[ปรมาจารย์ลัทธิมาร] พันธวิญญาณข้ามภพ (OC)

ตอนที่ 51 : ตอนที่ 49 สั่นคลอน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,701
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 192 ครั้ง
    17 พ.ย. 62

     


   
    ปุดๆๆๆ!   

     "ฟ ฟูหยาง?" เสียงหวานใสเอ่ยทักพร้อมกับใบหน้าที่ยื่นออกมาจากข้างประตู อดตกใจไม่ได้แฮะที่คนหน้าเหมือนตัวเองจะมาเดินโท่งๆต่อหน้า

     รู้สึกขนลุกแปลกๆ

     "เหม่ยเหมย  ตื่นเช้ามากเลยนะ" เธอเดินเข้ามาในครัวและนั่งบนแคร่ไม้มองฉันทำขนมเพียงลำพัง

     "ท่านตื่นเช้ากว่าข้าเสียอีก...ทำอะไรหรือ?" ฉันยิ้มก่อนจะจิ้มชิ้นหนึ่งป้อนให้เธอ เหม่ยเหมยอ้าปากแล้วเคี้ยวก่อนจะตาโตแล้วยิ้มกว้าง

     "อร่อยจังเลย! ให้ข้าช่วยอะไรบ้างได้หรือไม่?"

     "เช่นนั้น เจ้าช่วยคนน้ำตาลในหม้อให้ข้าหน่อยนะ" เธอพยักหน้าขันแข็งก่อนจะลุกขึ้นไปกวนน้ำตาลที่ฉันทำเป็นน้ำเชื่อม ส่วนฉันก็นั่งปั้นถั่วบดเป็นก้อนขนาดพอดีคำไป







     เมื่อผ่านมาจนถึงช่วงสายฉันจึงบอกให้พวกศิษย์หญิง ลำเลียงของไปต้อนรับเหล่าผู้ที่มารายงานตัวร่ำเรียน วันนี้เป็นวันสุดท้ายสำหรับการต้อนรับแล้ว เหลือแค่ตระกูลเจียงและตระกูลจินที่ยังไม่มา

     "พี่ฟูหยางๆ! ขนมที่เหลือพวกนี้พวกข้าขอได้หรือไม่ขอรับ!" ศิษย์ชายคนหนึ่งเข้ามาในครัวแล้วชี้ไปที่ขนมปุยฝ้ายที่ทำไว้ ฉันได้แต่ส่ายหน้าแล้วบอกปัด

     "เอาไปแบ่งๆกันล่ะ"

     "ขอบคุณขอรับ!" เขาก้มหัวแล้วรวบขนมปุยฝ้ายให้ได้มากที่สุดเต็มสองแขนแล้ววิ่งออกไป

     "ขนมของท่านหอมมากๆเลย ข้าคงทำให้อร่อยเช่นนี้ไม่ได้หรอก" เหม่ยเหมยว่าก่อนจะกัดขนมปุยฝ้ายเข้าปากอย่างมีความสุข

     "ที่จริงไม่ได้ยากอะไรมาก เจ้าเห็นข้าทำแล้วนี่...ลองจำไว้แล้วทำเองดู"

     "อืม  ข้าคงต้องขอกลับเรือนนอนก่อน ข้าปักฝ้าทิ้งไว้ต้องทำให้เสร็จก่อนจะเรียนจบ" ฉันเลิ่กคิ้วแปลกใจแล้วลุกขึ้นถาม

     "เจ้าปักผ้าอะไร?"

     "ถุงหอมของข้าเอง  ข้าชอบชมทิวทัศน์แล้วนำภาพเหล่านั้นมาปักบนผ้าน่ะ"

     "เช่นนั้นข้าจะไปส่ง...ไปกันเถอะ" ฉันถอดผ้ากันเปื้อนแล้วเดินออกไปพร้อมกับเธอ


      ฟิ้ววว ฉึกๆๆ! เก๊งๆๆๆ!!



