NSOME's FICTION

ตอนที่ 5 : [os] throwback 2014 (kibum x zelo)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 191
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    21 มี.ค. 58

Throwback 2014

 

 

 


 



 

            ท่ามกลางผู้คนมากมาย เด็กหนุ่มผิวขาวสูงเด่นยืนตัวแข็งทื่อทำหน้าเป็นกังวล เขาเพิ่งรู้ว่า ทงแดมุน ดีไซน์ พลาซ่า หรือเรียกกันว่า DDP ที่กว้างใหญ่จะดูเล็กลงไปถนัดตา แน่หละ ก็นี่มันงานโซลแฟชั่นวีค เทศกาลรวมตัวของแต่ละแบรนด์เสื้อผ้าเพื่อจัดแฟชั่นโชว์ เป็นงานที่เรียกได้ว่าทำเงินไหลเข้าประเทศได้มากเป็นอันดับต้นๆ สิ่งก่อสร้างรูปร่างแปลกตานี้บรรจุผู้คนแต่งตัวล้ำสมัยมากมาย หลายคนที่ผ่านไปมาบ้างก็มองเขาด้วยความสงสัย บ้างก็เดินเลยผ่านไปเพราะไม่ทันได้สนใจว่าเขาเป็นใคร บ้างก็ตั้งท่าจะเข้ามาขอถ่ายรูป เพียงแต่สีหน้าที่เจ้าตัวเผลอแสดงออกไปนั้นทำให้พวกเธอต้องหยุดคิด

 

 

มือชื้นเหงื่อกำสายกระเป๋าสะพายแน่น

 

บัตรผ่านเข้างานในมืออีกข้างเริ่มยับ

 

หน้าก้มต่ำไม่กล้าสบตาใคร

 

ริมฝีปากเม้มแน่นแสดงถึงความกังวล

 

 

นี่จะร้องไห้แล้วนะ...

 

 

 

 

 

“จุนฮง นายอยู่ไหนแล้ว?”

 

“ฉ...ฉันอยู่ข้างหน้าทางเข้า”

 

            “แล้วทำไมไม่เข้ามาหละ?”

 

            “คิบอม.. คือ มันมีหลายประตูมาก ฉันไม่เคยมา ไม่รู้จะไปทางไหนดีเลย” เสียงเหมือนคนจะร้องไห้ของจุนฮงทำให้คนปลายสายร้อนใจ ตอนนี้แฟชั่นโชว์ของเขากำลังจะเริ่มแล้ว นายแบบทุกคนก็พร้อมแสตนบาย คิบอมในชุดเต็มยศของเสื้อผ้าแบรนด์ดังขมวดคิ้วเป็นปม

           

            “งั้นเอางี้ เดินอ้อมมาข้างหลังได้มั้ย ฉันออกไปรับข้างหน้าไม่ได้เพราะโชว์จะเริ่มแล้ว นายเดินอ้อมมาจนสุด ทางซ้ายมือจะมีประตูเขียนว่า only staff ฉันจะรออยู่ตรงนั้น”

 

“มันลำบากนายรึเปล่า ฉันกลับก็ได้นะ”

 

“มาถึงนี่แล้วจะกลับได้ยังไง ไม่ต้องกลัวจุนฮง ฉันจะไม่วางสายจนกว่าจะได้เจอนาย รีบมานะแปปนึงครับพี่ เดี๋ยวผมมา”

 

ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ยิ่งได้ยินเสียงคนตะโกนเรียกให้เพื่อนนายแบบของเขาไปแสตนบาย บวกกับเสียงหอบหายใจและเสียงฝีเท้าที่วิ่งอย่างรีบร้อนของคิบอม ทั้งหมดนั่นทำให้จุนฮงละทิ้งความกลัวแล้ววิ่งออกไปตามทางที่อีกคนบอก ก็รู้ว่าไม่ใช่เด็กๆแล้ว แต่การไปไหนมาไหนคนเดียวไม่ใช่เรื่องที่เขาคุ้นชิน จุนฮงเติบโตมาในสถานะเด็กฝึก ที่ถัดจากชีวิตรั้วมัธยมก็ต้องไปกลับโรงเรียนกับบริษัท เรื่องไปเที่ยวตามสถานที่ฮิตๆแบบพวกเพื่อนหนะลืมไปได้เลย ยิ่งพอมาฟอร์มวงเป็นศิลปิน เขาก็เป็นคนที่อายุน้อยที่สุด พี่ๆทุกคนเลยค่อนข้างเข้มงวดกับการจะออกไปไหนมาไปไหนแต่ละที ไหนจะเรื่องแฟนๆที่คอยตามจนไม่มีความเป็นส่วนตัวอีก สิ่งเหล่านั้นทำให้เกิดความ กลัว ก่อขึ้นในใจ ดังนั้นการไปไหนมาไหนคนเดียวเป็นเรื่องที่ยากและน่ากลัวสำหรับจุนฮง

 
 

แต่เขาจะปล่อยให้คิบอมรอไม่ได้ สัญญากับคิบอมแล้วนี่ว่าจะมาให้กำลังใจ คิบอมจะกลายเป็นนายแบบไร้ความรับผิดชอบ ไม่ตรงเวลาเพราะความงี่เง่าของเขาไม่ได้ ปลายสายไม่มีเสียงอะไรแต่รู้ว่าอีกฝ่ายยังไม่วางสายไปไหน

 
 


            “ถึงแล้ว ฉันรออยู่นะ”

 

จะกลัวอะไรอีกเล่า ชเว จุนฮง

 

 

 

 

และสิ่งที่เขาทำในวันนี้ ตอนนี้ กำลังลบล้างความกลัวที่เขาก่อขึ้นเองทั้งหมด

           

 

 

 

            “เห็นมั้ย นายทำได้”

 

 

 

 

ทั้งหมดนั่น... ก็เพราะคิบอม  

 

 

 

.

 

.

 

คิบอมพาเขาเข้ามาในห้องแต่งตัวแทนที่จะเป็นข้างในงาน เพราะตอนนี้โชว์เริ่มไปได้ซักพักแล้ว ทำให้จุนฮงต้องนั่งรอในห้องพักนายแบบส่วนคิบอมนั้นก็ไปแสตนบายได้ทันเวลา โชคดีที่ได้คิวเดินท้ายๆ ทำให้มีเวลาซับเหงื่อจากการวิ่งไปรับจุนฮง

 

เด็กหนุ่มนั่งมองเบื้องหลังโชว์ที่วุ่นวาย... เขาอยากจะกลายเป็นคนตัวเล็กเสียจริงๆ ทุกคนดูยุ่งและมีหน้าที่ของตัวเองจนเหมือนเขามาขวางทาง ทั้งๆที่นั่งหลบมุมไม่ได้ขว้างอะไรแต่สถานการณ์ตรงหน้าทำให้รู้สึกแบบนั้น

 

“ซับหน้าฮยองซอบหน่อย”

“เอาเสื้อผ้ามาราวนี้ด้วย”

“จูฮยอกเดินเสร็จแล้วนะ”

“เร็วเข้า เปลี่ยนชุดเลย”

“กรี๊ด เมื่อกี๊มีคนทำเลทข้อมือหล่นหรอ”

รองเท้าเบอร์ 8 อยู่ไหน!!?

 

อยากเข้าไปถามเหลือเกินว่า... “พี่ครับ มีอะไรให้ผมช่วยไหม” แต่ก็กลัวกล่องกระดาษซับหน้าจะปลิวใส่เขาเสียก่อนจึงนั่งนิ่งๆเงียบๆแบบทำตัวไม่ถูกต่อไป จะถอนหายใจยังกลัวคนอื่นได้ยิน จะขยับแต่ละทีก็กลัวไปทำของเขาเสียหาย นี่อยากจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นก็กลัวจะหาว่าไม่รู้จักกาลเทศะ ยิ่งเขาเป็นไอดอลด้วยนั้นการวางตัวเป็นสิ่งสำคัญ...

