[ปรมาจารย์ลัทธิมาร] พันธวิญญาณข้ามภพ (OC)

ตอนที่ 7 : ตอนที่ 6 ตัดความเกี่ยวข้อง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,305
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 465 ครั้ง
    11 ส.ค. 62



     ฟิ้ววววว


     ตอนนี้ก็ยามซวีแล้ว แต่ก็ยังไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย เด็กหนุ่มทั้งสองต่างก็ขยันตรวจรอบบ้านตระกูลฮั้นโดยที่ให้ฉันนั่งเฝ้าอยู่หน้าโรงฝึกนั้นเพียงลำพัง

     กริ๊ง!

     "หืม?...เฟยหง" เมื่อรู้สึกว่ากระบี่ของตัวเองกำลังสั่นพร้อมกับเสียงกระดิ่งจึงชักออกมา ปรากฏว่ามันส่องแสงจางๆกระพริบหรี่พร้อมกับเสียงของหญิงสาวดังขึ้น

     "ดา เจ้าได้ยินข้าหรือไม่?"

     "อืม ได้ยินๆ มีอะไรเหรอ?"

     "ข้าอยากบอกเจ้าตั้งแต่ตอนที่มาถึงบ้านตระกูลฮั้นแล้ว แต่ว่าเพราะคนของสกุลหลานอยู่ข้าเลยไม่อาจคุยกับเจ้าได้..." เธอว่าเสียงเบา ฉันจึงเงยหน้ามองเด็กหนุ่มทั้งสองที่อยู่ห่างไปไม่ไกลนัก

     "ตอนนี้พวกเขาอยู่ไกล ไม่ได้ยินหรอก ว่ามาสิ"

     "กลองนั่น...ข้ารู้สึกถึงวิญญาณบางอย่าง มันรุนแรงมากจนข้าต้องรีบบอกเจ้า" ฉันขมวดคิ้วแล้วรีบถามกลับทันที

     "กลองนั่น เธอรู้สึกถึงอะไร?"

     "มันเหมือนกับข้า แต่พลังของเขาอ่อนมากจึงไม่สามารถปรากฏกายให้คนธรรมดาเห็นได้..."

     "..."

     "แต่ข้าเห็นชายคนหนึ่ง แก่มากแล้วแต่ว่ามีบ่วงที่ผูกมัดเขาหนาแน่นจนแทบจะฝังรากเข้ากับวิญญาณของเขา" เฟงหงอธิบายน้ำเสียงเคร่งเครียด ถึงจะไม่ได้เห้นหน้าแต่ฉันก็อาจจะทำหน้าแบบเดียวกันกับน้ำเสียงของเธอ

     "ไม่ใช่วิญญาณร้ายใช่มั้ย?"

     "ไม่ใช่"

     "แล้วทำไมถึงเกิดเพลิงไหม้ได้ล่ะ? ตามที่ฮูหยินเล่ามาหล่อนบอกว่าตอนที่ใช้กลองนั้นตี ไฟก็เกิดลุกไหม้ขึ้นมาตอนช่วงสำคัญทุกที" เฟงหงเงียบไปก่อนจะพูดขึ้น

     "เช่นนั้นไปถามเขากัน..."

     "?"






      ครืดดดดดดด!


     ฉันเปิดประตูโรงฝึกก่อนจะใช้ยันต์เพื่อจุดไฟส่องสว่าง เท้าก้าวย่าวเข้าไปใกล้กลองใหญ่ตรงหน้ากระบี่ของฉันส่องแสงกะพริบถี่ๆ ในตอนนั้นเสียงกลองก็ตีขึ้นเองจนฉันผงะ

     ตึงๆๆ!

     "อ อะไรเนี่ย!?"