     เพราะทางที่กลับประจำกลับไม่ได้เราเลยต้องมาเดินผ่านลานฝึกแทน ซึ่งพวกเด็กหนุ่มก็กำลังซ้อมกันอย่างแข็งขันโดยที่มีเซียนจากตระกูลอื่นๆเข้ามาร่วมด้วย ทำให้ดูคึกคักกันใหญ่

     "พวกผู้ชายดูคึกคักจังเลยนะ...ท่านว่าเช่นนั้นหรือไม่ฟูหยาง?" เหม่ยเหมยว่าแล้วกวาดตามองเด็กหนุ่มที่กำลังฝึก ฉันก็พยักหน้าเออออไป

     "อืม นั่นสินะ"

     "พี่ฟูหยาง!!" เสียงตะโกนของเด็กหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้นก่อนที่เขาจะรีบวิ่งเข้ามาหา จนฉันต้องดุเบาๆ

     "อย่าวิ่ง อย่าตะโกน...อาจารย์หลานเห็นเข้าได้โดนคัดกฏหรอก" เด็กหนุ่มตัวน้อยยิ้มแหย ในมือถือไม้พลองเอาไว้แน่นแล้วพูดขึ้น

     "พี่ฟูหยางสอนไม้พลองให้พวกข้า ได้หรือไม่ขอรับ!"

     "หือ?"

     "ข้ามีหลายท่าที่ยังไม่เข้าใจเลยอยากให้พี่สอนขอรับ" เหม่ยเหมยเลิ่กคิ้วแล้วหันมามองฉันด้วยความแปลกใจ

     "ฟูหยาง ท่านเชี่ยวชาญวิชาพลองหรือ?"

     "ม ไม่---"

     "ขอรับ! พี่ฟูหยางเก่งมากเลย พวกข้าเคยประมือมาแล้ว พี่ฟูหยางคนเดียวสามารถจัดการพวกข้าได้หมด 5 คน เลยขอรับ!" ฉันอยากจะบ้าตาย

     "อาโจว! อย่าพูดอะไรเกินไปแบบนั้น"

     "ข้าพูดจริงๆนะขอรับ...เช่นนั้นข้าจะแสดงให้ท่านดู!" เขาว่าก่อนจะเดินกลับไปยังกลางลานแล้วเริ่มควงไม้พลองให้ฉันกับเหม่ยเหมยได้ดู

      ฟึ่บ!

     "ฟู่ว เป็นอย่างไรบ้างขอรับ!"

     "ใช้ได้ๆ แต่เจ้ายังตัวแข็งไปหน่อย และใช้กำลังแขนมากเกินไป...สงสัยต้องเล่นหกสูงบ่อยๆนะ" เด็กหนุ่มยู่หน้าแล้วพยายามจะแย้ง จนเราไม่ได้ยินเสียงตะโกน

     "ฟูหยาง แม่นางระวัง!!" กว่าจะรู้ตัวก็เห็นลูกธนูพุ่งมาหาเหม่ยเหมย ฉันและเธอรู้ตัวช้าจนอีกฝ่ายได้แต่หลับตาปี๋  มือฉันที่กำลังจะเอื้อมไปถูกปัดออก ก็ที่ร่างของเธอจะถูกคว้าไปไว้ในอ้อมแขนของบุคคลที่สาม


     ปึก!! ฟึ่บ!!
     
     "..."

     "..."

     "ไม่เป็นไรใช่หรือไม่?" จิ่งอี๋ที่คว้าตัวเหม่ยเหมยไว้ได้เอ่ยถาม เจ้าหล่อนถึงกับหน้าแดงแล้วรีบผละออกห่างอย่างอายๆแล้วย่อตัวลง

     "ข ขอบคุณคุณชายหลานเจ้าค่ะ! ข้ามิได้บาดเจ็บอะไร"

     "ดีแล้ว...พวกเจ้าเล่นอะไรกันถึงได้มีลูกศรหลงมาทางนี้!" เขาดุเหล่ารุ่นน้องที่ถึงกับรีบวิ่งมาแล้วก้มหัวขอโทษกันใหญ่ จิ่งอี๋มองพวกเขาอย่างโกรธเคืองแล้วก้มหัวขอโทษเหม่ยเหมยอีกคน

     "ต้องขออภัยแทนศิษย์น้องของพวกข้าที่ประมาทเลินเล่อ จนเกือบทำให้คุณหนูต้องบาดเจ็บแล้ว...จากนี้ข้าจะอบรมศิษย์น้องข้าเอง"

     "ม มิได้เจ้าค่ะ..."

