[ปรมาจารย์ลัทธิมาร] พันธวิญญาณข้ามภพ (OC)

ตอนที่ 59 : ตอนที่ 57 ไล่ล่า (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,125
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 300 ครั้ง
    8 ธ.ค. 62


    


     ซือจุยมาถึงยังเรือนวิเวก เขารีบเข้าไปทันทีก่อนจะเห็นร่างของชายหนุ่มสองคนโดยที่อีกคนหนึ่งนั้นนอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง ซือจุยตัวเย็นวาบตั้งแต่หัวจรดเท้าปรี่เข้าไปทรุดนั่ง สำรวจร่างกายของชายหนุ่มอาภรณ์สีดำด้วยความร้อนรนแล้วหันมามองอีกคน

     "ท่านหานกวง เกิดอะไรขึ้นขอรับ!"

     "...ถูกเหล็กแทง มันมีแรงอาฆาตมาก ชำระอย่างไรก็มิยอมบรรเทา" เด็กหนุ่มน้ำตาคลอคว้ามือของผู้อาวุโสเว่ยมากุมไว้ 

      เขาควรทำเช่นไรดี...กลัวเหลือเกิน กลัวคนบนเตียงนี้จะเป็นอะไรไป

     "ผู้อาวุโสเว่ย ลืมตาสิขอรับ อาเยวี่ยนของท่านมาหาแล้วหนา" ซือจุยเอ่ยเรียกเว่ยอู๋เซี่ยนเสียงสั่นเครือ มือเขย่าแขนของอีกฝ่ายเหมือนกับเด็กๆ

     "...ซือจุย เกิดอะไรขึ้นกับฟูหยาง?"

     "...ข ข้าเองก็ไม่เข้าใจขอรับท่านหานกวง พวกข้าเพิ่งกลับมาจากล่าภูติผีก็ตอนที่นางถูกจับไปขังแล้ว พวกเขาบอกว่านางปกป้องปีศาจ จนถูกท่านอาจารย์หลานสั่งโบยหนึ่งพันแส้ และขังนางไว้ครึ่งปี"

     "...แล้วเจ้าคิดอย่างไร? นางสมควรหรือไม่?" ซือจุยนั่งนิ่งคิดอยู่นานด้วยความลังเลก่อนจะส่ายหน้าจนผมสะบัด

     "ข้าเชื่อว่านางมีบางอย่าง แต่นางบอกมิได้ขอรับ" หลานวั่งจีพยักหน้าเข้าใจก่อนจะวานเขา

     "เรียกจิ่งอี๋มาพบข้าด้วย ข้าจะรออยู่ที่นี่"

     "ทราบแล้วขอรับ" เด็กหนุ่มพยักหน้าก่อนจะเดินออกไปจากเรือนวิเวก 

    
     วั่งจีหันมามองคนรักของตนด้วยความกังวล แต่อีกใจหนึ่งตนก็เป็นห่วงเด็กสาวที่กำลังต้องโทษอยู่ที่เรือนสำนึกตน...นางทำเหมือนกับเขาเมื่อนานมาแล้ว แต่นางใจเด็ดเดี่ยวกว่า และนางมิได้มีสายเลือดของคนสกุลหลาน นางมีอิสระมากกว่า และนางคือตระกูลหลิวที่เป็นเพียงตระกูลเดียว ที่ให้ความเท่าเทียมกับทุกสรรพสิ่ง



     ก๊อกๆๆ!

     "ท่านหานกวง ซือจุยพาจิ่งอี๋มาแล้วขอรับ" เสียงของซือจุยดังขึ้นที่หน้าประตูตนจึงขานรับ

     "ให้เข้ามาได้" 


      เด็กหนุ่มทั้งสองเดินเข้ามาภายในห้อง โดยที่หลานวั่งจียังคงนั่งข้างเตียงใกล้ชิดกับเว่ยอู๋เซี่ยนไม่ขยับไปไหน จิ่งอี๋ประสานมือโค้งคำนับอย่างนอบน้อม

     "จิ่งอี๋"

     "ขอรับท่านหานกวง"

     "เจ้ารู้เรื่องของฟูหยางแล้วใช่หรือไม่?" จิ่งอี๋นิ่งงันไปก่อนจะพยักหน้ารับแต่ก็ยังคงเงียบ จนผิดวิสัยของเขา

     "เจ้าคิดว่าอย่างไร? เจ้าเชื่อพวกเขาหรือไม่"

     "...ขอรับ ข้าเชื่อว่านางปกป้องปีศาจ แต่ข้าเชื่ออีกว่า ปีศาจที่นางปกป้องนั้นคือผู้บริสุทธิ์" อีกสองคนที่ตั้งใจฟังเขาถึงกับนิ่งไป คิ้วของซือจุยขมวดด้วยความสงสัย

     "เจ้าหมายความว่าอย่างไร จิ่งอี๋? เจ้าจะบอกว่าปีศาจพวกนั้นมิได้ทำร้ายแม่นางจากอย่างนั้นหรือ?" จิ่งอี๋หันไปมองซือจุยและพยักหน้า ก่อนจะหันไปมองผู้อาวุโส

     "ฟูหยางมิใช่คนที่จะต้องการเป็นศัตรูกับใคร...เจ้าก็เคยเห็นนี่ซือจุย ว่าเหตุใดนางถึงตวาดใส่พวกตระกูลอื่นตอนงานชุมนุม เพราะคนพวกนั้นทำร้ายพวกปีศาจนั่นก่อน ครั้งนี้ก็เช่นกัน"

     "เจ้าหมายความว่า...มีคนตั้งใจจะสังหารแม่นางจาง และโยนความผิดให้กับปีศาจเช่นนั้นหรือ?!" จิ่งอี๋พยักหน้ามั่นใจอย่างมาก กับคำคาดเดาของซือจุย

     "ใช่ และพลังที่ทำร้ายแม่นางจางก็เป็นพลังมารเช่นกัน แต่เจ้าจำได้หรือไม่ตอนที่ฟูหยางนางตวาดด่าพวกศิาย์หญิงตระกุลอื่น และปกป้องสัตว์เจ้าที่" ซือจุยนั่งนึกก่อนจะพยักหน้า

     "อืม ข้าจำได้ นางโกรธเป็นฟืนไฟเพราะพวกเขาทำร้ายสัตว์ในป่าแห่งนั้น และเอ่ยขอโทษอสูรเจ้าที่...แต่เจ้าพูดทำไม?"

