ร้อยรักดลใจ (ตีพิมพ์กับ สนพ. Sugar beat)

ตอนที่ 12 : คู่ปรับ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,117
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    8 พ.ค. 63

 

 

 

บุริศร์กำลังมึนงงว่าเรื่องมันเป็นอย่างนี้ได้อย่างไร เขากำลังถูกหมอและพยาบาลกล่าวหาด้วยสายตาว่าเขาไม่รับผิดชอบ คนพวกนี้คงคิดว่าเขาจงใจปกปิดความสัมพันธ์ของเขากับผู้ป่วยรายนี้เขาอยากหัวเราะทั้งที่ไม่ขำสักนิด เพียงเพราะคนไข้จำชื่อเขาได้ เขาก็กลายเป็นญาติของเธอแล้ว และทั้งที่เขาปฏิเสธความสัมพันธ์ทุกทางด้วยความสัตย์จริงแต่ก็ยังไม่วายถูกมองว่าเพิกเฉยต่อคนรู้จัก

“เรื่องค่าใช้จ่ายไม่ใช่ปัญหานะครับ ปัญหาคือผมไม่รู้จักเธอจริงๆ” บุริศร์ยืนยันอีกครั้งเมื่อนายแพทย์เจ้าของไข้พูดเป็นนัยเหมือนกับว่าค่ารักษาพยาบาลของคนป่วยสามารถนั้นทำเรื่องผ่อนจ่ายได้

 

 

“ขอโทษนะครับคุณชื่อบุริศร์ เกษมราชใช่ไหม”นายแพทย์ถามย้ำ

บุริศร์ฟังแล้วก็เลิกคิ้วสงสัยว่าเพิ่งมาถามเอาอะไรตอนนี้แต่ด้วยมารยาทเขาจึงตอบสุภาพว่า

“ครับ นั่นคือชื่อและนามสกุลผม”

“เบอร์โทรศัพท์โทรศัพท์ของคุณคือ...ใช่ไหมครับ” เบอร์ที่ถูกต้องของเขาออกจากปากหมอ ซึ่งมันก็ไม่แปลกเพราะพยาบาลติดต่อเขาได้เพราะเบอร์โทรโทร.เหล่านี้

“ครับ” บุริศร์พยักหน้า

“ถ้าอย่างนั้นก็ยืนยันได้อย่างหนึ่งว่าคนไข้รู้จักคุณจริง” นายแพทย์ยกมือห้ามเมื่อบุริศร์จะพูดอะไรบางอย่าง “และถ้าเป็นอย่างที่คุณพูดก็เข้าใจได้ว่าเธออาจจะรู้จักคุณฝ่ายเดียว”

บุริศร์ฟังแล้วจึงพยักหน้า มันก็น่าจะเป็นอย่างนั้น

 

 

“ทีนี้ผมอยากให้คุณลองคิดหรือลองถามคนรู้จักดูว่ามีใครสักคนรู้จักเธอหรือไม่ บางทีเธออาจเป็นเพื่อนของเพื่อนคุณ หรือเป็นญาติห่างๆ ก็ได้”

บุริศร์นิ่วหน้ากับเพราะคำสันนิษฐานนั้น สรุปว่านายแพทย์ผู้นี้จะโยงให้เธออยู่ในความรับผิดชอบของเขาให้ได้ใช่ไหม

“ก็ได้ครับ ผมจะช่วยหาคนรู้จักให้เธอ แต่คงต้องใช้เวลาสักนิด” บุริศร์รับปากในที่สุด บอกตัวเองว่าเขาเคยช่วยคนตกทุกข์ได้ยากมาแล้วมากมาย แค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ อีกคนหนึ่งทำไมเขาจะช่วยไม่ได้ เขาจะช่วยกระจายรูปถ่ายของเธอไปทางสื่อออนไลน์แล้วไม่นานคงมีญาติของเธอติดต่อมาเอง

