[ปรมาจารย์ลัทธิมาร] พันธวิญญาณข้ามภพ (OC)

ตอนที่ 60 : ตอนที่ 58 ทวงคืนความเป็นธรรม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,663
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 225 ครั้ง
    14 ธ.ค. 62


    



     จิ่งอี๋เดินกลับออกมาจากป่าเพียงลำพัง ก่อนจะลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ใช่ ตนไม่มีอะไรปิดบังฟูหยางอีกแล้ว เขารู้ตั้งแต่ต้น...ตั้งแต่ยามที่นางสวมเครื่องประดับของตนให้กับเขา

     
     ยินเชิงฮัว คือเครื่องประดับที่ทำให้ได้ยินเสียงทุกสรรพสิ่ง...


     เขาได้ยินเสียงซุบซิบน่ารำคาญหูพูดแว่วๆ และจากปีศาจตรงหน้า บอกว่าเลือดผสมอะไรสักอย่าง แต่มีบางอย่างที่ทำให้เขาต้องรู้สึกตะหงิดใจตั้งแต่ที่นาง สามารถสร้างพืชและควบคุมได้อย่างอิสระ จนกระทั่ง...จิ่งอี๋ออกตามหาเด็กสาวหลังจากที่ทุกคนออกมาจากการชุมนุมเรื่องสังหารจินกวงเหยา


     และความจริงที่น่าตกใจก็คือ...


      ฟูหยางคือคนตระกูลหลิว ตระกูลที่ล่มสลายไปเมื่อหลายสิบปีก่อน และตระกูลที่เป็นสาเหตุก็คือตระกูลจินแห่งหลันหลิง


     ครานั้นเขาแทบอยากเข้าไปตะบันหน้าจินหลิงซะให้รู้แล้วรู้รอด แต่ว่าแววตาของฟูหยางที่มองจินหลิงนั้น มันไม่ได้มีความแค้นอยู่เลยแม้แต่น้อย เขาทนมองไม่ได้จนต้องปลีกตัวออกมา


     และอีกอย่างที่เขาสงสัยมานาน...แม่นางที่ช่วยเขา คือฟูหยางนั้น



     เพราะไม่มีแม่นางคนใดในยุทธภพ จะกล้าแหกแข้งแหกขายกเท้าฟาดก้านคอคู่ต่อสู้ได้เลย...การที่แม่นางผู้นั้นวิวาทกับพวกนักเลงและสู้กับพวกมันด้วยมือเปล่า โดยที่ไม่แย่งกระบี่ มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เขานึกถึง คือเด็กสาวตัวน้อยที่ตนนั้น 'หลงรัก' 





     แต่การที่นางแหกคุกหนีนั้น มันไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิด คราแรกก็จะตามซือจุยไปถ้าตนไม่ไปสะดุดตากับของบางสิ่งในห้องที่เก็บของวิเศษไว้เสียก่อน...


     กำไลแขนสองวง และยินเชิงฮัวที่ตนเคยสวม บ่งบอกได้ทันทีว่านี่คิดเครื่องประดับของฟูหยางอย่างแน่นอน จิ่งอี๋ใจหายวาบไปชั่วขณะก่อนจะมองไปรอบๆเพื่อดูลาดเลาก่อนจะฉวยสองสิ่งไว้ในอกเสื้อ แล้วรีบออกมาจากห้องทันที

     "ข้าจะคืนความเป็นธรรมให้กับเจ้าให้ได้!"




















     ตูมมมมมม ซ่าาาาาาาาาาา!!!


     "พรวดด! แค่กๆ! โยนลงมางี้เลยเหรอ ไอ้ไส้เดือน!!" ฉันแว้ดใส่เหลียงซาที่พอมาถึงถ้ำเขาก็โยนฉันลงบ่อรักษาอย่างไม่ออมแรงเลยสักนิด

     "หุบปากเจ้าไปเลย! แช่อยู่นิ่งๆไปเสียสองชั่วยาม อย่าเพิ่งขยับ ดูซะ ว่าร่างกายของเจ้าย่ำแย่แค่ไหน!" ฉันขมวดคิ้วก่อนจะก้มมองในน้ำที่รอบๆตัวกลายเป็นสีเลือดที่กำลังขยายวงกว้าง


     แต่ทำไมไม่เจ็บหรือรู้สึกโลหิตจางเลยล่ะ?