     "...มีบางอย่างที่ไม่ถูกต้อง และฟูหยางก็กำลังจะกลายเป็นแพะ ตอนนี้นางถูกลงโทษและถูกยึดของสองสิ่งไป มันอาจจะเป็นของวิเศษแน่ๆ"

     "นี่เจ้า...คิดจะช่วยนางหรือ?!" จิ่งอี๋หันไปมองซือจุยแล้วพยักหน้ามองเขาด้วยแววตาแน่วแน่

     "จิ่งอี๋ หากท่านอาทราบ...เจ้าจะต้องถูกลงโทษ เจ้ารู้ใช่หรือไม่?"

     "เรียนท่านหานกวง จิ่งอี๋ผู้นี้ทำผิดกฏเป็นประจำอยู่แล้ว...หากเป็นเมื่อก่อนข้าทำไปเพราะว่าข้าซุกซนและใจร้อน " จิ่งอี๋หันไปสบมองดวงตาสีทองของหานกวงจวินด้วยความแน่วแน่

     "..."

     "แต่ครั้งนี้ข้ามิได้ผิดกฏข้อใดทั้งสิ้น และข้าจะล้างมลทินให้นางรวมถึงปีศาจที่นางปกป้องอยู่...ซือจุย ข้าปิดหูปิดตามามากพอแล้ว และข้าจะทำให้ทุกอย่างแย่ลงกว่านี้ไม่ได้"

     "..."

     "ข้าเชื่อใจฟูหยาง เพราะสำหรับข้า...นางมิใช่มาร มิใช่เลย"


     













     เวลาล่วงเลยผ่านไป 


    ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงคนเปิดประตูกรงพร้อมกับถาดอาหารเอามาให้ จึงค่อยๆยันร่างกายบอบช้ำอ่อนแรงของตัวเองลงจากเตียงแล้วนั่งพิงผนัง
   

     ชุดสำรับอาหารอย่างดีถูกนำมาวางบนโต๊ะเตี้ย ฉันหยิบช้อนแล้วค่อยๆตักกินอย่างไม่รีบเร่งจนกระทั่งของในถ้วยหมดชาม ตามด้วยยาหนึ่งถ้วย ฉันฝืนกินเข้าไปจนหมดแล้วคืนให้ 
 
     "ถอดเสื้อสิ ฟูหยาง...จะได้ทำแผล" ศิษย์หญิงว่าก่อนจะลากถังน้ำ ผ้าขนหนู และชุดยาทามาวางข้างๆ ฉันนั่งนิ่งแล้วส่ายหน้า

     "ไม่ต้องหรอก"

     "แต่แผลเจ้าร้ายแรงมาก ต้องหมั่นเปลี่ยนผ้าพันแผลสามครั้งต่อวันนะ" ฉันส่ายหน้าแล้วขยับล้มตัวลงนอนอย่างหมดอาลัยตายอยาก

     "ข้าอยากอยู่คนเดียว...เจ้าออกไปเถอะ"

     "ฟูหยาง เจ้าอย่าดื้อสิ ท่าอาจารย์หลานสั่งข้ามาข้าก็ต้องทำให้ถึงที่สุด"

     "..."

     "ท่านอาจารย์หลานเป็นห่วงเจ้า แล้วก็เจ็บปวดไม่แพ้เจ้าหรอก เจ้ารู้ไหมว่าตั้งแต่เจ้าเข้ามา ท่านอาจารย์หลานท่านก็เห็นเจ้าเป็นเหมือนกับคนสกุลหลานเลยนะ ท่านอาจารย์---"

     ฉันผุดลุกขึ้นนั่งตวัดตามองแล้วแย้งกลับอย่างทนไม่ไหว

     "อาจารย์ๆๆๆ! ข้าได้ยินคำนี้จนเบื่อแล้ว...เจ้ามิต้องแก้ต่างหรอก ข้าทำผิดกฏสกุลจริง ตอนนี้ถึงข้าพ้นโทษไปก็คงถูกพวกผู้อาวุโสตราหน้าข้าว่าเป็นพวกเดียวกับมารอยู่ดี!"

     "ฟูหยาง เจ้าโกรธมากเลยหรือ?"

     "ใช่ โกรธ...และข้าโกรธมากที่พวกเขาไม่ฟังอะไรเลย ไม่ฟังว่าเรื่องราวทั้งหมดมันเป็นเช่นไร...พวกเจ้าคิดว่าพวกมารพวกปีศาจมันชั่วช้าเลวทรามหมดเลยหรือ!?" 

     "ฟูหยาง...เจ้าใจเย็นๆก่อนเถอะ"

     "...เย็นจนจะเป็นน้ำแข็งอยู่แล้ว แต่ทุกอย่างมันก็ยังคงเดิม! พวกเขาไม่คิดจะแก้ไขปัญหาแล้วตั้งแต่ต้น บางทีพวกเขาไม่คิดจะปล่อยข้าไปแต่แรก คิดจะใช้ข้าเป็นเครื่องมือเพื่อเรียกพวกปีศาจออกมาล่ะสิ!"

