[ปรมาจารย์ลัทธิมาร] พันธวิญญาณข้ามภพ (OC)

ตอนที่ 62 : ตอนที่ 60 ศึกสุดท้าย // มีเรื่องมาแจ้งจ้าาาา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,214
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 250 ครั้ง
    18 ธ.ค. 62





    

     ตุบ! 

     "ฟูหยาง!...เจ้าไปไหนมา?" เหลียงซาที่เห็นฉันกลับมา เขามองสำรวจตัวของฉันด้วยความกังวลก่อนจะเห็นร่องรอยไอมารที่ปลายนิ้วของฉัน 

     "...เจ้าดูดไอมารอีกแล้วหรือ?"

     "มันช่วยไม่ได้ การต่อสู้ครั้งนี้จำเป็นต้องใช้พลังของลี่เฮย" ดวงตาหลุบลงต่ำมือของฉันไม่ได้หลบหรือขยับหนีแต่อย่างใด มีเพียงแต่ต้องยอมรับและอย่ากลัวก็เท่านั้น

     "มันเสี่ยงเกินไป เจ้าก็รู้ดี..."

     "ฉันจะคุยกับลี่เฮยเอง พวกนายทำตามที่ฉันบอกแล้วใช่มั้ย?" เหลียงซายืนนิ่งก่อนจะพยักหน้า

     "อืม พวกข้าได้แจกจ่ายให้กับกองทัพอสูรของสัตว์เทพทั้งสี่ และพวกอสูรที่อยู่ฝั่งเดียวกับเราแล้ว...โลหิตของเจ้านั้นได้ผล มันมีภูมิต้านทานไอมารพวกนั้น"

     "...ดีแล้วที่พวกนายดื่มเข้าไป ฉันจะได้ไม่ต้องกังวลว่าฉันจะฆ่าพวกเดียวกัน"

     "เจ้าหมายความว่าอย่างไร ฟูหยาง?"

     "...เลือดผสมอย่างฉัน มันคือดาบสองคม อย่างที่ตำนานเคยเล่าเอาไว้" ฉันยกมือที่ยังมีไอมารตกค้างอยู่ขึ้นดู คำพูดของหลิวซิ่นซือยังคงอยู่ในหัว

     'ตัวเจ้านั้นไร้สมดุล...'

     "ตัวฉันไร้สมดุลของพลังหยินหยาง วิญญาณของฉันเป็นหยางบริสุทธ์ จึงสามารถต้านทานพลังหยินได้มากกว่าคนบนโลกนี้ แต่ในขณะเดียวกัน หากว่ามีบางอย่างเข้ามาแทรกแซงมันจึงง่ายมากที่ฉันจะกลายเป็นหยิน...อสูรแห่งการชำระจะตื่นขึ้นมา"

     "เจ้าก็อย่าทำสิ! เจ้าจะเรียกนางออกมาให้โลกมันถล่มหรืออย่างไร"

     "ไม่ ลี่เฮยไม่ใช่อสูรแห่งการชำระอย่างที่พวกนายหรือคนตระกูลหลิวกล่าวหากันอย่างแน่นอน ฉันมั่นใจ..." ฉันส่ายหน้าแย้งเขาทันที ทำให้เหลียงซาขมวดคิ้วไม่เข้าใจ

     "อะไรที่ทำให้เจ้ามั่นใจถึงเพียงนั้น"

     "...ฉันก็ไม่รู้ แต่ลี่เฮยเป็นมากกว่านั้น ตอนที่ฉันเจอกันเธอคนนั้นพลังบางอย่างที่โอบล้อมมันมากพอๆกับพวกสัตว์เทพเลยนะ"

     "เจ้าอย่าพูดบ้าๆน่า นางจะเป็นสัตว์เทพได้อย่างไรกัน...นางเป็นครึ่งอสูรนะ อีกครึ่งหนึ่งของนางคือมนุษย์...ถึงจะบำเพ็ญนับหมื่นปีก็ไม่มีทางที่จะสามารถมีคลื่นพลังที่เหมือนกับสัตว์เทพได้หรอก อีกอย่างกลิ่นมันก็ต่างกันชัดมากด้วย" เหลียงซาอธิบายเหตุผล โดยมีแม่ของเขาเข้ามาสมทบด้วย

     "เขาอสูรนั้นมีพลังมารก็จริง แต่ว่าแรกเริ่มเดิมทีเผ่าครึ่งอสูรนั้นจะเป็นผู้ควบคุมสมดุลหยินหยาง โดยจะเก็บไอมารที่เอ่อล้นไว้ในเขาของตนเอง..."

