[ปรมาจารย์ลัทธิมาร] พันธวิญญาณข้ามภพ (OC)

ตอนที่ 45 : ตอนที่ 43 ไม่สนุกเลยสักนิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,899
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 242 ครั้ง
    6 พ.ย. 62



    
     จิ่งอี๋นิ่งงันไปกับคำพูดของฟูหยาง แต่กว่าจะรู้สุกตัวว่าเขาพูดอะไรออกไป ร่างเล็กก็กลืนหายไปกับฝูงชนที่สวนทางมาเสียแล้ว ตนจึงรีบออกตามหา แม้ว่าในใจจะยังว้าวุ่นอยู่ก็ตาม

     นับตั้งแต่ฟูหยางถูกแรงอาฆาตควบคุมจิตใจจนเกือบจะกลายเป็นปีศาจ หลังจากนั้นเขามองเห็นว่าเธอไม่เหมือนกับเมื่อก่อน และมีหลายอย่างในตัวเธอที่เปลี่ยนไป ถึงแม้จะทำตัวร่าเริงสมวัย  แต่ในบางครั้งเธอก็ใจแข็งและกล้าทำในสิ่งที่เด็กอายุเพียงเท่านั้นไม่สามารถจะทำได้

     ราวกับกลายเป็นอีกคนหนึ่ง

     ไม่ใช่แค่เขา ซือจุยเองก็เคยพูดคุยเรื่องนี้อยู่ครั้งหนึ่ง...
     
     "หายไปไหนของเจ้ากันนะ..." จิ่งอี๋เดินมาจนสุดเส้นทางที่จัดเทศกาลจนถึงริมแม่น้ำติดกับป่าซึ่งไร้ผู้คน

     ตั้งแต่ที่เขาพูดเรื่องเกี่ยวกับผ้าคาดผากไปนั้นเขาเริ่มที่จะได้คุยกับเด็กสาวน้อยลง และเจอหน้ากับแทบนับครั้งได้หลังจากเรื่องราวที่วัดกวนอิมคลี่คลาย เพิ่งจะได้เห็นหน้าอีกฝ่ายเต็มตาก็วันนี้นี่แหละ

     "ฮัดชิ้ว!!" เสียงจามดังขึ้นแว่วๆเขาก็รีบรุดไปดูด้วยความหวัง  แต่ว่าทันที่ได้เห็นแผ่นหลังของเจ้าของเสียงเขาก็จำได้ขึ้นใจ

     แม่นางที่ช่วยเขาจากพรายน้ำเมื่อตอนนั้น

     "แม่นาง!" อีกฝ่ายชะงักแล้วค่อยๆหันมาหน้าตาตื่น  เขายิ้มกว้างด้วยความดีใจที่ในที่สุด...เขาก็ได้พบกับนาง!

      "แม่นาง! ใช่ท่านจริงๆด้วย...ข้ามีเรื่องอยากจะบอกกับท่านมาก" เขาสาวเท้าเดินเข้าไปใกล้ หญิงสาวเลิ่กคิ้วแล้วมองล่อกแล่กไปมาก่อนจะถอนหายใจแล้วส่งยิ้มให้

     "น้องสาวของเจ้าบอกกับข้าแล้ว ข้ายินดีช่วย...มิต้องขอบคุณหรอก" น้ำเสียงหวานอ่อนละมุนทำเอาเด็กหนุ่มใจสั่น ถึงแม้อีกฝ่ายจะอายุมากกว่าแต่เขาก็มองข้ามไป

     "น้องสาวข้าบอกท่านแล้วก็จริง แต่ข้าอยากบอกด้วยตัวของข้าเองอีกครั้ง...ขอบคุณแม่นางมากที่ช่วยข้าในตอนนั้นขอรับ"

     "มิได้หรอก คุณชาย...ข้ายินดีช่วย" จิ่งอี๋ยิ้มก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นได้จึงถามอีกฝ่าย

     "แม่นาง ท่านเอ่อ...เห็นน้องสาวที่อยู่กับพวกข้ามาทางนี้หรือไม่" หญิงสาวนิ่งก่อนจะส่ายหน้า

     "ขออภัยคุณชาย แต่ข้าก็ไม่เห็นเหมือนกัน..." เด็กหนุ่มใจแป้วเมื่อได้ยินคำตอบนั้น แต่ไม่รู้ทำไมเขากลับกังวล แต่ในบางครั้งกลับรู้สึกว่าเด็กสาวคนนั้น...ยังอยู่ข้างๆ

     ทำไมกันนะ...