     "มิใช่เช่นนั้นนะ ฟูหยาง...ฟูหยาง เจ้าจะไปไหนน่ะ เจ้ายังขยับตัวไม่ได้นะ!" ศิษย์หญิงรีบจับบ่าของฉันไว้เมื่อฉันทำท่าจะลุกขึ้นจากเตียง

     "ปล่อยข้า! พวกเขาคิดจะปิดหูปิดตาข้าไปอีกนานแค่ไหนกัน...ขนาดเรื่องที่ท่านหานกวงกับพี่เว่ยกลับมาบาดเจ็บสาหัสยังไม่มีใครคิดจะบอกข้าสักคน! หลีกทางไป ข้าไม่อยากทำร้ายเจ้า"

     "ฟูหยาง เจ้าสงบจิตไว้ก่อน...ตอนนี้ธาตุไฟกำลังจะครอบงำเจ้าอยู่นะ ใจเย็นๆเถอะ" หล่อนว่าพลางเอาน้ำเย็นเข้าลูบ

     เห็นได้ชัดว่าพวกเซียนนั่นไม่ไว้ใจฉันอีกต่อไปแล้ว แต่เราจะมัวแต่มานอนแบบนี้ไม่ได้....วันแห่งการชำระใกล้มาถึงแล้ว 

     "ข้าบอกให้---"



     ตูมมมมมมมมมมมมมมม!!!!



     เสียงจากด้านบนของเรือนสำนึกตนทำให้พวกเราชะงักแล้วหันไปตามเสียงดังสนั่นจนเพดานหินร่วงกราวลง ศิษย์ชายที่เผ้าประตูรีบวิ่งออกไป โดยที่ศิษย์หญิงวิ่งออกจากห้องตามไป แต่ก็ไม่ลืมกำชับฉันทิ้งท้าย

     "เจ้าอยู่ในนี้ อย่าออกไปไหนนะ!"

    
      ภายในห้องเงียบลงอีกครั้ง แต่อารมณ์โกรธยังคงไม่มอดดับลงง่ายๆเหมือนถ่านที่ถูกน้ำราด แต่กลับกันคำพูดปลอบโยนของนางที่พูดใส่ฉัน มันไม่ต่างอะไรกับน้ำมันเลยแม้แต่นิดเดียว

      กูซู ไม่ใช่ที่ของฉันอีกแล้ว...เราต้องออกไปจากที่นี่


      ทันทีที่ขาย่อนลงพื้นแล้วจะหยัดตัวลุกขึ้นยืน ขาของฉันมันกลับไร้เรี่ยวแรงเหมือนคนเป็นโรคกล้ามเนื้อฝ่อ มันลีบและชาไม่น้อยเลยเหมือนกัน ถึงจะขยับได้แต่มันไม่มีแรงจะหยัดร่างขึ้นได้

     แกร๊งๆๆ!!

     แถมยังติดไอ้โซ่บ้านี่อีก!

     ฟิ้วววววววววววว ฟุดฟิดๆๆ

     "แหวะ! กลิ่นอะไรวะเนี่ย!" กลิ่นบางอย่างลอยมาจากข้าบนทำให้ฉันต้องรีบยกมืออุดจมูกตัวเอง จนแทบอ้วกน้ำตาคลอกับกลิ่นเหมือนปานศพคนตายที่น้ำหนองใกล้แตก

      ตุบๆๆ!

     "....?" ฉันนั่งนิ่งเมื่อได้ยินเสียงบางอย่างตกลงกับพื้น ไม่นานนักประตูก็เปิดออก ร่างของคนสองคนในชุดคลุมสีดำแต่หนึ่งในนั้นมีจุดสีแดงบนหน้าผากทำให้ลอบยิ้มดีใจ

     "อินอิ๋ง? เอี๋ยงอา?"

     "ฟูหยาง!....เขาทำกับเจ้าถึงเพียงนี้เลยหรือ!" ทั้งสองรีบรุดมาดูฉันแล้วเหลือบเห็นโซ่เส้นหนา เหลียงซาโกรธจนแทบเลือดขึ้นหน้าก่อนจะใช้กรงเล็บพิษรีดพิษออกมากัดกร่อนเหล็กเซียนให้ละลายจนหลุด

     "...พลังเจ้าอ่อนมาก ฟูหยางขี่หลังข้าเร็ว!" ฉันพยักหน้าก่อนจะกัดฟันขยับร่างขึ้นขี่หลังของเหลียงซา

     ฉันปรับลมหายใจขณะที่มองตามข้างทางที่มีศิษย์สกุลหลานนอนอยู่

     "พวกเขาไม่ตายแน่นะ?"

     "...นายของข้ามิชอบให้ข้าสังหารใครนี่" เหลียงซาพูดเหมือนลอยๆ จนฉันอดยิ้มไม่ได้ 




      ตึกๆๆๆ!!

      "บ้าจริง! พวกคนสกุลหลานคงล้อมไว้หมดแล้ว..." เหลียงซาสบถกระชับตัวฉันที่อยู่บนหลังไว้ เมื่อมองผ่านม่านควันไฟไปก็เห็นชุดขาวล้อมรอบเรือนนี้ไว้แล้ว

     "แฮ่กๆ....เหลียงซา จินหลิง"

     "อะไรฟูหยาง?" 

     "แถวนี้ มีแรงอาฆาตหน่อยไหม...สักนิดก็ยังดี" จินหลิงนิ่งไปก่อนจะหันซ้ายขวาแล้วหยิบถุงเฉียนคุนที่อยู่กับศิษย์คนหนึ่งมาให้

     "พอได้ไหม?" ฉันพยักหน้าก่อนจะรับมาแล้วเปิดปากถุงออก กลุ่มควันลอยเคว้งในอากาศสดำทมึน ด้วยความตะหนก

     "ฟูหยาง เจ้าคิดจะทำอะไร!"

     "..."

     "เจ้าจะให้มันครอบงำจิตใจเจ้าหรือ!" 
    
     "เปล่า..."

