NSOME's FICTION

ตอนที่ 8 : [sf] you don't know (loco x gray)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 850
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    15 เม.ย. 58



 
 

warningโมเม้นสิบ เราเขียนร้อย ขอบคุณค่ะ

 

 

 

 

 

 

ไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกนี้อย่างไร แค่รู้ว่าอยู่ใกล้ๆแล้วรู้สึกดี

 

 

 

 

 

หลังจากตกลงจะไปนอนคอนโดของซองฮวาแล้ว ตอนนี้ฮยอกอูก็นั่งสงบเสงี่ยมเรียบร้อยบนรถของอีกคน บรรยากาศบนรถเงียบสนิท ไม่มีใครพูดอะไรจนกระทั่งคนขับตีไฟเลี้ยวจอดที่หน้าซุปเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่ง

 

            “ลงไปดิ”

            “อ้าวยังไม่ถึงคอนโดพี่นี่ จะทิ้งผมข้างทางแบบนี้หรอ”

            “ไหนบอกว่าหิวไม่ใช่หรอ ก็ลงไปซื้ออะไรกินดิ” ซองฮวาพูดเสียงเบา ก่อนจะหันหน้าไปทางอื่น

 

แหม.. ยังจำได้ด้วยว่าเขาบ่นว่าหิว ขนาดตัวคนพูดเองยังลืมไปแล้วเนี่ย

 

            “อ่อ ลงไปด้วยกันสิพี่”

            “หิวเองก็ไปเองสิวะ”

            “โธ่ พี่จะใจร้ายให้ผมเดินซื้อของคนเดียวจริงหรอ...”

 

 

ทั้งฮยอกอูและซองฮวากำลังเดินเลือกของในซุปเปอร์มาเก็ต เพราะนี่เป็นเวลาดึกจนเกือบจะเช้าแล้วเลยทำให้แทบจะไม่มีคน เมื่อเห็นทางว่างๆไม่มีคนอื่นฮยอกอูนึกสนุก เขาไถรถเข็นด้วยความเร็วสูงแล้วก็ทำเสียงเครื่องยนต์รถประกอบราวกับเด็กน้อย แม้ตอนนี้จะไม่มีคนแต่ซองฮวาก็อายการกระทำนั้นจนแทบแทรกแผ่นดินหนี จังหวะที่ฮยอกอูไถรถวนกลับมา เห็นซองฮวายืนกอดอกมองด้วยสีหน้าไม่พอใจเขาถึงรู้ตัวว่าควรหยุดก่อนระเบิดจะลง..

 

            “ลองทำแบบเมื่อกี๊อีกสิ ฉันจะอัดคลิปประจานลงไอจี” 

 

ซองฮวาขู่

 

            “โห้ย เขินนะเนี่ย พี่จะถ่ายคลิปผมลงอินสตาแกรมของพี่ด้วย”

 

แล้วคนอย่างฮยอกอูเคยสลดที่ไหน...

 

 

ด้วยความที่ฮยอกอูและซองฮวาต่างก็ทำอาหารไม่เป็นทั้งคู่ สิ่งที่พวกเขาเลือกซื้อจึงเป็นขนมขบเคี้ยวและอาหารสำเร็จรูปแช่แข็ง ฮยอกอูอยากซื้อเบียร์ เขาเดินไปหยิบมันมาครึ่งโหล แต่ก็โดนซองฮวาสั่งให้เอาไปเก็บที่แล้วหยิบน้ำผลไม้ใส่รถเข็นแทน ฮยอกอูก็ตื๊อจะซื้อเบียร์อยู่พักหนึ่ง จนคนตัวเล็กเดินนำไปที่แคชเชียร์จ่ายเงินนั่นแหละ เขาก็ทำได้แค่วางเบียร์ครึ่งโหลไว้ตรงนั้นแล้วเข็นรถตามไป...

 

            “ได้ของครบรึยัง?”

