[ปรมาจารย์ลัทธิมาร] พันธวิญญาณข้ามภพ (OC)

ตอนที่ 63 : ตอนที่ 61 ให้ช่วยไหม?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,501
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 165 ครั้ง
    9 ม.ค. 63







    อวิ๋นเซินปู้จื้อฉู่    
     
     
     ครืดๆๆ แก๊กๆ!

     "เจ้ารู้จักอักขระพวกนี้ได้อย่างไร? แม่นางจาง?" จื่อเจินเอ่ยถามพลางนั่งมองเหม่ยเหมยก้มลงเขียนวงแหวนอักขระอย่างตั้งอกตั้งใจ

     "ท่านแม่ของข้าสอนมาเจ้าค่ะ บอกว่าสักวันหนึ่งอาจจะได้ใช้...และข้าก็เห็นด้วยเจ้าค่ะ"

     "มันคืออะไรหรือ แล้วเหตุใดต้องเรียกผู้อาวุโสเว่ยมาด้วยล่ะ?"

     "มันถูกเรียกว่า'ค่ายกลแยกปราณ'เจ้าค่ะ หากสร้างค่ายกลนี่ให้ขยายตัวจากด้านใน ค่ายกลป้องกันที่ครอบทับก็จะสลายเจ้าค่ะ...แต่หากว่าต้องดัดแปลงนิดหน่อย เพราะม่านพลังนี้มีพลังมารปะปนอยู่ด้วย"

     "..."

     "เรื่องนี้ข้าก็มีส่วนผิด ที่ทำให้ทุกอย่างมันบานปลาย...และฟูหยาง คือคนที่พวกเราเฝ้ารอมาตลอดนับสิบปี อีกอย่างข้ามิอาจทนเห็นคุณชายหลานเฝ้าแต่โทษตนเองได้หรอกเจ้าค่ะ" มือเล็กเขียนอักขระตัวสุดท้ายเสร็จสิ้นแล้วผุดลุกขึ้น ก่อนจะหยิบกระบี่ที่ฟูหยางมอบให้กับตนออกมา

     "กระบี่เสี่ยวเฟยของฟูหยาง? เจ้าเอามาทำไม"

     "ข้าจะใช้เป็นจุดศูนย์รวมพลังเจ้าค่ะ..." เสียงฝีเท้าจำนวนหนึ่งดังขึ้นทั้งสองละสายตามองแล้วยกยิ้มอย่างมีความหวัง เมื่อเห็นว่าเว่ยอู๋เซี่ยนฟื้นแล้ว

     ตึก!

     "เจ้าคือแม่นางจางใช่หรือไม่?!"

     "เจ้าค่ะ ผู้อาวุโสเว่ย" เหม่ยเหมยพยักหน้าก่อนที่ร่างโปร่งจะก้มมองวงแหวนอักขระโดยที่เหม่ยเหมยอยู่ด้านในวงนั้น

     "ค่ายกลแยกปราณ เจ้ารู้ได้อย่างไร?" เด็กสาวไม่ตอบก่อนจะชักกระบี่ของฟูหยางออกมานิ้วชี้และนิ้วกลางยกขึ้นตั้งฉากเปลวไฟสีเขียวไผ่ปรากฏขึ้น

     พรึ่บ!! ฟึ่บ!

     นิ้วสองนิ้ววางทาบกับตัวกระบี่ในแนวราบไล้จากด้านกระบี่ถึงปลาย แสงสีเขียวซึมลงกระบี่ก่อนที่จะเปล่งแสงอีกครั้งพร้อมกับละอองบางเบา

     "...พลังปราณในกระบี่ยังหลงเหลือ ผู้อาวุโสเว่ยต้องขอแรงของท่านด้วยเจ้าค่ะ" เหม่ยเหมยยื่นกระบี่ให้กับเว่ยอิง ตนพยักหน้าแล้วรับมาก่อนจะไล้ปลายกระบี่พร้อมกับปล่อยคลื่นพลังมารอ่อนๆเข้าไปเสริม





     ฟู่วววววววววววววว!!