     "ทำไม..."

     "เลือดของเจ้าไหลเวียนช้ามาก ที่กูซูน่ะอากาศเย็นทำให้เลือดคั่งหลายจุด เลือดที่ออกมาพวกนี้ก็คือเลือดคั่งในร่างกายเจ้านั่นแหละ" เหลียงซากอดอกอธิบายด้วยความหงุดหงิด

    ฉันนิ่งก่อนจะวักน้ำที่เจือด้วยเลือดของฉันขึ้น คำพูดของอสูรตนนั้นยังดังก้องอยู่ในหัว...มือที่วักน้ำกำแน่นแล้วเงยหน้าขึ้นเพื่อตัดสินใจ

     "...เหลียงซา น้ำนี่ดื่มได้รึเปล่า?"

     "ได้น่ะ มันแน่อยู่แล้ว....เจ้าจะทำอะไร?" เหลียงซาหันมาตอบก่อนจะสั่งให้บริวารหาผ้าผ่อนมาเปลี่ยนให้ฉัน

     "...ตักน้ำนี่ผสมกับเหล้า เอาเยอะๆเลยนะ แล้วก็เอาไปแจกจ่ายให้กับอสูรของบริวารสัตว์เทพทุกตัวดื่มคนละจอก"

     "หมายความว่าอย่างไร?"

     "...เลือดของฉัน มันจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันไอมาร แต่ในทางตรงกันข้าม หากฉันถูกอสูรครอบงำเลือดของฉันจะเป็นอันตรายกับทั้งอสูร แล้วก็มนุษย์"

     "...เจ้าคิดจะทำอะไร ฟูหยาง?"

     "หากแผลที่หลังหายแล้ว ฉันมีเรื่องอยากจะวานนายหน่อย"

     "..." เขาสบมองตาฉันเพื่อลองเชิง ฉันเองก็จ้องกลับด้วยสายตาที่มีความแน่วแน่กลับไป เขาถอนหายใจก่อนจะคุกเข่าลงตรงหน้าของฉันแล้วพูดขึ้น

      ตึก!

     "เชิญนายท่านบัญชา เหลียงซาผู้นี้พร้อมรับใช้"

     "เอากระพรวนนี่ไปเผาไฟจนแดง แล้วสั่นกระดิ่งไปทางทิศใต้...บอกบริวารของนายด้วย ว่าขอเมล็ดพืษหนามห้าเมล็ด" เขาประสานมือตรงหน้าก่อนจะผุดลุกขึ้นคว้ากระพรวนจากเสื้อนอกที่พาดอยู่แล้วเดินออกไป

     จ๋อมมมม

     ฉันนั่งแช่ด้วยความรู้สึกโล่งสบายเล็กน้อย ก่อนจะหยิบถุงหอมที่จิ่งอี๋โยนมาให้ด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก พอลองเปิดดูด้านในภายในผงเครื่องหอมนั้นมันมีบางอย่างใส่อยู่ด้วย


      กำไลหนิงอัน ยินเชิงฮัว...

     "...เอามาได้ไงเนี่ย?" มือกำสองสิ่งด้วยความสงสัย ก่อนจะสวมไว้กับตัวแล้วถอดชุดคลุมที่เปียกน้ำแล้วคว้าผ้าคลุมผืนใหม่มาคลุม

     ฟึ่บ!

