[ปรมาจารย์ลัทธิมาร] พันธวิญญาณข้ามภพ (OC)

ตอนที่ 53 : ตอนที่ 51 เสียงร้องที่เงียบที่สุด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,634
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 176 ครั้ง
    23 พ.ย. 62

     



     ณ  ที่ใดที่หนึ่งในยุทธภพ 


     เว่ยอิง และหลานจ้านเดินมาในแนวป่าไผ่แห่งหนึ่งพร้อมกับเจ้าลาเสี่ยวผิงกั๋ว เสียงใบไม้เสียดสีตามแรงลมทำให้รู้สึกผ่อนคลายเหมือนกับเสียงของฝน แต่ทั้งคู่ก็ยังไม่อาจจะประมาทได้เลย 

     ตุบ!!

     ชิ้งง!!

     "หลานจ้าน ช้าก่อน!" เว่ยอิงรีบยกมือห้ามเมื่อมีร่างของคนคนหนึ่งกระโดดลงมาจากด้านบน เรือนร่างอรชรสวมเสื้อผ้าเผยเนื้อหนังมังสาย่อลงทำความเคารพทั้งสอง

     "พวกท่านคงเป็นปรมาจารย์อี๋หลิง เว่ยอู๋เซี่ยน กับเซียนตูตระกูลหลาน หลานวั่งจีล่ะสิ"

     "ใช่แล้ว ท่านเป็นใคร?" เว่ยอิงถามกลับ หญิงสาวยิ้มบางก่อนจะผายมือให้ทั้งสองเข้าไปยังจวนที่หลังคาถูกปูด้วยเหล็กผสมปูนและแร่หินสีอย่างงดงาม

     พวกเขาเดินตามหญิงสาวไปอย่างระแวดระวัง จนอีกฝ่ายโพล่งขึ้นมาทำให้ทั้งสองถึงกับผงะไป

     "ข้าคือหลิวจางหยิน...มีคนคนหนึ่งอยากพบกับพวกท่าน ข้ากับพวกพฤกษาจึงช่วยกันนำทางมายังที่แห่งนี้"

     "หลิวจางหยิน! ตระกูลหลิวยังมีผู้เหลือรอดอยู่หรือ!"

     "ผิดแล้ว ข้าเป็นเพียงแค่วิญญาณเท่านั้น แต่เพราะพลังบำเพ็ญเพียรของข้าที่เคยมีทำให้ข้าสามารถปรากฏตัวต่อหน้าพวกท่านได้" จางหยินเอ่ยก่อนจะพาพวกเขามายังห้องรับรอง

     "คุณชายเว่ย คุณชายรองหลาน....อาหยางสบายดีหรือไม่?" เว่ยอิงทีกำลังดื่มน้ำชาก็แทบจะสำลักแล้วหันขวับ

     "รู้จักหยางหยางด้วยหรือ!? อื้อ! นางสบายดี แต่ว่า...."

     "นางมักจะเจ็บตัวบ่อยครั้งใช่หรือไม่ เฮ้อ..แค่นางยังมีชีวิตอยู่ก็พอแล้ว...คุณชายทั้งสองข้าอยากขอร้องพวกท่าน"

     "..."

     พรึ่บ! 

     "อาหยิน เจ้าไปเถอะ ที่เหลือข้าจะคุยกับพวกเขาเอง" หญิงสาวคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นที่นั่งอีกฝั่งอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เว่ยอิงและหลานจ้านหันขวับด้วยความตกใจ

     "เจ้าค่ะ นายหญิงใหญ่..." จางหยินโค้งลาก่อนที่จะเดินออกไป ทิ้งให้ทั้งสองนั่งอยู่เบื้องหน้าหญิงสวปริศนาที่กำลังรินถ้วยชาใส่ตัวเองแล้วโค้งทักทายทั้งสอง

     "แม่นาง ท่าน..."