 

 

“เกรงว่าทางคลินิกต้องรบกวนให้คุณเร่งดำเนินการด่วน หรือทางที่ดีก็ขอให้คุณรับเธอไปดูแล” นายแพทย์พูดในที่สุด“เกรงว่าทางคลินิกต้องรบกวนให้คุณเร่งดำเนินการด่วน หรือทางที่ดีก็ขอให้คุณรับเธอไปดูแล” นายแพทย์พูดในที่สุดโดยกล่าวอ้างว่าการที่เธอพักรักษาตัวในสถานพยาบาลแห่งนี้ก็ก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นทุกวันซึ่งในความเห็นของแพทย์ร่างกายของเธอหายเป็นปกติดีแล้วสามารถ สมควรกลับบ้านได้

“แต่ผมไม่สะดวกพาเธอไปอยู่ด้วย คือ...ผมอยู่คนเดียวเกรงว่าจะไม่เหมาะ” บุริศร์ตอบอย่างอึดอัดใจ ความที่เขาเป็นลูกคนเดียวและมีชีวิตโสดในรูปแบบของเขาทำให้เขาไม่อยากมีใครเป็นภาระ เหนือกว่านั้นผู้หญิงคือสิ่งที่เขาพยายามห่างไกลให้มากที่สุด

“ทางเราก็ไม่รู้จะส่งเธอไปไว้ที่ไหน จะให้เธอไปอยู่สถานสงเคราะห์ก็เห็นใจว่าเธอปกติดีทุกอย่าง”

บุริศร์รับฟังความเห็นของหมอและคำแนะนำอีกมากมาย สุดท้ายเมื่อไม่มีทางเลือกอื่นเขาจึงขอคุยกับเธอเป็นการส่วนตัวสักครั้ง

 

 

 

ปรีชญาณ์บีบมือตัวเองแน่นระหว่างรอบุริศร์สนทนากับแพทย์เจ้าของไข้ ทั้งลุ้นว่าบุริศร์จะรับเธอไปอยู่ด้วยหรือไม่ และลุ้นว่าหมอเก๊ของมาริษาจะถูกจับได้หรือเปล่า อันที่จริงจะบอกว่าเป็นแพทย์ปลอมก็ไม่ถูกนักเพราะเขาเป็นถึงสัตวแพทย์คิดถึงตรงนี้แล้วปรีชญาณ์ก็อยากจะบีบคอมาริษาที่ให้หมอหมามารักษาเธอ

...

 

‘ถึงไอ้ภพจะเป็นหมอหมา แต่มันก็คุ้นเคยกับศัพท์แพทย์และเครื่องมือทางการแพทย์นะยะ คิดเอาเองแล้วกันว่าระหว่างพี่วินมอเตอร์ไซค์ของนังจุ๊บกับไอ้ภพเพื่อนฉันใครจะแสดงเป็นหมอได้เนียนกว่า?’

ใช่สิ...หมอภพแสดงได้แนบเนียนมาก จริงจังถึงขนาดจับเธอใส่สายน้ำเกลืออยู่นี่ไงและยังกระซิบว่าจะฉีดยาบำรุงขนให้เธอด้วย!

 

 

ปรีชญาณ์ลุ้นระทึกเมื่อบุริศร์เดินตรงมา ใบหน้าเรียบเฉยของเขาทำให้ยากจะเดาว่าเขายินดีรับเธอไปอยู่ด้วยหรือไม่ บุริศร์เป็นคนใจดีมีเมตตาก็จริง แต่ขณะเดียวกันเขาก็เป็นคนตรงไปตรงมาที่สามารถตัดรอนคนอื่นอย่างไร้เยื่อใย ซึ่งเธอพร้อมจะยอมรับผลการตัดสินนี้