     "แล้วเจ้าเปิดถุงเฉียนคุนที่มีแรงอาฆาตด้วยเหตุใด!?"

     "..."

     "..."

     "ข้าหิวน่ะ ขอกินเจ้าพวกนี้รองท้องหน่อยก็แล้วกัน" ฉันว่าก่อนจะยื่นมืออกไแล้วกางมือ ริมฝีปากเผยอแล้วสูดลมเข้ามาพร้อมกับดูดแรงอาฆาตที่ลอยเคว้งในอากาศเข้ามาในปากจนหมด











     ศิษย์สกุลหลานนับยี่สิบคนล้อมเรือนสำนึกตนไว้ บางส่วนช่วยกันดับไฟที่กำลังลุกลามแต่เมื่อรู้ว่าใครเป้นผู้วางเพลิง ทุกคนต่างหยุดนิ่งและชักกระบี่ออกมาตั้งท่า เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า

     ตึกๆๆ!

     "ฟูหยาง!...คุณชายจิน!" ทุกคนต่างตกตะลึงเมื่อเห็นฉันเดินออกมา โดนที่มีกริซเล่มหนึ่งจ่อที่ลำคอของจินหลิงเอาไว้

     "ถอยออกไป! ไม่อย่างนั้น ปลายกริซเล่มนี้อาจจะพลาดเฉือนตัดเส้นเลือดใหญ่ของคุณชายจินผู้นี้แน่"

     "ฟูหยาง! แต่เขาเป็นสหายของเจ้านะ!" จื่อเจินที่รีบวิ่งมาดูเอ่ยห้ามทันที ฉันยกยิ้มแสยะแล้วทาบกริซวาววับที่แอ่งชีพจร

      จินหลิงแทบสติแตกที่ก็ยังกัดฟันทน ดวงตาของเขาเห็นได้ชัดเลยว่ามันหวาดเสียวแค่ไหน...

     "เพื่อนหรือ?...เหอะ! โกหก! พวกเจ้าบอกว่าข้าเป็นมารนี่! พวกเจ้านับมารเช่นข้าเป็นเพื่อนด้วยหรือ?"

     "ฟูหยาง เจ้าใจเย็นๆก่อน อย่าเพิ่งระเบิดโทสะเลย....หยุดเถอะ ข้าจะช่วยพูดกับผู้อาวุโสหลานให้" จื่อเจินขยับเข้ามาใกล้ แต่พวกเรารู้ทันเลยถอยหลังไปทางป่าอย่างช้าๆโโยที่พวกเขาไม่รู้ตัว

     "คุย? ข้าไม่มีอะไรจะคุยกับพวกเขาอีกแล้ว พวกเราเป็นเพียงผู้น้อย...เขาจะหาว่าเจ้าต่อปากต่อคำเสียเปล่าๆ อย่าไปพูดอันใดให้เปลืองน้ำลายเลย!"

     "ฟูหยาง! เจ้าพูดจาเหยียดหยามผู้อาวุโสเช่นนั้นได้อย่างไร! หากผู้อาวุโสได้ยินเข้า ไม่พ้นต้องขับเจ้าออกจากสกุลนะ"

     "แล้วอย่างไร? คิดว่าพูดเช่นนั้นแล้วข้าจะกลัวหรือ เปล่าเลย... พวกเขาตบหัวลูบหลังข้าครั้งนี้มันทำให้ข้าเข้าใจ ศักดิ์ศรีของข้ามันอยู่ใต้ฝ่าเท้าของพวกผู้อาวุโสพวกนั้นอยู่แล้ว!!" ฉันส่ายหน้าแล้วอยากจะขำเสียงให้ลั่น

     "..."

     "ฝากไปบอกผู้อาวุโสหลานทุกท่านด้วย อยากจะทำอันใดก็เชิญตามสบาย! อยากขับไล่ข้านักก็เอาเลย! เพราะข้าไม่จำเป็นที่จะต้องหลบซ่อนตัวอีกแล้ว!!"

     "อย่า ฟูหยาง ได้โปรด...ระงับโทสะก่อนเถอะ เจ้ากำลังเสียสติ"

     "ไม่ต้องมาไล่ข้า! เพราะข้าไปเอง!"








====== 50% ======





     คำขาดที่เปล่งออกไป ทำให้ทุกคนต่างหน้าถอดสีไปตามๆกัน...แต่แล้วยังไง! ในเมื่อตอนนี้ฉันไม่สนที่จะมีที่ของฉันหรือไม่ในกูซูอีกแล้ว จนกระทั่งเราเดินถอยมาจนถึงป่า ที่อีกด้านหนึ่งเป็นผา และเราจะหนีออกไปได้

     "เหลียงซา เจ้าไปก่อนเถอะ ข้าไม่เป็นไร..." เหลียงซาเหลือบมองฉันก่อนจะพยักหน้าแล้วกระโดดเข้าไปในป่า 

     ตึกๆๆ!

     "ฟูหยาง ปล่อยจินหลิงเถอะ" เสียงของซือจุยดังขึ้น นั่นทำให้ฉันแทบจะทำมีดหลุดมือแต่โชคยังดีที่จินหลิงช่วยฉันคุมสติไว้ได้

     "...ไม่"

     "ฟูหยาง เจ้าโกรธแค้นอะไรก็มาลงกับพวกข้า...จินหลิงเป็นเพื่อนที่เจ้าสนิทมากที่สุดนะ อย่าทำร้ายเขาเลย" ซือจุยว่าด้วยความร้อนรนและกระวนกระวายใจไม่น้อย 

     แววตาของเขามันเต็มไปด้วยคำเว้าวอนขอจนคิดได้ว่า ถ้าฉันสั่งให้เขาก้มกราบเท้าฉันเขาก็คงยอมแน่...สงสัยคงจะห่วงจินหลิงได้รับบาดเจ็บแน่

     "..."