     "อาหง เตรียมชุดให้นายท่านแล้วเจ้าค่ะ!" เด็กสาวเดินเข้ามาพร้อมกับชุดสีขาวขอบเขียวปักดิ้นสีเข้มเป็นลวดลายเถาไม้ ฉันมองชุดสลับกับอีกฝ่ายที่ยกยิ้มใสซื่อให้ รอบคอเล็กยังมีรอเชือกจางๆ และรอยแผลไฟลวก จนอดรู้สึกเจ็บแทนไม่ได้

     "....เจ็บมากมั้ย?" อาหงยืนนิ่งก่อนจะยกยิ้มแล้วส่ายหน้า

     "ตอนแรกก็เจ็บ...แต่ตอนนี้ไม่เจ็บแล้วเจ้าค่ะ" 

     "..."

     "นายท่านเนี่ย ดูต่างจากเซียนทั่วๆไปนะเจ้าคะ"

     "หืม?"

     "ไม่มีใคร...ใจดีกับอสูรเช่นท่านมาก่อน อ๊ะ ยกเว้นแม่นางจางคนนึง!" เธอว่าก่อนจะเปลี่ยนชุดให้กับฉันไปพลาง

     "แม่นางจาง? หมายถึงเหม่ยเหมยเหรอ"

     "ใช่แล้วเจ้าค่ะ! ข้าได้กลิ่นของแม่นางผู้นั้นคล้ายกับท่านเลย...ถึงแม้จะมีกลิ่นจางมากจนแทบไม่ได้กลิ่นก็ตาม แต่ข้าว่ามีบางอย่างที่ข้ามั่นใจว่านางมิใช่ศัตรูเจ้าค่ะ"

     "..." ฉันยืนนิ่งนึกถึงบางอย่าง 


   จริงสิ เด็กคนนั้นเกิดมามีเชื้อสายหมู่บ้านของตระกูลหลิว  แม่นางผิงเฟิง ต้องมีพลังบางอย่างที่สามารถแตะต้องปิ่นนั่นได้ โดยที่ไม่ได้รับผลกระทบอะไร หรืออาจเป็นเพราะว่าเธอไม่ใช่สายเลือดแท้ แม่ของเธอก็เป็นศิษย์นอกสาย!


     ศิษย์นอกสายแต่อยู่ในแดนลับแลมาตลอดนี่ พวกเขามีพลังอะไรงรึไงนะ...โอ๊ยยย ปวดหัวชะมัดเล้ย!! 

     "นายท่าน เสร็จแล้วเจ้าค่ะ" อาหงว่าก่อนจะผละออกห่างจากฉัน ฉันยกยิ้มก่อนจะหันไปเจอเหลียงซาที่เดินเข้ามาหาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง

     "ทุกอย่างพร้อมแล้ว..." 

     "เหลียงซา เอาเมล็ดพันธุ์หนามมาด้วยไหม?" เขาพยักหน้าก่อนจะยื่นกำปั้นมาตรงหน้าฉัน ฉันแบมือรับเมล็ดเรียบๆห้าหกเมล็ดมาก่อนจะกัดนิ้วจนได้เลือดแล้วป้ายลงบนเมล็ดทุกเม็ด

     ฟึ่บๆ!
    
     "อาหง ช่วยน้ำเมล็ดพวกนี้ไปให้ฝังดินไว้ที่เขตของสี่ตระกูล แยกย้ายกันไป...แล้วก็ส่งสาส์นบอกทุกที่ว่าเตรียมตัวให้พร้อม" ฉันหยิบสองเมล็ดใส่ห่อผ้าแล้วห่อเศษผ้าที่เหลือให้อาหง

     "จ เจ้าค่ะ"

     "ที่สำคัญบอกภูติทุกตนให้เตรียมหลุมหลบภัยให้พอสำหรับชาวเมือง พอมันมาถึงก็ให้ล่อพวกเขาไปยังที่หลบภัยทันที" เหลียงซาและอาหงมองฉันด้วยความไม่เข้าใจ แต่ฉันก็ไม่สนแล้วเดินผ่านเหลียงซาโดยไม่ลืมออกคำสั่ง

     "เหลียงซา นายเป็นคนฉลาด แล้วก็มีพลังมาก...พวกนายช่วยอพยพชาวเมืองจากที่ๆใกล้ที่สุด ฝากนายด้วยล่ะ" ฉันว่าก่อนจะเดินออกมาขึ้นขี่หลังนกสี่เท้าแล้วสั่งให้มันบินขึ้น

     "แล้วเจ้าจะออกไปไหน ร่างกายเจ้ายังไม่หายดีเลยนะ?!"

