[ปรมาจารย์ลัทธิมาร] พันธวิญญาณข้ามภพ (OC)

ตอนที่ 48 : ตอนที่ 46 สิ่งเตือนภัย // แจ่ง แจง แจ้งงง!!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,040
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 238 ครั้ง
    10 พ.ย. 62

     



     ตึงงงงงงง!!!


     ในที่สุดเจ้าปีศาจมันก็ล้มลงจนได้ ก่อนที่พวกเขาจะใช้ถุงเฉียนคุนเพื่อเก็บปีศาจเอาไว้...แต่เพราะมันร้ายกาจเลยทำให้พวกเขาต่างถึงกับหอบแฮ่กๆเลย

     "ถ้ามันเหนื่อยพวกพี่ก็ควรจะให้ข้าช่วยด้วยนะ" ฉันออกมาจากที่ซ่อนแล้วเดินมาหาพวกเขา ก่อนจะยื่นกระบอกน้ำให้ทุกคนดื่ม

     "แรงอาฆาตมันมีมาก ข้าแตะตัวมันแค่ครู่เดียวก็แทบจะหน้ามืดอยู่แล้ว หากเป็นเจ้ามันคงร้ายแรงกว่า" ซือจุยอธิบายก่อนจะยื่นกระบอกน้ำให้จินหลิงต่อ

     "ไม่เป็นไรหรอกน่า ข้ามีกระบี่นะ...เอาอย่างนี้ ในเมื่อพวกพี่ๆเหนื่อย จะต้องนอนค้างในป่านี่ ข้าขออาสาเฝ้าเวรยามก็แล้วกัน" ทุกคนรีบค้านเสียงแข็งอย่างพร้อมเพรียงกัน

     "ไม่ได้!!"

     "อ้าว" ฉันผงะร้องเสียงหลง จนพวกเขาต่างพากันกุมขมับ จื่อเจินจึงพูดขึ้นบ้าง 

     "ป่าตอนกลางคืนอันตรายกว่าตอนกลางวันอีกนะ อย่าเลยเจ้าไม่ไหวหรอก...พวกเราผลัดกันเฝ้าดีกว่านะ"

     "ข้าเห็นด้วยกับจื่อเจินนะ ฟูหยาง"

     "เฮ้อ อย่างนั้นก็ได้ แต่ตอนนี้ใกล้มืดแล้วพวกเรารีบหาที่พักก่อนดีกว่า...แถมชิงเหอเป็นเขตภูเขาหิน น่าจะพอมีถ้ำอยู่" ฉันถอนหายใจแล้วยกมือยอมแพ้พวกเขา








     จิ่งอี๋ลอบยิ้มกับท่าทางดื้อดึงแล้วยอมแพ้ของร่างบาง แล้วเดินทางต่อจิ่งอี๋จึงยกมือลูบศีรษะเล็กๆด้วยความเอ็นดู อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมองแล้วพองแก้มใส่ คล้ายกับจะไม่พอใจกับสิ่งที่เหมือนกับเธอนั้นควรจะได้รับการปกป้อง

     แต่นั่นคือสิ่งที่อยู่ในจิตใต้สำนึกของเขาตลอดเวลา ยามที่เห็นศพเดินเต็มไปด้วยแรงอาฆาต เขามักอดคิดถึงภาพยามที่เด็กสาวเลือดออก 7 ทวารพร่ำพูดขอโทษเขาอย่างไร้สติไม่ได้ เขาจำได้ดีว่าหลังจากที่เธอหมดสติไปเกิดอะไรขึ้น



     'ฟูหยาง! ฟูหยางเจ้าฟื้นสิ! ลืมมองข้าสิ ฟูหยาง!!'  จิ่งอี๋เขย่าร่างในอ้อมแขนที่ไร้การตอบสนอง เลือดไหลออกมาไม่ยอมหยุดจนกระทั่งเสียงฝีเท้าดังขึ้น

      ตึกๆๆ!!

