[ปรมาจารย์ลัทธิมาร] พันธวิญญาณข้ามภพ (OC)

ตอนที่ 61 : ตอนที่ 59 ลมสงบก่อนพายุจะมา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,703
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 225 ครั้ง
    15 ธ.ค. 62

    



     ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นภายในอวิ๋นเซินปู้จื้อฉู่ ทำให้แขกจากตระกูลเซียนไม่พอใจและจะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจาก...

     "เอะอะอะไรกันเจ้าคะ..."

     "ฮูหยินจาง ต้องขออภัยที่สร้างความรบกวนให้แก่ท่าน" หญิงวัยกลางคนมองเหล่าเซียนอาวุโสตระกุลหลานด้วยท่าทีไม่พอใจ มือหล่อนกระชับผ้าคลุมไหล่ปรายตามองแล้วกล่าวเชิงเหน็บแนม

     "ข้าเองก็หวังว่าจะสงบโดยเร็วนะเจ้าค่ะ...อาเหมยยังไม่ฟื้น หากมีอะไรมารบกวนนางอีกข้าก็คงไม่ยอมเช่นกัน"

     "..."

     "ถึงอาเหมยจะมิใช่ลูกในใส้แท้ๆของข้า แต่ข้าก็รักนางดั่งแก้วตาดวงใจ หากนางเป็นอันใดไปขึ้นมาข้าจะไม่ยกโทษให้พวกท่านเป้นอันขาด!" นางขึ้นเสียงอย่างไม่ยอมใคร จนผู้อาวุโสได้แต่ก้มหน้ายอมรับ 


     จิ้นชิงที่ยืนขนาบข้างฮูหยินจางได้แต่มองได้ความหวาดระแวง และผิดหวัง 

 
     'นางโกหก'


     ใช่ จิ้นชิงรู้ว่าความจริงคืออะไร เพียงแต่เขานั้นไม่สามารถทำอะไรได้เลย...แต่เขาก็ไม่สามารถหาหลักฐานอะไรมามัดตัวนางได้แม้แต่นิดเดียว เพราะอสูรที่ถูกกล่าวหาก็หายตัวไป อีกทั้งฟูหยางก็ถูกใส่ความว่ากลายเป็นพวกมารแล้วบงการให้อสูรทำร้ายเหม่ยเหมย

     "พวกเราทำเต็มที่แล้วฮูหยินจาง แต่ว่าไอมารที่คุณหนูจางได้รับนั้นแข็งแกร่งมาก...ถึงจะเล่นบทเพลงชำระจิต ไอมารก็ไม่ทุเลาลงเลยแม้แต่น้อย"

     "...เป็นถึงตระกูลเซียนที่มีบรรพชนเป็นถึงสังฆราวาส ไอมารย่อมต้องพ่ายอยู่แล้ว หรือว่าพวกท่านเห็นเพียงว่ามันไม่จำเป็นกัน?" ฮูหยินจางกอดอกเชิดหน้าต่อว่าผู้อาวุโสทั้งหลาย

     "..."

     "อ๋อ ข้าลืมไป ตระกูลหลานแอบเก็บเด็กที่เลี้ยงอสูรเป็นพวกไว้นี่นา นางมารนั่นก็เสียเหลือเกิน ช่างกล้าทรยศตระกูลที่เลี้ยงดูนางมานาน...ไม่รู้จักสำนึกบุญคุณเลย"

     "ฮูหยินต้องการสิ่งใด?" ฮุหยินจางลอบยิ้มในใจก่อนจะเอ่ยปากบอกคำปรารถนา

     "ข้าต้องการหัวของนางปีศาจผู้นั้นเจ้าค่ะ" ทุกคนต่างตกตะลึงกับคำของอีกฝ่าย แม้แต่จิ้นชิงเอนก็ยังคาดไม่ถึงว่ามารดาของตนจะเป็นคนที่มีจิตใจอำมหิตเช่นนี้

     "..."

     "มารคือสิ่งผิด สมควรตาย...มิใช่หรือเจ้าคะ?" หล่อนกรีดยิ้มพูดเป่าหูพวกเขา จนจิ้นชิงที่ทนฟังอยู่กำลังจะโพล่งบอกให้นางหยุด ถ้าไม่มีเสียงของคนจากประตูดังขึ้นเสียก่อน


     ปึง!


     "คนที่ควรถูกเรียกว่ามารคือใครกันแน่!"













     ฟิ้ววววววววววววววว ฟึ่บๆๆ!!

