ร้อยรักดลใจ (ตีพิมพ์กับ สนพ. Sugar beat)

ตอนที่ 11 : คู่ปรับ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,252
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    6 พ.ค. 63

 

 

 

“โอ๊ย! เธอทำบ้าอะไร” ปัณณ์ร้องในขณะที่หลับตาแน่น ความที่ประสาทสัมผัสไวทำให้เขาหลับตาหนีนิ้วอำมหิตของมาริษาได้ทัน แต่กระนั้นการถูกสองนิ้วกระแทกกระบอกตาก็ทำให้ปวดไม่น้อย

“ฉันช่วยแคะถั่วออกจากตานายให้ไง ต่อไปจะได้มีแวว ไม่มองคนผิดพลาดอีก เป็นตำรวจน่ะนอกจากความสามารถแล้ว ปัญญาก็สำคัญรู้ไหม นายต้องไตร่ตรอง พิจารณาให้รอบคอบเสียก่อนจึงค่อยตัดสิน เพราะคนที่ถูกนายยัดข้อหาให้เขาต้องเสียทั้งชื่อเสียง เสียเวลา และก็เสียความรู้สึก”

 

 

ปรีชญาณ์ออกมาทันเห็นเพื่อนสั่งสอนปัณณ์พอดี ซึ่งพอมาริษาเห็นเธอก็อุทานบางอย่างก่อนยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกาอย่างรวดเร็ว “แกสายแล้วเปรียว ไปรีบไป และระวังตัวให้ดีๆ มีอะไรด่วนก็โทรโทร.มาตามที่นัดกันไว้” บอกพลางรุนหลังปรีชญาณ์ให้รีบก้าวเดินออกไป ส่วนตัวมาริษาเองก็รีบเข้าไปในห้องน้ำเพื่อคว้ากระเป๋าเป้ใส่สัมภาระเดิมของปรีชญาณ์ออกมา

“อย่าเพิ่งไป เธอจะไม่รับผิดชอบหรือไง ทั้งสเปรย์สารเคมีอันตรายใส่ตาและยังจิ้มตาจนผมเจ็บอย่างนี้” ปัณณ์ร้องอุทธรณ์พลางกุมเบ้าตาไว้ทั้งสองข้าง ซึ่งเพราะอาการยืนพิงกำแพงของเขานี่เองที่ทำให้มาริษาเริ่มใจไม่ดีนัก

“สารเคมีอันตรายที่ไหน แค่สเปรย์ดับกลิ่นปาก แล้วตอนที่ฉันจิ้มตา นายก็หลับตาไม่ใช่หรือ”

“ไม่รู้ล่ะละผมเจ็บนี่ และตอนนี้ก็ลืมตาไม่ขึ้นเลยด้วย ถ้ายังพอมีมนุษยธรรมอยู่บ้าง ช่วยพยุงผมไปปฐมพยาบาลทีเถอะ”

 

 

มาริษาไม่ไว้ใจความเจ้าเล่ห์ของปัณณ์นัก หากแต่เธอก็รู้ตัวเหมือนกันว่าตอนที่ใช้นิ้วจิ้มเบ้าตาเขานั้น เธออัดจนเต็มแรงเชียวล่ะละเอาเถอะ...เห็นแก่เมตตาธรรมค้ำจุนโลก เห็นแก่ตำรวจตัว เอ๊ย ตาดำๆ หรอกนะ เอาไปส่งถึงมือหมอแล้วก็ต่างคนต่างไปละกัน บอกตัวเองอย่างนั้นแล้วมาริษาก็คว้ามือหนามาโอบบ่าเธอไว้ก่อนสอดแขนเข้าไปรับน้ำหนักเพื่อช่วยพยุงพลางบอก “ห้ามตุกติกนะ ไม่งั้นฉันจะ...”