     "ข้าคือผู้ก่อตั้งตระกูลหลิว นามของข้า หลิวเหม่ยเจี้ยน" เมื่อได้ยินศักดินาทำให้ทั้งสองรีบทำความเคารพทันที แล้วรีบแก้ตัว

     "ข ขออภัยท่านเซียน เว่ยอิงผู้นี้ล่วงเกินท่านแล้ว"

     "ไม่เลย พวกเจ้าไม่รู้ก็ไม่แปลกอันใด...เว่ยอู๋เซี่ยน หลานวั่งจี ข้ามีเรื่องอยากจะเตือนพวกเจ้า" ทั้งสองตั้งใจฟังเมื่อหญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

     "อะไรหรือขอรับ?"

     "ลี่เฮย นางตื่นขึ้นมาแล้ว นั่นก็หมายถึงพลังหยินในโลกนี้เริ่มปกคลุมจนทำให้สมดุลนั้นสั่นคลอน เว่ยอู๋เซี่ยนเจ้าจงระวังให้ดี เพราะเจ้านั้นใช้วิชาพิศดารที่เอนเอียงในการใช้พลังมารมาก หากไม่จำเป็นมารตนใดก็แล้วแต่ อย่าไปควบคุมมันเป็นอันขาด" 

     "...ท่านหมายความว่าอย่างไรขอรับ?" หลานจ้านเอ่ยถามเพราะสิ่งที่เหม่ยเจี้ยนพูดมา เท่ากับว่าเว่ยอิงมีโอกาสจะถูกเพ่งเล็ง

     "ขลุ่ยมารเฉินฉิง มันมีแรงดึงดูดให้พวกมารเหลือเดนเข้ามา นอกจากจะควบคุมมันไม่ได้แล้ว มันทำให้แสดงเห็นว่าเจ้าคือเหยื่ออันโอชาของพวกมันด้วย"

     "หากเล่นบทเพลงชำระจิต..." เหม่ยเจี้ยนถอนหายใจแล้วส่ายหน้าก่อนจะพูดอธิบาย

     "พวกปีศาจเหลือเดน ต่างจากปีศาจตนอื่น บทเพลงชำระจิตของสกุลหลานก็มิอาจจะระงับความบ้าคลั่งราวพายุได้ เว่ยอู๋เซี่ยนเจ้าจงรับสิ่งนี่ไว้เสีย...พวกมารจะเข้าใกล้เจ้าไม่ได้ แต่ว่าเจ้ายังสามารถใช้วิชามารได้" เหม่ยเจี้ยนว่าก่อนจะเสกขนนกสีเขียวหยกยื่นให้อีกฝ่าย

     "ขนนก..."

     "สำหรับตระกูลหลิว ขนนกนี่จะประดับอยู่กับทุกคนเป็นเหมือนเครื่องรางคุ้มกันภัยและความมืดทั้งปวง จำไว้นะ อย่าใช้พลังมารหากไม่จำเป็นและอย่าฝืน" ทั้งสองพยักหน้าก่อนจะคำนับลาหลิวเหม่ยเจี้ยนแล้วออกเดินทางต่อ










     ณ อวิ๋นเซินปู้จื้อฉู่  ตระกูลหลานแห่งกูซู


     "ล่าราตรี?....อ๋า จริงสิ ยังอยู่ในช่วงนี้อยู่นี่นา" ฉันครางรับแล้วพยักหน้าอย่างคนเพิ่งนึกอะไรออก

    สองสามวันมานี้ พวกปีศาจและศพเดินเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ พอๆกับแรงอาฆาตที่ยิ่งทวีความรุนแรง และพลังร้ายกาจขึ้นกว่าตอนที่มีศึกของตราพยัคฆ์ทมิฬซะอีก จนต้องให้พวกผู้อาวุโสออกไปปราบบ่อยๆจนตอนนี้แค่มองก็รู้ได้เลยว่าพวกเขานั้นอ่อนล้ามาก แม้แต่หลานฉีเหรินเองก็ด้วย

     "ฟูหยาง คราวก่อนที่หลันหลิง เรายังไม่ได้ไปที่ป่าด้านหลังเขตของจินหลินไถเลย...ข้าเลยจะมาชวนเจ้าไปน่ะสิ" จินหลิงที่แวะมาหาฉันพร้อมกับประมุขเจียงซึ่งแยกออกไปหาหลานซีเฉินตามเคยพูดขึ้น

     ป่าเขตจินหลินไถ...บ้านของพวกเหลียงซา ที่ผนึกเสวียนอู๋!!!

