[ปรมาจารย์ลัทธิมาร] พันธวิญญาณข้ามภพ (OC)

ตอนที่ 47 : ตอนที่ 45 เจ้าเด็กบ้า...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,000
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 243 ครั้ง
    9 พ.ย. 62

     


 


 


 


 

     หลังจากนั้นเหลียนโปก็พาฉันออกมาจากถ้ำและพามาส่งยังสำนักของตระกูลเนี่ย เขาใช้วิชาผีพรางตาเพื่อไม่ให้ใครเห็นก่อนจะกลับไปฟื้นพลังและรวบรวมกองกำลังที่อวิ๋นเมิ่ง

     

      ฉันกลับมายังห้องนอนที่เรือนรับรอง ก่อนจะหยิบของบางอย่างออกมาจากอกเสื้อ...มันเหมือนขวดยาขวดเล็กๆ แต่ด้านในนั้นเหลียนโปบอกว่า มันเป็นของลี่เฮยกุญแจที่จะทำให้ฉันใช้พลังของเธอได้


 


 


 


 

     "นานมาแล้วเหล่าสัตว์อสูรทั้งสี่ได้อยู่ในที่ของตนเอง จนกระทั่ง...วันที่มีวันหนึ่งแหล่งพลังหยินเกิดรั่วไหลออกมามากเกินไป นั่นทำให้พวกเราต้องช่วยกันกำราบอสูรที่มีแรงอาฆาต และถูกพลังหยินกลืนกินจิตใจ เหล่าสัตว์เทพได้ช่วยกันปกป้องแต่ก็เกือบจะไม่สำเร็จ จนกระทั่งมีครึ่งอสูรตนหนึ่ง ขออาสาที่จะแบกรับพลังหยินไว้"


 

     "ครึ่งอสูร?"


 

    "ยามนั้นนางได้ใช้พลังที่ตนมีทั้งหมดปิดผนึกพลังหยินเอาไว้ แต่ว่าส่วนที่รั่วไหลนั้นก็ยังคงหลงเหลืออยู่บนโลก...เพื่อรักษาสมดุลนางจึงดูดซับพลังหยินพวกนั้นเอาไว้ แต่ว่ามันก็เกินกว่าที่จะรับไหวทำให้ร่างของนางแหลกสลาย แต่นางมีพลังวิญญาณที่ต่างจากผู้อื่นทำให้นางต้องต่อสู้อยู่กับพลังหยินที่อาจจะลุกขึ้นครอบงำนางในสักวัน"


 

     "..."


 

    "หลายร้อยปีที่ยุทธภพสงบสุขมาตลอด นางตายแล้วเกิดใหม่พร้อมกับพลังหยิน และอำนาจควบคุมมารร้าย มนุษย์ต่างหวาดกลัวนาง แล้วออกตามล่า นางเป็นที่น่ารังเกียจของเหล่ามนุษย์และพวกเซียน แม้แต่สวรรค์หรือปรโลกก็ไม่ยินดีกับการมีอยู่ของนาง จนในที่สุดนางระเบิดความโกรธออกมา และสังหารผู้คนไปนับแสน สงครามดำเนินมาหลายปี กระทั่งมีเซียนตระกูลหนึ่งได้สังหารและทำการผนึกหล่อนเอาไว้ในวิญญาณของตน และจะสืบต่อไปให้ลูกหลาน ซึ่งนั้นก็คือ หลิวเหม่ยเจี้ยน"


 

     "หรือว่าเธอ..."