     "อย่าตกใจไปดา ข้ากำลังคุยกับท่านผู้เฒ่าที่สิงสถิตอยู่ในกลองนี้อยู่" เมื่อได้ยินเสียงของเฟงหงฉันก็เริ่มเบาใจ เกือบร้องกริ๊ดแล้วดีนะที่หล่อนพูดไว้ทัน

     ไม่นานนักเสียงกลองก็เงียบลงดังเดิม แสงของกระบี่ฉันก็ดับลงเช่นเดียวกันกับที่มีบุคคลอื่นเข้ามาในโรงฝึก

     "เกิดอะไรขึ้น ข้าได้ยินเสียงกลอง!!" ประมุขฮั้นและคนอื่นๆต่างปรี่มาออกันอยู่หน้าประตูด้วยสีหน้าตื่นตระหนก โดยมีบรรดาลูกสาวลูกชายที่เหลือของตระกูลฮั้นมาดูด้วย

     "อ เอ่อ..." ฉันมองเลิ่กลั่กไม่รู้จะหาทางแก้ตัวอย่างไร จนกระทั่งซือจุยและจิ่งอี๋เข้ามากลางวง

     "ฟูหยาง! เกิดอะไรขึ้น จู่ๆเจ้าก็หายไปพวกข้าเป็นห่วงนะ" จิ่งอี๋โพล่งเสียงดังจนฉันตกใจสะดุ้งโหยงแล้วยิ้มแห้งๆได้แต่ขอโทษขอโพย

     "ขออภัยเจ้าค่ะ พี่จิ่งอี๋..."

     "ฟูหยาง การกระทำของเจ้านั้นเสี่ยงมากที่จะได้รับอันตราย ถ้าพวกข้ามิได้ยินเสียงกลองก่อนถ้าเกิดอไรขึ้นมาจะทำอย่างไร" ซือจึยเอ่ยน้ำเสียงเรียบแต่กลับแฝงไปด้วยความจริงจังจนฉันรู้สึกผิด

     "ขออภัยพี่ๆทั้งสองเจ้าค่ะ ข้าเห็นบางอย่างแปลกๆเลยเข้ามาดู...แต่ข้าคงตาฝาดไป"

     "...รีบออกมากันเถอะ นอกจากต้องเฝ้าระวังกลองแล้ว เรายังต้องระวังพวกศพด้วย" ฉันพยักหน้ารับคำก่อนจะเดินตามพวกเขาออกมา ส่วนเหล่าคนมุงทั้งหลายก็ค่อยๆแยกย้ายกัน

     กริ๊งงง!

     "ดา! อย่าเพิ่งให้พวกเขาออกไป!" เสียงของเฟงหงดังเข้ามาในโสต ขาฉันชะงักก่อนที่จะตะโกนรั้งทุกคนเอาไว้

     "ช้าก่อนเจ้าค่ะ!"

      ทุกคนล้วนหยุดอยู่กับที่แล้วหันกลับมามองฉัน ระหว่างนั้นฉันก็ฟังเฟยหงเล่าบางอย่างผ่านทางกระแสจิตเข้ามาในหัว ฉันหลับตาแล้วพยักหน้าก่อนจะปรายตามองแล้วโพล่งขึ้น

     "คุณหนูใหญ่ฮั้นอยู่ที่นี่หรือไม่เจ้าคะ?" ไม่นานนักหญิงสาววัยยี่สิบกว่าๆเดินออกมายืนตรงหน้า ใบหน้างดงามและดูองอาจเชิดมองฉันแล้วยกมือขึ้น

     "ข้าเอง ฮั้นลี่หมิง ทายาทคนรองของตระกูลฮั้น"

     "ท่านคือผู้ที่จะได้ตีกลองแทนคุณชายฮั้นใช่หรือไม่เจ้าคะ" หญิงสาวพยักหน้าแล้วกอดอกมองฉัน

     "ใช่ ท่านพี่ฝากฝังข้ามาแล้ว...และข้าจะสานต่อเขาให้สำเร็จให้จงได้" แววตาแน่วแน่ไม่หวั่นเกรงดูน่าเกรงขามมาก ฉันหลับตาก่อนจะเอ่ยคำพูดที่ทำให้เหล่าคนตระกูลฮั้นถึงกับชะงัก

     "ใครเป็นผู้สร้างกลองใบนั้นขึ้นมาเจ้าคะ?" หญิงสาวหรี่ตามองก่อนจะตอบแทนพวกคนใช้ที่มองกันว่าใครจะเป็นคนตอบ ดวงตาของพวกเขานั้นหม่นแสงลงในพริบตาที่พูดถึง

     "ท่านตาไจ้กั๋ว เป็นช่างฝีมือที่เก่งที่สุดของที่นี่"

     "เกิดอันใดขึ้นกับเขา?"