ปรีชญาณ์บีบมือตัวเองแน่นอย่างพร้อมจะยอมรับผลการตัดสินนี้

บุริศร์พินิจร่างโปร่งบางในชุดคนไข้อย่างใช้ความคิด ดวงตารีเรียวที่สานสบมานั้นมีสีน้ำตาลอ่อนคล้ายลูกแก้วใส จมูกเธอเป็นสันสวยรับกับริมฝีปากบางเฉียบ เมื่อรวมกับผิวพรรณผุดผ่องและร่างบางระหง บุริศร์ก็พบว่าเป็นผู้หญิงที่สวยมาก เพียงแต่เขาไม่ใช่บุรุษที่มัวเมาในความงามของกายหยาบเพราะงามกายนั้นมิเทียบเทียมงามใจ

 

 

“คุณมีความจำอะไรเกี่ยวกับผมบ้าง” บุริศร์ถามและนั่งลงที่เก้าอี้ข้างเตียงคนไข้ สังเกตว่าเธอเป็นคนมีบุคลิกดีไม่น้อย จากการนั่งตัวตรง ยืดบ่าผึ่งผาย และกล้าประสานสายตา

“อย่าเรียกว่าความจำเลยค่ะ เพราะคุณคือภาพจำที่เห็นได้แจ่มชัดแม้ว่าจะหลับตา ฉันจำคุณทั้งใบหน้า ท่าทาง รอยยิ้ม และแววตา บางทีสมองอาจคัดเลือกแล้วว่าจะจดจำสิ่งที่สำคัญมากที่สุด”บอกออกไปอย่างซื่อตรงแล้ว ปรีชญาณ์ก็ช้อนตามองบุริศร์อย่างเปิดเปลือยหัวใจ ริมฝีปากบางเผยอพริ้มยิ้มหวานพร้อมจะปริคำว่า‘รัก’ ออกไป

 

 

อัปต่อค่ะ

 

 

 

แต่ต้องชะงักเพราะถูกตั้งคำถามว่า

“แล้วนอกจากผมล่ะ จำใครได้อีกไหม”

เห็นท่าทีเคร่งขรึมจริงจังของบุริศร์แล้ว ปรีชญาณ์ก็แสนจะอ่อนอกอ่อนใจ กระชากหนูเปรียวออกจากโหมดโรแมนติกได้หน้าตาเฉยเลยนะพี่ริศร์!

 

 

“ฉันจำได้แค่ชื่อของพี่กับเบอร์โทรศัพท์โทรศัพท์ค่ะ นอกเหนือจากนั้นก็จำอะไรไม่ได้เลย แต่คุณหมอบอกว่า ถ้าได้อยู่ในที่คุ้นเคย กับพบเจอคนรู้จักบ่อยๆ ความจำจะค่อยๆ กลับมา”

บุริศร์ถอนหายใจบางเบา หนักใจว่าเขาควรทำอย่างไรกับผู้หญิงตรงหน้า จะไม่ไยดีก็ผิดวิสัย แต่จะช่วยเหลือด้วยการพาไปพักที่บ้านก็ตะขิดตะขวงใจ อย่างไรเสีย เธอก็คือคนแปลกหน้า

“คุณหมอก็แนะนำผมอย่างนั้นเหมือนกัน เขาอยากให้ผมช่วยฟื้นความจำให้คุณ” บุริศร์พูดพลางลอบสังเกตปฏิกิริยาของอีกฝ่าย ดวงตาเรียวรีมีแววยินดีปรากฏวาบหนึ่ง ก่อนที่เธอจะหลุบตาลงต่ำแล้วยกมือบางขึ้นกรีดหางตา