     "แล้ว...พวกเขามีต้นกำเนิดมาจากไหนเหรอคะ?" ฉันถามบ้างก่อนจะรับถ้วยชามาดื่ม หลี่เยว่ถอนหายใจแล้วส่ายหน้าช้าๆพลางลูบหัวเจ้างูน้อยที่พันรอบแขนขวาของตน

     "เฮ้อ มิมีใครรู้ต้นกำเนิด นอกจากอสูรสวรรค์นามจิวเหลี่ยงเท่านั้นที่รู้" 

     "ผู้หญิงที่สวยๆมีเขากวางอยู่บนหัวน่ะเหรอคะ?" หลี่เยว่พยักหน้าอีกครั้งก่อนจะเดินออกไปทิ้งให้ฉันอยู่กับเหลียงซาตามลำพัง

     "เหลียงซา กองกำลังของที่นี่มีเท่าไหร่?"

     "...ถ้านับพวกอสูรตนอื่นที่ไม่ใช่พวกบรรดาน้องสาวของข้า ก็มีอยู่สองพัน รวมกับพวกบริวารของสัตว์เทพอีกตัวละสี่พัน แต่ว่ารอยแตกของพลังนั้นกว้างมาก อีกทั้งไม่รู้ว่าเจ้าตัวหัวหน้ามันนั่นจะมีพลังมากเท่าใด"

     "พวกนายไม่ต้องสนใจเจ้าตัวหัวหน้าใหญ่หรอก แต่จัดการพวกลูกสมุนก็พอ...เหลียงซา ขอให้นายจัดกองกำลังแบ่งเป็นสองส่วน หนึ่งพันแรกออกรบ อีกหนึ่งพันอยู่คุ้มกันหลันหลิงและกระจายไปที่รอบๆที่ค่ายหลบภัย" เหลียงซาพยักหน้าแล้วฟังต่อ

     "แล้วพวกสัตว์เทพเล่า?"

     "เหมือนกัน แบ่งกองทัพมาหนึ่งพันแล้วคุ้มกันเขตหลบภัย แต่ที่อี๋หลิงของตระกูลเวินไร้ผู้คนต้องกระจายกองกำลังของเทพแห่งไฟคุ้มกันน่านฟ้าของสี่ตระกูลที่เหลืออยู่" ฉันว่าก่อนจะหยิบไม้มาวาดดินบนพื้นแล้วอธิบายไปด้วย

     "...เจ้านี่ประหลาดจัง รู้เรื่องการวางกลยุทธสงครามด้วยหรือ?"

     "ก็ชาติก่อนฉันเคยเป็นทหารนี่นา ความทรงจำของชาติที่แล้วมันก็ยังอยู่ครบด้วย" ฉันว่าแล้ววาดนั่นนี่ปลีกย่อยไป เหลียงซาถึงกับอ้าปากค้างอึ้งเอ๋อ

     "สตรีเป็นทหารได้ด้วยหรือ!?"

     "ได้สิ แต่ฉันก็ปลดประจำการแล้ว...เอาล่ะ พอกระจายกำลังตามจุดทั้งสี่ตระกูลแล้วพวกเราก็ค่อยเคลื่อนพลไปกัน พยายามจำกัดให้มีเขตการต่อสู้อยู่ห่างจากอวิ๋นเมิ่งและกูซูให้ได้มากที่สุด"

     "...เข้าใจแล้ว แต่ตอนนี้เจ้าไปพักผ่อนเสีย พลังมารในร่างของเจ้าก็มีมิใช่น้อยๆ ต้องทำให้มันสงบลงสักหน่อย" ฉันพยักหน้าก่อนจะลุกขึ้นแล้วหมุนตัวเดินออกไป และไปนอนที่ห้องนอนที่พวกเขาจัดเตรียมไว้ให้

     ฉันถอนหายใจก่อนจะนั่งลงทำสมาธิและตั้งจิตให้มั่น....



