[ปรมาจารย์ลัทธิมาร] พันธวิญญาณข้ามภพ (OC)

ตอนที่ 58 : ตอนที่ 56 หลบหนี (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,069
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 278 ครั้ง
    7 ธ.ค. 62


    


      


     "ท ท่านหานกวง! ท่านกลับมาแล้ว!" พวกศิษย์ต่างรีบวิ่งมาหาทันทีที่ร่างสูงสง่าของคุณชายรองหลานควบตำแหน่งเซียนตูร่อนลงจากระบี่ ในอ้อมแขนนั้นยังอุ้มร่างโปร่งของปรมาจารย์อี๋หลิง มองพวกศิษย์ทั้งหลายเรียบนิ่งแต่ดวงตาฉายแววความร้อนรน 

     "ฟูหยางอยู่ที่ไหน" พวกศิษย์ต่างชะงักไปก่อนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

     "ค คือ...เรื่องนั้น"

     "...นางอยู่ที่ไหน?" หลานวั่งจีเอ่ยถามเสียงเข้มขึ้นจนพวกศิษย์สะดุ้งโพล่งตอบไปด้วยความขลาดกลัว

     "ฟ ฟูหยางอยู่เรือนสำนึกตนขอรับ!" 

     "นางทำอะไรผิด?" คิ้วโก่งเรียวขมวดมุ่นด้วยความไม่เข้าใจ พวกศิษย์มองหน้ากันพยักเพยิดเลี่ยงตอบคำถามจนกระทั่งเจอสายตาคาดคั้นของอีกฝ่ายจึงตอบไปในที่สุด

     "...ช ช่วยปีศาจหลบหนีขอรับ"













     "อ อือ...ซิ๊ดดดดด"

     เจ็บจนขยับไม่ได้ คือความรู้สึกหลังจากที่ลืมตาตื่นขึ้นมา ในสภาพนอนตะแคงเข้ากำแพงแค่หายใจเข้า ก็สะท้านไปทั้งสันหลังแล้ว ฉันกัดฟันนอนน้ำตาไหลอาบอย่างเงียบๆ ไม่อาจข่มตาหลับได้เมื่ออาการเจ็บแผลได้ ภาพของไม้แผ่นใหญ่ฟาดลงบนแผ่นหลังเสียงดังสนั่นพร้อมกับความเจ็บปวดที่แล่นลามจนอยากจะกรีดร้องก็เข้ามาหลอกหลอน


     "...เฮ้อ อูยๆ" ได้แต่ร้องครางไแม้แต่จะขยับปากเปล่งเสียงก็ยังยากเลย ดูท่าการลงโทษครั้งนี้จะหนักที่สุดในชีวิตนี้เลยล่ะมั้งเนี่ย



     แกร๊งงง!

     "หือ?...ชิ! ต้องล่ามอย่างนี้เลยรึไง" ฉันจิ๊ปากบ่นพึมพำเมื่อรู้สึกได้ถึงบางอย่างที่ถ่วงข้อเท้าเอาไว้ แต่พอลองขยับและฝังเสียงก็ต้องหงุดหงิด

     มีตรวนเหล็กล่ามข้อเท้าฉันเอาไว้...

     ฉันกัดฟันฝืนสังขารให้ลุกขึ้นนั่ง ภายในห้องที่ดูทึบและมืดถ้าไม่ได้คบเพลิงส่องสว่าง อีกทั้งยังเย็นยะเยือกนิดๆแต่ในนี้ก็มีเสื่อ โต๊ะ และเตียงพร้อมสรรพ ก้มลงมองข้อเท้าของตัวเองที่ถูกตรึงไว้ด้วยโซ่เส้นหนา และมีตรวนหุ้มข้อเท้าเอาไว้ด้วยหินหนักๆ ก่อนจะเงยหน้ามองไปยังปากประตูที่มีคนเฝ้ายามสองคนยืนอยู่ แต่ในตอนนั้นเสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นจังหวะรัวเร็ว

     "โอ้ มาเปลี่ยนเวรหรือ?" เขาว่ากันข้างนอกผ่านฉากกั้นบางๆ ตะเกียงถูกส่งต่อให้กัน

     "ท่านหานกวงกลับมาแล้ว แต่ดูท่าว่าจะแย่มากเลย" พวกเขาว่าด้วยน้ำเสียงกังวลทำให้ฉันหูผึ่ง!

     "เกิดอะไรขึ้น?"

     "ก็คุณชายเว่ย...ไม่สิ ผู้อาวุโสเว่ยบาดเจ็บหนักเลยจะทำแผลเล่นบทเพลงชำระจิตก็แล้ว แต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะฟื้น" คิ้วฉันขมวดความเจ็บปวกทั่วร่างหายไปสิ้น ความกังวลเข้ามาแทนจนลืมดูสภาพของตัวเอง

     "น นี่! เกิดอะไรขึ้นกับพี่เว่ย! ท่านหานกวงบาดเจ็บด้วยไหม?"

     "แต่ดูเหมือนพลังนั้นจะรุนแรงกว่าที่คาดเอาไว้มากโขเลย" ไอ้พวกนี้มันทำเป็นเมินฉันเหรอ?!