     "ที่เหลือข้าขอจัดการเองเจ้าค่ะ" เหม่ยเหมยว่าก่อนจะรับกระบี่คืน พวกเขายืนมองเด็กสาวด้วยความลุ้นระทึกโดยเฉพาะจิ่งอี๋ที่กระวนกระวายใจ 

     เขาอยากจะเร่งเวลา...ความกลัวกัดกินหัวใจจนเขาไม่สามารถสงบกายสงบใจลงได้  ลางสังหรณ์บางอย่างกู่ร้องในใจ....ให้รีบไป รีบไปหยุดนาง ก่อนที่เราจะไม่สามารถพานางกลับมาได้อีก


     และจะต้องสูญเสียนางไปตลอดกาล


   "เริ่ม---"

   "หยุดเดี๋ยวนี้!!"


   
















 

    
     ตูมมมมมมมมมมมมมมมมม!! 



     เสียงระเบิดดังขึ้น ตามมาด้วยภาพของพวกอสูรเหลือเดนที่กระเดนตามแรง ปีศาจตนหนึ่งพุ่งเข้ามาแต่ฉันกำหมัดแน่นแล้วซัดมันกระเด็น แขนสองข้างฟาดฟัน ขาเท้าเตะถีบจนรองเท้าเริ่มพัง แต่ฉันก็หาได้สนใจ ถอดมันทิ้งแล้ววิ่งไปยังจุดกำเนิดของพลังมารที่มีพวกปีศาจหลั่งไหลออกมา มันเป็นภาพที่ถ้าพวกเซียนเห็นคนประหลาดใจน่าดู

     ปีศาจสู้กันเอง...ถึงตอนนี้พวกเราจะชนะ แต่ว่าจะไว่ใจอะไรไม่ได้ปีศาจมักถูกมองว่าเป็นศัตรูอยู่วันยังค่ำ

     "ฟูหยาง กำลังพวกเราเป็นฝ่ายได้เปรียบมาก ข้าจะคุ้มกันเจ้าเอง เจ้าไปจัดการต้นกำเนิดเถอะ" เหลียงซาที่กลายเป็นงูเลื้อยเข้ามาหาข้างๆแล้วพูดขึ้น ฉันพยักหน้าก่อนจะเปลี่ยนทิศทางไปยังเนินที่เป็นต้นกำเนิด

     ครึกๆๆ! ตูมมมมมมมม!! ผัวะ!

 
      บางอย่างที่กำลังจะโผล่ออกมาจากพื้นข้างหน้าแต่ฉันไม่ทันรู้ตัวเท่ากับเหลียงซา เขาที่ไหวตัวทันจึงสะบัดหางฟาดตัวฉันให้ปลิวไปข้างหน้า แต่พอหันกลับมาที่ๆเหลียงซาอยู่กับมีบางอย่างแทงขึ้นมาจนเขาต้องรีบเปลี่ยนร่างเป็นคน แต่ว่ามันก็ทำให้เขาบาดเจ็บไปไม่น้อย

      ฉัวะๆๆๆ! อ๊ากกกกกกกก!!

     "เหลียงซา!" เขาล้มลงไปต่อหน้าต่อตา ฉันรีบวิ่งกลับไปหาเขามองบาดแผลทั่วตัว

     เสียงหัวเราะดังขึ้นข้างหน้าก่อนที่จะมีร่างของปีศาจสาวตนหนึ่งย่างกรายเข้ามา หัวของเธอเป็นบอกไม่ที่มีเขี้ยวน่าสยดสยองหล่อนมองเหลียงซาแล้วเลียริมฝีปาก

     "อา...เลือดของเจ้าช่างหวานนัก พ่องูน้อย ฮึๆๆ" เหลียงซากัดฟันมองอีกฝ่ายเขม็ง แต่บาดแผลเองก็ไม่ใช่จะน้อยๆ ก่อนจะมองบาดแผลทั่วตัวที่มีไอมารจางๆล้อมรอบ

     "หนอยย อึ่ก! มันมีไอมาร" 

