[ปรมาจารย์ลัทธิมาร] พันธวิญญาณข้ามภพ (OC)

ตอนที่ 8 : ตอนที่ 7 ไม่ได้เจตนา แต่ตั้งใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,646
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 540 ครั้ง
    17 ส.ค. 62




    หลังจากที่ออกมาจากบ้านของตระกูลเทียน พวกเราก็มุ่งหน้ากลับกูซูโดยเมื่อมาถึงที่หมายก็มีหลานวั่งจียืนรอพวกเราอยู่ตรงนั้นเหมือนรู้ล่วงหน้าอยู่แล้ว

    ตุบ!

     "ซือจุย / จิ่งอี๋ / ฟูหยาง คารวะท่านหานกวง" พวกเราทั้งสามโค้งคำนับชายตรงหน้า เขาก็พยักหน้ารับนิ่งๆก่อนจะปรายตามองมายังฉันแล้วพูดขึ้น

     "ผู้อาวุโสได้ลงความเห็นกันแล้ว เรื่องที่ให้นางเป็นคนของสกุลหลาน...แต่ก่อนอื่นเรื่องที่บ้านตระกูลฮั้นเป็นอย่างไรบ้าง?" ซือจุยและจิ่งอี๋หูผึ่งตื่นเต้นแทนฉัน ฉันเองก็ตื่นเต้นนะ แต่หวังคนละอย่างกับพวกเขา แต่ก่อนอื่นต้องตอบคำถามของเขาเสียก่อน

     มือของฉันจับเสี่ยวเฟยไว้แน่น ก่อนจะฟังเสียงที่เฟยหงเล่าผ่านทางจิตให้ฟังแล้วอธิบาย
     
     "เรียนท่านหานกวง กลองต้องสาปของตระกูลฮั้นนั้นมีวิญญาณของผู้เฒ่าที่สร้างกลองนั้นสิงอยู่...เขาได้ตายไปเพราะโรคชรา แต่ว่าจิตของเขายังคงห่วงหากลองที่ตนได้สร้างขึ้นเลยไม่ยอมไปไหนเจ้าค่ะ"

     "เหตุที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้"

     "พอลองถามไถ่วิญญาณดูพบว่าผู้เฒ่าผู้นั้นเกิดในครอบครัวที่ทำงานเกี่ยวกับไฟขอรับ และไม้ที่นำมาทำเป็นตัวกลองก็เป็นไม้ที่ตัดมาซึ่งตอนแรกจะนำมาทำฟืน  อารมณ์ของวิญญาณนั้นจะลุกโหมตามจังหวะของกลอง"

     "..."

      "ท่านหานกวง แล้วเรื่องของฟูหยาง...."

     "นางจะได้รับการดูแลจากคนของสกุลหลาน แต่ว่านางจะมิได้รับผ้าคาดหน้าผาก" คำตอบของหลานวั่งจีทำให้ฉันขมวดคิ้วสงสัย เด็กหนุ่มทั้งสองรีบแย้งขึ้นมาทันที

     "เหตุใดขอรับท่านหานกวง ในเมื่อฟูหยางเองก็มีคุณสมบัติพอที่จะได้รับผ้าคาดหน้าผาก" จิ่งอี๋โพล่งขึ้นแล้วรีบแย้งคนตรงหน้า อีกฝ่ายไม่ได้ตอบอะไรเพียงแต่หันมาถามความเห็นจากฉัน

     "เจ้าจะแย้งอะไรหรือไม่ ฟูหยาง?"

     "...ไม่แย้งเจ้าค่ะ เพียงเท่านี้ก็มากมายจนข้ารับแทบไม่ไหวแล้ว" ฉันส่ายหน้ายิ้มๆให้กับร่างสูง เขาก็พยักหน้ารับแล้วหมุนตัวเดินจากไป 

     "ทำไมล่ะ ฟูหยาง เจ้ายอมรับเช่นนี้ง่ายๆเนี่ยนะ?"

     "อืม แค่ไม่มีผ้าคาดหน้าผากเองนะ...อย่างไรเสียข้าก็ยังเป็นน้องของพวกพี่อยู่ดีนี่นา"

     "แต่..."

     "จิ่งอี๋ ฟูหยางพูดแล้วก็พอเถอะ" ซือจุยเอ่ยถามแต่จิ่งอี๋ก็พยายามจะเถียงและถามเหตุผลให้ได้

     "ในเมื่อท่านอาวุโสตัดสินแล้ว ก็ยอมรับเถอะ...ข้าไม่เป็นไรจริงๆนะ" ฉันยิ้มให้กับเขาเป็นการยืนยัน จิ่งอี๋ถอนหายใจแล้วยอมในที่สุด

     "เฮ้อ ก็ได้ถ้าเจ้าว่าอย่างนั้น..."

     "(^v^)"

     "เจ้าไม่ต้องมายิ้มเลยนะ! พรุ่งนี้เจ้าคงได้รับเครื่องแบบของสกุลหลาน แต่...ฮึ่ย!" จิ่งอี๋ว้ากลั่นแล้วไม่พูดอะไรต่อก่อนจะเดินฟึดฟัดจากไป

     "ทำไมพี่เขาต้องโกรธขนาดนัั้นนะ?"

