[ปรมาจารย์ลัทธิมาร] พันธวิญญาณข้ามภพ (OC)

ตอนที่ 57 : ตอนที่ 55 ไม่ขอถอยกลับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,758
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 223 ครั้ง
    1 ธ.ค. 62





     ในคืนนั้นฉันนอนไม่หลับจึงออกมาเดินเล่นที่ริมผาหินและมีต้นไม้ตั้งตระหง่าน ก่อนจะก้มลงมองมือของตัวเองที่เมื่อเช้าเผลอตบหน้าจิ่งอี๋ไปอย่างไม่ตั้งใจ ก่อนจะทรุดลงนั่งบนหินแล้วเท้าคางถอนหายใจอย่างคนปลงตก

     ตุบ!
    
     "เฮ้อ...ทำบ้าอะไรลงไปเนี่ย" รู้สึกอยากหายไปยังไงก็ไม่รู้สิเรา

     ฟุ่บ!

     "แม่นางหลิว..." ในตอนนั้นเวินหนิงก็ปรากฏตัวขึ้นแบบใกล้มาจนฉันแทบตกใจหงายหลัง

     "!! เวินหนิง อย่ามาแบบนี้สิ ใจหายหมด" ฉันว่าแล้วลูบอกปลอบขวัญตัวเอง เขาออกมาจากพุ่มไม้แล้วเดินมายืนตรงหน้า

     "แม่นางหลิว ข้ามีเรื่องที่อยากจะบอกท่าน...ตั้งแต่ที่กูซูรับศิษย์นอกสาย ข้ารับรู้ได้ถึงพลังบางอย่างที่เป็นหยิน มันรุนแรงมากเลยท่านต้องระวังตัวไว้"

     "...เวินหนิง ท่านช่วยสืบเรื่องผีโครงกระดูกที่หุบเขานอกเขตอวิ๋นเซินให้ข้าหน่อยได้หรือไม่"

     "มีเรื่องอะไรหรือ?"

     "เมื่อวันก่อนศิษย์เด็กสกุลหลานถูกพวกนี้บังตา อีกทั้งมันยังมีพลังเพิ่มขึ้นมาก....อาจจะเสี่ยงไปสักนิดแต่ข้าอยากให้ท่านช่วยสืบหาต้นตอของพลังนั้น" ฉันว่าก่อนจะหยิบบางอย่างออกมาจากอกเสื้อ

     มันคือเหล็กดัดที่เปื้อนเลือดของฉันตั้งแต่ตอนที่สู้กับเทียนโย่วเหม่า

     "แม่นาง สิ่งนี้..."

     "ท่านพกติดตัวไว้ เลือดของข้ามันจะช่วยคุ้มครองท่านทำให้ท่านยังครองสติไว้ได้ รบกวนท่านแล้วเวินหนิง" มือหนารับของในมือของฉันไป ก่อนจะพูดขึ้น

     "ข้าได้ยินเสียงขลุ่ยของคุณชายเว่ยดังตลอด...ราวกับว่าเขากำลังตามหาอะไรบางอย่างระหว่างที่ท่องยุทธภพ"

     "ก็ได้ขอแค่ภาวนา ให้พวกเขาปลอดภัย เวินหนิงท่านช่วยเป็นคู่มือให้ข้าสักครู่ได้หรือไม่?" เวินหนิงเงยหน้าขึ้นมองฉันด้วยความสงสัย

     "อะไรหรือแม่นาง" ฉันยิ้มเบาบางก่อนจะผุดลุกขึ้น หลับตาปรับพลังปราณก่อนที่กำไลแขนจะกลายเป็นเกราะแขน

     ฟิ้ววววววว   

     "มาประมือกัน"












     วันต่อมา



     "พรายน้ำอาละวาด? เมืองไฉ่อี?" ฉันเลิ่กคิ้วเมื่อได้รับคำร้องขอจากชาวบ้านเมืองไฉ่อี หลานฉีเหรินพยักหน้า

     "อืม ตอนนี้ซีเฉินก็ไปพักฟื้นกับตระกูลเจียงที่อวิ๋นเมิ่ง เจ้าก็รู้ว่าตอนนี้เหล่าศพเดิน กับพวกปีศาจออกอาละวาดหนักขึ้นเรื่อยๆ....นี่คือถุงเฉียนคุนที่ลงอาคมเอาไว้ เจ้าใช้สิ่งนี้ปราบมันเสีย" อีกฝ่ายว่าก่อนจะยื่นถุงเฉียนคุนมาให้

     "เจ้าค่ะ"

     "ข้ารู้ว่างานนี้มันยาก รบกวนเจ้าด้วย" จริงสิ ลืมบอกไป

     ไม่รู้ทำไมผู้อาวุโสตระกูลหลานที่กลับมาจากการทำภารกิจปราบปีศาจ พลังวิญญาณของพวกเขาฟื้นฟูกลับมาได้ช้ามากกว่าเดิมจนฉันนึกห่วง หลานฉีเหรินเองก็มีอาการที่น่าห่วงไม่น้อย

     "วางใจฟูหยางได้เจ้าค่ะ ข้าเคยได้รับการทดสอบจากท่านและได้คะแนนสูงสุด อย่าได้กังวล" ฉันว่าก่อนจะโค้งคำนับลาอีกฝ่ายแล้วลงจากเขาไปยังเมืองไฉ่อีทันที











     "ท ท่านเซียนซือมาแล้ว!" พอเห็นฉันปรากฏตัวชาวบ้านก็รีบกรูเข้ามาจนฉันต้องยกมือห้ามเอาไว้ก่อนจะโดนทับตาย

     "ใจเย็นก่อนเจ้าค่ะ...พวกท่านช่วยเล่ารายละเอียดให้ข้าฟังหน่อยจะได้หรือไม่เจ้าคะ?" 

     "พวกเราออกหาปลา แต่ว่าพอเราหาปลาไปจนถึงกลางอ่าวจู่ๆก็เกิดน้ำวนขนาดใหญ่ แล้วก็ลากพวกเรือลงจมหายไปหลายลำเลย" พวกเขาว่าด้วยสีหน้ากังวล

     ในตอนนั้นก็มีผู้หญิงคนหนึ่งแหวกกลางฝูงชนเข้ามาหาแล้วกอดขาฉันเอาไว้จนฉันแทบล้ม

     หมับ!

