[ปรมาจารย์ลัทธิมาร] พันธวิญญาณข้ามภพ (OC)

ตอนที่ 52 : ตอนที่ 50 ลางไม่ดี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,639
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 181 ครั้ง
    20 พ.ย. 62

     



     วันเรียนวันแรกของเหล่าศิษย์เริ่มขึ้น พวกเราที่ไม่ได้ทำอะไรจึงแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนเองตามปกติจะเว้นก็แต่ว่า...

     "ประมุขเจียง..." ฉันก้มหัวทักทายเจียงเฉิงที่เทียวไปเทียวกลับอวิ๋นเซินปู้จื้อฉู่อยู่บ่อยครั้ง เขาพยักหน้าแล้วเอ่ยถามเหมือนอย่างเคย

     "เจ๋ออู๋จวินเล่า?" ได้แต่ส่ายหน้าตอบของไปก่อนจะผายมือให้เขาไปยังเขตด้านหลังของสำนักเห็นว่าหลานซีเฉินสำนึกผิดอยู่ในถ้ำที่นั่น  ฉันก็ได้แต่ภาวนาว่าขอให้เขารีบออกมาเร็วๆก่อนที่ วันแห่งการชำระจะมาถึง

     

     หลังจากเมื่อวาน ฉันจงใจที่จะไม่พบหน้าจิ่งอี๋เหมือนอย่างปกติ ถ้าซือจุยอยู่ที่ไหนแน่นอนว่าจิ่งอี๋ก็ต้องอยู่ที่นั่นด้วย...ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องหลบหน้าพวกเขา แค่คิดถามตัวเองก็หงุดหงิดขึ้นมาทันทีจนหาที่สงบจิตสงบใจไม่ได้

     "เฮ้อ..."

     ปึก!

     "โอ๊ะ!"

     "ระวัง!" เสียงของเด็กหนุ่มที่ชนร้องเสียงหลงก่อนจะรีบเข้ามาโอบไหล่ฉันไว้ไม่ให้ล้ม ฉันก็รีบคว้าคอเสื้อเขาไว้จนกระทั่งตั้งตัวได้

     ฉันเงยหน้ามองอีกฝ่ายเพื่อจะขอบคุณ พบว่าอีกฝ่ายนั้นตกใจและยังจับไหล่ฉันไว้แน่นจนฉันต้องรีบผลักตัวเขาออก

     "แม่นางบาดเจ็บหรือไม่?"

     "อ เอ่อ...ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้าน้อยสะเพร่าไม่ดูทางต้องขออภัย"

     "ไม่ๆ แม่นางมิผิดหรอก ข้าเอ่อ...ข้าผิดเองที่ชนเจ้า" อีกฝ่ายปฏิเสธอย่างสุภาพ ฉันลองมองเขาดูแล้ว เขาดูเป็นชายหนุ่มที่ดูดีมากคนหนึ่งเลยนะเนี่ย

     "ถ้าเช่นนั้นเราก็ผิดทั้งคู่ที่ไม่ระวังให้ดี ถ้าเช่นนี้ท่านจะยอมหรือไม่เจ้าคะ?" อีกฝ่ายหน้าเหวอไปนิดก่อนจะยิ้มขำแล้วพยักหน้า

     "ฮึๆ ได้...ข้าน้อยมานามว่าจางจิ้นชิง เป็นพี่ชายต่างมารดาของจางเหม่ยเหมยขอรับ" คนๆนี้เองเหรอที่เป็นพี่ชายของจางเหม่ยเหมย ดูจากการแต่งตัวแล้ว เหมือนจะเป็นทหารที่ยศสูงน่าดูเลยแฮะ

     ดูจากอายุแล้วก็หน้าตา น่าจะประมาณยี่สิบต้นๆ  ผมยาวมัดเป็นหางม้าใบหน้าคมเข้ม ผิวก็ออกสีเพราะถูกแดดรูปร่างกำยำใช้ได้ โดยรวมแล้วถือว่าดูดีมาก ไปเป็นนายแบบได้เลยนะเนี่ย 