 

     "ใช่ ข้าถูกสังหารโดยตระกูลของเจ้า"


 

     จะเรียกว่าช็อคก็ได้ เพราะไม่รู้มาก่อนเลยว่าตระกูลหลิวจะทำเรื่องเลวร้ายแบบนี้กับเธอ...ทั้งที่เธอครึ่งหนึ่ง ก็คือมนุษย์ เฮ้อ ขนาดปีศาจที่ว่าน่ากลัว ยังไม่น่ากลัวเท่ากับมนุษย์เลยเสียด้วยซ้ำ


 

     "เธอ...แค้นรึเปล่า" 


 

     "แน่นอน ข้าจึงได้สาบานเอาไว้...ว่าถ้าหากวันแห่งการชำระได้มาถึง วิญญาณพลังหยางจะปรากฏตัว ข้าจะกลับมาอีกครั้งหนึ่ง" เธอเอ่ยด้วยสายตาเรียบนิ่ง แต่ยังแฝงไปด้วยความเศร้าตลอดเวลา


 

     "ซึ่งนั่นก็คือฉัน"


 

     "ใช่ แต่พอข้าได้มาพบกับเจ้า...เจ้าดูแตกต่างจากตระกูลหลิวที่ตั้งข้าเป็นศัตรูที่ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องถูกกำจัด เจ้าไม่ได้มองข้าด้วยความเกลียดชังหรือความกลัว ข้าเลยตัดสินใจจะเป็นพลังให้แก่เจ้า"


 

     "วันแห่งการชำระ มันคิดวันอะไร...แล้วจะเกิดอะไรขึ้น พอมีวิธีรับมือรึเปล่า?" ฉันถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง ซึ่งลี่เฮยเองก็นั่งนิ่งแล้วพูดอธิบาย


 

     "วันนั้นท้องฟ้าจะมืดเหมือนยามราตรี จะเกิดสุริยคราสเต็มดวง...แรงอาฆาตแผ่ขยาย ปีศาจเหลือเดนจะโผล่ขึ้นมาจากดิน ศพเดินจะออกอาละวาดฆ่าคนไม่เลือกหน้า และร้ายที่สุดคือการที่ศพเดิน กัดกินปีศาจแล้วกลายเป็นปีศาจที่ร้ายกาจยิ่งกว่าเดิม แม้แต่เซียนก็มิอาจจะกำราบได้ พวกเซียนในโลกนี้ไม่มีใครที่มีพลังบำเพ็ญเพียรมากพอ ถึงจะมีก็ไม่ถึงหนึ่งในแสนด้วยซ้ำ"


 

     "ที่เธอพูดมา แสดงว่ามีคนพอจะกำราบพวกปีศาจได้อยู่ใช่มั้ย?"


 

     "มี"


 

     "ใคร?"


 

     "เป้าซานซ่านเหริน นักพรตซ่งหลาน และเจ้า"


 

     "ไหงถึงมีฉันด้วยล่ะ? พลังบำเพ็ญเพียรอะไรนั่นฉันมีไม่มากหรอกนะ" ลี่เฮยยิ้มขำแล้วส่ายหน้าก่อนจะไขความกระจ่าง


 

     "ผิดแล้ว วิญญาณของเจ้าต่างหากเล่า เพราะแรงอาฆาตพวกนี้ต่อให้เป็นปรมาจารย์อี๋หลิง เว่ยอู๋เซี่ยน เขาก็อาจจถูกกลืนกินและกลายเป็นอสูรได้เช่นกัน"


 

     "..."


 

     "อันที่จริง ข้าคงจะหลับไหลอยู่ในจิตของเจ้าต่อ หากว่าเทียนโย่วเหม่าไม่ยัดเยียดดาบของตระกูลเนี่ยที่เต็มไปด้วยแรงอาฆาตมาให้เจ้าถือ ตอนนั้นเจ้าไม่มีภูมิคุ้มกัน ร่างอสูรของข้าจึงอาละวาด"


 

     "ร่างอสูร?"


 

     "หลังจากที่เขาสังหารและผนึกวิญญาณของข้า ซือจิงได้กลืนกินร่างกายที่แหลกสลายของข้าแล้วกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิญญาณในสตรีตระกูลหลิวทุกคน...นี่คือเหตุผล ที่เหตุใดสตรีตระกูลหลิวจึงมีภูมิคุ้มกันพลังหยินที่ค่อนข้างต่ำ"


 

     "..."


