ร้อยรักดลใจ (ตีพิมพ์กับ สนพ. Sugar beat)

ตอนที่ 1 : วาสนาอธิษฐาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,748
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 52 ครั้ง
    30 เม.ย. 63


Credit : ภาพจาก pinterest

 

 

คนที่ทำดีต่อกันไว้ ผลบุญก็จะเกื้อหนุนให้ได้พบ

ให้มีวาสนาต่อกันอยู่เรื่อยๆ


บทนำ

 

สิบสองปีก่อน

 

เสียงกรีดร้องและอาการปาข้าวของใกล้มือทุกอย่างทิ้งของเด็กหญิงวัยสิบสี่ปีเรียกความสนใจของทีมอาสาสมัครดูแลผู้ป่วยให้หันมองด้วยความสนใจ ยิ่งเมื่อเหล่าพยาบาลสามสี่คนพยายามร้องห้าม ข้าวของก็ยิ่งถูกขว้างมากขึ้นและบางชิ้นก็กระเด็นออกนอกวงมาถึงกลุ่มอาสาสมัครที่กำลังดูแลผู้ป่วยอยู่

“คุณเปรียวขา พอแล้วค่า พอแล้ว ข้าวของคุณหมอพังหมดแล้วนะคะ” จรรยาพี่เลี้ยงสาวและลูกไล่ประจำตัวของเด็กหญิงร้องห้ามพลางวิ่งไล่เก็บทุกอย่างมากองรวมกันไว้ แต่ไม่กล้าเข้าไปจับตัวเด็กหญิงเพราะฝ่ายนั้นเงื้อง่าถาดสเตนเลสอันใบใหญ่อยู่

 

 

“ก็เปรียวบอกแล้วว่าไม่กิน กลืนข้าวไม่ได้ พี่จรรยาก็ยังจะตื๊อให้กินอยู่ได้ แถมยังพาออกจากห้องมาเป็นตัวตลกให้พยาบาลพวกนี้ดูอีก”เด็กหญิงตะโกนเสียงดังจนหน้าแดงก่ำ จ้องผู้เป็นพี่เลี้ยงตาเขม็ง

“โธ่...ตัวตลกที่ไหนกันล่ะคะ พี่แค่อยากให้น้องเปรียวได้เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง เผื่อจะอยากทานอาหารมากขึ้น”พี่เลี้ยงบอกเสียงอ่อนหวาน นอกจากค่าจ้างราคางามแล้ว บิดาของเด็กหญิงยังเป็นผู้มีพระคุณของเธอด้วย

“ไม่อยาก และจะไม่กินด้วย มาพาเปรียวเข้าห้องเดี๋ยวนี้ อ้อ...แล้วใครจะตามไปฉีดยาก็รีบมา ถ้าหลับแล้ว ใครปลุกให้ตื่นจะด่าไม่ไว้หน้าจริงด้วยๆ”

 

 

นางพยาบาลสาวสามคนมองหน้ากันด้วยความไม่พอใจ หากไม่ใช่เพราะอำนาจเงิน เด็กหญิงจอมวีนคงถูกเชิญออกจากโรงพยาบาลตั้งแต่สองวันแรกแล้ว ค่าที่สร้างเสียงรบกวนแก่ผู้ป่วยคนอื่นและทีมแพทย์ตลอดเวลา

“แต่ถ้าน้องเปรียวไม่กินข้าวก็จะไม่มีแรงไม่หายป่วยนะคะ และพี่ก็ต้องให้น้ำเกลือน้องเพิ่มอีก” นางพยาบาลที่อาวุโสที่สุดพยายามเกลี้ยกล่อม

“ไม่ต้องมาขู่หรอก อยากฉีดยาก็มาฉีดเลย ไม่ได้กลัวสักนิด แล้วอย่าให้เห็นใครถือถาดข้าวมาอีกนะ จะขว้างด้วยถาดจริงๆ ด้วย” เด็กหญิงบอกเสียงแข็งหน้าเชิด ทั้งที่ร่างกายกำลังอ่อนล้าเต็มที ซึ่งท่าทางของเด็กสาวอยู่ในความสนใจของใครคนหนึ่งโดยตลอด

 

 

“เด็กคนนั้นป่วยเป็นอะไรหรือครับอาจารย์” บุริศร์ซึ่งในขณะนั้นเข้าร่วมโครงการอาสาสมัครดูแลผู้ป่วยสอบถามอาจารย์ที่ปรึกษาชมรมซึ่งเป็นผู้ดูแลนักศึกษาทั้งหมด โดยซึ่งนักศึกษาส่วนใหญ่ในโครงการเป็นนักศึกษาในสายวิทยาศาสตร์การแพทย์ ยกเว้นบุริศร์และเพื่อนอีกสองคนที่มาจากคณะอื่น

