[ปรมาจารย์ลัทธิมาร] พันธวิญญาณข้ามภพ (OC)

ตอนที่ 54 : ตอนที่ 52 บาดแผลที่มองไม่เห็น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,769
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 216 ครั้ง
    24 พ.ย. 62




     ปึ่ก โครมมมม!!    
    
     "โอ๊ย!"

     "แม่นางจาง!" เสียงร้องของเหม่ยเหมยดังขึ้นจากด้านหลังพร้อมกับเสียงบางอย่างกระแทกพื้นอย่างแรง จนทุกคนรีบเข้าไปพยุงเธอไว้

     ฉันที่กำลังจะเดินเข้าไป กลับถูกจิ่งอี๋แทรกมาพยุงตัวเธอไว้แทนด้วยความร้อนรนแล้วก้มๆเงยๆทั่วตัว แล้วเอ่ยถามขึ้น

     "เจ็บมากไหม?"

     "ข ขาของข้า..." เธอว่าก่อนจะก้มลงมองเท้าของเธอที่มันกระตุกนิดๆ 

     ฉันเริ่มสงสัยแล้วว่าทำไมตระกูลจางถึงส่งเธอคนนี้มาเรียน กระบี่ก็ไม่ให้ แถมร่างกายก็อ่อนแอเกินกว่าที่จะออกมาล่าปีศาจเสียด้วยซ้ำไป ไม่ได้อยากจะคิดอะไรที่เหมือนละครหลังข่าวนักหรอกนะ แต่ดูเหมือนว่าในตระกูลจางจะไม่มีใครเห็นนางเป็นครอบครัว ยกเว้นจิ้นชิงคนนั้น 

     "เหม่ยเหมย ตอนนี้เจ้ายกขาขึ้นได้ไหม?" อีกฝ่ายส่ายหน้าตอบฉัน ใบหน้าหวานแดงก่ำเพราะความร้อนของแสงแดด ฉันพยักหน้าก่อนจะหยิบกระบอกน้ำให้เธอดื่มไปก่อน

     "เราพักกันเสียหน่อยเถอะ เหม่ยเหมยเดินต่อไม่ไหวแล้ว"

     "ม ไม่เป็นไร ฟูหยาง ข้า---"

     "ฟูหยางพูดถูก แม่นางจาง ท่านต้องพักนะ" ซือจุยออกปากเห็นด้วยกับฉัน จนเธอทำหน้าเศร้าแล้วแย้งเสียงแผ่ว

     "แต่ข้า...ไม่อยากเป็นตัวถ่วงของพวกท่าน"

     "ไม่หรอก เจ้า--"

     "เจ้ามิได้ถ่วงพวกข้าหรอก พวกข้าอ่อนด้อยเองที่ทำให้เจ้าลำบาก" จิ่งอี๋โพล่งขึ้นตัดหน้าฉัน เธอทำหน้ากังวลก่อนจะหันมามองฉัน

     "ฟูหยาง ข้า--"

     "ขาของเจ้าล้าแล้วฝืนไป รังแต่จะป่วยการเปล่าๆนะ...ตอนนี้เจ้าควรหยุดอยู่นิ่งๆดีกว่า"

     "เจ้าค่ะ..." เธอทำหน้าหงอยลงไปไม่กล้าเถียงต่อ

     "ฟูหยาง เจ้าอย่าเร่งนางนักเลยนะ...ใจเย็นไว้" จื่อเจินว่าแล้วตบบ่าฉันเบาๆ ฉันพยักหน้ายิ้มๆแล้วจะอธิบายแต่...

     "เจ้าหงุดหงิดอะไร ก็มิควรพูดเช่นนั้นนะ" จิ่งอี๋ว่าเหมือนพูดลอยๆ จนฉันต้องถอนหายใจกลอกตามองบน แล้วอธิบายเชิงเหน็บแนม

     "ข้าก็กำลังจะอธิบายว่าข้ามิได้หงุดหงิด...แต่หากข้าไม่พูดเช่นนี้ เหม่ยเหมยก็จะรั้งเดินต่อเพื่อไม่ให้ลำบากพวกเรา ดูจากสภาพร่างกายของเหม่ยเหมย ข้าก็รู้ว่านางไม่เคยมีประสบการณ์ในการเดินป่าเช่นนี้ หากขืนให้นางเดินต่อขานางของนางจะปวดมากในตอนกลางคืน" จิ่งอี๋ถึงกับนิ่งงันเมื่อเจอสายตาที่ส่อแววหงุดหงิดกับคำพูดของเขาไม่น้อยแล้วหลบตาไป

     "อ เอ่อ...ฟูหยาง อย่าโกรธเลยนะ" เหม่ยเหมยรีบยกมือขึ้นห้าม 

     ให้ตายสิ! ทำไมฉันต้องมาหงุดหงิดกับเรื่องอะไรแบบนี้แต่หัววันเลยนะ...แถมยังไม่เคยเจอจิ่งอี๋แล้วทะเลาะกับเขาบ่อยขนาดนี้มาก่อนเลยนะ

     "จิ่งอี๋ เจ้าก็ด้วย..."

     "แต่เราจะค้างกลางป่าเช่นนี้ไม่ได้แน่...สงสัยต้องให้ใครสักคนแบกแม่นางจางแล้ว" ซือจุยพูดพึมพำ ก่อนจะโพล่งขึ้นจนจื่อเจินและจิ่งอี๋รีบอาสา 

     "ข้าแบกเองเจ้าค่ะ!...ในเมื่อข้าเป็นคนพูดให้นางพัก ข้าจะรับผิดชอบเอง" ฉันพูดตัดบททั้งสองก่อนจะเดินแทรกเข้าไปก่อนจะย่อตัวลงนั่งตรงหน้าเหม่ยเหมย

     "ต แต่ข้าตัวหนักนะ ฟูหยาง"

     "ไม่เท่าไหร่หรอกน่า อย่างน้อยก็แค่แบกหลังเอง สบายมาก" ฉันยิ้มก่อนจะหันหลังให้เธอ อีกฝ่ายลังเลก่อนจะจำใจขึ้นมาบนหลังในที่สุด

     มือสอดใต้ข้อพับขาแล้วค่อยๆลุกขึ้น ฉันเลิ่กคิ้วด้วยความแปลกใจเพราะตัวเธอมันเบากว่าที่ฉันคิดไว้มากอยู่เหมือนกัน เห็นส่วนสูงเตี้ยกว่าฉันไปนิดหน่อยเองนี่นา

     "หนักไหม ฟูหยาง?" จื่อเจินว่าด้วยความกังวลเพราะกลัวว่าฉันจะไม่ไหว จึงส่ายหน้าตอบกลับไป ส่วนเหม่ยเหมยก็กอดคอฉันไว้แน่น

     "เบามาก...เบามากๆเลยล่ะ จินหลิงเจ้านำทางต่อเลย ข้าแบกนางไปเอง" จินหลิงยืนนิ่งก่อนจะพยักหน้ารับแล้วเราก็ออกเดินทางต่อ โดยที่จื่อเจิน และจิ่งอี๋อยู่รั้งท้าย

     หมับ!