     "ได้สิ ข้าไป! ป่าที่มีหลุมเหวนั่นใช่ไหม?"

     "ใช่ ที่นั่นแหละ...ตอนข้ากลับจินหลินไถ พวกสัตว์เลื้อยคลานก็ต่างเพ่นพ่านมากกว่าปกติ ข้าจำได้ตอนที่เจ้าไปคุยกับอสูรเจ้าที่เมื่องานชุมนุม คิดว่าหากเป็นเจ้าที่เป็นคน..เอ่อ นั่นแหละ" ฉันขมวดคิ้วกับประโยคท้ายของเขาแต่ก็พยักหน้าไปก่อน

     แต่ทำไมเขาถึงคิดแบบนั้นกันนะ?

     "อะไรที่ทำให้เจ้าคิดว่าข้าอาจจะรู้สาเหตุล่ะ?"
     
     "จะว่าอย่างไรดีล่ะ...เพราะสายเลือดตระกูลเจ้านั่นแหละ ข้าให้ท่านน้าเล่าเรื่องของตระกูลเจ้าให้ข้าฟังแล้วคิดว่าเจ้าอาจจะพอทำอะไรได้บ้าง" ฉันพยักหน้ารับรู้ก่อนจะตอบตกลง

     "ตกลง เช่นนั้นเราออกเดินทางวันพรุ่งนี้เช้า" จินหลิงยิ้มพอใจแล้วพยักหน้าก่อนที่เราจะลุกขึ้นเพื่อเดินไปคุยไปต่อ








     "แม่นางหลานๆ คุณชายจินผู้นั้นดูพึงใจในตัวท่านนะ" ศิษย์นอกสายที่เป็นหญิงคนหนึ่งพูดขึ้นขณะที่พวกเรากำลังนั่งปักผ้าที่เนินเขา ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากลานฝึกของผู้ชายมากนัก

     หนึ่งในนั้นคือมีพวกจินหลิงกับจื่อเจินที่แวะมาเยี่ยมกำลังซ้อมกระบี่และ ยิงธนูอยู่

     "หืม? พวกเจ้าหมายถึงจินหลิงหรือ?" พอฉันพูดชื่อพวกนางก็ทำหน้าตื่นเต้นกันใหญ่

     "เรียกชื่อกันเสียด้วย!! คุณชายจินผู้นั้นถึงจะดูหยิ่งไปบ้าง แต่เขาก็รูปโฉมสง่างามยิ่งนัก ข้ามิเคยเห้นเขาพูดกับใครดีๆเหมือนกับที่คุยกับท่านเลย" ฉันยกยิ้มแห้งในใจ ป่านนี้จินหลิงคงจามต่อเนื่องแล้วล่ะมั้ง

     "แต่ข้าว่าคุณชายโอวหยางก็รูปงามไม่แพ้กันนะ ข้าเคยคุยกับเขาด้วย...น้ำเสียงนุ่มนวล อ่อนหวานจนข้าอดหลงเคลิ้มมิได้เลย อีกทั้งช่างเอาใจใส่ด้วย"

     "แต่ใครเล่าจะสู้ คุณชายหลานเยวี่ยน กับคุณชายหลานจิ่งอี๋ ท่วงท่าสง่างามถ่อมตนนั่น...ราวกับเทพเซียนเลยก็ว่าได้ มารยาทก็งาม ถ่อมตนอีกต่างหาก"

    ช่วงเวลาของพวกผู้หญิงนี่เป็นเหมือนกันทุกโลกเลยรึเปล่านะ อยากรู้จริงๆ

     "อ๊ะ! ใช่แล้ว แม่นางจางพี่ชายของเจ้าก็รูปงามยิ่งนัก!" เหม่ยเหมยที่กำลังตั้งใจปักผ้าถึงกับเงยหน้าขึ้นมามองหน้าเหวอๆ

     "ท ท่านพี่จิ้นชิงน่ะหรือ?"