     "เจ้ามาเที่ยวหรือ?" จิ่งอี๋หลุดจากภวังค์เมื่อหญิงสาวเอ่ยถามด้วยความสงสัย เขาพยักหน้าด้วยท่าทีลนลานไม่เป็นตัวเอง

     "ข ขอรับ! แม่นางด้วยหรือขอรับ?" หญิงสาวเห็นท่าทีประหลาดของเขาแล้วก็หลุดขำก่อนจะยกยิ้มแล้วพยักหน้ารับ ทำเอาจิ่งอี๋ตาพร่าไปชั่วขณะ

     "ฮึๆ ใช่...แต่ข้าไม่เคยมาอวิ๋นเมิ่งมาก่อนเลย"

     "เอ่อ หากท่านไม่ว่าอะไร...ข้าขอพาท่านเดินชมได้หรือไม่ขอรับ?" จิ่งอี๋รีบเอ่ยชักชวน ร่างระหงที่สูงพอกันกับตนตรงหน้ามองตาปริบๆ

     "หากว่าไม่รบกวนเจ้า ข้าก็ยินดี" เหมือนคำตอบตกลง จิ่งอี๋ใจลิงโลดก่อนจะเดินขนาบข้างอีกฝ่ายแล้วพามาเดินยังสถานที่จัดงาน







   
     ทำไงต่อ(=_=;)?

 
     นี่คือคำถามในหัวของฉันตอนนี้หลังจากที่เผลอตอบรับคำชวนของจิ่งอี๋มาเดินในงานเทศกาลร่วมกันกับเขา ถึงแม้จะรู้สึกสนุกก็ตามแต่ว่ามันก็เต็มไปด้วยความอึดอัด เพราะฉันไม่เคยโกหกอะไรต่อเนื่องขนาดนี้มาก่อนเลย แอบรู้สึกผิดกับเจ้าเด็กตรงหน้านี่ด้วยสิ

     แปล๊บ!

     "อ..เอ่อ คุณชายรอสักครู่เจ้าค่ะ" เมื่อรู้สึกบางอย่างที่แสบแปล๊บในรองเท้าก็รีบตะโกนรั้งจิ่งอี๋ไว้ เขาหันมาก่อนจะเดินเข้ามาใกล้

     "เป็นอะไรไปหรือขอรับ?"

     "ท เท้าข้า..." ฉันพูดเสียงอ้อมแอ้มขยุ้มชุดสีเขียวอ่อนสะกดกลั้นความเจ็บปวด  อ้อ ร่างฉันเปลี่ยนไปพร้อมกับชุดเลยไม่แปลกที่จิ่งอี๋จะไม่แปลกใจที่ฉันนจะใส่ชุดสีม่วง

     จิ่งอี๋นิ่งก่อนจะก้มลงมองเท้าฉันสลับกับมองสีหน้า เขามองซ้ายขวาหาที่ว่างก่อนจะมองเห็นบางอย่างจึงพูดขึ้น

     "ขออภัยแม่นาง มาทางนี้" เขาคว้ามือฉันแล้วพามานั่งที่ริมรั้วกั้น 

     ตุบ! ฟึ่บ!

     "ค คุณชายข้าไม่--" ฉันร้องเสียงหลงรีบห้ามเมื่อเห็นเขานั่งชันเข่าบนพื้นแล้วจับข้อเท้าฉันไปวาง ทันทีที่เขาถอดก็เห็นรอยแดงและรอยถลอกอยู่ไม่น้อย คิ้วหนาของเขาขมวดมุ่น

     "...."