 

ทำไมคุณครูไม่บอกนะว่าการวางตัวต่อหน้าสาธารณะชนมันยากขนาดนี้!
#ร้องไห้หนักมาก

 

จุนฮงพยายามมองหาคิบอม เป็นจังหวะพอดีกับคิบอมก็มองมาทางจุนฮงที่อยู่ข้างหลังเช่นกัน พอเห็นว่าเป็นคิวเดินต่อไปแล้วจุนฮงชูกำปั้นขึ้นแล้วขยับปากอ่านได้ว่า ไฟต์ติ้งอีกฝ่ายตอบกลับเพียงแค่ยักคิ้วให้ ก่อนหันกลับไปทำสมาธิ หลับตา สูดหายใจเข้า พอลืมตาขึ้น คิบอมเดินออกไปอย่างมั่นใจ แอบเสียดายที่ไม่ได้อยู่ข้างๆแคทวอร์คเพื่อให้กำลังใจคิบอมเวลาเดินอยู่ข้างหน้า
 

เขาไม่รู้หรอกนะ ว่าคิบอมมาดตอนเดินแบบจะดูดีแค่ไหน แต่คือปกติคิบอมก็ดูดีมากอยู่แล้ว


 

คงไม่ต่างกันเท่าไหร่หรอก... เนอะ ?

 

 

 

 

โชว์จบแล้ว แต่เป็นเวลานานกว่าคิบอมจะปลีกตัวออกมาได้ เพราะไม่ว่าจะถ่ายรูปเป็นที่ระลึกหลังงานจบ สำนักข่าวที่ตามมาถ่ายเบื้องหลัง ไหนจะเปลี่ยนชุดคืนแบรนด์อีก นายแบบหนุ่มสีหน้าดูเหนื่อยล้าเดินปาดเหงื่อมาหาเขา 
 

“รอนานมั้ย” คิบอมเปลี่ยนชุดเป็นชุดของตัวเองเสร็จแล้ว แต่จุนฮงก็ยังสงสัย.. คงจะเป็นเรื่องจริงสินะ ที่ว่านายแบบใส่อะไรก็ดูดี

“ไม่นาน แปปเดียวเอง” จุนฮงตอบ ก็โกหกแหละ เอาจริงๆแบบอึดอัดนิดหน่อย แต่ถ้าบอกไปคิบอมก็คงเสียความรู้สึก อุตส่าให้บัตรเชิญมางานแล้ว ไหนจะวิ่งออกไปรับเขาอีก ที่ไม่ได้ดูแฟชั่นโชว์ดีๆก็เพราะความผิดเขาคนเดียวเท่านั้น แน่นอนว่าอีกฝ่ายทำหน้าไม่เชื่อ จุนฮงลุกจากที่นั่งมุมห้องแล้วตบไหล่คิบอมเบาๆ

“อยู่ข้างหลังก็สนุกดี จริงๆนะ วุ่นวายกันเหมือนตอนฉันขึ้นคอนเสิร์ตเลย ฮ่าๆ”

“ขอโทษด้วยนะที่ไม่ได้พานายเข้าหน้างาน อดดูโชว์แต่ต้องมาดูคนโป๊แทน” คิบอมพูดด้วยสีหน้ารู้สึกผิด คนโป๊นี่คงหมายถึงพวกนายแบบที่ถอดเสื้อผ้าเปลี่ยนเพื่อเดินโชว์ต่อสินะ แต่เขาเป็นผู้ชายนะ... แค่นี้ไม่นับว่าโป๊ซะหน่อย แก่กว่ากันแค่ปีเดียวถือเรื่องแบบนี้ไม่วัยรุ่นเลย

“ถ้านายยังไม่หยุดขอโทษทั้งๆที่มันเป็นความผิดฉัน นายต้องเลี้ยงข้าว 3 มื้อ โอเคมั้ยคิบอมมี่”

“แต่...”

“ไปกันเถอะ วันนี้ฉันว่างทั้งวันเลยนะ ขอพี่ผู้จัดการแล้วว่าจะมาเที่ยวเล่นกับเพื่อน”

            “เจ๋ง! งั้นอยากไปไหนดีครับท่านประธาน? ฮ่าๆๆ”

 

 

.