     'จิ่งอี๋! ถอยออกมา!' เสียงของเว่ยอู่เซี่ยดังขึ้น ทำให้ซือจุยที่ไปตามทั้งสองมารีบแยกตัวเขาออกจากร่างบาง

     ร่างโปร่งทรุดนั่งลงก่อนจะจับชีพจร ในตอนนั้นเขาได้เห็นภาพที่สุดจะสะเทือนใจเมื่อ เส้นเลือดสีดำแข็งตัวปูดโปนรอบลำคอเล็ก ใบหน้านั้นบิดเบี้ยวด้วยความทรมาน จนมือจิกลงบนพื้นดิน ร่างดิ้นพล่านด้วยความทรมานและกระอักเลือด

     'หลานจ้าน! เล่นบทเพลงชำระจิต!' เว่ยอู๋เซี่ยนว่าก่อนจะร่างคาถาเพื่อสะกดวิญญาณบางอย่างที่กำลังจะครอบงำคนที่นอนอยู่

    หลานวั่งจีนิ่งงันก่อนจะเริ่มบรรเลงเพลงชำระจิต แต่ทว่าอาการของเธอก็ยังไม่ยอมทุเลาแม้แต่น้อยจนเว่ยอู่เซี่ยนต้องคอยช่วยด้วยอีกแรง จนเธอสงบลงในที่สุด

     '...อาการยังไม่คงตัว ต้องรีบกลับอวิ๋นเซิ่นปู้จื้อฉู่' เว่ยอู๋เซี่ยนว่า ก่อนที่จิ่งอี๋จะรีบมาประคอง แต่อีกฝ่ายยกขึ้นรั้งเอาไว้

     'หานกวงจวิน'

     'อย่าเพิ่งแตะต้องนาง...ไม่เช่นนั้นจะเลวร้ายลงกว่าเดิม'

     'นางจะไม่เป็นอะไรใช่ไหมขอบรับ?' หลานวั่งจีเหลือบมองเขาก่อนจะหันกลับไปมองเว่ยอิงที่ช้อนร่างบางขึ้นมาด้วยความกังวล

     'แรงอาฆาตกัดกิน จิตใจนางมากกว่าที่คิด...หลานจ้าน เราต้องรีบพานางกลับเดี๋ยวนี้'




     และอีกหลายอย่างที่เขาสงสัยในตัวของฟูหยางมีปริศนามากเกินไป...มากเสียจนเขานั้นสังเกตเห็น แต่ก็ได้แต่ปล่อยผ่านไป แม้กระทั่งตอนนี้ เขาไม่สามารถรู้ได้ว่า เขากำลังทำสิ่งใดลงไปหรือคิดอะไรอยู่












     ในคืนนั้น...

     พวกเราได้ถ้ำแห่งหนึ่งเป็นที่พักพิงชั่วคราวก่อนจะเดินทางต่อ แต่ทว่าเพราะการต่อสู้เมื่อกลางวันกินพลังงานของพวกเขาไปมากทำให้พวกเขาหมดแรง และหลับไปแทบจะทันที 


    เปรี๊ยะๆๆ!!

 
    ฉันเฝ้าเวรยามอยู่ตามลำพัง แล้วเขี่ยกองไฟที่ก่อเพื่อความอบอุ่นให้พวกเขา ก่อนจะหันไปมองจื่อเจินนั้นนอนไหลลงไปซบก้อนหินซะแล้ว ส่วนซือจุยกับจินหลิงก็ไม่ค่อยต่างกันเท่าไหร่ ตรงแท่นหินด้านบนซือจุยให้จินหลิงนอนแผ่หลาส่วนตัวเองพิงกับขอบแท่นแล้วหลับไป  ส่วนจิ่งอี๋ที่อยู่ใกล้ๆ เขานอนหัวผงกๆอยู่หลายครั้งจนต้องลุกไปปลุกให้เขานอนดีๆ     

     "จิ...อี๋....จิ่งอี๋..." เขารู้สึกตัวตื่นเหมือนมีคนเรียกหา ก่อนจะสะลึมสะลือตื่นขึ้นมา

     "ห หา...?"

     "นอนแบบนั้นเดี๋ยวไม่สบายนะ เดี๋ยวคอเคล็ดหมดหรอก" จิ่งอี๋กะพริบตาปริบๆไล่ความง่วงงุน ก่อนจะนั่งมองใบหน้าเนียนนั้นไม่ไปไหน แล้วส่งเสียในลำคองึมงำ

     "...อืออออ"

     "อือ แล้วก็นอนดีๆสิ....เอ้า เสื้อคลุมข้าเอาไปหนุนนอนก่อนเลย" ฉันถอนหายใจก่อนจะถอดเสื้อคลุมออกแล้วพับๆเป็นก้อนยื่นให้กับเขา 

      จิ่งอี๋มองฉันสลับกับผ้าคลุมในมือ ก่อนที่จะยื่นมารับแต่แทนที่เขาจะรับผ้า กลับคว้าข้อมือฉันแล้วดึงเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว จนฉันเซล้มชนกับแผงอกของเขาจังๆ

      ตุบ!