     "แค่รองเท้ากัดเอง ขอร้องล่ะ คุณชายเดี๋ยวชุดของเจ้าจะเปื้อนนะ"

     "เจ็บมากไหมขอรับ?" เขาเงยหน้าขึ้นมองด้วยสายตาห่วงใยจนฉันใจกระตุกแรง คำที่จะพูดมันกลายเป็นว่าอึกอักพูดไม่ออกไปซะอย่างนั้น

     "ม ไม่เท่าไหร่ พักสักหน่อยเดี๋ยวค่อยเดินต่อก็ได้..." จิ่งอี๋ยืนนิ่งก่อนจะผุดลุดขึ้นยืนขึ้น จนฉันสงสัยแต่ก็ยังไม่ได้ทันจะอ้าปากถามเขาก็พูดขึ้น

     "ท่านรออยู่ที่นี่นะขอรับ อีกเดี๋ยวข้าจะกลับมา" เขาว่าก่อนจะวิ่งหายไป ฉันงงเป็นไก่ตาแตกแล้วได้แต่นั่งรออยู่อย่างนั้น พลางหยิบรองเท้าขึ้นมาด้วยความหงุดหงิด

     คัชชูนี่นา มิน่าล่ะถึงได้รองเท้ากัด...

     ตึกๆๆ

     เงาบางอย่างทาบทับจนบังแสงฉันหมด พอเงยหน้ามองก็เห็นว่าเป็นพวกกลุ่มคุณชายจากตระกุลไหนสักตระกูลกำลังยกยิ้มมองฉันเหมือนกับพอใจอะไรสักอย่าง

     หมับ!

     "อึ่ก! ปล่อยนะ!" ฉันตะคอกใส่แล้วพยายามจะแงะมือปลาหมึกออก แต่อีกฝ่ายก็ยิ้มหน้าด้านใส่เหมือนไม่ได้ยิน

     "รู้ไหม ว่าเจ้างามมาก...ขนาดเมืองอวิ๋นเมิ่งที่ขึ้นชื่อเรื่องสาวงาม ยังงามสู้เจ้ามิได้เลยนะ" ไอ้ประโยคน่าขนลุกถูกพ่นออกมาจากปากของเจ้าคนเจ้าชู้ตรงหน้า

     "อย่ามาแตะต้องตัวฉัน ถ้ายังไม่อยากเจ็บตัว!"

     "โอ๊ะๆๆ! กลัวจังเลย...แมวน้อยแสนพยศเช่นนี้สิถึงจะสนุก" 

      ไอ้หมอนี่...

     "คุณชาย ขอเสียมารยาท...แต่หากแม่นางไม่ชอบ ท่านก็มิควรฝืนใจนางนะ" ชายชาวบ้านคนหนึ่งกล้าหาญเดินเข้ามาห้าม แต่ก็ถูกผู้ติดตามผลักออก

    ปึ่ก! โครมม!!

     "คนนอกไม่ต้องมายุ่ง!" ชายคนนั้นกระเด็นไป ก่อนที่จะมีเด็กสาววัยรุ่นรีบเข้าไปแล้วยืนกางแขนไว้
     
     "พี่ชาย! ได้โปรดอย่าทำอะไรพี่ชายของข้าเลยเจ้าค่ะ!" 

     "หลีกไป!" ผู้ติดตามคนนั้นเหวี่ยงหลังมือปาดแก้มของเด็กสาว จนเธอถึงกับล้มลงร้องไห้ปากแตก

     เพี๊ยะ ตุบ!

     "โอ๊ย! ฮึก ฮืออออ" เธอร้องไห้กุมใบหน้าที่มีเลือดซึมตรงมุมปาก ก่อนที่พวกนั้นจะหันไปยังชายหนุุ่มแล้วชักกระบี่ออกมา จนชาวบ้านพากันแตกตื่น

     "หยุดนะ! พวกเขาไม่มีอาวุธซะหน่อย!" ฉันรีบตะโกนแล้วพยายามสะบัดให้หลุด แต่เจ้าคุณชายบ้านี่ก็มือเหนียว

     "เจ้าจะสนใจไปใยเล่า...มันมาแส่หาเรื่องเองนี่"

     "จะทำเช่นไรกับมันดีขอรับ คุณชาย?"