 

.

 

 

            “ทำไมคนเยอะกว่าขามาอีกเนี่ย”

จุนฮงแทบจะร้องไห้เมื่อเป็นฝูงชนมากมายกว่าตอนที่เขาเข้ามาเป็นเท่าตัว เมื่อกี๊ก็ร่าเริงอยู่หรอก แต่พอเจอกันเยอะๆแบบนี้ก็ชักจะกลัวขึ้นมาอีกแล้ว ยิ่งสายตามองไปเป็นแฟนคลับที่เขาจำได้เพราะตามถ่ายรูปประจำอีก

            “คิบอม บ้านแฟนไซต์ฉันมาด้วยอะ ถ้ามีรูปออกไปจะทำยังไง”

            “นี่ๆ นายทำอย่างกับว่าฉันเป็นไอดอลสาวที่น่าเป็นข่าวด้วยหนักแหละ“

            “เออ เนอะ”

            จุนฮงก็ลืมไปว่าคนข้างๆเขาไม่ใช่ผู้หญิงหน้าตาจิ้มลิ้มตัวเล็กน่ารัก แต่กลับเป็นผู้ชายหุ่นนายแบบหน้าตาหล่อเหลาแถมสูงกว่าเขาด้วย...นั่นสิ ใครจะเอาไปทำข่าวกัน


            “ไม่ต้องกลัว เดินข้างฉันไว้นะ”

            “อื้อ”

            จุนฮงพยักหน้าอย่างว่าง่าย เป็นอีกครั้งที่เขาเชื่อคำพูดของคิบอม เพราะเขารู้ว่าถ้าคนคนนี้พูดว่าเขาจะปลอดภัย... และแน่นอนว่ามันจะเป็นเช่นนั้น

 

 

 

            เขาและคิบอมเดินออกมาแล้ว แต่ไม่มีใครบอกว่าไอ้เจ้าตึก DDP นี่มันกว้างเหลือเกิน เดินยังไงก็ยังไม่ถึงเสียที แถมแฟนคลับเริ่มจำเขาได้เพราะคิบอมที่เดินมาด้วยกันก็แสนจะเป็นจุดเด่น ทำให้แฟนๆเริ่มยกกล้องขึ้นมาถ่ายรูป

            “แล้วจะเอามือปิดหน้าทำไม เดินกับฉันมันน่าอายขนาดนั้นเลยหรอ” คิบอมถามด้วยน้ำเสียงน้อยใจเมื่อเห็นจุนฮงที่เอามือปิดแก้มจนกลายเป็นท่าประหลาด

            “เป็นสิว!

คำตอบที่แสนน่ารักนั่นทำให้คิบอมอดหัวเราะไม่ได้ จึงโดนฟาดที่แขนไปหนึ่งที แฟนๆก็พากันซุบซิบเบาๆถึงบรรยากาศความน่ารักที่แผ่ออกมาจากทั้งสอง จุนฮงรู้สึกแปลกๆอีกครั้ง จนเอ่ยปากขึ้น

 

            “คนเยอะอะ ทำตัวไม่ถูกเลย มือสั่นไปหมด”

            “จับมือฉันมั้ย?”

            “ตลกมากป้ะ! เดินๆไปเลย”

 

โดนแหววขึ้นและฟาดที่แขนอีกครั้ง แต่คนโดนกระทำกลับหัวเราะชอบใจ

 

 

 

โชคดีที่รถแท็กซี่มาพอดีทำให้จุนฮงและคิบอมไม่ต้องยืนรอ เถียงกันถึงที่หมายอยู่พักหนึ่งก่อนจะจบที่คิบอมเป็นคนเลือก ทั้งคู่นั่งเบาะหลังก่อนจุนฮงจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเซลฟี่รูปเขากับคิบอม ให้คนไปสงสัยเล่นๆว่าไม่เห็นเขาในงานแต่เขามาดูคิบอมได้อย่างไร ฮิๆ