     "ข้าน้อยมีนามว่าฟูหยางเจ้าค่ะ คุณชายจางมาที่นี่ด้วยเหตุใดหรือเจ้าคะ?" ฉันว่าก่อนจะชวนเขาคุยไปเดินไปยังห้องรับรอง

     "ข้าเป็นห่วงน้องสาวของข้า อาเหมยนางเข้าสังคมไม่ค่อยเก่ง ตอนอยู่ที่จวนนางก็มักจะอ่านแต่ตำราแพทย์...เพราะนางมักถูกคนตราหน้าว่านางเกิดจากมารดาที่ เอ่อ...เป็นนางโลม"

     "ข้าทราบดีเจ้าค่ะ แต่อย่าได้กังวลเลย น้องสาวของท่านเป็นคนใจเย็นแล้วก็เรียนรู้ได้เร็ว เฉลียวฉลาด โปรดท่านวางใจได้เจ้าค่ะ" 

     "หากนางมีความสุขดี ข้าก็ค่อยเบาใจ...จริงสิ แม่นางฟูหยาง เจ้าคิดเหมือนกับที่คนอื่นๆว่าหรือไม่?" ฉันมองเขาซึ่งเขาเองก็มองฉันกลับเหมือนกัน ก่อนที่จะเสหลบตาเขาแล้วเงยหน้ามองฟ้าแล้วครุ่นคิด

     "อืม ไม่หรอกเจ้าค่ะ เพราะคนที่เป็นเหมือนกับนางข้าก็เคยเจอมากแล้ว"

     "เจ้ามิรังเกียจหรือ?" ฉันส่ายหน้าย้ำก่อนจะพูดขึ้น

     "ข้าก็ไม่ต่างหรอกเจ้าค่ะ เคยถูกด่าว่าเป็นลูกพ่อแม่ไม่สั่งสอน เพราะข้าเป็นเด็กกำพร้า...แต่ก็โชคดีที่ตระกูลหลานคอยรับเลี้ยง ท่านทราบหรือไม่เจ้าคะว่าข้าเองก็เคยทำผิดกฏของสำนัก"

     "เจ้าน่ะหรือ?!" เขาทำหน้าเหวอจนฉันหลุดขำแล้วพยักหน้ายิ้มให้

     "เจ้าค่ะ ข้าถูกโบย 50 ที จนเลือดเต็มแผ่นหลังของข้าเลย..."

     "เจ้าทำผิดอะไรร้ายแรงขนาดที่ลดโทษมิได้เลยหรือ?"

     "จะว่าอย่างไรดีล่ะเจ้าคะ เพราะข้าเองก็ไม่ชอบให้ใครมารังแกฝ่ายเดียวก็เลยกลายเป็นว่าข้าลงไปต่อยเจ้าคนที่ล้อข้าจนหน้าบวมหมดเลย แต่ข้ามิได้เริ่มก่อนนะเจ้าคะ เขาตบข้าก่อนนะ"

     "เจ้าใจกล้ามากเลยนะ"

     "หลายคนก็บอกข้ามาเช่นนั้นเจ้าค่ะ ว่าแต่คุณชายจางแต่งตัวเช่นนี้เพิ่งออกจากงานมาหรือเจ้าคะ?" เขาเลิ่กคิ้วก่อนจะมองเครื่องแบบของตัวเองแล้วพยักหน้า

     "ใช่ ตอนนี้กำลังจะสอบเลื่อนยศขุนนางอยู่น่ะ"

     "ตำแหน่งเหมาะกับท่านมากเลยเจ้าค่ะ...ท่านต้องเป็นขุนนางที่มีคุณธรรม และเป็นที่นับถือมากแน่"

     "ขอบคุณ---"

     ตึกๆๆๆ!!

     "แฮ่กๆๆ พ พี่ฟูหยาง!" ชีฟานวิ่งโผล่พรวดเข้ามาจนฉันกับ จิ้นชิงถึงกับผงะ

     "ชีฟาน อย่าตะโกนสิ...เป็นอะไรล่ะ?"