     "เจ้านั่น แทงสักแผลสองแผลก็พอ...ส่วนน้องสาวคนนั้น พากลับไปด้วย"

     "ทราบแล้วขอรับ" เหล่าผู้ติดตามคำนับก่อนจะเดินไปจับตัวเด็กสาวเอาไว้ เธอดิ้นพล่านร้องไห้มือไขว่ขว้าหาพี่ชายของเธอ

     "พี่ชาย ฮึก พี่ชายช่วยข้าด้วย!"

     "อาเหม่ย...อั่ก!" ฝ่าเท้าของอีกฝ่ายย่ำลงบนแผ่นอกของชายคนนั้นอย่างแรง เสียงกรีดร้องของน้องสาวทั้งน้ำตาตะโกนร้องขอให้คนช่วยแต่ก็ไร้ผล

     

     "...พอกันที"

     "หืม? เจ้าว่า-อ๊ากกกกกก!!" เสียงร้องลั่นของเจ้าคุณชายดังขึ้น จนเด็กสาวหยุดร้องแทบจะทันทีแล้วหันมามองฉันเป็นทางเดียว

     เมื่อฉันบิดนิ้วก้อยของคุณชายจนมันหัก แล้วลงไปนั่งโอดโอยอยู่บนพื้น เหล่าผู้ติดตามจะเข้ามาหาฉันพร้อมกับชี้กระบี่ฉันยกขาฟาดก้านคอเจ้าคุณชายนี่อีกทีเป็นการข่มขวัญ

     ผัวะะะ!! ตุบ!

     "คุณชาย!...เจ้าบังอาจทำกับคุณชายได้!"

     "คนที่มันบังอาจคือพวกแกต่างหาก อวิ๋นเมิ่งเป็นบ้านแกรึไงถึงได้มากร่างแถวนี้!!!" ฉันว่าก่อนจะยกเท้าเหยียบแผ่นหลังของคุณชายจนมันมองตาเลือกอ้าปากไร้เสียงร้อง

     "อ อ๊อก!...."

     "นี่ลุง ช่วยจับเจ้านี่มัดไว้ทีนะ...ขอดัดนิสัยเจ้าเด็กเวรพวกนี้หน่อย" ฉันหันไปบอกลุงคนหนึ่งที่อยู่ใกล้กับเรือให้มามัดเจ้าคุณชายใต้ฝ่าเท้าฉัน เขามองเลิ่กลั่กก่อนจะเดินมาแล้วช่วยกับคนอีกสองสามคนมัดไว้กับเสา

     ฉันเดินมาตรงหน้าแล้วกวาดตามองจำนวนคนของเจ้าคุณชายนี่ มีอยู่ทั้งหมด 6 คน พอได้อยู่ล่ะมั้ง

     "แม่หนู อย่าทำเลยเจ้าสู้พวกเขาไม่ไหวหรอก" ฉันมองคุณลุงที่เตือนด้วยความหวังดีแล้วไหวไหล่ ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับเจ้าพวกนั้นพร้อมหักนิ้วทั้งสิบเป็นการยืดหยุ่น

     กร๊อกๆๆ!

     "ฉันจะนับถึงห้า ให้ปล่อยตัวสองพี่น้องนั่นซะ แล้วคุกเข่าขอโทษชาวอวิ๋นเมิ่งที่สร้างความเดือดร้อนนี่ด้วย!"

     "ว่าอย่างไรนะ!"

     "หรือจะให้ฉันดัดสันดานพวกแกด้วยเลือดดีล่ะ?" ฉันเท้าเอวยกยิ้มท้าทายเพราะรู้ว่าเจ้าพวกนี้มันความอดทนต่ำจะตาย  และก็ใช่

     ชายสองคนพุ่งเข้ามาหาฉันพร้อมกับกระบี่ ฉันถอนหายใจส่ายหน้าเนือยๆก่อนจะหมุนตัวหลบวิถีดาบแล้วยกขาตอกส้นเท้าลงท้ายทอยจนหน้าสับลงกับพื้น ส่วนอีกคนฉันก็ล็อคคอเอาไว้แล้วแทงเข่าใส่ปลายคางอย่างแรงจนมันสลบไป 

     ปึ่กกก! พลั่กกๆๆ!! ตุบบ!!