     "ใช่แล้ว! รูปร่างสูงสง่าสมชายชาตรี เฉลียวฉลาดรอบรู้ด้วย...ข้าอิจฉาเจ้ายิ่งนักที่มีพี่ชายเช่นเขา" เด็กสาวยิ้มเขินๆแล้วยิ้มดีใจ ก่อนจะพยักหน้า

     "จริงสิ แม่นางหลาน ท่านชอบพอกับคุณชายจินใช่หรือไม่" คำถามของเด็กสาวคนหนึ่งทำเอาฉันเกือบพลาดเอาเข็มแทงมือ เงยหน้ามองเธอเหวอๆ

     "...หะ?"

     "ก็แหมม ท่านดูสนิทสนมกับคุณชายจินมากเลยนี่"

     "เฮ้อ อย่าเดาอะไรส่งเดชสิ...ข้ากับจินหลิงเป็นเพื่อนร่วมสาบานกันต่างหากเล่า" พวกหล่อนมองตามเป็นประกายวาววับแล้วเค้นถามต่อ

     "สาบานอย่างไรเจ้าคะ!"

     "...อยากให้ข้าบอกจริงๆหรือ?" ทั้งหมดก็พยักหน้าหนักแน่น ขนาดเหม่ยเหมยเองก็่วมวงกับเขาด้วยจนฉันต้องถอนหายใจแล้วพูดไปยิ้มเอือมไป

     "กรีดเลือดสาบานน่ะ" พอตอบพวกเธอก็หน้าซีดเจื่อนลงไปถนัดตา จนฉันแอบขำอยู่คนเดียว



     พอทุกคนแยกย้ายกันไปจนเหลือแค่ฉันที่นั่งมองพวกศิษย์ชายในลานฝึกอยู่ไกลๆ กวาดตามองไปทั่วแต่ก็ไม่เห็นคุณชายสกุลหลานที่คุ้นหน้าเลยแม้แต่น้อย หายไปตอนไหนของพวกเขากันนะ...

     "ฟูหยาง ท่านอยากดื่มชาหรือไม่ ข้าจะไปยกมาให้" ฉันเหลือบมองเหม่ยเหมยที่โน้มใบหน้าลงมาถาม ก็ตอบรับด้วยน้ำเสียงเนือยๆ

     "อืม รบกวนเจ้าแล้ว" เธอยิ้มก่อนจะเดินลงไป แต่ระหว่างทางก็เกือบจะชนกับจื่อเจินเข้า 

   ทั้งสองตกใจแล้วเหม่ยเหมยก็รีบก้าวฉับๆหนีเด็กหนุ่มไปอย่างนั้น ส่วนตัวเขาก็เดินเข้ามาหาฉันแล้วนั่งตรงที่ว่างแล้วถามขึ้นทันที

     "ฟูหยาง จินหลิงบอกข้าว่าเจ้าตอบตกลงไปล่าราตรีแถวจินหลินไถ?"

     "อืม"

     "เจ้าไม่กลัวเจ้าปีศาจที่เหมือนเจ้าตัวยักษ์นั่นจะโผล่มาอีกหรือ! แค่พวกข้าถูกหางฟาดก็แทบตายเลยนะ ตัวข้ายังช้ำไม่หายเลยด้วยซ้ำ" จื่อเจินบ่นด้วยความน้อยใจ

     "ใครใช้ให้พวกเจ้าบุกไปโต้งๆกันเล่า อีกอย่างข้าเป็นพวกเห็นอะไรแบบนั้นแล้วมันคันไม้คันมือเสียด้วยสิ"

     "จะต่อยมันเหมือนกับตอนที่เจ้าสู้เทียนโย่วเหม่านั่นน่ะหรือ! เจ้าบ้าไปแล้วหรือ ฟูหยาง อุ๊บ!!!" ฉันรีบยกมืออุดปากเขาทันทีเมื่อเขาเสียงดังเกินไป 

     "เสียงดังเกินไปแล้ว!...อีกอย่างข้ามิได้บ้า แต่ร่างกายข้ามันขยับไปเองนี่ หรือเจ้าอยากลองลิ้มรสกำปั้นของข้าสักครั้งล่ะ?" จื่อเจินส่ายหน้าหวืออย่างขยาด จนฉันอดขำไปกับเขาไม่ได้

     "ฟ ฟูหยาง น นี่น้ำชาข้าเอามาให้แล้ว" เธอว่าก่อนจะวางชุดน้ำชาลงบนแท่นหินราบแล้วรินชาให้ ฉันมองในถาดเห็นมีถ้วยชาสองใบจนอดแปลกใจไม่ได้

     "นี่...?"