     "ต ต้าวถง หายไป! พวกถิงถิงหาทั่วเรือนดูแลแล้วก็ไม่เจอเลย!" ฉันรีบลุกขึ้นก่อนจะก้มหัวลาอีกฝ่ายแล้วรีบวิ่งตามชีฟานไป








     เมื่อมาถึงเรือนของศิษย์หญิงฉันก็เห็นพวกถิงถิงกำลังร้องไห้ และพวกอันฉีกำลังปลอบพวกเธออยู่
     
     "อันฉี ถิงถิง...ทำไมถึงเกิดเหตุนี้ขึ้น?"

     "พ ฮึก พี่ฟูหยาง ข้าบอกให้อาถงไปรอที่ม้านั่งใต้ต้นไม้เพราะข้าจะไปเอาขนมมาให้ แต่พอข้ากลับมาเขาก็หายไปแล้ว" ถิงถิงว่ายพลางเช็ดน้ำตาป้อยๆ

     "นานหรือยัง?"

     "2 เค่อแล้ว ข้ากำลังให้ศิษย์ชายไปช่วยหา ยังไม่กลับออกมาเลย" อันฉีว่าแล้วลูบหลังปลอบเด็กสาวคนอื่นๆต่อ 

     2 เค่อ ครึ่งชั่วโมง!

     "อันฉี พวกเจ้าอยู่ที่นี่นะข้าจะเข้าไปหาเขาอีกแรง" อันฉีนพยักหน้าก่อนที่ฉันจะวิ่งเข้าไปในป่า








     เสียงตะโกนตามหาตัวต้าวถงดังไปทั่วป่า จนพวกศิษย์ชายที่เหาะกระบี่ออกตามหาตัวเขาพอเห็นว่าไม่มีใครอยู่บนพื้นดินก็เริ่มกวาดตามองซ้ายขวาแล้วถอดรองเท้า   

     "ฮู่ววว...เอาล่ะ ออกตัว!!" เท้าดีดตัวไปข้างหน้าและกระโดดขึ้นต้นไม้พลางมองหาชุดสีขาวที่น่าจะตัดกับสีทึบได้ดี 

     หายไปครึ่งชั่วโมงแล้วมันน่าแปลกมาก แต่ว่าต้าวถงไม่ใช่เด็กที่จะไปไหนเองโดยที่ไม่มีอะไรมาล่อนี่นา เขาไม่ใช่เด็กสมาธิสั้นซะด้วยสิ

     ฮือออออออออ...

     ตุบ!

     "เสียงร้องไห้ แถวนี้เหรอ?" ฉันรีบกระโดดลงจากต้นไม้ทันทีก่อนจะฟังเสียงนั้นให้ชัดๆ แล้วเดินตามเสียงร้องไปจนถึงทางลาดชันที่ด้านล่างมีกองใบไม้หน้าเต็มไปหมด

     ตรงกลางมีร่างของเด็กชายวัย 4 ขวบนั่งร้องไห้รองเท้าถูกถอดออกเห็นเท้าบวมเป่งสีม่วงคล้ำ

     "อาถง!"

     "ฮ ฮึก พ พี่หยาง..." เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นมาน้ำตาคลอ ฉันรีบไถลตัวลงไปยังด้านลงทันที แล้วอุ้มเข้ามากอดปลอบไว้แนบอก

     "ชู่วว ไม่ร้องๆพี่อยู่นี่...อาถงเกิดอะไรขึ้น ทำไมเจ้าเข้ามาในป่าคนเดียว?"

     "อ ฮึก มีคนเรียกอาถง...เขาชวนอาถงเป็นเล่นด้วย"

     "ใคร?"