     "ท่านตาไจ้กั๋ว เพิ่งเสียไปเมื่อ 2 เดือนก่อนจะมีงานเทศกาล...ทุกๆปีท่านตาจะมาดูพวกเราซ้อมการแสดงตลอด ข้าเห็นท่านตาไจ้กั๋วมาตั้งแต่เล็กเลยรู้ดี"

     "กลองใบนั้น ผู้เฒ่าไจ้ก็เป็นผู้สร้างใช่หรือไม่?"

     "ใช่"

     "เช่นนั้นในวันแสดงจริงขอให้พวกท่านแสดงอย่างสุดความสามารถ ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์อันใดขึ้นโปรดขอให้ท่านอย่าหยุดตีกลองเป็นอันขาด..."

     "ฟูหยาง เจ้าพูดอะไรออกมา...เจ้าไม่รู้หรือว่ากลองนั้นมันมีฤทธิ์เดชมากมายแค่ไหน" จิ่งอี๋แย้งฉัน 

     "ได้ ข้าจะทำ!" ฮั้นลี่หมิงตอบตกลงทันทีด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว ฉันพยักหน้ารับก่อนที่จะให้พวกเขาแยกย้ายไปพักผ่อน ก่อนจะมาอธิบายให้กับเด็กหนุ่มสกุลหลานทั้งสองคน







     "เจ้าจะบอกว่าเจ้าสื่อกับวิญญาณได้งั้นเหรอ ฟูหยาง?"

     "เปล่านะ ข้าบอกเหรอว่าข้าเห็นวิญญาณอ่ะ...พี่จิ่งอี๋ พี่ซือจุย พวกพี่บอกข้าเองนี่นาว่านั่นไม่ใช่วิญญาณร้าย ข้าก็เลยคิดว่าน่าจะเป็นวิญญาณที่มีบ่วงเสียมากกว่า"

     "มีบ่วง?"

     "อื้อ! ข้าว่าเก็บค่ายกลเถอะ เราแค่รอให้ถึงวันเทศกาลแล้วค่อยจับวิญญาณนั้นจะดีกว่า" ทั้งสองยอมก่อนที่พวกเราจะเก็บค่ายกลกันแล้วยืนเฝ้ายามกันทั้งคืน






     คืนในวันงานเทศกาล

     "เราจะตีกลองกันภายในบ้านก่อนเพื่อเป็นศิริมงคล แล้วก็ตีแห่ไปรอบเมือง...ระหว่างทางนั้นชาวบ้านจะโยนผลผลิตลงมายังขบวนเพื่อขอพรให้ปีหน้าผลผลิตดีครับ" ชายคนหนึ่งพูดขึ้น ก่อนจะปรากฏร่างของหญิงสาวสวมชุดเต็มยศ เหล่าเครื่องดนตรีต่างเตรียมพร้อมบรรเลง

 
     ตึง!

     เสียงกลองเล็กทั้งสี่ดังขึ้น หญิงสาวคุกเข่าตรงหน้ากลองใหญ่แล้วก้มหัวคำนับสามครั้งก่อนจะหยิบไม้กลองขึ้นมารำวนรอบกลองนั้นก่อนจะง้างแขนเรียวขึ้นจนสุดและฟาดลงมาสุดแรง

     ตึง!

     ฟิ้ววว

     "พี่ซือจุย พี่จิ่งอี๋..." เมื่อกลิ่นไหม้ของบางอย่างลอยมาแตะจมูก มือรีบกระตุกแขนเสื้อของเด็กหนุ่มทั้งสองทันที

     "อะไรเหรอ ฟูหยาง?"