     "นี่! ฉันบอกว่า--"

     โครมมมมมมมมมม!!

     ทันทีที่ขาเหยียบขาฉันก็อ่อนยวบและล้มหน้าขะมำเสียงดังจนพวกเขาถึงกับเปิดประตู ตะเกียงส่องมาแล้วมองฉันด้วยความตกใจ ฉันกัดฟันเงยหน้าขึ้นจ้องมองพวกเขาเขม็งแล้วตะเบ็งเสียงถามอีกครั้ง

     "เกิดอะไรขึ้นกับพี่เว่ย! บอกข้ามาเดี๋ยวนี้นะ!!" พวกเขามองสบตากับก่อนจะถอนหายใจแล้วตอบ

     "ผู้อาวุโสเว่ยถูกบางอย่างเล่นงาน....แต่มันร้ายกาจมากถึงขั้นที่ว่าพลังมารนั้นสูงกว่าพลังของเขา" ฉันใจหล่นวูบ เมื่อนึกถึงภาพที่เขาถูกพลังมารเข้าครอบงำจิตใจ

     "ข ข้าจะไปช่วยเขา!"

     "ไม่ได้ ท่านอาจารย์สั่งห้ามไว้...ไม่ว่ากรณีใดๆเจ้าจะต้องถูกขังอยู่ในนี้"

     "พวกท่านจะล่ามข้า ใส่ตรวนก็ได้! แต่นั่นมันอันตรายถึงชีวิตเลยนะ ได้โปรดเถอะ พาข้าไปหาพี่เว่ยที" ฉันอ้อนวอนขอร้องพวกเขาด้วยสายตาเว้าวอน แต่พวกเขาเลือกที่จะเมินเฉยและพูดขึ้น

     "ขอโทษฟูหยาง...แต่หากข้าขัดคำสั่งท่านอาจารย์ เกรงว่าพวกข้าจะต้องถูกขับออกจากสกุลเป็นแน่"

     "ไม่นะ ขอร้องล่ะ! อึ่ก!" ฉันพยายามจะลุกขึ้นแต่ตรวนที่ลามตรึงกับกำแพงหินมันสุดแล้ว ดวงตามองด้วยความหมดหวัง สายโซ่ตึงขึงมือของฉันแตะอยู่ที่ขอบธรณีประตูเท่านั้น

      แอ๊ดดดดดดดดด ตึง!

     "...บ้า...บ้าเอ๊ยยยยยยยยยยยยย!!" ฉันสบถออกมาด้วยความสุดจะทน 

     แค่ยืนยังทำไม่ได้! สภาพแบบนี้น่ะเหรอจะไปช่วยคนอื่นได้!  โง่เง่านัก...น่าสมเพชมากยัยดา!

     "เกราะแขน...เกราะแขนกับยินเชิงฮัวล่ะ?!" เมื่อรู้สึกถึงบางอย่างที่หายไปจึงมองสำรวจ ใจฉันหายวับไปเมื่อของที่ควรจะอยู่กับฉัน


     หายไปหมดเลย...












     จิ่งอี๋และซือจุยที่เพิ่งกลับมาจากการล่าภูติผี ได้ยินข่าวจากพวกศิษย์จึงรีบรุดไปยังที่เกิดเหตุ หอพักหญิงของศิษย์นอกสายพังเสียหายบางส่วน แต่ส่วนที่หนักที่สุด คือห้องของจางเหม่ยเหมย และนางได้รับบาดเจ็บหนักจึงต้องรักษาโดยด่วน พวกเขาอยากเข้าพบแต่จื่อเจินที่รออยู่นอกห้องบอกว่า ฮูหยินจางไม่ยอมให้ใครเข้าไป 

     "มันเกิดเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไร?"

     "ข้าก็ไม่รู้...ข้ากำลังจะไปหาพวกน้องๆข้าที่หอชาย เลยผ่านไปในตอนนั้นข้าก็ได้ยินเสียงร้องของแม่นางจากพร้อมกับระเบิด" จินหลิงที่เดินมาจากอีกทางแอบฟังอยู่หลังก้อนหิน

     "ระเบิด? ได้อย่างไรกัน"
    
     "มีปีศาจตนหนึ่งโผล่ออกมาจากควันนั่น มันจับตัวแม่นางจางไว้ พวกศิษย์ของเจ้ามาทันเลยจับไว้ได้...แต่นางได้รับบาดเจ็บจากอาวุธที่มีแรงอาฆาต เจ้าปีศาจนั่นมันปฏิเสธทั้งที่หลักฐานมีอยู่ทนโถ่ แต่..."

     "แต่อันใด?" จื่อเจินหลุบตาอย่างไม่อยากจะเอ่ยปากนัก

     "ฟ ฟูหยางช่วยพวกมันหลบหนี...ตอนนี้นางถูกตราหน้าว่าเป็นพวกเดียวกับมาร ลงทัณฑ์หนึ่งพันแส้ กักขังที่ใต้ดินเรือนสำนึกตนครึ่งปี" ซือจุยและจิ่งอี๋ตามเบิกกว้าง 


     จิ่งอี๋ตัวชาวาบเมื่อได้รับคำตอบ ความกังวลหลั่งไหลเข้ามาจนเท้าขยับก้าวจะไปเยี่ยมเยียน ทว่า....