     ฟึ่บบบบบ!! ฟิ้ววววววว!!

     "ไปทวงความเป็นธรรมให้กับพวกนายไง!"











     ณ กูซู ตระกูลหลาน  



     เหล่าผู้อาวุโสต่างชุมนุมกันใหญ่เมื่อของวิเศษของตระกูลหลิวหายอกไปจากห้องวิเศษ ทุกอย่างดูวุ่นวายไปหมด อีกใจก็ยังกังวลเรื่องของแม่นางจางที่ยังคงถูกแรงอาฆาตครอบงำไม่ได้สติ ไม่ว่าจะเล่นบทเพลงชำระเท่าใดก็ยังไม่หาย มีแต่จะทรุดลงเรื่อยๆจนเสี่ยงถึงพลังวิญญาณและเวลาชีวิต




     จางเหม่ยเหมยนอนอยู่ในห้องเพียงลำพัง โดยที่ไร้คนเฝ้าอารักขา ท่ามกลางความเงียบนั้น ปลายเท้าของคนๆหนึ่งสัมผัสลงแล้วหย่อนลงข้ามหน้าต่าง เดินย่างกรายเข้ามาอย่างช้าๆก่อนจะจับมือบางไว้แล้วดูดแรงอาฆาตออกมาจนหมด

     ซู่ววววววว!

     "...เฮ้อ เท่านี้ก็ไม่เป็นไรแล้วนะ" ฉันถอนหายใจแล้วยิ้มบางให้กับเด็กสาวตรงหน้า มือยกขึ้นลูบแก้มและขมับด้วยความเอ็นดู

      ไม่นานนักดวงตากลมคู่สวยเปิดออกอย่างอ่อนแรง ทันทีที่เห็นฉันเธอก็ยกยิ้มร้องไห้ฟูมฟายจนต้องปลอบให้เธอเงียบ

     "ฮึก ฮึก! ฟ ฟูหยาง...ฮึก ฟูหยาง"

     "ชู่วๆๆ....โอ๋ เงียบซะๆ ไม่ร้องนะ ไม่ร้อง ข้าอยู่นี่แล้วไง" เธอร้องไห้ขี้มูกโป่งเบะปากร้องไห้เหมือนเด็กสามขวบจับมือฉันไว้แน่นจนฉันชักกลับไม่ได้

     "อย่า...ฮึก อย่าไปเลยนะ ข้ากลัว..."

     "...เหม่ยเหมย ทำแบบนั้นไม่ได้หรอก ไม่อย่างนั้นทุกคนจะต้องตายนะ"

     "ฮึก ฮือๆๆ ไม่เอา ข้าไม่ให้ท่านไป!" เธอร้องไห้กอดแขนฉันน้ำตานอง ดวงตาสบมองฉันอย่างขอความเห็นใจ ก็ได้แต่ถอนหายใจแล้วส่ายหน้า

     "เฮ้อ อาเหมย ฉันขอร้องนะ คืนมันให้ฉันเถอะ"

     "ฮึก ม ไม่เอา ข้าไม่...ฮึก ให้"

     "อาเหมย..."

     "หากคุณชายหลานรู้...ฮึก เขาต้องเจ็บปวดมากแน่ๆที่เห็นคนที่เขารักไปตาย...โดยที่ไม่บอกอะไรเลย...ฮึก ฉะนั้นท่านอย่าไปเลยนะ....คุณหนูหลิว" คำวอนขอและเรียกชื่อแซ่ของเธอทำให้ฉันใจหายไปเพียงชั่วขณะ แต่ว่าพอนึกถึงสิ่งที่กำลังจะเกิด

     และคนข้างหลังที่อยากให้มีชีวิตอยู่นั้น...