     "ช่างเขาเถอะ เอาล่ะ เจ้ากลับมาทั้งทีไปพักผ่อนเถอะ" ซือจุยว่า และฉันก็เห็นด้วยเหมือนกัน

     ดีนะ ที่เราไม่มีเรียนช่วงนี้...ไปนอนดีกว่า








  "หลิวฟางหยินคนนี้ ขอหันหลังให้กับวิถีแห่งเซียน!!"





     พรึ่บ!!!


     "จริงด้วย...ตระกูลหลิว" 


     ฉันดันร่างตัวเองผุดลุกขึ้นนั่งหลังจากหลับไปค่อนวันจนตอนนี้ฟ้าเป็นสีแดงเข้มแล้ว หน้าหันขวับไปคว้ากระบี่แล้วเอ่ยเรียกวิญญาณที่สถิตอยู่


     "เฟยหง...เฟยหง ได้ยินรึเปล่า?" ไม่นานนักกระบี่ก็สั่นระริกก่อนจะส่องแสงสีเขียวจางๆ พร้อมกับเสียงขานรับ

     "มีอะไรหรือ ดา?"

     "ฉันมีเรื่องที่อยากรู้...ตระกูลหลิวมีจุดเด่น หรือเอกลักษณ์พิเศษอะไรรึเปล่า?"

     "...ข้าอายุยังไม่ถึง 18 เลยยังมิได้รู้อะไรมาก แต่ถ้าจะพูดถึงจุดเด่นก็คงเป็นเครื่องแบบสีเขียวไผ่กระมัง และพวกข้ารักสันโดษ แต่ก็ไม่เคยอยากเป็นศัตรูกับใคร"

     "ยังมีอีกรึเปล่า?"

     "ตระกูลของพวกข้าเป็นเซียนก็จริง แต่เรามิได้มีสำนักเซียนเหมือน 4 ตระกูลหรอก ส่วนต้าไป๋คนนั้นคือคนที่ท่านพ่อเก็บมาเลี้ยง พวกข้ายึดหลักเคารพพึ่งพาธรรมชาติ และสัตว์ป่าเสียมากกว่า "

     "ความสัมพันธ์แบบได้พึ่งพาอาศัยกันงั้นสิ"

     "ถูกต้อง"

     "แต่การที่ตระกูลถูกล้างบางมันต้องมีสาเหตุอื่นสิ...พวกเธอมีพลังอะไรพิเศษที่พวกเซียนกลัวรึเปล่า?

     "ข้อนี้ข้าก็ไม่รู้ จู่ๆพวกเซียนก็บุกมาเผาบ้านของข้า และฆ่าคนในหมู่บ้านจนหมด" ฉันนั่งฟังแล้วจับปลายคางครุ่นคิด ก่อนจะผุดลุกขึ้นยืน

     "...เราต้องสืบแล้วล่ะ"

     "ยังไงล่ะ?"

     "ฉันว่าที่หอหนังสือน่าจะมีบันทึกประวัติศาสตร์นะ...เราลองไปดูกันเถอะ"

     "แต่ว่าตอนนี้ค่ำแล้วนะ"

     "ไว้ค่อยอธิบายทีหลัง อาจารย์หลานถึงจะเข้มงวดแต่ถ้าเป็นเรื่องศึกษาน่าจะพอหยวนกันได้ อีกอย่างยังไม่ถึงเวลาเข้านอนสักหน่อยนี่" ฉันว่าก่อนจะคว้ากระบี่แล้วเดินออกจากหอนอนมายังหอหนังสือ ซึ่งก็ยังมีศิษย์คนอื่นๆเข้ามาค้นหาหาความรู้เพิ่มเติมอยู่ประปราย

     ฉันเดินไปหาหนังสือประวัติศาสตร์ของยุทธภพมาหลายเล่มพร้อมกับประวัติแผนที่ของเมืองจีนในโลกนี้ด้วย พอรู้ตัวอีกทีหนังสือสองกองก็วางแหมะลงลนโต๊ะเตี้ยแล้ว

     ฟึ่บ!

      เล่มแรกผ่านไป เล่มสอง เล่มสามผ่านไป แต่ข้อมูลของตระกูลหลิวนั้นก็เจือจางมากจนแทบจะหาอะไรเป็นชิ้นเป็นอันไม่ได้เลยสักนิด ฉันเริ่มกลุ้มใจไม่รู้จะหาอะไรต่อดี จนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเข้านอน

     ตุบ!

     "เฮ้อ! เล่มนี้ก็ไม่มีเหรอเนี่ย...ชักจะท้อแล้วนะ" ใบหน้าเหวี่ยงทุ่มลงกับโต๊ะทันทีเมื่อเล่มสุดท้ายได้ถูกปิดลง ความมุ่งมั่นลดลงเหลือน้อยมากจนแทบจะไม่มีอยู่แล้ว

     "เทียนฟูหยาง..." ฉันผุดลุกขึ้นก็ต้องตกใจจนแทบจะหงายท้องเมื่อคนที่เอ่ยเรียกฉันคือ หนึ่งในหยกคู่ของสกุลหลาน และเป็นประมุขคนปัจจุบันของตระกูลหลาน

     หลานซีเฉิน!!