     ครืดดดดดดดดดดด!

     "อ้าว คุณชายหลาน...มาพอดีเลย เข้าไปดูแลอาเหมยสิเจ้าคะ" ฮูหยินใหญ่จางเดินออกมาพลางเช็ดน้ำตาแล้วหลีกทางให้ จิ่งอี๋ชะงักก่อนจะหันมามองหล่อนและร่างบางที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง

     "ขออภัยฮูหยิน แต่ข้ามีธุระต้องไปก่อน"

     "สักประเดี๋ยวก็ได้เจ้าค่ะ! อย่างน้อย...ก็ไปคุยเรียกให้อาเหมยตื่นเร็วๆ เป็น 'คู่หมั้นกันแล้ว' ทั้งทีนะเจ้าค่ะ ถือว่าข้าขอ--" นางทำท่าจะคุกเข่าจิ่งอี๋รีบเข้าไปรับไว้ ในใจกัดฟันกรอดอย่างนึกเจ็บใจ

     "ทราบแล้วขอรับ..."

      ตึกๆๆๆ!

     "พี่ซือจุย! เกิดเรื่องแล้ว ท่านหานกวงเรียกพบรีบไปเร็ว!" ซือจุยเบิกตากว้างก่อนจะรีบวิ่งตามศิษย์คนนั้นไปแทบจะทันที 

     ส่วนจิ่งอี๋ก็เดินเข้าไปด้านในห้องพร้อมกับฮูหยินใหญ่ และจื่อเจิน แต่สิ่งที่จินหลิงเหลือบไปเห็นก่อนที่ประตูจะปิดลงคือ ใบหน้าของฮูหยินจางนั้นกำลังมองร่างของคนบนเตียงด้วยรอยยิ้มแสยะเย็น




     จินหลิงเดินทอดน่องใบหน้ายังแดงจากการร้องไห้ไม่หาย แต่เขาจะระบายเรื่องนี้กับใครได้เล่า...ในเมื่อสิ่งที่สหายร่วมสาบานของเขาทำ มันคือการปกป้องปีศาจ

     "อาเตี่ย...อาเหนียง...คุ้มครองฟูหยาง คุ้มครองสหายของข้าด้วย" จินหลิงเบะปากน้ำตาคลอจะไหลอีกครา แต่ในตอนนั้นเองที่เขาถูกฉุดเข้าพงหญ้ารกและปิดปากไว้

     สวบบบ!!

     "อุ๊บ อื้อออออออ!!"

     "อย่าดิ้นสิ! คุณชายจิน นี่ข้าเอง!" จินหลิงลืมตาก่อนที่อีกฝ่ายคลายมือออก เด็กหนุ่มหันหันหลังไปมองก็ต้องโกรธเป็นฟืนไฟ ชักกระบี่ของตนออกมาแล้วจ่อคอ

     ชิ้งงงง!! 

     "เป็นเพราะเจ้า! ฟูหยางถึงได้ถูกลงโทษ!"

     "คุณชายจิน! ข้าไม่ได้ทำ! แม่นางจางนางปกป้องพวกข้า จนตัวนางต้องถูกแรงอาฆาตต่างหาก!!" จินหลิงนิ่งไปก่อนจะลดกระบี่ลง คิ้วขมวดแน่นแล้วถามกลับ

     "เจ้าหมายความว่าอย่างไร?"

     "แม่นางจางมีของวิเศษของตระกูลหลิว ข้าจึงอยากรู้ว่านางได้มันมาจากผู้ใด....แต่ยายแก่หนังเหี่ยวนั่นก็เข้ามาขวางเสียก่อนแล้วป้ายความผิดให้กับข้าและอาหง!" เหลียงซาว่าก่อนจะต่อยกำปั้นกับต้นไม้จนมันสั่นสะเทือน

     "ของวิเศษของตระกูลหลิว มันคืออะไร?"

     "..."

     "..."

     "เขาหยกของสายเลือดครึ่งอสูรตนสุดท้าย...ลี่เฮย"




====== 25% ======







     "เขาหยก? ครึ่งอสูร?"

     "ใช่ เขาหยกนั่นหายสาบสูญไปตั้งแต่ตระกูลหลิวถูกโค่นลง พวกภูติที่เหลือรอดมาบอกพวกข้าให้ออกค้นหา เพราะอสูรที่เฝ้าประตูทิศใต้ได้รับบาดเจ็บหนัก"

     "มันรูปร่างเป็นอย่างไร?"