     "ห ให้คุณชายโอวหยางเจ้าค่ะ ข้าขอตัวก่อน" ยังไม่ทันจะได้อ้าปากถามเธอก็เดินไปไกลแล้ว ฉันได้แต่มองเธอตาปริบๆก่อนจะหันกลับไปมองจื่อเจินที่ขยับปากไม่เป็นสุข

     "จื่อเจิน เจ้ารังแกอะไรนางรึเปล่า?" เจ้าตัวส่ายหน้าหวือแล้วแอบยิ้มกรุ่มกริ่ม ก่อนจะผายมือให้ฉันดื่มน้ำชาก่อนฉันจึงยกขึ้นดื่ม
     
     "ข้าว่านางน่ารักดีเท่านั้นเอง ข้ามิได้รังแกอะไรนางเลยนะ"

     "คำพูดของเจ้าข้าฟังแล้วไม่กระจ่างเลย...เจ้าหมายความว่าอย่างไรกันแน่จื่อเจิน?" ฉันถามก่อนจะรินชาใส่ถ้วยตัวเองแล้วยกขึ้นดื่มอีกแก้ว

     "ข้า...เอ่อ ข้า"

     "อะไรเล่า พูดมาสิ อมพะนำอยู่อย่างนั้นชาตินี้จะได้พูดไหม?" อีกฝ่ายยิ้มหงอยๆแล้วตอบในที่สุด

     "ข้าว่า...ข้าชอบแม่นางผู้นั้นเข้าแล้วน่ะสิ"





      พรวดดดดดดดดดดดดดดดด!!!















     "เจ้าไม่เห็นต้องพ่นใส่หน้าข้าเลยนี่!" จื่อเจินโวยวายอย่างไม่เข้าใจ จนฉันต้องเอาผ้ามาให้เขาเช็ด

     "ก็ข้าตกใจนี่นา จู่ๆเจ้าก็บอกว่าชอบเหม่ยเหมย ข้าไม่เห็นจะจับสังเกตอะไรเจ้าได้เลยสักนิด" ฉันแย้งเสียงเบาแล้วยื่นถังน้ำให้กับเขา อีกฝ่ายจึงรับไปก่อนจะเช็ดหน้าและลำคอ

     "นางชื่อเหม่ยเหมยหรือ?...ชื่อช่างน่ารักเหมาะกับนางยิ่งนัก" เด็กหนุ่มยิ้มบางแก้มเนียนของเขาขึ้นสีนิดๆ จนฉันอดทึ่งไม่ได้

     "จริงสิ เอาอย่างนี้ดีไหม จื่อเจิน!"

     "หืม?"

     "ล่าราตรีคราวนี้ จินหลิงชวนข้าไปจินหลินไถถือโอกาสนี้ชวนนางไปด้วยสิ! ช่วงนี้ผู้อาวุโสออกไปปราบปีศาจกันหมด อีกทั้งการประชุมก็มีขึ้นบ่อยด้วย" จื่อเจินมองฉันเหมือนกับไม่มั่นใจ แต่ฉันว่าต้องสร้างความประทับใจแรกพบให้อีกฝ่ายเพื่อที่เขาจะได้จำได้

     หลักการตามการ์ตูนตาหวานที่เคยอ่านทั่วๆไปเลยล่ะ!












     วันต่อมา


     พวกเราตื่นในช่วงสายนิดๆ ฉันรีบไปหาเหม่ยเหมยแต่เช้าเพราะจะได้รับตัวเธอไปล่าราตรีกับพวกเราด้วยกัน โชคดีมากที่เธอตอบตกลงมาด้วยอย่างไม่มีปฏิเสธ หรือโต้แย้ง แต่ว่ามันทำให้ฉันต้องสงสัยอยู่ไม่น้อยเมื่อเรามายังจุดนัดพบที่หน้าบันไดหิน


