ขนาดตัวอักษร

  • font-size
  • font-size

ตอนที่ 3 : เกลียดหมีได้อยู่กับหมี [1]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • 28 ม.ค. 64

เอกสารกองโตตรงหน้าทำให้ภุมรินโงหัวไม่ขึ้นอีกหลายวัน มาทำงานใหม่เขามีแต่ต้องศึกษางานก่อน แต่เธอไม่มีคำนั้นเลยนะ เธอต้องทำงานไปด้วยศึกษาระบบงานไปด้วย แล้วระบบงานคือเชี่ยมากเด้อ ไม่มีระบบระเบียบอะไรทั้งนั้น เจ้านายอยากเข้ามาทำงานเมื่อไหร่ก็เซ็นเมื่อนั้น เอกสารมันถึงได้กองเบ้อเริ่มเทิ่มอย่างที่เห็น

สาวที่ประกาศยอมผิดคำพูดแต่ทำไม่ได้เพราะมารดาบังเกิดเกล้าและคุณหญิงย่าลักษมีแท็กทีมกันขอร้องเอาไว้ สุดท้ายเธอเลยต้องมานั่งก้มหน้าทำงานงกๆ โดยมีผู้เป็นนายนอนกระดิกเท้าดูซีรีส์เกาหลี

ไม่ผิด... อีตาหมีนอนดูซีรีส์เกาหลีค่ะ!

ถึงจะไม่ใช่ซีรีส์รักหวานจ๋าแนวโรแมนติกแต่ค่อนไปทางสืบสวนสอบสวนก็ตามเถอะ เขาไม่ควรเอาเวลางานมาทำแบบนี้

“จะไม่ลุกมาทำงานจริงๆ เหรอคะ”

“ไม่จำเป็น ย่าให้เธอมาช่วยแล้ว”

ภุมรินเม้มปากแน่น เธอไม่ได้ถามเขาครั้งแรกหรอก เรียกว่าถามกระตุ้นทุกๆ ชั่วโมงนั่นแหละ กระนั้นอีกฝ่ายก็ไม่นำพา เธอคิดว่าต่อมสำนึกเขาค่อนข้างมีปัญหา ซึ่งมันตรงกันข้ามกับต่อมโมโหของเธอที่ทำงานหนักมาก

“ตอนบ่ายคุณต้องไปพบลูกค้าแทนพี่ธรนะคะ”

“ทำไมมันไม่ไปเอง” คนกำลังดูซีรีส์ทำเพียงปรายตามองมาแวบหนึ่งเท่านั้น

“คุณเป็นหุ้นส่วนใหญ่”

“บอกไปแล้วว่าจะขายหุ้น ไม่ชอบทำงานออฟฟิศ”

ภุมริมกลอกตามองเพดาน ไม่ใช่ไม่ชอบทำงานออฟฟิศหรอก แต่ไม่ชอบทำงานทุกอย่างบนโลกนี้ต่างหากล่ะ

“คุณหมี เอ๊ย คุณมาร์ค” สาวที่ติดเรียกเหมือนคุณหญิงลักษมีรีบแก้

“เรียกตามที่เธอถนัดเถอะ เบื่อจะฟังคำว่าเอ๊ยเต็มที”

ผึ้งมิ้มตัวน้อยกัดฟันกรอดๆ ปรามไม่ให้ตัวเองพุ่งเข้าไปต่อยอีกฝ่าย

“ค่ะคุณหมี!”

ว่าแค่นั้นหญิงสาวก็ก้มหน้าก้มตาสะสางงานต่อ อันไหนต้องให้เขาเซ็นแยกไว้อีกกอง อันไหนยังไม่เข้าใจและต้องเอาไปสอบถามเลขาฯ พสธรก็แยกไว้

ผึ้งน้อยวัยเริ่มต้นทำงานทำไมต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยเนี่ย มีเจ้านายกับเขาทั้งทีก็ดันขี้เกียจ อีตาหมีเทียบเจ้านายของเธอไม่ได้สักกระผีก คนนั้นทั้งเก่งทั้งเพอร์เฟกต์แถมยังแสนดีเวอร์วังอลังการ ลูกน้องทำผิดไม่เคยตวาดหรือกล่าวโทษ เขาเพียงแต่ตักเตือนและให้โอกาสได้แก้ตัว 

แต่ดูเจ้านายคนนี้สิ นอกจากไม่ทำงานแล้วยังมานอนดูซีรีส์ต่อหน้าต่อตา!

ว่าแต่... พระเอกจะหาคนร้ายเจอไหมนะ?