     "เขาหยกของครึ่งอสูร ถือได้ว่าเป็นหยกที่งดงามที่สุดในยุทธภพและเป็นเขาที่เก็บพลังอำนาจของธาตุไฟรวมถึงพลังมารของผู้เป็นเจ้าของเขานั้นไว้...มีคนเปรียบได้ขนาดที่ว่า 1 เขา แลก 1 ชีวิต" จินหลิงลอบกลืนน้ำลายเมื่อเหลียงซาพูดด้วยสีหน้าน่ากลัว

     "หนึ่งเขา...หรือว่านั่น"

     "ใช่ พลังอำนาจมารอันร้ายกาจ และเขาหยกใสราวกับแก้ว จึงนับได้ว่าในบรรดาอสูรเองก็ยังหวั่นเกรงพลังนั้น..." เหลียงซากำหมัดแน่นเมื่อเขาปล่อยให้ของสิ่งนั้นหลุดมือไป











     ย้อนกลับไปก่อนที่หอหญิงจะระเบิด





     เหลียงซาที่เดินเล่นโดยมีบริวารอย่างอาหงติดตามมาด้วยเพื่อส่งข่าว ในตอนนั้นเขากลับได้ยินเสียงร้องเพลงทำนองคุ้นหูดังออกมาจากห้องของฝั่งหอหญิง ชายหนุ่มจึงแอบเข้าไปปีต้นไม้ใหญ่แล้วมองเข้าไป


     เขาพบเด็กสาวตัวน้อยคนหนึ่งกำลังปักผ้าด้วยใบหน้าแย้มยิ้ม แต่แววตาประกายหม่นเศร้าจนตนแปลกใจ  เหลียงซาขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ เสียงเพลงนั้นยังคงดังอยู่ แต่เด็กสาวนั้นกลับไม่ได้ขยับกลีบปากเลยแม้แต่น้อย จนกระทั่ง...

     "...เฮ้อ ร้องเพลงอีกแล้วหรือ เสี่ยวลู่" เหลียงซาเลิ่กคิ้วแปลกใจก่อนจะขยับเข้าไปใกล้เพื่อมองหาบุคคลอื่นแต่ก็ไม่พบใคร

     แต่ทว่าสิ่งที่นางกำลังพูดคุยอยู่นั้นกลับมิใช่คน หรือสัตว์


     ปิ่นที่ทำจากหยกยาวสีฟ้าใสทั้งแท่งถูกนำมาวางไว้ในมือ นางยกยิ้มสดใสแล้วพูดคุยราวกับเป็นเพื่อน

     "ข้าชอบเพลงของเจ้านัก...แต่เจ้าก็มิยิมบอกข้าเสียทีว่ามันชื่ออะไร นี่ เสี่ยวลู่ บอกข้าหน่อยเถอะนะ" เหม่ยเหมยเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเชิงเว้าวอน 

     แต่บางอย่างจากปิ่นนั้นมันคุ้นเคยมากสำหรับอสูรเช่นเขา กลิ่นอายหอมอ่อนๆของพฤกษานานาพันธุ์ ภาพบางอย่างฉายชัดเข้ามาในหัวจนเข้าต้องกระโจนเข้าไปในห้อง

     ตุบ!

     "ว๊า--อุ๊บ อื้อออออ!!!" เหลียงซารีบยกมือปิดปากเล็กที่กำลังจะร้องลั่น ก่อนที่จะรอให้อีกฝ่ายสงบลงเสียก่อนเขาจึงปล่อยร่างเล็กลง

     เหม่ยเหมยนิ่งก่อนจะหันกลับไปมองด้วยความแปลกใจ แล้วเอียงคอมองอีกฝ่ายด้วยความสงสัย จนเหลียงซาเท้าเอวมองกลับแล้วเอ่ยถาม

     "มองข้าทำไม?"

     "อ๊ะ ข ขออภัยเจ้าค่ะคุณชาย" เหม่ยเหมยรีบผละออกห่างแล้วย่อตัวทักทาย อีกฝ่ายผงะแล้วเผลอประสานมือทักทายกลับด้วยความแปลกใจ

     ฟ่ออออ

     "นายท่าน แม่นางผู้นี้ตัวหอมดอกไม้จังเลยเจ้าค่ะ" งูเขียวตัวน้อยเลื้อยจากคอมายังแขนที่ประสานมือค้างไว้แล้วหันไปบอกนายของตน

     เหม่ยเหมยมองเจ้างูน้อยด้วยความงุนงงก่อนจะยกยิ้มน้อยๆ ดวงตาที่เคยหม่นเศร้าเป็นประกายสดใสตื่นเต้น

     "น่ารักจังเลย! สัตว์เลี้ยงของท่านหรือเจ้าคะ?" เหลียงซาผงะเมื่อเห็นเด็กสาวมองบริวารของเขาตาเป็นประกาย อีกทั้งยังไม่มีท่าทีหวาดกลัวอสรพิษน้อยตนนี้อีกด้วย

     "เจ้า...ไม่กลัวหรือ?"

     "ไม่เลยเจ้าค่ะ! ขอข้าจับบ้างได้หรือไม่เจ้าคะ?" ชายหนุ่มนิ่งคิดก่อนจะพยักหน้าแล้วให้ปล่อยอาหงเลื้อยไปขดบนมือ

     เหม่ยเหมยยิ้มตื่นเต้นดีใจ ก่อนจะค่อยๆไว้ปลายนิ้วก้อยลูบไล้หัวเล็กอย่างเบามือ และดูเหมือนอาหงจะชอบมันมากเสียจนไม่อยากกลับไปหาเหลียงซาเลย

     "อาหงไม่เคยอยู่ห่างจากข้า ตั้งแต่นางฟักออกมา..."