     "ไม่รู้ ฮึก อาถงมองไม่เห็นหน้า ฮึก แต่เขาดำไปหมดทั้งตัวเลย...ตอนแรกเขาชวนอาถงกระโดดน้ำตก แต่อาถงกลัวเลยหนีเขามาแล้วก็ตกมาตรงนี้  พวกพี่ๆที่เหาะกระบี่ก็ไม่ได้ยินเสียงข้า..." เขาว่าแล้วก็ทำท่าจะร้องไห้ ฉันก็ได้แต่ถอนหายใจแล้วลูบหัวปลอบเขา

     "โอ๋ๆ ไม่ร้องๆ...ป่ะ ขึ้นหลังพี่แล้วเราออกไปกัน"

     "อือ" เด็กน้อยพยักหน้าก่อนที่ฉันจะหันหลังให้เขาปีนขึ้นมาแล้วเราก็เดินออกจากป่านี้ด้วยกัน

      ในตอนนั้นเสียงหัวเราะก็ดังขึ้นทั่วป่า จนเด็กน้อยผวารีบกอดฉันไว้แน่น ฉันหยุดฝีเท้ากวาดตามองทั่วทุกด้าน

      คิกๆๆๆๆ!!

     "ฮึก! พ พี่หยาง!" 

     "อาถง อย่าขยับนะ ปิดปากไว้ หลับตาด้วย" เขาพยักหน้าก่อนจะทำตามที่ฉันบอกด้วยการมุดหน้าลงกับแผ่นหลังของฉัน 

     ครืนนนนนนนนน

      กลุ่มก้อนพลังสีดำก่อตัวขึ้นตรงหน้า ก่อนจะปรากฏร่างของผีกะโหลกสีดำทะมึนครึ่งตัวสามตนขวางทางฉัน ดวงตาแดงเล็กๆกลางตากลวงโบ๋จ้องมองฉันไม่ขยับไปไหน

     "ต่อให้ได้ยินอะไร อย่าเงยหน้าขึ้นมามองนะ"

     "ข ขอรับ!"

     "..."

     เลือดผสม...น่าอร่อยเหลือเกิน...น่าอร่อย

     "หลีกทางไป อย่าหาว่าฉันไม่เตือน" ฉันจ้องมันอย่างลองเชิงก่อนจะค่อยๆถอยหลัง

     บ้าจริง! จะใช้เกราะแขนก็ไม่ได้...

     กินมันเลย กินมันเลย!!

    พวกมันพุ่งเข้ามาหาจนฉันต้องรีบเบี่ยงตัวแล้วเปลี่ยนมาอุ้มต้าวถงแล้วออกตัววิ่งแทน เด็กน้อยกอดฉันแน่นมากจนฉันไม่ต้องกลัวว่าเขาจะตกเลยในตอนนี้ เท้าของฉันกระโดดขึ้นย่ำบนกิ่งไม้แล้วกระโดดหนีพวกมันที่เริ่มตามมา แถมจำนวนมันมากขึ้นเรื่อยๆ!!

     "อาถง อย่าเพิ่งลืมตานะ!"

     "อื้อ!" เขาพยักหน้าก่อนจะซุกลงที่อกฉันแล้วกำเสื้อไว้แน่น ฉันกัดฟันหันหลังมองพวกมันเป็นระยะจนกระทั่ง เห็นปลายทางอยู่ไม่ไกล

     อย่าให้หนีไปได้....

     ตึกๆๆๆ!!

     "แฮ่กๆๆ ช ช่วยด้วย!" ฉันตะโกนลั่นก่อนจะกอดตัวต้าวถงไว้แน่นแล้วหมุนตัวเองให้รับแรงกระแทกบนพื้น จนต้องนิ่วหน้า

     ตุบ! ขลุกๆๆๆ!! ปึ่ก!!

     ฟิ้ววววววววว!! ฉัวะะะ!!

     กริ๊ดดดดดดดดดดดดด!!

     "อย่าแตะต้องนายของข้า!!" เสียงของใครบางคนดังขึ้นตรงหน้า ฉันที่หายจากอาการมึนงงลุกขึ้นมองเขา อีกฝ่ายจึงปรี่เข้ามาดูฉันด้วยสายตาที่ตื่นตกใจ

     "ฟูหยาง! เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?"

     "ล เหลียงซา? เจ้ามาได้ยังไงเนี่ย?" อีกฝ่ายกำลังจะอ้าปากแต่พวกผีร้ายก็ยังไม่ยอมเลิกรา จนเขาเริ่มหงุดหงิดแล้วหักกิ่งดอกไม้สีขาวตรงหน้าสะบัดใส่พวกนั้นจนมันกลับเข้าป่าไป

     "แม่ข้าเป็นห่วงเจ้า เลยให้ข้ามาอยู่กับท่านเจียหู่...แล้วก็ได้ยินเสียงของเจ้าเลยรีบมา"

     "เหรอ...เจ้าพวกผีนั่นมันอะไรน่ะ?"
     