     "ท ท่านเซียนซือได้โปรดเจ้าค่ะ ฮึก ช่วยสามีข้า...ช่วยสามีข้าด้วยเถอะเจ้าค่ะ" หล่อนร้องไห้น้ำตานองหน้าด้วยความเวทนา แววตาเจ็บปวดนั่นทำเอาฉันใจระทวย

     "ข้าจะทำให้ดีที่สุดเจ้าค่ะ ขอท่านเตรียมเรือให้ข้าหนึ่งลำ แล้วก็หาเชือกที่ยาวที่สุดใส่บนเรือให้ข้าด้วยเจ้าค่ะ" ชายกลุ่มหนึ่งพยักหน้าก่อนจะแยกตัวไปเอาเรือมาให้

     "ท ท่านจะไปคนเดียวหรือ? มันอันตรายนะ!"

     "ข้าไม่อยากให้ใครหายไปอีก...อย่าห่วงเลยเจ้าค่ะ ข้ามั่นใจว่าจะช่วยพวกเขาได้" พวกเขามองฉันด้วยความหวังอยู่เต็มเปี่ยมก่อนที่เรือลำหนึ่งจะมาเลียบท่า

     ตึก! ตุบ!

     "พี่เซียนซือขอรับ!" เสียงเด็กชายตัวน้อยคนหนึ่งวิ่งมาหา ฉันที่ลงเรือแล้วหันกลับมามอง

     "?"

     "พ พี่จะพาอาเตี่ยของข้ากลับมาด้วยได้ไหม?" ฉันยืนนิ่งมองเด็กน้อยตรงหน้าอยู่นาน ก่อนจะหลับตาเมื่อเด็กคนนี้ทำให้ฉันนึกถึงอดีต












     'ปี้คนงามๆ แม่ของเฮาจะปิ๊กมาก่อ?'




     ตอนนั้นหน่วยของฉันได้รับคำสั่งจากวิทยุสสื่อสาร ว่ามีชาวเขากลุ่มหนึ่งหายไประหว่างที่กำลังจะเอาผลผลิตไปขายในเมือง ตอนนั้นฉันที่ประจำตำแหน่งอยู่ด้านบนจึงได้แต่รอคำสั่งจากหน่วยค้นหา ในตอนนั้นก็มีเด็กคนหนึ่งเดินเข้ามาถามฉันไม่รู้จะตอบว่ายังไงเลยยิ้มกลับไปให้เพียงเท่านั้น และบอกว่าจะอยู่เล่นเป็นเพื่อนจนกว่าแม่ของเธอจะกลับมา


    แต่ก็ไม่มีวันนั้น 



     เมื่อสามชั่วโมงต่อมาหน่วยค้นหาพบซากรถกระบะที่ก้นเหว...บาดเจ็บสาหัสเพียงสองราย ส่วนคนที่นั่งหลังกระบะ 4 รายเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ











     "พ่อของเจ้า...หายไปนานหรือยัง?" เขาก็พยักหน้าแล้วตอบกลับ
    
     "5 วันแล้ว"

     "...อืม ข้าจะพาพ่อของเจ้ากลับมาหานะ" ฉันยิ้มเพียงแค่ริมฝีปากก่อนจะหมุนตัวแล้วออกแรงผลักเรืออกจากฝั่งไหลไปตามลำธาร








     ซ่าาาาาาาาาาา!



     เมื่อมาถึงทะเลสาบฉันก็มองรอบๆที่ยังคงสงบนิ่ง ไม่รู้สึกถึงแรงอาฆาตใดๆแต่ก็ไม่ควรประมาท ฉันก็ได้แต่รออยู่อย่างนั้นผ่านไปเกือยสามชั่วโมง


     กวนบาทาจังนะ เจ้าพรายนี่!!


     ตึกๆๆๆ!!
 

     "ไอ้เจ้าพรายน้ำ แน่จริงก็โผล่หัวออกมาเดี๋ยวนี้! ถ้าไม่โผล่มาฉันจะลงไปหาแกเอง!!" ฉันกระทึบเท้าตะเบ็งเสียงท้าทาย

      ครืนนนนนนนนนนน!! ซ่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา!!!!!!!

     ในตอนนั้นน้ำวนขนาดยักษ์ก็ปรากฏ ร่างของสิ่งมีชีวิตคล้ายตะขาบ ตาแดงก่ำแถมมีเขี้ยวหน้าเหมือนแมลงช้างโผล่ออกมาจากน้ำวน


     ก๊าซซซซซซซซซซซซซซซซซ!!


     "...แน่จริงก็เข้ามา!" ฉันว่าก่อนจะเรียกเกราะแขนออกมา มันพุ่งเข้าโจมตีอย่างไม่ลังเล

    
     ฉันจึงกระโดดสละเรือแล้วคว้ากระดองแข็งๆของมันไว้ มันสบัดตัวไปมาคล้ายจะอยากกินฉันเต็มทน จึงไม่รอที่จะให้มันเหวี่ยงฉันขึ้นฟ้าแล้วดิ่งลงมาแทงเข่าใส่หัวของมันจนกระดองปริแตก

    ตึงงง แกร๊กก!!

     "กระดองบางจัง...เหมือนปูเลย เดี๋ยวนะ ปู?" ฉันคิดระหว่างหลบหลีกเจ้าตะขาบประหลาด 


     ในตอนนั้นไอเดียบางอย่างก็เข้ามาในหัว จึงเล็งส่วนของกระดองกลางลำตัวที่เหมือนจะบางเหมือนเปลือกไข่ทันทีที่ใช้เกราะแขนกระหน่ำต่อยตี

      เปรี๊ยะะะ!!

     "เนื้อปูจริงๆด้วย!! เอ๊ะ?" ระหว่างที่กำลังดีใจในตอนนั้นก็เห็นบางอย่างโผล่ออกมาจากเนื้อของมัน

     บางอย่างที่ดูโปร่งใสห่อหุ้มร่างของคนอยู่ภายในนั้น และดูท่าว่าคนๆนั้นจะไม่ได้รับบาดเจ็บเลย....หมายความว่ายังไงกันเนี่ย?

     ก๊าซซซซซซซซซซซซซซซซซซ!!!

     "อะไรก็ช่าง! งั้นตีเปลือกให้หมดเลยก็แล้วกัน!!"

     ผัวะๆๆๆ!! 

     "ย๊ากกกกก---"

     'ช ช้าก่อนแม่นาง!!'

     "เอ๋?" ฉันชะงักเมื่อได้ยินเสียงบางอย่างดังขึ้น 

      ตุบ!

   ฉันมองไปรอบๆก่อนจะมองไปยังเจ้าตะขาบที่เลื้อยกลับลงน้ำวนก่อนที่มันจะสงบอีกครั้ง ในตอนนั้นมวลน้ำลูกหนึ่งก็พุ่งขึ้นมาปรากฏร่างสูงของชายหนุ่มที่แต่งตัวเหมือนพวกภูติทำหน้าลนลาน

     "ใคร?"

