[ปรมาจารย์ลัทธิมาร] พันธวิญญาณข้ามภพ (OC)

ตอนที่ 44 : ตอนที่ 42 ฉันไม่ใช่เจ้าหญิงอย่างในนิทาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,154
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 256 ครั้ง
    4 พ.ย. 62

  



     ทุกอย่างนั้นคลี่คลายลงไปและเหล่าตระกูลเจียงก็เป็นฝ่ายรับหน้าที่ในการจัดการวัดกวนอิมต่อจากนั้น ตอนที่พวกเขาดูโลงศพก็ต้องประหลาดใจ มันน่ากลัวอยู่หน่อยๆแต่ว่าการที่ในโลงศพมีถึงสองศพอยู่ในโลงเดียวนั้น ไม่ต้องบอกก็น่าจะรู้ว่าใคร หลานซีเฉินนั้นถึงกับนิ่งไป แล้วก็กลับอวิ๋นเซินปู้จื้อฉู่ เอาแต่เก็บตัวสำนึกผิดจนพวกศิษย์บอกว่าเขาแทบจะไม่แตะสำรับเวลาที่ยกไปให้เลย
   

     แต่ที่ฉันประหลาดใจตอนที่เวินหนิงมาหาฉัน ก่อนที่เขาและซือจุยจะไปสร้างสุสานของคนตระกูลเวิน

     "ฟื้นฟูธรรมชาติ?" ฉันเลิ่กคิ้วแปลกใจเมื่อซือจุยเป็นคนขอร้องโดยมีเวินหนิงยืนยันอีกเสียงข้างๆ

     "อย่างน้อยข้าอยากให้ทัศนียภาพที่สุสานนั้นสวยงาม...คนในตระกูลคงจะมีความสุขไม่น้อยเลย" เวินหนิงว่าแล้วอมยิ้มน้อยๆ ซือจุยพยักหน้าหงึกๆ

     "...ก็ได้เจ้าค่ะ"












     พวกเรามาถึงยังหุบเขาฉีซาน ที่รอบๆนั้นอยู่ใกล้กับภูเขาไฟ ฉันย่อตัวลงขุดดินมาหนึ่งกำมือแล้วขยี้ดินให้ละเอียดทั้งสองก็ขอแยกไปสร้างสุสาน หากว่าเสร็จแล้วจะมาเรียกฉันเลยตอบรับไป

     "ที่จริงดินภูเขาไฟมันก็มีแร่ธาตุเยอะ ปลูกอะไรก็ขึ้นแท้ๆนะเนี่ย..." พูดพึมพำก่อนจะหยิบถุงผ้าเก่าๆที่ด้านในมีพวกเมล็ด และใบไม้ของพืชมาด้วย โดยเฉพาะต้นหญ้านี่แหละ

     ฟึ่บๆๆ ฟู่ววว!!

     ฉันหยิบออกมาขยี้ด้วยสองฝ่ามือก่อนจะเป่ามันลงกับดิน ไม่นานนักต้นหญ้าเล็กๆก็ผุดขึ้นเขียวจนเต็มพื้น จึงเดินไปแถบอื่นเพื่อสร้างต้นไม้ต่อ จนกระทั่ง...

     "ฟูหยาง เสร็จแล้ว!" เสียงตะโกนเรียกของซือจุยฉันจึงเดินไปหาพวกเขาทันที 

     พวกเขาพาฉันเข้าไปในถ้ำมีหินมากมายถูกสลักชื่ออยู่ ฉันมองรอบๆก่อนจะหยิบใบหญ้าขึ้นมาขยี้แล้วเป่า เศษหญ้ากระจายปลิวว่อนก่อนที่พืชจะค่อยๆเติบโต งอกใบไม้สีเขียวและมีดอกไม้ผลิบานรอบๆกับป้ายหิน พื้นดินที่ไม่ได้ถูกปูหินทับได้มีหญ้างอกขึ้นมา ภายในถ้ำจึงดูไม่น่ากลัวอีกต่อไป

     "สวยมากฟูหยาง"

     "ข้าคงทำได้แค่นี้ เพราะในนี้มิได้มีดินมากเหมือนด้านนอก แต่อย่างน้อยก็ไม่ได้น่ากลัว" ฉันยิ้มแล้วอธิบายก่อนจะหยิบเมล็ดพืชออกมาหนึ่งเม็ดแล้วขบผิวที่นิ้วโป้งจนได้เลือด ป้ายลงบนเมล็ดแล้วโยนขึ้นบนเพดาน

     ครึ่กๆๆๆ! พรึ่บบบ!!