 

     "วิญญาณของเจ้าเป็นหยางก็จริง แต่หากว่าร่างกายของเจ้าเป็นของผู้อื่นพลังนั้นจึงตื่นขึ้นมา...ผลึกสีดำที่เจ้าเห็นก็เป็นหลิวเหม่ยเจี้ยนที่ผนึกพลังทั้งหมดของข้าไว้" ฉันเงยหน้าขึ้นมองผลึกขนาดมหึมาที่อยู่รอบด้านด้วยความตะลึงงัน


 

     "ถ ถ้าหากพวกนี้แตกล่ะ?"


 

     "ร่างอสูรข้าจะครอบงำเจ้า...ข้าเองก็ไม่เคยจะระงับมันได้เลย โชคยังดีที่ตระกูลเจ้ายังเมตตากับข้าช่วยผนึกพลังนี้เอาไว้"


 

     "แต่มันก็ไม่ได้เท่ากับว่าตระกูลหลิวจะยอมรับเธอนี่นา" ลี่เฮยยิ้มปลงแล้วส่ายหน้าราวกับยอมรับชะตากรรม


 

     "ข้าทำอะไรไม่ได้หรอกนะ เพียงแค่นี้ก็ดีมากแล้ว...แต่ที่ข้าห่วงน่ะ คือเจ้าต่างหากเล่า"


 

     "หืม?"


 

     "การที่เจ้าจะใช้พลังของข้า เพื่อจบสงครามนี้น่ะ เท่ากับว่าเจ้ากำลังจะพาตัวเองไปตาย...หากว่าเจ้าต้องทำจริงๆ เจ้าจะใช้พลังของข้าได้เพียง 3 ใน 4 เท่านั้น แค่เจ้าดูดกลืนพลังหยินและแรงอาฆาตเพียงนิดเดียวก็น่าจะรู้ว่ามันจะเป็นอย่างไร"


 

     "..."


 

     "สัญญากับข้านะ ดา...ว่าต่อให้เจ้าสิ้นหวังแค่ไหนก็ตาม อย่าเอาชีวิตตัวเองมาทิ้งเช่นนี้เพื่อให้พวกเขายอมรับเจ้า" ลี่เฮยมองฉันด้วยสายตาเว้าวอน ชื่อที่เธอเรียกฉัน ทำให้ฉันใจกระตุกวูบ


 

     แต่ก็ยิ้มให้แล้วตอบกลับไป


 

     "ลี่เฮย ฟังฉันนะ"

     

     "..."


 

     "ต่อให้ฉันจะสิ้นหวังจนต้องใช้พลังนั้นจริงๆ  แต่จะมีอยู่อย่างหนึ่งที่ยังสามารถรั้งฉันไว้ได้อยู่" ลี่เฮยจ้องเงียบๆเหมือนกับกำลังรอฟังคำตอบ


 

     ฉันผุดลุกขึ้นแล้วเดินไปกอดเธอไว้แน่น อีกฝ่ายอึกอักแต่ก็ไม่ได้ขัดขืนอะไรกลับกันเพราะเธอตัวเล็กกว่าฉันในตอนนี้เธอจึงเลือกที่จะซุกลงในอ้อมแขนแล้วกอดแขนตอบ


 

    แค่มองฉันก็ดูออกแล้ว...ว่าเด็กคนนี้ต้องการอะไร คนที่คอยอยู่เคียงข้างและมั่นใจว่าจะไม่ทำร้ายเธอ ความหวังของเด็กคนหนึ่งที่อยากจะอยู่อย่างปลอดภัยท่ามกลางผู้คนมากมาย อยากเป็นที่ยอมรับ


 

     "ขอแค่ฉันศรัทธาในตัวเอง แค่นั้นก็พอแล้ว..."