     "ข ข้าคือภูติวารีที่ถือกำเนิดในทะเลสาบแห่งนี้...พวกข้ารู้สึกได้ว่ามีพลังบางอย่างที่จะสามารถทำร้ายอสูรเฝ้าทะเลสาบได้จึงรีบมาห้ามไว้" เขาว่าจนฉันขมวดคิ้ว

     "พูดมาแบบนั้นหมายความว่ายังไง?"

     "สองสามเดือนมานี้ สายน้ำแห่งนี้ถูกพลังหยินประหลาดเข้ามารบกวน กลิ่นไอแรงอาฆาตมากขึ้นและมีพวกปีศาจออกอาละวาดทำร้ายชาวเมืองที่มาหาปลาที่นี่..."

     "ล แล้วชาวเมืองที่หายไปล่ะ?"

     "บางคนก็บาดเจ็บหนัก เลยให้อสูรเฝ้าสายน้ำแห่งนี้รักษาโดยการกลืนร่างของพวกเขา...แต่น่าแปลก กระดองของมันแข็งราวกับเพชรแต่เหตุใดถึงได้ปริกแตกเสียหายมากถึงเพียงนั้น ท่านใช้คาถาพลังอันใดกัน?"

     "ไม่ได้ใช้ออะไรหรอก...แต่คงเพราะเจ้านี่น่ะ" ฉันว่าก่อนจะยกเกราะแขนขึ้น เขาเพ่งมองแล้วก็ถึงกับตะลึง

     "เกราะแขนหนิงอัน! มาอยู่กับเจ้าได้อย่างไร หรือว่าเจ้าเป็น---"

     "อืม ฉันเป็นคนตระกูลหลิว ถึงจะเป็นเลือดผสมก็เถอะ" เขาอ้าปากค้างก่อนจะรีบพูดกับฉันด้วยความลนลาน

     "น ในที่สุดเจ้าก็มา! นายน้อยเหลียนโปเล่า! เจ้าคลายผลึกหรือยัง"

     "อืม คลายแล้วตอนนี้เขากลับไปพักฟื้นที่เหลียนฮวาอู้น่ะ ว่าแต่เจ้าปีศาจที่ทำร้ายชาวเมืองไฉ่อี หน้าตามันเป็นยังไง?"

     "ก็---"
 
     แกว๊กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!

     "มาแล้วนั่นไง" เขาว่าแล้วชี้ไปที่ด้านหลังของฉัน


    สัตว์ที่ปีกเหมือนค้างคาวแต่หน้าเป็นตัวอะไรก็ไม่รู้ที่มีแต่กระโหลกพร้อมกับแรงอาฆาตที่คลุมทั่วร่าง มันส่งเสียขู่คำรามใส่พวกเราทั้งคู่ก่อนที่ตะขาบตัวเมื่อกี้จะโผล่ขึ้นมาอีกครั้งแล้วเข้าโจมตีมัน

     ฉันมองพวกมันที่กำลังสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตาย มันทำให้ฉันคิดได้...ปีศาจมักดูเหมารวม เหมือนกับฆ่าล้างตระกูลเวินคราวนั้น

     "ตัวที่ต้องปราบ คือเจ้าตัวประหลาดที่มันบินได้ใช่ไหม?" ภูติตัวนั้นพยักหน้า ฉันจึงกำไม้จับไว้แน่นแล้ววิ่งขึ้นไปบนหลังของตะขาบที่กำลังจะเอนล้มลง


     แกว๊กกกกกกกกกกกกกก!!

     "ค่ายกลกักขัง!!" ฉันหยิบยันต์แล้วขว้างใส่เจ้านกประหลาด กรงขังอาคมปรากฏขึ้นมาทันที มันบินอยู่ตรงนั้นไม่สามารถเคลี่อนที่ได้ก่อนจะจัดการบีบกรงขังลงแล้วเก็บมันใส่ถุงเฉียนคุมที่หลานฉีเหรินให้มา

     ฟู่วววววววววววว! หมับ!

     "ฮู่ว! เรียบร้อย...เจ้าตะขาบ ขอโทษนะ ต้องเจ็บตัวมากเพราะฉันน่ะ" มันทำหนวดไหวไปมาก่อนที่จะคายร่างของชาวเมืองที่หายไปเกือบยี่สิบคนมาไว้บนแคร่ไม้

     "พวกเขา..."

     "ไม่เป็นไร ยังหายใจอยู่ พักอีกสักสองสามวันก็ฟื้นแล้ว...แต่ว่าแรงอาฆาตประหลาดนี่ยังคงมี พวกมันคงบุกมาอีกเรื่อยๆ"

     "...นายสามารถสร้างฟองอากาศใหญ่ๆที่ใต้ดินข้างล่างทะเลสาบนี่ได้ไหม?"

     "ง่ายเหมือนหายใจเลยล่ะ! ทำไมหรือ?"
    
     "...หากวันใดก็ตามที่เหลียนโปปรากฏตัว ฉันอยากให้นาย พวกภูติคนอื่นๆแล้วก็เจ้าตะขาบนี้ อพยพชาวเมืองที่อยู่รอบๆในรัศมี 4 ลี้หลบภัพข้างใต้นี่"

     "...ได้สิ ข้าจะทำตามที่เจ้าขอ แต่ชาวเมืองรอบๆนี้มีมากคงต้องเริ่มสร้างตั้งแต่คืนนี้เลย ข้าจะช่วยกระจายข่าวให้ภูติแม่น้ำสายอื่นๆด้วย"

     "ขอบคุณนะ รบกวนด้วย" เขาพยักหน้าก่อนที่จะบอกให้ฉันพาพวกชาวเมืองกลับเข้าฝั่งไป















    ณ  อวื๋นเซิ่นปู้จื้อฉู่
     

     "นี่คือแรงอาฆาตของปีศาจที่ข้าจับได้เจ้าค่ะ มันมิใช่พรายน้ำ แต่เป็นปีศาจที่มีแรงอาฆาตมากกว่าพรายน้ำเจ้าค่ะ" ฉันว่าก่อนจะรายงานให้หลานฉีเหรินฟัง เขาพยักหน้ารับอย่างเข้าใจแล้วบอกให้ฉันไปพักผ่อนได้


     ระหว่างทางกลับไปยังหอนอนของฝั่งหญิง ฉันได้แต่คิดตลอดทางว่าต้องรับมือกับวันแห่งการชำระนั่นอย่างไรดี จะปรึกษาใครก็ไม่ได้ถ้าให้เรียกลี่เฮยออกมาตอนนี้ พวกผู้อาวุโสได้จับตัวเราไปแน่ๆ

     "เหลียงซา จริงสิ! เหลียงซายังอยู่ที่นี่นี่นา!"