            “ขาดอย่างนึงพี่”

            “ขาดอะไร รีบไปหยิบมาสิ”

            “ขาดเจ้าตัวเล็กมาเดินด้วยกันกับเราอีกคน ถ้ามีนะ เราจะเหมือนเป๊ะ”

            “หืม เหมือนอะไร?”

 

 

            “คู่รักแต่งงานใหม่มาซื้อของเข้าบ้าน”

 

 

 

 

            “เชี่ย!!

 

ซองฮวานึกคำอื่นไม่ออกจริงๆ

 

..

 

 

การมาคอนโดของซองฮวาครั้งนี้เป็นครั้งแรก ยอมรับว่าตื่นเต้นนิดหน่อย แต่ฮยอกอูจะไม่หวั่นเพราะมันเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ลดช่องว่างระหว่างเขาและซองฮวา เปิดประตูเข้าห้องมาก็เป็นเหมือนที่จินตนาการไว้ คอนโดของซองฮวาสะอาดเรียบร้อยแปรผันตรงตามนิสัยของเจ้าของห้อง การตกแต่งเรียบหรูก็บ่งบอกไลฟ์สไตล์ของเจ้าของห้องอีกนั่นแหละ แต่เขาก็ต้องแอบขำเมื่อเห็นซองฮวาเปลี่ยนรองเท้าจากทิมเบอร์แลนคู่โปรดเป็นสลิปเปอร์จอร์แดนคู่ยักษ์ รองเท้าใส่ในบ้านที่ดูเหมือนจะขนาดใหญ่กว่าเท้าจริงสามเท่า

 

            “น่ารักจัง”

            “รองเท้านี่หนะหรอ”

            “เปล่า... พี่อะแหละ”

 

แม่ง... หยอดทุกเม็ดเลย

ถ้าไม่ติดว่าซองฮวาหอบของที่ซื้อมาอยู่เต็มสองมือฮยอกอูคงจะโดนชกหน้าไปแล้วจริงๆ

 

 

หลังจากนั้นคนตัวเล็กหายเข้าไปในห้องนอนของตัวเองพักใหญ่ ฮยอกอูก็ทำหน้าที่เป็นแขกที่ดีโดยการนอนเหยียดยาวอยู่บนโซฟาห้องนั่งเล่นแบบนั้น จนเห็นซองฮวาเดินออกมาจากในห้องด้วยหน้าตาเครียดๆ

 

            “มีอะไรรึเปล่าพี่” ฮยอกอูถามด้วยความกังวลใจ

“...”

ซองฮวาไม่ได้ตอบ ยิ่งอีกฝ่ายเงียบแล้วทำหน้าเครียดนี่ยิ่งไปกันใหญ่ จริงๆก็แอบคิดนะว่าซองฮวาจะลำบากใจรึเปล่าที่เขามานอนด้วย จะรำคาญมั้ยที่เขามายุ่งวุ่นวายในพื้นที่ส่วนตัว หรือบางทีอาจจะรู้สึกอึดอัดใจกับการกระทำของเขา..

 

            ยิ่งบรรยากาศเงียบไปแบบนี้ ฮยอกอูคิดมากไปหมด

 

 

            “คือ...”

 

ซองฮวาก้มหน้าพูดเสียงเบา

 

            “ฉันไปหาชุดมาแล้ว แต่เสื้อผ้าฉันมันตัวเล็กคงจะใส่ไม่ได้... นายใส่ชุดเดิมได้มั้ย?”

 

โธ่ !!! คิดว่าเรื่องอะไร ทำเอาใจเขาตกไปที่ตาตุ่ม!

 

            “โห้ยพี่ทำหน้าเครียดเลยนึกว่าเรื่องใหญ่โต ไม่เป็นไร ผมใส่ชุดเดิมได้”

            “ก็กลัวนายหาว่าเป็นเจ้าบ้านที่ไม่ได้ดี ไม่ดูแลแขกนี่หว่า”

            “แค่นี้ก็เกรงใจพี่จะแย่แล้ว”

            “อื้อ งั้นไปอาบน้ำสิ ห้องน้ำอยู่ทางซ้ายมือนะ ส่วนห้องนอนว่างอีกสองห้อง เลือกเอาเลยว่าจะนอนห้องไหน เอ้อ มีอะไรก็เรียกได้นะ”

 

เดี๋ยวนะ...