     "ฟูหยาง เอาตัวข้าไปแทนเถอะ ปล่อยจินหลิงมา...อย่าทำร้ายเขาเลย" เท้าที่ก้าวขยับเข้ามาทำให้ฉันต้องยกกริซขึ้นขู่

     "พี่หยุดก้าวเท้าเข้ามาก่อน หรืออยากเห็นจินหลิงมีสีแดงอาบลำคอเล่า?" ซือจุยชะงักไปในทันที และไม่ขยับอีกจากตรงนั้น 

     ไม่ต้องกลัวหรอกน่า เจ้าหัวผักกาด...เพราะยังไงซะฉันก็จะคืนให้อยู่แล้ว

     "จินหลิง ขอบใจเจ้ามากนะที่ถ่วงเวลาให้" ฉันก้มลงกระซิบข้างหูจินหลิง เข้าถึงกับหันขวับมามองฉันด้วยความตกใจ

     "เจ้าหมายความว่าอย่างไร! คิดจะทำอะไรของเจ้าน่ะ!"

     "ส่งข้าแค่นี้ก็พอ ขอโทษนะ" 

     "เจ้าจะทำอะไรน่ะ! อย่านะ!" จินหลิงร้องลั่นเมื่อฉันปล่อยตัวเขาแล้วแทงเฉียดแขนของอีกฝ่ายก่อนจะยกเท้าถีบหลังอย่างแรงจนซือจุยต้องรีบโผเข้ามารับ

      ฉึบ! พลั่ก!!

     "ฟูหยาง เจ้าอย่าทำอะไรบ้าๆนะ!"
    
     "ลาก่อนนะ ดีใจที่ได้เป็นเพื่อนกับเจ้า" ฉันว่าก่อนจะรีบหมุนตัววิ่งเข้าป่าไป เสียงตะโกนร้องเรียกชื่อฉันของจินหลิงดังขึ้น มันเคล้าเสียงสะอื้นของอีกฝ่ายจนอดยิ้มเศร้าไม่ได้


      เอาล่ะ มาเล่นไล่จับกันดีกว่า...









      

     "ตามนางไปเร็วเข้า!!" ศิษย์สกุลหลานห้าถึงหกคนวิ่งตามร่างบางเข้าไปในป่า บางส่วนเหาะกระบี่ขึ้นฟ้าไป

    ซือจุยที่รับตัวจินหลิงไว้ รีบรั้งอีกฝ่ายที่กำลังจะพุ่งเข้าไปในป่าตามคนอื่น จินหลิงเริ่มร้องไห้เรียกชื่อเด็กสาวไม่ยอมหยุด จนอีกฝ่ายหมดแรงแล้วเริ่มร้องไห้อย่างคนสิ้นหวัง 

     "ฮึก ฮือออ เจ้าโกหกข้า!! เจ้ามันคน..ฮึก คน...ฮึก ฮือออ" ซือจุยเริ่มทำตัวไม่ถูกจึงได้แต่ลูบแผ่นหลังปลอบอีกฝ่าย แต่จินหลิงกลับเงยหน้าที่อาบน้ำตามองตนแล้วเอนซบอย่างหมดแรง

     "คุณชายจิน...พูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร?"

     "แผนที่ข้าคิดไว้ ไม่ใช่แบบนี้...นางโกหกข้า"

     "แผน? คุณชายจิน...มองข้าแล้วใจเย็นๆก่อน" ซือจุยจับใบหน้าเนียนของอีกฝ่ายอย่างเบามือ นิ้วโป้งเกลี่ยคราบน้ำตาที่อาบแก้มของอีกฝ่าย จินหลิงยังคงสะอื้น แต่ก็พยักหน้าก่อนจะเปิดเปลือกตาสบมองอีกฝ่าย

     "..."

     "อาหลิง...เจ้าบอกว่าแผน หมายความว่าอย่างไร?" จินหลิงนิ่งไปก่อนจะหันไปมองในป่า แล้วหันกลับมามองซือจุยแต่ในใจของเขาก็ได้แต่ลังเล ว่าจะบอกหรือไม่บอกดี


     ฟูหยาง ข้าขอโทษ...แต่เจ้าก็โกหกข้าก่อนนะ



     "แผนที่จับข้าเป็นตัวประกัน...ข้าเป็นคนต้นคิดเอง"

    "!!"

    "ซือจุย ข้าต้องไปหาท่านน้า! ถ้าหากไม่รีบไป ฟูหยางต้องไปตายคนเดียวแน่ๆ!"













     หลานวั่งจีที่นั่งเฝ้าคนรักอยู่ข้างเตียงไม่ยอมไปไหนได้แต่กังวล จนกระทั่งได้ยินเสียงบางอย่างดังขึ้นที่หน้าต่างที่มุมอ่านหนังสือ มือหนากระชับกระบี่ไว้แน่นก่อนจะเดินไปยังต้นเสียง แต่อีกฝ่ายก็โผล่มาหลังฉากกั้นเสียก่อน ทำให้ตนแปลกใจไม่น้อย

     "ฟูหยาง...เจ้ามาได้อย่างไร?" ฉันยิ้มแล้วคำนับทักทายแม้เนื้อตัวฉันมันดูแทบไม่ได้ก็ตาม

     "ให้พวกภูติช่วยบังตามาเจ้าค่ะ...ท่านหานกวง พี่เว่ยล่ะ?" ร่างสูงเหมือนรู้สึกตัวก่อนจะรีบพาฉันเดินมายังเตียง 

     ตึก!