     "...อาเหมย ฟังฉันนะ"

     "ฮึก...ฮึก"

     "การมีชีวิตอยู่ของฉันมันไม่ได้มีค่าอะไรมากมายถึงขนาดที่จะต้องให้คนอื่นมาจดจำหรอก"

     "...."

     "เธอสืบทอดความเป็นธรรม และสืบทอดคำสอนของตระกูลหลิวจากแม่ของเธอ ถึงฉันตายไปก็ยังมีเธอที่จะสามารถเป็นสิ่งยืนยันได้...ว่าตระกูลหลิวยังไม่ล่มสลาย..." เธอน้ำตาไหลอาบอย่างเงียบๆ มือยังคงจับฉันไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ฉันโน้มลงเอาหน้าผากชนกันแล้วลูบหัวปลอบโยน เธอส่ายหน้าอ่อนแรง

     "ไม่เอา..."

     "ฉันไม่ใช่คนของโลกนี้ จะอยู่หรือจะตาย...มันก็ไม่ต่างกันหรอก"

     "คุณหนูหลิว...อย่าไป"

     "...ขอเพียงแค่ไม่ตายไปจากความทรงจำของคนที่รักก็พอ พักผ่อนเถิดนะ อาเหมย" ฉันว่าก่อนจะดีดนิ้วร่ายผงบางอย่างลงบนใบหน้างาม เธอพยายามขืนแรงแต่ก็ต้านไม่ไหว

      ตุบ!


     เสียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอทำให้ฉันเบาใจก่อนจะเดินไปเปิดลิ้นชักแล้วหยิบปิ่นปักผมออกมาใส่ในอกเสื้อไว้ แล้วหมุนตัวเดินออกไปจากห้องเพื่อไปยังอีกที่หนึ่ง















     ตึกๆๆๆๆๆๆๆ!!

     "ผ ผู้อาวุโสขอรับ ฟ ฟูหยาง..ฟูหยางกลับมา---"

     "ไม่ต้องรายงานก็ได้ ข้าก็ยืนโด่อยู่นี่แล้วนี่" ฉันว่าเท้าเอวมองศิษย์ที่รีบวิ่งมารายงาน แต่ก็ช้าเกินไปจนฉันเบื่อแล้ว

     พวกผู้อาวุโสต่างผงะแล้วชักกระบี่ออกมา ฉันถอนหายใจแต่ก็ยังคงยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น

     "เจ้าต้องการอะไร! กล้าผิดกฏสกุลแล้วยังมาเสนอหน้าต่อหน้าพวกข้าอีกหรือ!?"

     "...ไม่ได้ต้องการอะไรหรอกเจ้าค่ะ ข้าแค่จะมาบอกและคุยให้มันจบๆกันไป" ฉันไหวไหล่แล้วเท้าเอวมองพวกเขาอย่างเดิม
    
     "..."

     "ขอขอบคุณที่พวกท่านเลี้ยงดูข้ามา แต่คราวนี้ข้าขอทำตามใจตนเอง และกฏของตระกูลข้าบ้าง!"

     "เจ้าหมายความหว่าอย่างไร!?" หลานฉีเหรินโพล่งขึ้นชี้ปลายดาบมาทางฉัน ฉันถอนหายใจก่อนจะเรียกเกราะแขนออกมาแล้วแสดงสัญลักษณ์ให้พวกเขาได้เห็น 

     "พวกท่านคงรู้ว่าสิ่งนี้คือของตระกูลใด...และข้ามาเพื่อทำในสิ่งที่ตระกูลของข้ายึดมั่นมาตลอด"

     "..."