     ดอกไม้บนเพดานถ้ำห้อยระย้าลงมา ทั้งสองอ้าปากค้างแต่ว่ามันยังไม่หมดหรอกนะ

     "เวินหนิง เพดานถ้ำมันไม่ค่อยสว่างเท่าไหร่ ช่วยเจาะเพดานถ้ำให้กว้างอีกหน่อยได้ไหม?" เวินหนิงมองฉันแล้วชี้ตัวเองตาปริบๆ ฉันพยักหน้ายืนยันก่อนที่เขาจะกระโดดขึ้นไปยังเพดานและต่อยหินนั่นเป็นรูให่แสงส่องสว่างภายในมากขึ้น

      ทันทีที่แสงส่องเข้ามามันสะท้อนกับดอกไม้ทำให้เหมือนกับว่าพวกมันนั้นส่องแสงได้ ซือจุยประทับใจไม่ต่างกับเวินหนิงเขาเหลือบไปมองป้ายชื่อของคนๆหนึ่ง

      ป้ายชื่อของพี่สาวเขา...

     "งดงามมากเลย ขอบคุณเจ้ามากฟูหยาง" ฉันยิ้มแล้วพยักหน้าให้ก่อนที่เราจะกลับอวิ๋นเซินปู้จื้อฉู่กันโดยที่เวินหนิงจะไปส่งพวกเราที่ตีนเขา

     ฉันเดินรั้งท้ายเพราะอยากให้ทั้งสองคุยกันให้ได้มากที่สุด ขากลับออกมาแล้วหันกลับไปมองสุสานฉันรู้สึกว่ามันโล่งเดินไป และสองข้างทางเต็มไปด้วยซากปรักหักพัง ภาพบางอย่างในหัวลอยเข้ามาจึงหยิบเศษหญ้าในถุงมาขยี้และโปรยไปทั้งสองข้างทางจนมีดอกพลับพลึงแมงมุมสีแดงเบ่งบานเต็มสองข้างทาง ได้แต่ยิ้มได้ความภูมิใจก่อนจะเดินออกจากสุสานไป








     หลังจากที่จบการศึกษา พวกเราเลยกลายเป็นศิษย์พี่ที่คอยชี้แนะเหล่าศิษย์สกุลหลานรุ่นน้องกันหลังจากที่พวกเขาเรียนกับอาจารย์หลายฉีเหรินเสร็จ หลังจากนั้นฉันกับพวกศิษย์ชายก็ไม่ค่อยได้เจอกันบ่อยมากเท่าไหร่เพราะนอกจากการศึกษาแล้ว เรื่องการใช้ชีวิตทั่วไปฉันก็ต้องสอนพวกศิษย์หญิงเหมือนกัน

     แต่เพราะนิสัยฉันมันออกจากห้าว เพราะนิสัยของคนที่ลุยๆ แถมยังไม่ค่อยเรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้จึงสอนเพียงไม่กี่เรื่องยกเว้นมารยาท และในบางครั้งเหล่าศิษย์หญิงก็ต้องรับหน้าที่ในการดูแลเด็กๆที่ถูกพ่อแม่ฝากตัว หรือไม่ก็ถูกเก็บมาเลี้ยงดูด้วย

     "อาจ้าย! หยุดเดี๋ยวนี้นะ" เสียงตะโกนของอันฉีดังขึ้นก่อนที่ร่างของเธอจะวิ่งตามเด็กชายตัวน้อยที่วิ่งล่อนจ้อนออกมาและเสียงหัวเราะคิกคัก

     "ฟูหยาง ช่วยข้าจับเขาที!" ฉันกับเด็กหญิงอีกสองคนที่กำลังตากผ้าหันตามเสียงเรียก ก่อนจะวิ่งมาแล้วรวบตัวเด็กน้อยได้ทันที

     "ฮ่ะๆๆ!"