     "ไม่หนักใช่ไหม ฟูหยาง?"

     "ไม่เลย...เจ้าตัวเบามากจนข้ายังนึกห่วง อีกทั้งข้ายังรู้สึกได้ว่าเจ้าผอมเกินไปด้วยซ้ำ ทานข้าวเยอะๆสิ หากทานไม่ลงก็มาทานกับข้าได้นะ" คางเรียวเล็กเกยบ่าแล้วพูดเสียงแผ่ว

     "ท่านเหมือนท่านแม่ของข้าที่จากไปเลย...ท่านแม่ของข้าก็มักพูดเช่นนี้"

     "...เหรอ ถ้าเช่นนั้นคงต้องทำอาหารขุนเจ้าให้มากๆแล้วสินะเนี่ย" เหม่ยเหมยหัวเราะเบาๆแล้วกอดคอฉันไว้แน่นก่อนจะพยักหน้า
    
     "ข้าชอบกับข้าวฝีมือท่านมากเลย "

     "ไว้ถ้าได้ปลามา จะทำปลาเผาให้ลองกินนะ"







     เราเดินทางมาถึงเขตจินหลินไถแต่มันก็เป็นช่วงที่ฟ้ามืดแล้ว จินหลิงจึงบอกให้คนไปเตรียมห้องรับรองให้พวกเราทั้งหมดก่อนที่เหม่ยเหมยจะถูกพาไปรักษา แต่ว่าเราได้นอนห้องเดียวกันเพราะฉันขอจินหลิงไว้

     "แค่ถลอกนิดหน่อย ไม่เป็นอะไรมากมาย...แต่ขาของแม่นางอ่อนล้ามากอาจจะปวดในช่วงกลางดึก ต้องนวดด้วยน้ำมันสมุนไพรร้อน" ท่านหมอกล่าวก่อนจะเดินออกจากห้องไป

     "แต่ข้าไม่เห็นรู้สึกเช่นนั้นเลย..."

     "เพราะว่าขาของเจ้าชาน่ะสิ ถ้าอย่างนั้นคืนนี้ข้าจะนั่งกินข้าวกับเจ้า ตอนนี้เจ้าอย่าเดินมากนักพักอยู่เฉยๆเถอะนะ"

     "ฟูหยาง ท่านเมตตาข้าเกินไปแล้ว"

     "ไม่เลย ถ้าคืนนี้เจ้านอนไม่หลับ...ข้าจะกล่อมเจ้านอนก่อนแล้วจะดับไฟให้" เธอมองฉันด้วยความดีใจแล้วพยักหน้า ก่อนที่ฉันจะลุกขึ้นแล้วเดินออกมาข้างนอกเพื่อบอกให้พวกสาวใช้เตรียมน้ำต้มสมุนไพรให้เธอแช่เท้าไปพลาง





     กึกๆ!

     "ฮึบบบ...แบกนานๆก็เมื่อยเหมือนกันนะเนี่ย" ฉันออกมายืดเส้นยืดสายในสวนก่อนจะปรายตามองรอบๆด้วยความสนใจ ดอกบัวที่ศาลากลางสระมันดอกตูมสีชมพูสวยกำลังดี

     ขาก้าวเดินไปยืนมองใกล้ๆแต่ก็ต้องชะงักและหยุดยืนอยู่กับที่เมื่อนึกถึงที่มาออก เรื่องราวความรักของพ่อแม่จินหลิง ความลงทุนของคุณชายนกยูงผู้สูงส่ง ที่ปรารถนาให้คนที่เขารักได้เปิดใจ

     "เกิดที่บ้านบัวก็ต้องเกี้ยวด้วยบัว...ก็จริงแฮะ" ฉันพูดพึมพำแล้วไหวไหล่ โดยที่ไม่รู้ตัวถึงการมาของบุคคลปริศนาที่ขานรับขึ้น

     "จริงหรือ ฟูหยาง?"

     "พี่ซือจุย...ก็ข้าสังเกตมานานแล้ว พี่เว่ยก็เคยได้รับฝักบัวจากหานกวงจวิน แม่นางเจียงแม่ของจินหลิงก็ได้บิดาสร้างสระบัวนี้ให้ด้วย ส่วนประมุขเจียง อืมมม ไม่รู้สิ แต่ก็น่าจะเกี่ยวข้องกับดอกบัวนะข้าว่า" ซือจุยยิ้มบางก่อนจะทอดมองดอกบัวแล้วกล่าวขึ้นมาอีก

     "หากข้าปลูกดอกบัวที่อวิ๋นเซินปู้จื้อฉู่ เจ้าว่าอย่างไรล่ะ?" ฉันหันขวับมองเขาด้วยความตกใจ ก่อนจะส่ายหน้าหวือรัวเร็ว

     "เอ่อ พี่อย่าใช้แรงงานข้าเลยนะ ถึงข้าจะสร้างพืชได้...แต่ที่อวิ๋นเซินปู้จื้อฉู่มีแต่ภูเขาเป็นพื้นที่สูง แต่อวิ๋นเมิ่งเป็นพื้นที่ราบ มันปลูกได้ยากมากนะ" เด็กหนุ่มตรงหน้าแววตาหมองลงเล็กน้อย จนฉันใจแป้วตาม

     "ข้าควรทำอย่างไรดีเล่า?"