      ฟิ้วววววววว


     "...มีอะไรอีกล่ะ?"













     ตึงๆๆๆ ฉับๆๆ! ครึ่กกกกก!
    
     "...ทำอะไรมิได้เลย พืชพวกนี้ฟื้นตัวเร็วมาก" ทุกคนต่างช่วยกันฟันพวกเถาหนามที่ขึ้นปกคลุมทั่วเขตกูซู 

     ไม่ว่าจะฟังเท่าไหร่ มันก็ไม่หมดอีกทั้งยังฟื้นตัวได้รวดเร็วจนน่าตกใจเพียงพริบตา ทุกคนเริ่มอ่อนล้าและหมดแรงใช้กระบี่ เหล่าศิษย์หญิงจึงต้องออกมาช่วยอีกแรง ทุกคนพยายามจะหาทางที่จะออกไป เหม่ยเหมยที่ยืนอยู่หน้าห้องนอนของจิ่งอี๋พร้อมกับจื่อเจิน พวกเขาทั้งสองเป็นกังวลมาก เสียงร่ำไห้และสบถออกมามันยังคงดังตลอดราวกับคนที่กำลังคลั่ง

     "พี่จิ่งอี๋...ข้าเองก็ผิด ที่ข้ามิเชื่อใจนางเลย นางต้องถูกโบยกว่าพันครั้ง สลบไปหนึ่งที แต่นางก็ยังฝืนที่จะถูกโบยจนครบ ทั้งที่ข้าเองก็ไม่ได้เห็นว่าพวกปีศาจนั้นทำร้ายเจ้าจริงหรือไม่" จื่อเจินเอ่ยเสียงสั่น เหม่ยเหมยเงยสบมองเด็กหนุ่มที่อายุมากกว่าตนปีกว่าๆแล้วพูดปลอบใจ

     "อย่ากล่าวโทษตัวเองเลยเจ้าค่ะ คุณชายโอวหยาง...ข้าเองก็อ่อนแอเกินไป หากข้ากล้าที่จะสู้เพียงนิดก็มิต้องให้ฟูหยางทำเช่นนั้น"

     "...แล้วเราจะทำอย่างไร ข้าไม่รู้ว่าเหตุใดนางถึงขังเราไว้ และพลังของนางต่างจากที่ผ่านมา" จื่อเจินเงยมองท้องฟ้าที่ยังมีม่านพลังและตราประจำตระกูลกางอยู่ เหม่ยเหมยเงยหน้ามองตามแล้วพูดขึ้น

     "ฟูหยาง นางเป็นบุคคลพิเศษกว่าผู้ใดในยุทธภพเจ้าค่ะ....อ๊ะ!" เธอร้องเหมือนนึกบางสิ่งออกจนจื่อเจินตกใจ

     "อะไรหรือ แม่นางจาง!"

     "ข้ามีวิธีแล้วเจ้าค่ะ! วิธีที่จะทำลายม่านพลังนี้..." แสงแห่งความหวังเริ่มสว่างขึ้นมาบ้าง ทั้งสองยกยิ้มก่อนจะพยักหน้าแล้วก่อนจะรีบเคาะประตูแล้วตะโกนบอกทั้งสองคนที่อยู่ด้านใน

     "คุณชายหลาน! ข้ามีวิธีแล้วเจ้าค่ะ! เราออกไปได้แน่นอน!!"

      ปึงงงง!!

     "จริงหรือ อาเหมย?" จิ่งอี๋และซือจุยออกมาจากห้อง โดยที่มีจินหลิงซึ่งเดินมาจากอีกทางได้ยินเข้าพอดี

     "เจ้าค่ะ! แต่ว่ามันต้องใช้เวลา...เราต้องรีบทำตอนนี้เลย!!" ทุกคนพยักหน้าก่อนจะฟังเหม่ยเหมยอธิบายอย่างละเอียด ก่อนจะแยกย้ายกันไปโดยที่เหม่ยเหมยและจื่อเจินนั้น ไปยังเขตห้องโถงเพื่อทำบางอย่าง





     ทุกคนต้องแข่งกับเวลา...เพราะหากช้าแม้แต่เพียงวินาทีเดียว





    นั่นเท่ากับว่าพวกเขาจะไม่สามารถพาตัวฟูหยางกลับมาได้อีกแล้ว!!