     ตูมมมมมมมมมมม!! กริ๊ดดดดดดดดดดดด!!

     เสียงระเบิดดังขึ้นพร้อมกับเสียงกรีดร้องของหอนอนของศิษย์นอกสายฝั่งหญิง ฉันรีบวิ่งไปยังต้นเสียงอย่างเร็วที่สุดในตอนนั้นก็ได้ยินเสียงการปะทะกันดังลั่น

     "เจ้าปีศาจ! แกทำอะไรแม่นางจาง!" เสียงตวาดลั่นของศิษย์ชายที่เข้ามาชี้กระบี่ใส่ คนสองคนที่อยู่กลางวงล้อม

     "ไม่! พวกข้าไม่ได้ทำ!" เท้าของฉันชะงักไปทันทีเมื่อได้เห็น และได้ยินเสียงที่คุ้นเคย

     ซากปรักหักพักและกลุ่มคนจำนวนหนึ่งล้อมคนสองคนไว้ วงนอกนั้นมีศิษย์หญิงหลายคนได้รับบาดเจ็บอยู่มาก แต่คนที่สาหัสที่สุด...ในอ้อมแขนของจื่อเจินโชกเลือด และมีไอมารครอบคลุมจางๆทั่วตัว 

     "อย่ามาโกหก! ไม่เช่นนั้นแม่นางจางจะเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร!" 

     "ข้าบอกไปแล้วว่าพวกข้าไม่ได้ทำ---อั่ก!!" บ่วงเซียนตรงเข้ารัดคอเหลียงซาและเด็กสาวอีกคนไว้

     "ฮึก น นายท่านเหลียงซา! กริ๊ดดดดดดดดด!!" เด็กสาวกรีดร้องเมื่อเปลวไฟจากยันต์เริ่มลุกไหม้

     "อาหง!! หยุดนะ จะทำร้ายก็ทำร้ายข้าคนเดียว นางไม่เกี่ยว!!"

     ฉันที่กำลังจะเข้าไปหยุดกลับถูกจินหลิงรั้งไว้เสียก่อน ด้วยใบหน้าหวาดหวั่นต่อเหตุการณ์

     "อย่าเข้าไป! เจ้าอยากถูกกล่าวหาไปด้วยหรือ?!"

     "จินหลิง แต่นั่นเหลียงซานะ! เขาไม่ใช่คนที่จะทำร้ายใครง่ายๆแน่!"

     "ข้ารู้...แต่ถ้าเจ้าเข้าไป เจ้าจะถูกตราหน้าว่าเป็นพวกเดียวกับปีศาจไปด้วยนะ!"

     "..."

     "หากเจ้ายืนหันหน้าเข้าหาพวกเขา ข้าก็ปกป้องเจ้าไม่ได้แล้วนะ" จินหลิงว่าด้วยน้ำเสียงสั่นเทา ฉันถึงกับชะงักเมื่อเห็นภาพเจียงเฉิงและเว่ยอิงทะเลาะกันที่ล่วนจั้งกั่ง

     แบบนี้นี่เองสินะ...ฉันเข้าใจแจ่งแจ้งแล้วล่ะ

     "จินหลิง..."

     "..."

     "เจ้าปกป้องข้ามามากพอแล้ว ข้าดีใจที่มีเจ้าเป็นสหาย...แต่ขอให้เจ้าจำไว้ว่าข้ามิใช่แซ่หลาน"

     "..."

     "แต่ข้าคือแซ่หลิว ตระกูลหลิวมีคำสอนว่า ไม่ว่าเซียนหรือมารย่อมเท่าเทียม ไม่มีลำเอียงฝ่ายใด...ใครขาวใครดำเรานั้นขอตัดสินเอง" จินหลิงมองฉันด้วยสายตาเจ็บปวด กำปั้นหนักๆชกเข้าที่ไหล่ของฉันแรงๆ 

     ดวงตาเขาแดงก่ำและเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำเหมือนพยายามจะกลั้น ฉันเห็นแล้วก็ปวดใจไม่แพ้กันจึงรวบเขาเข้ามากอดเขาเองก็กอดตอบฉันแล้วสะอื้นอยู่อย่างนั้น

     "ข้าจะทำอย่างไร ฮึก ข้าจะทำอย่างไรถึงช่วยเจ้าได้" ฉันยิ้มน้ำตาคลอ มือยกลูบกลุ่มผมของเขาด้วยแทนการปลอบโยน

     "อย่าห่วงเลย เรื่องที่ข้าจะให้เจ้าช่วยน่ะ...คือหลังจากนี้ต่างหาก"

      ว่าจบก็ผลักจินหลิงออกแล้ววิ่งออกจากมุมมืด กระบี่จำนวนมากพร้อมเสียบร่างของเหลียงซาและเด็กสาวในอ้อมกอดของเขา จึงเรียกเกราะแขนหนิงอันออกมา แล้วเค้นพลังให้ได้มากที่สุด

     "หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!"


      ตึงงงงงงงงงงงงงงงง!!














     ครืนนนนนนนนนนนน!!




     "ใกล้แค่นี้เองหรือ?"  ร่างโปร่งของเว่ยอิงและหลานจ้านยืนอยู่ที่หุบเหว ด้านล่างเป็นพื้นที่แห้งแล้วปกคลุมไปด้วยหมกสีดำทะมึน 

     เนินเขาขนาดไม่ใหญ่นัก ปรากฏร่างของพวกเหล่าศพเหลือเดนและปีศาจมากมาย พวกมันมุ่งมายังพวกเขาแล้วพยายามจะปีนจาหน้าผาสูงชันขึ้นมา


     สถานท่แห่งนี้อยู่ใกล้กับอวิ๋นเมิ่งเพียงไม่กี่สิบลี้ อีกทั้งแรงอาฆาตและไอมารประหลาดอย่างที่ไม่เคยพบมาก่อนทำให้ปรมาจารย์อี๋หลิงถึงกับขมวดคิ้วอย่างเป็นกังวล

     แฮ่!!  ฉัวะะ!! ตุบ!