“ทำไมนายถึงกลัวคนเยอะๆหรอ เป็นนักร้องน่าจะชินแล้วนี่” คิบอมถามขึ้นหลังจากนั่งเงียบอยู่นาน จุนฮงที่กำลังเลือกรูปเซลฟี่ที่ดีที่สุดลงอินสตาแกรมอยู่นั้นจึงหันมาตอบ

“ไม่ได้กลัวคนเยอะ ฉันแค่กลัวเวลาอยู่คนเดียว มันประหม่าหนะ ปกติเวลาเจอคนเยอะๆก็จะมีการ์ด ไม่ก็มีพี่ๆในวงอยู่ด้วย แต่พอวันนี้ไปไหนมาไหนคนเดียวครั้งแรกเลยยังไม่ชินหนะ”

“เมื่อกี๊ไม่ได้อยู่คนเดียวซะหน่อย ฉันก็อยู่ข้างๆนายนะ ทำไมมือสั่นหละ”

“ก็นั่นแหละ... มันยังไม่ชินมั้ง เดี๋ยวก็คงหาย”

“บอกแล้วว่าถ้ามือสั่นก็ให้จับมือฉัน.. จับแบบนี้ไง” จบคำพูดคิบอมเลื่อนมือมากุมมือของจุนฮงไว้ เขาจะชักมือกลับแต่คิบอมเปลี่ยนเป็นบีบมือเบาๆจนจุนฮงรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น ลูบหลังมือขาวของจุนฮงไปมา ก่อนจะสอดประสานนิ้วกับมือของเขา...

 

 

“ถ้าจับไว้แบบนี้ ทีนี้ก็ไม่ต้องกลัวแล้วนะ”

 

 

 

            หยุด! ไม่ต้องมายิ้มเลย 







            นี่ไม่ได้กลัวอะไรหรอก.. ตอนนี้จุนฮงกลัวใจตัวเองที่สุดแล้ว

 

 

 

 

.

 
 

อ่า... คุณครูครับ เพื่อนกันเขาจับมือแบบประสานนิ้วกันหรอครับคุณครู

 

 



 

 

มาคุยกัน

สวัสดีค่ะ คู่นี้ได้อย่างไรมาไม่ต้องถามนะคะ คือแต่งสนองตัวเองล้วนๆ
ทนไม่ไหวกับความสะดิ้งของลูกชายและแฟนนายแบบของนางจนต้องเขียนค่ะ
อีกอย่างคือเผลอไปพูดไว้ว่า ถ้าคิบอมลงรูปคู่กับน้องอีกจะเขียนฟิค
เป็นไงหละเมิ้ง.. มารัวๆ3รูปเลย สมพรปาก #ล้องห้ายยยย
อยากจะเขียนย้อนไปเมื่อตอนเปิดตัวกันครั้งแรก #เอ๊ะ ไม่ใช่!
ตอนที่นุ้งไปดูแฟชั่นโชว์คนเดียว อยากรู้ว่าการไปไหนมาไหนคนเดียวครั้งแรก(?)เป็นยังไง
รวมกับมโนแรงกล้าของเรา สุดท้ายก็ออกมาเป็นแบบนี้ค่ะ...
ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ เราอาจจะเขียนช้ากว่าเรื่องจริงไปหลายสเต็ป
เพราะความจริงนั้นเขาเป็นแฟนกันแล้ว #ร้องไห้หนักมาก #คิดเองเออเองหนักมาก
พูดเยอะแล้ว ไปแล้วค่ะ ฮิ

ป.ล. นี่มันแค่เริ่มต้น เรือลำนี้เสบียงเยอะจังเลย *โปรยข้าวสาร*

ด้วยรักและคิบอม
NSOME

104 ความคิดเห็น

  1. #53 (@niyaydevil) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2558 / 19:24
    ว๊ากกกก ความดีงามทั้งหมดทั้งมวล
    #53
    0
  2. #6 ... (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 มีนาคม 2558 / 15:58
    ในที่สุดพี่ก้แต่งจนได้5555555 ฟินนนนน นี่ชอบคู่นี้เพราะพี่เลยรู้ป่ะ5555555
    #6
    0