     ฉันจับเข่าไว้แน่น เมื่อเห็นร่างของอสูร...อีกหนึ่งตัวตนของลี่เฮยปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าหล่อนมองฉันด้วยสีหน้าเรียบนิ่งไม่แสดงอารมณ์ ฉันไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าเธอกำลังคิดอะไร เธอไม่มีดวงตา และมันยากมากที่จะคาดเดาได้

     "...สัญญาของเรา"

     "ฉันรู้อยู่แล้วน่า...แต่ฉันเองก็มีข้อแม้กับเธอเหมือนกัน หากเธอต้องการร่างกายนี้ก็เอาไปเลย..แต่อย่าแตะต้องพวกพ้องของฉัน!" ฉันเอ่ยเสียงเข้มแล้วผุดลุดขึ้น

     "ข้ารักษาสัญญาแน่นอน แต่สัญญาจะเริ่มขึ้นหลังจากที่เจ้านำข้ากลับไป" เธอยังคงดื้อดึงกว่าที่คาดแล้วพูดต่อ

     "เจ้าหยุดมันมิได้ อย่าพยายามเลย..."

     "ต่อให้ฉันต้องตาย ไม่ได้ผุดได้เกิดฉันก็จะหยุดมัน! เลิกระรานสักทีแล้วไปให้พ้น!!" ฉันตะโกนใส่หน้าก่อนที่จะหายไป โดยทิ้งคำพูดเอาไว้







     "มันเปล่าประโยชน์..."





     ฉันหลับตาแน่นก่อนจะล้มตัวลงนอนเพื่อพักผ่อนให้เต็มที่....ไม่ต้องมีอะไรมาบอกกล่าว แต่ราวกับว่าวิญญาณของฉันมันกำลังร้องเตือนโดยสัญชาตญาณ มือยกขึ้นกุมหน้าอกด้วยความรู้สึกเจ็บปวด เพราะมีอีกหนึ่งดวงวิญญาณที่กำลังต่อต้านฉันในตอนนี้


     "ฉันขอโทษ...ลี่เฮย"




















     บุ๋งๆๆๆๆๆ





     ภายใต้มหาสมุทรที่ลึกที่สุด ท่ามกลางผลึกสีดำขนาดใหญ่ บนแท่นนั้นมีเด็กสาวในชุดสีดำสนิทนั่งนิ่ง โซ่ตรวนที่ตรึงไว้กับอกของตนกำลังสั่นสะเทือน ดวงตากลมโตปล่อยหยาดน้ำตาไหลอาบแก้มโดยไม่คิดที่จะปาดทิ้ง เปลือกตาสีมุขเลื่อนลงปิดลูกแก้วคู่งาม ริมฝีปากเล็กบิดเบี้ยวกลั้นก้อนสะอื้น มือยกขึ้นกุมกันบนอก ความเสียใจ และคำกล่าวขอโทษที่ตนได้ยินนั้นช่างเจ็บปวดจนเกินจะทน

 
    'ฉันขอโทษ...ลี่เฮย'

    "ฮึก ได้โปรด...ข้าไม่ต้องการ"

 







     "ข้าเสียเจ้าไปไม่ได้หรอก ฮึก...อย่าทำเลยนะ"











     'ไม่มีทางเลือกอื่นแล้วล่ะ...ขอโทษนะ ลี่เฮย'











     ณ กูซู ยามรุ่งสาง


     เว่ยอู๋เซี่ยนที่ได้สติก็รีบลุกขึ้นและออกมาจากเรือนวิเวก ทั้งสองก็ต้องตะลึงกับค่ายป้องกันและกำแพงหนามขนาดใหญ่ที่ไม่ว่าจะทำลายเท่าใดก็สามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว

     "พลังนี่...เป็นของหยางหยาง นางมีพลังมากถึงเพียงนี้เลยหรือ?!" ร่างโปร่งที่ยังคงอ่อนแรงตกตะลึงกับค่ายป้องกันขนาดใหญ่กว่าค่ายป้องกันของอวิ๋นเซินปู้จื้อฉู่เท่าตัว

     "...มีไอมารปะปนกับม่านพลังนี้" หลานจ้านพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง คิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อตนสังเกตเห็นว่าม่านป้องกันนี้มีสีดำจางๆขยับไปมา

     "ว่าไงนะ! หลานจ้าน เจ้าหมายความว่าอย่างไร!...ตอนที่ข้ายังไม่ได้สติ" เว่ยอิงหันไปเค้นความจริงจากผู้เป็นคู่ชีวิตด้วยความร้อนรน อีกฝ่ายหลับตาลงแน่นจ้องมองมาด้วยความรู้สึกเจ็บปวด

     "ฟูหยาง...นางดูดไอมารที่เจ้าได้รับไป และกินแรงอาฆาตนั้น" หัวใจของร่างโปร่งหล่นวูบเขย่าคอคนตัวสูงอย่างบ้าคลั่ง ตะโกนต่อว่าด้วยความรู้สึกที่แทบจะขาดใจ

     "หลานจ้าน! เจ้าทำไมไม่ห้ามนางไว้!...หากหยางหยางดูดกลืนไอมารพร่ำเพรื่อ นางจะต้องกลายเป็นอสูรนะ!"

     "...ข้าไม่อาจเสียเจ้าไปอีกหนได้ เว่ยอิง" เว่ยอิงน้ำตาคลอเข่าทั้งสองอ่อนแรงจนหลานจ้านต้องประคอง เว่ยอิงเอนซบอีกฝ่ายไหล่บางสั่นเทาขยำเสื้อคลุมสีขาวสะอาดของคนรักแน่น

     "เหตุใดต้องเป็นหยางหยาง...ฮึก เหตุใดต้องเป็นนางด้วย" หลานจ้านไม่ตอบได้แต่เพียงโอบกอดอีกฝ่ายเพื่อปลอบประโลมด้วยความรู้สึกที่ไม่ต่างกัน


     คำกล่าวลาและคำเอ่ยเรียกพวกเขาครั้งสุดท้าย ทำให้หลานวั่งจีใจแทบสลายไม่ต่างกัน...เพราะในยามนี้ฟูหยางเป็นเสมือนกับลูกของพวกเขาไปแล้ว

     ฟุ่บ!

     "คุณชายเว่ย...คุณชายรอง" 

   ในตอนนั้นเวินหนิงก็ปรากฏตัวขึ้น โดยที่ตามหลังมานั้นคือเหล่าอนุชนตระกูลหลานอย่าง ซือจุย จิ่งอี๋ พ่วงมาด้วยจินหลิง 
    
     "พวกเจ้า..." เหล่าเด็กหนุ่มรีบทำความเคารพและพูดขึ้นรัวเร็ว

     "เว่ยอู๋เซี่ยน! พวกเราอยากให้เจ้าช่วย!" เว่ยอิงผละออกจากอกหนาแล้วมองเหล่าเด็กหนุ่มน้ำตานองแต่ก็นั่งนิ่งตั้งใจฟัง

     "มีเรื่องอะไร?"

     "แม่นางจางรู้วิธีที่จะคลายม่านพลังนี้ขอรับ! ตอนนี้นางและจื่อเจินกำังช่วยกันเตรียมของเพื่อทำพิธีอยู่ขอรับ" ทั้งสองที่ได้ฟังใจกระตุกด้วยความหวัง เว่ยอิงผุดลุกขึ้นยืนทันทีแล้วเช็ดน้ำตา

     "ให้ข้าช่วยอะไร รีบบอกข้ามา!"

     "ไปหานางกันก่อนเถอะขอรับ!" ทั้งสองพยักหน้าก่อนจะรีบไปยังห้องโถงกลาง


    

      ครืนนนนนนน ฟิ้ววววววววววววววววว!!