     "เว่ยอิง ถอยก่อน..." หลานจ้านว่าก่อนจะก้าวออกมาคุ้มกันอีกฝ่าย กระบี่ปี้เฉินถูกชักออกมาเพลงดาบแห่งกูซูเริ่มบรรเลงท่วงทำนอง

     เมื่อมีการปะทะทำให้พวกปีศาจและศะเหลือเดนต่างพุ่งตรงมาเรื่อยๆ เว่ยอิงเห้นท่าไม่ดีจึงหยิบขลุ่ยมารเฉินฉิงออกมา จรดกลีบปากบางผิวบรรเลง



     แต่แทนที่พวกมันจะยอมหยุดขยับ กลับกลายเป็นว่าเพลงบรรเลงนั้นเชื้อเชิญให้พวกมันเข้าหาเจ้าของเสียงขลุ่ยเว่ยอิงรีบเขียนยันต์แล้วขว้างใส่พวกปีศาจ

     "เว่ยอิง!"

     "หลานจ้าน ไม่ต้องห่วงข้า!" เว่ยอิงตะโกนกลับมาก่อนจะทั้งเตะทั้งต่อยใส่พวกปีศาจ มันล่าถอยแต่ก็พุ่งเข้ามาใหม่

    ร่างสูงของคุณชายรองตระกูลหลานรีบรุดเข้าไปจะคุ้มกัน แต่ในตอนนั้นจึงไม่ทันได้สังเกตว่าด้านหลังของเขานั้น บางสิ่งที่อยู่ไกลออกไปกำลังหมายตาตัวเขา

     ดวงตาแดงฉานสว่างวาบท่ายกลางควันหมดทมิฬ หอกเหล็กทมิฬปรากฏขึ้นแล้วพุ่งเข้ามาด้วยความรวดเร็ว

     "หลานจ้าน ระวัง!!!" เว่ยอิงร้องลั่นก่อนจะรีบวิ่งเข้ามาจับบ่าอีกฝ่ายเหวี่ยงไปให้พ้นทาง จนหอกเหล็กนั้นเสียบทะลุที่หัวไหล่

     ฉึกกกกก!!

     "อั่ก!"

     "เว่ยอิง!!" 


















     ครึ่กก ครืนนนนนนนนนนน!!

     เถาหนามมากมายโผล่ขึ้นมาจากดินล้อมรอบปกป้องพวกเหลียงซาเอาไว้ ศิษย์ทุกคนต่างตกใจกับพืชที่จู่ๆก็ผุดขึ้นมา พวกเขาที่หลับตาแน่นลืมตาขึ้นเงยหน้ามองบุคคลที่ปกป้องพวกเขาเอาไว้

     "เจ้าทำอะไรลงไป..."

     "...ฉันตัดสินใจเอง พวกนายไม่ต้องโทษตัวเองหรอก แต่ช่วยเล่าเรื่องให้ฉันรู้ด้วยล่ะ" ฉันว่าก่อนจะสะบัดชายแขนเสื้อจนพวกเถาหนามหายไป ทุกคนมองฉันด้วยความตกตะลึง

     "ฟ ฟูหยาง?"

     "..."

     "เหตุใด...เหตุใดเจ้าถึงปกป้องปีศาจ!!" จื่อเจินตวาดใส่ฉันด้วยความไม่เข้าใจ ในอ้อมแขนของเขายังประคองร่างของเหม่ยเหมยที่เลือดโชกหมดสติ

     มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย!
    
     "เหลียงซา พาคนของนายไปซะ "

     "แต่ว่า---"

     "ไป!!" ฉันหับกลับไปตะโกนใส่เขาเสียงแข็งกร้าว 

   เหลียงซาชะงักก่อนที่จะช้อนร่างเด็กสาวแล้วกระโดดลงหน้าผาไป เมื่อมีศิษย์คนอื่นจะตามฉันจึงสร้างกำแพงหนามขึ้นมาเพื่อไม่ให้พวกเขาตามไปได้

     "...หรือว่าเจ้าบงการเรื่องทุกอย่าง แสร้งทำดีกับแม่นางจางแล้วให้พวกปีศาจมาทำร้าย!"

     "ไม่ใช่" ฉันตอบกลับเสียงเรียบ ปรายตามองทุกคนที่หันกระบี่ใส่ฉันอย่างหวาดกลัว

     "โกหก!"

     "ไม่ได้โกหก...อึ่ก!" บ่วงเซียนพุ่งเข้ามามัดตัวฉันและพลังบางอย่างเหมือนกับถูกสูบออกจากร่างจนร่วงลงกับพื้น พวกเขาปรี่เข้ามามัดมือและเท้าของฉันด้วยเชือกเซียนอย่างหนาแน่น

     ก่อนที่จะได้ยินเสียงบางอย่างดังขึ้นแล้วหมดสติไปหลังจากนั้น

     "นำตัวนางไปสอบสวน!!"


















   หลานจ้านเรียกชื่อร่างโปร่งดังลั่นก่อนจะรีบเข้าไปรับตัวอีกฝ่ายที่หมดสติไปทันทีหลังจากถูกเหล็กแทง

     ผิวรอบบากแผลเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีคล้ำและมีเส้นเลือดขึ้นปูดโปน ริมฝีปากที่เคยสีระเรื่อกลับขาวซีด ไม่ว่าจะพยายามเรียกอีกฝ่ายเท่าไหร่ก็ไม่มีท่าทีว่าจะตื่น ชีพจรเริ่มแผ่วลงจนหลานจ้านเริ่มหวั่นใจ จะหาทางหนีก็ริบหรี่


     แฮ่!!!  ตึงงงง แกร๊งๆๆๆ! ฉึก!


     โซ่เส้นหน้าผุดขึ้นมาจากดินตวัดฟาดพวกปีศาจและศพเหลือเดนออกจากทั้งสอง เวินหนิงปรากฏตัวขึ้นปกป้อทั้งสองเอาไว้

     "เวินหนิง..."

     "คุณชายรองหลาน...คุณชายเว่ย!" เวินหนิงปรี่เข้ามาดูนายของตนด้วยความกังวลก่อนจะหยิบบางอย่างออกมาแล้ววางทาบกับหอกทมิฬไว้

     ฉ่าาาา

     "อ อึ่ก!"

     "เจ้าทำอะไร?" หลานจ้านเอ่ยถามจนแทบจะตะโกนเมื่อเห็นคนรักของตนมีสีหน้าทรมาน

   แต่ไม่นานนักคำสาปจากหอกที่กำลังแล่นไปทั่วร่างกลับหยุดนิ่ง สีหน้าของเว่ยอิงดีกว่าเมื่อครู่เล็กน้อยแต่ก็ยังไม่ได้สติ เวินหนิงมองของที่วางทาบบนบ่าของนายแล้วเอ่ยอธิบาย

     "เหล็กนี้ เปื้อนเลือดของแม่นางหลิว..." หลานจ้านตวัดมาสบมองเวินหนิง คิ้วขมวดเล็กน้อยแต่ก็ไม่พูดอะไร

     "บางที...แม่นางหลิวอาจช่วยคุณชายเว่ยได้!"