     "จะตามมาทำไมเนี่ย!" ฉันสบถใส่พวกศิษย์สกุลหลานที่ขี่กระบี่ตามฉันมา มือขยุ้มหน้าอกตรงที่มีปิ่นใส่ไว้ เสียงกรีดร้องดังแว่วจนแทบจะได้เห็นภาพหลอน แต่พอสวมยินเชิงฮัวมันก็สามารถจะระงับเอาไว้ได้อยู่บ้าง

     แต่เจ็บหน้าอกชะมัด!


     'นายท่าน จะให้ข้าจัดการดีไหมขอรับ?'

     "อย่าทำร้ายพวกเขา...แค่สลัดพวกเขาให้หลุดก็พอ" ฉันว่าก่อนจะจับสายบังเหียนไว้ เสียงคำรามดังก้องก่อนที่ปีกขนาดใหญ่จะกระพือแล้วพุ่งไปข้างหน้า



    ฟุ่บๆๆ! ตึงงงง!!


     'นายท่าน พวกมันตั้งค่ายกลกับดัก!'

     "...บินขึ้นฟ้า บินให้สูงเหนือเมฆไปเลย!" อีกฝ่ายขานรับก่อนจะเบี่ยงตัวบินตั้งฉากขึ้นท้องฟ้า ฉันหันกลับไปมองก็ยังเห็นพวกเขาไล่ตามมาอยู่ดี

     "อาฮวน บินดิ่งตรงก้อนเมฆข้างหน้า"

     'ขอรับ...จับแน่นๆ' ฉันจับแน่นแล้วแนบตัวลงกอดแผงคอของอสูรตรงหน้าแล้วหลับตาปี๋ เสียงลมตีหน้าจนหูอื้นและความเร็วที่มากพอจะทำฉันปลิว

      ฟุ่บ! ฟิ้วๆๆๆ!! กิ๊ซซซซซซซซซซซซ!!

     "...เสียงอะไรน่ะ?"

     '...อสูรเหลือเดนขอรับ เพราะค่ายกลเมื่อครู่ทำให้พวกมันได้กลิ่น' ฉันตกตะลึงก่อนจะหันขวับไปมองพวกเขาที่ไล่ตามหลังมาแต่ก็มองไม่เห็นว่าด้านหลังของพวกเขา

      มีกลุ่มพลังงานสีดำ และทหารโครงกระดูกถือดาบตามหลังพวกเขามาเป็นโขยง

     "พวกเขาสู้ไม่ได้แน่ พวกมันเยอะเกินไป...อาฮวนถอยกลับไปหาพวกเขา!"

     '...ไม่ได้ขอรับ มันเสี่ยงเกินไป'

     "แต่ฉันเห็นพวกเขากลายเป็นศพหุ่นเชิดไม่ได้นะ!"

     '...ไม่ขอรับ' ฉันกัดฟันแน่นมองพวกเขาที่ยังคงไม่รู้สึกตัว ก่อนจะตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง

     "อาฮวน บินดิ่งขึ้นไป ขึ้นให้สูงที่สุดจนกว่านายจะไม่ไหว" เขาไม่ได้เอะใจแล้วก็ทำตามที่ฉันบอกแต่โดยดี 

     
     สายลมที่พัดตีหน้าและความเร็วแรงของลมนั้นทำให้ฉันแทบจะลืมตาไม่ขึ้น จนกระทั่งได้ยินเสียงของอาฮวนดังขึ้นมา

     'นายท่าน ถึงขีดจำกัดข้าแล้ว!'

     "...โอเค" ฉันขานรับก่อนจะปล่อยมือออกจากบังเหียนแล้วทิ้งตัวเองให้ดิ่งลงไปยังกลุ่มศิษย์ตระกูลหลานทันที 

   แล้วพวกเขาเพิ่งจะรู้ตัวด้วยว่ามีพวกอสูรเหลือเดนกำลังไล่ตามพวกเขาอยู่ พวกเขาตกใจทำอะไรไม่ถูกจนเสียรูปขบวน จนพวกเขาถูกโจมตีจนร่วงเบื้องล่างบาดเจ็บสาหัส

     ฟุ่บ!

   'นายท่านฟูหยาง!!'

     พวกเขาตกใจที่เห็นฉันทิ้งตัวลงมา ก่อนที่จะตวาดลั่นดัง

     "หลบไปให้พ้น!!" 

     กำไลแขนส่องแสงประกายสีเขียวก่อนที่เกราะแขนหนิงอันจะปรากฏบนแขนทั้งสองของฉัน ก่อนที่เหวี่ยงมันฟาดเจ้าพวกกระดูกจนมันแตกละเอียด ก่อนจะคร่อมเจ้าโครงกระดูกอีกตัวให้ร่วงลงด้านล่างโดยมีตัวอื่นๆตามลงมา

     แฮ่ ฟิ้วววว!