     "ฟูหยางขอคารวะ เจ๋ออู๋จวินเจ้าค่ะ!" ฉันรีบยืนตัวตรงแล้วโค้งคำนับทันที ก่อนจะได้ยินอีกฝ่ายหัวเราะด้วยความเอ็นดูแล้วระบายยิ้มอ่อนโยนให้

     "ข้ามาตรวจดู...หอหนังสือใกล้จะปิดแล้ว แต่ข้ายังเห็นแสงไฟเลยเข้ามา ดูท่าว่าเจ้ากำลังลำบากนะ" ชายหนุ่มเอ่ยถามเสียงนุ่ม และกังวานฟังแล้วรู้สึกใจสงบ

     "อ เอ่อ..."

     "เจ้ากำลังหาอะไรอยู่หรือ? แม่นางน้อย" จะตอบเขาไปดีมั้ยเนี่ย...เอาว่ะ ลองสักตั้งก็ไม่เสียหาย

     "เจ๋ออู๋จวินพอจะรู้เรื่องราวของตระกูลหลิวบ้างหรือไม่เจ้าคะ?" ร่างสูงตรงหน้าชะงักนิ่งไป ก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติดังเดิม ทำไมกันนะ?

     "ข้าเองก็ไม่ค่อยรู้นักหรอก...จำได้เพียงแค่ว่าตระกูลหลิวเป็นตระกูลเซียนที่ไม่มีสำนัก และอาศัยอยู่ ณ แดนเขตรอยต่อระหว่างกูซูและอวิ๋นเมิ่ง ว่ากันว่าผู้ก่อตั้งตระกูลเป็นเทพธิดาพฤกษาและสรรพสัตว์ที่อวตาลลงมาเป็นมนุษย์เพื่อบำเพ็ญเพียรให้บรรลุเซียน และนางเป็นประมุขคนแรกและคนเดียวของตระกูลหลิว"

     "แล้วพวกเพลงกระบี่ หรือทำนองการดีดฉินเป็นอย่างไรเจ้าคะ?"


     "ข้าไม่รู้แน่ชัดหรอก ในประวัติศาสตย์มิได้บันทึกเอาไว้ว่ามันเป็นอย่างไร...ข้าเองก็มิเคยเห็น"


     "เช่นนั้นหรือเจ้าคะ...ขอบพระคุณที่ชี้แนะ ข้ารบกวนท่านเสียแล้ว ต้องขอตัวก่อนเจ้าค่ะ" ฉันว่าก่อนจะขอตัวลากลับมายังหอนอน



     ตุบ!

     "เฟยหง เธอได้ยินที่เจ๋ออู๋จวินพูดแล้วพอจะนึกอะไรได้บ้างมั้ย?" ฉันทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงแล้วหยิบกระบี่ขึ้นมาพูดคุย

     "ข้าเองก็ไม่รู้...แต่ถ้าเป็นที่ชิงหลินหรง ก็น่าจะมีบันทึกอยู่"

     "ชิงหลินหรง? หลิวแห่งชิงหลินหรง?" ฉันลองทวนและใส่สกุลนำหน้าชื่อนั้น กระบี่ตอบสนองแล้วพูดขึ้น

     "ใช่ ตระกูลหลิว อยู่ที่ชิงหลินหรงพื้นที่อยู่ติดกับอวิ๋นเมิ่งและกูซู" ฉันทำหน้าแหยทันทีเมื่อนึกขึ้นมาได้ นี่อยู่ท่ามกลางดงของเซียนใหญ่ 2 ตระกูลเลยนะ แล้วหล่อนเล่นใช้วิชามารอย่างไม่กลัวตายเลย อ๊ะ หล่อนตายไปแล้วนี่นา

     "เฮ้อ คิดไปก็ปวดหัว นอนดีกว่าพรุ่งนี้มีเรียนด้วยสิ" ว่าแล้วทิ้งตัวลงนอนก่อนจะวางกระบี่ไว้ที่หัวเตียงแล้วหลับตานอนหลับไป






     คาบเรียนในวันนี้ก็ยังคงน่าเบื่ออยู่เหมือนเดิม แต่มันก็ไม่ต่างอะไรกับการที่เรากลับมาเป็นเด็กนักเรียนเลยสักนิดเดียว....แต่เอาเถอะ โชคดีที่มันไม่ได้มีสอบเหมือนโลกของเรา ไม่งั้นฉันคงได้เส้นเลือดในสมองแตกตายแน่ๆ

     "วันนี้พอแค่นี้ แยกย้ายได้...เทียนฟูหยาง เจ้าตามข้ามา"

     "จ เจ้าค่ะ" ทุกคนต่างลุกขึ้นคำนับก่อนจะแยกย้ายออกไป ส่วนฉันก็เดินตามหลานฉีเหรินไปอย่างเงียบๆ จนกระทั่งมาถึงใต้ต้นท้อที่ออกดอกสวยงาม ใต้ร่มเงานั้นมีหลานซีเฉิน และหลานวั่งจีนั่งรออยู่ โดยมีซือจุย และจิ่งอี๋ยืนขนาบข้าง

     "ฟูหยางขอคารวะผู้อาวุโส และศิษย์พี่เจ้าค่ะ"

     "เทียนฟูหยาง เรื่องที่ประมุขเทียนได้ขอร้องตระกูลของเราให้รับเจ้ามาเป็นคนของสกุลหลานนั้น...ผู้อาวุโสตัดสินแล้วว่าไม่สามารถเป็นได้ เจ้าพอจะรู้จากวั่งจีแล้ว" ฉันพยักหน้าแล้วฟังต่อ