     "เหลียงซา อย่าเพิ่งขยับ..." ฉันว่าก่อนจะดูดไอมารจากบาดแผลของเขาผ่านปลายนิ้ว แม้จะรู้สึกอยากอาเจียนแต่ฉันก็กัดฟันอดทน

     "ฟูหยาง เจ้าจะทำเช่นนั้นไม่ได้นะ!" แต่เขาห้ามช้าไป ทันทีที่เขาเอ่ยจบไอมารในร่างของเขาก็ถูกโอนมายังตัวฉันหมดแล้ว เขามองฉันด้วยความเจ็บใจแต่ฉันไหวไหล่แล้วหันไปมองปีศาจสาว

     "หืม...กลิ่นเจ้าช่างหอมยิ่งนัก" อีกฝ่ายยกยิ้มเลียริมฝีปากอย่างหิวกระหาย ไอมาทั่วร่างแผ่กระจายดำทะมึนไปหมด

     "..."

     "หากกินเจ้าสักคำคงจะดีไม่น้อ---"

     "ถ้าก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ฉันไม่รับประกันชีวิตของเธอ..." ฉันเอ่ยเสียงเรียบแล้วผุดลุกขึ้นจ้องหน้าอีกฝ่ายด้วยสายตาข่มขู่ อีกฝ่ายชะงักไปก็จริงแต่ก็หัวเราะลั่น

     "ฮ่าๆๆๆ!! เจ้าจะทำอะไรข้าได้ มนุษย์เช่นเจ้าที่ดูดไอมารเข้าไป เดี๋ยวก็กลายมาเป็นพวกข้าแล้ว...ช่างโง่นัก ไอมารของข้าหากใครได้รับมันเข้าไป มันจะกัดกินเครื่องในของเจ้าไม่เหลือเลยล่ะ..."

      ว่าแล้วฉันก็รู้สึกว่ามีกลิ่นสนิม และรสเค็มปนคาวไปทั่วปากจนปริ่มล้นออกมาจากมุมปาก บางอย่างกำลังตีมวลในท้องจนต้องยกมือขึ้นจับเบาๆ ก่อนจะถอนหายใจ ถ่มเลือดทิ้งแล้วตอนกลับอย่างไม่ใส่ใจ

     "ถุย!!...อ้อเหรอ"

     "..."

     "งั้นมาลองดูกันหน่อยมั้ยล่ะ" ฉันยกยิ้มเย็นไอมารแผ่กระจายทั่วแขน และมันมีพลังรุนแรงมากจนอีกฝ่ายถึงกับผงะถอยไป

      ฟู่วววววววว

     "ว่าตับไตไส้พุงของฉัน...กับชีวิตของหล่อน อะไรมันจะหายก่อนกัน" ปีศาจตรงหน้ากัดฟันกรอดเหงื่อแตกพลั่ก พุ่งเข้าโจมตีฉันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยทันที



     ตึกตัก!

     "อึ่ก!" ฉันนิ่วหน้าด้วยความรู้สึกจุกที่ทรวงอกเหนือลิ้นปี่ 

   แต่ก็ได้เพียงแค่ยกมือข้างที่ว่างลูบอกแล้วกดเบาๆ แล้วยิ้มอย่างรู้สึกเวทนาตัวเองที่ทำเรื่องเแสนจะบ้าบิ่นและงี่เง่าที่สุดในชีวิต บทเพลงบันทึกวิญญาณโกลาหลนี่ร้ายเองเรื่องเลยแฮะ 


     ฉัวะะะ!! ตุบ!
    
     "อ อะไรกัน..."

     "ดูท่าว่าฉันจะชนะนะ" ฉันยกยิ้มไร้อารมณ์พูดกับส่วนหัวที่ยังคงไม่ตาย ดวงตาของปีศาจเบิกกว้างสั่นระริกด้วยความหวาดหวั่น

     "ม ไม่จริง ข้าแพ้ให้กับมนุษย์...ไม่ ข้าไม่ยอม!"