     "ท่านคงเสียขวัญมาก ฟูหยางเจ้าดูแลนางให้ดีๆหน่อย" และฉันเหมือนถูกน้ำถังใหญ่สาดใส่หน้าแบบไม่ทันตั้งตัว หน้าฉันชาไปหมดด้วยความไม่เข้าใจ

     เขาไม่เคยพูดน้ำเสียงแบบนี้ใส่ฉัน หรือต่อว่าฉันอย่างเย็นชาแบบนี้มาก่อน มันเลยอดไม่ได้ที่ในอกนั้นวูบโหวง และเจ็บแปลกๆ

    แต่โกรธไปก็เท่านั้น...

     "ขออภัยด้วยเจ้าค่ะ ข้าจะระวังให้มากกว่านี้...เหม่ยเหมย ไปกันเถอะ" ฉันว่าก่อนจะหันไปบอกเหม่ยเหมย เธอพยักหน้ากระอักกระอ่วนแต่ก็เดินมากับฉันเพื่อกลับไปยังเรือนนอน

     ฉันมาส่งเธอถึงหน้าห้อง เธอกล่าวขอบคุณฉันฉันก็ได้แต่พยักหน้ายิ้มๆกลับไป อยู่ๆเธอก็ทำหน้าตกใจแล้วตะโกนลั่น

     "ฟูหยาง ท่านบาดเจ็บ!"

     "ห๊ะ?" ฉันหน้าเหวอก่อนที่เธอจะคว้ามือฉันข้างหนึ่งไปดู เลือดแห้งกรังรอบรอยแยกของบาดแผลที่เป็นทางยาวทำให้ฉันเพิ่งรู้สึกถึงความเจ็บชา

     "คงเพราะลูกศรเฉี่ยวท่านเมื่อครู่เป็นแน่! ต้องรีบทำ---"

     "ไม่เป็นไรหรอก ข้าทำเองได้แผลเล็กน้อยแค่นี้ไกลหัวใจ" ฉันชักมือกลับแล้วไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจ

     "ต แต่ว่า..."

     "เหม่ยเหมย เจ้าพักผ่อนเถอะ หากใกล้เวลามื้อเที่ยงข้าจะมาเรียกหาเจ้านะเหม่ยเหมยนิ่งไปก่อนจะพยักหน้าอย่างจำใจแล้วปิดประตูลง

     ฉันยกมือมองแผลที่ข้างฝ่ามือด้วยความเฉยชา และก็ต้องถอนหายใจเมื่อมันเลอะแขนเสื้อเป็นดวงๆแถมใหญ่อีกต่างหาก

     "ต้องซักใช่มั้ยเนี่ย(=_=)" ได้แต่บ่นไปเดินไปยังน้ำตกที่เป็นที่ไกลออกมาจากสำนักมากหน่อย 
 
     ซ่าาาาาาาาาาาาาา  จ๋อมมม

     "เย็นชะมัด...แต่ก็ยังดีกว่าไปทายาล่ะกัน" ว่าแล้วก็ล้างแผลที่มือจนสะอาดแล้วถอดผ้าคลุม แล้วจับปลายที่เปื้อนเลือดจุ่มลงในน้ำ

     ความชาปนแสบค่อยๆซึมเข้าสู่เส้นประสาทจนอดขนลุกปนรู้สึกโล่งสบายไม่ได้ ก่อนจะลงมือขยี้เสื้อที่เปื้อนเลือดอย่างแรง จนมือเกร็งมากเกินไปแล้วบาดแผลก็เริ่มทำพิษ

     แปล๊บ!!

