี้ต้องร้อยรัดด้วยใจ ด้วยศีลที่เสมอกันเท่านั้น

“ขอบใจนะเหมียว สำหรับคำเตือน ฉันก็รู้ว่าการยั่วยวนให้ท่าน่ะไม่มีทางทำให้พี่ริศร์รักฉันได้ แต่ที่ยังทำก็เพราะต้องการทดสอบว่าเขายังมีความสนใจ ยังหวั่นไหวกับเรื่องรักๆ ใคร่ๆ หรือเปล่า ไม่ได้คิดใช้เซ็กซ์ผูกมัดเขาหรอก ถ้าเขาไม่เริ่มก่อนอะนะ” หญิงหลิ่วตานิดหนึ่งตอนพูดประโยคสุดคำท้ายหลิ่วตาลงนิดหนึ่งและก็ได้เสียงโห่ของเพื่อนตอบ

 

 

“เอาเป็นว่าแกอย่าเพิ่งไปยั่วยวนพี่ริศร์นัก เพราะการที่เขาไม่ให้แกขึ้นไปชั้นสองของบ้านก็อนุมานได้ว่าเขาเป็นคนถือตัว ไม่ชอบให้ผู้หญิงรุกไล่ น่าจะเป็นผู้ชายแบบที่ชอบเดินเกมเองมากกว่า ขืนแกแสดงออกนอกหน้าว่าชอบเขานอกหน้า เขาอาจพาแกไปส่งสถานสงเคราะห์เลยก็ได้”

ปรีชญาณ์รับฟังอย่างตั้งใจและเห็นด้วยทุกอย่าง เธอเองก็สังเกตเหมือนกันว่าบุริศร์สร้างระยะห่างของเขาและเธอไว้อย่างชัดเจน เพราะนอกจากจะจำกัดพื้นที่ในบ้านแล้ว เขายังเคร่งเรื่องการแต่งกายของเธอมาก

“แต่...ถ้าฉันไม่รุก แล้วความสัมพันธ์จะก้าวหน้าไหมล่ะ ถ้าจะรอให้พี่ริศร์เดินเกมเองน่ะรึ อย่าว่าแต่สามเดือนเลย สามปีก็คงไม่ก้าวหน้า”ปรีชญาณ์บ่นเซ็งๆ ตอนแรกคิดว่าแผนเข้ามาอยู่ในบ้านของบุริศร์เป็นไปได้ยาก แต่กลายเป็นว่าแผนเข้าไปอยู่ในใจของเขาต่างหากที่ยากกว่า

 

 

“ฉันก็ไม่ได้บอกให้แกอยู่เฉยๆ ย่ะ แต่กำลังจะบอกให้รุกอย่างมีชั้นเชิงต่างหาก จะมัดใจผู้ชายหัวโบราณก็ต้องใช้วิธีโบราณสิยะ เคยได้ยินคำว่าแม่ศรีเรือนไหม”

ปรีชญาณ์แบะปากใส่คำแนะนำของเพื่อนทันที เพราะทั้งสองคนต่างรู้ดีว่าเธอทำงานบ้านไม่ได้เรื่องสักอย่าง เธอไม่ชอบให้น้ำมันกระเด็นใส่ตัว ไม่อยากให้ผมเหม็น และยังแพ้ฝุ่นเอามากๆ คิดแล้วปรีชญาณ์ก็ส่ายหน้าปฏิเสธ

“แม่ศรีเรือนหมายถึงกุลสตรีที่เก่งงานบ้านงานเรือน ตื่นก่อน นอนทีหลัง คอยปรนนิบัติเอาใจอำนวยความสะดวกสบายต่างๆ งานบ้านก็ไม่ใช่แค่เช็ดถูทำความสะอาด แต่ต้องจัดบ้านให้น่าอยู่น่าอาศัย เรื่องอาหารการกินก็ต้องคอยสังเกตว่าพี่ริศร์เขาชอบหรือไม่ชอบอะไร เดี๋ยวไอ้เปรียว แกอย่าเพิ่งน้ำลายฟูมปาก”