     "พวกผีเหลือเดนนั่นแหละ มันคงได้กลิ่นเจ้า...อีกทั้งเด็กน้อยผู้นี้ก็มีดวงวิญญาณที่บริสุทธิ์ ของโปรดของพวกมันเลย  ตอนนี้พลังหยินเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนพวกผีพวกนี้มีพลังพอจะทำร้ายคนและสิงสู่ ฟูหยางเจ้าต้องรีบปลดปล่อยสัตว์เทพตนสุดท้ายให้เร็วที่สุด"

     "ที่หลันหลิงใช่มั้ย พอจะรู้ตำแหน่งหรือเปล่า?"

     "ข้ารู้ แต่ข้ายังบอกเจ้าตอนนี้ไม่ได้ รีบกลับไปเถอะ" ฉันพยักหน้าก่อนจะหยัดตัวลุกขึ้นแล้วเดินกลับไปยังเรือนนอน







     พอกลับมาถึงเรือนนอน ทุกคนต่างพากันโล่งใจ ส่วนต้าวถงนั้นหมดสติไปเพราะตกใจมากแต่อีกไม่นานก็คงรู้สึกตัวเลยหมดห่วง แต่ว่าจากการที่ตกลงมาจากต้นไม้สูง มันก็เจ็บเอาการจนร่างกายมันเคล็คยอกไปเสียหมดเลยจริงๆ

     ฟึ่บ!

     "อ อึ๋ย! แผลใหญ่เลย..." เหม่ยเหมยที่เลิกเรียนพอดีรู้เรื่องจึงอาสาช่วยทำแผลให้ฉัน  ไม่ต้องส่องกระจกหรอก แค่มองสีข้างตัวเองที่ผิวมันจ้ำเหลืองเขียวม่วงก็ขนลุกแล้ว

    แปะ!

     "อึ่ก!..."

     "ฟูหยาง ท่านต้องทำให้เลือดไหลออกมา มิเช่นนั้นเลือดจะเสียและช้ำในนะ" ฉันมุ่ยหน้ามองเหม่ยเหมยที่มองฉันด้วยความเป็นห่วง ในมือของเธอถือยาสมุนไพรเอาไว้

     "...เฮ้อ รบกวนเจ้าทำให้ข้าได้ไหม?"

     "ต แต่ว่า--"

     "พี่ชายของเจ้าบอกว่าเจ้าชอบอ่านตำราแพทย์ ข้าไว้ใจเจ้า..." เหม่ยเหมยผงะก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินไปหยิบเข็มและมีดมาวางไว้ข้างๆ

     "ท่าน...พบกับจิ้นชิงเกอหรือ?"

     "ใช่ ข้าแปลกใจน่ะที่เขามาพบเจ้าเพราะเป็นห่วง ข้าเลยบอกเขาไปว่าเจ้าอยู่ในความดูแลของข้าไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น..." เธอเงียบก่อนจะถามต่อ

     "จิ้นชิงเกอ ใจดีกับข้าเสมอ...เขาเป็นเพียงคนเดียวในจวนที่เห็นข้าเป็นครอบครัว ขนาดบิดาแท้ๆของข้ายังไม่เหลียวแลข้าเลย" เธอว่าก่อนจะกรีดลงตรงที่มันช้ำจนเป็นสีม่วง ฉันนิ่วหน้าแต่ก็ไม่ร้องออกมาเพราะมันชาๆด้วย

     "..."

     "ตอนนี้อาการบวมลดลงแล้ว...แต่ต้องหมั่นล้างแผลบ่อยๆนะ" เธอว่าก่อนจะซับเลือดให้แล้วจุ่มลงในอ่าง หลังจากนั้นจึงวกขึ้นมาาพันผ้าผันแผลรอบอกโดยที่ฉันคอยช่วยด้วย


     พันเป็นเสื้อกล้ามเลยแฮะ...