     "หายไปแล้ว...ชิบโผง ฉันบินไม่ได้นี่หว่า!!" และเพิ่งจะรู้ตัวว่าตัวเองร่วงลงมาจากที่สูงมากแค่ไหน

     'นายท่าน!! ยื่นเกราะแขนมา!' เสียงของอาฮวนดังขึ้นจนฉันรีบยื่นเกราะแขนออกไป ขนนกสองเส้นพุ่งตรงมาปักที่เกราะแขน ในตอนนั้นมันได้กลายสภาพเป็นกำไลและ....


     ฟึ่บบบ!!

     "...เอ๊ะ? ไม่ตายแฮะ" ฉันยืนนิ่งด้วยความงุนงง ก่อนที่จะได้ยินเสียงกระพือปีกสองข้างหู

     บางอย่างที่เหมือนกับปีกกำลังพยุงร่างของฉันไว้ พอลองเอื้อมไปจับที่แผ่นหลังก็แทบจะร้องลั่น 'กูมีปีกด้วย!!!'












     ครืนนนนนน ก๊าซซซซซซซซซซซซซซซซ!!

     "ย อย่าเข้ามานะ!" ศิษย์คนหนึ่งค่อยๆล่าถอยไป น้ำตานั้นนองหน้าด้วยความหวาดกลัวและสยดสยอง

     เจ้าสัตว์ประหลาดหน้าตาน่าเกลียดมองพวกเขาราวกับอาหารโอชะมื้อใหญ่ ทุกคนนั้นบาดเจ็บหนักจนแทบไม่เหลือแรง อีกทั้งยังถูกพวกปีศาจเมื่อครู่ดูดกินพลังวิญญาณไปแทบจะไม่เหลือ
 
     กรรรรร ก๊าซซซซซซซซซซซซซ!! 

     "ช่วยด้วยยยย!!"

     ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!

     

     "....ไม่เป็นอะไร....เหตุใด ฟูหยาง?!" พวกเขาร้องลั่นเมื่อเห็นฉันกางม่านพลังคุ้มครองพวกเขา เจ้าปลาดุกตะขาบพ่นพิษใส่จนรอบข้างที่ไม่ได้ป้องกันนั้นละลาย กลิ่นกำมะถันลอยมาจนฉันแทบอยากจะอ้วก

      ฉันชอบกินปลาดุกนะ แต่ปลาดุกแบบนี้ขอผ่านดีกว่า

 
      กรรรรรรรรรรร!

     "ไม่มีใครสาหัสใช่ไหม?" ทุกคนนิ่งอึ้งก่อนจะพยักหน้าด้วยความงุนงง ฉันเบาใจก่อนจะหันหน้าไปมองเจ้าปลาดุกอีกครั้ง ก่อนจะถอนหายใจแล้วดีดนิ้ว

     "ฟูหยาง! เจ้าจะทำอะไรน่ะ!"

     "...ข้าหิวน่ะ แล้วเจ้าพวกนี้ก็มาได้ถูกจังหวะพอดี" ฉันยกยิ้มหักนิ้วทั้งห้า ปีกบนหลังกระพือเบาๆแล้วเดินไปท่ามกลางพวกกลุ่มพลังงานสีดำที่ล้อมรอบตัวฉัน

     ฟิ้ววววววว

     "...พลังน่าขนลุกดีพิลึกแฮะ" ฉันมองรอบด้านที่มีพวกอสูรเหลือเดนล้อมรอบกาย ถึงแม้บางส่วนจะเดินไปหาพวกศิษย์ตระกูลหลาน

     แต่ค่ายกลป้องกันของฉันที่ถุกผสมพลังมารนิดหน่อยมันเลยไม่สามารถจะถูกทำลายลงได้ แม้แต่พวกเซียนเองก็ตาม ปีกกว้างกว่าสองเมตรถูกกางเต็มที่ก่อนที่จะกระพือแล้วหมุนจนเกิดลมพายุขนาดเล็ก  แต่มันก็มากพอที่จะกวาดพวกมันได้หมด

      ฟึ่บๆๆ ฟุ่บ! ซูมมมมม กร๊อบบบบ ก๊าซซซซซซซซซ ตึงงงงงงงงงงงงงงง!!



      ฟู่วววววววววววว!

     "อึก! ฮ่า!....เหมือนกับพวกน้ำอัดลมเลยแฮะ" ฉันพูดกับตัวเองหลังจากที่ดูดไอมารเข้าสู่ร่างกายก่อนจะคลายม่านพลังออกแล้วทิ้งยาไว้ให้พวกเขา

      ตุบ!

     "กลับไปเถอะ พวกมันไม่ใช่มารที่เซียนฝึกหัดอย่างพวกเจ้าจะปราบได้หรอกนะ" พวกเขามองฉันด้วยความตกตะลึงก่อนที่ปีกนั้นจะสลายหายไปแล้ว อาฮวนก็บินลงมารับฉันพอดี
    
     "...เจ้าทำเช่นนี้ทำไม?"