     "คงเห็นท่านเป็นแม่กระมังเจ้าคะ นางคงเพิ่งได้มาเห็นโลกภายนอก เหมือนกับเด็กอยากรู้อยากเห็นเป็นธรรมดา..." เหลียงซาเลิ่กคิ้วมองเหม่ยเหมยด้วยความประหลาดใจ

      เหมือนเห็นภาพของฟูหยางที่คุยกับบริวารซ้อนทับกับแม่นางผู้นี้

     "...."

     "พวกท่าน...เป็นอสูรใช่หรือไม่เจ้าคะ?" พวกเขาชะงักเงยสบมองเด็กสาวร่างเล็กเป็นตาเดียวกัน แต่อีกฝ่ายก็ยังคงสงบนิ่งแล้วเงยสบมองดวงตาอสรพิษอย่างไม่เกรงกลัว

     "เจ้ารู้ได้อย่างไร?"

     "...ไม่รู้สิเจ้าคะ ข้าเองก็ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกัน แต่...ข้าคิดว่าท่านอาจเหมือนกับนาง"

     "ผู้ใด?" เหม่ยเหมยหลุบตาลงต่ำ ก่อนจะคืนอาหงให้กับร่างสูงแล้วหยิบปิ่นหยกออกมา

     ดวงตาอสูรมองปิ่นสลับกับเด็กสาวในมือด้วยความไม่แน่ใจ แต่อีกฝ่ายก็กล้าที่จะบอกพวกเขาอย่างมั่นอกมั่นใจ

     "สิ่งนี้กำลังเรียกหาเจ้าของ กำลังเรียกหาเจ้าของที่แท้จริงของสิ่งที่ปิ่นนี้กำลังเรียกหาเจ้าค่ะ" เหลียงซาฟังมือก็ลองสัมผัส แต่ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสประกายก็แตกออก

     เปรี๊ยะะ!!

     "...ผู้ใดให้เจ้ามา?"

     "ท ท่านแม่ของข้าเจ้าค่ะ"

     "ของสิ่งนี้เป็นของตระกูลหลิว เหตุใดถึงมาอยู่กับเจ้าได้?" เหม่ยเหมยนิ่งงันไปในทันทีเมื่อได้ยินชื่อแซ่นี้ ในใจพองโตกำปิ่นไว้แน่นเอ่ยถามด้วยความหวัง

     "ท่านรู้จักตระกูลหลิวหรือ!"

     "เจ้าก็รู้จัก---ระวัง!!" ก่อนจะเริ่มการสนทนาบางสิ่งที่กำลังปองร้ายเด็กสาว ทำให้เหลียงซาต้องคว้าไหล่บางเหวี่ยงมาอยู่ข้างหลังแล้วสร้างม่านพลังป้องกัน

      ซูมมม ฟุ่บบ!!

     "อาหง คุ้มกันแม่นางผู้นี้ด้วย!" เหลียงซาว่าก่อนจะเรียกกรงเล็บพิษตั้งท่า อาหงที่เป็นงูกลายร่างเป็นหญิงสาวแรงรุ่นยืนกำบังเหม่ยเหมยไว้
   
     ฟู่วววว!
  
     "เจ้าค่ะ นายท่าน!"

     "ฮึๆๆ...ช่างน่ารักเสียจริงๆ งูปีศาจงั้นหรือ" ร่างระหงของฮูหยินจางเดินออกมาจากขอบประตู 

     นางยกยิ้มแสยะ ในมือของนางถือลูกตุ้มเล็กๆที่ห้อมล้อมด้วยแรงอาฆาตจำนวนมาก เหลียงซากัดฟันกรอดตวัดมองฮูหยินจางด้วยความโกรธเกรี้ยว

     "ปีศาจ กับนังเด็กโสโครกงั้นหรือ? ฮึ ช่างเหมาะเจาอะไรเช่นนี้..."

     "เจ้า...คิดจะฆ่านางหรืออย่างไร!"

     "...ฉลาดนี่ เจ้างูน้อย แต่เจ้าจะทำอันใดได้เล่า?" นางยิ้มกว้างแล้วหัวเราะราวกับคนเสียสติก่อนจะตวัดลูกตุ้มหนามใส่พวกเขา

      ปึ่ก!! เกร๊ง!!

     เหลียงซากระโดดหลบได้ทันก่อนจะเจ้าโจมตี แต่ว่าฮูหยินจางร้ายกาจกว่าที่ตนคิดไว้และอีกฝ่ายใช้วิชามารอีกด้วย จึงยากที่จะหาจุดอ่อนเจอ

     ผลั่ก! ปึ่กกๆๆ!! 