     "พี่เว่ย..." ฉันชะงักเมื่อเห็นร่างของเว่ยอิงนอนไม่ได้สติ ดูภายนอกเหมือนคนไร้วิญญาณบางอย่างที่ปักบนไหปลาร้าและผิวบางส่วนที่คล้ำซีดลงไปถนัดตา

     "...แรงอาฆาตเช่นนี้ไม่เคยพบมาก่อน ฟูหยาง ข้าขอร้องเจ้า" พอหันไปมองวั่งจีเขากลับทรุดลงคุกเข่าจนฉันเหวอ แล้วรีบรับมือที่ประสานจะก้มลงให้ฉันแล้ว

     ฟึ่บ!

     "...ฉันช่วยแน่ค่ะ พี่หลานจ้าน ฉันมาที่นี่เพราะเรื่องนี้" เขาเงยหน้ามองฉันเรียบนิ่ง แต่แววตาของเขามันกลับเต็มไปด้วยความหวัง 

    มือฉันปล่อยมือของอีกฝ่ายก่อนจะหมุนตัวมานั่งข้างเตียง มือข้างหนึ่งจับมือของเว่ยอิงไว้ อีกข้างก็เอาอังกับแผลที่ถูกหอกสีดำแทง...ฉันหลับตาก่อนจะสูดลมหายใจทางปาก ไอมารทั้งหลายเริ่มออกมาแล้วพุ่งเข้าปากฉันจนแทบไม่เหลือครอบคลุมในห้อง ก่อนจะกำหอกนั่นแล้วบีบจนแหลกคามือ ก่อนที่มันจะสลายไปกับลม

    ฟิ้ววว

     "..อ อึ่ก!" หลานจ้านถอนหายใจโล่งอก แล้วปรี่มาที่หัวเตียงมือใหญ่ลูบเรือนผมของคนรักอย่างทะนุถนอมแล้วหันมาบอกฉัน

     "ขอบใจเจ้ามาก"

     "...เรื่องเล็กน้อยค่ะ พี่รองหลาน ฉันมีเรื่องอยากจะขอร้อง"

     "ได้สิ เจ้าว่ามา..."

     "..."

     "ช่วยเล่นฉิน ทำนองวิญญาณโกลาหลให้ฉันได้ไหมคะ?" ร่างสูงนิ่งไป แววตาของเขามันสื่อได้ถึงความไม่พอใจนิดๆกับคำขอของฉัน

     "ฟูหยาง เจ้าคิดจะทำอันใด?"

     "เวลาที่ฉันจะต้องเสียสละใกล้มาถึงแล้ว แต่ตอนนี้ไอมารและแรงอาฆาตในร่างกายของฉันยังมีไม่มากพอ...และฉันอยากได้บทเพลงนี้กระตุ้นธาตุไฟในตัวฉันให้พร้อมอยู่ตลอดเวลา"

     "พลังมารทำลายร่างกาย ยิ่งกว่านั้นทำลายจิต...เจ้าควบคุมมันไม่ได้"

     "ฉันไม่ได้จะควบคุมหรอกค่ะ แต่ฉันต้องการจะปลดปล่อยพลังพวกนี้...พี่เว่ยพูดถูก บางครั้งการที่เราใช้แรงอาฆาตให้เป้นประโยชน์ มันไม่ใช่เรื่องผิด"

     "...." หลานวั่งจีกัดริมฝีปากล่าง ก่อนจะเดินไปยังที่มุมอ่านหนังสือแล้วเริ่มดีดฉินให้ฟัง ฉันนั่งนิ่งเงยหน้ามองออกไปยังด้านนอกที่ตะวันเริ่มคล้อยลงในตอนเย็น





     เวลาผ่านไป 



     "เจ้าตัดสินใจดีแล้วหรือ ฟูหยาง?" วั่งจีเอ่ยถามอีกครั้งขณะที่เขามาส่งฉันตรงลานระเบียง ฉันพยักหน้าก่อนจะบิดตัวไปมาเพราะไม่ค่อยเจ็บที่หลังแล้ว

     สงสัยพลังมารจากหอกนั่นจะช่วยรักษาแผลด้วยแฮะ...

     "ค่ะ ขอบคุณที่ดูแลฉันมาตลอดนะคะ...อาเตี่ย อาเหนียง" ฉันประสานมือแล้วโค้งคำนับให้เขา อีกฝ่ายยกมือขึ้นวางบนกลุ่มผมของฉันแล้วลูบมันด้วยความเอ็นดู

     "ถนอมตนเองด้วย อาหยาง..."

     "พี่เว่ย พี่รองหลาน...ฟูหยางคนนี้ขอลาเจ้าค่ะ"
    













     ตึกๆๆ!! ฟุ่บๆๆ!


     "จับตัวนางให้ได้!!" เสียงวิ่งไล่หลังมาจนฉันต้องรีบกระโดดบนต้นไม้ และวิ่งไปยังทางที่เป็นผาสูง ด้านบนก็มีพวกคนยังเหาะกระบี่อยู่ด้านบนด้วย

     ตุบ! ตึกๆๆ!

     ฉันวิ่งไปตรงทางที่วิ่งลำบากโดยที่ไม่กลัวว่ากิ่งไม้จะเกี่ยวชุด แต่ในตอนนั้นก็มีร่างของคนๆหนึ่งวิ่งมาดักหน้าจนฉันต้องชะงักเท้าไว้ และยิ่งตกใจมากกว่าเดิมเมื่อคนๆนั้น คือคนที่ฉันไม่อยากให้เจอมากที่สุด

     "...พี่จิ่งอี๋"

     "..."

     "ถอยไป ข้าไม่อยากทำร้ายพี่..." จิ่งอี๋ยืนนิ่งก่อนจะหยิบบางอย่างออกจากเสื้อ ก่อนจะโยนมาให้ฉันจึงรีบรับเอาไว้

     หมับ!

     "เอ๊ะ? ทำไม..." ฉันอึ้งเมื่อเห็นของในมือ มือเท้าฉันเย็นไปหมดแต่ไม่ทันที่จะได้เงยหน้ามอง ร่างสูงของเด็กหนุ่มก็ปรี่เข้ามารวบตัวฉันแล้วปิดปากไว้แน่น

     หมับ!