 

ความทุกข์ทรมานจากการทำงานของภุมรินแทบไม่มีลิมิต นอกจากต้องทนเห็นหน้าดูความขี้เกียจของเจ้านายตั้งแต่จันทร์ถึงศุกร์ ทุกเย็นวันเสาร์เธอจะต้องมานั่งกินข้าวที่บ้านคุณหญิงลักษมีด้วย อันนี้คือคำขอร้องสดๆ ร้อนๆ ของคุณหญิงย่า ภุมรินพอรู้จักหน้าค่าตาลูกหลานของท่านดี 

ลูกชายคนโตของคุณหญิงมีภรรยาสองคน คุณรวีเป็นภรรยาคนแรกมีลูกชายชื่อดนุกับลูกสาวชื่อเกวลี เกวลีเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันแต่ไม่ยักถูกกัน อาจเพราะกลุ่มของเกวลีมีแต่ไฮโซ ส่วนภุมรินที่คบคนไม่ดูฐานะมักจะมีเพื่อนหลากหลายและเพื่อนสนิทที่สุดก็มีทั้งไฮโซและโลโซ

ส่วนภรรยาคนที่สองที่เคยรั้งตำแหน่งเลขาฯ มีลูกสาวคนเดียวชื่อณัชชา ณัชชากับเกวลีอายุห่างกันหนึ่งปี เกวลีเป็นพี่ที่กดขี่น้อง ที่ภุมรินรู้เพราะทั้งสองเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกันกับเธอ แถมพอเข้ามหาวิทยาลัยก็ยังเรียนที่เดียวกันอีก

“เห็นว่าเริ่มทำงานทำการแล้ว เป็นไงบ้างล่ะมาร์ค” ลุงใหญ่ของบ้านอย่างรวิชเอ่ยถาม 

“ก็ดีครับ” มาร์คตอบด้วยท่าทีเอื่อยเฉื่อยซึ่งถูกใจคนเป็นลุงกับป้าสะใภ้ยิ่งนัก

“หนูมิ้มทำงานกับพี่เขาเป็นไงบ้างล่ะลูก” คุณหญิงลักษมีถามภุมริน

“ดีค่ะ” หญิงสาวยิ้มแหยก่อนจะตักข้าวเข้าปากเคี้ยวกร้วมๆ ปานว่ากำลังเคี้ยวอีตาหมียักษ์ที่นั่งข้างๆ 

ดีกับผีสิ! วันๆ เธอแทบไม่มีเวลาพักกินข้าวเลย ในขณะที่เขาดูซีรีส์จบไปสามเรื่องแล้ว แถมยังทำให้เธอติดถึงขนาดต้องกลับมาหาดูที่บ้านต่อ ผีบ้ามากกว่านี้ไม่มีอีกแล้วค่ะ

“ทำไมตอบกันสั้นจัง”

“ก็ไม่มีอะไรมากกว่าดีนี่คะคุณหญิงย่า” หญิงสาวยิ้มแหยๆ ตบท้าย พยายามไม่หันไปทางคนข้างตัวเพราะเดี๋ยวอดเผลอค้อนไม่ได้

“แสดงว่าพอไปได้ใช่ไหมลูก”

“ได้ไม่ได้คุณหญิงย่าก็ไม่ยอมให้มิ้มลาออกอยู่แล้วนี่คะ” เพราะค่อนข้างคุ้นหน้ากัน ภุมรินจึงไม่อยากเก็บงำ เธอก็กั๊กๆ ให้เกียรติเจ้านายบ้างเล็กน้อย แต่ไม่ทั้งหมดหรอกนะ

“ลุงคิดว่าเราจะอยู่ไม่เกินสามวัน นี่ตั้งสองอาทิตย์ เก่งไม่ใช่เล่นเลยนะ” รวิชกระเซ้าอย่างอารมณ์ดี

“แหม... คุณพี่ก็ หลานคุณพี่ก็มีดีไม่น้อย” รวีค้อนน้อยๆ ให้สามี 

เอ่อ... เหมือนจะเข้าข้างหลานนะ แต่เอาเข้าจริงสองผัวเมียนี่กำลังรับส่งมุกกันโบ๊ะบ๊ะเลยล่ะ

“กิจการที่บ้านหนูมิ้มเป็นยังไงบ้าง ไหนตอนแรกน้ำชาบอกป้าว่าหนูมิ้มจะกลับไปช่วยงานที่บ้าน” ทิตยาแทรกขึ้น พาทุกคนเปลี่ยนหัวข้อใหม่

“กำลังไปได้สวยเลยค่ะ ถ้างานของคุณมาร์คเข้าที่เข้าทางมิ้มว่าจะขอกลับไปช่วยค่ะ” 

“น่าจะเร็วๆ นี้นะ” รวิชว่าพลางยิ้ม

คราวนี้ภุมรินหันไปสบตามาร์คพบว่าเขามองเธออยู่ ชิ้ง! หากเป็นการประดาบก็จะมีเสียงดังประมานนี้แหละเด้อ 

 