     "อั่ก!" เหลียงซาพลาดท่าโดนลูกตุ้มหนามฟาดที่จุดสกัดตามร่างกายจนแทบจะยืนไม่ไหว  

     "จัดการแกแล้ว จัดกานังลูกโสเภณีก็ยังไม่สาย ตายเสียเถอะ!!" กริซจากอีกมือที่เคลือบแรงอาฆาตไว้เต็มเปี่ยมหมายจะแทงอกเขา 

      กลับถูกบางอย่างเข้าคั่นกลาง กระบี่ในมือถูกชักออกเพื่อป้องกัน แต่ด้วยกำลังที่ต่างกันนั้นทำให้ผู้ที่เข้ามาใหม่ต้องรับกรรมแทน

      แกร๊ง!! ฉึกก!!

     "โอ๊ยยยยย!!" เหม่ยเหมยร้องลั่นเมื่อมีดกริซเฉือนที่ไหปราร้าขวาของตน แรงอาฆาตเข้าแทรกตามรอยแยกของบาดแผลแล้วล้มลงไป

     ตุบ!!

     "แม่นางจาง! เจ้า!"

     "หึ โง่นัก คิดจะสู้ข้ามันยังเร็วไป..." ฮูหยินใหญ่แสยะยิ้มกับสิ่งที่เหนือความคาดหมาย ก่อนจะตวัดลูกตุ้มทำลายห้องของเหม่ยเหมยจนพังทลายต่อด้วยเสกยันต์ระเบิดออกมา

     "อาหง! รีบพาแม่นางจางออกไป!"

     "เจ้าค่ะ!" อาหงรับร่างไร้สติของเหม่ยเหมยแล้วรีบออกไป ก่อนที่เหลียงซาตวัดตามองด้วยความโกรธเกรี้ยวต่างจากอีกฝ่ายที่ยกยิ้มเชิดหน้าอย่างมีชัยเหนือกว่า

     "กริ๊ดดดดดดดดดดด!! ปีศาจ! ปีศาจมันเข้ามาทำร้ายอาเหมย!!"























     จินหลิงนิ่งงันไปเมื่อฟังเหลียงซาเล่า ในใจกรุ่นโกรธจนกำกำปั้นทุบกับต้นไม้จนสั่นสะเทือน ยัยแก่หนังเหี่ยวนั่นทำให้เพื่อนของเขาต้องได้รับโทษที่ตนไม่ได้ก่อ และพวกปีศาจก็ไม่ได้แย่และเลวร้ายไปหมดทุกอย่าง

     "คุณชายจิน ข้าอยากขอร้องท่าน..."

     "..."

     "ยามนี้คนในสกุลหลานตั้งว่านางเป็นฝั่งเดียวกับมารแล้ว หากนางพ้นโทษก็จริง...แต่ก็ใช่ว่าพวกเขาจะปล่อยให้นางมีชีวิตเช่นคนธรรมดา นางอาจถูกหมายตาจากพวกที่คิดตั้งตนเป็นใหญ่ และถูกใช้เป็นเครื่องมือในการเข่นฆ่าด้วย"

     "...แล้วเจ้าจะทำอย่างไร?"

     "ข้าไม่รู้เลย อีกทั้งข้ากลัวว่าหากรอจนกว่านางจะพ้นโทษ...ยุทธภพนี้คงล่มสลายเสียก่อน" จินหลิงคิ้วขมวดฉับ หันไปมองเหลียงซาที่พูดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

     "เจ้าพูดเช่นนั้นหมายความว่าอย่างไร?!"

     ครึ่กๆๆๆ ตึกๆๆ

     "คุณชายจิน...อสูร..." บุคคลที่สามเอ่ยทักพวกเขา จินหลิงตกใจไม่น้อยเมื่อมีคนอื่นนอกจากพวกเขาซึ่งก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล

     "เวินหนิง..."

     "เจ้าน่ะหรือ แม่ทัพมารของปรมาจารย์อี๋หลิง?"

     "...เขตที่ออกห่างนอกอวิ๋นเมิ่งและกูซูไป พวกคุณชายเว่ยพบหลุมดำและเหวลึก ใจกลางนั้นมีเนินเขาเล็กๆที่มีกลุ่มพลังมารก่อตัว" เหลียงซาผุดลุกขึ้นด้วยความตกใจ

     "มันถือกำเนิดแล้วหรือ!...ไม่จริงน่า ท่านแม่บอกว่าเหลืออีกตั้งหลายเดือนเลย"

     "อะไร! สิ่งใดถือกำเนิด? แล้วจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป?"

     "...วันแห่งการชำระ พลังมารนั่นกำลังจะกลืนกินพลังหยางในยุทธภพแห่งนี้ ทุกสิ่งมีชีวิตจะตายและอยู่ในวังวนแห่งความทรมานนับแสนนับล้านปี!"

     "อวิ๋นเมิ่ง!...ข ข้าต้องไปบอกท่านน้า!"