     "แสบนักนะ เจ้าน่ะ..." เด็กน้อยหัวเราะคิกคักแล้วดิ้นนิดหน่อยก่อนจะกอดฉันติดหนึบ แล้วยอมไปกับอันฉีในที่สุด ก่อนจะหันมาตากผ้าต่อ

     "พี่หยางหยาง เล่านิทานให้จั่วอี้ฟังได้หรือไม่เจ้าคะ?" เด็กสาวที่ยื่นผ้าให้ฉันเอ่ยถามขึ้น ฉันเลิ่กคิ้วแล้วพยักหน้ายิ้มๆ

     "ได้สิ แต่หลังจากที่เราทำงานเรียบร้อยแล้วนะ" จั่วอี้ทำตาเป็นประกายแล้วพยักหน้าหงึกๆ เด็กสาวอีกคนก็พูดขึ้นบ้าง

     "พี่หยาง ข้าขอมาฟังกับจั่วอี้ได้ไหม?"

     "ได้แน่นอน เอาล่ะ รีบๆทำงานเราให้เสร็จดีกว่า" 

     
     พวกศิษย์พี่ในสำนักต่างบอกว่าฉันสามารถเข้าถึงพวกเด็กๆได้ดีและสามารถรับมือกับพวกเขาได้เกือบทุกอย่าง เพราะเอาตามตรงฉันไม่ใช่คนของกูซู และไม่ใช่คนของโลกนี้ด้วยซ้ำ...ฉะนั้นความทรงจำของชาติก่อนจึงมีประโยชน์มากเลยทีเดียวเชียวแหละ

     "ดูพวกเด็กๆจะชอบเจ้ามากเลยนะ ฟูหยาง" ศิษย์หญิงคนหนึ่งยกยิ้มแล้วมองเด็กๆที่กำลังนอนบนตักหลังจากที่ฟังฉันเล่านิทานจบ

     "ไม่หรอก ข้าแค่รู้สึกว่าพวกเขาควรมีอะไรหลอกล่อ...สุภาษิตหนึ่งจากแดนไกลบอกไว้ ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก"

     "ฮึๆ นั่นสินะ ฮึบ! พาพวกเขากลับกันเถอะ" เธอยิ้มขำก่อนจะอุ้มเด็กหญิงคนหนึ่งที่นอนหลับปุ๋ยไป ส่วนอีกคนฉันก็อุ้มไว้นอนบนแขนทั้งสองครางงึมงำแล้วกอดพวกเราแน่น

     ตึกๆๆ!

     "ฟูหยาง ฟูหยางเจ้า---!!"

     "ชู่ววววว!!" ฉันและเด็กสาวอีกคนยกนิ้วแล้วทำเสียงชู่วเมื่อมีศิษย์ชายคนหนึ่งมาหาฉันพร้อมกับหนังสือบางอย่าง เขาหุบปากฉับก่อนจะเดินมาหาพวกเราแล้วยื่นให้ฉัน

     "อะไรหรือ?"

     "หนังสือเทียบเชิญเจ้าจากประมุขเจียง อยากเชิญเจ้าไปงานลอยโคมที่อวิ๋นเมิ่งในอีกสามวันข้างหน้า" เมื่อได้ยินชื่อฉันก็ตัวเบารีบเปิดอ่านหนังสือเทียบเชิญนั่น โดยมีเด็กสาวอ่านด้วย

     "เขียนถึงเจ้าโดยตรงเลย...ดีใจกับเจ้าด้วยนะฟูหยาง"

     "ข้าอยากให้มีงานลอยโคมที่นี่ด้วยจัง เขาบอกให้ข้าพาเพื่อนไปด้วยได้ แต่ว่าคงพาไปหมดอวิ๋นเซินปู้จื้อฉู่ไม่ได้นี่สิ" ฉันยิ้มแห้งเด็กสาวหัวเราะก่อนจะกระซิบ

     "ชวนศิษย์พี่ซือจุยกับศิษย์พี่จิ่งอี๋ไปสิ"

     "ทำไมอ่ะ?"

     "เจ้าสนิทกับพวกเขานี่ อีกอย่างพวกเขาก็สนิทกับคุณชายจินหลิงซึ่งเป็นหลานของประมุขเจียงด้วย...มันคงจะดีกว่าถ้าเจ้าชวนพวกเขาไปนะ"
     
     "แล้วพวกเจ้าล่ะ?"