     "พ พี่จิ่งอี๋! นี่พี่แกล้งข้าใช่ไหม?!" ฉันเงยหน้าเฮ้ดเขาเสียงเบา เมื่อเห็นอีกฝ่ายตื่นเต็มตาแล้วยิ้มให้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่สองแขนก็โอบคอฉันแน่นจนคางฉันแนบแผงอกของเขา

     "เจ้าบอกว่าเจ้าเก่งนักมิใช่หรือ? รู้ตัวช้าไป...ต้องฝึกอีกมากนะ"

     "กฏของ---พี่จะทำอะไรเนี่ย!" ฉันยิ่งเหวอหนักว่าเดิมเมื่อจู่ๆ จิ่งอี๋ก็ถอดผ้าคาดหน้าผากออก ฉันรีบดึงมือเขาออกทันทีด้วยความตกใจ

     "ก็ถอดผ้าคาดหน้าผากไง"

     "พี่จะถอดทำไม! มัดเลย พี่มัดเดี๋ยวนี้!" ฉันสั่งเขาเขาก็ลอยหน้าลอยตาแล้วใส่กลับไปตามเดิม แต่พอฉันจะลุกเขาก็ฉุดฉันให้นั่งลงตรงกลางระหว่างขาของเขาอีกครั้ง

     ตุบ!

     "พี่จิ่งอี๋?!" เจ้าเด็กบ้านี่เล่นอะไรเนี่ย!  สาว 24 อย่างฉันใจไม่ดีนะเฮ้ย!

     "ข้าง่วงแล้ว แต่เจ้าเฝ้าอยู่คนเดียวก็ไม่ได้..."

     "พี่กลัวข้าหายหรือ  ข้าหายใจไม่ออกแล้วนะ" ฉันบ่นพึมพำแล้วปล่อยให้เขากอดอยู่อย่างนั้น ที่จริงแขนของเขาก็ไม่ได้รัดฉันแน่นจนเกินไป 

    เพราะคนสกุลหลานเขาแต่งตัวสะอาดรึว่ายังไงนะ ฉันถึงได้กลิ่นหอมเหมือนกับกลิ่นของแดดเวลาตากผ้า แถมพอถูดกอดแบบนี้มันก็อุ่นมาก ตัดกับอากาศเย็นซะจนรู้สึกดี

     "ใช่ กลัวเจ้าหายไปไหนอีก" 

     "พี่ ข้าแค่ล้อ---"

     "แต่ข้าพูดจริง...นอนเถอะ เจ้าเองก็ต้องพักบ้าง" เขาว่าก่อนจะเอาคางเกยบ่าฉันแล้วกระชับอ้อนแขนให้แน่นขึ้นอีกเล็กน้อย

     ฉันเหลือบมองคนที่นั่งซ้อนหลังแล้วรู้สึกร้อนผ่าวที่หน้า อยากจะขยับตัวออกเพราะไม่อยากให้เขารู้ว่าตอนนี้หัวใจฉันเต้นแรงมากแค่ไหน พยายามตั้งสติแล้ว ค่อยๆกลั้นใจนอนหลับไปทั้งอย่างนั้น










     ใกล้เช้าซือจุยตื่นเป็นคนแรก เขารับรู้ได้ถึงอากาศเย็นที่เสียดแทงผิวก่อนจะเหลือบไปมองกองไฟที่มอดหมดแล้ว เสียงขยับจากด้านหลังทำให้เขาต้องหันมามองก็เห็นจินหลิงนอนกอดตัวเองอยู่ เขาจึงถอดเสื้อคลุมแล้วห่มให้อีกฝ่ายก่อนจะลุกขึ้นเพื่อมองหาคนอื่นๆ  จื่อเจินยังคงนอนอยู่อย่างนั้นจนเขาถอนหายใจแล้วจัดท่านอนดีๆให้  


    แต่ในตอนนั้นสายตาเขาก็เหลือบไปเห็นร่างของคนสองคนโดยที่คนด้านหลังยกแขนกอดคนด้านหน้าไว้หลวมๆ ซือจุยเดินเข้าไปหวังจะปลุกให้ร่างเล็กรู้สึกตัวตื่น แต่ก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงคนด้านหลัง

     "ซือจุย อย่าเพิ่งปลุกนางเลย...ให้นอนต่ออีกสักพักเถอะ" จิ่งอี๋ว่าก่อนจะลืมตาตื่นขึ้นมา ซือจุยถอนหายใจแล้วยิ้มหน่าย

     "กฏของอวิ๋นเซินปู้จื้อฉู่ ห้ามอยู่ใกล้กับสตรีเกินความจำเป็น...เจ้ารู้ใช่ไหม?"