เมื่อกี๊พี่เขาบอกว่ามีอีกสองห้องนอนว่าง งั้นก็แปลว่าจะไม่ได้นอนห้องเดียวกัน ? 

 

 

ได้ไงอะไม่ยอมหรอกนะ!!!

           

 

 

 

 

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก..

 

            “มีอะไร”

            “พี่... ผมกลัวผี”

            “เดี๋ยวก็เช้าแล้ว นอนๆไปเถอะ”

            “มันแปลกที่อะพี่ ผมนอนไม่หลับจริงๆนะ”

            “...”

            “ผมติดหมอนข้างด้วย ห้องนู้นไม่มีหมอนข้าง”

            “...”

            “ผมอาบน้ำแล้วนะ เนี่ยๆใช้สบู่พี่ด้วย กลิ่นเดียวกันเลย หอมมาก”

            “...”

            “จะได้คุยเรื่องเพลงด้วยไงพี่ น้าๆๆ เหลืออีกตั้งสองเพลงที่ต้องทำไม่ใช่หรอ”

            “...”

            “พี่... จะใจร้ายกับผมจริงหร-

            “เออจะนอนก็รีบเข้ามาแม่งน่ารำคาญหวะ”

 

แม้จะบอกว่าเขาน่ารำคาญ แต่ซองฮวาก็ยังเดินไปเปิดตู้เพื่อหยิบหมอนข้างมาให้เขาอยู่ดี ถึงแม้จะเป็นโยนใส่หน้าก็เถอะ หลังจากโยนหมอนข้างให้ฮยอกอูเพื่อกั้นอนาเขตแล้ว ซองฮวาก็ห่มผ้าแล้วนอนหันหลังให้ทันที

 

ก็... ปกตินอนคนเดียวตลอดนี่นา พอมีคนมานอนข้างๆแบบนี้แล้วมันรู้สึก... แปลก ?

 

 

            “พี่... นอนยัง”

            “นอนแล้ว”

            “เอาฮาปะเนี้ย”

 

ซองฮวาถอนหายใจ จริงๆก็นึกรำคาญคนที่นอนข้างๆนั่นแหละ วันนี้ทำงานเรียกได้ว่าเกือบจะโต้รุ่ง ตอนนี้ก็ใกล้จะเช้าแล้วด้วย แกล้งทำเป็นหลับดีมั้ย จะได้ไม่ต้องสนทนาให้มากความ..

 

บรรยากาศทั้งห้องเงียบสนิท แต่เสียงลมหายใจของคนข้างๆยังไม่เป็นจังหวะที่สม่ำเสมอ..

 

ฮยอกอูยังไม่หลับสินะ

 

“มีอะไรก็รีบๆพูดมา คนจะนอน” สุดท้าย ซองฮวาก็ตอบกลับไปอยู่ดี

            “พรุ่งนี้มีตารางงานรึเปล่าครับ”

            “ไม่มี มีอีกทีก็งานที่ไปด้วยกันวันมะรืนนั้นแหละ”

            “อ่อ... งั้น ถ้าตื่นแล้วออกไปซ้อมพร้อมกันนะพี่”

            “เรื่องอะไรหละ ไปเองดิ แท็กซี่มีก็นั่งไป”

            “โห้ย ขนาดนี้แล้ว ไม่ต้องแกล้งมาทำใจร้ายกับผมหรอกน่า”

            “มีคนเคยบอกมั้ยว่านายแม่งโคตรยุ่งวุ่นวายเลย”

 

            “แล้วมีคนเคยบอกพี่มั้ย...”