กว่าจะกินข้าวเสร็จภุมรินแทบขาดอากาศหายใจตาย หัวข้อพูดคุยแต่ละอย่างไม่พ้นเรื่องงานการของอีพี่หมีตัวโตที่นั่งกินข้าวแบบทองไม่รู้ร้อน ขนาดเธอเป็นผู้ช่วยเขายังอยากลุกไปฟาดปากคนเป็นลุงเสียตั้งหลายครั้ง นี่มันความสัมพันธ์เครือญาติแบบในละครชัดๆ

‘หยุดหาความหลานได้แล้ววิช’

‘คุณแม่เข้าข้างหลานเรื่อยเลยนะครับ’

‘ที่ฉันปรามเพราะฉันเห็นแกถามซอกแซกแต่เรื่องเดิม ลูกเต้าแกมีงานมีการดีแล้วก็แล้วไปสิ’

‘คุณแม่ก็น่าจะชมตานุกับยายลีสักนิด’

 

‘คุณพี่ลืมยายน้ำชาไปหรือเปล่าคะ’ อันนี้ทิตยาแทรกขึ้นมา

‘อย่าสอดปากเวลาคุณพี่กับคุณแม่คุยกัน’

‘น้องแค่ท้วง ยายน้ำชาก็ลูกเหมือนกัน’

‘ยายน้ำชาเพิ่งทำงาน ยังไม่มีผลงานอะไรโดดเด่น”

เนี่ย... บทสนทนาวนเวียนไปเรื่องงานของอีตาหมีแล้วก็เลยไปเรื่องครอบครัว แบบนี้ต่อให้อาหารอร่อยแค่ไหนก็กลืนไม่ลงหรอก

ภุมรินไม่สงสารมาร์คเพราะอย่างน้อยๆ เขายังมีคุณหญิงย่าที่อยู่ข้างเขา คนที่น่าสงสารคือครอบครัวรวิชต่างหากล่ะ เรื่องเดียวที่จะทำให้คนพวกนั้นสามัคคีกันได้คือเรื่องทรัพย์สมบัติ 

“ขนาดเหลือหัวเดียวกระเทียมลีบแล้วยังกลัว ขี้เกียจตัวเป็นขนขนาดนี้ไม่เห็นจะน่ากลัวสักนิด”

“บ่นอะไรของเธอ” มาร์คที่ยืนมองอยู่ด้านหลังสักพักเอ่ยถาม ยายผึ้งตัวแสบขอออกมาสูดอากาศเขาเลยตามมา

“อุ๊ย มาเมื่อไหร่คะ”

“มาไล่ๆ กันกับเธอนั่นแหละ”

ภุมรินเบิกตากว้าง

“มาทันได้ยินเธอบ่นเรื่องครอบครัวฉันด้วยนะ”

“เฮ้ย เปล่าค่ะเปล่า”

“อย่ามาโกหกเลยยายผึ้ง เธอน่ะขี้นินทามากนะ”

“หา ฉันเนี่ยนะคะ”

“ใช่ ตั้งแต่มาทำงานเธอนินทาฉันคนเดียวกี่เรื่องแล้ว”

ภุมรินเม้มปาก “ก็หลายเรื่องค่ะ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องนิสัย”

“นั่นไง แล้วยังมาบอกว่าเปล่า”

“ฉันไม่พูดกับคุณแล้ว เดี๋ยวอีกสักพักจะขอตัวกลับนะคะ อยู่แล้วอึดอัดชะมัด” เพราะเป็นเขาเธอเลยกล้าพูดตรงๆ ต่อหน้าคุณหญิงย่าเธอไม่กล้าหรอกนะ

“เดี๋ยวฉันอาสาไปส่ง เธอไม่ต้องปฏิเสธนะ” มาร์คขึงตาดุใส่

“ไปส่งทำไม บ้านอยู่แค่นี้เองค่ะ อ้อ หรือไม่อยากร่วมวงสนทนาฮาเฮกับที่บ้านคะ”

“ฮาเฮกับผีสิ เธอเป็นคนนอกยังอึดอัด ฉันเป็นคนที่เจอบ่อยๆ ไม่อกแตกตายก็บุญแล้ว”

ภุมรินหลุดหัวเราะคิก ข้อดีเดียวของดีตาพี่หมีคือพูดตรงเหมือนเธอ 

“เรื่องนี้ฉันขอคารวะนะคะ” ภุมรินประสานมือเข้าหากันแล้วโค้งตัวเล็กน้อยเลียนแบบจอมยุทธ์ในหนังจีน

“เฮอะ เธอไม่มีพี่น้องก็ดีไปอย่างนะ”

“คุณก็ไม่มีนี่ เอ่อ ฉันหมายถึงพี่น้องพ่อแม่เดียวกันน่ะค่ะ”

“อือ จะบอกว่าเราเหมือนกันว่างั้นเถอะ”

“เปล่าค่ะ เราไม่เหมือนกันเลย”

“ทำไมล่ะ”

“ฉันขยันเรียนเก่ง คุณขี้เกียจแล้วไม่น่าจะฉลาดค่ะ!”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

21 ความคิดเห็น