     "ข้ารู้"

     "...จิ่งอี๋"

     "ข้าตัดสินใจแล้ว ซือจุย...เจ้าก็รู้ว่านิสัยใจคอของข้าเป็นเช่นไร" จิ่งอี๋ว่าแล้วเงยสบมองเพื่อนของตัวเอง ก่อนจะสลับมองเด็กสาวในอ้อมกอด แล้วถอดเครื่องประดับประจำตัวของเธอสวมกลับคืนที่หู
     
     "ไหนตอนนั้น เจ้าบอกว่าเจ้าชอบแม่นางนางหนึ่ง?"

     "ใช่ ข้าชอบแม่นางผู้นั้นก็จริง...แต่ไม่รู้เพราะอะไร ความรู้สึกเวลาที่ข้าได้อยู่กับแม่นางผู้นั้น...คล้ายกับฟูหยาง"

     "เจ้ากำลังคิดว่า แม่นางผู้นั้น กับฟูหยางคือคนๆเดียวกัน?" ซือจุยเลิ่กคิ้วมองจิ่งอี๋ อีกฝ่ายนิ่งงันไปแล้วยกยิ้มบางเบา








     ใช่ เขามั่นใจเกือบเต็มร้อย ว่าแม่นางผู้นั้นกับเด็กสาวตรงหน้าคือคนๆเดียวกัน...แต่เขายังไม่อยากตัดสินใจในทันที ว่าถ้าหากไม่ใช่ขึ้นมา...สิ่งที่เขาจะได้รับนั้น เขาไม่อยากจะนึกถึงแววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังนั่นเลย

     ฟิ้วววววววว


     ในตอนนั้นเองพวกเขากลับต้องประหลาดใจ เมื่อมีสาส์นจากผีเสื้อของตระกูลจินมาหาพวกเขา ซือจุยรับหน้าที่อ่านข้อความนั้นจนผีเสื้อสีเหลืองแสนสวยหายไป

     "ได้ความว่าอย่างไร?"

     "ตระกูลจิน เรียกตัวจินหลิงกลับ...เห็นบอกว่าตอนนี้พวกศพอาละวาดหนักหนา ประมุขเจียงเลยให้พวกเขาส่งสาส์นมาหาพวกเรา" จิ่งอี๋ฟังก่อนจะพยักหน้า เป็นคราวเดียวกันกับที่เด็กสาวตื่นขึ้นมาพอดี

     "อือ...ฮ้าวววว"

     "จิ่งอี๋ เจ้าปล่อยนางเถอะ เราต้องรีบเดินทาง"

     "เข้าใจแล้ว" จิ่งอี๋พยักหน้าก่อนจะคลายอ้อมแขนออกแล้วให้เธอขยับตัวออกจากเขาอย่างง่ายดาย  เธอตื่นมาด้วยสีหน้างัวเงียแล้วขยี้ดวงตาให้สร่าง

     "ฮึบบบบ! ฮ่าาา!..."

     "ฟูหยาง เราต้องรีบเดินทางไปหลันหลิงนะ ตื่นได้แล้ว..." จิ่งอี๋เขย่าไหล่เด็กสาวเบาๆ เธอที่เพิ่งตื่นได้ไม่นานเลยยังไม่เข้าใจนัก 

     "ทำไมต้องรีบล่ะ?"

     "หลันหลิงกำลังแย่ พวกศพอำมหิตเพิ่มจำนวนมากขึ้น ตอนนี้เหล่าศิษย์ในจินหลินไถเริ่มรับมือไม่ไหว ประมุขเจียงจึงเรียกตัวพวกเราไป" นั่นทำให้เด็กสาวตื่นเต็มตาแล้วรีบผุดลุกขึ้นทันที

     ฟึ่บ!