     "พี่ถามข้าไม่ได้นะ...คงต้องขอให้พี่เว่ยช่วยเสียแล้วล่ะ พี่เว่ยก็เติบโตมากับตระกูลเจียง ย่อมรู้ดีกว่าพวกเรานะ" ฉันได้แต่พูดปลอบใจก่อนที่เขาจะกลับไปพักผ่อนตามเดิม 



     

     หลังจากที่ทานมื้อเย็นเสร็จแล้ว พวกเขาก็เข้านอนกันหมดส่วนฉันก็เพิ่งจะกล่อมเหม่ยเหมยด้วยบทสวดมนต์ไปได้สักพักแล้วเดินออกมายังหน้าเรือนซึ่งมีจินหลิงยืนรออยู่เพียงลำพัง  

      ตอนที่พวกคนใช้ยกสำรับมาให้ ก็มีจดหมายฉบับหนึ่งเขียนให้ฉันไปเจอเขาที่หน้าบันไดหลังจากที่ทุกคนหลับ และมีข้อความลงท้ายสั้นๆว่า 'เต่าดำ'

     "ไปกันเถอะ"

     "อืม" ฉันพยักหน้าก่อนที่พวกเราจะเดินไปยังป่าทางเขตชายแดนของจินหลินไถ













     เมื่อพวกเราเข้ามาในป่าลึกจนกระทั่งอยู่ขอบเหว ต้นไม้สีชมพูอ่อนส่องประกายจางๆและพื้นที่สีเขียวที่ดูงดงามกว่าแต่ก่อนมาก แต่ไม่นานนักจินหลิงก็ต้องชักกระบี่ออกมาเมื่อ เหล่างู และสัตว์เลื้อยคลานหลากหลายสายพันธุ์นับร้อยนับพันล้อมรอบพวกเราเอาไว้

     ฟ่อออออ

     "เจ้าพวก---!!"

     "ไม่เป็นไร จินหลิง...พวกเขาไม่ทำอะไรเราหรอก" ฉันว่าก่อนจะย่อตัวลงให้งูตัวหนึ่งเลื้อยขึ้นมาพันแขน มันแลบลิ้นเล็กๆเขี่ยจมูกฉันจนรู้สึกจั๊กจี้

     "เจ้านี่ใจกล้าจริงๆนะ!" จินหลิงทำหน้าแขยงจนอดขำไม่ได้

     "เจ้าบอกว่า พวกสัตว์เหล่านี้เพ่นพ่านออกมาบ่อยเกินไปหรือ?" เขาพยักหน้าแล้วเล่าเรื่องทั้งหมด

     "พอเจ้าปีศาจนั่นถูกเจ้ากำจัดไปแล้ว สองสามวันที่ผ่านมานี้เจ้าพวกนี้ก็ปรากฏตัวให้เห็นบ่อยเกินไปจนผิดธรรมชาติ ข้าก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเลยต้องให้เจ้ามานี่แหละ"

     "อ๋อ..."

     "จริงสิ ข้ามีบางอย่างอยากให้เจ้าได้เห็นด้วย มาทางนี้" เขาว่าก่อนจะเดินเลียบเหวไปพลางๆ ฉันที่เดินตามเขาก็มองไปเรื่อย




     ตึกๆๆ!


     ตรงหน้าของฉันคือผาหินที่ไม่สูงมาก และตรงหน้าเหมือนเป็นปากถ้ำที่ถูกพวกยันต์แปะไว้ ตรึงด้วยเชือกเซียนและโซ่พันรอบหินที่อุดเอาไว้ ฉันขมวดคิ้วแล้วหันมาถามจินหลิง

     "จินหลิง นี่..."

     "ตอนที่ข้ายังเล็ก ข้าเคยแอบหนีออกมาเที่ยวด้านหลังนี่...จนมาเจอที่แห่งนี้ ข้าไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่ข้าเคยเข้าไป...แท่นหินวางผลึกสีอำพันเอาไว้ตั้งอยู่ แต่หลังจากนั้นพวกผู้อาวุโสก็สั่งให้ปิดปากถ้ำนี่ แล้วก็ห้ามไม่ให้ข้ามาที่นี่อีก"

     "..."

     "ท่านอาเล็กเคยบอกข้าว่า พวกผู้อาวุโสแก่ๆพวกนั้น คิดจะใช้พลังของสิ่งที่อยู่ในนี้ในการขยายอำนาจ แต่รู้ไหมพวกเขาได้ผลตอบกลับมาที่น่าขำมาก"

     "อะไรล่ะ?"
    
     "พลังในนี้ปฏิเสธ พวกเขาโดนเล่นงานเสียยับเยิน อีกทั้งยังถูกชี้หน้าด่า ว่าบังอาจเรียกใช้ตน เจ้าพวกมนุษย์ชั้นต่ำ!" ฉันยู่ปากเลิ่กคิ้วด้วยความถูกใจ

     "แรงนะนั่นน่ะ"

     "แต่ข้าสาแก่ใจยิ่งล่ะ! เจ้าลองต่อยมันดีไหม?"

     "ต่อย? กับเจ้าหินนี่น่ะนะ?" ฉันว่าแล้วชี้ไปที่ปากถ้ำ มินิขนมเข่งพยักหน้ามองฉันด้วยความตื่นเต้น

      ฉันถอนหายใจก่อนจะกำหมัดไว้แล้วปล่อยใส่กำแพงเต็มแรง แต่เหมือนมีบางอย่างที่กั้นเอาไว้เป็นม่านพลังนั้นแตกออกต่อหน้าต่อตา

     พลั่ก! เพล้งงงงงงง!!

 
     ม่านแก้วบางๆที่มองไม่เห็นแตกเป็นเสี่ยงๆ มันเหมือนม่านลวงตาที่หลอกให้ทุกคนเชื่อว่าถ้ำนี้ถูกปิดเอาไว้ แต่แท้จริงแล้วมันไม่ได้มีอะไรมาปิดเหมือนอย่างที่เห็นในตอนแรกเลย

     "ม่านลวงตา..."

     ฟิ้วววววววว!! ตุบ!

     "ที่แท้ พวกมันก็หลอกตาพวกเรามาโดยตลอด..." เสียงของบุคคลที่สามดังขึ้นจนพวกเราหับขวับไปยังต้นเสียง จินหลิงชักกระบี่ชี้ไปแล้วตะคอกใส่

     "ใคร!"

     เงาของคนที่อยู่ใต้ต้นไม้เดินออกมา จนเผยให้เห็นใบหน้าและดวงตาสีเหลืองอำพันของอสรพิษที่ฉันคุ้ยเคยเป็นอย่างดี จากที่หวาดระแวงในตอนแรกก็หายไป

     "เหลียงซา?" จินหลิงหันขวับมามองฉันแล้วลดกระบี่ลง

     "ฟูหยาง เจ้ารู้จักหรือ?"

     "อือ...เหลียงซา ตามพวกเรามาตลอดทางเลยเหรอ?" ฉันพยักหน้าตอบจินหลิงก่อนจะหันไปคุยกับเหลียงซา เขาพยักหน้าก่อนจะเสกคบเพลิงแล้วเดินผ่านพวกเรามายังปากถ้ำ

     "เจ้าคนตระกูลจิน นำทางสิ" เหลียงซาว่าก่อนจะยื่นคบเพลิงให้จินหลิง อีกฝ่ายนิ่งไปก่อนจะรับคบเพลิงจากเหลียงซามาแล้วเดินนำหน้าพวกเราไป




      
     ติ๋งๆๆ!