     "แต่เจ้าจะอยู่ในความดูแลของคนสกุลหลาน ชื่อแซ่มิต้องเปลี่ยนใช้ชื่อเดิม....เจ้าจะได้รับเครื่องแบบของคนสกุลหลาน แต่จะมิได้ผ้าคาดหน้าผากเท่านั้น"

     "เจ้าค่ะ ขอขอบคุณที่เจ๋ออู๋จวินเมตตาฟูหยางอย่างสุดซึ้ง"

     "หลังจากที่เจ้าฝึกวิชาเสร็จแล้ว ก็เปลี่ยนเครื่องแบบเสีย...ข้าจะให้คนนำไปไว้ที่หอนอนของเจ้าเอง" ฉันยิ้มบางแล้วมองผู้อาวุโสทั้งสามก่อนจะโค้งขอบคุณอีกครั้งก่อนที่เด็กหนุ่มทั้งสองจะพาฉันไปฝึกวิชาก่อนการชุมนุม






     
     เครื่องแบบเซียนของตระกูลหลานนั่นถือได้ว่างดงามที่สุดในยุทธภพ ซึ่งฉันก็ว่าเขาไม่ได้พูดเกินจริงเลยสักนิดเดียว...มันสวยมากจริงๆ เป็นสีขาวพอส่งแสงแล้วเหมือนเทพเซียนบนสวรรค์ชั้นฟ้าได้เลย อา อยากใส่เร็วๆจัง

     "เจ้ารอตรงนี้นะ เดี๋ยวพวกข้ามา..." ฉันพยักหน้าก่อนจะนั่งรอใต้ต้นไม้แล้วมองแม่น้ำใสที่ไหลลงมาจากเขาด้วยความสนใจ แต่ไม่นานนักความรื่นรมณ์ก็ต้องพลันหายเมื่อได้ยินคำบางอย่างที่ไม่เข้าหู

     "เหอะ! เป็นเพียงแค่หญิง ช่างเอาใจประจบประแจงเสียจริงนะ" พอหันไปยังต้นเสียงก็มีเด็กหนุ่มกลุ่มหนึ่งเดินข้ามสะพานแล้วมองฉันลงต่ำเหมือนกำลังเหยียดหยาม

     "..."

     "แค่สังหารพวกศพนั่นได้เยอะที่สุด ท่านอาจารย์ก็ยกยอเจ้าใหญ่...หึ คิดว่าตัวเจ้าเป็นใครกัน?" ฉันทำหน้าเซ็งแบบบอกบุญไม่รับก่อนจะถอนหายใจแล้วลุกขึ้นยืน
     
     "เจ้าตาบอดรึ? ข้าก็เป็นคนไง...เจ้าเห็นข้าเป็นผีเป็นสางรึเปล่า?"

     "จ เจ้าว่าข้าเหรอ?! รู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร?" ชายตรงหน้าเริ่มขึ้นเสียง จนฉันคิ้วขมวดเข้าหากันแต่ก็ต้องระงับอารมณ์ไว้เพราะไม่อยากมีเรื่องก่อนจะตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ

     "ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ...เจ้าไม่ใช่คนของตระกูลจินแน่นอน ถ้าตระกูลจินเป็นหงส์ที่สูงค่า พวกเจ้าก็เป็นเพียงแค่ห่านเท่านั้นแหละ!"

     "เจ้า! บังอาจ---" 

     "ที่กูซูมีกฏว่าห้ามทะเลาะวิวาท...พวกเจ้าลืมกฏไปแล้วหรือ ถ้าคนของตระกูลหลานรู้เข้าจะเป็นอย่างไร?" มือหนาง้างขึ้นสุดแขน ฉันหรี่ตามองอย่างไม่กลัวเกรงและโพล่งขึ้นทำให้อีกฝ่ายชะงัก

     "เหอะ! แล้วอย่างไร คิดว่าตัวเองเป็นคนสกุลหลานแล้วจะทำอะไรพวกข้าก็ได้เหมือนอย่างคนที่อยู่กับเจ้าอย่างนั้นน่ะเหรอ อวดดี!" ฉันอยากจะเบะปากแล้วกลอกตาเป็นเลขแปดใส่

     "เจ้าชักจะพาลแล้วนะ พี่ซือจุย กับพี่จิ่งอี๋ไม่เกี่ยว...อย่าคิดลามปามให้มากนัก!" 

     "หุบปาก! ทำไมจะไม่เกี่ยว เจ้าต้องโกงการทดสอบแน่ๆ เพราะคนของสกุลหลานช่วย...ที่แท้เจ้ามันนก็มากมารยาร้อยเล่มเกวียน"  

     "ข้าถามเจ้าหน่อย เจ้าทำตัวแบบนี้ไม่อายชื่อเสียงวงค์ตระกูลของเจ้าเลยหรือไง?"

     "ว่าไงนะ?!"

     "มาเที่ยวเหยีดหยามผู้อื่นที่ด้อยกว่า เอาคนมากมารุมคนเดียว...มันพวกหมาหมู่ชัดๆ! ถึงเจ้าจะสูงค้ำฟ้า แต่ในเมื่อเจ้ามาเรียนที่กูซูกฏของตระกูลหลานต้องถือเป็นที่สุด หากเจ้าไม่ทำตาม...นั่นก็ถือว่าเจ้าไม่เคารพ และดูหมิ่นสำนัก--" 

  
      เพี๊ยะะะ!!