     "แต่อยากจะช่วย มันไปหนักหัวใครรึไง?" ฉันหันไปบอกเขาทิ้งท้ายก่อนที่ขึ้นควบอาฮวนแล้วบินจากไป






     'นายท่าน ดีแล้วหรือขอรับ?...แล้วถ้าหากนังแก่ฮูหยินจางจะปองร้ายท่านอีกเล่า หากนังแม่มดนั่นจะยึดครองตระกูลหลานอีก?'

     "...เฮ้อ คงไม่มีวันนั้นหรอก คงตายก่อนจะได้ทำสำเร็จแหละ" ฉันถอนหายใจวางคางไว้บนแผงคอของอาฮวนอย่างเหนื่อยอ่อน

     'หมายความว่าอย่างไรขอรับ?'

     "นี่...อาฮวน"

     'ขอรับ?'

     "รู้จัก'ผีปอบ'มั้ย?"











     ทุกคนต่างตกตะลึงเมื่อเห็นจิ่งอี๋ยืนอยู่ที่หน้าประตู โดยที่ตนนั้นแบกเหม่ยเหมยที่กำลังจ้องมองพวกเขาด้วยดวงตาแข็งกร้าวโดยเฉพาะฮูหยินหลิว และมีจื่อเจินตามมาขนาบข้างด้วยอีกแรง จิ้นชิงยกยิ้มดีใจอย่างปิดไม่มิดแล้วมองน้องสาวต่างมารดาด้วยความโล่งอก

     "จิ่งอี๋...คุณหนูจาง ฟื้นแล้วหรือ!" หลานฉี่เหรินมองศิษย์ของตนสลับกับแม่นางน้อยบนหลัง

     "เจ้าค่ะ ข้าฟื้นแล้ว...เพราะฟูหยางช่วยข้าเจ้าค่ะ" เหม่ยเหมยว่าก่อนจะลงจากหลังของคุณชายหลาน แต่หล่อนก็ไม่ขยับไปไหน อีกทั้งยังมีทั้งจิ่งอี๋ และจื่อเจินคอยคุ้มกันอยู่

     "อ อาเหมย อาเหมยเจ้าฟื้นแล้ว! อาเหมยของแม่---"

     "อย่าหลอกลวงอีกเลยฮูหยินจาง และอย่าเข้าใกล้แม่นางจางอีกแม้แต่เพียงก้าวเดียว" จื่อเจินชักกระบี่จ่อหน้าฮูหยินจางจนต้องชะงัก แล้วเอ่ยด้วยสีหน้าลนลาน

     "ห เหตุใดเล่า ข้าดีใจที่เห็นนางฟื้น ข้าขอกอดนางจะได้หรือไม่?"

     "...อาเหมย เจ้าเล่าไป" จิ่งอี๋บอกเหม่ยเหมยเสียงกดต่ำ เด็กสาวเหลือบมองอีกฝ่ายที่มองฮูหยินตรงหน้าด้วยแววตาวาวโรนจ์ด้วยความโกรธจัด มือที่สั่นของนางกำเข้าหากันแน่นแล้วพยักหน้า

     "เล่าอันใด?"

     "ความจริงอย่างไรล่ะเจ้าคะ ที่ข้าถูกทำร้ายจนไม่ได้สติ...มิได้เป็นเพราะว่าเป้นฝีมือของปีศาจ หรือฟูหยางสั่งพวกปีศาจ...แต่เป็นเพราะ...."

     "..."

     "ฮูหยินจาง นางจะทำร้ายพวกเขาแต่ข้ารับไว้เองจนได้รับบาดเจ็บหมดสติไป นางจึงใส่ความให้พวกอสูรและโยนความผิดให้พวกเขา!!" เหม่ยเหมยเล่าด้วยความขุ่นเคืองใจไม่น้อย ระหว่างทางที่จื่อเจินได้เล่าเรื่องของฟูหยาง

     ทำให้ตนมิอาจปล่อยเฉยได้อีกต่อไป...สิ่งนางกลัวมาตลอด นางไม่ขอกลัวอีกแล้ว!!

     "อ อาเหมย เจ้าพูดอะไรของเจ้าน่ะ...เจ้าคงฝันร้ายล่ะสิ" ฮูหยินจางยังคงระงับตนแล้วพูดกับอีกฝ่าย แต่ในรอยยิ้มของนางนั้นยังคงเต็มไปด้วยการข่มขู่

     "ไม่ ที่ผ่านมาท่านทำร้ายข้า ทำร้ายผู้คนที่ขวางทางของท่าน! พวกเขาต้องตายอย่างทรมาน การกระทำของท่านไร้ซึ่งความกลัวผิดชอบชั่วดี ไม่กลัวบาปกรรม! ชิงวิญญาณของพวกเขามาเป็นหุ่นเชิด ใช้วิชามารทดลองสิ่งต่างๆ!" ทุกคนถึงกับตกตะลึงแม้กระทั่งจิ้นชิงที่ไม่รู้มาก่อนเลยว่าแม่ของตนจะกลายเป็นคนเช่นนี้

     "..."