 
     เสียงน้ำใต้ดินหยดลงบนหินดังแผ่วมาเป็นระยะ ในถ้ำทางเรียบกว่าที่คิดเอาไว้จนฉันอดทึ่งไม่ได้ แต่แล้วในตอนนั้นจินหลิงก็หยุดฝีเท้าแล้วพูดขึ้น 

      ตึก!

     "...ถึงแล้ว" เขาว่าก่อนจะย่อตัวลงแล้วก้มมองข้างล่าง ฉันรีบเร่งฝีเท้าไปมองที่ข้างๆด้านล่างเป็นเหวลึกที่ ตรงใจกลางนั้นมีแสงสีอำพันส่งประกายรอบแท่นหิน

     "ลงไปกันเถอะ..." จินหลิงและเหลียงซาพยักหน้าก่อนที่ฉันจะทิ้งตัวลงไปยังด้านล่างก่อน ตามมาด้วยจินหลิงที่เหาะกระบี่ลงมารับฉันไปยืนด้วย


     ฟิ้วววว ตุบ!


     ฉันลงจากกระบี่ลงแล้วเดินเข้าไปหาผลึกสีอำพันใกล้ๆ พอยังมือขึ้นอัง ความอบอุ่นก็แผ่ออกมาเสียงของชายคนหนึ่งดังขึ้นแผ่วเบาแต่กลับหนักแน่นในน้ำเสียงนั้น

     "ฟูหยาง..."

     "เหลียงซา คุ้มกันจินหลิงไว้ด้วย..." ฉันว่าก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าผลึกหินตรงหน้า พื้นดินถึงกับสั่นคลอนเหมือนแผ่นดินไหว พอออกแรงบีบ..

     หมับ! กริ๊ก! โฮกกกกกกกกกกกกกกกก!!

     เสียงกรีดร้องของสัตว์ประหลากลอดออกมาดังจนหูจะแตก ในถ้ำมันสั่นไปหมดจนหินจากเพดานเริ่มร่วงลงมาพื้นล่างแตกร้าวเป็นเสี่ยงๆ ฉันหลับตาแน่นกัดฟันแล้วบีบผลึกจนแตกในอึดในเดียว

     เพล้งงงงงงงง!!


     ครืนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน!!  ตูมมมมมมมมมมมมมมมม!!
     

     "...." ฉันค่อยๆลืมตาเมื่อเห็นว่าทุกอย่างเงียบลงไปแล้ว แต่กลับพบว่ารอบตัวฉันมันมืดกว่าปกติจนต้องเงยหน้าขึ้นมองแล้วยกยิ้มด้วยความดีใจ


     เต่ายักษ์ที่หัวเป็นงู กลายเป็นชายหนุ่มใบหน้าคมคาย มีไรหนวดเคราเล็กน้อยร่างกายกำยำกำลังยิ้มให้กับฉัน แล้วค่อยๆร่อนลงมายืนบนพื้นดินแล้วโค้งคำนับให้

     "ในที่สุด ท่านก็มา..."

     "ขอโทษที่ให้รอนานนะคะ"  อีกฝ่ายส่ายหน้าหวือแล้วกล่าวแนะนำตัว

     "ข้าน้อยมีนามว่า เหลียงอู่ ผู้สืบสายเลือดของเต่าดำ ยินดีที่ได้พบท่านขอรับ...อาซา เจ้าโตขึ้นมากเลยนะ" ฉันเลิ่กคิ้วก่อนจะหันไปมองเหลียงซ่าที่ยืนนิ่งอยู่ข้างๆจินหลิง

     ร่างสูงของเหลียงซาเดินเข้ามาหาอย่างช้าๆ ก่อนที่เหลียงอู๋จะเดินเข้าไปหาแล้วยกมือขึ้นลูบศีรษะของอีกฝ่าย พลางส่งยิ้มเอ็นดูให้ ดวงตาของเหลียงซาสั่นไหว ก่อนที่หยดน้ำเม็ดใสจะกลิ้งผลอยลงมาหยดลงบนพื้น และเอ่ยเรียกอีกฝ่ายเสียงสั่น

     "เกอ...ต้าเกอ"

     "เจ้าน้องคนนี้นี่ โตป่านนี้แล้วยังร้องไห้อยู่อีก" เหลียงอู่ยิ้มขำก่อนจะยีหัวเหลียงซาอย่าหมั่นเขี้ยว แล้วโอบอีกฝ่ายให้มาแนบอก

     "ข้าคิดถึงท่านมากเลย..."

     "ข้าก็คิดถึงเจ้า...นายน้อย ขอบคุณท่านมากที่ทำให้ข้าได้พบกับน้องชายอีกครั้ง" ฉันเลิ่กคิ้วยืนงงรอบสองแล้วถามย้ำ

     "น้องชาย? เหลียงซา นายไม่เคยบอกฉันว่ามีพี่ชายนี่"

     "เพราะข้าเป็นเพียงอสูรธรรมดานี่นา ฟึดดด ข้าไม่ได้มีพลังสืบทอดสัตว์เทพเช่นท่านพี่ของข้าหรอก" เหลียงซากลายเป็นเด็กน้อยไปทันทีเมื่ออยู่กับเหลียงอู่

     "...ต้องขอบคุณคุณชายจินด้วย ที่นำทางนางมายังสถานท่ผนึกแห่งนี้" เหลียงอู่หันไปขอบคุณจินหลิงด้วยท่าทีนอบน้อม เจ้ามินิขนมเข่งถึงกับผงะแล้วรีบตอบรับเสียงติดๆขัดๆ

     "ก ก็มันไม่ได้มากมายอะไรนี่! ฟูหยางเป็นเพื่อนของข้า และข้ารู้ว่านางอาจจะทำอไรได้ก็เท่านั้น!"

     "เช่นนั้น แทนคำขอบคุณ...ท่านเก็บสิ่งนี้เอาไว้ มันจะช่วยคุ้มครองท่าน" เหลียงฮุ่ว่าก่อนจะยื่นบางอย่างที่เหมือนกับเหรียญให้จินหลิง เด็กหนุ่มรับมาแล้วพินิจอย่างสงสัย

     "นี่อะไร?"
    