     "อึ่ก!...ซิ๊ดดดดด ให้ตายสิ ชาให้มันนานๆหน่อยไม่ได้รึไงกันนะ" ฉันบ่นไปก่อนจะลงมือขยี้ต่อ จนรอยเลือดเริ่มจางลงไปมากแล้ว

     รู้งี้เอาพวกขี้เถ้ามาด้วยก็ดีหรอก เหล้าก็ได้จะได้เอามาล้างคราบเลือด


     ในตอนนั้นต้นแขนฉันก็ถูกดึงขึ้นจนผ้ายกขึ้นติดมือขึ้นมาด้วย แต่พอจะอ้าปากด่าก็ต้องงับเหมือนเดิมเมื่อคนที่ดึงแขนฉันขึ้น คือคนที่

     หมับ! ซ่าาาาา!

     "เหวอ!...พี่จิ่งอี๋?" เขาทำหน้าเหมือนจะไม่ชอบใจเมื่อเขาคว้ามือข้างที่ฉันเป็นแผลขึ้นมาตรงหน้า แล้วก็ดุฉันอีก

     "เจ้าบาดเจ็บทำไมไม่บอกข้า ฟูหยาง?"

     "ไม่ได้เจ็บอะไรใหญ่โตเสียหน่อย แผลแค่นี้ไกลหัวใจข้าไปโข..."

     "เจ้าประชดข้าอีกแล้วนะ โกรธที่ข้าต่อว่าเจ้าที่ลานฝึกหรือ?" ฉันตวัดมองเขาแล้วขมวดคิ้วแทบจะทันทีแล้วตอกกลับด้วยความหงุดหงิด

     "อย่ามาเดาใจข้าส่งเดช พี่จิ่งอี๋!...ข้าไม่ใช่เด็กแล้ว ข้าโตพอที่จะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร เพราะฉะนั้นปล่อยได้แล้ว"

     "ข้าปล่อยแน่ แต่เจ้าต้องทำแผลให้เรียบร้อยก่อน"

     "ถ้าข้าซักผ้าเสร็จแล้วจะไปทำเอง พี่กลับไปฝึกเถอะ ข้าเองก็จะกลับไปที่เรือนนอน"

     "แผลเช่นนี้โดนน้ำนานมิได้เจ้าไม่รู้รึ!" 

     "ข้ารู้อยู่แล้วน่า!"

     "แล้วทำไมเจ้ายัง--"

     "คุณชายหลาน!" ความอดทนของฉันมันใกล้ถึงจุดสิ้นสุด น้ำเสียงที่เปล่งออกไปจึงแข็งกระด้างและเย็นเหยียบจนเขาถึงกับชะงักนิ่งไป

     ฉันจึงดึงมือกลับแต่ว่าเขาก็ยังไม่ยอมปล่อย จะสะบัดออกยังไงก็ไม่ยอมปล่อยจนจะอ้าปากด่าแล้วถ้าเขาไม่พูดขึ้นมาซะก่อน
     
     "ข้าขอโทษที่ผลักเจ้า...ทั้งยังต่อว่าเจ้าด้วย ทั้งที่ข้าสัญญาว่าจะดูแลเจ้าให้ดี"

     "..."

     "ยกโทษให้ข้าได้หรือไม่? ข้า...ไม่ชอบเลยที่เจ้าพูดกับข้าห่างเหินเช่นนี้..."

     "...เฮ้อ ข้าไม่ได้โกรธอะไร---"

     "อวิ๋นเซินปู้จิ้อฉู่ห้ามพูดปดนะ" คิ้วขมวดฉับอีกครั้งเมื่อจิ่งอี๋พูดขึ้น ฉันหลับตาท่องพุธโธระงับอารมณ์แล้วมองเขา

     "ก็ได้ ข้ายอมรับว่าข้าโกรธ แต่ข้ายกโทษให้พี่อยู่แล้ว..ข้ามีสิทธ์ค้านอะไรด้วยหรือไง ในเมื่อข้าที่ได้รับหน้าที่ดูแลนางก็ประมาทเหมือนกัน พี่ทำถูกแล้ว"

     "แต่ว่า---"

     "ถึงแม้เจ๋ออู๋จวินจะฝากฝังข้าไว้กับพี่  แต่ว่าหากเป็นคำสั่งของประมุขท่านอาจารย์หลานก็น่าจะทราบเหมือนกัน...อย่าห่วงเลย พี่จิ่งอี๋"

     "..."