“แต่พี่ริศร์ไม่รู้จักฉันไม่ใช่หรือคะ ฉันเป็นแค่คนแปลกหน้าสำหรับพี่เท่านั้น แค่พี่ยอมมาพบฉัน ฉันก็เกรงใจมากแล้วค่ะ ไม่กล้าหวังให้พี่รับฉันไปดูแลหรอก” ปั้นคำเจียมเนื้อเจียมตัวออกไปแล้ว ปรีชญาณ์ก็รู้สึกขอบตาร้อนผ่าวเพราะยาหม่องที่ใช้ป้ายตา รอจนน้ำตารื้นแล้วจึงกะพริบถี่สองครั้งให้หยาดน้ำใสกลิ้งตัวลงมา ไม่เสียแรงที่ซ้อมฉากนี้เป็นสิบครั้ง

 

 

บุริศร์ทำหน้าไม่ถูกเมื่อสายตาหลายคู่คนในห้องพักผู้ป่วยหันมองเขากับหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาใคร่รู้ ยิ่งเมื่อเธอสูดน้ำมูกพลางเช็ดน้ำตาพลาง คนในห้องก็ส่งสายตาประณามราวกับเขาเป็นผู้ก่อการร้าย

“คุยกันให้รู้เรื่องก่อนสิคุณ อย่าเพิ่งร้องไห้” บุริศร์เตือนเสียงเบา ก่อนจะถอนหายใจเมื่อคำเตือนนั้นกระตุ้นให้น้ำตาร่วงเผาะแล้วเผาะเล่าไล้แก้มนวล “เช็ดน้ำตาแล้วตั้งสติเสียที ได้โปรดเถอะ” บุริศร์บอกเสียงเบาพลางยื่นผ้าเช็ดหน้าสีน้ำเงินเข้มให้ โดยทันทีที่เขาเมินมองไปทางอื่น ปรีชญาณ์ก็ลอบพรมจูบลงบนผ้าเช็ดหน้าเสียอย่างนั้น

 

 

“หมอคิดว่าคุณอาจเป็นคนรู้จักของใครสักคนที่ผมรู้จัก” บุริศร์กลับเข้าประเด็นเดิมเมื่อปรีชญาณ์หยุดร้องไห้ 

“แล้วถ้าไม่มีใครสักคนรู้จักฉันล่ะคะ พี่ริศร์จะทำอย่างไรต่อไป” 

“ก็คงต้องดูว่าตอนนั้น คุณจะจำใครหรืออะไรได้บ้าง และช่วยเหลือตัวเองได้มากน้อยแค่ไหน บางที... ผมอาจให้คุณไปอยู่กับคนรู้จักของผมที่สำนักปฏิบัติธรรม”

 

 

คำตอบตรงไปตรงมาของบุริศร์ทำให้ปรีชญาณ์หลุบตาลงต่ำ ในความเจ้าเล่ห์เพทุบาย ยังมีความน้อยเนื้อต่ำใจที่ต้องมารับรู้ว่า บุริศร์จำเธอไม่ได้สักนิด และไม่คิดจะรื้อฟื้นความทรงจำเลยด้วย

“ฉันรู้ค่ะว่ากำลังทำให้พี่ริศร์ลำบากใจ แต่... ฉันเองก็อยากได้ความทรงจำคืนมาเหมือนกัน และพี่ก็เป็นความหวังเดียวที่จะช่วยให้ฉันฟื้นความทรงจำได้ นะคะ ขอฉันไปอยู่กับพี่สักพัก สักสัปดาห์เดียวก็ได้” ปรีชญาณ์ดึงเข้าบทดราม่ารามาพลางสังเกตท่าทีของบุริศร์ โดยเมื่อเห็นว่าเขายังคงทอดตามองเธอเงียบๆ อย่างครุ่นคิด ปรีชญาณ์ก็วางไพ่ใบสุดท้าย

บุริศร์ถึงกับสะดุ้งเมื่อจู่ๆ มือนุ่มก็เกาะกุมมือของเขาไว้ แววตาออดอ้อนคาดหวังที่สบประสานนั้มานทำให้บุริศร์เขาชะงักงันเพราะรู้สึกคุ้นใจ เพียงแค่คิดไม่ออกว่าเคยเห็นท่าทางแบบนี้ที่ไหน เธอคือใครกันแน่?