     "มันคือเศษกระดองของท่านพ่อของข้า สัตว์อสูรรุ่นก่อน มันแข็งดุจเพชรไม่ว่าอาวุธอาคมใดๆก็มิอาจจะทำลายมันได้" จินหลิงมองตาเป็นประกายแล้วเก็บไว้ในเสื้อ

     "ข้าจะรับไว้ก็ได้! ขอบใจ...แต่เท่าที่ข้ารู้ เต่าดำน่าจะอยู่ที่เขตชิงเหอมากกว่านี่นา เหตุใดพวกท่านถึงมาอยู่ที่นี่เล่า?"

     "พวกเราสัตว์เทพทั้ง 4 ถูกผนึกในที่ๆเป็นจุดอ่อน ซึ่งจุดอ่อนของธาตุดินก็คือ ธาตุทอง ตระกูลจินจึงเหมาะที่สุด"

     "พวกคุณต้องพักฟื้นพลังก่อนนะ เราไม่รู้ว่าสงครามจะเริ่มขึ้นเมื่อไหร่...จริงสิ เหลียงอู่ การเรียกหาล่ะ?" ฉันถามบ้างอีกฝ่ายจึงหยิบเอาหอยสังข์ขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือไปนิดหน่อยมาให้

     "เป่าหอยนี่ แล้วข้าจะมาหาท่าน...ตอนนี้ข้าจะให้อาซาอยู่คุ้มกันท่านไปก่อน"

     "ตอนนี้พวกผีเหลือเดนมันเริ่มอาละวาดแล้ว ถ้าพวกคุณไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้นที่จินหลินไถนี่ล่ะ?" ฉันถามด้วยความกังวล แต่เหลียงอู่ก็ยิ้มแล้วพูดขึ้น

     "ท่านแม่ของข้า คือราชินีแห่งอสรพิษ นางจะคุ้มกันที่นี่ให้เองไม่ต้องกังวลไป..."

     "ขอบคุณจริงๆนะ จินหลิง ช่วยเก็บเรื่องนี้เป็นความลับได้ไหม?" จินหลิงมองฉันก่อนจะพยักหน้ารับก่อนที่พวกเขาจะหายตัวไป






     ส่วนเหลียงซาก็พาพวกเรากลับมายังนอกเขตป่าชายแดน แล้วพวกเราก็เดินกลับเอง เรื่องในวันนี้จินหลิงบอกว่าจะปิดปากให้เงียบที่สุด และสร้างค่ายกลลวงตาขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

     สัตว์เทพทั้งสี่ถูกปลดผนึกออกมาจนครบทั้งหมดแล้ว และตั้งแต่วันนั้นที่เราล้มตัวลงนอน....มันก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

















     ฉัวะๆๆ!! เกร้งง!
 

     "พลังร้ายกาจจริงๆ!" พวกซือจุยถึงกับหอบเมื่อเจ้าพวกศพเดินตรงหน้าที่เพิ่งสลายหายไป

     อีกทั้งพวกเราทุกคนก็เจ็บตัวกันบ่อยมาก โชคยังดีที่เหม่ยเหมยจดจำทักษะป้องกันตัว และการต่อสู้ได้นิดหน่อยเลยพอจะสู้ได้บ้างแต่ส่วนใหญ่ จื่อเจินก็ทำหน้าที่คุ้มกันภัยให้ตลอด

     "ขอบคุณคุณชายโอวหยาง...ที่ช่วยข้าเมื่อครู่" เหม่ยเหมยว่าก่อนจะทำแผลให้กับจื่อเจินไปด้วย

     "ไม่หรอก แม่นางจาง..ข้ายินดี" จื่อเจินยิ้มรับแล้วทอดสายตามองอีกฝ่ายอย่างลึกซึ้ง พอเหม่ยเหมยเงยหน้าขึ้นสบตาเข้าก็ต้องรีบหลบตาด้วยใบหน้าขึ้นสี

     ฉันที่มองอยู่ไม่ไกลจากพวกเขานักก็ได้แต่นั่งมองตาปริบๆ แล้วก่อกองไฟไปพลางดูรอบตัวไปพลาง ก่อนที่จะมีร่างของเด็กสาวเดินจ้ำอาวมานั่งข้างฉัน

     "ฟูหยาง...ท ทำไมคุณชายโอวหยางถึงมองข้าเช่นนั้นล่ะ?" ฉันที่กำลังเขี่ยฟืนถึงกับชะงักแล้วหันขวับไปมองตาโต

     "เอ่อ เหม่ยเหมย เจ้าไม่รู้หรือ?"

     "อะไรหรือ?" เธอเอียงคอสงสัย ฉันแทบอยากจะกรีดร้องแล้วเขย่าคอยัยน้องหนูนี่จริงๆ!

     เขาจะจีบหนูง๊ายยยย มองไม่ออกเรอะ!

     "เอ่อ...แล้วเจ้าชอบหรือว่าเกลียดเล่า ที่เขามองเจ้าเช่นนั้น" เธอนิ่งก่อนจะยกขาขึ้นมากอดเข่าตัวเองแล้วพูดเสียงอู้อี้

     "ย ยามที่เขามองมา ข้ารู้สึกใจเต้นไม่เป็นส่ำเลย มันเร็วและแรงมากจนแทบจะทะลุอกข้าด้วยซ้ำ เนื้อตัวข้าร้อนวูบวาบไปหมด...ร หรือว่าคุณชายโอวหยางจะเป็นอันตรายกับข้า!"

     "..." ฉันยกมือตบหน้าผากตัวเองแล้วได้แต่สงสารจื่อเจินในใจ ก่อนจะลองแอบถามนิดๆ

     "แล้วเจ้า...คิดว่าคุณชายโอวหยางเป็นอย่างไรล่ะ?" พอถามปุ๊บหน้าเธอก็แดงฉ่าจนลามถึงคอและใบหู ถึงแม้เธอจะไม่พูดอะไรแต่นั่นมันก็มากพอแล้วสำหรับฉัน

     ไอ้หนูจื่อเจิน แกไม่นกแล้ว!!

     "อย่าบอกนะว่า..."