     "เพราะข้าเป็นเพียงลูกนอกสมรส เป็นเพียงลูกที่เกิดจากนางโลม...มิใช่เลย ท่านแม่ของข้ามิได้เป็นหญิงนางโลมอย่างที่ท่านเคยเอาไปเล่าให้ข้าตกเป็นขี้ปากของชาวบ้าน!!"

     "..."

     "ท่านแม่ของข้า คือ ศิษย์ของตระกูลหลิว! และข้ามาที่นี่เพื่อล้างมลทินให้กับฟูหยางและอสูรที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่เจ้าค่ะ"

     "นังเด็กบ้า หุบปากของเจ้าไปเสีย!!" เสียงตวาดลั่นของฮูหินจางดังขึ้น ลูกตุ้มหนามอาบไอมารปรากฏและระเบิดพลังออกมา ก่อนที่มันจะพุ่งไปหาเหมยเหม่ยทันที

     ทันใดนั้น เสียงขลุ่ยดังขึ้นพร้อมกันเสียงแปลบปลาบของสายฟ้าม่วงฟาดลงมากลางวงจนหลังคาถล่ม ฮูหยินจางล่าถอยออกมายังลานสวนตวัดมองผู้ที่เข้ามาขวางแล้วยกยิ้มราวกับคนเสียสติ

     "ประมุขหลาน...ประมุขเจียง"

     "ฮูหยินจาง ข้าไม่นึกเลยว่าท่านจะโหดเหี้ยมมากถึงเพียงนี้!" เจียงเฉิงมองอีกฝ่ายด้วยความโกรธเกรี้ยวพลางเหลือบมองเด็กสาวที่ยืนตัวสั่นเทาแต่ดวงตายังแดงก่ำแล้วจ้องเขม็ง

     "...มันสมควรตาย! นังเด็กนั่นมันสมควรตาย!"

     "..."

     "มันก็เหมือนแม่ของมัน! ข้าอุตส่าห์ไว้ชีวิตมัน แต่มันกลับไม่รู้จักสำนึกบุญคุณ!"

     "แต่เจ้าก็ขายนางกิน ยังจะมีหน้าให้นางสำนึกบุญคุณอะไรอีก!" จื่อเจินที่ดันตัวเหม่ยเหมยให้หลบอยุ่หลังตนพูดขึ้น

     "หึ อย่างน้อยถ้ามันยังไม่อยากให้'ความลับ'ของมันแตก มันก็ต้องยอมฟังข้าสิ...จะให้ข้าบอกดีไหม อาเหมย?" ดวงตาเลื่อยลอยมองเด็กสาวแล้วยกยิ้มน่าสยดสยอง

     "..."

     "เขาหยกอสูร...ที่แม่ของแกมีไว้ในครอบครองนั่นน่ะ" ศิษย์ต่างขมวดคิ้วไม่เข้าใจ แตกต่างจากเจียงเฉิง หลานซีเฉิน และเหล่าผู้อาวุโสหลานที่หันไปมองเด็กสาวเป็นตาเดียว 

     "...ฮึก" เหม่ยเหมยหลุดสะอื้นน้ำตาคลอ มือกำแน่นด้วยความอดกลั้น
    
     "ไอมารมากมายถึงเพียงนั้น แม่แกยังอุตส่าห์ครอบครองมันแล้วเอาให้แก...ฮ่าๆๆ!! แกมันก็นังปีศาจเหมือนกันั่นแหละ" มือเล็กยกขึ้นกุมอกด้วยหัวใจที่เจ็บร้าว แล้วส่ายหน้า

     "..."

     "แทนที่พวกแกจะมอบมันให้กับตระกูลใหญ่ แต่ก็กับโลภมากเก็บไว้...ฮึ ช่างเป็นเด็กที่ร้าย---"

     "มันมิใช่ของๆใคร และในยามนี้มันได้กลับไปอยู่กับเจ้าของที่แท้จริงแล้วเจ้าค่ะ" เหม่ยเหมยกลั้นใจเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายด้วยความแน่วแน่ อีกฝ่ายถึงกับหุบยิ้มมองด้วยดวงตาว่างเปล่าและบิดเบือน

     "...เจ้าของที่แท้จริง?"