     "ข้าขอถามพวกท่าน...ใครดีใครชั่ว ใครของใครดำ ใครเทพใครมาร พวกท่านตัดสินด้วยสิ่งใด!" ผู้อาวุโสถึงกับผงะกับคำถามก่อนที่จะโกรธจนหน้าแดงแล้วตวาดกลับ

     "เจ้ามันไม่รู้สำนึก! เจ้า---"

     "ตัดสินเพียงเพราะว่าเป็นมาร ตัดสินเพียงแค่มองผ่าน! ไม่เคยมองลงลึกไปถึงจิตใจเลยแม้แต่น้อย...ข้าล่ะไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าที่ผ่านมา พวกท่านต้องทำร้ายผู้บริสุทธิ์ไปมาเพียงใด ตระกูลเซียนที่ออกปราบปีศาจ คิดว่าตัวเองนั้นขาวสะอาดไร้มลทิน แต่พวกท่านหารู้ไม่! ว่าพวกเซียนเองมันก็ดำมืดไม่ต่างกัน!"

     "หยุดเดี๋ยวนี้ ฟูหยาง! เหตุใดเจ้าต้องปกป้องปีศาจถึงเพียงนั้น! เหตุใดเจ้าถึงต้องปกป้องศัตรูของมนุษย์"

     "...พวกท่านไม่รู้อะไร เหลียงซาเป็นอสูร แต่เขาเองก็มีสติปัญญาและสำนึกผิดชอบชั่วดีเหมือนกับเรา พวกเขามีความรู้สึก พวกเขามีจิตใจ แต่พวกเราต่างหากที่ทำร้ายพวกเขาตั้งมากมาย พวกท่านเคยคิดบ้างหรือไม่ ว่าบางคนที่ภายนอกเหมือนจะขาวสะอาด แต่แท้จริงนั้นช่างโสโครก!"

     "..."

     "ไม่มีใครขาว ไม่มีใครดำ...ทุกคนล้วนมีทั้งสองสีปะปนอยู่ทั้งสิ้น ไม่เว้นแม้กระทั่งข้าหรือพวกท่าน!"

     "..."

     "ข้ามาที่นี่ก็เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของพวกเหลียงซา ข้ายอมรับโทษแทนเพราะมันมิใช่ความผิดพวกเขา....มนุษย์นั้นคิดว่าตนดีเลิศประเสริฐกว่าสิ่งใด ไม่เลยไม่ใช่สักนิด...หากใครจะค้านก็ก้าวออกมาแล้วพูดกับข้าเสียตอนนี้เลย!!" ฉันสาวเท้าเข้าไปใกล้พวกเขามากขึ้น


    

      พวกเขาไเ้แต่ยืนนิ่งไม่ตอบโต้มันยิ่งทำให้ฉันโมโห



     "จิตใจของมนุษย์นั้น แม้แต่ปีศาจในนรกขุมที่ลึกที่สุด ยังไม่น่ากลัวเท่ามนุษย์เดินดินอย่างพวกเราเลยด้วยซ้ำ!"

     "ฟูหยาง!!" หลานฉี่เหรินพุ่งเข้ามาพร้อมกระบี่ก่อนจะจ่อที่ลำคอฉันห่างเพียงกระดาษกั้น ฉันจ้องดวงตาของอีกฝ่ายด้วยความกรุ่นโกรธไม่หาย

      หมับ!

     "!!"

     "จะแทงข้าก็เชิญ ใครดีใครชั่วใครขาวใครดำ เราขอตัดสินเอง!" มือของฉันกำคมกระบี่ของหลานฉี่เหรินไว้แน่น อีกฝ่ายตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เลือดอาบคมกระบี่จนหยดลงบนพื้นแต่ฉันก็ยังกำไว้แน่น

     "สิบปากว่าไม่เท่าหนึ่งตาเห็น และสิบตาเห็น....ก็ไม่เท่ากับการที่รู้ว่าตัวเราเป็นใคร!!" ฉันว่าก่อนจะสะบัดกระบี่ในมือทิ้งแล้วพูดทิ้งท้ายก่อนจะหมุนตัวเดินออกไป




     

     "ฝากไปบอกยัยแก่ฮูหยินจางนั่นด้วยล่ะ!!"