     "ข้าได้กลิ่นไหม้ของไม้ไผ่..เหมือนตอนที่เรามาถึงเลย" เมื่อทั้งสองได้ยินก็รีบหันขวับไปดูไม่นานนักเปลวไฟกลับลุกพรึ่บที่หัวของไม้ตีกลอง ทุกคนต่างตกใจรีบวิ่งหนีจะมีเพียงก็แต่ ฮั้นลี่หมิงที่ยังคงตีกลองอยู่อย่างนั้นท่ามกลางกองเพลิงที่ล้อมรอบนาง

     พรึ่บบบ!!

     "อาหมิง!" ฮูหยินฮั้นกรีดร้องจนแทบหมดสติเมื่อเห็นลูกสาวของตนไม่ยอมหนีและตีมันต่อไป ส่วนคนอื่นๆก็หาน้ำมาดับไฟแต่ทำอย่างไรมันก็ไม่ดับลง

     "มัวยืนทำอะไรกันอยู่! พวกเจ้ารีบไปเอาลูกข้าออกมาสิ!" ประมุขฮั้นตวาดลั่นใส่เหล่าคนใช้ให้พาตัวลูกสาวของคนโตออกมา พวกชายหนึ่งต่างวิ่งฝ่ากองเพลิงเข้าหา แต่ทันทีที่จับตัวฮั้นลี่หมิงก็สะบัดตัวออกแล้วตีต่อไป

     "คุณหนูใหญ่! หนีเถอะขอรับ!"

     "ไม่! พวกเจ้าถอยออกไป ข้าเสียสมาธิหมด!"

     "ไม่ได้ขอรับ! หนีเถอะ!"

     "อย่ามาจับข้านะ! ปล่อย!" เมื่อถูกเหล่าคนใช้จับตัวหล่อนก็พยายามดิ้นแล้วตีกลองต่อไป กลิ่นไหม้ของไผ่แรงขึ้นจนฉันรู้สึกไม่ดี แต่ว่าในตอนนั้นก็มีร่างสุงของชายวัยสามสิบกว่าๆสภาพบาดแผลเต็มตัวปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับเสียงตะโกนลั่น

     "ลี่หมิง! ตีกลองต่อไป!"

     "อาจิ้น! เจ้ายังไม่หายดีนะ ลุกขึ้นมาทำไม?" ฮูหยินฮั้นปรี่เข้าไปหาลูกชายที่ยืนแทบจะทรงตัวไม่ได้ แต่ชายหนุ่มก็ยังคงยืนกรานไม่ไปไหนแล้วตะโกนบอกน้องสาวสุดเสียง

     "ลี่หมิง!"

     "พี่ใหญ่...ลี่หมิงจะไม่ทำให้พี่ผิดหวัง!" ร่างระหงตะโกนด้วยแรงแปลกที่ไฟเหล่านั้นไม่ได้ไหม้รอบตัวฮั้นลี่หมิงเลยแม้แต่ชายผ้า


     ตึงๆๆๆๆๆ!! ตึง!!


     เสียงตีกลองครั้งสุดท้ายดังขึ้นก่อนที่การแสดงจะจบลง เพลิงไหม้ที่ไหม้รอบๆนั้นเริ่มโหมแรง ก่อนที่ฮั้นลี่หมิงและคนอื่นๆจะรีบหนีออกมา ในตอนนั้นควันสีขาวก็ลอยออกมาจากกองเพลิง ซือจุย จิ่งอี๋ และฉันต่างผนึกกำลังเพื่อเข้าจับวิญญาณและทำการตัดบ่วงนั้นออก

   



     ตุบ! 