     "อ อื้อ!!"

     "ชู่ว! เงียบๆ!" จิ่งอี๋พูดเสียงแข้งก่อนจะล็อคตัวฉันไว้แน่น เสียงฝีเท้าที่วิ่งเข้ามาทำให้ฉันต้องทำตัวให้นิ่งที่สุดแล้วหลับตาภาวนาให้พวกนั้นผ่านไปเร็วๆ

     ตึกๆๆๆ

     "....พวกเขาไปแล้ว"

     "พี่ช่วยข้าทำไม? แล้วที่พี่ทำเช่นนี้ต้องการจะบอกอะไรกันแน่?" ฉันเอ่ยถามเสียงเรียบแล้วรีบลุกขึ้นถอยออกห่างจากเขา จิ่งอี๋ค่อยๆลุกขึ้นมองฉันแต่ไม่แสดงสีหน้าใดๆให้ฉันคาดเดาได้

     "..."

     "ก็ดี...ถ้าเช่นนั้นทำไมพี่ไม่ฆ่าข้าเลยล่ะ?"

     "..."

     "พี่เหยียบหัวข้า ไม่ไว้ใจ ไม่เชื่อใจข้าอยู่นี่...หากพี่ปล่อยข้าไป พี่คิดว่าข้าจะไม่ย้อนกลับมาทำลายตระกูลหลานทีหลังหรืออย่างไร?" ฉันเริ่มตัดพ้อ แต่จิ่งอี๋ก็ยังคงนิ่งเงียบและสาวเท้าเข้ามาใกล้

     การกระทำของเขาทำให้ฉันนึกกลัวขึ้นมาจนต้องถอยหลังหนี มือข้างหนึ่งยังกำของที่เขาโยนให้ฉันไว้ด้วยความเจ็บแปลบในใจ

     

     ถุงหอมที่ฉันเคยให้เขาไป...เขาคืนฉันมา



     "ข้าต่างหากที่ควรพูด เหตุใดเจ้าถึงโกหกข้า เหตุใดเจ้าถึงปิดบังข้า...เหตุใดเจ้าถึงไม่ไว้ใจ ไม่เชื่อใจข้า" คิ้วฉันขมวดเข้าหากันด้วยความไม่เข้าใจ

     "พี่พูดเช่นนั้นหมายความว่าอย่างไร? ข้าไม่เข้าใจ"

     "เจ้ารู้ดีแก่ใจ ที่ผ่านมาเจ้าอาจจะหลอกข้าได้ แต่นั่นเป็นเพราะข้าต้องการพิสูจน์ความจริง"

     "ความจริงอะไร? เหอะ อย่ามากล่าวหาข้าส่งเดชนะ!"

     "มาถึงขนาดนี้แล้ว ยังไม่ยอมรับความจริงอีกหรือขอรับ? แม่นางหลิว" คำเรียกของเขาทำให้ฉันถึงกับใจหล่นลงแกนโลก มันถึงขั้นที่ฉันแสดงออกชัดทางสีหน้าเลยทีเดียว

     "พ พี่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?"

     "มันไม่สำคัญหรอกว่าข้ารู้เมื่อใด เจ้าบอกว่าข้ามันใจโลเล...แล้วเหตุใดข้าถึงจูบเจ้าอย่างไม่ลังเลตอนนั้นแทนที่จะไปขอแม่นางจางก่อน" หน้าฉันเริ่มร้อนผ่าว แล้วริมปิดปากตัวเองถอยกรดหนีเขาที่เริ่มเข้ามาใกล้

     แต่คำพูดของเขา...มันทำให้ฉันกระจ่าง และไม่ต่างกับการถูกหลอกให้เป็นพวกโง่ที่ถูกตลบหลัง 

     "เจ้า และ แม่นางที่ช่วยข้า คือคนๆเดียวกัน....รวมถึงเจ้าเป็นคนของตระกูลหลิว ข้ารู้หมดแล้ว"

     "อะไรทำให้พี่ยืนยันว่าข้าคือนาง?"

     "...ข้าแน่ใจ ตั้งแต่งานเทศกาลลอยโคมที่อวิ๋นเมิ่งแล้ว และมันทำให้ข้ายิ่งแน่ใจเต็มร้อย"

     "..."

     "ก็ตอนที่ข้าจูบเจ้า..."

     "อะ..."

     "ว่าเจ้าคือคนที่ช่วยชีวิตข้าตอนนั้น...และขโมยจูบแรกของข้าไป" เขายกยิ้มละมุนให้มองฉันด้วยความดีใจ แต่ตรงกันข้ามกับฉันที่เหมือนยกภูเขาออกจากอก ได้แต่ยืนอึ้งน้ำตาคลออยู่อย่างนั้น

     "นี่---"

     "หนีไปเสียฟูหยาง อย่าให้พวกเขาจับได้...ทุกอย่างที่เจ้าปิดบังข้า ข้ารู้ทั้งหมดแล้ว"
    
     "เอ๊ะ?"

     "ข้าเชื่อแล้ว ว่าเจ้าไม่ใช่มาร" เขาว่าก่อนที่จะผลักฉันลงหน้าผา ทุกอย่างมันเร็วมากเพียงแค่เสี้ยววินาที มือของฉันพยายามไขว่คว้า ฉันเห็นเขายิ้มให้แล้วขยับปากพูดบางอย่างก่อนจะหันหลังกลับไป


      ตุบ! ฟิ้ววววว! แกว๊กกกกกก!!