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 

     วันต่อมา


 


 

     ก็อกๆๆ!


 

     "หืม...ศิษย์ตระกูลเนี่ย มีอะไรหรือเจ้าคะ?" ฉันเดินไปเปิดประตูก็เห็นศิษย์คนหนึ่งยืนอยู่ เขาโค้งคำนับส่วนฉันก็คำนับกลับก่อนจะเอ่ยถาม


 

     "คุณชายโอวหยาง มาถึงแล้วขอรับ" เมื่อได้รับคำตอบฉันยิ้มกว้างทันที ก่อนจะวิ่งออกไปแต่ก็หยุดกลางคันแล้วหันกลับมามอง


 

     "เอ่อ พวกพี่ซือจุย ทราบหรือยังเจ้าคะ?"


 

     "ยังขอรับ ข้าน้อยกำลังจะไปรายงาน" ฉันพยักหน้ารับก่อนจะไปยังเรือนหลักที่ไว้ต้อนรับแขก ฉันเห็นจื่อเจินที่ลานกว้างด้านหน้าพอดีจึงได้วิ่งเข้าไปทัก


 

     "จื่อเจิน!" เจ้าของชื่อหันมาตามเสียงเรียกแล้วสาวเท้าเข้ามาทักทาย


 

     "ฟูหยาง ไม่ได้เจอเจ้านานเลย...สบายดีหรือไม่?"


 

     "สบายดีอยู่แล้ว! ข้าว่าเราไปนั่งก่อนดีกว่า ระหว่างรอพวกพี่ๆ" จื่อเจินพยักหน้าก่อนที่เราจะเข้ามานั่งด้านใน


 

     "ข้าได้รับจดหมายจากจินหลิงให้มาร่วมล่าราตรีกับพวกเจ้าด้วย ว่าแต่ครั้งนี้พวกเจา้วางแผนการเดินทางไว้หรือยัง?"


 

     "จินหลิงบอกว่าเขตชิงเหอพวกศพมันร้ายกาจยิ่งกว่าเมื่อก่อน แถมยังมีพวกปีศาจที่ไม่เคยเห็นอาละวาดในตอนกลางคืน...พอสำรวจเส้นทางแล้วมันอยู่เขตระหว่างชิงเหอกับหลันหลิงน่ะสิ" ฉันนั่งแล้วอธิบายให้เขาฟัง ซึ่งจื่อเจินก็เข้าใจได้ง่ายๆ


 

     "ที่เขตอื่นๆ พวกศพเดินก็ร้ายกาจขึ้นเหมือนกันนะ...ท่านพ่อข้าบอกว่า หากเป็นไปได้พกพลุส่งสัญญาณไปให้เยอะๆ"


 

     "ที่เขตอื่นก็ด้วยหรือ?"


 

     "ใช่ สองสามวันมานี้หมู่บ้านตระกูลต่างๆเกิดเรื่องประหลาดขึ้นมากมาย ข้าคิดว่าจะตามหาผู้อาวุโสเว่ยกับหานกวงจวินให้ช่วยเรื่องนี้น่ะสิ แต่พวกเขาออกท่องยุทธภพ ไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ที่แห่งใด"


 

     "อืมมมม ถ้าเป็นผีเสื้อกระดาษสงสาส์นอาจจะได้ก็ได้นะ ข้าจะลองถามจินหลิงให้" จื่อเจินพยักหน้ารับ ก่อนที่เด็กหนุ่มทั้งสามคนจะเดินมาหา แล้วพวกเราก็ลาเนี่ยหวายซังเพื่อเดินทางต่อ


 


 


 


 


 


 


 

      


 

     "พวกศิษย์ตระกูลต่างๆมีข่าวลือบอกว่าฟูหยาง ไม่ต้องใช้กระบี่ก็สามารถกำจัดศพอำมหิตได้...เป็นความจริงหรือ?" ฉันหันขวับมองจื่อเจินหน้าเหวอ ไม่ต่างกับจิ่งอี๋ ซือจุย และจินหลิงที่เลิ่กคิ้วมองฉันเป็นตาเดียว


 

     "จ เจ้าไปฟังมาจากใครกันเนี่ย?"