     "..."

     "โก ทู เฮล!! E'ป้ามหาภัย!!"














      จิ่งอี๋ที่กำลังวุ่นวายในการช่วยเหลือซ่อมแซมได้ยินเสียงของพวกศิษย์อาวุโสตะโกนบอกว่าฟูหยางกลับมา และได้ขอออกจากสกุลอย่างเป็นทางการ ไม่นานนักเสียงนกก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงกระพือปีกจนลมพัดแรง ก่อนที่เงาของนกสี่ขาจะบินออกจากเขตอวิ๋นเซินปู้จื้อฉู่ไป

     "จับตัวนางกลับมาให้ได้!" พวกศิษย์รีบผละงานแล้วขี่กระบี่ติดตามไป จิ่งอี๋ยืนนิ่งก่อนจะตัดสินใจทิ้งของตรงหน้าและปรี่ไปยังห้องของจางเหม่ยเหมย
 
     ปึง!

     "ฮึก ฮือๆๆ ค คุณชาย..คุณชายหลาน" จางเหม่ยเหมยร้องไห้ตัวโยนพยายามยันร่างลุกจากเตียง ตนรีบเข้ามาประคองไว้แล้วเอ่ยถาม

     "อาเหมย เกิดอะไรขึ้น"

     "ฟ ฮึก ฟูหยาง...ช่วยนางด้วย" หัวใจจิ่งอี๋แทบหยุดเต้นก่อนจะเอ่ยถามอีกครั้ง

     "จะเกิดอะไรขึ้น?! อาเหมยเจ้าบอกข้ามา!"

     "ฟ ฮึก ฟูหยาง นางเป็นเลือดผสม...ฮึก นางเอาปิ่นหยกอสูรไปแล้ว" เด็กสาวร้องไห้เหมือนเด็กน้อย แต่จิ่งอี๋ก็ยังไม่เข้าใจถ่องแท้

     "หมายความว่าอย่างไร?!"

     "ฟูหยาง...จะตาย ฮึก ฮือๆๆ นางจะพาตัวเองไปตาย นางจะทำให้ตัวเองกลายเป็นอสูร...เพื่อช่วยพวกเรา"

      จิ่งอี๋ตัวชาวาบเหมือนถูกฟ้าผ่าลงที่หัว เขาแทบไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่จางเหม่ยเหมยพูดออกมา แต่พออีกฝ่ายพูดถึงเรื่องการกลายเป็นอสูร ทำให้ตนนึกถึงตอนที่ไอมารครอบงำนางขึ้นมาทันที

     "...อาเหมย เจ้าลุกไหวหรือไม่?"
    
     "ฮ ฮึก ไหวเจ้าค่ะ" เหม่ยเหมยเช็ดน้ำตาแล้วพยักหน้า จิ่งอี๋กัดฟันก่อนจะพยุงตัวเหม่ยเหมยให้ลุกขึ้น เด็กสาวมองอีกฝ่ายด้วยความไม่เข้าใจ

     "ฟูหยางถูกกล่าวหาว่าช่วยเหลือปีศาจ และตอนนี้นางถูกตราหน้าว่าเป็นสาเหตุทำร้ายเจ้า" เหม่ยเหมยหน้าซีดส่ายหน้าระรัว ริมฝีปากแห้งผากขยับเงอะงะ

     "ในเมื่อเจ้าฟื้นแล้ว อาเหมยข้าขอร้อง...ล้างมลทินให้ฟูหยาง และพวกปีศาจเหล่านั้นด้วย"

     "...เจ้าค่ะ ข้าจะทำ!!" ทั้งสองพยักหน้าก่อนที่จิ่งอี๋จะแบกเหม่ยเหมยขึ้นบนหลังแล้วมุ่งหน้าไปยังเรือนกล้วยไม้ที่อยู่ของพวกผู้อาวุโส

     จื่อเจินที่รีบวิ่งมาหามองพวกเขาแล้วพูดด้วยสีหน้าแตกตื่น

     "พี่จิ่งอี๋?!"