 

 

 

 

            “ว่าผมเป็นแบบนี้กับพี่คนเดียว”

 

ทั้งห้องเงียบสนิทอีกครั้ง มีแค่แสงโคมไฟจากหัวเตียงให้แสงสว่างพอให้ฮยอกอูได้นอนมองแผ่นหลังเล็กของอีกคน ไม่รู้ว่าหลังจากพูดประโยคนั้นไปซองฮวาจะรู้สึกอย่างไร อาจจะไม่ได้รู้สึกอะไรเลยก็ได้เพราะเขาชอบพูดจาแหย่เล่นแบบนี้บ่อยๆอยู่แล้ว แต่ในลึกๆเขาก็อยากให้อีกคนรู้...

 

ว่าความรู้สึกของเขามันคือเรื่องจริง

 

 

...

 

 

ซองฮวาทอดสายตามองออกไปที่นอกหน้าต่าง เขาไม่เข้าใจท่าทีแปลกๆ และคำพูดทีเล่นทีจริงของฮยอกอูเลยซักนิด พอๆกับที่ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมต้องรู้สึกดีกับการกระทำเหล่านั้น อาจเป็นเพราะที่ผ่านมาไม่มีใครเข้ามาในเขตแดนของเขาเกินที่เขาตีกรอบไว้ได้ขนาดนี้.. แต่ฮยอกอูก้าวข้ามมันมาได้ ความรู้สึกหลายอย่างตีกันในหัว และซองฮวาก็พยายามห้ามหัวใจตัวเองไม่ให้มันเต้นแรงนัก

เพราะสิ่งที่อีกฝ่ายพูด.. มันคงไม่ใช่เรื่องจริง

 

 

 

 

น่าแปลก ทั้งสองคนที่บอกว่าง่วงนอน.. 
แต่กลับไม่มีใครนอนหลับได้เลยสักคน

 

 

.

.

 

 

หลังจากคืนนั้นที่ไปนอนคอนโดซองฮวาครั้งแรก ฮยอกอูก็แทบจะกลายเป็นแขกประจำคอนโนนั้นไปแล้ว แต่ก็มีเหตุผลที่ฟังขึ้นเพราะใกล้เวลาที่อัลบั้มของฮยอกอูจะปล่อยออกมาแล้ว การทำงานจึงต้องแข่งกับเวลามากขึ้น ซองฮวาสร้างจังหวะและทำนอง ส่วนฮยอกอูก็เขียนคำร้องและใส่ความเป็นตัวเองลงไป จริงๆอัลบั้มนี้ไม่ได้ทำกันแค่สองคนหรอก ยังมีคนอื่นในค่าย AOMG เข้ามาช่วยกันจนเป็นผลงานชิ้นยอด

 

เพลงที่ทำด้วยใจ ผู้ฟังย่อมรับรู้มันด้วยใจเช่นกัน

 

           

“สองนาทียี่สิบเจ็ดวิ ออลคิลทุกชาร์ต!!!

            “เยส!!!

 

หลังจากปล่อยเพลงไป เพียงเวลาแค่สองนาทีกว่าๆก็ขึ้นอันดับหนึ่งในทุกชาร์ต แล้วไม่ใช่แค่เพลงเดียวที่ได้ที่หนึ่งแต่เป็นเพลงทั้งอัลบั้มที่ทยอยไต่ชาร์ตตามกันมา ตอนนี้สมาชิกทุกคนใน AOMG ต่างมานั่งรวมกันที่ร้านประจำใกล้ๆที่ตั้งบริษัทของพวกเขา แล้วนี่ก็กลายเป็นการฉลองเล็กๆให้กับความสำเร็จในครั้งนี้ของ โลโค่ อีกด้วย บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเสียงดังครื้นเครง จนเวลาผ่านไปทุกคนก็ต่างแยกย้ายกันกลับหมดแล้ว เหลือซองฮวากับฮยอกอูที่กำลังนั่งยิ้มกับสมาร์ทโฟนตัวเอง

           

“จะกลับยัง คนอื่นไปหมดแล้วนะ”

“อ.. อ้าว ไปกันตอนไหนเนี่ย”

“ก็มัวแต่ยิ้มกับหน้าจอโทรศัพท์อยู่นั่นแหละ”