 

     "ได้ยินต่อๆกันมา"


 

     "จะว่าไป เมื่อตอนนั้นศิษย์ของท่านน้าก็บอกว่าเจ้าสู้กับเยว่ซิ่วที่กลายเป็นอสูร...เหมือนเจ้ามีอาวุธบางอย่างที่ติดกับแขนของเจ้าด้วยนี่" ฉันอยากร้องไห้ดังๆออกมาจริงเชียว พวกเขาจะตื่นเต้นทำไมกับการที่ฉันใช้เจ้าอาวุธที่เหมือนไม้ศอกนี่สู้กับเยว่ซิ่วกัน


 

     "ก ก็..."


 

     "แถมเจ้ายังทนพิษอสูรของนางได้อีก เขาบอกว่าศิษย์คนนั้นทรมานเหมือนจะขาดใจเลยนะ"


 

     "นั่นมันพิษของแมลงตามธรรมชาตินะ  ข้าโดนมันมาบ่อยแล้วร่างกายข้าเลยมีภูมิต้านทาน...เฮ้อ ไม่รู้ล่ะ อย่าคิดว่าข้ามีพลังวิเศษหรืออะไรเลย ข้าแค่ทำในสิ่งที่ข้าทำได้ก็เท่านั้นเอง" ฉันถอนหายใจพยายามไม่เถียงพวกเขา


 

     "ฟูหยาง..."


 

     "พวกพี่ไม่ต้องห่วงเจ้าค่ะ ปล่อยให้พวกเขาคิดไป...ฟ้ารู้ดินรู้ ใครไม่รู้ข้ารู้ บางทีความไม่รู้ย่อมปลอดภัยกว่าเจ้าค่ะ"


 

     ตึงๆๆ!!


 

     ในตอนนั้นเสียงบางอย่างก็ดังขึ้นจนพื้นสั่นสะเทือนเป็นจังหวะเหมือนบางอย่างกำลังย่ำเท้าอย่างแรง ซือจุยที่รู้สึกตัวคนแรกรีบชักกระบี่ออกมา จนพวกเราหันไปมองก็ต้องตกใจ เมื่อมีปีศาจตนหนึ่งที่ตัวมันใหญ่และอ้วนมากๆ แถมมีหลายตาบนหน้าจนรู้สึกขนลุกเกรียว


 

     ก๊าซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซ!!


 

     "โอ๊ยยย หูจะแตกแล้ว!!" พวกเรายกมืออุดหูแทบไม่ทัน จนมือไม้อ่อนแรงไปหมดก่อนที่มันจะอาศัยจังหวะนั้นยกมือขึ้นแล้วจะตบลงมา


 

     "จิ่งอี๋ หลบเร็ว!" ฉันรีบวิ่งก่อนจะจับร่างเขาออกจนมันเฉียดเขาไปเพียงนิดเดียว


 

      ตึงงงง!!


 

     "จินหลิง เจ้าจัดการจากด้านบน!" ฉันว่าก่อนที่จะเรียกสติจิ่งอี๋ 


 

     "พี่จิ่งอี๋ พี่จิ่งอี๋ได้ยินข้าไหม?" เด็กหนุ่มทำหน้างุนงง แล้วส่ายหน้าทำให้ฉันเม้มปากแน่นแล้วหาทางแก้  ตอนนี้หูเขาอื้อไปต้องทำอะไรสักอย่าง

    

     ฟึ่บ!