คำขู่ยังไม่ทันจบ คนที่ตั้งใจเอาคืนก็จัดการรวบร่างอวบเข้าไปในวงแขนกว้างพร้อมกับก้มหน้าคร้ามคล้ามคมลงมาจนชิด ปลายจมูกโด่งอัดลงบนแก้มนวลอิ่มดังฟอดใหญ่ หายใจเข้าลึกจนหนำใจแล้วจึงผละออกบอกเสียงใส ตาเป็นประกายเจ้าชู้

“เสียชื่อเสียงกับเสียเวลา ผมจะชดเชยให้ทีหลัง วันนี้จ่ายค่าความรู้สึกไปก่อนละกัน รู้สึกรู้สามากๆ นะจ๊ะ ยายแมวอ้วน!”

 

 

 

เพราะกลัวตกรถปรีชญาณ์จึงไม่มีเวลาสืบสาวราวเรื่องกับมาริษานัก สำคัญกว่านั้นคือเธอมั่นใจว่าอย่างไรเสียมาริษาก็จัดการปัญหาได้ จากลักษณะภายนอกมาริษาอาจเหมือนสาวอวบอุ้ยอ้ายธรรมดาแต่แท้จริงแล้วเธอเรียนศิลปะป้องกันตัวตั้งแต่ประถมและยังเป็นครูสอนอาคิโด้ไอคิโด ดังนั้นผู้ชายร่างใหญ่เพียงคนเดียวไม่คณนามือมาริษาหรอกและก็จริงดังคาด เพียงปรีชญาณ์ขึ้นรถที่จักรินทร์มาจอดรับ สายเรียกเข้าจากมาริษาก็ดังทันที

“เกิดอะไรขึ้นนังเหมียว มีเรื่องอะไรกัน แล้วตอนนี้แกปลอดภัยดีใช่ไหม” ปรีชญาณ์กรอกเสียงใส่โทรศัพท์โทรศัพท์ของจักรินทร์ที่เปิดสปีกเกอร์โฟนทิ้งไว้

“ไม่มีอะไรหรอก แค่ทักทายอริเก่าเท่านั้น เออ...ย้ำกับนังจุ๊บด้วยนะว่าจอดที่ป้ายรถเมล์ป้ายที่ห้าจะได้ไม่คลาดกับไอ้คราม”’

 

 

“ไอ้ครามมาเกี่ยวอะไรด้วย” ปรีชญาณ์อดถามไม่ได้ กับแค่หนีออกจากบ้านมาริษาก็ทำให้เป็นเรื่องใหญ่ด้วยการวางแผนซ้อนแผนซ้ำแล้วซ้ำเล่า เริ่มจากให้เธอเปลี่ยนชุดเดิมออกเป็นชุดใหม่เพื่อพรางตัว รถยนต์ที่ขับมาก็ต้องจอดทิ้งเพื่อขึ้นคันใหม่ แล้วนี่ยังจะต้องมีการเปลี่ยนยานพาหนะกลางทางอีก

“‘ไอ้ครามมันจะมารับแกขึ้นรถเมล์ จากนั้นแกสองคนจะไปคลินิกพร้อมกัน”’

ฟังถึงตรงนี้ปรีชญาณ์ก็ร้องแหวใส่

“มากไปหรือเปล่ายะนังเหมียว ฉันแค่หนีออกจากบ้านนะแก ไม่ใช่ฆาตกรหนีออกจากคุก จะต้องหลบซ่อนอะไรนักหนา ไม่มีตำรวจตามสกัดฉันออกนอกเมืองหรอก และตามตรง...ฉันขึ้นรถเมล์ไม่เป็น แดดก็ร้อน ควันก็เยอะ สงสารเซเลบกระหม่อมบางอย่างฉันเถอะ”

“เอาสิ...ถ้าไม่ลงจากรถแผนก็ไม่เริ่ม แกอยากกลับไปแต่งงานกับคุณมนต์ธัชก็ตามใจ”’

 

 

พอโดนมาริษาทำเสียงแข็งใส่ ปรีชญาณ์ก็จำต้องยอม แต่พอวางสายแล้วก็ไม่วายบ่นเอากับคู่หูของมาริษา