     ตอนนั้นเองท้องฟ้าที่ควรจะเริ่มมีแสงอาทิตย์สาดส่องถูกปกคลุมด้วยเมฆหนาทึบ ทั่วยุทธภพปกคลุมด้วยเมฆหนาราวกับยามราตรีสายลมพัดโหมแรงขึ้นพร้อมกับกลิ่นอายของแรงอาฆาตที่แผ่กระจาย ปีศาจด้านนอกม่านพลังเริ่มผุดขึ้นมาจากดิน ก้อนเมฆราวกับมีห่าฝนของพวกอสูรเดนตายตกลงมาบินว่อนมุ่งหน้าไปยังจุดศูนย์กลางของพลัง
     

     ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างตกตะลึงกับภาพตรงหน้าก่อนจะรีบเรียกสติตนแล้วมุ่งหน้าไปยังโถงกลางทันที















     หวูดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!



    เสียงเป่าหอยสังข์ครั้งสุดท้ายสิ้นสุดลง ริมฝีปากผละออกจากเปลือกหอยก่อนจะก้มลงมองเหล่ากองทัพจากอสูรเหลือเดนที่โผล่ออกมาจากดินอย่างกับพวกซอมบี้ในเกมปลูกพืชที่ชอบเล่นบ่อยๆ โดยมีเหลียงซาคุ้มกันฉันอยู่ข้างๆ  ไม่นานนักสัตว์เทพเสวียนอู๋ก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า

     "นายน้อยฟูหยาง...อาซา"

     "...ที่ชิงเหอเป็นยังไงบ้างคะ?" เหลียงอู่ยกยิ้มพยักหน้ารายงาน

     "ค่ายป้องกันของท่านสมบูรณ์แบบขอรับ และข้าได้วางกลยุทธตามที่ท่านบอกแล้ว" ได้ยินแล้วก็เบาใจก่อนที่ร่างของมังกรน้อยจะปรากฏตัวขึ้น


     ซ่าาาาาา!

     "นายน้อย ข้ามาแล้วขอรับ! ค่ายป้องกันที่เหลียนฮวาอู้เองก็ไร้รอยขีดข่วน" อาโปรายงานด้วยท่าทีกระตือรือร้น

     "แล้วใครเป็นแม่ทัพล่ะ?"

     "พี่ไป๋เหลียนขอรับ! ถ้าจะให้พูด พี่ไป๋เหลียนเป็นอสูรที่มีพลังอำนาจรองลงมาจากสัตว์เทพอย่างพวกข้าเลยขอรับ...อ๊ะ พี่เจียหู่!" เหลียนโปเอ่ยทักเสือขาวที่เพิ่งมาถึงก่อนจะแปลงกลายเป็นคนแล้วเดินมาหาฉัน 

     "...คนที่กูซูเป็นยังไงบ้างคะ?"

     "ชาวเมืองอพยพเรียบร้อยแล้วขอรับ เหลือเพียงแค่ที่สำนักเซียนเท่านั้นขอรับ...พวกเขาคิดหาวิธีที่จะทลายม่านพลังออกมาเพื่อช่วยท่าน" ฉันยิ้มขำนิดๆเพราะรู้ได้เลยว่าเจ้าเด็กพวกนั้นต้องหาทางทำอะไรแน่ๆ


     ช่างเถอะ พวกเขาทำไมได้หรอกน่า...ม่านพลังของตระกูลหลิวที่ถูกฉันดัดแปลงโโยใส่พลังมารเข้าไปมันทำลายยากเอาเรื่องเลยนะ ไหนจะพวกหนามที่เหมือนกับจะตรวจจับสิ่งที่จะรุกล้ำออกไปอีก มันเหมือนมีเซนเซอร์ตรวจจับเลยแหละ

     "...คุณเจียหู่ ช่วยสั่นกระพรวนนี่เรียกเฟิงหวงมาด้วยนะคะ เธอบอกว่าอยากให้คุณเป็นคนเรียก" ชายหนุ่มรับของไปจากมือฉันด้วยใบหน้านิ่งสนิท

     "พี่เฟิงหวงยังชอบพี่เจียหู่อยู่หรือขอรับ?" เหลียนโปถามตรงๆ จนถูกเหลียงอู่เอ็ดเบาๆว่าไม่ควรเสียมารยาท