     คำต่อว่าของฉันทำให้อีกฝ่ายถึงกับเลือดขึ้นหน้าและตบแก้มฉันด้วยหลังมือทันที มันเร็วมากจนฉันไม่ได้ทันหลบ หัวฉันคลอนและหันไปตามแรง ฉันหลับตาข่มความเจ็บปวดและรู้สึกถึงรสเค็มปะแล่มๆในปาก

     "ปากดีแบบนี้น่าตบสั่งสอนนัก! อ๋อ จริงสิ ข้าได้ยินมาว่าเจ้ามันเด็กกำพร้านี่ ฮ่าๆๆ! นังเด็กไม่มีพ่อแม่สั่งสอน"

     "ถึงข้าจะกำพร้าไม่มีใครสั่งสอน แต่อย่างน้อยข้าก็ยังมีสามัญสำนึกมากกว่าเจ้าก็แล้วกัน" ฉันตอกกลับพลางเช็ดคราบเลือดที่มุมปาก ให้ตายสิ ปากแตกจนได้

     "ฮึ่ย ยังจะกล้าปากดีอยู่อีก น่าตบให้เลือดกบ---!!" ร่างสูงพุ่งเข้ามาฉันก็เบี่ยงตัวหลบและจับข้อมือ และท้ายทอยไว้พร้อมกับขัดขา

     หมับ! ฟึ่บ ตึงงง!!

     "คุณชาย!!" บ่าวร้องลั่น 

     "อั่ก นังบ้า! ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!"

     "คนเช่นเจ้านี่ ถึงจะเรียนที่นี่ก็คงต้องจบช้าหน่อย...อาจารย์หลานต้องให้เจ้าปรับตัวอีกนานเลย" ฉันแสยะยิ้มก่อนจะนั่งคร่อมแล้วกดแขนของอีกฝ่ายที่บิดไขว้หลังไว้

     การเป็นเจ้าหน้าที่นอกจากพวกปืนแล้ว การต่อสู้ระยะประชิดก็สำคัญเหมือนกัน ถึงร่างกายของเฟยหงจะอ่อนแอ แต่มันก็ไม่ได้เหมือนคนป่วยสักเท่าไหร่  พอออกกำลังกายหน่อยก็ได้แล้ว
    
     กึด!

     "โอ๊ยย!!"

     "ไหล่หลุดสักข้างคงจะไม่เป็นไร ลองดูไหมคุณชาย?" ว่าแล้วก็ออกแรงเพิ่มอีก แต่ว่าอีกฝ่ายดันไหวตัวทันใช้แรงที่มากกว่าขืนฉันแล้วผลักสุดแรงจนเซไปชนกับต้นไม้

      ผลั่ก! ปึก!

     "คุณชาย เลือด!" บ่าวคนสนิทร้องลั่นเมื่อเห็นว่าคางของนายตนนั้นเลือดอาบ มือหนายกแตะใต้คางแล้วขึ้นมาดู ดวงตาเบิกกว้างพร้อมกับมือที่สั่นเทา

     "เจ้า...เจ้าทำข้าเลือดออก! บังอาจนัก!" ฉันพิงกับต้นไม้แล้วหันมามอง รู้สึกปวดหน่วงๆที่หน้าผากข้างซ้ายพร้อมกับของเหลวไหลจนจะเข้าตาต้องปาดออก

     แต่นั่นก็ทำให้อีกฝ่ายได้โอกาสพุ่งเข้ามาหา ฉันถึงกับตั้งตัวไม่ทันแล้วกลิ้งหลุนๆไปกับพื้น ด้วยความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านและอารมณ์ที่เริ่มปะทุ จากที่อีกฝ่ายรุกได้ก็ถูกฉันสวนกลับทันทีด้วยการผุดลุกขึ้นแล้วเอาหัวโขกที่คางเปื้อนเลือดนั้น

     โป๊กกก!!

     อีกฝ่ายผละถอยแล้วกุมปลายคางแต่ฉันไม่รอให้ตั้งตัวได้จึงจับข้อมือข้างหนึ่งแล้วบิดไขว้หลังจนตัวงอ ก่อนจะแทงเข่าขึ้นไปที่ลิ้นปี่จนอีกฝ่ายถึงกับจุก

     ผลั่ก! ปึ่ก! 

     "คิดว่าไม่สู้เหรอฮะ! คิดง่ายเกินไปแล้ว!" ฉันปล่อยร่างที่กำลังตัวงอจนล้มลง แต่ก็ไม่รอช้ากระชากคอแล้วง้างกำปั้นขึ้นจนสุดแขนก่อนจะซัดเข้าที่แก้มนั่นแรงๆหลายที

     ผัวะๆๆ!!

     "ฟูหยางพอได้แล้ว!" กำปั้นที่สิบของฉันหยุดกลางอากาศเมื่อพวกซือจุยกลับมาพร้อมกับตะโกนเสียงดังลั่น ฉันชะงักแล้วลดมือลงแล้วชี้หน้าพร้อมเอ่ยข่มขู่

     "จำเอาไว้! อย่าดูถูกผู้หญิง ไม่ว่าใครก็ตาม!...และการที่เจ้าข่มเหงสตรี รังแกเพศแม่เช่นนี้ รู้ไหมพวกข้าเรียกว่าอะไร?"