     "เข้าใจแล้ว...ข้าว่าเราขี่กระบี่ไปน่าจะเร็วกว่านะ" 

     "นั่นคือความคิดที่พวกเราจะทำเป็นอย่างแรกเลยล่ะ" เด็กสาวตรงหน้าพยักหน้าเข้าใจก่อนจะรีบไปปลุกจื่อเจิน ช่วยซือจุยอีกแรงแล้วออกเดินทางกัน













     ตุบๆๆๆ!
 


     พวกเรามาถึงจินหลินไถภายในเวลาไม่นานนัก จินหลิงรีบปรี่ไปยังโถงกลาง พวกเราเดินสวนกับศิษย์หลายคนที่วิ่งออกไป เสียงโอดโอยด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นรอบทิศ กลิ่นคาวเลือดและกลิ่นไหม้เต็มไปหมด ทำให้จินหลิงยิ่งกังวลมากกว่าเดิม 

     "อาหลิง!"

     "ท่านน้า!...ท่านปลอดภัยดีใช่หรือไม่?" จินหลิงรีบปรี่ไปหาเจียงเฉิงทันทีด้วยความร้อนรน จนพวกเราวิ่งตามเขาแทบไม่ทัน

     "หากข้าไม่ปลอดภัยจะมายืนอยู่ตรงหน้าเจ้าหรือ!" แต่เจียงเฉิงก็ยังเป็นเจียงเฉิงแหละเนอะ

     "มันเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นได้อย่างไร! เซียนจื่อล่ะท่านน้า!"

     "พวกศิษย์บาดเจ็บกลับมา ตอนกลางดึกมีปีศาจทำลายค่ายกลป้องกันแล้วทำร้ายศิษย์และคนเฝ้าเวรยาม บาดเจ็บไปมาก ตายไปเกือบสิบ พวกผู้อาวุโสก็ไม่ได้ความ ร้อนถึงข้าจนต้องรีบมาที่แห่งนี้!" เจียงเฉิงว่าด้วยความร้อนรน ในตอนนั้นเสียงของบางอย่างก็คำรามดังขึ้น

     ก๊าซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซ!!  โครมมมมมมมมมมม!!

     "เสียงดังนั่นมันอะไรกัน!" พวกเราที่ยกมือปิดหูตามไม่ทันสถานการณ์ตรงหน้า เลยได้แต่ถามคนที่อยู่มาก่อน แต่เจียงเฉิงไม่ตอบไม่ตอบเพียงแต่หันไปยังทิศทางที่น่าจะเป็นต้นเสียงด้วยความหงุดหงิด

     เขาไม่พูดอะไรก่อนจะวิ่งไปจนพวกเราต้องตามเขาไปอีก


     เคร้งงงงงงงงงง!! โฮกกกกกกกกกกกกก!!

     เมื่อมาถึงขาของพวกเราก็รีบหยุดชะงักกันแทบไม่ทัน เมื่อตรงหน้าของฉัน คือปีศาจตัวใหญ่เทอะทะ ปากกว้างและมีฟ้นเยอะยิ่งกว่าฉลามจนน่าขนลุก แถมหน้ามันเหมือนจิ้งจกผสมปลาดุก แถมขาก็เยอะเหมือนตะขาบอีกต่างหาก!!

     "พวกเจ้าถอยไปเสีย!" เจียงเฉิงว่าก่อนจะเรียกแส้จื่อเตี้ยนออกมา แล้วพุ่งเข้าใส่เจ้าสัตว์ประหลาดนั่นทันที

     โซ่ขนาดใหญ่ที่ล่ามมันไว้นั้นเริ่มไม่สามารถที่จะต้านไว้ได้ ถึงแม้มันจะเส้นหนาและใหญ่มากแต่ว่าแรงกระชากแต่ละครั้งมันก็มากพอที่จะทำให้ตัวยืดโซ่ถูกกระชากติดมา


     ครืนนนนน!!


     มันตวัดสายตามามองฉัน จนฉันเสียวสันหลังวาบ ในตอนนั้นมันก็คำรามเสียงดังมากกว่าเดิม และอานุภาพของมันทำให้แรงสั่นสะเทือนจนพื้นดินแตกออกเป็นเสี่ยงๆ

     เคร้งงงง!! ก๊าซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซ!! ตึงงงง!!