     "เจ็บปางตายข้ายังรอดมาได้ แผลแค่แมวข่วนเช่นนี้ไม่ระคายผิวข้าหรอก" ฉันว่าเสียงเรียบก่อนจะชักมือกลับ ซึ่งอีกฝ่ายก็เหมือนกับจะไม่ยอมแล้วมองฉันเหมือนลูกหมาหงอย

     "ถ้าเจ้าไม่โกรธข้าแล้ว อย่าพูดด้วยเสียงแบบนี้สิ..."

     "ทำไมล่ะ?"

     "เจ้าน่ากลัวมาก เวลาที่พูดแบบนี้...ฟูหยาง ให้ข้าทำแผลไถ่โทษเจ้าเถอะ"

     "...ข้าว่าพี่เริ่มเพี้ยนแล้วนะ พี่กลับไปพักเถอะ ข้าทำแผลเองได้"

     "ฟูหยาง..."

     "หรืออยากให้ข้าโกรธพี่ต่อ?" ฉันขู่ซึ่งเขาก็ยอมปล่อยมือฉันแต่โดยดี
 
     เราจะเดินกลับมายังในเขตสำนักด้วยกัน อาการเป็นเหมือนลูกหมาที่โดนเจ้านายดุจนหูลู่หางตกนั่นทำให้ฉันแอบใจอ่อน จนเราแยกกันไปโดยที่ฉันกลับเรือนนอน ส่วนจิ่งอี๋ก็ไปที่ลานฝึกต่อ

     "พี่ฟูหยาง ข้าหาพี่ตั้งนาน...พี่ไปโดนอะไรมาหรือ?!" ถิงถิงปรี่เข้ามามองมือฉันที่เลือดเริ่มซึมด้วยความกังวล ฉันถอนหายใจแล้วยิ้มให้

     "หินบาดน่ะ ไม่เป็นไรหรอก"

     "ไม่ได้นะเจ้าคะ พี่ต้องรีบทำแผลนะ มาเถอะเจ้าค่ะ ข้าจะทำแผลให้" เธอว่าก่อนจะดึงแขนฉันให้เดินตามเธอไป ฉันได้แต่ยิ้มแล้วทำตามที่เธอบอก

     "ก็ได้ๆ ลำบากเจ้าแล้วนะ ถิงถิง"







     ในห้วงมหาสมุทรลี่เฮยที่กำลังนั่งเล่นหมากล้อมอยู่เพียงลำพัง รู้สึกได้ถึงการมาของใครบางคนร่างบางผุดลุกขึ้นเพื่อเดินมาต้อนรับพบว่าเป็นจิวเหลี่ยงในร่างของสัตว์เทพ ลี่เฮยยกยิ้มเป็นมิตร ส่วนจิวเหลี่ยงก็ประสานมือแล้วโค้งคำนับเธอ

     "มิได้พบกันเสียนานเลยนะ ลี่เฮย"

     "อืม ท่าทางเจ้าจะยังสบายดีนะ..." ลี่เฮยตอบรับก่อนจะผายมือให้เธอนั่งลงก่อน แล้วเสกชุดน้ำชามาตรงหน้า

     จิวเหลี่ยงมองลี่เฮยที่นั่งอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาที่เวทนาสงสาร อีกฝ่ายดูออกแล้วยิ้มปลอบใจ

     "ไม่เป็นไรหรอก จิวเหลี่ยง ข้าไม่เป็นไร..."

     "...แต่ว่าการที่หลิวเหม่ยเจี้ยนทำเช่นนี้กับเจ้า มันก็ไม่ต่างกันกับที่ฆ่าเจ้านักหรอกนะ"

     "ตอนแรกข้าก็คิดเช่นนั้น แต่หลังจากที่ข้าได้พบกับ ดา การกระทำของเหม่ยเจี้ยนนั้นถูกต้องแล้วล่ะ" ลี่เฮยยิ้มบางยกมือลูบเขาเล็กๆกลางหน้าผากที่โผล่มานอกผ้าพันแผลเบาๆ

     "แต่นั่นมันขุมพลังของเจ้านะ"

     "ใช่...ข้ารู้ แต่มันดีแล้วล่ะ"

     "..."