     "ไม่ได้! อย่าเพิ่งบอกอะไรไปตอนนี้...ตอนนี้มันได้ตื่นขึ้นมาแล้ว อีกไม่กี่วันมันต้องแผ่ขยายแรงอาฆาตครอบคลุมไปทั่วแน่ แต่ให้เป็นเซียนเช่นพวกเจ้าก็เอาชนะไม่ได้หรอก!" เหลียงซารีบห้ามจินหลิงไว้ แต่จินหลิงก็ยังคงเป็นจินหลิง

     "ฮึ่ย! แล้วเจ้าจะรอให้มันบุกมาก่อนหรืออย่างไร ให้ท่านน้าข้าเป็นปราการด่านแรกหรือ!"
    
     "...ขุนพลผี ข้ามีเรื่องที่อยากจะยืมแรงเจ้า" เวินหนิงนิ่งไปก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ ก่อนที่เหลียงซาจะกวักมือให้จินหลิงขยับเข้ามาอีกหน่อย

     "เจ้าจะทำอะไร?"

     "เจ้าขุดดินได้ใช่หรือไม่?" เวินหนิงพยักหน้าด้วยแววตาใสซื่อแล้วฟังอีกฝ่ายอธิบายต่อ

     "ข้าอยากให้เจ้านำสาส์นนี้ไปที่ป่าที่เขตชายแดนของจินหลินไถ ส่งให้กับหลี่เยว่ ท่านแม่ของข้า ไปตอนนี้เลยเราไม่มีเวลาแล้ว"

     "เข้าใจแล้ว" เวินหนิงพยักหน้าก่อนจะดำลงดินต่อ จนเหลือแค่เพียงเด็กหนุ่มกับอสูรเพียงสองคนเท่านั้น

     จินหลิงเหลือบมองอสูรตรงหน้าแล้วเอ่ยถามอย่างอดไม่ได้ 

     "แล้วที่เหลือเล่า? จะทำอย่างไรต่อ.."

     "คืนนี้ยามโฉ่ว เราจะไปเรือนที่ขังฟูหยางเอาไว้"  จินหลิงกอดอกพยักหน้าเข้าใจก่อนจะชะงักแล้วหันขวับมองอีกฝ่าย

     "เจ้าหมายความว่า?"

     "ใช่แล้ว คุณชาย..."











     "เราจะพานางหลบหนีออกจากกูซู!!"










เห่อๆ  ไม่มีไรมาก

เม้น-กัน-หน่อย!!


ความสุขของเตี้ย = การเห็นรีดเดอร์อินกับฟิค และเม้นมาให้อ่าน








ขอแค่นี้จริงๆ กราบล่ะค่ะ



รูปภาพที่เกี่ยวข้อง





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 278 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,619 ความคิดเห็น

  1. #1469 รากต้นโพธิ์ (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 21:58

    อิป้าหมาภัย!ฉายาเพียงนี้ยังไม่พอต้องอิป้าโคตรมหากาพมฤตยูทางจิตควรไปสนิดชิดเชื้อกับตะกั่ว อินคะหยางกับเว่ยต่องแข็งใจไว้นะ
    #1,469
    0
  2. #1152 ratima4494 (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 21:27
    จิ่งอี๋ควรหลบก่อนอ่ะ คือชั้นดูหลายตอนละแกไม่แคร์ฟูหยางเลยเว้ย ไม่สนละพระเอกอ่ะไม่ต้องการ
    ฟูหยางต้องเชิ่ดละป้ะ ควีนหนึ่งเดียวของตระกูลหลิวอ่ะแม่

    อยากเห็นลูกบู๊

    รอนะคะคุณเตี้ย❤️❤️❤️
    #1,152
    0
  3. #1151 Aimi soulsaver (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 11:40
    ข้าขอสาปแช่งอิป้า...//ยังคงนั่งเผาพริกเผาเกลืออยู่มุมห้อง
    #1,151
    0
  4. #1150 554910140 (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 16:32
    อาเหนียงก็บาดเจ็บหนัก ฟูหยางก็แทบปางตายแล้ว ฮืออออ

    เหอะ หมั่นไส้ยัยป้าหนังเ-่ยวจริงๆๆ
    #1,150
    0
  5. #1149 ppatteera (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 15:16

    คือแบบอยากให้ฟูหยางคู่กับใครก็ได้ที่ไม่ใช่จิ่งอี๊อ่ะคือแบบตอนแรกเชียร์จิ่งอี๊นะแต่พอถึงช่วงนี้รู้สึกเชียร์จินหลิงมากกว่าคือเป็นคนที่รู้ความจริงทุกอย่างแล้วคือนางเป็นห่วงน้องฟูของเราอ่ะ ขนาดจิ่งอี๊มีแววเป็นพระเอก(และน่าจะได้เป็นเพราะน้องฟูเราชอบเค้า)ยังไม่รู้เท่าจินหลิงเลยอ่ะ คือแล้วจินหลิงดูเหมาะกว่าจิ่งอี๊อีกอ่ะแต่ติดเฟรนโซนhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-03.png

    #1,149
    1
    • #1149-1 mana5555(จากตอนที่ 58)
      5 ธันวาคม 2562 / 17:25
      เดี๋ยว จุยละ
      #1149-1
  6. #1148 TTFUN (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 14:48
    เชียร์จินหลิงแต่ติดสถานะเฟรนโซนเนี้ยยยยยยว้อยยยยย​จิ๋งอี๋​ ถ้านายยังไม่เลืิกนางเอกฉันฉันจะเชียร์คนอื่นแล้วนะ!!!
    #1,148
    0
  7. #1147 polytome (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 13:09
    จะรออ่านค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #1,147
    0
  8. #1146 087220 (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 09:34