     "ก็แล้วแต่นะ อ้อ หล่อนลืมของไว้แน่ะ" ฉันว่าด้วยสีหน้ายียวน เลือดที่ไหลออกมาจากมุมปากของฉันหยดลงพื้นจึงใช้มือข้างที่ว่างปาดมาส่วนหนึ่ง

      ฉ่าาาาาาาาาาาาาาา!! กริ๊ดดดดดดดดดดด!!

      แล้วทาบหน้าจนได้ยินเสียงเหมือนเนื้อที่กำลังถูกนาบด้วยของร้อน เสียงโหยหวนยิ่งทำให้ใจโลดเต้น...ราวกับว่ารู้สึกสนุกกับการทำลายล้างชีวิต ใบหน้าเจ้าปีศาจที่ถูกเลือดฉันป้ายกำลังละลายเหลือแต่เพียงกระดูก และมันก็ตายลงในที่สุด จึงปล่อยซากกระดูกส่วนหัวลง พวกปีศาจที่หันมามองฉันเริ่มพุ่งเข้ามาเมื่อนายของมันตาย ราวกับกำลังโกรธแค้น 

     "ซื่อสัตย์จังนะ..." ฉันถอนหายใจเกราะแขนหนิงอันส่องแสง แขนทั้งสองยกขึ้นตั้งฉากเลือดมุมปากไหลออกมาจนมันหยดลงบนเกราะแขน

      
      วิ้งงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!


     "งั้นก็ไปอยู่กับนายของพวกแกในนรกก็แล้วกัน!!" มือทั้งสองประสานกันก่อนจะกำด้ามจับแน่นแล้วต่อยลงกับพื้นอย่างแรงจนมันลงเป็นหลุม พืชไม้เลื้อยโผล่ขึ้นมารัดพันพวกอสูรเดนตายแล้วลากมันจมดินก่อนที่จะหายไป



     
     เหลียงซาที่ถอยออกมา มองภาพของเด็กสาวตรงหน้าที่มีสีหน้าเรียบเฉย แต่ในขณะเดียวกันรอยยิ้มที่แสดงออกมาท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดและสงครามฆ่าฟัน มันทำให้เขารู้สึกกลัว

     ตุบ!

     "อาซา! เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?" เหลียงอู่ตรงเข้ามาหาน้องชายแล้วสำรวจบาดแผล เหลียงซานิ่งอึ้งก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเทา

     "เกอ! ฟูหยางกำลังจะถูกมารครอบงำ! ร่างมารของอสูรแห่งการชำระกำลังจะครอบงำร่างของฟูหยาง!!"











      ทุกคนหันไปยังต้นเสียงก็เห็นหลานฉีเหรินยืนอยู่ด้วยใบหน้าที่บ่งบอกถึงความไม่พอใจได้อย่างชัดเจน ขายาวสาวเท้าก้าวไปยังพวกเด็กๆแต่หลานวั่งจีก็เดินเข้ามาขวางได้เสียก่อน

     "ท่านอา..."

     "วั่งจี หลบไป" หลานฉี้เหรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด 

     หลานวั่งจีก็ยังไม่ยอมขยับไปไหนจดจ้องผู้เป็นอาด้วยสายตาแน่วแน่ เว่ยอิงที่เห็นจึงเดินมาขนาบข้างหันไปมองหลานฉี่เหรินแล้วพูดจาเกลี้ยกล่อมอีกแรง 

     "ท่านอาจารย์หลาน...ฟูหยางเป็นผู้บริสุทธิ์ เหตุใดท่านถึงห้ามมิให้ไปช่วย" หลานฉี่เหรินสบตามองเว่ยอู่เซี่ยนแต่ก็ไม่ตอบคำถาม จดจ้องมองจางเหม่ยเหมยที่วาดวงแหวนอักขระ วิชาพิศดารด้วยความรู้สึกไม่พอใจ แต่ยังไม่ทันจะก้าวเข้าไปกลับมีเสียงหนึ่งขัดขึ้น

     "ท่านอาจารย์!" เขาหันไปตามเสียงเรียกพบว่าเป็นจิ่งอี๋ที่เดินเข้ามาประจันหน้ากับเขาอย่างถือดี ตนกัดฟันกรอดสะกดกลั้นอารมณ์ที่ใกล้จะปะทุ

     "เจ้าก็เป็นไปกับเขาด้วยหรือ จิ่งอี๋..." 