“แกควรจะปรามนังเหมียวมันบ้างนะจุ๊บ บ้าหนังสืบสวนสอบสวนจนแยกชีวิตจริงกับฮอลลีวูดไม่ออกแล้ว มีอย่างที่ไหนคิดแผนหนีอย่างกับฉันเป็นโจรปล้นธนาคาร ฉันจะไม่แปลกใจเลยนะถ้าในแผนมีระเบิดภูเขาเผากระท่อมประกอบฉากด้วย”

 

 

 

อัปต่อจ้า

 

ฟังการปะทะกันของสองสาวแซ่บประจำกลุ่มแล้วจักรินทร์ก็หัวเราะคิก เติมข้อมูลเพิ่มว่า “ไม่มีระเบิดภูเขาเผากระท่อมหรอกย่ะ แต่ขอบอกว่านี่ยังน้อย ตอนแรกนะ นังเหมียวมันเตรียมเสื้อไว้ให้หล่อนใส่ทั้งหมดห้าตัว กะจะให้เปลี่ยนทุกๆ ครั้งที่เปลี่ยนรถเพื่อจะได้ไม่มีใครจำได้ แล้วยังเตรียมติดต่อเรือยาวกับสามล้อไว้ มันว่าคงเก๋ดีถ้าหล่อนจะไปถึงคลินิกด้วยแก๊งมอเตอร์ไซค์ผาดโผน”

“บ้าสิ! ถ้าทำตามสูตรมัน ฉันคงได้ไปเล่นหนังกับจา พนมแน่ๆ” ปรีชญาณ์บ่น แต่เพราะทุกอย่างตระเตรียมไว้หมดแล้วเธอจึงถอยหลังไม่ได้ และ

ไม่ทันให้เธอได้คิดใคร่ครวญใดๆ ทั้งสิ้น จักรินทร์ก็เทียบรถกับฟุตบาทฟุตพาทแล้วร้องเร่งให้เธอก้าวลงจากรถ

“ไป...  ลงไปได้แล้ว โชคดีเพื่อน” 

      ควันจากท่อไอเสียของจักรินทร์ยังไม่ทันสลายตัวไป ปรีชญาณ์ก็ได้ยินเสียงเรียกชื่อเธอดังขึ้น เงยหน้ามองก็พบว่าทิฆัมพรรออยู่แล้วบนรถประจำทางปรับอากาศคันใหม่เอี่ยม ถึงตอนนี้ ปรีชญาณ์ก็ไม่อยากถามอีกแล้วว่าเพื่อนสาวมาได้อย่างไร และนัดแนะรถแบบไหน รถโดยสารประจำทางจึงได้จอดตรงเวลาขนาดนี้ ถือเสียว่าเป็นความสามารถพิเศษอันไม่ควรลอกเลียนแบบของมาริษา ซึ่งเธอตั้งใจแล้วว่า จบแผนนี้เมื่อไหร่ เมื่อไร เธอจะไม่ใช้บริการซ้ำ

 

 

 

“คนป่วยบอกว่ารู้จักผมหรือครับ?” 

บุริศร์ถามย้ำรอบที่สองเมื่อได้รับการยืนยันเชิงขอร้องให้ไปพบผู้ป่วยความจำเสื่อมรายหนึ่งที่คลินิกชานเมือง เพราะเธอคนนั้นจำได้เพียงชื่อของเขากับเบอร์โทรศัพท์โทรศัพท์ ซึ่งเมื่อเขาตอบรับว่าชื่อบุริศร์จริง และเบอร์โทรศัพท์โทรศัพท์ที่โทรโทร. มาก็เป็นของเขา นางพยาบาลก็ปักใจเชื่อไปแล้วว่าเขาเป็นญาติของผู้ป่วย

“ค่ะ ทั้งชื่อและเบอร์โทรศัพท์โทรศัพท์ที่เธอบอกตรงกับข้อมูลของคุณทุกอย่าง แต่นอกเหนือจากนี้แล้ว เธอจำอะไรไม่ได้เลยนะคะ แม้กระทั่งชื่อของตัวเอง” 