    เปลี่ยนพระเอกเถอะค่ะไรท์ เอาจินหลิงเป็นแทนเถอะค่ะ พลีสสส
    #1,146
    0
  9. #1145 -แมวโง่- (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 09:17
    ถึงจินหลิงจะคู่กับซือจุยแต่เราก็อยากให้อาหลิงคู่กับฟูหยาง เขาดูเข้ากันมากถึงจะบอกว่าเป็นเพื่อนแต่เราอยากให้เขาคู่กัน ขอยังไงก็ได้ให้เขาคู่กัน ( TДT)
    #1,145
    0
  10. #1144 chanagarn2002 (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 09:15
    ตกลงใครคือพระเอกกันแน่
    #1,144
    0
  11. #1143 oporlove7754 (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 09:06
    อยากเปลี่ยนพระเอกเว้ยยยย😭
    #1,143
    0
  12. #1142 คนหลับมืออาชีพ (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 08:37
    อิป้าบ้า!!!
    #1,142
    0
  13. #1141 Natacha_i-sen (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 08:17

    เราจะเอาจินหลิงเป็นพระเอก..ไม่ชอบจิ๋งอี่สักนิดนะ จินหลิงทำแบบนี้แล้วถ้าสุดท้ายเป็นได้แค่เพื่อนกับฟูหยางก็ไม่ต่างกับพระรองที่ำดีแต่ก้ไม่มีใครสน ติดเฟรนโซนตลอดชาติอ่ะเชื่อเถอะ จิ๋งอี๋น่ะก็เหมือนกับเจียงเฉิงตอนที่เวินฉิงเดือดร้อนนั่นแหละ ลังเลที่จะช่วยสุดท้ายแล้วนางก็ตาย เข้าใจนะในเวลานั้นเจียงเฉิงจำเป็นต้องเลือกตระกูลมากกว่าเวินฉิง แต่จิ๋งอี่่๋ไม่มีอะไรให้แบกรับหนิ กลับกันกับจินหลิงถึงแม้จะบอกว่าทำเพื่อเพื่อนแต่จินหลิงมีอะไรให้เสียไปมากกว่าจิงอี๋อีก เราเกลียดพระเอกเรื่องนี้ แต่ก็จะยังอ่านต่อไปเพราะมีจินหลังที่ติดเฟรนโซน!

    #1,141
    0
  14. #1140 Nn11111 (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 06:55
    อิป้าโว้ยยย
    #1,140
    0
  15. #1139 Dark_Sheen (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 03:06
    ดีๆพาฟูหยางหนีไปเลย ก่อนไปรักษาอาเหนียงเว่ยก่อนนะ55555
    #1,139
    0
  16. #1137 Dark_Sheen (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2562 / 13:01
    เจ็บแทนฟูหยาง อีป้าาาาาลูกชายออกจะเป็นคนดีไม่น่าเชื่อว่าออกมาจากท้องอิป้าหนังเ-่ยวนี่ //ที่เหลือจะมาตอนไหนคะ
    #1,137
    0
  17. #1136 Aimi soulsaver (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2562 / 11:48
    ข้า..ขอสาปแช่งอีป้าหนังเ-่ยว//นั่งเผาพริกดผาเกลืออยู่มุมห้อง
    #1,136
    0
  18. #1135 Artidtaya (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2562 / 06:56

    โว้ยยยอีป้าบ้าทำแล้วยังไปโทษคนอื่นอีก
    #1,135
    0
  19. #1134 polytome (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2562 / 06:52
    จะรออ่านค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #1,134
    0
  20. #1132 Natacha_i-sen (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2562 / 05:11

    อิป้ามหาภัยเอ๋ย ญาติกับโดโรเรสหรอคะ? มหาภัยพอๆกันเลย เวง นิสัยไม่มีอยากโดรนถีบ แกเอาของๆน้องไปใช่มั้ย อิชะนีมีมดลูกเสียของ ทำเผ่าพันเสื่อมทรามอิเวงงงงง

    #1,132
    2
    • #1132-2 Natacha_i-sen(จากตอนที่ 58)
      5 ธันวาคม 2562 / 08:34
      โดโรเรส อัมบริต(มั้ง) ป้ามหาภัยจากแฮรี่พ็อตเตอร์โผล่มาในภาค5ภาคีนกฟีนิคมั้งๆ
      #1132-2
  21. #1131 Kanthima_28 (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2562 / 02:55
    แง~ ค้างงง / สู้ๆค่ะไรท์
    #1,131
    0
  22. #1130 chyanin (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2562 / 02:23
    รอที่เหลือนะ ส่าแต่ ใครมันขโมยของวิเศษน้องไป
    #1,130
    0
  23. #1129 graydevil (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2562 / 01:52
    จะรออ่านนะค้าาา
    #1,129
    0