     "มันมาทางนี้แล้ว!" พวกเราทุกคนรีบชักกระบี่ทันทีก่อนจะพุ่งเข้าใส่  แต่ฉันที่ไปช้ากว่าเขาจึงเห็นบางอย่างที่กำลังพุ่งเข้าโจมตี     

     "ระวังทางขวา!" 

     ผัวะะะ โครมมมมมมม!!

     "จินหลิง!! พี่ซือจุย พี่จิ่งอี๋ จื่อเจิน!!" พวกเขาถูกหางใหญ่ที่เหมือนหางปลาฟาดจนติดกำแพง บาดเจ็บไปต่อหน้าต่อตาฉัน และเหนือสิ่งอื่นใด มันยังต่อหน้าประมุขเจียงอีกด้วย

     "อาหลิง! เจ้าปีศาจนี่!" เจียงเฉิงเหาะกระบี่ แส้จื่อเตี้ยนเกิดประกายสีม่วงก่อนที่ร่างโปร่งจะโบกมันไปมาเพื่อจะให้เจ้าปีศาจนี้สิ้นฤทธิ์

     งั่บบ ฟึ่บบบ!

     "อะไรเนี่ย!!" มันงับแส้จื่อเตี้ยนอย่างไม่ระแคะระคายใดๆก่อนจะเหวี่ยงร่างของเจียงเฉิงจนเขาร่วงลงจากกระบี่ ก่อนที่เท้าที่เหมือนตะขาบของมันตวัดหางฟาดร่างโปร่งจนปลิว!

     ผัวะ ตึงงง!!

     "ประมุขเจียง!"

     "น หนีเร็ว!" พวกศิษย์ตระกูลจินต่างวิ่งหนีเอาตัวรอด ฉันยืนอึ้งอยู่ต่อหน้าสัตว์ประหลาดน่าขนลุกเพียงลำพัง

     ขาของฉันมันแข็งไปหมด จนแทบจะขยับไม่ได้ ทั่วทั้งตัวฉันสัมผัสได้เลยว่ามันกำลังสั่นเทา...เหงื่อฉันอาบทั่วมือและเท้า เมื่อจ้องตาของมัน แรงอาฆาตแผ่กระจายออกมาเสียจนน่าคลื่นใส้

     "ฟ ฟู..หยาง หนี...ไป" 

     กรรรรรรร!
     
     "หนีไป...อั่ก ฟูหยาง" เสียงของพวกจิ่งอี๋บอกให้ฉันหนีเพื่อเอาตัวรอด แต่ว่าฉันกลับหูดับไปเสียอย่างนั้น



    สู้มันสิ...




     ความรู้สึกในอกบางอย่างมันตีตื้น และเต้นแรงจนเจ็บไปหมด...ฉันกัดฟันกรอดเริ่มคำรามเสียงต่ำในลำคอเหมือนสัญชาตญาณของสัตว์ที่ป้องกันตัว ตาที่เคยมองมันด้วยความหวาดกลัวกลับจ้องเขม็งเพื่อข่มขวัญ มือฉันกำแน่นจนประกายแสงสีเขียวอ่อนเริ่มก่อขึ้นรอบตัว

     กำจัดหยิน ควบคุมหยาง...

     ฟิ้วววววววววววว!!

     กำไลแขนที่สวมไว้ในเสื้อเปล่งแสงก่อนที่มันจะหายไป เถาวัลล์เริ่มห่อหุ้มแขนทั้งสองก่อนจะแตกออก เกราะแขนจึงปรากฏขึ้นอีกครั้ง ฉันกำมันแน่นแล้วพูดให้กำลังใจตัวเอง

     "อากง พ่อครู...คุ้มครองหนูด้วย" ฉันยกมือไหว้เหนือหัวก่อนจะถอดผ้าคลุมตระกูลหลานที่ลงอาคมใส่เจ้าสัตว์ประหลาดนั่น 

     มันรีบงับทันที่ แต่เปลวไฟก็ลุกขึ้นพรึ่บจนมันต้องรีบคายแล้วร้องด้วยความทรมาน ฉันจึงใช้โอกาสนี้วิ่งเข้าใส่ก่อนจะสวนเข้าที่ใต้ท้องของมันทันที

     แผละะะะะ!!