     "...ฟูหยาง คือทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลหลิวแห่งชินหลินหรง และหยกอสูรนั่นคือของๆนางเจ้าค่ะ!" เหล่าผู้อาวุโสตกตะลึงโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับหลานฉี่เหรินที่ดูเหมือนจะหูดับไปเมื่อได้รู้ถึงตัวตนของฟูหยาง

     "ตระกูลหลิว...หึ แล้วอย่างไร ตอนนี้นังนั่นก็กลายเป็นพวกเดียวกันกับมารแล้ว"

     "ป่านนี้แล้วเจ้ายังไม่รู้สำนึกอีกรึ ฮูหยินจาง! หน้าของเจ้าช่างหนานัก หากข้าฟาดท่านเป็นร้อยหนหน้าท่านคงไม่มีรอยขีดข่วนอันใดหรอกใช่ไหม?" เจียงเฉิงกัดฟันประกายสายฟ้าส่องสว่างไปทั่ว

      ฮูหยินจางยกยิ้มมีชัยก่อนที่ตนจะคายบางอย่างออกมาจากปาก กลุ่มก้อมสีดำมากมายลอยวนไปมา เสียงกรีดร้องและพวกศพก็ผุดขึ้นมาจากดิน

     แฮ่ๆ!!

     "หึๆ ถ้าเช่นนั้นก็จงกลายเป็นพวกเดียวกันอย่างสมใจนึกเสียเถอะ! จัดการ!" หล่อนออกคำสั่งพวกศพและวิญญาณพุ่งเข้าโจมตีทุกคนกันจ้าละหวั่น 

      จิ่งอี๋ที่จะพุ่งเข้าประชิดตัวต้องเจอกับพวกศพเสียก่อน จนกระทั่งมีซือจุย และจินหลิงเข้ามาสมทบ แต่พวกมันยิ่งฆ่าก็ยิ่งเพิ่มไม่หมดเสียที จนกระทั่งประมุขทั้งสองตระกูลใช้ของวิเศษพวกมันก็บางตาลงไปแทบจะทันควัน

     "พวกมัน...เริ่มสลายไปแล้ว"

     "...ไอ้พวกไม่ได้เรื่อง! ข้าเลี้ยงดูมาให้เชื่อฟังคำสั่งข้า ไอ้พวกผีตายโหง! ไอ้พวกศพไร้ประโยชน์!" นางตะโกนด่ากราดด้วยความเจ็บใจ ในตอนนั้นเองที่วิญญาณพวกนั้นหันขวับไปมองตนแล้วคืบคลานเข้าหาอย่างช้าๆ

     "จะทำอะไรน่ะ! อย่าเข้ามานะ ไอ้พวกโง่! ข้าบอกให้ไปจัดการพวกมัน!"

     "เกิดอะไรขึ้น?" ทุกคนมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความไม่เข้าใจ เหม่ยเหมยรีบยกหลังมือปาดน้ำตาตนเองแล้วพูดขึ้น

     "กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมคืนสนอง เหล่าวิญญาณที่ฮูหยินทรมานไว้กำลังจะเอาคืนเจ้าค่ะ เราช่วยนางไม่ได้อีกแล้ว...เพราะนางทำตัวเอง" จิ้นชิงที่มองดูกลุ่มพลังมารคืบคลานหามารดาตนก็ได้แต่หลับตายอมรับความจริง

      พวกมันพุ่งเข้าที่หัวใจของนางไม่นานนักร่างกายนางเริ่มบิดเบี้ยว เลือดเนื้อเริ่มปูดโบนทั่วร่างก่อนที่จะมีบางสิ่งพุ่งทะลุออกมาตามตัวจนทุกคนต้องหลับตาเพราะไม่สามารถมองภาพอันน่าอนาถนี้ได้

      ฉัวะะะะะะะ!!! แผละ!!

     "..."

     "...ชิงเกอ"

     "มันจบลงแล้ว อาเหมย เจ้าไม่ต้องทุกข์ทรมานอกแล้วนะ" เหม่ยเหมยมองพี่ชายของคนน้ำตาคลอแล้วพยักหน้าก่อนที่ทั้งสองจะโผเข้ากอดกันด้วยความโล่งใจปนเจ็บปวด

     "..."

     "ท่านอาจารย์..." จิ่งอี๋เดินเข้าไปหาหลานฉี่เหรินที่ยังคงยืนนิ่งเงียบ อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมองเด็กหนุ่มแต่ก็ไม่พูดอะไร

     "ข้าจะพาฟูหยางกลับมา...ต่อให้นางเป็นมารจริง ข้าก็จะพานางกลับมา"

     "..."