      ไม่นานนักกองทัพของสัตว์เทพแห่งทิศใต้ก็มาถึงพร้อมกับ วิหคขนาดยักษ์ที่เพิ่งได้เห็นเต็มตาว่ามันเหมือนวิหคเพลิงที่เคยเห็นในหนังสือก่อนที่จะกลายเป็นหญิงสาวร่างอรชรลงมาจากฟ้าแล้วมาอยู่ตรงหน้าฉัน

     "ก็ยังดีที่เจ้าทำตามคำขอของข้านะ"

     "ก็มันจะเป็นต้องมีพลังของเธอนี่นา...ฝากด้วยนะทุกคน" ทุกคนมองฉันนิ่งด้วยความแปลกใจ จนฉันเหมือนกับพูดอะไรผิด

     "เอ่อ ฉันพูดอะไรผิดอ่ะ?"

     "ฟูหยาง สรรพนามของพวกข้าเขาเรียกว่า'ตัว'นะ" เหลียงซาตบหน้าผากแล้วอธิบายจนฉันลืมนึกถึงไปเลย

     "เอ่อ โทษที ก็พอเห็นพวกนายเป็นคนแล้วฉันก็เลยเรียกแบบนั้นน่ะ....อีกอย่างถึงพวกนายจะเป็นสัตว์ฉันก็ยังจะเรียกคนอยู่ดี เพราะพวกนายมีจิตใจนี่" เหลียงอู่ลอบยิ้ม ก่อนที่เหลียนโปจะเข้ามากอดฉันไว้ เจียหู่ยิ้มบางแล้วพยักหน้า ส่วนยัยเฟิงหวงก็หน้าแดงนิดๆ

     ใช่ พวกเขาคือเพื่อนของฉัน และสำหรับฉันปีศาจหรือมนุษย์ พวกเขาเท่าเทียมกัน

     "...นี่เป็นศึกสุดท้ายของฉัน แต่เดิมทีฉันไม่ใช่คนของโลกนี้ แต่เพราะมีบางอย่างฉันจึงตายจากโลกนั้นแล้วมายังโลกนี้แล้วได้พบกับเป้าหมายที่ฉันมาที่นี่"

     "..."

     "เพื่อปกป้องโลกใบนี้ และเพื่อทำให้มนุษย์ได้เห็น...ว่ามนุษย์และอสูรสามารถอยู่ร่วมบนโลกเดียวกันได้"

     "..."

     "นี่เป็นคำสั่งของฉันในฐานะที่ฉันเป็นเจ้านายของทุกคน ต่อให้ฉันตายขอให้ทุกคนสู้ต่อไปจนกว่าเจ้าพวกเดนตายมันจะหมดไป....จนกว่าดวงอาทิตย์จะสาดส่องลงมายังพื้นดินอีกครั้ง"

     ทุกคนมองฉันนิ่ง เหล่ากองทัพที่อยู่ด้านหลังของพวกเขาก็พร้อมที่จะออกรบ เหล่าปักษาและอสูรบนท้องฟ้าร่อนลงมายังพื้นดิน ดวงตาของฉันกวาดมองพวกเขา

     "...ฉันไม่ตายไปจากใคร"

     "..."

     "เลือดของฉันยังอยู่กับทหารทุกคน! สู้ให้ถึงที่สุด ถึงตายก็ต้องจบมันให้ได้!"

      เฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ!!!!

      เสียงโห่ร้องเรียกขวัญกำลังใจดังขึ้นที่ปากหน้าผา เหล่าอสูรเหลือเดนเริ่มรู้สึกถึงการมาจึงหันมาทางเราแล้วมุ่งหน้ามาหาทันที มือฉันกำแน่นเกราะแขนปรากฏ ก่อนจะยกข้างหนึ่งลูบสิ่งที่อยู่ภายในอกเสื้อ อาวุธสุดท้ายของฉัน...
    
     "วันแห่งการชำระไม่มีจริง! ทุกอย่างมันจะไม่เกิดขึ้น!!" ฉันหันไปมองกองทัพอสูรที่อยู่ฝั่งเดียวกัน ก่อนจะยกกกำปั้นชูขึ้นท้องฟ้าตะโกนขึ้นสร้างกำลังใจ




      โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!




     "บุกเข้าไป!!!"