     ร่างสูงช้อนร่างของเว่ยอิงไว้ในอ้อมแขนก่อนจะเหลือบมองด้วยความกังวลจนแทบจะเก็บอาการไม่อยู่ แล้วเอ่ยกับเวินหนิงเสียงเรียบ

     "กลับอวิ๋นเซินปู้จื้อฉู่" เวินหนิงพยักหน้าก่อนจะควบคุมโซ่แล้วเปิดทางให้ทั้งสองเหาะกระบี่ไป ส่วนตนก็หมุดลงไปยังใต้ดินดังเดิมเพื่อกลับไปเช่นกัน












     ณ หอบรรพชนตระกูลหลาน



     ตุบ!

     "อึ่ก!" ฉันนิ่วหน้าตวัดตามองเหล่าผู้อาวุโสที่มองฉันด้วยความโกรธเกรี้ยว และผิดหวัง

     ฉันยืนอยู่ที่กลางโถงโดยมีศิษย์รายล้อมวงนอกชี้ปลายกรับี่มาทางฉันเสียหมด ก่อนจะก้มลงมองตัวเองที่ถูกมัดด้วยเชือกเซียนลงอาคมแกร่งกล้าที่สุดจากผู้อาวุโสมัดตัวไว้

     ไม่ต่างจากนักโทษ...

     "เหตุใด เจ้าถึงช่วยปีศาจ?"

     "..."

     "เจ้าเป็นพวกเดียวกับมันอย่างนั้นหรือ!"

     "...ไม่ใช่เจ้าค่ะ"

     "แล้วช่วยพวกมัน...เพราะเหตุใด?"

     "..."
    
     "ตอบมา เทียนฟูหยาง!" ฉันนั่งคุกเข่าจ้องหน้าพวกเขาอยู่อย่างนั้นไม่พูดอะไร ก่อนจะหลับตาแล้วนั่งก้มหัวลงอย่างนอบน้อม

     ต่างกับแววตาของฉันที่จ้องพวกเขาด้วยความอาจหาญและท้าทาย

     "..."

     "เจ้าลืมกฏของอวิ๋นเซินปู้จื้อฉู่ไปแล้วอย่างนั้นหรือ!?"

     "กฏที่ว่า'ห้ามผูกมิตรกับมาร'หรือเจ้าคะ?...ไม่เลยเจ้าค่ะ ฟูหยางไม่เคยลืม" ฉันยิ้มบางเบาแล้วส่ายหน้าหวือ

     "แล้วเหตุใดเจ้า---"

     "เซียนหรือมารย่อมเท่าเทียม มิมีลำเอียงเข้าข้างฝ่ายใด ใครดีมาเราดีตอบ ใครร้ายมาเราร้ายตอบ" ฉันพูดขัดผู้อาวุโสแต่ประโยคนี้ทำให้พวกเขาถึงกับเงียบไปด้วยความตกตะลึง

     "หมายความว่าอย่างไร?...เจ้ารู้อะไรมา"

     "ฟูหยางเชื่อว่าพวกเขาบริสุทธิ์เจ้าค่ะ พวกเขาไม่ใช่คนที่ทำร้ายแม่นางจางอย่างแน่นอน"

     "เจ้ายืนยันอย่างนั้นใช่หรือไม่?"

     "เจ้าค่ะ ข้ารู้จักพวกเขา...ข้าย่อมรู้ดี ข้ามิได้เหมารวมว่าปีศาจจะต้องร้ายเหมือนกับที่กฏสกุลหลานเคยสอนมาตลอด!!" คำพูดของฉันทำให้หลานฉีเหรินมองฉันด้วยความผิดหวัง แต่ก็แปรเปลี่ยนเป็นความโกรธเกรี้ยว

     "ได้..."

     "..."

     "หากเจ้ายืนยันเช่นนั้น ก็จงรับโทษสถานหนักเสีย!!"

     "..."

     "ลงแส้โบยนางหนึ่งพันครั้ง! ขังนางไว้ที่ห้องใต้ดินของเรือนสำนึกตน 6 เดือน!!" สิ้นเสียงเสียงฝีเท้าของคนคนหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลังที่เดินมาพร้อมกับไม้ขนาดใหญ่

     
     มือทั้งสองกำผ้าคลุมไว้แน่น กัดปากล่างแล้วหลับตาพร้อมรับความเจ็บปวดที่กำลังจะเกิดขึ้นกับร่างกายนี้...ถึงฉันจะกลัวมากก็ตาม


     แต่ถอยไม่ได้แล้ว...กลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้ว 






     "โบย!!!!"


















     ผัวะ!! ตุบ!


     ถูกโบยครั้งที่เท่าไหร่จำไม่ได้แต่ร่างบางกลับล้มลงไปทันทีแล้วแน่นิ่งไป ศิษย์ที่ทำหน้าที่ลงโทษมองเด็กสาวที่นอนแน่นิ่งกับพื้นสลับกับสีหน้าของอาจารย์หลานที่มองนางด้วยแววตาสั่นไหว ก่อนจะหลับตาแล้วหันหลังแล้วออกคำสั่ง

     "พาตัวนางไป"

     "ขอรับ!" 

   ศิษย์อีกสองคนรีบเข้ามาหิ้วปีกคนละข้างแต่ว่าพวกเขาก็ไม่สามารถจะลุกขึ้นเต็มความสูงได้เมื่อร่างบางนั้นยังคงขืนแรงของพวกเขาแม้ว่าจะอ่อนแรงแล้วก็ตาม

     "ฟูหยาง อย่าขัด---"

     "โบยต่อไป!!" เสียงหวานพูดผะแผ่ว ริมฝีปากบางที่เปื้อนเลือดสั่งระริกฝืนเงยมองหลานฉีเหรินด้วยดวงตาแดงก่ำ

      หลานฉีเหรินหันกลับมามองอีกฝ่ายด้วยความตกตะลึง ก่อนจะตวาดใส่ด้วยความโกรธไม่น้อยที่นางดื้อดึง

     "เจ้าไม่ดูสารรูปตัวเจ้าเสียเลย! ฝีปากของเจ้านี่ช่างหาเรื่องยิ่งนัก!"