     "ท่านอาจารย์ ครั้งนี้ข้ามิได้ทำผิดกฏข้อใด และฟูหยางก็เป็นผู้บริสุทธิ์...เหตุใดท่านถึงห้ามเล่าขอรับ?"

     "ถอยไปเสีย..."

     "ไม่ขอรับ! ข้าไม่ถอย..." จิ่งอี๋ยืนกรานที่จะปักหลักขวางทางเขามิให้เข้าถึงตัวเหม่ยเหมย ยิ่งทำให้หลานฉี่เหรินโกรธแทบเลือดขึ้นหน้า

     "หลานจิ่งอี๋ ข้าบอกให้เจ้าถอยไป"

     "ไม่ขอรับ!" จิ่งอี๋ยังคงยืนยันเสียงหนักแน่นและดังพอกับที่หลานฉี่เหรินตวาดใส่ตน หลานฉี่เหรินจึงหันไปบอกว่าศิษย์ที่ตามเข้ามาให้จับตัวจิ่งอี๋ไว้ แต่ทว่า....

     ชิ้งงงงงงงงงงงงง!!

     "หากพวกท่านเข้ามาขัดขวางข้า ข้าจะถือว่าพวกท่านเป็นศัตรู!" จิ่งอี๋ชัดกระบี่ออกจากฝักหันปลายดาบใส่ผู้อาวุโส 

      ทุกคนต่างตกตะลึงในการกระทำของจิ่งอี๋มาก หลานวั่งจีที่เห็นหลานจิ่งอี๋ทำเช่นนั้นมันทำให้ตนนึกถึงยามที่ปกป้องเว่ยอิง ยอมสู้กับคนในตระกูลเพื่อปกป้องคนที่ตนรักสุดหัวใจ  และฟูหยางเองก็มีส่วนคล้ายกับเว่ยอิงอยู่มาก

     "หลานจิ่งอี๋ เจ้ากำลังทำสิ่งใดอยู่รู้หรือไม่!"

     "อาเหมย เริ่มเถอะ...ยิ่งช้า ข้ายิ่งกลัวว่าจะไม่ทันการ" จางเหม่ยเหมยที่เหมือนเพิ่งรู้สึกตัวพยักหน้าก่อนจะเริ่มท่องบทคาถาพึมพำ

     "หลานจิ่งอี๋!"

     "ท่านอาจารย์ ข้ายอมให้ท่านลงแส้วินัยได้ตามที่ท่านต้องการ...ตั้งแต่ข้าจำความได้ท่านก็เป็นคนที่เลี้ยงดูข้ามาจนถึงทุกวันนี้ ท่านเอ็นดูข้าดั่งลูกหลานในสายเลือด ข้าเคยทำผิดกฏมากมายแต่ท่านอาจารย์ ถือว่าศิษย์คนนี้ขอร้องท่าน" จิ่งอี๋ทรุดลงคุกเข่าหน้าแนบลงกับพื้นตรงใต้เท้าของหลานฉี่เหริน

     "นี่เจ้า..."

     "ขอทำผิดครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย แล้วข้าจะกลับมารับโทษให้สมกับที่ข้าเป็นศิษย์ของสกุลหลาน..." หลานฉี่เหรินสบมองจิ่งอี๋ที่เงยหน้าสบมองตนด้วยแววตาที่ใกล้จะหมดแรง มันเต็มไปด้วยคำเว้าวอนร้องขอ

      "..." 