     






มีเรื่องแจ้งจ้าาาา


เตี้ยจะของดอัพฟิคก่อน เพราะว่าใกล้ช่วงสอบมิดเทอมแล้วนะเออ (มาไวโคตร!!)

และจะมาอัพต่อหลังจากสอบเสร็จนะคะ

ใครที่จะสอบแล้วก็ขอให้โชค A โชค 4 นะคะทุกโคนนนนน!!







เห่อๆ  ไม่มีไรมาก

เม้น-กัน-หน่อย!!


ความสุขของเตี้ย = การเห็นรีดเดอร์อินกับฟิค และเม้นมาให้อ่าน








ขอแค่นี้จริงๆ กราบล่ะค่ะ



รูปภาพที่เกี่ยวข้อง





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 250 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,619 ความคิดเห็น

  1. #1594 icesupicha (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 14 มีนาคม 2564 / 23:46

    น้องนำทัพแล้วว

    #1,594
    0
  2. #1251 Thunrada (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 19:16

    เพิ่งมาค่า ถ้าได้เกรดดีๆแล้ว อย่าลืมอัพให้หายคิดถึงนะคะ โชคดีนะค้า

    #1,251
    0
  3. #1246 themoonshine_rik (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2562 / 16:51
    สู้ๆนะคะ เราก็จะสอบแล้วเหมือนกัน พยายามเข้าน้าาา
    #1,246
    0
  4. #1242 MaiNattapat (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 15:03

    รอน้าาาไรท์สู้ๆขอให้เกรดออกมาสวยๆเลยจ้า
    #1,242
    0
  5. #1240 NongZaRa (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 07:18

    เอาAมาให้ได้นร้าาาาาา
    #1,240
    0
  6. #1225 ljoy (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2562 / 21:22
    รอนาาาาา
    #1,225
    0
  7. #1224 Seequeen_lyy (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 22:13
    จะรอนะคะไรท์ หนูก็ติวใกล้สอบแล้วเหมือนกัน สู้ๆนะคะ ไรท์!! ไฟท์ติ้ง!
    #1,224
    0
  8. #1223 lrvlenca (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 20:26

    สู้ๆ นะคะคุณเตี้ย ขอให้คุณเตี้ยเก็ทเอนะคะ
    น้องหยางลูก ทำไมหนูต้องเสียสละตัวเองถึงขนาดนี้ /กุมใจ
    #1,223
    0
  9. #1222 polytome (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 19:32
    จะรออ่านค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #1,222
    0
  10. #1221 Namthan44 (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 18:12
    อยากอ่านต่อจนใจจะขาด
    #1,221
    0
  11. #1219 554910140 (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 16:53
    ขอให้โชคเอนะคะไรท์ แล้วเราจะปูเสื่อรออยู่ตรงนี้
    #1,219
    0
  12. #1217 chanagarn2002 (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 10:07

    ฟูหยางต้องรอดนะ เรือเราจะต้องไม่ล่ม
    #1,217
    0
  13. #1216 oporlove7754 (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 07:12
    หนูก็จะสอบมิดเทอมแล้วววว
    ขอให้ได้Aเช่นกันนนนน
    ฟูหยาง..หนูต้องรอดดด
    #1,216
    0
  14. #1215 คลั่งนิยาย (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 06:19
    สู้ค่ะไรท์

    ขอให้โชคA นะคะ
    #1,215
    0
  15. #1214 AD_NT (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 05:32

    ไรท์สู้ๆน้าา รอด้ายย
    #1,214
    0
  16. #1213 Namloly (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 05:01
    ฮึบไว้นะลูก หนูต้องรอดนะ
    #1,213
    0
  17. #1212 chyanin (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 04:09
    เอาละวะ ศึกสุดท้ายแล้ว หยางหยางสู้ๆ เด๋วอาเตี่ยอาเหนียงก็มาช่วยนะ ฮึบๆ
    #1,212
    0
  18. #1211 คนหลับมืออาชีพ (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 00:47
    ฮึกเหิมมาก ลุย!!
    #1,211
    0
  19. #1210 Kanthima_28 (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 00:33
    สู้ๆ ค่ะไรท์
    #1,210
    0