     "จื่อเจิน เจ้ามาก็ดี...คุ้มกันอาเหมยด้วย" จิ่งอี๋ว่าโดยที่เขายังเดินต่อไป

     "เกิดอะไรขึ้น แล้วพวกพี่จะไปไหน"

     "..."







     "ไปฉีกหน้ากากแม่มด!"













เห่อๆ  ไม่มีไรมาก

เม้น-กัน-หน่อย!!


ความสุขของเตี้ย = การเห็นรีดเดอร์อินกับฟิค และเม้นมาให้อ่าน








ขอแค่นี้จริงๆ กราบล่ะค่ะ



รูปภาพที่เกี่ยวข้อง





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 225 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,619 ความคิดเห็น

  1. #1470 รากต้นโพธิ์ (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 22:31
    เนื่อเรื่องเข้มข้นมาก!
    #1,470
    0
  2. #1196 Ph4am (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 23:21
    ขออนุญาตไม่สุภาพแต่ต้องบอกเลยว่า
    ตอนหน้าฮูหยินจางแหกแน่
    #1,196
    1
    • #1196-1 Ph4am(จากตอนที่ 60)
      14 ธันวาคม 2562 / 23:22
      หน้าแหกสิ
      #1196-1
  3. #1195 Natacha_i-sen (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 15:49

    พระเอกกรู~มาตอนจบ...

    #1,195
    0
  4. #1194 Dailee (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 15:46

    สนุกมากกกกกกกกกกกกกกกกกก ชอบมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก รักเริ่องนี้มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ค้างมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก


    #1,194
    0
  5. #1193 polytome (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 14:33
    จะรออ่านค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #1,193
    0
  6. #1192 Olivia1112 (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 12:52
    ช่วงนี้แหละคือช่วงที่สนุกสุดๆ

    ชอบคำ"Eป้ามหาภัย
    #1,192
    0
  7. #1191 พรีม (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 11:59

    สู้นะคะ ฟูหยางต้องไม่ตายนะ

    #1,191
    0
  8. #1190 Reconcile -. (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 10:57
    เลท สะ โก ทู ดิ เฮล เลยน้ะป้า
    #1,190
    0
  9. #1189 554910140 (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 09:57
    ตอนฟูหยางถามผู้อาวุโสตระกูลหลาน
    ใครดีใครชั่ว ใครของใครดำ มีผิดเด้อออ

    ปล.นึกถึงเพลงเกราะกายสิทธิ์55555 ตอนช้าๆเศร้าๆอ่ะ
    #1,189
    0
  10. #1188 AD_NT (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 04:09

    แงๆไม่เอาน้าาอย่าตายนะฟูหยางงT^T ไรท์~รอน้าา สู้ๆนะค้าบเป็น✊📦💝ให้
    #1,188
    0
  11. #1187 chyanin (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 03:09
    โก ทู เฮล นะอีป้ามหาภัย สวัสดี
    #1,187
    0
  12. #1186 Aimi soulsaver (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 02:17
    Eป้า!!! โดนแน่!!! 55555สะใจมากค่าแต่น้องหยางต้องไม่ตายน้าาา
    #1,186
    0
  13. #1185 Artidtaya (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 01:40

    ฮือไม่นะะะะ
    #1,185
    0
  14. #1184 NaomiSama (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 00:28
    วอทเดอะ โก ทู เฮล Eป้ามหาภัย!? 555555555555 ไม่ไหวแล้วววว55555555
    #1,184
    0
  15. #1183 plmoknp (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 00:24

    น้องหยางๆต้องไม่ตายต้องนอดอยู่แล้ว(รึป่าวนะ)รออยู่นะคะสู้ๆจ้าาาา
    #1,183
    0