     "เรียบร้อยแล้วขอรับ ไม่มีผู้ใดบาดเจ็บใช่หรือไม่?" ซือจุยเอ่ยถามเหล่าคนของตระกูลฮั้นหลังจากที่พวกเราดับไฟเสร็จแล้ว ทุกคนพยักหน้าแล้วยิ้มโล่งใจ

     "ขอบคุณท่านเซียนมากที่ช่วย เท่านี้พวกเราก็สามารถแสดงรอบเมืองได้แล้ว" 
     
     "มันเป็นหน้าที่ของพวกเราที่ต้องช่วยเหลือ และอีกอย่างความดีความชอบในครั้งนี้ยกให้กับ ฟูหยางศิษย์น้องของพวกข้าเถอะ" ฉันเงยหน้าขวับมองเด็กหนุ่มทั้งสองที่หันมายิ้มให้ด้วยความชื่นชม ฉันรีบส่ายหน้าหวือทันที

     "ม ไม่ใช่หรอกเจ้าค่ะ ข้าแค่ติดตามพวกพี่ๆเป็นประสบการณ์เท่านั้นเอง"

     "แต่ถ้าหากไม่ได้เจ้า พวกเขาก็คงจะจัดเทศกาลไม่ได้...เจ้าเก่งมากเลยนะ ฟูหยาง" จิ่งอี๋ยีผมฉันอย่างสนุกมือจนฉันต้องย่นคอกับน้ำหน้ามือของเขาแล้วมุ่ยหน้า

     "จริงด้วย พวกท่านเซียนก็เที่ยวงานเราก่อนกลับสิเจ้าคะ"

     "พวกข้าก็หวังไว้เช่นนั้น เช่นนั้นพวกเราขอตัวก่อน" พวกเราโค้งคำนับลาตระกูลฮั้นแล้วเดินออกมายังนอกบ้าน เสียงเพลงและแสงสีของงานเทศกาลจัดขึ้นทำให้เมืองนี้ดูสวยขึ้นมาทันที








     เช้าวันต่อมา




    เราเตรียมตัวที่จะเดินทางกลับอวิ๋นเซินปู้จือฉู่ แต่ว่ามันเป็นทางผ่านตระกูลเทียนพอดี และฉันเองก็มีเรื่องที่อยากจะพูดคุยกับประมุขและฮูหยินเทียนให้รู้เรื่องจึงเตรียมตัวลงที่บ้านของตระกูลเทียน

     ตุบ!

     "ค คุณหนูเล็ก!"

     "ประมุขเทียนอยู่หรือเปล่า?" ชายตรงหน้าชะงักก่อนจะรีบผายมือฉันให้รีบตามเขาไป ถึงแม้จะสงสัยเท้าก็ก้าวตามโดยมีซือจุยและจิ่งอี๋ตามมาด้วย

     ระหว่างทางฉันก็มองบรรยากาศรอบๆที่แปลกไปจากเดิม มันไม่มีสีเขียวของต้นไม้ที่เฟยหงเคยปลูกเอาไว้เลยสักนิดเดียว บรรยากาศที่เคยสดใสนั้นต่างหม่นหมองเต็มไปด้วยความโศกเศร้าจนเริ่มใจเสีย

     "เกิดอะไรขึ้น ต้นไม้ที่ข้าเคยปลูกไว้หายไปไหนหมด?"

     "...คุณหนูใหญ่กับคุณชาย สั่งให้คนถอนทำลายทิ้งขอรับ" คำตอบจากคนตรงหน้าทำให้หัวใจฉันหล่นไปถึงฝ่าเท้า ตัวชาไปหมดด้วยความไม่เข้าใจ

     "ทำไม...แล้วประมุขท่านทำไมถึงไม่ห้าม"

     "..."

     "ตอบมาสิ!" ฉันเริ่มขึ้นเสียงจนจิ่งอี๋ และซือจุยจับบ่าฉันคนละข้างเพื่อให้ฉันระงับโทสะที่เริ่มปะทุ มิน่าล่ะมันถึงได้ดูหม่นๆ ชายตรงหน้ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวก่อนจะรีบคุกเข่าก้มหัวแนบกับพื้น

     "ประมุขกับฮูหยินเทียน หายสาบสูญขอรับ!"