     ทุกคนอึ้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า ฉันส่ายหัวก่อนที่จะมีคนพุ่งมาจากด้านหลังแต่ว่ามันช้าเกินไปสำหรับฉัน แถมอีกอย่างหนึ่ง

     พอมาอยู่ในร่างตัวเองแล้วรู้สึกทำอะไรได้คล่องกว่าเมื่อก่อนเยอะเลย!!

     ฟึ่บบบบ!!  เปรี้ยงงงง!! ตุบบ!

     "ค่อกกกก!!" มันสลบเหมือดไปทันที ฉันเม้มปากขอโทษในใจเพราะอาจจะโคม่าก็ได้หลังจากนี้...

      สงสัย จระเข้ฟาดหาง จะรุนแรงไปล่ะมั้งเนี่ย...

     "..."

     "เอ้า! อีกสามคนนั่นน่ะ จะมาอีกมั้ย?" ฉันว่าเท้าเอวมองอย่างท้าทาย จนคนที่จับเด็กสาวเป็นตัวประกันไว้พุ่งเข้ามาหาแบบว่าง้างหมัดเต็มที่แล้วแหละ

    ฉันก็ตั้งท่าบ้าง แล้วพุ่งเข้าใส่จนอีกฝ่ายตั้งตัวไม่ทันเลยปล่อยมาแบบเงอะงะ เลยหลบได้สบายก่อนจะคว้าคอเสื้อแล้วเหวี่ยงหมัดใส่สามทีแบบไม่ยั้งแรง จนมันเลือดออกจมูกแล้วสลบคามือ ฉันปล่อยมันลงกับพื้นแล้วมองที่เหลือ

     "มีอีกมั้ย? โควต้ายังเหลือนะ..."

     "..."

     "ถ้าไม่มาหา...ฉันไปหาเองก็ได้!" ว่าแล้วก็พุ่งเข้าไปเหวี่ยงหมัดซ้าย และถีบคนทางขวาก่อนจะคว้าคอเสื้อทั้งคู่มาเอาหัวโขกกันจนสลบไป ชายหนุ่มที่บาดเจ็บนั่งอึ้งอยู่ตรงนั้นก่อนที่น้องสาวจะโผเข้ากอด

     "ฮึก พี่ชาย ข้ากลัว ฮือออ พี่ชายไม่เป็นไรนะ?"

     "พี่เป็นไร...ขอบคุณแม่นางมากที่ช่วยข้ากับน้องสาว" ฉันยิ้มแล้วส่ายหน้าก่อนจะควานหาผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดเลือดให้กับเด็กสาว

     "ฉันต่างหากที่ต้องขอบคุณที่ช่วย แล้วก็ขอโทษที่ทำให้พวกเธอเจ็บตัว" พวกเขายิ้มแล้วพยักหน้าให้ ฉันผุดลุกขึ้นก่อนจะหยิบกระบี่แล้วเดินไปหาเจ้าคุณชายที่ตาลีตาเหลือก
     
     "ย อย่าทำอะไรข้าเลยนะ ข้ายอมแล้วๆๆ!"

     "ก้มหัวลงกับพื้น...แล้วขอโทษเขาเดี๋ยวนี้!!" ฉันตะคอกเสียงดังเหมือนกับฟ้าผ่า มันลนลานเหมือนกับจะไม่ยอมทำ

     "หรือแกอยากจะให้ฉันตัด ความเป็นชายนั่นมาสับเป็นชิ้นๆแล้วเอาให้ปลาในอวิ๋นเมิ่งกินดีล่ะ?"

     "ข ข้ายอมแล้วๆๆ! ขอโทษ ข้าขอโทษ!" มันนั่งคุกเข่าทั้งที่ยังถูกมัดอยู่ก้มหัวลงกับพื้นขอโทษสองคนซ้ำๆ

     "ช่วยจับคนพวกนี้มัด แล้วก็รายงานเรื่องนี้ให้ตระกูลเจียงทราบด้วย...บอกว่าให้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นทองที่ราคาเท่ากับโคมไฟกระดาษทั่วอวิ๋นเมิ่งเท่าตัว" ฉันว่าแล้วเหวี่ยงกระบี่ทิ้งก่อนจะเดินหายไปสวนกับพวกเขาที่ช่วยกันจับมัด

     หมับ!