     "ส่วนยานี่ ข้าจะมาทาให้ท่านทุกเช้า-เย็นนะ มันช่วยลดอาการฟกช้ำได้ดีเลย"

     "อืม จากนี้คงต้องรบกวนเจ้าด้วยนะ"

     "ท่านเป็นหญิงที่กล้าหาญมากเลยนะ ฟูหยาง...ข้าอยากเป็นอย่างท่านบ้างจัง" เอ่อ อย่าเลย เป็นแบบนี้เถอะ แค่หน้าเธอเหมือนฉันฉันก็กลัวจะแย่แล้ว(=_=;)

     ฉันยิ้มแห้งก่อนจะสวมเสื้อกลับเหมือนเดิน ก่อนที่จะไปส่งเธอยังเรือนนอนเพื่อนั่งคุยกัน อีกอย่างฉันต้องคอยกันยัยพวกปากปีจอที่คอยนินทาเธอด้วย








     เรือนวิจิตร


    จางจิ้นชิงเดินเข้ามายังมุมรับรองแขกก่อนจะโค้งตัวทำความเคารพหลานฉีเหริน ซึ่งอีกฝ่ายก็โค้งคำนับกลับเช่นกัน ชายหนุ่มเหลือบมองหญิงวัยกลางคนๆหนึ่งที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว และผายมือให้เข้านั่งลง 

     "อาชิง นั่งเสียสิ..."

     "ขอรับ ท่านแม่" จิ้นชิงตอบรับก่อนจะนั่งข้างๆ แล้วหันไปสนทนากับหลานฉีเหรินต่อ

     "ฮูหยินจาง เดินทางมาที่นี่ด้วยตัวเองคงจะลำบากไม่น้อย....อีกทั้งยังพาแม่สื่อมาด้วยอีก มีเรื่องอันใดหรือ?" หลานฉีเหรินลูบปลายคางมองหญิงวัยกลางคนตรงหน้าอย่างครุ่นคิด

     "ท่านอาจารย์หลาน ข้ามาที่แห่งนี้มีเพียงจุดประสงค์เดียวเท่านั้น"

     "..."

     "คือการให้บุตรของเราสองตระกูลเกี่ยวดองกัน ข้าเลยส่งแม่สื่อมาเพื่อให้ท่านประมุขรับพิจารณาเห็นสมควร" ฮูหยินกล่าวด้วยท่าทีละมุนละม่อมทำให้หลานฉีเหรินคิ้วกระตุก

     "ท่านแม่..."

     "อาชิง เงียบ!....ตระกูลของเรานั้นอาจมิได้มีชื่อเสียงโด่งดังอะไรเหมือนตระกูลอื่น ข้าเองก็มีเพียงอาชิงที่ตอนนี้รับราชการในวังหลวง"

     "..."

     "อาเหมย นางปรับตัวเข้ากับที่นี่ได้อย่างรวดเร็ว กิริยามารยาทของนางก็เพียบพร้อมคุณสมบัติของกุลสตรีหวังว่าคงจะถูกใจท่านอาจารย์ไม่น้อย"

     "...แล้วคนที่ท่านอยากให้เกี่ยวดองเล่า คิดไว้แล้วหรือ?" ฮูหยินยกยิ้มด้านหลังพัดจีบลายดอกบ๊วยสีแดงสดแล้ว หรี่ตามองคนตรงหน้าอย่างพอใจ






   "เจ้าค่ะ...ข้าคิดไว้แล้ว"





แนะนำตัวละครใหม่จ้าาา

ปล.รูปภาพที่เอามาเพียงเพื่อให้จินตนาการเท่านั้นนะคะ






จางจิ้นชิง (26)





จางเหม่ยเหมย (14)







เห่อๆ  ไม่มีไรมาก

เม้น-กัน-หน่อย!!