 

 

อัปต่อค่ะ

 

 

ปรีชญาณ์ค้อนควักใส่เพื่อนแล้วต่อรองว่า “เปลี่ยนแผนเลยนังเหมียว แกก็รู้ว่าฉันทำงานบ้านไม่ได้เรื่องสักอย่าง ถ้ารู้ว่าต้องมาทำงานบ้าน ฉันเอาพี่จรรยาติดมาด้วยเสียก็ดี”

“ไม่ชอบก็ต้องทำ และต้องลงมือทำด้วยตัวเองด้วย เพราะนอกจากจะทำเพื่อมัดใจพี่ริศร์แล้ว แกต้องทำงานตอบแทนในฐานะผู้อาศัย จะนั่งกินนอนกินให้พี่ริศร์เป็นฝ่ายปรนนิบัติไม่ได้” มาริษาเสียงแข็งใส่ก่อนจะผ่อนท่าทีเข้มงวดลงเมื่อเห็นว่าปรีชญาณ์กอดอกเบือนหน้าหนี ไม่ยอมรับวิธีที่เธอเสนอ

“น่านะเปรียวศรีอย่าเพิ่งท้อสิวะ แกลองพยายามดูก่อนเชื่อฉันสิ ไม่มีอะไรยากเกินความสามารถของแกไปได้หรอก และถึงแกทำอะไรไม่เป็นเลยมันก็ไม่แปลกเพราะแกเป็นคนความจำเสื่อมไง ดีเสียอีก ทำผิดบ้าง พลาดบ้าง พี่ริศร์จะได้ไม่สงสัย หรือไม่ก็... อ้อนให้เขาช่วยสอนงานบ้านให้เลยเป็นไง จะได้มีโอกาสใกล้ชิดกัน”

 

 

มาริษายักคิ้วให้เมื่อปรีชญาณ์หันมามองอย่างสนใจ คำโน้มน้าวต่อมาจึงเนิบช้าคล้ายสะกดจิต“ลองคิดภาพพี่ริศร์สอนแกจับมีดหั่นผัก หรือเผลอจับมือแกตอนช่วยกันล้างจาน โอบไหล่ตอนสอนถูบ้าน แล้วก็ประสานสายตากันตอนที่ต่างคนต่างเช็ดกระจกใส...”

“เดี๋ยวนะนังเหมียว ฉากที่แกว่ามาทั้งหมดนี่มันซีรีส์เกาหลีเมื่อคืนนี่หว่า”

มาริษากลอกตามองบน เข่นเขี้ยวจักรินทร์ที่พูดขัดขึ้นมา เธอรึอุตส่าห์โน้มน้าวจนปรีชญาณ์คล้อยตามแล้ว“ใช่จ้ะ แต่จะลอกละครไทยหรือก็อปก๊อปซีรีส์เกาหลีก็ช่างหัวมันเถอะ ประเด็นคือ...นังเปรียวต้องพิชิตใจพี่ริศร์ให้ได้ไวที่สุด เข้าใจป่ะใจปะ”

จักรินทร์ยกมือยอมแพ้ต่อความรั่วความร้ายของสาวอวบเจ้าแผนการประจำกลุ่ม

มาริษาจึงหันไปกระตุ้นปรีชญาณ์อีกครั้ง

 

 

“ตกลงไหมเปรียว ถ้าตกลง เริ่มทำพรุ่งนี้เลยนะ”

ปรีชญาณ์ครุ่นคิดอยู่อึดใจก็พยักหน้า เธอยืดตัวตรง เชิดคางขึ้นนิดแล้วชูสองนิ้วแตะที่หน้าผาก ปฏิญาณตนเสียงหนักแน่น “ด้วยเกียรติของยุวกาชาดกองสอง หมู่เจ็ด ข้าพเจ้าปรีชญาณ์จะปฏิบัติตนเป็นแม่ศรีเรือนให้พี่ริศร์สุดที่รักอย่างเต็มกำลังความสามารถ แม้นว่าเล็บหัก มือด้าน หน้ามัน ข้าพเจ้าก็จะไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคเด็ดขาด จะขออุทิศตนเพื่อรักพี่ริศร์ตลอดกาลนานเทอญ”