     "เหวอ!" ฉันร้องลั่นเมื่อจู่ๆก็ถูกดึงแขน จนร่างเซไปชนกับแผงอกคนดึงทันที พอเงยหน้ามองก็ต้องแปลกใจ และเขาเองก็แปลกใจไม่ต่างกัน

     ตุบ!

     "แม่นาง?"

     "จิ่งอี๋?..." ฉันพูดเสียงเบาจนเขาไม่ได้ยิน เขาให้ฉันยืนดีๆแล้วถามด้วยความไม่เข้าใจแต่มือของเขาก็ยังคงกำมือฉันแน่นไม่ยอมปล่อย

     "เกิดอะไรขึ้นขอรับ แล้วท่านเป็นอย่างไรบ้าง?"

     "เจออันธพาลนิดหน่อย...แต่ไม่เป็นไรหรอก ทุกอย่างคลี่คลายแล้ว" เขาถอนหายใจโล่งก่อนจะยื่นบางอย่างมาให้กับฉัน ฉันเลิ่กคิ้วมองของในมือสลับกับเขา

     "ข้าจะไปหาโคมมาให้ท่าน แต่ก็ขายหมดแล้ว...มางานลอยโคมทั้งทีท่านควรลองดูนะขอรับ" ฉันรับมาก่อนจะมองลวดลายก็แปลกใจเมื่อเห็นว่ามันเป็นลายนกกระจิบที่เขาวาดเมื่อตอนกลางวัน

     "นกกระจิบ? เจ้าวาดเองหรือ?"

     "ขอรับ อาจจะไม่สวยเหมือนตามที่เขาขายทั่วไป แต่ข้าว่า---" พอเขาว่าด้วยใบหน้าประหม่ามันอดขำไม่ได้ทุกที ทำไงได้ล่ะ

     ก็เจ้าเด็กคนนี้มัน'น่ารัก'นี่

     "คิกๆๆ! ไม่เลย น่ารักมาก...ขอบคุณนะ เดี๋ยว แล้วเจ้าจะเอาโคมที่ไหนลอยล่ะ นี่ของเจ้านะ" เขาเลิ่กคิ้วก่อนจะยกยิ้มบางแล้วพูดน้ำเสียงนุ่มหูแปลกๆ

     "ข้า...มีคนที่อยากจะลอยโคมด้วยอยู่แล้วขอรับ ไม่เป็นไร"

     "งั้นเหรอ..."

      ตึงๆๆๆ!!!

     "ใกล้เวลาลอยโคมกันแล้ว มาทางนี้ขอรับ!" เขาว่าก่อนจะพาฉันมายังที่ๆเราเจอกันตอนแรก เขามองซ้ายขวาเมื่อเห็นว่าไม่มีใครเขาก็จุดไฟที่ไขเทียนใต้โคมทันที

     มันยังมีเวลาอยู่บ้าง แต่ฉันกลับไม่ได้สนใจอะไรนอกจากเพ่งมองเปลวไฟในโคมนั่นอย่างตื่นเต้น และตอนกลางคืนอากาศเย็นไม่น้อยมันจึงกลายเป็นว่าฉันแทบจะโอบโคมลอยนั่นแล้ว ก็มันอุ่นนี่นา

     "ค่อยๆยกขึ้นนะขอรับ" เขาว่าก่อนจะค่อยๆยกโคมที่เริ่มจะลอยขึ้นฟ้าไว้หลวมๆ ฉันจับที่โครงไม้ไผ่แล้วมองไฟที่กำลังแผ่ไอร้อนจนกระดาษเริ่มตึง


     เมื่อเห็นว่าได้ที่แล้ว ฉันก็หลับตาอธิษฐานไป

     'ขอให้เรื่องทุกอย่างจบลงด้วยดี...ขอให้สงครามที่ใกล้จะมาถึงนี้ ไม่มีใครตาย'