     "ท่านจะลงโทษข้า เหมือนกับที่ท่านลงโทษนางก็ย่อมได้ แต่ขอเป็นหลังจากที่ข้าพานางกลับมาอวิ๋นเซินปู้จื้อฉู่ด้วยเถอะขอรับ" จิ่งอี๋ยกมือประสานแล้วคุกเข่าลงตรงหน้าอาจารย์หลานผู้ที่เลี้ยงดูเขามายามแบเบาะ

     "...อยากทำสิ่งใดก็ทำไป" หลานฉี่เหรินหลับตาข่มอารมณ์ที่สับสนในใจ เขาไม่อยากจะรับรู้ และในครั้งนี้...

      เขาจึงขอทำเป็นมองไม่เห็นก็แล้วกัน

     "ขอบคุณท่านอาจารย์!" จิ่งอี๋รีบรับคำก่อนจะผุดลุกขึ้นเพื่อมุ่งหน้าออกตามหาตัวเด็กสาว 



     ครืนนนนนนน ตูมมมมมมมมมมมม!!  


    แต่ในตอนนั้นเองแผ่นดินนั้นก็สั่นสะเทือนจนทุกคนต่างตกใจกับเหตุการณ์ แต่ไม่นานนักเถาไม้ขนาดใหญ่ก็ผุดขึ้นรอบเขตกูซู พร้อมกับม่านพลังสีเขียวที่ลงมาครอบจากบนฟ้า สัญลักษณ์ของกวางเขาพฤกษา ทำให้จิ่งอี๋นึกออกทันที และยิ่งตกใจเมื่อตนเห็นฟูหยางอยู่ด้านนอกเขตม่านพลังนี้

     "ฟูหยาง!!" จิ่งอี๋รีบเหาะกระบี่ไปหา แต่เถาไม้หนามกับแผ่คลุมจนเขาต้องหยุดตัวเองไว้








     ฉันมองจิ่งอี๋แล้วยกยิ้มให้ เขาพยายามจะทำลายม่านพลังนี้แต่ก็เปล่าประโยชน์...เพราะพลังของฉันมันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป และพลังของฉันมันใกล้จะระเบิดตัวฉันทุกทีแล้ว

     "ฟูหยาง เจ้าคิดจะทำอะไรน่ะ!"

     "...ฉันปล่อยให้เธอไปตายไม่ได้หรอกนะ จิ่งอี๋" ฉันส่ายหน้าบอกเข้าด้วยท่าทีที่ใจเย็น แต่อีกฝ่ายกลับยิ่งร้อนรนแล้วพยายามจะทำลายม่านพลังไป

     "ฟูหยาง! ข้าจะสู้กับเจ้าด้วย ข้าไม่ปล่อยให้เจ้าไปตายคนเดียวหรอก!!"

     "...พวกนายไม่มีใครสู้ได้หรอก พวกมันไม่ใช่มารทั่วไป เซียนซืออย่างพวกนายสู้ไปมันก็เปลืองพลังเปล่าๆ"
    
     "..."

     "อยู่ในม่านพลังนี้ พวกนายทุกคนจะปลอดภัย...จนกว่าวันแห่งการชำระจะจบลง ม่านพลังนี่จะคลายเอง..." ฉันยิ้มก่อนจะมองเด็กหนุ่มที่พยายามจะใช้มือดึงเถาหนามจนได้เลือดอาบฝ่ามือ

     เขาทุบตรงม่านพลังด้วยความดื้อดึง ดวงตาแดงก่ำก่อนท่หยดน้ำจะกลิ้งผลอยลงอาบแก้มเนียนของเขา เขาร้องไห้ด้วยเสียงที่ฉันฟังแล้วมันแทบอยากจะร้องตาม

     "ขอโทษนะ จิ่งอี๋..."

     "ฮึก ฮือๆๆ"

     "แต่ฉันทนเห็นคนที่ฉันรักตายไม่ได้..." ฉันพูดเพียงแค่นั้นก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป แล้วได้ยินเสียงตะโกนไล่หลังมาด้วยน้ำเสียงที่เหมือนคนหัวใจแตกสลาย

     "แล้วเจ้าคิดว่าข้าทนเห็นคนที่ข้ารักตายได้หรือไง ฟูหยางงงงง!!"










     จิ่งอี๋มองแผ่นหลังของเด็กสาวที่เดินหายลับไป เขาทรุดลงนั่งกับพื้นร้องไห้ออกมาอย่างหมดสิ้นหนทาง จนพวกซือจุยและจินหลิงตามมาถึง พวกเขามองจิ่งอี๋แล้วปลอบโยนด้วยความรู้สึกที่ไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก แต่พวกเขาจะยอมแพ้ไม่ได้...

     "จิ่งอี๋ เรากลับกันก่อน...แล้วคิดหาทางออกไปช่วยนางกัน"











     พรึ่บ!!