     "..."

     "ไอ้-หน้า-ตัว-เมีย!" ฉันว่าก่อนจะเหวี่ยงมือออกจากเสื้อของคุณชายตรงหน้า ใบหน้าของเขาช้ำ เลือดออกปากและจมูก ดวงตาข้างหนึ่งช้ำจนเริ่มม่วง บ่าวรีบหิ้วนายของออกไปจากที่ตรงนั้นด้วยความลนลาน  

     "ฟูหยางเกิดอะไรขึ้น?"

     "ไม่มีอะไรหรอก โอ๊ยๆๆ! พี่จิ่งอี๋ข้าเจ็บ!" ฉันเบ้หน้าเมื่อจิ่งอี๋จับหน้าฉันหันไปมองเขา มือเขากดตรงแก้มข้างที่ถูกตบจนระบม

     "เจ้าเลือดออกนี่...หัวเจ้าด้วย!" ซือจุยรีบโพล่งก่อนจะรีบหาผ้ามาเช็ดเลือดให้

     "ข้าไม่เป็นไรพี่ซือจุย พี่จิ่งอี๋...ไม่ใช่เรื่องใหญ่---"

     "เทียนฟูหยาง! มาที่หอบรรพชน" ศิษย์ตระกูลหลานคนหนึ่งเดินมาหาฉันพร้อมกับรายงาน เด็กหนุ่มทั้งสองถึงกับหน้าถอดสีแล้วหันมามองฉันด้วยความเป็นห่วง

     "..." ฉันไม่พูดอะไรก่อนจะเดินตามศิษย์คนนั้นไป








    หอบรรพชน

     

     "คุกเข่า" ฉันคุกเข่าลงตรงหน้าหลานวั่งจี และหลานซีเฉินพร้อมกับคุณชายที่เพิ่งมีเรื่องไปเมื่อครู่ เขายังคงนั่งตัวสั่นและเบี่ยงหลบฉันตลอดเวลาเหมือนไม่อยากจะอยู่ใกล้

     เหอะ! คิดว่าฉันอยากอยู่ใกล้นักรึไง!

     "มีคนบอกมา...ว่าพวกเจ้าทั้งสองมีเรื่องทะเลาะวิวาทกัน กฏของตระกูลหลาน ห้ามต่อสู้กันเอง" หลานซีเฉินเอ่ยเสียงเรียบ ฉันเพียงได้แค่หลุบตามองพื้นหูฟังโทษของตัวเอง

     "ใครเป็นผู้เริ่มก่อน?" ฉันนิ่งแล้วปรายตามองคุณชายข้างๆ เขาผงะก่อนจะชี้มาที่ฉันมือสั่นเทา

     "น นางเริ่ม---"

     "ไม่ใช่ขอรับ! คุณชายอี้ไปยั่วโมโหแม่นางเทียนก่อน และตบแม่นางเทียนก่อนครับ!" ศิษย์อีกคนโพล่งขึ้นทำให้คนข้างๆถึงกับหน้าถอดสีตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า

     "...อี้เหมิงต้วนโบย 100 ที เทียนฟูหยางโบย 50 ที" คำตัดสินได้ข้อสรุป คุณชายอี้อกสั่นขวัญแขวนรีบหาข้อแก้ตัว 

     ไม่ใช่แค่เขาที่กลัว...ฉันเองก็กลัว กลัวจนอยากจะร้องไห้เลยด้วยซ้ำ

     "ด เดี๋ยวก่อนขอรับผู้อาวุโส! ข้าผิดไปแล้ว!!" คุณชายอี้ผุดลุกขึ้นหวังขอความเมตตาแต่ก็ถูกศิษย์คนอื่นจับตัวไว้ให้คุกเข่าตามเดิม

     "ท่านหานกวง เจ๋ออู๋จวิน ฟูหยางมิได้เจตนาก่อเรื่อง...กรุณาผ่อนปรนให้นางเถอะขอรับ!" ซือจุยและจิ่งอี๋รีบเข้ามาห้ามและต่อรองกับทั้งสอง

     "ฟูหยาง เจ้าแย้งบ้างสิ! เจ้าไม่ได้เริ่มก่อนนะ"

     "ข้ามิได้เจตนาจริงๆเจ้าค่ะ"

     "..."

     "แต่ข้าตั้งใจโต้กลับเป็นความจริง..." ฉันยิ้มให้กับเด็กหนุ่มทั้งสองก่อนจะเงยหน้ามองผู้อาวุโสที่ก้มมองฉันอยู่ ฉันสูดลมหายใจเข้าและพูดออกไป

     "ฟูหยางทำผิด สมควรได้รับโทษ เพื่อไม่ให้ศิษย์คนอื่นเอาข้ามาเป็นข้อต่อรอง...ดังนั้นเชิญลงโทษตามเห็นสมควรเถอะเจ้าค่ะ"




     หลานวั่งจีหลุบสายตามองนิ่งเหมือนลองเชิง ฉันแอบเห็นว่ามือของเขากำแน่นก่อนจะพูดขึ้นเพียงแค่คำเดียวที่ทำให้ฉันต้องหลับตากัดฟันจนกว่าการลงโทษจะจบลง

   










       "โบย..."


















 
 
     ตุบ!
    