 

 

“ช่วยฉันด้วยนะคะพี่ริศร์ ฉันสัญญาว่าจะไม่สร้างปัญหา จะไม่เป็นภาระของพี่เด็ดขาด นะคะ อย่าทิ้งฉันไว้ที่นี่”

“ปล่อยผมก่อน” 

เสียงบอกเรียบกริบกับการดึงมือออกอย่างสุภาพของบุริศร์ทำให้ปรีชญาณ์หน้าม้าน ถึงจะไม่ใช่คำปฏิเสธตรงๆ แต่ท่าทีเฉยชาไว้ตัวก็ชัดเจนว่าบุริศร์ไม่สนใจ เธอไม่เคยอยู่ในสายตาเขาอย่างไร ก็ยังคงเป็นอย่างนั้น เธอควรยอมรับเมื่อผลลัพธ์ของความพยายามเท่ากับศูนย์

 

 

บุริศร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงในจังหวะเดียวกับที่ปรีชญาณ์ยืนขึ้นเช่นกัน ทำให้ทั้งสองคนประสานสายตากัน และเป็นปรีชญาณ์ที่เปิดยิ้มแห้งแล้งราวกับดอกไม้ถูกแดดเผา น้ำเสียงที่บอกนั้นแม้จะเศร้า แต่ก็แฝงด้วยความเด็ดเดี่ยว 

“ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไรค่ะ ขอโทษที่รบกวน และขอบคุณที่สละเวลาอันมีค่ามาพบกัน ขอบคุณจากใจและสวัสดีค่ะ”

บุริศร์มองขอบตาแดงเรื่อกับริมฝีปากสั่นระริกของหญิงสาวแล้วถอนหายใจบางเบาออกมา ตัดสินใจบอกออกไปว่า “ตอนนี้ผมอาศัยอยู่ในบ้านคนเดียว ถ้าคุณจะไปด้วย เราก็จำเป็นต้องอยู่กันตามลำพัง คุณควรรู้เรื่องนี้ก่อน” บุริศร์แต้มยิ้มบางเมื่อหญิงสาวมองเขางงๆ คล้ายไม่เข้าใจนัก “ถ้าคิดว่าอยู่ได้ ก็เปลี่ยนเสื้อผ้ากับเก็บของใช้ส่วนตัวครับ ผมจะไปจัดการค่าใช้จ่ายให้”

 

 

ปรีชญาณ์ประมวลผลอยู่อึดใจก็น้ำตาไหลออกมา แต่ครั้งนี้เป็นการร้องไห้พร้อมกระโดดโลดเต้นจนน่าห่วงว่าสายน้ำเกลือจะหลุด “พี่ริศร์ใจดีจัง” ปรีชญาณ์บอกด้วยรอยยิ้มหวานหยดที่ออกมาจากใจ ถ้าไม่เกรงใจหน้าเคร่งๆ ของเขา เธอจะกอดรัดฟัดเหวี่ยงเขาให้สาแก่ใจ โทษฐานที่ทำให้เธอเสียน้ำตา 

บุริศร์ยิ้มแกนๆ ตอบ แย้งในใจว่าเขาไม่ใช่คนใจดีอะไรเลย เคยเป็นคนใจดำ ไม่มีหัวใจเสียด้วยซ้ำ มองร่างบางกระวีกระวาดเก็บของใช้ส่วนตัวแล้ว บุริศร์ก็ปลอบใจตัวเองว่าการพาผู้หญิงตรงหน้าไปพักฟื้นที่บ้าน ก็ไม่ต่างอะไรจากเมื่อครั้งที่เขาเคยช่วยแมวบาดเจ็บเอาไว้ ที่พอแข็งแรงดีเมื่อไหร่ เมื่อไร แมวหลงทางก็จะกลับบ้านไปในที่สุด

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

125 ความคิดเห็น