     "ยี๋!! หยะแหยงเวอร์!" มันนิ่มๆแฉะๆเหมือนหอกทากก็ไม่ปาน  แถมดูมันไม่ระแคะระคายเลยแม้แต่น้อย มันเห็นฉันแล้วพุ่งเข้ามาพร้อมฟันอันแหลมคมนับพันในปาก


    หมับ ผัวะะ ฉึก!!

    ก๊าซซซซซซซซซซซซ!!!

    ฉันหยิบหอกแถวนั้นเสียบปากของมันจนมันร้องโอดโอย ฉันมองเกราะแขนทั้งสองแล้วตัดสินใจปีนขึ้นไปบนสันหลัง สัมผัสเนอะหนะทำเอาฉันยี๋ตลอดจนไม่กล้าที่จะเดิน

     มันเริ่มขยับตัวและสะบัดหอกในปากจนหลุด แล้วพยายามจะไล่งับฉันให้ได้ เมื่อกี้ตอนเดินรู้สึกเหมือนเหยียบบางอย่างแข็งๆเหมือนกระดูกสันหลังเลย

     "งั้นอย่างน้อย ก็หยุดการเคลื่อนไหวก่อนก็แล้วกัน! หวาาา!!" มันงับเขาที่ชายเสื้อของฉันจนร่างฉันปลิวไป มันเหวี่ยงขึ้นฟ้าจนร่างฉันลอยหวือ


     ฟึ่บบ ฟิ้ววววววววววววว!!

     
     ร่างของฉันที่ลอยไปจนสุดแล้วค่อยๆร่วงลงมา มันอ้าปากพร้อมที่จะกินฉันเข้าไป ฉันจึงสะบัดแขนจนเกราะแขนกลายมาเป็นไม้สั้น ฉันจับปลายไว้แน่นก่อนจะ เริ่มควงเกราะแขนในมือแล้วเบี่ยงร่างให้เฉียดกับปากของมันจนรอดมาได้


     ผัวะะะะ!!  ครึ่กก!! ผัวะๆๆๆ!!


     เกราะแขนฟาดลงกลางกระโหลกของมันจนเลือดออกและคิดว่า กะโหลกก็คงจะแตกแน่ๆ  แต่ว่าเพราะมันยืดตัวขึ้นมามากฉันจึงกระหน่ำฟาด แนวกระดูกสันหลังอย่างไม่ยั้งแรง จนได้ยินเสียงเหมือนบางอย่างแตกหักไปหลายครั้ง

     ฟึ่บๆๆ!

    หางของมันสะบัดหมายจะฟาดมา แต่ฉันไหวตัวฉัน รีบกอดหางของมันไว้แน่น ชักเกราะแขนเข้าที่ ก่อนจะกำด้ามจับไว้แล้วเปลี่ยนมาแทงศอกลงที่โคนหางจนมันเบี้ยว


     ก๊าซซซซซซซซซซ!! ตึงงงง!!  


     มันล้มลงได้แต่ชักดิ้นเหมือนปลาขาดน้ำ ฉันลุกขึ้นออกจากหางของมันแล้วเดินมามองหน้าตา แววตาที่ยังคงจ้องมองฉันเหมือนกับฉัน...


     เป็นเหยื่ออันแสนโอชะของพวกมัน


     "แรงอาฆาตน่าขนลุกดีนะ..." ฉันหลุบตามองมันอย่างไม่กลัวเกรง  



     มันมองฉันในฐานะอาหารและในชั่ววูบนั้น ที่ตัวฉันเอง...ก็มองมันด้วยความรู้สึกที่ไม่ต่างกัน



     ไม่นานนักมันจะขาดใจตายไป ฉันผุดลุกขึ้นมองร่างของมันที่กำลังไหม้กลายเป็นขี้เถ้าอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย แล้วเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มมีแสงสาดส่องลงมา




     ราวกับว่าสัตว์ประหลาดตัวนี้....คือ สิ่งเตือนภัย








        ในส่วนลึกของมหาสมุทร ลี่เฮยที่กำลังนั่งเล่นหมากล้อมเพียงลำพังกลับรู้สึกได้ถึงบางอย่างจึงเงยหน้าขึ้นมองด้านบน ดวงตาเรียบเฉยเหม่อมองอย่างไร้จุดหมาย ก่อนที่มือเรียวจะหยิบหมากล้อมสีดำขึ้นมาหนึ่งตัวแล้ววางล้อมหมากสีขาวแล้วเอ่ยขึ้นเพียงลำพัง




        แป๊กกก!!