จักรินทร์กลอกตามองบนให้แก่อย่างระอาความเล่นใหญ่ของเพื่อนทั้งสองที่ความเพี้ยนความป่วนไม่เป็นรองกัน

“โอ๊ย! หมั่นไส้ความทุ่มเท ความมุ่งมั่นเรื่องผู้ชายของแกจังนังเปรียว นี่ถ้าตอนเรียนแกตั้งอกตั้งใจได้สักครึ่งนี้นะ ป่านนี้แกมีคำนำหน้าเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ไปแล้ว”

 

 

นอกจากจะไม่ถือสาแล้ว ปรีชญาณ์ยังหัวเราะร่า พูดเสริมเองว่า “แรงบันดาลใจมันต่างกันย่ะ และฉันก็ถือสุภาษิตว่า ดักลอบต้องหมั่นกู้ รักพี่ริศร์ต้องหมั่นเกี้ยว เพื่อพี่ริศร์แล้ว ต่อให้บุกน้ำลุยไฟฉันก็ไม่หวาดหวั่น เปรียวศรีคนนี้พร้อมจะฝ่าฟัน เพื่อรักอันเป็นนิรันดร์ของเรา”

จักรินทร์ทำท่าโก่งคออาเจียนเรียกเสียงหัวเราะจากทั้งต้นสายและปลายสายโทรศัพท์ ก่อนที่

มาริษาจะพูดเป็นงานเป็นการว่า“สู้ๆ นะเปรียว ฉันเชื่อว่าความพยายามบวกความตั้งใจดีของแกจะนำความสำเร็จมาให้ คิดเสียว่าซ้อมเป็นภรรยาให้เขาก็ได้ โชคดีเพื่อน ฉันขอให้แกสมหวังทุกประการ”

ปรีชญาณ์ยิ้มรับคำอวยพรของเพื่อน แต่ยังไม่วายทำทะเล้นใส่ “สาธุ ขอให้สมพรปากเจ้าแม่เหมียวด้วยเถิดค่ะ หากว่าข้าพเจ้าได้เป็นภรรยาพี่ริศร์จริงดังเจ้าแม่เหมียวให้พร จัดจะขอนำอาหารคาวหวานมาถวายชนิดละเก้าอย่าง พร้อมด้วยพวงมาลัยเจ็ดสีสี่่ทิศและผ้าแพรพรรณ แถมชุดไทยให้อีกสามชุดด้วยเอ้า!”

 

 

พูดแล้วปรีชญาณ์กับจักรินทร์ก็หัวเราะเสียงแหลมชอบอกชอบใจ ปล่อยให้มาริษาบ่นไปตามเรื่อง

“นังเปรียวบ้า นี่เพื่อนนะไม่ใช่เจ้าแม่ตะเคียน ทะเล้นไม่เข้าเรื่อง ประเดี๋ยวเถอะ!”

สนทนาสัพเพเหระกันอีกครู่หนึ่ง มาริษาที่ติดธุระก็บอกเลิกการสนทนา ทำให้จักรินทร์บอกลาตามไปด้วย

ปิดโปรแกรมสนทนากับเพื่อนๆ แล้วปรีชญาณ์ก็นอนหงายมองเพดาน จินตนาการว่าตนเองยกชามข้าวต้ม พร้อมกับกาแฟและขนมปังไปวางให้บุริศร์ในมื้อเช้า ยิ้มหวานระบายบนริมฝีปากแล้วปรีชญาณ์ก็หลับไปอย่างเป็นสุข

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

125 ความคิดเห็น