“พยาบาลบอกว่าเป็นโรคเอ็มจีหรือที่เรียกกันว่าโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง คนป่วยจะมีอาการอ่อนแรงง่าย หนังตาตก กลืนอาหารลำบากและบางครั้งก็สำลักอาหาร อาจารย์เดาว่าคงเพราะสำลักบ่อยๆ นี่แหละที่ทำให้เขาไม่ยอมกินข้าว”คนพูดหมายถึง Myasthenia Gravis(MG)ซึ่งเป็นโรคที่มีสาเหตุมาจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานผิดปกติ ผู้ป่วยจะมีอาการหนังตาตก ยิ้มได้น้อยลง หายใจลำบาก มีปัญหาการพูด การเคี้ยว การกลืน รวมไปถึงการเคลื่อนไหวของร่างกาย

“แต่ถ้าไม่กินข้าว ร่างกายจะเอาพลังงานมาจากไหน“ เสียงพูดพึมพำคล้ายกับพูดกับตัวเองมากกว่าทำให้อาจารย์สาวเพียงยิ้มตอบ ก่อนเสเดินไปดูการสอนหลักการกายภาพบำบัดเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ ปล่อยให้บุริศร์ยืนครุ่นคิดบางอย่างเพียงลำพัง

 

 

ทางฝ่ายเด็กหญิงปรีชญาณ์หลังจากออกฤทธิ์เดชไปสุดแรงเกิดแล้ว ร่างกายก็อ่อนแรงจนรู้สึกเปลี้ยไปทั้งตัว หากแต่เพราะทิฐิและความอวดดีจึงไม่คิดร้องขอให้ใครช่วย ร่างผอมบางเดินเลาะระเบียงกลับห้องพักอย่างโงนเงนเต็มแก่ โดยมีพี่เลี้ยงสาวถือถาดสเตนเลสใส่อาหารเดินตามมาข้างหลัง

“คุณเปรียว” จรรยาร้องเสียงหลงเมื่อเด็กหญิงปรีชญาณ์รูดกองลงกับพื้นจากอาการหนังตาตกและดวงตาพร่ามัว หากแต่พอพี่เลี้ยงก้าวประชิดเพื่อประคองปีก เด็กหญิงกลับหันมาตวาดใส่

“จะร้องเสียงดังทำไมพี่จรรยา อยู่ใกล้กันแค่นี้ แล้วก่อนที่จะพยุงเปรียวน่ะ เอาถาดอาหารออกไปไกลๆ ก่อนได้ไหม เปรียวเหม็น!”

เสียงตวาดแหวดังชัดเจนในทีแรก ก่อนเจ้าตัวจะหอบเพราะความเหนื่อยหนังตาข้างซ้ายก็ช่างไม่รักดีคอยแต่จะปิดลงแม้ว่าจะพยายามใช้มือช่วยถ่างไว้ โดยในระหว่างที่เด็กหญิงปรีชญาณ์และจรรยากำลังตกใจในสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเอง ร่างสูงของชายหนุ่มคนหนึ่งก็ก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าพร้อมวีลแชร์

 

 

“ถ้าล้มแล้วไม่คิดจะลุก เขาเรียกว่าขี้แพ้ แต่ถ้าล้มแล้วพยายามลุกขึ้นใหม่ เขาเรียกว่านักสู้ เลือกเอาว่าจะเป็นคนแบบไหน หนึ่งหรือสอง”

เด็กหญิงตาวาววาบด้วยความโกรธ หากแต่เพราะร่างกายไม่เอื้อต่อการออกฤทธิ์เดชจึงจำต้องนิ่งคิด ซึ่งแน่นอนเด็กหญิงปรีชญาณ์เป็นนักสู้และไม่เคยยอมแพ้อะไร หากแต่จะให้ตะกายขึ้นรถเข็นคนป่วยเองในภาวะที่ร่างกายแทบไม่เหลือเรี่ยวแรงอย่างนี้ก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องง่าย ในภาวะที่ร่างกายแทบไม่เหลือเรี่ยวแรงอย่างนี้

ตาจ้องตาอย่างต่างไม่ยอมกัน บุริศร์พิจารณาเด็กหญิงผิวขาว ตาชั้นเดียว ที่มีฟันเกไปทั้งปากแล้วอดนึกขันไม่ได้ ‘หน้าตาก็ขี้ริ้ว นิสัยยังขี้เหร่อีก’ 