“โห้ย ก็คนมันดีใจนี่ เออ ไปสิ รถพี่จอดไว้ที่ไหนหละ”

 

ทั้งสองคนเดินมาเรื่อยๆจนถึงหน้าบริษัท ระหว่างทางก็มีคนเข้ามาขอลายเซ็น มาบอกว่าเพลงใหม่ของฮยอกอูเจ๋งมาก และมาขอถ่ายรูปบ้างเป็นระยะๆ นี่ก็ยังไม่ใช่เวลาดึกมากซับเวย์ยังไม่ปิด บวกกับวันนี้เขาจอดรถไว้ข้างๆรถของซองฮวาพอดี จึงไม่มีข้ออ้างใดๆเพื่อจะขอติดรถไปกับอีกฝ่าย

           

“เฮ้ยพี่เดี๋ยว!

ฮยอกอูเคาะกระจกรถของซองฮวา อีกคนลดกระจกรถลงแล้วเลิกคิ้วเป็นเชิงถามว่ามีอะไร

 

            “เอ่อ...ขอบคุณนะพี่ ถ้าไม่มีพี่ เพลงคงไม่ออกมาดีขนาดนี้”

            “ไม่หรอก ก็ช่วยๆกันทำทั้งหมดแหละน่า”

            “ยังไงก็ต้องขอบคุณพี่เป็นพิเศษอยู่ดี... เพราะพี่เป็นแรงบันดาลใจให้ผมนะ”

            “ห๊ะ?”

            “ก็...”

 

            “...”

 

            “พี่เคยบอกผมว่าเนื้อเพลงจะมีความหมาย ก็ต่อเมื่อคนในเนื้อเพลงรับรู้”

            “อ..อะไร”

            “นี่พี่ไม่รู้จริงๆหรือแกล้งไม่รู้วะเนี่ย!

            “รู้.. รู้อะไรหละวะ!

            “โธ่เอ้ย... ต้องให้พูดจริงๆหรอวะ”

 

 

 

 

 

 

            “ใครๆก็ดูออก ไม่ว่าประโยคไหนผมก็หมายถึงพี่ทั้งนั้นแหละ”

 

 

 

            “มีพี่คนเดียวเนี่ย... ไม่รู้เรื่องอะไรเลย”

 

 

 

 

 

ใช่... อีซองฮวานี่ไม่รู้อะไรบ้างเลยจริงๆ

 

 

..

 

 

มาคุยกัน

สวัสดีค่ะทุกคน ได้เวลามาต่อพาร์ทของโลโค่แล้ว เย้!
ลืมบอกว่าบรรยากาศเรื่องนี้ย้อนไปเขียนตอนประมาณอัลบั้ม Locomotive นะคะ
อยากให้มันเป็นความสัมพันธ์แบบคลุมเครือ
แต่คนที่ชัดเจนก็เห็นๆกันอยู่แล้วเนอะว่าเป็นใคร คิคิ
มาทายกันเถอะค่ะว่าคุณซองฮวานี่เขาไม่รู้จริงๆหรือแกล้งไม่รู้ กร๊ากกก
เจอกันแท็กเดิม 
#Nsomefiction นะคะ


อ่า... เขียนคู่นี้แล้วรู้สึกชอบคาแรคเตอร์จัง อยากเขียนอีกเรื่อยๆเลย

 

 

ด้วยรักและพี่ชาช่า
NSOME

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

104 ความคิดเห็น

  1. #92 BELLENGORN (@BELLENGORN) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 13:18
    โอ้ยยยยยย เก็บทุกเม็ดเลยนะพิโหน่ง555555555 บุกทะลวงข้าศึกด้วยทุกสิ่งที่เรามี แทงมันให้ทะลุ อย่างไม่หยุดยั้ง5555555 งื้อออเราถูกจริตกับทุกเพลงในบั้มนี้เลยค่ะ ดีงามจริงๆ ;_;
    #92
    0
  2. #78 yeast_13409 (@myyeenka) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 มีนาคม 2559 / 10:13
    น่ารักจริงๆเลยอ่ะ this song about you but you don't know เกร้ดดดดดดด แงงงชอบบบบ ฟินไปอีกสามชาติ เขินนนน (//////)
    #78
    0
  3. #46 โลโค่แบะแบะ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2558 / 06:58
    ฮึก