      "ข้าเชื่อในตัวฟูหยาง นางพิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้กับพวกอสูรที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่...และข้าขอยืนยันว่าสิ่งที่ฟูหยางทำมิได้ผิด"

    "พวกปีศาจก็มีจิตใจ มนุษย์และอสูรสามารถอยู่ร่วมโลกเดียวกันได้"

     ยอมแลกได้แม้กระทั่งชีวิตของตนเพื่อช่วยผู้เป็นที่รัก

     "เจ้าเด็กดื้อด้าน!" หลานฉี่เหรินตวาดใส่หลานจิ่งอี๋แต่ก็มอาจจะลงมือทำร้ายได้

     เพราะตนนั้นเลี้ยงดูอุ้มชูมากับมือเลี้ยงเขามาตั้งแต่เป็นตัวดักแด้ในห่อผ้า เริ่มย่างก้าวจนมาถึงปัจจุบันที่ถึงแม้จะห่างหายไปบ้างแต่ก็คอยดูแลอยู่ไม่ห่าง


     ฉึกกก!!

     "ท ทำไม..." เหม่ยเหมยร้องขึ้นด้วยความตกใจและลนลาน เมื่อหล่อนทำทุกอย่างครบจนกระทั่งปักดาบลงกับพื้นแต่กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย

     จิ่งอี๋ละความสนใจจากคนตรงหน้าหันกลับไปหาเด็กสาวที่ยืนตัวสั่นอยู่ด้วยความไม่เข้าใจ

     "เกิดอะไรขึ้น อาเหมย?"

     "ม มันไม่ตอบสนอง...เพราะอะไรกัน ข้าทำตามที่ท่านแม่สอนมาทุกอย่างแล้วนี่นา" อาเหมยยืนนิ่งแล้วนึกทบทวนสิ่งที่นางทำและสิ่งที่แม่องนางสอนมา


      จิ่งอี๋มองกระบี่ของฟูหยางด้วยความกระวนกระวาย...เพราะอะไรกัน ขอให้เทพสวรรค์โปรดชี้แนะด้วยเถิด
    
     "จิตของหยางหยาง...กำลังถูกกลืนกิน" เว่ยอิงพูดขึ้นทันทีที่ตนรู้สึกถึงบางอย่าง คำตอบนั่นทำให้จิ่งอี๋พลันนึกถึงภาพที่นางถูกแรงอาฆาตครอบงำ 

     และอาละวาดราวกับปีศาจ

     "ปีศาจ...กลืนกิน" จิ่งอี๋ทวนคำพูดแล้วหลับตานึกถึงสิ่งที่ทำให้ฟูหยางได้สติ


      ใบหน้าเปรอะเปื้อนเลือดอาบน้ำตา มือของเขาช่วยเช็ดเกลี่ยใบหน้าให้สะอาดโดยเฉพาะเลือดที่เขากระอักออกมานั้นเลอะใบหน้านวลนั่นด้วย

     จ จิ่ง...อี๋?  

     "...ฟูหยาง ข้าจะช่วยเจ้าให้ได้" จิ่งอี๋นึกบางอย่างออกก่อนจะลืมตาเก็บกระบี่ของตนเข้าฝักแล้วกำเข้าที่ตัวกระบี่ของฟูหยางซึ่งปักลงกับพื้น

      หมับ!!

     "คุณชายหลาน ท่านจะทำอะไร!" เหม่ยเหมยร้องลั่น จื่อเจินและคนอื่นๆก็ตกใจกับการกระทำของจิ่งอี๋ไม่ต่างกัน

     เมื่อมือของเด็กหนุ่มที่กำกระบี่ไว้แน่นจนเฉือนเนื้อโลหิตอาบ จิ่งอี๋กัดฟันนิ่วหน้าสะกดกลั้นความเจ็บปวดได้แต่หลับตาภาวนาในใจ 'ขอให้สำเร็จด้วยเถิด'

     "ฟูหยาง...กลับมาเถอะ"



     ซูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!













     ตึงงงงงงง!!


     เจ้ายักษ์สามหัวล้มลงกับพื้นตรงกลางอกกลวงโบ๋ ฉันลดแขนที่เพิ่งปล่อยหมัดออกไปลง ทั่วทั้งตัวของฉันในตอนนี้จะเรียกได้ว่าเปียกชุ่มเหมือนเล่นสงกรานต์เลือดก็ไม่ผิดนักหรอก 

     แต่รู้สึกเหมือนภาพเริ่มตัดแปลกๆแล้วสิเรา...