ความสุขของเตี้ย = การเห็นรีดเดอร์อินกับฟิค และเม้นมาให้อ่าน








ขอแค่นี้จริงๆ กราบล่ะค่ะ



รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 181 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,619 ความคิดเห็น

  1. #1615 คุโรคิคิ (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 17 เมษายน 2564 / 20:55
    เอาเจียงเฉิงเป็นพระเอกเถอะงี้อะ จะร้องไห้ละ
    #1,615
    0
  2. #1588 icesupicha (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 14 มีนาคม 2564 / 22:07

    เอาแล้ววว

    #1,588
    0
  3. #1504 เพื่อนผักชี (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 10:30
    ตามบทแล้วต้องเป็นจิ่งอี๋แหง เห้อม จาเอาอาเฉิงมาดามใจจจจจจจ
    #1,504
    0
  4. #1463 รากต้นโพธิ์ (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 19:14
    ตอบไปเลยท่านหลานซีเหรินว่าคือเจิงเฉิ- /ม่วนตัวหลบแส้จื่อเตี้ยน /อ๊ากกไว้ชีวิตข้าด้วยยย
    #1,463
    0
  5. #1123 P_Chan and Me_Kung (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 00:05
    ...เรื่องปราบผีไม่หาย เรื่อดูตัวเข้าแทรก เห้ไรเนี่ยยยยย อีช้อยรับไม่ได้เจ้าค่ะแม่นาย!!!!
    #1,123
    0
  6. #1015 ratima4494 (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 19:48
    เอาตรงคิดว่าซือจุย เพราะจิ่งอี๋นางแอบเกเรป่ะ แต่จิ่งอี๋ก็คือเป็นไปได้อยู่นิดนึง แต่อยากกรี้ดมากกกกก พี่ชายน้องเหมยคือหล่อ
    #1,015
    0
  7. #1014 Wilawan Chumwanid (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 07:02
    มาต่อค่า น้องฟูหยางเสน่ห์แรง หนุ่มมาขอน้องแล้ว จิ่งอี๋ ต้องรีบแล้ว
    #1,014
    0
  8. #1013 554910140 (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 06:42
    ตอนแว๊บแรกคือว่าอาจจะเป็นพี่ซือจุย แต่จิ่งอี๋ก็น่าสนใจนะ แต่คาดว่าน่าจะโดนด่าจนลืมเลขที่บ้านแหละ555555 จิ่งอี๋คงไม่ยอม
    #1,013
    0
  9. #1012 554910140 (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 06:22
    มีกองใบไม้หน้าเต็มไปหมด55555555 ไรท์สลับที่กันอ่ะ
    #1,012
    0
  10. #1011 Natacha_i-sen (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 05:59

    มาม่าอืดแล้วหน่า

    #1,011
    0
  11. #1010 Dark_Sheen (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 02:01
    ความเป็นได้ก็คือรุ่นหลาน ก็น่าจะเป็นจิ่งอี๋คือเป็นไปได้มากที่สุด แต่ขอให้ไม่ใช่จิ่งอี๋เถอะ เป็นฟูหยางกับจิ้นชิงเกอแทน5555+ //มโนไปแล้วว่าจิ่งอี๋จะหึงหวงโหด5555
    #1,010
    0
  12. #1009 Aimi soulsaver (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 01:19
    ความวุ่นวายมาเยือนตลอดดดด อย่านะไม่เอาเป็นใครก็ได้แต่ต้องไม่ใช่จิ่งอี๋น้าาา
    #1,009
    0
  13. #1008 NaomiSama (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 00:24

    อย่านะๆๆๆๆๆ กลัวววว
    #1,008
    0
  14. #1007 lrvlenca (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 00:23
    ตอนอ่านจบ ในหัวมีเสียงดังขึ้นมาว่า โอ้ ไม่นะ.... ฮือออออออ ค้างค่ะ ค้างหนักมากกกกกกก รีบมาต่อนะคะไรท์ เราจะรอและลุ้นว่าคนๆนั้นจะเป็นใคร ขออย่าเป็นจิ่งอี๋เลย ;;;;;;;;
    #1,007
    0
  15. #1006 Laksika-Napit (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 00:20
    รู้สึกกลัวใจไรต์

    หวังว่าคนๆนั้นไม่ใช่จิ่งอี๋นะ..
    #1,006
    0