     "แม่นาง ปล่อยได้เลยขอรับ" เสียงของจิ่งอี๋ดังขึ้นจนฉันลืมตาโพล่งด้วยความตกใจ แล้วพยักหน้าหงึกหงักปล่อยโคมให้ลอยขึ้นฟ้าไปอย่างช้าๆ

     โคมลอยเริ่มห่างไกลออกไปบนท้องฟ้าจนมันกลายเป็นดวงไฟเล็กๆสีส้มแต่งแต้มดวงดาว พอลองมองไปทางในหมู่บ้านโคมลอยนับร้อยกำลังลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าดูสวยงามมากจนฉันตาโตแล้วมองมันตาไม่กะพริบ

     "อย่างกับฝันเลย..."

     "มิได้ฝันหรอกขอรับ เป็นความจริง..." เขาว่าก่อนจะหันมามองฉันด้วยสายตาทอประกายอบอุ่นจนรู้สึกอุ่นวาบไปทั้งอก

     "ขอบคุณที่พาฉันเดินเที่ยวนะ แต่ข้าต้องไปแล้ว" 

     "อย่างน้อย บอกชื่อให้ข้าได้รู้หน่อยเถอะขอรับ" พอจะหมุนตัวกลับอีกฝ่ายก็คว้าข้อมือฉันไว้

     "ขออภัย แต่ข้าบอกไม่ได้..."

     "เพราะเหตุใด"

     "หากข้าบอกเจ้าไป...ข้า..." ไม่รู้ทำไมรู้สึกเจ็บแปล๊บไปทั่วอก กระบอกตาร้อนผ่าวไปหมดจนภาพตรงหน้าพร่ามัว ฉันกัดฟันสะบัดมือเขาเต็มแรงแล้วรีบวิ่งหนีเขาทันที



     
  
     ในชั่ววูบนั้นมันเกิดความคิดที่แสนเห็นแก่ตัว...ว่าถ้าหากบอกชื่อออกไป มันเท่ากับว่าเขาได้ยืนยันหัวใจของตัวเองว่านางคนนั้นคือคนที่เขา'รัก'

     แต่เห็นฉันก็มองออก หลายสิ่งที่ฉันไม่เคยได้สัมผัสยามที่เป็น'ฟูหยาง' ทั้งน้ำเสียง แววตา หรือแม้กระทั่งการกระทำเหล่านั้น มันบอกหมดแล้วทุกอย่าง

    
     ตัวตนที่เขารักคือ 'ดา' ตัวตนของฉันในชาติก่อน


     แต่ในตอนนี้...ตัวตนที่ฉันเป็นอยู่ คือ 'ฟูหยาง'




     ตึกๆๆ! ซ่าาา!

     "แฮ่กๆๆ...ฮ ฮัดชิ้ว!!" ฉันวิ่งลงน้ำก่อนจะจามออกมาด้วยอาการคันจมูก เมื่อลืมตาขึ้นมาก็พบว่าตัวเองสวมชุดสีม่วงของตระกูลเจียง โชคยังดีที่มันห่างไกลผู้คนแล้วค่อนข้างมืดจึงไม่มีใครสังเกตเห็น

     จ๋อมมมม

     "นายน้อย งานเทศกาลสนุกไหมเจ้าคะ?" เสียงของไป๋เหลียนในร่างงูที่โผล่ส่วนหัวขึ้นมาเอ่ยถาม ฉันหันหน้าไปมองเธอผ่านภาพมัวๆและก้อนสะอื้นที่ติดอยู่ในลำคอ

     "ไม่...ฮึก ไม่เลยสักนิดเดียว" เผลอสะอื้นฮักจนไป๋เหลียนต้องแปลงเป็นคนมองฉันด้วยความตกใจ
     
     "นายน้อย! นายน้อยร้องไห้เพราะเหตุใดเจ้าคะ?!"