     "ฟ ฟูหยางอย่าบอกเขานะ!" เธอหน้าแดงซ่านแล้วตะโกนเสียงดังจนดูน่ารัก ยิ่งตอนเธอน้ำตาคลอเบ้าเหมือนจะร้องไห้อยู่รอมร่อทำให้ฉันยกยิ้มเอ็นดูแล้วลูบหัว

     "โอ๋ๆ ข้าไม่บอกหรอก...เพราะถ้าข้าบอก มันก็ไม่สนุกน่ะสิ"

     "ทำไมท่านต้องรังแกข้าด้วยวิธีนี้ล่ะ" เธอโอดครวญเบะปากเหมือนน้อยใจ ฉันจึงตอบไปตามตรง

     "เพราะเจ้าน่ารักนี่นา หมั่นเขี้ยวจริงๆเลยนะ"

     "ท่านเหมือนกับเห็นข้าเป็นที่ระบายเลย...แต่ไม่รู้ทำไมเวลาข้าอยู่กับท่านเหมือนข้าได้พี่สาวมากอีกคนเลย"

     "เจ้าไม่ชอบ?" เหม่ยเหมยรีบส่ายหน้าหวือแล้วพูดโพล่งขึ้นทันที ก่อนจะลดเสียงลงตามเดิม

     "ชอบ! ข้าชอบ...อ เอ่อ ขออภัยที่ข้าเสียงดัง ท ท่านอย่าหัวเราะสิ.."

     "คิกๆๆ ขอโทษๆ ก็เจ้าน่าเอ็นดูเช่นนี้ไง...เจ้าจะเห็นข้าเป็นพี่สาว ข้าก็ไม่ถือหรอกนะ เพราะข้าเองก็คิดเหมือนกับเจ้า"

     "?"

     "เหมือนข้ามีลูกสาวน่ะ(^^)"
    
     "เอ๋? ต แต่ว่าเราอายุห่างกันไม่กี่ปีเอง ถึงแม้ท่านจะเหมือนท่านแม่ของข้า...แต่ว่าเรา---"

     "อย่าไปสนใจเลย ข้ามักสติไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอยในบางครั้งน่ะ" ฉันยิ้มแล้วลุกขึ้นเดินออกไปสำรวจรอบๆ





     
     ตึกๆๆๆ!

     "...ต้องการอะไร?" ฉันหยุดนิ่งแล้วเหลือบมองด้านหลังเมื่อรู้สึกได้ว่ามีคนตามมา

     ก่อนจะหมุนตัวไปประจันหน้ากับร่างของหญิงสาวที่เจอกันตอนอยู่ด้านล่างเขาก่อนที่เราจะออกมาล่าราตรี มองภายนอกก็เหมือนคนทั่วไป แต่ว่าการที่เหม่ยเหมยหลบหลังฉัน และสายตาที่เธอมองมา


     มันเหมือนกับหุ่นเชิด...ที่ต่างจากพวกเวินหนิงด้วยสิ

     "หุ่นเชิดจากศพเดินงั้นเหรอ?" ดวงตาว่างเปล่ายกยิ้มเย็นแล้วหัวเราะ เป็นเสียงของหญิงที่มีอายุพอสมควรพูดขึ้น

     "เก่งเสียจริงนะ ที่เจ้ามองออก..." มีดสั้นหล่นออกมาจากแขนเสื้อของอีกฝ่ายและพุ่งเข้าโจมตีฉันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยทันที

     ฟึ่บ!

     "คิดจะทำอะไร!"

     "หึๆๆ ใครที่ขัดขวางข้า...มันต้องไร้ลมหายใจ!" อีกฝ่ายพูดแล้วพุ่งโจมตีอีก จนฉันต้องกระโดดหลบไปมาอย่างหวุดหวิดด้วยความหวาดเสียว

     "เจ้าโง่เอง ที่เอากระบี่ของเจ้าให้กับนังเด็กโสโครกนั่น...แต่ก็ดี ข้าจะได้มิต้องเปลืองแรงกำจัดมัน!" คิ้วขมวดแน่นทันที เมื่อเอะใจประโยคเมื่อครู่

     "หรือแก...ฮูหยินใหญ่ตระกูลจาง!"

     "ใช่ ข้าเอง ช่างปราดเปรื่องนักที่รู้ว่าเป็นข้า"

     "วิชานี่...มันวิชานอกรีต หรือว่าคุณ---เหวอ!!" ฉันรีบเบี่ยงตัวหลบแล้วร้องลั่นเมื่อ มีดบินมาตรงหน้า

     ฟิ้วววว ฉึก!!

     "เปล่าเลย นี่คือวิชาลับของตระกูลซือ เหมือนกับหุ่นเชิดใช่ไหมล่ะ"

     "..."

     "ข้าถ่ายถอดเศษเสี้ยววิญญาณของข้าลงในศพนี่ และจะปรากฏตัวให้กับผู้ที่เจ้าของวิญญาณต้องการเท่านั้น..."

     "วิชานี่น่าสนใจดีนะ ถ้าอย่างนั้นฉันจะไม่อ้อมค้อมแล้ว..."

     "..."

     "ส่งเหม่ยเหมยมาเรียนที่อวิ๋นเซินปู้จื้อฉู่ มีจุดประสงค์อะไรกันแน่..."

     "มันมิใช่เรื่องของคนนอกเช่นเจ้า" จะหาว่าฉัน สอใส่เกือกใช่มั้ย ยัยป้ามหาภัยนี่!!

     "..."

     "ข้าเพียงแค่ไม่อยากจะเปื้อนเลือดของลูกนังโสเภณีนั่นก็เท่านั้น แต่อย่างน้อยก็ให้มันได้ใช้หน้าตามันทำประโยชน์เสียหน่อย...หากเจ้าคิดจะขวางข้า ระวังเจ้าจะไม่ตายดีเอานะ หึๆๆๆ" มันว่าก่อนจะหายตัวไป 

     ฉันยืนนิ่งตัวชาไปหมด มือกำแน่นจนสั่นระริก กัดฟันกรอดอย่างสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังปะทุ จนไม่รู้ตัวเองเลยว่ากำลังแผ่แรงอาฆาตออกมามากแค่ไหน

     "อ...อิป้ามหาภัย!!"


       
     ครืนนนนนนนนนนนนนนน กึกๆๆ โครมมมมมมม!!




     กรรรรรรรรรรรรร โฮกกกกกกกกกกกกก!!





     เสียงของบางอย่างทำให้ฉันหลุดจากห้วงความคิด เงาที่ทาบทับตัวจนหมดตรงหน้าถึงกับทำให้ฉันอยากจะกรีดร้องและรีบวิ่งหนี เมื่อตรงหน้าของฉันเป็นสัตว์ปีศาจขนาดยักษ์ที่ไร้ตา แต่ปากกว้างและลิ้นเหมือนหนวดปลาหมึกจนขนลุกไปหมด

     "ฟูหยาง! ถอยออกมา!!" เสียงของจิ่งอี๋ดังขึ้น ก่อนที่จะมีลูกศรยิงผ่านฉันไปที่หัวของมัน

     ฟิ้วววว ฉึก! โฮกกกกกกกกกกกกก!!!