 

 

ฝ่ายเด็กหญิงปรีชญาณ์ เธอมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างครุ่นคิด ก่อนจะยกมือขึ้นกวักให้ร่างสูงก้มลงมาใกล้เพื่อถาม “เห็นคนล้มแล้วข้ามเป็นไอ้ขี้หมา เห็นคนล้มแล้วช่วยพยุง เขาเรียกว่า คนมีน้ำใจ นายล่ะเป็นคนแบบไหน หนึ่งหรือสอง”

บุริศร์นิ่งงันไปด้วยไม่นึกว่าอีกฝ่ายจะโต้คารมทั้งที่ตาปรือจะปิดไม่ปิดแหล่ และเมื่อเข้าใจเจตนายอกย้อนแล้วก็รู้สึกชอบใจในความแสบสันของเด็กหญิงตรงหน้า ใบหน้าที่มักเคร่งขรึมเปิดเป็นรอยยิ้มส่งให้แล้วบอกว่า “สรุปว่า น้องเป็นนักสู้ ส่วนพี่ก็เป็นคนมีน้ำใจ โอเคไหม”

 

 

เมื่อคำตอบคืออาการพยักหน้าเพียงนิดอย่างไว้เชิง บุริศร์ก็ยิ้มขำ ให้ประมาณเอาจากร่างเล็กตรงหน้า เขาคิดว่าน้ำหนักน่าจะสามสิบต้นๆ หากจะให้อุ้มวางบนรถเข็นคงยังไม่ทันเหนื่อย แต่จากท่าทีดื้อดึงและแววตาระแวดระวังก็รู้ว่าไม่ควรทำอย่างนั้น บุริศร์จึงเอ่ยขออนุญาตเสียงเบาก่อนกระชับมือลงบนแขนเล็ก

“เอาล่ะ ละ ทีนี้เราก็มาลุกขึ้นพร้อมกัน นับถึงสามแล้วลุกเลยนะ เอ้า... หนึ่ง สอง สาม” 

สิ้นคำว่าสาม ร่างผอมบางของเด็กหญิงก็ปลิวขึ้นจากพื้นมานั่งลงบนรถเข็น ใจของเด็กหญิงไหววูบด้วยความรู้สึกประหลาด ที่ทีแรกเธอคาดว่ามาจากความตกใจที่ตัวลอยขึ้นจากพื้น ก่อนจะค่อยๆ รู้ตนว่าไม่ใช่ เพราะเมื่อนั่งได้เรียบร้อยแล้ว หัวใจกลับเต้นรัวเร็วมากยิ่งขึ้นไปอีก

 

 

อาการนั่งนิ่งของเด็กหญิงทำให้บุริศร์ส่งยิ้มให้ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนส้นเท้าของตนเองและยื่นมือไปจับข้อเท้าเล็ก “จะทำอะไรหนูน่ะ” เด็กหญิงปรีชญาณ์ร้องพลางดึงเท้าหนี แต่นอกจากจะไม่สำเร็จแล้ว มืออุ่นจัดนั้นยังช่วยยกขาของเธอขึ้นวางบนที่พักเท้า

“ไม่ได้เอารองเท้าแก้วมาสวมให้หรอกน่า แค่จะให้วางเท้าให้เรียบร้อย ตอนเข็นไปจะได้ไม่กระแทกอะไรเข้า ว่าแต่... เราพักห้องไหน”

เด็กหญิงมองหน้าจรรยาเชิงปรึกษาซึ่ง เมื่อสาวใช้ส่วนตัวพยักหน้ายิ้มๆ ปรีชญาณ์จึงยอมบอกเลขห้องพักผู้ป่วย 

 

 

ราวห้านาทีต่อมา บุริศร์ก็เข็นรถของปรีชญาณ์มาส่งถึงหน้าห้อง มองใบหน้างอง้ำ เอาแต่ใจของเด็กหญิงใจร้อนแล้ว บุริศร์ก็แกล้งยั่วว่า

“นี่จะบอกอะไรให้นะ นักสู้ที่ฉลาดน่ะ เขาไม่ได้ตะบี้ตะบันสู้อย่างเดียวหรอก เขาต้องรู้จักพัก รู้จักรักษาร่างกายให้แข็งแรงก่อน เอ้านี่... นมจืด กินแล้วก็นอนพักซะ ตื่นมาจะได้มีแรง จะได้มาโต้คารมกันใหม่” บอกแล้วบุริศร์ก็ตั้งใจจะหันหลังกลับ แต่เสียงถามของเด็กหญิงทำให้เขาก้าวขาไม่ออก