     "ฮึก ฮือออออ ไม่สนุกเลยสักนิด ฮือๆๆๆ" ฉันก้มหน้าร้องไห้เหมือนคนบ้า จนไป๋เหลียนไม่รู้จะปลอบอย่างไรได้แต่ก้มหัวขอโทษ

     ฉันไม่ได้โกรธเธอหรอก แต่ตอนนี้มันเหนื่อยไปหมดแล้ว ไม่อยากนึกอะไรแล้ว...อยากกลับไปนอนจัง




     เจ็บใจด้วย...










เห่อๆ  ไม่มีไรมาก

เม้น-กัน-หน่อย!!


ความสุขของเตี้ย = การเห็นรีดเดอร์อินกับฟิค และเม้นมาให้อ่าน








ขอแค่นี้จริงๆ กราบล่ะค่ะ



รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 242 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,619 ความคิดเห็น

  1. #1613 คุโรคิคิ (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 17 เมษายน 2564 / 19:27
    แต่เราว่าคนที่จิ่งอี๋ชอบก็ฟูหยางนี่แหละ ถ้าชอบดาจริงคงไม่ปฏิเสธปล่อยโคมด้วยกันหรอกในเมื่อโอกาสมาถึงขนาดนี้ แต่กลับบอกว่ามีคนจะปล่อยด้วยอยู่แล้ว
    #1,613
    0
  2. #1582 icesupicha (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 14 มีนาคม 2564 / 21:15

    โอ๋เอ๋นะ เข้าใจอารมณ์น้องเลย

    #1,582
    0
  3. #1522 Tidvita (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 19:42
    เข้าใจอารมณ์ของนางเลย สงสารมาก
    #1,522
    0
  4. #1457 รากต้นโพธิ์ (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 14:25
    เกิดไรขึ้นไหงมันจบตอนด้วยน้ำตาหยังงี้กัน...
    #1,457
    0
  5. #922 filmji2 (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 21:44

    ฮือออ อยากรู้จริงๆเล้ยยว่าใครเป็นพระเอกจะเป็นพี่อี๋หรือเปล่าน๊า:-)

    #922
    0
  6. #921 akazeyujin (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 20:28

    โอ๋นะๆ....ไม่เป็นไรสักวันต้องพบสิ่งที่ดีต่อใจ
    #921
    0
  7. #919 NaomiSama (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 09:48

    อู้วววววว มันต้องมีอะไรแน่ในอนาคต เฉินสัมผัสได้
    #919
    0
  8. #918 554910140 (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 06:43
    อ่านฟินไมาตั้งนาน หักจบแบบเศร้าๆซะงั้น ไม่รู้ว่าใครจะทุกข์มากกว่ากันเนอะ ระหว่างคนที่อยากรู้ชื่อคนที่ตัวเองชอบกับคนที่รู้ทุกอย่างแต่ไม่สามารถบอกได้ เออเนอะ5555

    ปล.ไรท์เราสงสัยในระหว่างที่ฟูหยางเป็นดาคำพูดเป็นปัจจุบันรึย้อนยุคอะ เห็นที่คำว่า ฉัน แล้วมีคำว่า ข้า ด้วย??
    #918
    3
    • #918-1 Phatusanime(จากตอนที่ 45)
      6 พฤศจิกายน 2562 / 09:09
      5555555 อีกแล้วเรอะ!!!
      #918-1
  9. #917 ratima4494 (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 06:42
    สนุกมาก ชอบมากกกก สรุปคือจิ่งอี๋มองหนูด้้วยฟิลเตอร์น้องสาวหรอลูก
    #917
    0
  10. #916 Wilawan Chumwanid (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 06:10
    นางหึงตัวเองอะน่าเอ็นดู
    #916
    0
  11. #915 Aimi soulsaver (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 01:25
    โถ่น้องหยางงงงT-T
    #915
    0
  12. #914 tonnhan79 (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 00:20

    สนุกมากเลยค่าา
    #914
    0
  13. #913 -แมวโง่- (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 00:17
    โถ่น้องงงง. (。ŏ_ŏ)
    #913
    0
  14. #912 Thangmo95 (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 00:12

    ขอบคุณมากนะที่อัพให้อ่านกัน ชอบเรื่องนี้มากเลย❤❤❤❤
    #912
    0