    น่ารักไปแล้วนะ น่ารักไปจริงๆ งืมๆๆๆฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ ตอนผมเป็นอย่างนี้กับพี่แค่คนเดียว เรานี่ข้าวพุ่งงงงง น่ารักมากกก บับบบบ เขินแทนคุณซองฮวา คือ ยิ้มแก้มแตก น่าลัคคคคคคคคคคคคคึ เซ้าซี้จีบๆแบบนี้น่ารักมากโรยยยยยย



    ดิสซองอะเบ้ายูบัทยูด้อนโนวเลยนะคะคุณคอลมีเกรย์ งือๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #46
    0
  4. #36 ปลาตีน. (@wt00166160) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2558 / 03:06
    ที่จริงคุณฮยอกอูก็โตแล้วนะค่ะ แหมะ ให้คุณซองฮวาลงไปซื้อของกินด้วย
    ทำเป็นคู่รักข้าวใหม่ปลามันไปได้55555555555555555555
    กลัวผี ติดหมอนข้าง เอาสิเอาเข้าไป เจ็บสีข้างแทน555555555555
    คุณซองฮวาแกล้งไม่รู้ใช่ไหม 55
    #36
    0
  5. #33 ~*Mirium*~ (@hitokatsu) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2558 / 23:46
    ย๊าาาาาา น่ารักจริงๆนะเนี่ยยยยย
    โอยยยย 진짜아아아아아아아아!!!!! 
    พี่เกรย์คะ คือแบบ หยอดทุกเม็ดขนาดนี้
    รู้ตัวได้แล้วค่ะ
    คือน้องเขียนเพลงมาให้คนทำบีททำเพลง แต่ก็นะ
    ตามชื่อเพลง คนฟีท คนทำบีท คนโปรดิวซ์ แบบ...
    This song is about you, you ,you ,you ,you...but you don't know...
    พี่จะน่ารักใสซื่อบ้องแบ้วไม่รู้เรื่องโค่อีกนานแค่ไหนกันคะ
    หยอดขนาดนี้ถึงจะเป็นคนชอบพูดเล่นก็ไม่เล่นแล้วค่ะพี่!!
    #อินนิยายแรง
    รีบมาอัพน้าาาาา รักไรท์เตอร์❤
    #33
    0
  6. #31 จ๊อบเบ้บ (@jobbebb) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 เมษายน 2558 / 12:06
    โอ้ยยยยยย เขินอีกแล้ว คู่นี้ทำเขินอีกแล้ววววว โลโค่นี่เอาแต่ใจตัวเองไง เซ้าซี้มาก หยอดทุกครั้งที่มีโอกาส ทำไมน่ารักไม่รู้ ฮือออออ คุณซองฮวานี่ก็ปากแข็งเหมือนเดิม ปากบอกรำคาญแต่หวั่นไหวไปถึงไหนต่อไหนแล้ว เอาจริงๆเราว่าไรต์แต่งฟิคแนวนี้แล้วรุ่งมาก แบบฟินตามสุดๆ อ่านแล้วยิ้มตั้งแต่แรกจนจบ ดีงามมาก/กราบรัวๆ แล้วคือไรต์ไม่สนใจจะแต่งคู่อื่นอีกเหรอ อย่างแบบพี่ปลัด
    #31
    0
  7. #27 khunnuneed (@khunnuneed) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 16:44
    อ๊ายย คุณโลโค่คะ  คุณรู้ตัวมั้ยว่าคุณโคตรน่าหมั่นไส้เลย คอลมีเกรย์คะ ฉันรักคุณค่ะ5555ไม่ได้มีหรอกความยุติธรรม
    #27
    0