 

     "พี่สวมไว้นะ..." ฉันตัดสินใจถอดยินเชิงฮัวแล้วสวมที่ขมับของอีกฝ่าย จิ่งอี๋มองฉันก่อนที่ฉันจะแตะขนนกแล้วตั้งสมาธิ


 

     "พี่จิ่งอี๋ ได้ยินข้าไหม?" เขาเลิ่กคิ้วก่อนจะเงยสบมองฉันแล้วพูดขึ้น


 

     "ฟูหยาง ข้าได้ยินแล้ว" ฉันยิ้มโล่งใจก่อนจะบอกเขา


 

     "พี่จิ่งอี๋ ข้าไม่รู้ว่าอาการหูดับของพี่จะหายเมื่อไหร่...แต่พี่สวมไว้ก่อนนะ" เขาพยักหน้าก่อนจะ รีบรวบฉันเข้าไปกอดไว้แน่นแล้วตวัดปลายกระบี่ต้านแรงเจ้าปีศาจ


 

     หมับ!! เคร้งงง!!


 

     "พี่จิ่งอี๋ ข้าอึดอัด"


 

     "ทนไปก่อน...เจ้ายังไม่ต้องมอง เจ้านี่แรงอาฆาตร้ายกาจ ข้าไม่อยากให้เจ้าแตะต้องมัน" เขาว่าก่อนที่แขนของเขาจะรัดฉันแน่นกว่าเดิม


 

     

     ไม่รู้เพราะอะไร คำพูดของเขามันทำเอาฉันหน้าร้อนเห่อแล้วยอมอยู่นิ่งๆไม่ขัดขืน


 

     "ข้าไม่เป็นไรหรอกน่า  ให้ข้าช่วยดะ---!!" พอเงยหน้าขึ้นจะแย้ง ก็เป็นจังหวะที่เขาก้มลงมาพอดีอีกฝ่ายผงะไปครู่หนึ่งก่อนจะยกยิ้มซุกซน จนฉันเริ่มผวา


 

     ยิ้มทำไมยะ เด็กบ้า!!


 

     "ให้ข้าปกป้องเจ้าบ้างสิ" เขาว่าก่อนจะใช้จมูกของเขาเขี่ยปลายจมูกฉันเล่นจนฉันตัวแข็งทื่อไปแล้ว และยิ่งเขาเห็นฉันทำหน้าเหวอเขาก็ยิ่งสนุก


 

     "เดี๋ยวเขาจะหาว่าข้าไม่ดูแลเจ้าให้ดี...ข้าไม่มีหน้าไปพบเจ๋ออู๋จวินหรอกนะ"


 

     "เจ๋ออู๋จวิน เกี่ยวอะไรด้วยล่ะ?"


 

     จิ่งอี๋ไม่ตอบก่อนที่เขาจะคลายอ้อมแขนแล้วเก็บกระบี่เข้าฝัก ฉันนั่งนิ่งเหมือนสมองมันกำลังเออเร่อ โหลดข้อมูลอะไรไม่ได้และยิ่งพูดอะไรไม่ออกอีกเมื่อจิ่งอี๋ลุกขึ้นแล้วช้อนตัวฉันแล้วกระโดดขึ้นบนกิ่งไม้ทันที


 

     ตึงงงง!! ตุบ!


 

     "จิ่งอี๋ ฟูหยาง บาดเจ็บหรือไม่!!" เสียงของซือจุยดังขึ้นจากต้นไม้อีกต้น แต่ว่าร่างของจิ่งอี๋บังฉันไว้ซือจุยเลยมองไม่เห็นว่าฉันบาดเจ็บหรือเปล่า


 

     "พวกข้าปลอดภัยดี!...ฟูหยางเจ้าอยู่ตรงนี้แหละ พวกข้าจะจัดการเอง"


 

     "ต แต่ว่า--"


 

     "เจ้าไม่ได้สวมเจ้านี่ ข้าเกรงว่ามันจะทำให้เจ้าเป็นอันตราย" มือเย็นลูบผมของฉันแล้วชักกระบี่ก่อนจะกระโดดเข้าโจมตีปีศาจพร้อมกับพวกซือจุย จินหลิง และจื่อเจิน