     "ฟูหยาง เจ้าอย่าฝืนอีกเลย! ร่างกายเจ้าเกินจะรับไหวแล้ว" เหลียงซารีบมาคว้าแขนฉันไว้ก่อนที่ขาจะก้าวไปยังจุดศูนย์กลางของพลัง 

     ฉันนิ่ง แต่ความรู้สึกคอแห้งผากและกระหายนี่มันยิ่งเรียกร้องให้ฉันเข้าไปหา จึงส่ายหน้าแล้วยิ้มกลับไปให้เขาสบายใจ

     "ฉันยังไหวน่า เหลียงซา...อย่าห่วงเลย"

     "เจ้าหันดูสภาพตัวเจ้าก่อนสิ! ดูสิ แขนขาของเจ้ามันดำไปหมด มันลามมาถึงคอของเจ้าแล้ว!...หากเจ้ารับไอมารมากกว่านี้เจ้าจะ---" ฉันถอนหายใจก่อนจะคว้าเศษผ้าแถวนั้นมามัดรอบคอของตนให้แน่นที่สุด แต่ก็ยังเหลือช่องให้หลอดลมทำงานได้

      ฟึ่บ!

     "ไม่...แค่นี้มันยังไม่พอหรอก นายปล่อยฉันเถอะเหลียงซา หากฉันหน้ามืดทำร้ายนายขึ้นมา มันจะอันตราย" เหลียงซาที่จะอ้าปากเถียงต้องหยุดชะงัก แต่ก็ปล่อยมือฉันแต่โดยดี

      ฉันหมุนตัวหันหลังจากเขามาแล้วออกเดินไปเรื่อยๆ ไม่รู้ทำไมพอแตะตัวพวกปีศาจเดนตายนี่แล้ว...เหมือนพวกมันเป็นมาริโอ ที่พอแตะโดนตัวเต่าก็ตายแล้ว 




     กรรรรร!!


     ปีศาจตนหนึ่งโผล่ขึ้นมาจากดินก่อนจะควงกระบองขนาดใหญ่ไปมาแล้วคำรามตรงหน้าฉัน ดวงตาหรี่ลงก่อนจะจับด้ามไว้มั่น แล้วพุ่งตัวเข้าโจมตีทันที

     ฟึ่บๆๆ ปึก! ผัวะๆๆ!! 

     "ชิ! ทำไมไม่ล้มสักทีเนี่ย!" ฉันสบถด้วยความหงุดหงิดก่อนจะเงยหน้ามองเข้าปีศาจตัวใหญ่ที่ดูแม้จะไม่ระแคะระคายผิวเลยสักนิด

     ฉันเริ่มโจมตีอีกครั้งแต่ครั้งนี้มันกลับยิงบางอย่างออกมาจากกระบอง ฉันรีบเบี่ยงตัวหลบแล้วพุ่งเข้าโจมตีทันที

     ซุ่วว!! ฟึ่บ! ตึกๆๆ ผัวะ!!









     ในจังหวะนั้นเองก่อนที่ฉันถอยหลับมาแล้วตั้งใจจะโจมตีอีกหน เสียงบางอย่างดังขึ้นจากที่ไกลๆทำให้ฉันถึงกับหลุดสมาธิ

      ฟูหยาง...กลับมาเถอะ  

    ฉันหยุดนิ่งกลางอากาศหันกลับไปยังต้นเสียงที่อยู่บนหน้าผา แต่ว่าหน้าผานั้นกลับว่างเปล่าไม่มีอะไรอยู่เลย....แต่ว่าฉันจำเสียงนั้นได้ไม่ลืม มือยกขึ้นป้องหูอย่างลืมตัว

     "จิ่งอี๋..."

      ความรู้สึกบางอย่างก็พุ่งเข้ามาจนฉันหลบไม่ทันแต่พอฉันจะกระโดดตัวหลบ เพียงชั่วพริบตาก่อนที่ร่างของฉันจะถูกปัดลงกับพื้นอีกหน












      ฉัวะ!!!!....ตุบ!!