พยาบาลบอกแล้วก็ยิ้มให้ บุริศร์จึงต้องยิ้มตอบออกไป ทั้งที่กำลังมึนงงเต็มแก่ ความจำเสื่อมแบบไหนกันนะ จำเรื่องของตัวเองไม่ได้เลย แต่กลับจำเรื่องเขาได้ ที่สำคัญคือเธอเป็นใคร เกี่ยวข้องอย่างไรกับเขา

“ทางนี้ค่ะ เธอฟักฟื้นอยู่ในห้องนี้” พยาบาลบอกแล้วพาเขาเดินเข้าไปที่เตียงด้านในสุดเพื่อหยุดลงตรงหน้าผู้หญิงรูปร่างโปร่งบางคนหนึ่ง

 

 

 

“พี่ริศร์” ใบหน้าขาวแดงเรื่อ ดวงตาเปล่งประกายความยินดีอย่างเห็นได้ชัดโดย

เมื่อน้ำเสียงหวานใสนั้นเรียกเขาโดยไม่มีใครแนะนำ พยาบาลสาวทั้งสองคนก็หันมายิ้มให้แก่กันด้วยต่างเข้าใจว่าผู้ป่วยได้เจอญาติ มีเพียงบุริศร์ที่ยิ้มไม่ออกเพราะไม่คุ้นหน้า จึงยังยืนนิ่ง ดูท่าทีของคนป่วยก่อน

บุริศร์พินิจพิจารณาหญิงสาวเพื่อจะพบว่าเธอมีดวงตาเรียวรี ผิวพรรณขาวเนียนละเอียดคล้ายมีเชื้อสายจีน ต่างกับเขาและญาติพี่น้องที่มีเครื่องหน้าคมเข้ม นัยน์ตาโต หน่วยตาลึก ผิวสองสี จากลักษณะภายนอกนี้ บุริศร์เชื่อมั่นว่าเธอไม่ใช่ญาติ แต่หากเป็นเพื่อนหรือคนเคยรู้จักก็น่าจะคลับคล้ายคลับคลาบ้าง ไม่ใช่รู้สึกเหมือนคนแปลกหน้า

 

 

“พอจะรู้จักเธอไหมคะ” พยาบาลถามเสียงเบาเมื่อเห็นว่าบุริศร์เขม้นมองนิ่งไม่พูดไม่จา

บุริศร์มองดวงหน้าหวานแล้วก็ไม่ตอบในทันที เลือกจะถามหญิงสาวว่า “สวัสดีครับ ผมชื่อบุริศร์ครับ คุณชื่ออะไร”

บุริศร์อึ้งไปนิดเมื่อดวงตารีเรียวเปี่ยมหวังเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นผิดหวังตัดพ้อ นัยน์ตาคู่สวยมีหยาดน้ำตาคลอก่อนที่เธอจะเมินมองไปที่หน้าต่างด้วยท่าทีเซื่องซึม

“ฉัน... ฉันจำชื่อตัวเองไม่ได้ค่ะ ฉันไม่รู้ว่าฉันเป็นใคร” เสียงตอบของเธอเบา ใบหน้านวลนั้นก้มลงต่ำจนคางแทบจะเกยอก

บุริศร์พยายามตัดอคติว่าเธอเป็นสิบแปดมงกุฎออกไป แต่ก็ยังคลางแคลงใจกับการกล่าวอ้าง

 

 

“ผู้ป่วยได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะจากอุบัติเหตุค่ะ ทำให้เธอจำอะไรไม่ได้เลย นอกจากชื่อของคุณกับเบอร์โทรศัพท์โทรศัพท์ ทางโรงพยาบาลสอบถามเรื่องอื่นๆ จากเธอหลายรอบแล้ว แต่เธอไม่สามารถตอบได้”