 


 

     ฉันเม้มปากได้แต่บ่นพึมพำในใจ สบถด่าให้กับหัวใจตัวเองที่มันเต้นผิดจังหวะพร้อมกับหน้าที่ร้อนเห่อ


 


 


 


 


 


 

'เจ๋ออู๋จวินขอร้องให้ข้า ปกป้องเจ้า...และดูแลให้ดีที่สุด'


 


 


 


 


 


 


 

     "เจ้าเด็กบ้านี่(-////-)..."


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 

เห่อๆ  ไม่มีไรมาก


 

เม้น-กัน-หน่อย!!


 

ความสุขของเตี้ย = การเห็นรีดเดอร์อินกับฟิค และเม้นมาให้อ่าน



 

ขอแค่นี้จริงๆ กราบล่ะค่ะ


 


 


 

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง


 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 243 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,619 ความคิดเห็น

  1. #1583 icesupicha (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 14 มีนาคม 2564 / 21:33

    แหมมม โดนเขาจูบหน้าผากไปละ แค่นี้เขินไปเหอะหน่่าา≧ω≦

    #1,583
    0
  2. #1540 0824614948 (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 / 01:42

    เขินแทนเลย
    #1,540
    0
  3. #1424 Basketpim (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 1 มีนาคม 2563 / 18:38
    เขินแรงมากกก งื้ออออ~~~
    #1,424
    0
  4. #1241 MaiNattapat (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 13:36

    โดนปักธงอย่างรุนแรงงง
    #1,241
    0
  5. #943 จิ้งจอกสุดซ่า (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 / 21:09
    อ่า~ -///- เขินอะ
    #943
    0
  6. #942 Natacha_i-sen (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 / 19:22

    โดนเดกตกรู้สึกไงบ้างป้าดา55

    #942
    1
  7. #941 Air_1548 (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 / 12:30
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด
    #941
    1
    • #941-1 Air_1548(จากตอนที่ 47)
      9 พฤศจิกายน 2562 / 12:32

      มันแบบ แบแสยผงผมหผยหงหวฮืออออออ
      #941-1
  8. #940 -NatJeeRa- (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 / 11:23
    น้อนนน พวกน้องจะหวานกันเกินไปแล้ววว เขินไปหมดเลยค่ะะะ ชอบตรงจมูกแตะจมูกอะ น่าร้ากกก //จะรอนะคะ สู้วๆ!
    #940
    0
  9. #939 polytome (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 / 08:19
    จะรออ่านค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #939
    0
  10. #938 Nat-Sap (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 / 06:50
    ในที่สุดก็มีโมเมนต์หวานๆ แต่แบบว่า ช่วยจัดการให้เรียบร้อยก่อนมั้ย! 5555
    #938
    1
    • #938-1 Nat-Sap(จากตอนที่ 47)
      9 พฤศจิกายน 2562 / 06:51
      เสียวจะโดนปีศาจฟาดมากลางวง 555
      #938-1
  11. #937 554910140 (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 / 06:35
    ไรททททท์ เรามาอีกแล้ววว555555
    ตอนที่เล่าเรื่องตำนานอ่ะ
    จนกระทั้ง...วันที่มีวันหนึ่ง? อะเด๊ะน่าจะสลับที่กันรึเปล่า?
    #937
    3
  12. #936 Aimi soulsaver (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 / 01:38
    โอ้ น้องอี๋เริ่มรุกน้องหยางแล้ว~
    #936
    0
  13. #935 NaomiSama (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 / 00:37
    อู้วววววววว อะฮิๆๆๆๆ
    #935
    0
  14. #934 tonnhan79 (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 / 00:15

    ลงซะดึกเลยนะคะ555
    สนุกเหมือนเดิมเลยค่ะ สู้ๆน้า
    #934
    0