 

 

“พี่คิดจะจีบหนูหรือไง” ถามด้วยคำพูดไม่พอ สายตายังระแวงแคลงใจ ไม่ยอมรับกล่องนมจืดง่ายๆ

บุริศร์เบ้หน้าใส่ก่อนวางกล่องนมจืดลงบนตักเด็กหญิงดื้อๆ “หนึ่ง พี่ไม่จีบเด็ก สอง พี่ไม่ชอบคนขี้เหร่ สาม... ใครจะอยากเป็นแฟนกับคนป่วยเดินไม่ได้ ฉะนั้น... ข้ามสามข้อนี้ให้ได้ แล้วค่อยมาตู่ว่าพี่จีบเรา”

เด็กหญิงปรีชญาณ์ฟังแล้วนิ่งไปครู่ก่อนยักไหล่ใส่ “ให้มันจริงเถอะ หนูน่ะ เบื่อเต็มทีพวกทำดีเพราะหวังผล อ้อ... พรุ่งนี้หนูขอเป็นนมจืด ไขมันศูนย์เปอร์เซ็นต์นะ”

บอกเสร็จ เด็กหญิงปรีชญาณ์ก็สั่งให้พี่เลี้ยงเข็นเธอเข้าห้องพัก ปล่อยให้บุริศร์ยืนอึ้งไปพักใหญ่ ก่อนจะปลงตกและหัวเราะเบาๆ กับตัวเอง ‘เด็กบ๊อง’
 

 

 

Talk

สวัสดีค่ะ ขอเริ่มต้นอัปนิยายเรื่องนี้ใหม่อีกครั้งนะคะ ทั้งนี้ นิยายเรื่องนี้ผ่านการพิจารณาจากสนพ.Sugar beat แล้ว และอยู่ระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบและตีพิมพ์ ฉะนั้น จาจะอัปนิยายประมาณ 60 - 70% ค่ะ

 

เปิดมาตอนแรก เปรียวศรีก็ปีนเกลียวพี่ริศร์เลยจ้า ส่วนพี่ริศร์เราก็ไม่เบานะจ๊ะ แอบนินทาน้องว่าหน้าขี้ริ้ว นิสัยขี้เหร่ 555

 

เรื่องนี้เป็นเนื้อหาคู่ขนานของ 'หัวใจสำรอง' ก็จริง แต่สามารถแยกอ่านได้ เพราะตัวละครมีจุดเชื่อมกันเพียงต้นเรื่องกับท้ายเรื่องเท่านั้น และเรื่องนี้จะไม่ใช่แนวสืบสวน+ฆาตกรรมอย่างหัวใจสำรองค่ะ จะเป็นแนวคอมาดี้มากกว่า

 

 

หากใครสงสัยว่า ผู้ชายเคร่งธรรมะอย่างพี่ริศร์มีจริงไหม ขอบอกว่ามีตัวตนอยู่จริง จาอ้างอิงนิสัยและแนวการปฏิบัติตนมาจากคนรู้จัก ส่วนคำถามว่าโสดไหม???? โถวววว จะเหลือหรือคะ เขาแต่งงานแล้วค่ะ และก็รักลูกรักเมียมากด้วย ^^

 

ถ้าใครกำลังตั้งความหวังว่า โตเป็นสาวแล้วยายเปรียวจะน่ารักแสนดี บอกเลยว่า เสียใจค่ะ เพราะยิ่งโต เจ้าหล่อนจะยิ่งเจ้าเล่ห์เพทุบาย ร้ายๆ รั่วๆ ทั้งป่วนทั้งกวนประสาท รับประกันความเพี้ยน555

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 52 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

125 ความคิดเห็น

  1. #17 แม่หม้ายดำ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 17:49
    นั่นสิ คุ้นๆชื่อนางเอก

    น้องเปรียวนี่เอง
    #17
    1
    • #17-1 ชาตา(จากตอนที่ 1)
      30 สิงหาคม 2562 / 19:30
      ถูกต้องค่า ปรีชญาณ์ หรือ เปรียวศรี เพื่อนสาวจอมป่วนของฟ้าครามเองค่ะ
      #17-1
  2. #15 jeauan (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 11:04
    รอมานาน
    #15
    1
    • #15-1 ชาตา(จากตอนที่ 1)
      30 สิงหาคม 2562 / 12:11
      มาแล้วค่า ลงยาวๆ กันเลย
      #15-1