     "โบยข้าต่อไป! จนกว่าจะครบพันเถอะเจ้าค่ะ....หากท่านจะเพิ่มจำนวนก็ย่อมได้แต่ข้าก็ขอยืนยันคำเดิม!!"

     "..."

     "ว่าพวกเขานั้นไร้มลทิน..." ดวงตาหลานฉีเหรินวาวโรจน์ด้วยความโกรธปนปวดใจ เมื่อเห็นเด็กสาวตรงหน้าทำอย่างเดียวกันกับหลานรักของตนที่ช่วยเหลือเว่ยอู๋เซี่ยน

     'ขอถามท่านอา ใครดีใครชั่ว ใครดำใครขาว!!'     


     เหมือนเห็นภาพเด็กสาวซ้อนทับกับหลานวั่งจีไม่มีผิดเลยจริงๆ

     "...ดี ดียิ่ง!" หลานฉีเหรินพยักหน้าดวงตาวาวโรนจ์ด้วยความโกรธจัดก่อนจะสะบัดผ้าคลุมหันหลังให้กับฉันแล้วพูดขึ้น

     "..." ฉันมองเขาด้วยดวงตาแดงก่ำ ลมหายใจติดๆขัดๆเพราะเจ็บปวดทั่วแผ่นหลัง แต่ฉันก็ขอก้มหน้ายอมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้


     ไม่ขอหนีอีกแล้ว!!



     "โบยต่อไป จนกว่าจะครบ!!" 
















     ผัวะะะะ ตุบ!!


     เสียงถูกโบยครั้งสุดท้ายสิ้นสุดลง ศิษย์ท่พยุงร่างของนางผละออก ร่างเริ่มโงนเงนแล้วล้มลงไปนอนกับพื้นอีกหนแต่ครั้งนี้นางแน่นิ่งไปดวงตาปิดสนิท กลีบปากบางเปรอะเปื้อนเลือด ผ้าขาวบนแผ่นหลังถูกอาบย้อมเป็นสีโลหิตชุ่มไปหมด จนเปื้อนไปถึงแส้วินัย ศิษย์คนหนึ่งจับชีพจรของนางแล้วเอ่ยรายงานหลานฉีเหริน

     "นางหมดสติไปแล้วขอรับ"

     "...ทำแผลให้นาง แล้วเอานางไปขังไว้"
    
     "ศิษย์รับทราบ!" พวกเขาโค้งรับคำก่อนจะหอบร่างไร้สติของเด็กสาวออกไปจากหอบรรพชน


     ตึง!


     หลานฉีเหรินที่อยู่ในหอบรรพชนเพียงลำพังหันกลับไปมองประตูไม้ใหญ่ ก่อนจะหลับตาให้หยาดเม็ดใสกลิ้งหล่นอย่างเงียบๆ

     "อภัยให้ข้าด้วย ฟูหยาง..."









เห่อๆ  ไม่มีไรมาก

เม้น-กัน-หน่อย!!


ความสุขของเตี้ย = การเห็นรีดเดอร์อินกับฟิค และเม้นมาให้อ่าน








ขอแค่นี้จริงๆ กราบล่ะค่ะ



รูปภาพที่เกี่ยวข้อง





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 223 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,619 ความคิดเห็น

  1. #1468 รากต้นโพธิ์ (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 21:37

    ฟูหยางงงงหลักจะหักไหมนั้นอิแม่เป็นห่วงแท้เด้
    #1,468
    0
  2. #1128 ratima4494 (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 22:50
    โอ้ยยยย อยากร้องไห้ ฟูหยางหนูเข้มแข็งแน่วแน่มากลูก ใครไม่สนเราก็อยากไปแคร์ เราต้องยืนหนึ่ง!!! ฮือ รีบกลับมาต่อนะคะ คามากกก เนื้อเรื่องเข้มข้นมากกกกกก
    #1,128
    0
  3. #1127 lrvlenca (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 11:29
    น้องเจ็บตัวอีกแล้ววววว น้องงงงงงงง //กอดเข่าร้องไห้
    #1,127
    0
  4. #1126 P_Chan and Me_Kung (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 06:52

    สร้างค่ายกลใหม่แล้วอยู่ในนั้นนะฟูหยาง อย่าไปยุ่งเกี่ยวกับอะไรแบบนี้เลยเถอะ อีช้อยปวดใจนักเจ้าค่ะแม่นายยย
    #1,126
    0
  5. #1119 akazeyujin (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 22:37
    ตีตั้งพันครั้งหลังน้องจะเหลือไหมเนี่ยสงสารเหลือเกินแม่นางฟูหยาง.....
    #1,119
    0
  6. #1118 โดราเอม่อนคุง>_< (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 19:46
    ให้ตระกูลมันแตกหักไปให้หมดเหอะ ไม่ให้เกี่ยวข้องอะไรกันเลย อนาคตถ้าเกิดเดือนร้อนก็ไม่ต้องช่วย จะได้รู้ว่าคนเรามันเป็นไง ใครกันแน่ที่ผิดใครกันแน่ที่ถูก!!!
    #1,118
    0
  7. #1117 Phatusanime (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 16:45
    ขอให้ทุกคนใจร่มๆก่อนนะค้าาาาา
    #1,117
    0
  8. #1116 Reconcile -. (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 16:17
    ไม่!! ตูไม่ให้อภัย!! ..เนี่ย! ก็เป็นแบบนี้กันซะทุกคนอ่ะ โบราณแล้วโบราณอีก ละอิจิ่งอี๋มันหายหัวไปไหน!! ห้ะ!!! แล้วพอเว่ยอิงมาใครจะรักษา. ละพวกสายซัพพอร์ตต่างๆนานา ตอนแรกมันหายไปไหนกันหมด หื้มมม??!!!
    #1,116
    0
  9. #1115 Frostendzx (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 15:03
    น้องหยางอดทนไว้นะลูก อาเตี่ยกับอาเหนียงกำลังมา TT
    #1,115
    0
  10. #1113 CHECK224 (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 13:20
    บางทีก็คิดแบบจิ่งอี๋คฃไม่จำเป็น แบบเหมือนฟูหยางรักข้างเดียวอ่ะ รู้นะเว่ยว่าจิ่ฃอี๋ลังเลแต่แบบ โอยยยยไม่รู้แล้ววววว
    #1,113
    0
  11. #1112 luvtaetaev (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 12:26
    แงงง คำสอนของสองตระกูลมันขัดแย้งกัน สักวันมันก็ต้องเกิดเรื่องนี้ขึ้นอยู่แล้ว โธ่พี่หยางงงง ;-;
    #1,112
    0
  12. #1111 Hyperion-kub (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 11:40
    อาเตี่ยยยย อ๊ากกกกก เรียกตั้งแต่2ตอนที่แล้วแล้วน้าาา มาซักทีเถ๊อะะะะ ขอแห้งแล้ววว5555
    #1,111
    1
    • #1111-1 Hyperion-kub(จากตอนที่ 57)
      1 ธันวาคม 2562 / 11:40
      คอ*สิเอ้ออ
      #1111-1
  13. #1109 คนหลับมืออาชีพ (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 11:10
    หนึางพันครั้งเลยหรอ ฟูหยางไม่ตายนี่ก็อึดมากเลยนะ!!!
    #1,109
    0
  14. #1108 sumaleedechtanu (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 10:54