     "...เอ๊ะ?" 






    ฉันที่หน้าแนบพื้นได้แต่อึ้ง เพราะมองตามไม่ทันบางอย่างของร่างกายที่หายไปทำให้ฉันต้องมอง และแทบอยากจะกรีดร้องเมื่อขาซ้ายของฉันตั้งแต่เข่าลงไป

      มันอยู่ไกลออกไปห่างจากตัวฉันอยู่เกือบห้าเมตร เสียงหัวเราะของปีศาจตัวจ้อยโผล่ขึ้นมาจากดิน พร้อมกับกรงเล็บที่เหมือนเคียวเปื้อนเลือด ปากของมันคาบขาขึ้นมา


         "อ อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!"

      








      ขาของฉัน....มันขาซ้ายของฉันไป!!




         ร่างของเจ้ายักษ์ใหญ่เดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ฉันที่กำลังเจ็บปวดจนไม่สามารถขยับตัวได้รู้สึกโกรธขึ้นมา สบถในใจสั่งการสมองให้ขยับร่างกาย แต่มันกลับไม่เชื่อฟังคำสั่งเลย


         ขยับสิเจ้าร่างกายบ้านี่! บอกให้ขยับไงเล่า!






        ให้ข้าช่วยดีไหมเล่า? เด็กน้อย....ฮึๆๆ







       "เออ จะทำอะไรก็ทำ!!"

 







สอบเสร็จแล้ว ลงด้ายยยย!!!


O(≧∇≦)O


มีข่าวดี (หรือร้ายหว่า?)


เตี้ยเขียนจบแล้วนะเออ!!! 

คิดว่าไม่เกินอาทิตย์หน้านี่แหละจ้า


แต่ๆๆๆ


เตี้ยยังมีเรื่องใหม่งอกมาอยู่นะเออ 

ไปติดตามอ่านกันได้จ้า








เห่อๆ  ไม่มีไรมาก

เม้น-กัน-หน่อย!!


ความสุขของเตี้ย = การเห็นรีดเดอร์อินกับฟิค และเม้นมาให้อ่าน








ขอแค่นี้จริงๆ กราบล่ะค่ะ



รูปภาพที่เกี่ยวข้อง




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 165 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,619 ความคิดเห็น

  1. #1472 รากต้นโพธิ์ (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 23:17

    หยางหยางสู้เขานะะะ
    #1,472
    0
  2. #1260 Dark_Sheen (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 10 มกราคม 2563 / 00:14
    ค้างอ่ะ ปูเสื่อรอตอนต่อไปจ้า
    ฟูหยางสู้ๆ แล้วฟูหยางจะต้องขาขาดไปจนจบเลยมั้ยเนี่ยยยยย!! ขอให้ได้ขากลับมา (=/|\=)
    #1,260
    0
  3. #1259 จันทิรารัตน์ (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 22:59
    ค้างสุดๆเลยค่าาาา ต่ออีกทีนะๆ
    #1,259
    0
  4. #1258 NaomiSama (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 22:44
    ลุ้นจนตัวโก้งไปหมดแล้ววววว กลับไปเถอะหยางหยางงง ข้ากลัววววว ฮรื่ออออ
    #1,258
    0
  5. #1257 554910140 (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 22:20
    คิดถึงมากกกกกกกกกกก กำลังคิดว่าจะไปหานิยายไรท์อยู่พอดีเลย5555555

    อาหยางสู้ๆนะลูก จิ่งอี๋มื้อได่เจ้าสิมาาาาา
    #1,257
    0
  6. #1255 mana5555 (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 21:55
    ขาหลุด...
    #1,255
    0
  7. #1253 polytome (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 21:20

    จะรออ่านค่ะ เป็นกำลังใจนะคะ
    #1,253
    0
  8. #1252 thanannt (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 21:16

    แงงงงงงงงงไม่นะๆต้องรอดปลอดภัยยยย
    #1,252
    0