          "วันแห่งการชำระ....ใกล้แล้วสินะ"


    





ประกาศจ้า

พรุ่งนี้เตี้ยเปิดเทอมแล้ว การอัพฟิคเลยจะเปลี่ยน
 เป็น 

เสาร์-อาทิตย์-พุธ 

เหมือนเดิมนะคะ







เห่อๆ  ไม่มีไรมาก

เม้น-กัน-หน่อย!!


ความสุขของเตี้ย = การเห็นรีดเดอร์อินกับฟิค และเม้นมาให้อ่าน








ขอแค่นี้จริงๆ กราบล่ะค่ะ



รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 238 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,619 ความคิดเห็น

  1. #1584 icesupicha (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 14 มีนาคม 2564 / 21:43

    น้องแกร่งขึ้นแล้ว

    #1,584
    0
  2. #1459 รากต้นโพธิ์ (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 18:18
    สัมผัสได้ถึงความดราม่าที่กำลังคืบคลานเข้ามา..
    #1,459
    0
  3. #955 -NatJeeRa- (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 23:27
    โมเม้นโผล่มาตั้งแต่ตอนจูบทางอ้อมของน้องจุ่ยกับน้องหลิงแล้ววว แต่ดันปิดท้ายด้วยอะไรที่แบบ....//ถอนหายใจ //จะรอนะคะ สู้ว ๆ ค่า~
    #955
    0
  4. #954 Sea45678 (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 20:50

    สัมผัสว่านี่อาจจะเป็นศึกสุดท้ายและมีมาม่าเกิดขึ้น
    ชอบนิยายไรท์มากค่า
    เป็นกำลังใจให้นะคะ
    รอดูพี่จิ่งอี๋กะน้องต่อปายยย
    #954
    0
  5. #953 CHECK224 (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 18:54
    ใจไม่ดีเลย.....
    #953
    0
  6. #952 filmji2 (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 17:21

    จะรอและจะรอเหมือนเดิมคือติดพันเรื่องนี้มากๆมากจนแบบแค่อ่านชื่อตอนก็ยิ้มจนปากจะฉีกแล้ว เป็นกำลังให้ให้ไรท์นะคะ แต่งนิยายสนุกๆอย่างนี้ต่อไปนะคะ เลิฟๆ<3

    #952
    1
  7. #951 polytome (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 11:19
    จะรออ่านค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #951
    0
  8. #950 554910140 (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 09:58
    แค่จิ่งอี๋รู้สึกตัวเราก็พร้อมจะชูป้ายไฟเชียร์555
    #950
    0
  9. #949 Fang2019 (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 07:46
    ทำไมสัมผัสถึงความดราม่าละ
    ช่วงนี้เปิดเทอมอัพเท่าทีอัพได้นะงับ
    ชอบเรื่องนี้มากๆเลย สู้ๆค่าา
    #949
    0
  10. #948 KazukiRei (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 03:24
    ว่าแล้วว่าจิ่งอี๋ต้องเอะใจ
    #948
    0
  11. #947 ratima4494 (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 00:42
    เปิดเทอมอยู่เราเข้าใจ อัพเท่าที่อัพได้แล้วไม่ลำบากตัวเองนะค้าบ ตั้งใจเรียนด้วยไรท์สู้ๆ
    บ่นกะจิ่งอี๋ไปหลายตอนมากสรุปอีพี่นางก็อยู่รู้แล้วสินะ😂😂 ตอนจบนี่คือสัมผัสได้ถึงดราม่าในอนาคตเลย
    #947
    0
  12. #946 chyanin (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 00:35
    พอรู้สึกเช่นกับการได้อ่านบ่อยๆ แต่ม่ะเป็นไร รอได้ๆ สู้ๆนะไรท์ ตั้งใจเรียนละ

    ปล.วันแห่งการชำระล้างใกล้มาถึงแล้ว ลุ้นๆ และมาจินหลันไถแล้ว ต้องตามหา เต่าดำสินะ เย้ กำลังจะพบจตุรเทพครบแล้ว เย้
    #946
    0
  13. #945 cream16984 (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 00:26

    โชคดีคะ

    #945
    0
  14. #944 lrvlenca (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 00:18
    เรารออยู่นะคะไรต์ อัพดึกๆ แบบนี้ ไรต์อย่าลืมพักผ่อนเยอะๆ ด้วยนะคะ
    #944
    0