     "ดีแล้วที่นาง'หักเขา'ของข้าไป..."










เห่อๆ  ไม่มีไรมาก

เม้น-กัน-หน่อย!!


ความสุขของเตี้ย = การเห็นรีดเดอร์อินกับฟิค และเม้นมาให้อ่าน








ขอแค่นี้จริงๆ กราบล่ะค่ะ



รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 192 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,619 ความคิดเห็น

  1. #1614 คุโรคิคิ (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 17 เมษายน 2564 / 20:43
    ไม่ชอบคนโลเลบอกก่อน ตอนนี้ก็เหมือนจิ่งอี๋โลเลให้ผญสามคนเลยนะ
    #1,614
    0
  2. #1587 icesupicha (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 14 มีนาคม 2564 / 22:00

    น้องสับสนแหละ

    #1,587
    0
  3. #1503 เพื่อนผักชี (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 10:24
    แทบกรี๊ดตอนจิ่งอี๋มาช่วยนังเหมย เห้อ เปลี่ยนพระเอก ไม่เอาคาาาา | ประท้วงทั้งน้ามตา~
    #1,503
    0
  4. #1462 รากต้นโพธิ์ (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 19:00
    อยากจับจิ่งอี๋มาถ่วงน้ำจังเลย~~~~
    #1,462
    0
  5. #1122 P_Chan and Me_Kung (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 23:34
    เฟค...ดูยังไงก็เฟคอิเ-้-฿&-#-฿

    ไม่ไหวกับคนแบบนี้ค่ะแม่!!! หนูเกลียดคนแบบนี้!!!! โอ้ยยยย ไม่ไว้ใจมากกก จิ่งอี๋ก็อีกคน มุงจะเอาไง ต่อยกะกุม้ายยย!!!
    #1,122
    1
    • #1122-1 Phatusanime(จากตอนที่ 51)
      2 ธันวาคม 2562 / 00:03
      ใจเย็นก่อนค่าาาา!!!
      #1122-1
  6. #1065 Olivia1112 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 / 11:43
    อยากตีจิ่งอี๋จังเลย~
    #1,065
    0
  7. #1005 ratima4494 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 00:32
    จิ่งอี๋อาจจะคิดว่าคนนั้นคือตัวจริงเลยแบบหลุด แต่นี่โกรธมาก อยากตีนังจิ่งอี๋ ถึงจะเข้าใจนางก็เถอะ นี่อยากเห็นตอนดาต่อสู้อีกแต่กลัวมาม่ามาก
    #1,005
    0
  8. #1003 CHECK224 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 18:08
    ก็พยายาทคิดเข้าข้างตัวเองส่าเหม่ยคือลูกของฟูหยางและจิ่งอี๋..... หวังว่าจะใสนะ...
    #1,003
    0
  9. #1002 Natacha_i-sen (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 15:21

    ทำไมรู้สึกว่าเพื่อนใหม่หยางหยางมันเฟควะ---

    #1,002
    0
  10. #1001 554910140 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 08:57
    เริ่มเข้าโค้งสุดท้ายมันก้จะหน่วงๆ อึนๆ แปลกๆ 555555
    #1,001
    0
  11. #1000 Wilawan Chumwanid (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 08:32
    เรื่องเริ่มเข้าช่วงสนุกแล้วว
    #1,000
    0
  12. #999 Laksika-Napit (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 01:04
    รู้สึกอยากให้ฟูหยางสนิทกับผู้ชายคนอื่นแล้วจิ่งอี๋หึงบ้างขึ้นมา
    #999
    2
    • #999-1 Palzygamer1122(จากตอนที่ 51)
      17 พฤศจิกายน 2562 / 12:58
      รู้สึกเห็นด้วยอย่างมาก 555
      #999-1
    • #999-2 CHECK224(จากตอนที่ 51)
      17 พฤศจิกายน 2562 / 18:08
      เห็นด้วยยยยยย
      #999-2
  13. #998 gcudjehsijdh (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 00:57

    สู้ๆนะคะรออยู่จ้าาาาาาาา
    #998
    0