     หลังจากเสร็จสิ้นการลงโทษ ฉันก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกมาจากหอบรรพชนโดยที่ไม่พูดอะไรสักคำ อาการเจ็บปวดแผ่ซ่านจนแทบจะล้มเสียตรงนั้นให้ได้ แค่เดินก็เหมือนกระดูกมันขยับทับเส้น แต่ฉันก็ยังกัดฟันแล้วเดินออกมาจนกระทั่งมาถึงริมลำธารเล็กๆที่อยู่ห่างจากสำนักค่อนข้างมาก

     เจ็บยิ่งกว่าไม้หน้าสามที่ครูตีหน้าห้องเรียนอีก!! หลังจะหักมั้ยเนี่ย
 
     "..."  พอได้ที่ฉันก็ค่อยๆนั่งลงเหม่อมองธรรมชาติ ฉันรู้สึกได้เลยว่าหลังเสื้อนั้นเปียกชื้นและเนื้อผ้าที่ถูกกับผิวแผ่นหลังทำให้รู้สึกคันยิบๆ หนังน่าจะถลอกมากอยู่ไม่น้อย เมื่อเริ่มชินแล้วจึงขยับตัวมานั่งกอดเข่า

    ตึกๆ

     "หยางหยาง..." เสียงของเว่ยอิงเอ่ยเรียกชื่อฉันแต่ฉันก็ไม่ขยับไปไหน จนอีกฝ่ายมานั่งยองข้างๆ

     "..." 

     "ข้าได้ยินว่าเจ้าถูกลงโทษ...เจ็บมากไหม?" ฉันเงยหน้ามองเว่ยอิงที่มองฉันด้วยความเป็นห่วง มือหนาลูบผมฉันเป็นการปลอบขวัญพร้อมกับรอยยิ้มสดใสเหมือนเคย


      

          น้ำเสียงห่วงใยอบอุ่นของเขาทำให้น้ำตาและเสียงสะอื้นที่พยายามกลั้นไว้ต้องถูกทำลายลง และร้องไห้ออกมาเหมือนกับเด็กอนุบาล



      "จ เจ็บ ฮึก ฮือออ....ข้าเจ็บมากเลย พี่เว่ย" ฉันพยักหน้าบอกเว่ยอู๋เซี่ยนทั้งน้ำตา เขาเองก็ได้แต่เงียบแล้วทั้งลูบผม พูดปลอบอยู่ข้างๆกายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล


     และมันทำให้ฉันยิ่งร้องไห้มากเข้าไปอีก

     

     "เจ้าทนได้ถึงขนาดนั้น...เจ้าเก่งมากนะ หยางหยาง" เสียงเขาเอ่ยชื่นชมพร้อมกับมือที่ลูบผมฉันตลอด จนตัวเองได้แต่ยกมือปาดน้ำตาป้อยๆ


     "ฮึก ฮืออออๆๆ"


     "เดี๋ยวก็หายแล้ว...ไม่ต้องร้องแล้วนะ เด็กน้อย" ฉันตวัดสายตามองร่างโปร่งที่ยิ้มบางก่อนจะตะเบ็งเสียงสั่นๆเถียงเขา 


          "ฮึก ข้าโตแล้วนะ! อายุ 24 แล้ว"

     

     "แต่ข้าอายุมากกว่าเจ้าอยู่ดีนะ" พอเขาตอบกลับมา มันทำให้ฉันเถียงไม่ออกได้แต่ร้องไห้ด่าเขา จนอีกฝ่ายต้องหัวเราะแล้วปลอบฉันยกใหญ่


     "ฮืออออ พี่เว่ยนิสัยไม่ดีอ่ะ!!"


     "ฮ่าๆๆ! โอ๋ๆ ไม่ร้องนะ เด็กน้อย" 














     ร่างของเด็กหนุ่มสกุลหลานคนหนึ่งแอบยืนอยู่หลังต้นไม้มองเด็กสาวที่ริมลำธาร ซึ่งกำลังคุยอยู่กับคุณชายโม่เสวียนอวี่ เด็กสาวเริ่มหัวเราะแม้ว่าจะยังเห็นเสื้อผ้าตรงแผ่นหลังเปื้อนเลือด ดวงตาและจมูกยังแดงก่ำ มีเลอะคราบน้ำตาบนใบหน้าก็ตาม ดวงตาคมทอแสงอบอุ่นอมยิ้มโล่งใจ มือที่ถือตลับยามานั้นถูกเก็บเข้าในแขนเสื้อแล้วหมุนตัวเดินจากไป แต่เขาก็ได้สวนกับเพื่อนของตน


     "จิ่งอี๋ เจ้าไม่เข้าไปหานางหรือ?"


     "ไม่ต้องหรอก...ข้าว่านางไม่เป็นอะไรแล้วล่ะ"


    












ขอขอบคุณรูปภาพประกอบ By คุณ Sasinn เจ้าค่าาาาา



ปล.ถ้ารูปไม่ขึ้นเดี๋ยวเตี้ยแก้ไขนะคะ


  







เห่อๆ  ไม่มีไรมาก

เม้น-กัน-หน่อย!!