     มีหญิงสาวที่เป็นเหมือนศิษย์อีกคนหนึ่งยืนรออยู่กับพวกจินหลิง ในตอนนั้นที่เจ้าหล่อนปรายตามองพวกเราเหม่ยเหมยแอบหลบตาอีกฝ่าย ก่อนที่ดวงตาคมคู่นั้นจะหันมามองฉัน ที่เล่นเอาเสียวสันหลังวาบเลยทีเดียว

     สายตาที่มองมา...เหมือนไม่ใช่แววตาของมนุษย์เลยสักนิด

     "เจ้าพาใครมาด้วยน่ะ?" จินหลิงเอ่ยถามฉันก่อนจะมองเหม่ยเหมยที่ยืนหลบอยู่ด้านหลังของฉัน เธอออกจะอายนิดหน่อยกับการถูกรุมจ้องจนฉันต้องกลายเป็นเกราะกำบังให้เธอแทน

     "นี่ จางเหม่ยเหมย ธิดาของตระกูลจาง...นางจะไปล่าราตรีกับเราด้วย" ฉันว่าแล้วกำมือเธอไว้แน่น

     "ตระกูลจางหรือ...ช่างเถอะ มาด้วยก็ได้ ว่าแต่เจ้า..."

     "...เจ้าคะ?"

     "เหตุใดเจ้าไม่มีกระบี่ติดตัว?" จางเหม่ยเหมยชะงักก่อนจะหลุบตาลงต่ำ จนฉันเพิ่งนึกออก จริงตามที่จินหลิงว่า นางไม่ได้พกกระบี่ จะว่าไปตอนที่เข้ามาที่นี่ครั้งแรก

     ก็ไม่เห็นเธอถือกระบี่หรืออาวุธอะไรเลยนี่นา

     "ข ข้า..."

     "เอาล่ะๆ อย่าเพิ่งทะเลาะกันเลยนะ...เหม่ยเหมย เอากระบี่ข้าไปใช้สิ" ฉันว่าก่อนจะยื่นกระบี่ของตัวเองไปให้ ทุกคนตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ คนที่ถูกยื่นให้ถึงกับส่ายหน้ารัว

     "ม มิได้หรอก! กระบี่เป็นของประจำกายที่เซียนทุกคนต้องพกนะ!"

     "แต่ข้าไม่จำเป็นต้องใช้หรอก อีกอย่างมันมีผนึกอยู่หากข้ายอมให้ใครใช้ มันก็จะเชื่อฟังข้า...อย่ากังวลเลยเหม่ยเหมย หากมันอยู่กับเจ้าคงจะดีกว่า เพราะข้าให้เจ้ายืม มิได้ให้เสียหน่อยนะ"

     "ต แต่..."

     "อ๊ะๆๆ! อย่าเถียงนะ เอาล่ะ รีบเดินทางก่อนที่มันจะค่ำเถอะ" ฉันพูดตัดบทแล้วเดินนำหน้าไปก่อน จนคนอื่นๆตะโกนไล่หลัง






     










     จางเหม่ยเหมยที่เดินรั้งท้าย ในมือทั้งสองกอดกระบี่เสี่ยวเฟยของฟูหยางไว้แน่น ใบหน้างดงามฉายแววกังวลชัดเจนและหน้าถอดสีเมื่อมีแม่นางคนหนึ่งเดินมาขนาบข้างแล้วกระซิบเสียงเย็น      

     "ฮูหยินใหญ่สั่งมา..."

     "..."

     "หากแกทำไม่สำเร็จ...รู้ใช่ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?" จางเหม่ยเหมยกัดฟัน สะกดกลั้นความหวาดกลัวก่อนจะพยักหน้า

     "ข เข้าใจแล้ว"

     "ก็ดี สายเลือดนางโลมเช่นเจ้า คงทำได้มิยากหรอกจริงหรือไม่ หึๆ ช่างน่ารังเกียจยิ่งนัก"

     "กละ กลับไปได้แล้ว" 

     "อย่าทำให้พ่อของเจ้าผิดหวังเสียล่ะ"

     "ต้องเป็นสะใภ้ตระกูลหลานให้จงได้! หากใครขวางทาง..."

   "..."