    มาต่อเร็วๆน้าน้องทำถูกแล้วละค่ะ
    #1,108
    0
  15. #1107 chanagarn2002 (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 10:41

    จิ่งอี๋มองอยู่หรือเปล่า ไม่แก้ให้นางหน่อยหรอโหดร้ายจังน้า
    #1,107
    0
  16. #1106 NARUEPANHAT (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 10:19

    จิ่งอี๋ยังจำเป็นอยู่มั้ยเนี่ย เป็นพระเอกที่นอกจากปากมอมแล้วไม่ได้ช่วยอะไรนางเอกเลย ตั้งแต่ต้นนางเอกปากัดตีนถีบเองตลอดๆ

    #1,106
    0
  17. #1105 Kunnija (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 09:40

    ตอนนี้เป็นตอนที่เราร้องให้และเราก็อยากพังโน๊ตบุ๊คทิ้งมากเลยค่ะ แม่งอะไรวะ อีเ-้ยเอ้ยยยย

    #1,105
    0
  18. #1104 554910140 (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 09:36
    ฟูหยางก็เจ็บหนัก อาเหนียงก็ไม่รู้สึกตัว แย่ๆๆ งานนี้แย่แน่!!
    #1,104
    0
  19. #1103 oporlove7754 (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 09:36
    เปลี่ยนพระเอกเถอะนะ แล้วจิ่งอี๋หายไปไหนอ่ะ..เหนื่อยใจโว้ย!!!
    #1,103
    0
  20. #1102 087220 (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 09:28
    ไม่โอกับหลานซิเฉินเลย ยึดมั่นแต่กับกฎ ไม่อยากลงโทษก็ไม่ต้องทำสิวุ้ย! ไม้โบยบ้านมันสิใหญ่เท่าฝาบ้าน!...
    #1,102
    2
    • #1102-1 087220(จากตอนที่ 57)
      1 ธันวาคม 2562 / 09:28
      อันนี้หงุดหงิดตั้งแต่หลานจ้านโดนโบยละ._.
      #1102-1
    • #1102-2 Phatusanime(จากตอนที่ 57)
      1 ธันวาคม 2562 / 12:38
      ท่านอาชื่อหลานฉีเหรินค่ะ

      หลานซีเฉินคือพี่ของพี่วั่งจี
      #1102-2
  21. #1101 087220 (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 09:26
    อยากให้พระเอกเป็นจินหลิงจริงๆ เสียดายอ่า... ทั้งที่เคมีออกจะเข้ากัน
    #1,101
    0
  22. #1100 Natacha_i-sen (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 08:24

    แต่ว่าเตี่ยกับเหนียงจะมาหาน้องแล้ว บ้านแตกแน่นอน5555

    ปล.เปลี่ยนพระเอกที เบื่อจิงอี๋ จินหลันได้มั้ยดูมีอะไรกับน้ิงหยางมากกว่าอีกอ่ะ เปลี่ยนพระเอกเถอะ พรีส

    #1,100
    0
  23. #1099 Natacha_i-sen (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 08:20

    อิเวร ก้เคยสงสัยนะทำไมเรื่องที่เกิดขึ้นในอาลิ่งมันกลายเป็นโศกอนาถตกรรมได้ขนาดนั้น ตอนนี้รู้แล้ว แม่งเหล่าเซียนฝังหัวก้เลยนิหว่าว่าปีศาจหรือสิ่งลี้ลับต่างๆพลังมารมันไม่ดี อิเวรเขาช่วยมุงนะ! ไม่คิดว่าจะโง่เง่าได้ขนาดนี้ เชื่อแค่สิ่งที่ตาเห็นสมองลืมไว้ในครรแม่หรอ? แม้แต่คำพูดของเพื่อนตัวเองยังไม่เชื่อ งั้นก็ตายๆแม่งให้หมดเถอะในสงคราม อิฮูหยินจางงานนี้แกมีเอี่ยวแน่ อิป้ามันต้องรู้ว่าน้องรู้จักเหลียงซาแล้วจัดฉากขึ้นมาแน่ เวรเอ้ย!คือกำลังจะย้อนรอยเดิมที่ทุกคนทำกับเว่ยอิง ชิ เป็นตระกูลเซียนที่สอนคนอื่นแต่ดันโง่อีคิว เหนื่อยใจคนตระกูลนี้

    #1,099
    0
  24. #1097 Nn11111 (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 07:47

    น้องงงง TT
    #1,097
    0
  25. #1096 Namloly (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 05:46
    หากจะตบหัวแล้วลูบหลังแบบนี้ สู้ให้น้องออกจากตระกูลหลานไปดีกว่า หลานฉีเหรินก็เป็นอีกคนที่เราไม่ค่อยปลื้มซะเท่าไหร่ ยึดมั่นในกฎ ถ้าขึ้นชื่อว่ามารก็ต้องชั่วร้ายสิ เขาเป็นมารใช่ว่าเขาชั่วร้าย หากถึงวันชำระขึ้นมาแล้วแกยังไม่ปล่อยอาหยางไปนะ แม่นี่แหละจะตะบันสับคอปู่เอง!!

    ใครขาว? ใครดำ? มีมลทิน? ไร้มลทิน? ไม่มีใครตอบได้หรอก...
    #1,096
    2
    • #1096-1 Natacha_i-sen(จากตอนที่ 57)
      1 ธันวาคม 2562 / 08:22
      ต่อให้มีคำตอบที่รุ้อยู่แก่ใจ ฉีเหรินก็ไม่มีวันตอบหรอก เพราะมันขัดแย้งกับคำสอนในตระกูลกับไอตาแก่ที่อยู่กับคำสอนนั่นมาเกือบทั้งชีวิตจนจะลงโลงยุแล้วนั่นนะ ไม่มีทางที่จะพูดที่ขัดแย้งกับคำสอนที่ตนเป็นคนสอนและได้เรียนรู้หรอก เน่าเฟะ
      #1096-1