     "ฟูหยาง! หนีสิ!" เสียงของจิ่งอี๋เรียกฉันอีกครั้ง แต่เหมือนกับว่าฉันหูดับไป ตาของฉันจ้องมันไม่มองที่อื่นและร่างกายก็เหมือนกับถูกสาปเอาไว้ให้อยู่กับที่


      
     ตึกๆๆ! ปึ่ก!


     "อ๊ะ!" ร่างของฉันถูกชนและกระชากออกจากกรงเล็บที่กำลังจะตะปบลงมา พอรู้สึกตัวอีกที่ฉันก็เห็นเหม่ยเหมยนอนทับฉันด้านบน โดยที่มีบาดแผลที่หัวไหล่ซ้ายเป็นแผลใหญ่

     "อ ฮึก...เจ็บจังเลย"

     "เหม่ยเหมย! เหม่ยเหมย แข็งใจไว้นะ!" ฉันเหมือนกับได้สติรีบพยุงเธอไว้แล้วฉีกชนแขนเสียกดห้ามเลือด ร่างบางหายใจหอบถี่และใบหน้างดงามเหยเกทั้งน้ำตา

     "ฟูหยาง...ท่านปลอดภัย"

     "แต่เจ้าไม่ได้ปลอดภัยนี่! เจ้าทำแบบนี้ทำไม...เจ้าเจ็บมากไหม?" มันรู้สึกกระวนกระวายไปหมด และพยายามหาทางให้เธอหายเจ็บเร็วๆ
    
     "ข ข้ายินดี...ที่ได้ปกป้องท่าน"

     "ทำไมล่ะ?"

     "...ข้าไม่รู้ แต่ข้าอุ่นใจยามที่ได้อยู่กับท่านนะ ฟูหยาง" ฉันส่ายหน้าหวือแล้วส่งพลังวิญญาณให้กับเธอไปด้วยพร่ำขอโทษเธอไปด้วย

     "ขอโทษ ขอโทษที่ทำให้เธอบาดเจ็บ...ฉันขอโทษ"


 















     เราพักอยู่ที่โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งก่อนที่เราจะกลับอวิ๋นเซินปู้จื้อฉู่ ด้วยความรู้สึกห่อเหี่ยวใจเอามากๆ...แต่ฉันได้เขียนจดหมายไปถึงจิ้นชิงพี่ชายของเหม่ยเหมยที่ได้ยินว่าเดินทางผ่านมาพอดี จดหมายจากนกจึงรวดเร็วด้วยคำตอบของเขาที่ว่า'จะเข้าไปหา อาเหมยอีก 2 ก้านธูป'


     ตึกๆ!

     "ฟูหยาง..." เสียงของคนที่ฉันคุ้นเคยเป็นอย่างดีเอ่ยเรียกจากข้างหลัง ทำให้ฉันเค่นยิ้มแกนๆแล้วหัวเราะก่อนจะพูดขึ้น

     "จะมาต่อว่าข้าหรือ พี่จิ่งอี๋?"

     "..."

     "พี่คงคิดว่าเป็นเพราะข้าล่ะสิ ที่ทำให้เหม่ยเหมยต้องบาดเจ็บสาหัสเช่นนั้น...ใช่ ข้ายอมรับ ว่าข้าเป็นสาเหตุ เป็นอย่างไรสาแก่ใจพี่หรือยัง!" ฉันขึ้นเสียงสบถใส่แม้จะไม่หันไปมองเขาก็ตาม

     "..."

 
     "คำพูดที่ด่าทอ มักเข้าตนเสมอ...เหม่ยเหมยไม่ได้เป็นตัวถ่วงหรอก ข้านี่แหละที่เป็นตัวถ่วง!"

     "แต่เจ้าทำให้นางบาดเจ็บจริง..."

   "..."
 
   "เจ้าต้องไปขอโทษนาง เจ้ายอมรับผิดนนี้หรือไม่?"

     "ข้ายอมรับแน่อยู่แล้ว! หากข้าวิ่งหนีเองได้เหม่ยเหมยก็คงไม่ต้องบาดเจ็บ...จะโทษข้าก็โทษเลย! ข้าผิดเอง ข้าผิดเองทั้งหมดนั่นแหละ! ที่ให้เหม่ยเหมยของพี่บาดเจ็บ!"



     หมับ!!

     "ฟูหยาง มันจะเกินไปแล้วนะ!" จิ่งอี๋กระชากตัวฉันให้หันไปคุยกับเขา และเขาก็ตะคอกใส่หน้ายิ่งทำให้ฉันอารมณ์เดือดมาขึ้นกว่าเดิม

     "เกินไปอะไร! อย่าคิดว่าข้าอ่านใจพี่ไม่ได้นะ พี่จิ่งอี๋..."

     "อะไร..."

     "ว่าการที่พี่เอาใจใส่และปกป้อง เป็นเพราะเห็นเหม่ยเหมยซ้อนทับกับแม่นางที่ช่วยชีวิตพี่ไว้!!" เด็กหนุ่มตัวสูงตาเบิกกว้างเหมือนกับพูดไม่ออก

     ฉันยกยิ้มเยาะและปัดแขนอีกฝ่ายทิ้ง หัวเราะสมเพชตัวเอง แม้ในใจจะเจ็บจนอย่างกรีดร้องก็ตาม

     "ฟูหยาง...ข้า"

     "การที่นางเจ็บ...ไม่ใช่ว่าข้าจะไม่เจ็บ" ฉันว่าก่อนจะเอากำปั้นทุกที่อกซ้ายแรงๆสามที ขอบตามันเริ่มร้อนผ่าวและเสียงในลำคอมันเริ่มเพี้ยนไปหมดจนแทบจะไม่ไหวแล้ว

     "..."

     "ข้าเจ็บ'ตรงนี้'จะตายอยู่แล้ว!! แต่ไม่มีใครสังเกตเห็นเลย..."










    "ไม่มีเลย...สักคน"












เห่อๆ  ไม่มีไรมาก

เม้น-กัน-หน่อย!!