   "ก็ฆ่ามันเสีย!!" หญิงสาวปริศนาจางหายไปทันทีหลังจากนั้น จางเหม่ยเหมยเงยหน้ามองฟูหยางที่เดินนำหน้าไปพร้อมกับจินหลิงแล้วคุยกันอย่างสนุกสนาน

     ก่อนจะเหลือบมองไปทางจิ่งอี๋ที่มองสำรวจรอบๆอย่างระมัดระวัง ริมฝีปากบางเม้มแน่นด้วยความรู้สึกผิด ได้แต่หลับตากู่ก้องร้องตะโกนในใจ


  "ใครก็ได้...ช่วยข้าด้วย"











เห่อๆ  ไม่มีไรมาก

เม้น-กัน-หน่อย!!


ความสุขของเตี้ย = การเห็นรีดเดอร์อินกับฟิค และเม้นมาให้อ่าน








ขอแค่นี้จริงๆ กราบล่ะค่ะ



รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 176 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,619 ความคิดเห็น

  1. #1589 icesupicha (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 14 มีนาคม 2564 / 22:14

    ไม่น๊าาา

    #1,589
    0
  2. #1505 เพื่อนผักชี (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 10:38
    อ่อนางไม่ผิดๆ ครอบครัวนางผิด แต่!!!นางผิดที่หน้าแบบนั้น หึ้ย!!!
    #1,505
    0
  3. #1464 รากต้นโพธิ์ (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 19:28

    ครอบครัวเฮงซวยซินะอืมๆ ขอโทษที่ข้าเข้าใจเจ้าผิดนะแม่นาง
    #1,464
    0
  4. #1124 P_Chan and Me_Kung (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 00:29
    .....แม่นางจาง อโหสิให้อีช้อยด้วย อีช้อยอีโพยอีพายไปเองคนเดียวอีกแล้ว... อีช้อยต้องด่าครอบครัวของแม่นางจางถึงจะถูกสินะ:)
    #1,124
    0
  5. #1023 CHECK224 (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 12:49
    ._. เหม่ยๆขอร้องให้ใครซักคนช่วยเถอะนะ._.
    #1,023
    0
  6. #1022 554910140 (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 07:21
    แอบงงตอนที่ฟูหยางยื่นถังน้ำให้จื่อเจิน สรุปว่ายื่นถังน้ำจริงๆ รึยื่นผ้าเช็คหน้ากันแน่5555
    #1,022
    4
  7. #1021 chyanin (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 06:16
    แม่นางจาง ถ้าท่านร้ายเพราะครอบครัวแต่ใจจริงเจ้าเป็นคนดีข้าโอเคกับท่านนะ แต่ถ้าไม่ละก็ จะฟ้องเว่ยอิง
    #1,021
    0
  8. #1020 Namloly (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 06:08

    คลื่นใต้น้ำเริ่มพัดแรงขึ้นแล้ว

    #1,020
    0
  9. #1019 ratima4494 (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 00:34
    ตอนแรกคือนึกว่าเหมยชอบจิ่งอี๋เพราะตอนแรกน้องก็เขินหน้าแดง แต่ตอนนี้ก็ชอบหลบหน้าจื่นเจิน หรือน้องกลัวผช.ทุกคนT_T ชอบเรื่องนี้มากๆocที่ดือที่สุดในโลก ปมก็เช่นกัน
    ปมเยอะมากเพิ่มมากอีกและไรท์ก็แต่งเก่งเกิ้นซับซ้อนเก่งแต่ชอบมากๆๆๆค่ะแต่งต่อไปน้า
    #1,019
    2
    • #1019-1 ratima4494(จากตอนที่ 53)
      23 พฤศจิกายน 2562 / 00:35
      อยากรีวิวเยอะกว่านี้แต่กลัวยาวไป แง
      #1019-1
    • #1019-2 Phatusanime(จากตอนที่ 53)
      23 พฤศจิกายน 2562 / 00:37
      รีเยอะๆเลยค่ะ เตี้ยชอบบบบ
      #1019-2
  10. #1018 Kanthima_28 (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 00:26
    อย่างที่คิด นางไม่ได้มาดี! หึ!
    #1,018
    0
  11. #1017 Laksika-Napit (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 00:18
    จะเป็นสะใภ้ใหญ่ตระกูลหลานก็แต่งกับพี่ซีเฉินโน้นนนน
    #1,017
    0