     ฉันรู้สึกว่าตัวเองหูดับไปชั่ววินาทีนั้น ร่างของฉันโงนเงนไปมาจนแทบทรงตัวไม่อยู่ ถึงแม้จะไม่ได้เสียใจมากเพราะไม่ได้มีสายสัมพันธ์สนิทสนมมากถึงขนาดนั้น แต่ว่าทำไม..

     "ได้ยังไง?"

     "ระหว่างที่ทั้งสองเดินทางไปเมืองอื่น...รถม้านั้นได้พลัดตกหน้าผาเราเพิ่งฝังไปเมื่อวันก่อนนี่เองขอรับ"

     "ไม่มีใคร..คิดจะบอกข้าเลยงั้นหรือ?"

     "พ เพราะ---"

     "ไม่ต้องพูดแล้ว! ตอนนี้ห้องของข้าของๆข้ายังอยู่ที่เดิมใช่ไหม?" ชายรับใช้เงยหน้าขึ้นแล้วพยักหน้าแทนคำตอบ ฉันหลับตาหายใจเข้าและออกช้าๆก่อนจะพูดขึ้น

     "ข้าขอถุงผ้าหนึ่งใบ แล้วไปเก็บบันทึกในห้องรวมถึงกล่องไม้และถุงเมล็ดพันธุ์มาให้ข้าที"

     "ข ขอรับ! เช่นนั้นเชิญท่านรออยู่ที่ศาลาก่อนเลย" ฉันพยักหน้าก่อนที่เราจะไปรอยังศาลาสระบัว ไม่นานนักชายคนนั้นก็เดินมาพร้อมกับถุงผ้าใบใหญ่

     "ของที่ข้าน้อยเจอมีเท่านั้นขอรับ...คุณหนู?"

     "อืม แล้วคนอื่นๆล่ะ ทำไมคนน้อยลง?"

     "ค คุณชายไล่พวกเขาออกไปหมดเลยขอรับ...ข้าน้อยเองก็กำลังจะต้องออกไปเหมือนกัน"

     "แล้วเจ้ามีที่ไปหรือไม่?" ชายตรงหน้าพยักหน้าหงึกๆแล้วอธิบาย

     "ข้าจะกลับบ้านที่ชนบทขอรับ คงต้องไปช่วยทำนา" ฉันรับฟังก่อนจะหยิบถุงเล็กๆออกมาแล้วจับยัดใส่ในมือของอีกฝ่าย

     "ในนี้เป็นเมล็ดของต้นไม้ที่ข้าเคยปลูก จงนำมันไปปลูกที่บ้านของเจ้าซะ...แล้วก็หากตระกูลเทียนต้องการให้เจ้ากลับไปหา ก็จงอย่ากลับไป เจ้าไม่ใช่สิ่งของ...เจ้าจงตัดสินใจเอง"

     "ขอรับคุณหนู"

     "อย่าบอกสองพี่น้องนั่นล่ะว่าข้ามา ต่อจากนี้ข้าคงจะไม่กลับมาที่นี่อีก หากพวกเจ้าคิดถึงข้า..ก็ให้เขียนจดหมายมาที่อวิ๋นเซินปู้จือฉู่นะ" ฉันยิ้มให้กับชายตรงหน้าก่อนจะหอบถุงผ้าสะพายบ่าแล้วหมุนตัวเดินออกไป และได้แต่หลับตาพูดในใจ

     


     กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมคืนสนอง...ใครก่อกรรมใด ก็ขอให้ได้รับผลกรรมนั้นอย่างสาสม!! 





ข่าวดี(มั้ง)


กำหนดการตามตารางของเตี้ยเปลี่ยนจ้าาาาาา


เลยจะเปลี่ยนจากเสาร์วันเดียว


มาเป็น




เสาร์-อาทิตย์นะเออ!!








เห่อๆ  ไม่มีไรมาก

เม้น-กัน-หน่อย!!