ความสุขของเตี้ย = การเห็นรีดเดอร์อินกับฟิค และเม้นมาให้อ่าน








ขอแค่นี้จริงๆ กราบล่ะค่ะ



รูปภาพที่เกี่ยวข้อง






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 216 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,619 ความคิดเห็น

  1. #1616 คุโรคิคิ (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 17 เมษายน 2564 / 21:45
    น้องงงงงง ทางนี้รับรู้นะ พวกเราเห็นเธอเจ็บนะ มากอดเดี๋ยวนี้
    #1,616
    0
  2. #1465 รากต้นโพธิ์ (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 19:52
    หยางหยางไม่เป็นน่าฮืออออ อินอะอินจนอยากไล่เตะจิ่งอี๋ข้อหาโง่งมเกินเหตุ!
    #1,465
    0
  3. #1237 NongZaRa (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 06:17

    TUT

    TUT

    TUT
    #1,237
    0
  4. #1066 Olivia1112 (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 / 12:13
    หยางหยางไม่เป็นไรนะ~ ถึงไม่มีใครเห็นแต่พวกเราเห็นเสมอ
    #อินจัด
    #1,066
    0
  5. #1054 ราชินีหิมะทมิฬ (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 / 21:03

    อาเหนียง อาตี่ยมาช่วยน้องเร็ว!!!


    #1,054
    0
  6. #1053 554910140 (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 00:02
    อาหยางทนอีกนิดนะลูกกก

    ปล.เหมือนจะเห็นเหลียงซา > เหลียงซ่า
    เหลียนอู่> เหลียนอู๋ เหลียนฮู่ (เหมือนชื่อจะผิดไหม55555)
    #1,053
    1
    • #1053-1 Phatusanime(จากตอนที่ 54)
      25 พฤศจิกายน 2562 / 00:09
      ว่าแล้วเชียว ขอบคุณนะคะ
      #1053-1
  7. #1052 Reconcile -. (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 21:53
    ฮือออ หยางหยาง ไม่เป็นไรน้ะ อิแม่เอาใจช่วยตงนี้เสมอ บอกอาหลิงสิลู๊กกก ฮืออ แม่มั่ยอยากเห็นหนูเจ็บปวดดดด!!!
    #1,052
    0
  8. #1051 chanagarn2002 (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 21:25

    เจ็บปวดถึงทรวงอกจะร้องแล้ววววววว
    #1,051
    0
  9. #1048 lrvlenca (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 16:57
    น้องหยางเจ็บ รีดก็เจ็บ /กุมใจแล้วขดตัวร้องไห้
    #1,048
    0
  10. #1047 Hyperion-kub (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 16:30
    ขุนพ๊อออออ หลานวั่งจี!! ออกคำสั่งเลยเจ้าค่ะ!!
    #1,047
    0
  11. #1045 Rinna58690502 (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 15:22

    จิ่งอึ๋!! -จอมโลเล

    #1,045
    0
  12. #1044 toon_luf (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 14:02
    อยากให้หลานจ้านสั่งไม่ให้จิ่งอี๋เจอหน้าฟูหยางข้อหาทำลูกเขาเจ็บเนี่ย
    #1,044
    0
  13. #1043 0815367323 (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 11:56

    เกลียดจิ่งอี๋แล้วววววว ทำไมแยกแม่นางกับเหม่ยเหม่ยไม่ออกกกก ทั้งที่นิสัยก็ต่างกัน ส่วนสูงก็ต่าง อายุก็ต่างงงง!!(อินมากไปหน่อย ขอโทษนะค่ะ)😅😅😅
    #1,043
    0
  14. #1042 คนหลับมืออาชีพ (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 11:44
    หาคนใหม่เลยยย
    #1,042
    0
  15. #1041 aey5555 (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 10:10

    ลูกสาวไปหาผู้คนใหม่เถอะปล่อยมันไป-คนใจโลเล
    #1,041
    0
  16. #1040 mizenjizaza (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 09:24
    ต่อยเลย!!!!!ระบายออกไป!ฟูหยางง
    #1,040
    0
  17. #1039 CsC1142 (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 08:58
    อ่านแล้วน้ำตาไหลเลยอะTT จิ่งอี๋ฉันเกลียดแกกกก
    #1,039
    0
  18. #1038 ratima4494 (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 08:14
    แม่เข้าใจหนูลูก หนูเจ็บแม่ก็เจ็บ แงงงง นังจิ่งอี๋ คนไม่ฉลาด
    #1,038
    1
    • #1038-1 ratima4494(จากตอนที่ 54)
      24 พฤศจิกายน 2562 / 08:30
      แต่จิ่งอี๋นางก็มีเหตุผลของนางส่วนหนึ่ง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะมากล่าวโทษแต่ฟูหยางไปซะทุกเรื่อง ฟูหยางไม่ได้เอาไม้ไปฟาดเหมยป่ะ รู้จักaccidentมั้ย ่เตง อารมณ์รุนแรงมากโกรธจัด
      #1038-1
  19. #1037 Wilawan Chumwanid (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 07:36
    เริ่มมีม่าม่าแว้ว เรื่องของฟามรักกก ต้องมีแง่งอน อะนะ ใสๆๆ
    #1,037
    0
  20. #1036 chyanin (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 06:51
    ขอยคดบทพระเอกออกจากจื่อแี๋ค่ะ โกรธ เรื่องนี้มีฟูหยางเป็นตัวเอกคนเดียวก็พอ พระเอกไม่ต้องก็ได้ เพราะ อาเตี่ยอาเหนียงงานดีพอแล้ว
    #1,036
    0
  21. #1035 Nn11111 (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 06:46
    ฟูหยางลูกกㅠㅠ
    #1,035
    0
  22. #1034 Namloly (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 06:31

    แม่แอนตี้ลูกจิ่งอี๋รัวๆ ทำไมน้องดูไม่ออกหว่าว่าเหม่ยเม่ยไม่ใช่ฟูหยางจริงๆ


    หนูควรไปเรียนกับท่านหานกวงจวินที่จำเมียตัวเองได้ตั้งแต่แรกพบนะ!!

    #1,034
    0
  23. #1033 Omiao (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 02:31
    โกรธจิ่งอี๋แล้ว ทำฟูหยางเราอย่างนี้ได้ไง รอตอนต่อไปค่ะ
    #1,033
    0
  24. #1032 Aimi soulsaver (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 02:17
    ไม่น่ะน้องหยางร้องไห้อีกแล้ว เค้าไม่อยากเห็นน้องร้องไห้อีกแล้ว TT/อินหนัก
    #1,032
    0
  25. #1031 Dark_Sheen (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 02:15
    น้ำตาไหลแล้ว T^T

    ลากจิ่งอี๋มาหลังโรงเตี้ยมแล้วรุมด้วยบาทา ขอให้จิ่งอี๋อกหัก อนาคตถ้ามีเมียก็อยู่ใต้อำนาจเมียลูกไม่รัก (คนเป็นพ่อก็คงจะเจ็บอ่ะที่ลูกเมิน5555 ยิ่งรักลูกมากกกกกกแต่ลูกเมิน55555)
    #1,031
    0