     "เว่ยอิง!" หลานจ้านเรียกชื่ออีกฝ่ายทันทีที่ร่างโปร่งลุกขึ้นนั่ง ดวงตาเบิดโพล่งด้วยความตกตะลึงหันรีหันขวางลนลาน

     "ล หลานจ้าน...หลานจ้าน หยางหยางอยู่ที่ไหน!?"

     "...เกิดอะไรขึ้นเว่ยอิง?" เว่ยอิงหายใจถี่รัว เหงื่อไหลอาบทั่วกายบอกอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงรัวเร็วและสั่นเครือ

     "ย หยางหยาง หยางหยางจะเรียกลี่เฮยออกมา และยกวิญญาณให้กับอสูรกลืนกิน!!"

   "!!"

     "เราต้องหยุดนาง! ไม่เช่นนั้นยุทธภพนี้ต้องล่มสลายแน่!!"











เห่อๆ  ไม่มีไรมาก

เม้น-กัน-หน่อย!!


ความสุขของเตี้ย = การเห็นรีดเดอร์อินกับฟิค และเม้นมาให้อ่าน








ขอแค่นี้จริงๆ กราบล่ะค่ะ



รูปภาพที่เกี่ยวข้อง





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 225 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,619 ความคิดเห็น

  1. #1593 icesupicha (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 14 มีนาคม 2564 / 23:37

    พี่เว่ยไปช่วยน้องเร็ว

    #1,593
    0
  2. #1471 รากต้นโพธิ์ (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 22:45

    เฮ้ยยยเว่ยอิงกล่าวเช่นนั้นใจคอไม่ดีนะ
    #1,471
    0
  3. #1286 Nong_Aon04 (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 21:46
    บ่อน้ำตาเเตก ไม่ได้ร้องไห้กับนิยายมานาน. เรื่องนี้ทำให้ร้องได้อีกTT~TT
    #1,286
    0
  4. #1239 NongZaRa (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 07:11

    TTTYTTT
    #1,239
    0
  5. #1209 lrvlenca (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2562 / 14:25

    น้องหยางงงงง แง้งงงงง ปวดใจปวดไตปวดตับ ขออย่าเป็นอะไรกันไปนะ ทุกคนเลย ลี่เฮยด้วย
    #1,209
    0
  6. #1208 Olivia1112 (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 21:49
    ร้องไห้ล่วงหน้าได้ไหม คงจะเป็นโค้งสุดท้ายแล้วสินะคะ
    #1,208
    0
  7. #1207 Ph4am (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 19:45
    เจียงเฉิงฟาดมาก ชั้นท้อกับผู้อวุโสตระกูลหลานจริงๆ
    #1,207
    0
  8. #1206 ฟองนที2546 (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 12:45
    ตบหลานชีเหรินได้ป่ะ หมั่นไส้!!!!! หลับตาข้างนึง ทำเป็นไม่เห็น จ้ะอิบร้าาาาาา
    #1,206
    0
  9. #1205 chanagarn2002 (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 11:20
    โค้งเอี๊ยดดดดดดดดด อย่าลืมเบรกนะเดี๋ยวนางตาย
    #1,205
    0
  10. #1204 554910140 (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 08:36
    ใกล้ถึงโค้งสุดท้ายของการต่อสู้แล้วว ฮือออ/ซ้อมร้องไว้ก่อน55555
    #1,204
    0
  11. #1202 Natacha_i-sen (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 08:05

    ทำเป็นมองไม่เห็น? ทุเรศยอมรับความจริงสักนิดจะตายหรอวะ แล้วไอที่ลงโทษน้องไปเป็นร้อยทีจนเลือดคั่งนี่คืออัลลัย;-;

    ทำเป็นมองผ่านไม่ได้เหอะ หมั่นไส้ว้อยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

    #1,202
    0
  12. #1201 polytome (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 07:48
    จะรออ่านค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #1,201
    0
  13. #1200 Artidtaya (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 06:50

    สู้ๆค่ะ รออ่านตอนต่อไปอยู่นะคะ
    #1,200
    0
  14. #1199 AD_NT (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 05:41

    โอยย จะร้องตามแงง ทุกคนอย่าเป็นไรนะT^T ไรท์สู้ๆค่า รอน้าา
    #1,199
    0
  15. #1198 chyanin (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 02:50
    มันต้องมีวิธีช่วยหยางๆสิ อาเตี่ย อาเหนียง ช่วยลูกด้วยน้า
    #1,198
    0
  16. #1197 ズu尺O乙 (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 01:54

    จะร้องไห้แล้วนะน้องหยางต้องไม่ตาย จิ่งอี๋ก็น้าสงสารอา~
    #1,197
    0