ความสุขของเตี้ย = การเห็นรีดเดอร์อินกับฟิค และเม้นมาให้อ่าน








ขอแค่นี้จริงๆ กราบล่ะค่ะ



รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 465 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,619 ความคิดเห็น

  1. #1551 icesupicha (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มีนาคม 2564 / 16:08

    เอาแล้ววว

    #1,551
    0
  2. #1428 รากต้นโพธิ์ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 23:09
    สองพีน้องนิสัยปิจอรึเนี่ย ยิ้มแฉ่งแปปเหมือนเห็นอนาคตอันโชกเลือดมั่งนะ....
    #1,428
    0
  3. #537 น้องหยางหยางๆ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 12:13

    ข้าว่าสองเป็นพี่น้องต้องฆ่าพีอแม่ตัวเองแน่ๆ

    #537
    0
  4. #393 juiilann (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 13:15
    เดี๋ยวนะ คือตายจริงๆเหรอ หรือว่าจริงๆไม่ตาย
    #393
    0
  5. #228 Kim-Gr (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 18:19

    ดีค่ะชอบบบ
    #228
    0
  6. #97 RAY MII (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 17:26
    รอน้าคะะะ เรื่องจะเป็นยังไงต่อไปป ลุ้นน
    #97
    0
  7. #96 ILPX3 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 00:13
    อิฉันจะไปตบอิพี่น้องคู่นั้นนน *-*
    #96
    0
  8. #95 EngEnglish (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 18:40
    เรื่องนี้มันมีเงื่อนงำ~~~~
    #95
    0
  9. #94 Wonwiwa (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 18:14
    ค่อนข้างสนุกเลยค่ะ แต่เค้ามีคำถาม 1. ทำไมไฟถึงลุกเวบาตีกลองหรอคะ

    2. ทำไมมีแต่พี่ใหญ่ที่โดนเผา แต่คุณหนูใหญ่ไม่โดน

    หรือว่าถ้าเค้าอ่านข้ามยังไงบอกหน่อยนะคะ ขอบคุณค่ะ
    #94
    3
    • #94-2 Phatusanime(จากตอนที่ 7)
      11 สิงหาคม 2562 / 21:40
      เตี้ยว่าคงมีหลายคนสงสัยเหมือนกัน เดี๋ยวเตี้ยจะเสริมในตอนหน้าให้นะคะ
      #94-2
    • #94-3 MynameYurin(จากตอนที่ 7)
      13 สิงหาคม 2562 / 16:28
      จะทำอะไรน้าาา
      #94-3
  10. #93 meilan_k-key-z (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 18:13

    เย่!~ เยี่ยมไปเลย รอตอนต่อไป

    #93
    0
  11. #92 Kuizumi (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 18:09

    รอเสาร์หน้า....
    #92
    0
  12. #90 จินร (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 16:25

    เย้ๆๆๆเตี้ยกลับมาเร็ว เย้ๆๆ

    เหมือนรู้สึกว่าบางจุดมันขาดอะไรไปสักอย่างน่ะ แล้วก็อยากให็สอดแทรกเรื่องราวต่างๆให้มันมีอะไน่าค้นหาหรือตื่นเต้นขึ้นอีกนิด แล้วก็ถ้าเป็นไปได้เราอยากใหเพิ่มชีวิตประจำวันที่สกุลหลานด้วย ที่สำคัญ(ความอยากส่วนตัว)พระเอก-อยู่น่ายยยยยยยยยยยยยยย ค่าตัวแพงมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

    #90
    1
  13. #89 AKASHI. (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 16:24
    แงงง ดีใจ
    #89
    0
  14. #88 Natacha_i-sen (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 16:16
    ดีจัย~~~~
    #88
    0
  15. #87 gcudjehsijdh (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 16:16

    ร๊ากกกกกน้าาาาอัพเยอะๆน้าาาารออยู่จ้าาาาาาสู้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #87
    0
  16. #86 Reconcile -. (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 16:13
    เย้ยยยยยย!!!!! เพิ่มวันอัพแล้วววว
    #86
    0