      ฉันหล่นลงมาบนหลังของนกตัวใหญ่โดยที่มีเหลียงซาคอยรับไว้ เขาบอกให้ฉันนอนนิ่งๆก่อนจะพาไปรักษาที่ป่าเชตชายแดนของจินหลินไถ แต่ว่าตอนนี้ฉันเหนื่อยเต็มทนแล้ว

    "ฟูหยาง...เจ้าร้องไห้ทำไม?" แขนยกขึ้นปิดหน้าแล้วส่ายหน้าปฏิเสธ







    "อย่าถามน่า!"




















เห่อๆ  ไม่มีไรมาก

เม้น-กัน-หน่อย!!


ความสุขของเตี้ย = การเห็นรีดเดอร์อินกับฟิค และเม้นมาให้อ่าน








ขอแค่นี้จริงๆ กราบล่ะค่ะ



รูปภาพที่เกี่ยวข้อง





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 300 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,619 ความคิดเห็น

  1. #1618 คุโรคิคิ (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 17 เมษายน 2564 / 23:11
    อิหยังวะ คืนถุงหอมทำไม ย้อนแย้ง
    #1,618
    0
  2. #1592 icesupicha (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 14 มีนาคม 2564 / 23:20

    คือจะไปเอาถุงหอมคืนงี้หรอ

    #1,592
    0
  3. #1507 เพื่อนผักชี (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 11:37
    เหมือนจะดีแต่คืนถุงหอมทำไมอ่ะ สับสน...
    #1,507
    0
  4. #1182 ljoy (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2562 / 20:19

    รอนาาาาา
    #1,182
    0
  5. #1180 AD_NT (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 21:45

    แงงงง ไรท์มาต่อเร็วๆน้าา รอนะค้าบบ สู้ๆ
    #1,180
    0
  6. #1178 Olivia1112 (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 20:02
    โอยยยน้องหยางTOT
    #1,178
    0
  7. #1177 Dailee (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 10:40
    อัพต่อเถอะนะะะะะะะะะะะะะะ อัพเถอะ อัพเถอะ อัพเถอะะะะะะะะะะะ
    #1,177
    0
  8. #1176 นิยาย ขออ่านที (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 15:50
    กว่าจะรักกันน้ออิป้าาาาา
    #1,176
    0
  9. #1175 keaw_igot7 (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 15:51

    ใจเต้นตุ้บๆเลยตอนอ่าน ตื่นเต้นสุดๆเลยเจ้าค่ะ

    #1,175
    0
  10. #1174 lrvlenca (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 16:15

    ในที่สุดดดดดด ก็เข้าใจกันสักทีแง้งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
    #1,174
    0
  11. #1173 Nine1296 (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 10:37
    พาลใส่นกเฉยเลย
    #1,173
    0
  12. #1172 554910140 (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 10:36
    ฟูหยางสู้ๆนะ จิ่งอี๋ผู้มาทวงตำแหน่งพระเอกคืนแล้ววววว555555

    ปล.ตอนจิ่งอี๋ปิดปากอาหยางเหมือนจะเห็น แข้ง? มันคือ แข็ง แบบนี้ไหมคะ

    ปลล.ริมปิดปากของอาหยาง555555
    #1,172
    0
  13. #1171 chanagarn2002 (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 10:26

    อยากจะแหมถึงดาวพลูโต
    #1,171
    0
  14. #1170 0815367323 (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 09:09

    คอยเป็นกำลังใจเจ้า
    #1,170
    0
  15. #1169 Natacha_i-sen (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 08:11

    แย่งซีนพระรองอ่ะจิงอี๋

    #1,169
    0
  16. #1168 Artidtaya (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 08:00

    ค้างอ่ะ
    #1,168
    0
  17. #1166 chyanin (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 02:50
    น้องเตี้ย มันไม่อัพในรีดอะไรท์นะ
    #1,166
    0
  18. #1165 ratima4494 (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 01:46
    ฟูหยางร้องมั้ยไม่รู้แต่ชั้นร้องแล้ว
    #1,165
    1
    • #1165-1 pakphum126354(จากตอนที่ 59)
      8 ธันวาคม 2562 / 01:52
      เหมือนกันค่ะ;^;
      #1165-1
  19. #1164 pakphum126354 (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 22:44
    คือตอนเราอ่านอะ เราอ่านออกเสียงแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นคือ "ฮึก...."ใช่ค่ะ ดิฉันร้องไห้ตอนอ่าน ใส่อารมณ์ แบบกระแทกเสียง พร้อมกับเสียงสั่นๆเหมือนคนจะร้องไห้ แต่ก็ร้องไห้จริงๆ
    #1,164
    3
    • #1164-1 Phatusanime(จากตอนที่ 59)
      7 ธันวาคม 2562 / 23:10
      อุ่ย ใจเย็นๆนะคะ//ยื่นทิชชู่ให้
      #1164-1
  20. #1163 akazeyujin (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 16:39
    ชำระล้างสมองเก่าๆออกให้หมดไปเลย...ฮึ...ทำร้ายฟูหยางเยี่ยงนี้ข้าจะไม่ทน
    #1,163
    0
  21. #1162 lrvlenca (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 15:08

    อย่าทำน้องงงงงงงง ให้น้องไปดูแลพี่เว่ยก่อนนนน /ใจแหลกเป็นเม็ดทรายแล้วคุณไรท์
    #1,162
    0
  22. #1161 Aimi soulsaver (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 12:15
    ฟูหยางตบะแตกแล้วววว
    #1,161
    0
  23. #1160 NaomiSama (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 11:08
    ใจเย็นๆ ใจร่มๆ คุยกันได้แต่ถ้าไม่เดี๋ยวข้าไปตบกับพวกผู้อาวุโสเอง
    #1,160
    0
  24. #1159 Wilawan Chumwanid (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 08:46
    นางงอนแล้ว จิ่งอี่รีบมาง้อเร็ว
    #1,159
    0
  25. #1158 Reconcile -. (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 08:34
    ใจเย้นๆ ฟูหยางงง เสียวแทนจินหลิงมากตอนนี้555
    #1,158
    0