บุริศร์พยายามมองจ้องลงในดวงตาคู่สวยเพื่อหาความผิดปกติ ลับลมคมในหรืออะไรสักอย่างที่สื่อความว่าผู้หญิงตรงหน้าเสแสร้งแกล้งทำ ซึ่งเธอก็จ้องมองเขาตอบราวกับจะส่องกระจก

“พี่ริศร์จำฉันไม่ได้เหรอคะ” เธอถามแผ่วเบาแล้ว เมื่อเขาส่ายหน้า ใบหน้างามก็หมองลง เธอหันไปสบตากับพยาบาลสาวแล้วตั้งคำถาม “ถ้าพี่ริศร์ไม่รู้ว่าฉันเป็นใคร แล้วฉันจำเขาได้ยังไงคะ” 

คำถามจากปากผู้ป่วยทำให้พยาบาลสาวหันไปหาบุริศร์แล้วเค้นถามอีกครั้ง “คุณไม่รู้จักเธอจริงๆ หรือคะ ลองมองดีๆ นะคะ เธออาจหน้าเปลี่ยน อย่างเช่นไปทำศัลยกรรมมาแล้วคุณจำหน้าเธอไม่ได้ก็ได้” ผู้รับบทพยาบาลพยายามโน้มน้าว 

“ครับ ไม่รู้จักและไม่เคยเห็นหน้าเธอเลย” บุริศร์ตอบอย่างมั่นใจ 

เมื่อพยาบาลเมื่อได้รับการยืนยันทั้งคำพูดและแววตาก็ยิ้มแหยก่อนขอตัวออกไปตามนายแพทย์เจ้าของไข้

 

 

Talk

เพียงแค่เริ่มเดินตามแผน ทุกอย่างก็ป่วนปั่น ยังไม่ทันจะได้เจอพี่ริศร์เลย ตำรวจรวบตัวแก๊งสิบแปดมงกุฎซะแล้ว ถถถถ

เหมียวกับพี่ปัณณ์โผล่มาเรียกรอยยิ้มขำขันนะคะ เป็นคู่ปรับ คู่อาฆาตจ้า

 

คนแปลกหน้า!!!! โอยยยย ขอไว้อาลัยให้ความรักของเปรียวศรีห้าวิจ้า รักข้างเดียวของแท้เลยละ น่าฉงฉานนาง T T

เปรียวศรีสมองเสื่อมจ้า และก็ช่างเลือกจะเสื่อมเนาะ จำตัวเองไม่ได้ จำอะไรไม่ได้เลย แต่จำผู้ชายได้จ้า 5555 ไม่พิรุธเลย แต่ๆๆๆ นอกจากพิรุธจะเยอะแล้ว มารยานางก็เพียบนะคะ พรุ่งนี้มาอ่านกันต่อค่ะว่า เปรียวศรีจะมีข้ออ้างอย่างไร และพี่ริศร์คนดีที่ใจร้าย จะจัดการกับเปรียวศรีได้อยู่หมัดหรือเปล่า

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

125 ความคิดเห็น

  1. #104 060712 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 23:03
    มันมี E book ไหมไรท์ รีดคนนี้อยากเปย์
    #104
    1
    • #104-1 ชาตา(จากตอนที่ 11)
      8 พฤษภาคม 2563 / 14:23
      ebook จะออกหลังจากหนังสือวางจำหน่ายค่ะ // รอก่อนนะคะ
      #104-1
  2. #27 jeauan (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 19:12
    น่าจับให้เหมียวกับพี่ปัณณ์เป็นคู่รักนะคะ
    #27
    3
    • #27-2 jeauan(จากตอนที่ 11)
      12 กันยายน 2562 / 12:23
      ไม่มีในเล่มนี้ แต่มีในเล่มหน้าใช่ไหมคะ
      #27-2
    • #27-3 ชาตา(จากตอนที่ 11)
      13 กันยายน 2562 / 09:25
      ยังไม่ขอรับปากค่า เพราะตั้งใจว่าอาชีพเจ๊เหมียวคือเภสัชกร จึงต้องหาข้อมูลก่อนค่ะ
      #27-3