ความสุขของเตี้ย = การเห็นรีดเดอร์อินกับฟิค และเม้นมาให้อ่าน








ขอแค่นี้จริงๆ กราบล่ะค่ะ



รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 540 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,619 ความคิดเห็น

  1. #1552 icesupicha (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 มีนาคม 2564 / 16:18

    อาเหนียงง ปลอบข้าหน่อยยย มีคนเอายามาให้ด้วยแหละ

    #1,552
    0
  2. #1429 รากต้นโพธิ์ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 23:34
    อยากทะลุมิติไปตบกระถกชกกระชากปาคคอไอ่หน้าตัวเมีนนั้นไอ่หน้าฮิเฮ้ย!!! ขอโทษคะอินเกิน
    #1,429
    0
  3. #1321 คนผ่านมา (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 01:08

    เหมือนกูซูหลานก็มีศิษย์หญิงอยู่นะ

    #1,321
    0
  4. #1254 magiamp59013 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 21:32
    ใครอยู่เรือไหนกันไม่รู้ นี่อยู่ทุกเรือ55555
    #1,254
    0
  5. #1228 NongZaRa (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2562 / 20:10
    งื้ออออ ขอออ้นเหนียงแป้ป////
    #1,228
    0
  6. #668 Blood Princess (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 18:50

    ม่ายยยยยน้องงง เจ็บแทนเลยยย

    #668
    0
  7. #565 My Angle (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 16:08
    น้องสมกับเป็นลูกเว่ยอิงและหลานจ้านจริงๆ เหมือนโขกกันมาเลย เองลูววววว
    #565
    0
  8. #394 juiilann (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 13:24
    สงสารน้องงง ฮืออออ จริงๆไม่ควรโดนสองคนป่ะ มันต้องปกป้องตัวเองไง จะต้องปล่อยใฟ้มันซ้อมฝ่ายเดียวเหรอ ถึงจะโอเคอะ
    #394
    0
  9. #334 LWLookwai (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 14:31
    ฮืออ น้องเก่งที่สุดดด
    #334
    0
  10. #229 Kim-Gr (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 18:30
    ฮือออ เราร้องไห้ตามอ่ะะะ
    #229
    0
  11. #132 RAY MII (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 18:02
    สู้ๆนะน้องฟูหยางง ชอบนางงง แงง
    #132
    1
    • #132-1 Phatusanime(จากตอนที่ 8)
      19 สิงหาคม 2562 / 18:11
      น้องเจ็บบบบ
      #132-1
  12. #114 NeEdM (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 10:14
    น้องชั้นโดยโบย50ที​ ฮืออออ​ ใจอิแม่บางงงง
    #114
    0
  13. #110 Frostendzx (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 23:32
    เม้นรวบเลยล่ะกันนะคะ!

    ชอบภาษาการบรรยายมากเลยค่ะ;-; ละมุนละไมมากๆ มาถึงน้องฟูหยางตอนนี้คือบั่บน้องใจกล้ามากๆ ชอบนางเอกแบบนี้จังค่ะ;-;
    ปล.แอบลงเรือซือจุยไปแล้วครึ่งตัวค่ะ----
    #110
    1
    • #110-1 Phatusanime(จากตอนที่ 8)
      19 สิงหาคม 2562 / 10:10
      ขึ้นมาก่อนค่ะ อย่าเพิ่งลงงงง
      #110-1
  14. #109 KazukiRei (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 19:50
    คุณแม่ก็ปลอบลูกดีๆหน่อยสิโธ่~~
    #109
    1
    • #109-1 Phatusanime(จากตอนที่ 8)
      18 สิงหาคม 2562 / 00:17
      นี่แหละค่ะพี่เว่ย55555
      #109-1
  15. #107 Kuizumi (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 09:44
    พี่เว่ยตีพี่วั่งเดี๋ยวนี้!!
    #107
    1
    • #107-1 Phatusanime(จากตอนที่ 8)
      17 สิงหาคม 2562 / 10:33
      ลูกร้องไห้แล้วว
      #107-1
  16. #106 Reconcile -. (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 09:19
    สรุปว่า เหมือนจิงอี๋จะเป็นพระเอก...ใช่มะ
    #106
    0
  17. #105 gcudjehsijdh (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 08:44

    สู้ๆนะคะอร๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยย
    #105
    0
  18. #104 EngEnglish (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 07:36

    ฟูหยางโคครโหดอ่ะ เริศมากลูก ใครมารังแกเรา อย่ายอมมัน!!
    #104
    0
  19. #103 EngEnglish (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 07:35

    สงสารฟูหยางอ่ะแต่ชอบที่นางมีความกล้า เป็นนางเอกที่น่ารักมากเลย
    #103
    0
  20. #102 Natacha_i-sen (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 07:14
    ไผเปนพระเอกนิ!ค่าตัวแพ่งมัก! ตอนแรกเรานึกว่าคนที่ด่าน้องคือจินหลัน ปต่ดูไปดูมา จินฟลันนน่าจะแค่จิกแน่ม่ลงมือนะ
    #102
    0
  21. #101 MynameYurin (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 06:21
    โอ๋ๆไม่ร้องนะหยางหยาง
    #101
    0
  22. #100 Phakchira1945 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 01:19
    ไม่ร้องงง เดี๋ยวร้องตามนะ555
    สนุกมากค่าาา รออออ
    #100
    0
  23. #99 ooodg (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 00:50
    สนุกมากค่ะ มาอัพต่ออีกเร็วๆนะคะ
    #99
    0
  24. #98 AKASHI. (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 00:46
    เรือจิ่งอี๋ก็มา #เหยียบสองเรือ
    #98
    0