     "ถ้าพวกข้าไป ใครจะอยู่ดูแลพวกเด็กๆเล่า...พรุ่งนี้พวกเด็กๆก็ต้องไปเรียนมารยาทกับศิษย์อาวุโสแล้วนะ เจ้าไปเถอะ" เธอคะยั้นคะยอจนฉันได้แต่ถอนหายใจแล้วพยักหน้า

     "อืม...แต่ว่า"

      "อีกไม่นานพวกศิษย์สำนักอื่นๆก็จะมาเรียนที่นี่แล้วนะ ถึงตอนนั้นเราจะไม่มีเวลามาเที่ยวเล่นแล้ว...ไปเถอะ" เธอพูดขึ้นมันทำให้น้ำหนักของการตัดสินของฉันเอนเอียงไปกับคำว่าตกลงมาก

     "ก็ได้ๆ ข้าไปก็ได้"

     "ฮิๆ เป็นไปได้ เจ้าเอาเม็ดบัว กับชาดอกบัวก็พอ...ข้าอยากกิน" 

     "แน่นอนแล้วข้าจะซื้อฝักใหญ่ๆมาให้เลยนะ"









     สามวันต่อมา


     "ขอคารวะประมุขเจียงขอรับ / เจ้าค่ะ" พวกเรามายังเรือนประมุขเพื่อทักทายเจ้าบ้านตามมารยาทพร้อมกับของฝากเล็กๆน้อยๆ ประมุขเจียงยิ้มบางเบาแล้วพยักหน้ารับ

     "งานโคมลอย จะเริ่มในยามซวี (19.00 - 20.59 น.) พวกเจ้าเดินทางมาเหนื่อยๆไปพักที่เรือนรับรองก่อนเถอะ หรือหากพวกเจ้าอยากจะวาดกระดาษโคม ก็ให้ไปที่ลานฝึก...อาหลิงใกล้จะมาถึงแล้วข้าจะบอกให้เขาไปหาพวกเจ้า"

     "ขอบคุณประมุขเจียง" พวกเราคำนับก่อนที่พวกเราจะไปยังเรือนรับรองกันเพื่อเก็บข้าวของก่อนจะออกมานั่งเล่น และมองดูชาวบ้านช่วยกันจัดงาน

     ในขณะที่กำลังรอนั้นฉันกับจิ่งอี๋ แล้วก็ซือจุยเดินไปนั่งวาดโคมกระดาษกับพวกศิษย์ตระกูลเจียง ระหว่างที่รอจินหลิงเดินทางมายังอวิ๋นเมิ่ง

     "ฟูหยาง เจ้าวาดอะไร?" จิ่งอี๋ถามแล้วเขยิบมาดูโคมที่ฉันวาด ฉํนลงมือต่ออีกนิดหน่อยแล้วให้เขาดูเขาขมวดคิ้วแปลกใจเพราะไม่เคยเห็นมาก่อน

     "นี่อะไร?"

     "ข้าวาดรูปไม่เก่งหรอกนะ พี่จิ่งอี๋...แต่ถ้าเป็นลายพื้นฐานล่ะก็ข้าก็พอวาดได้ นี่ก็แค่ลายใบไม้ ไม่ได้มีอะไรพิเศษหรอก" เพราะมันเป็นลายไทยและยากที่จะดูออก 

     ก็ฉันเป็นคนไทยนะเฮ้ย ลายพวกนี้มันก็ต้องเคยเรียงสมัยประถมเลยยังพอแกะได้ ถ้าให้วาดแบบจีนนี้ฉันคงปวดหัวตาย

     "อ๋อ..."

     "แล้วของพี่ล่ะ วาดลายอะไรเหรอ?" เขาเลิ่กคิ้วก่อนจะเกาแก้มแก้เก้อแล้วส่งมาให้ฉันดู  

     เขาวาดนกกระจิบบนกิ่งไม้สองตัว ฉันยกยิ้มกว้างมองภาพของเขาด้วยความเอ็นดู ก็เขาวาดนกกระจิบซะน่ารักเลยนี่ ตัวกลมเป็นลูกปิงปองมีขนเกาะบนกิ่งไม้ แถมยังมีสองตัวอีกต่างหาก

     "เจ้า...คิดว่าอย่างไร?" จิ่งอี๋เอ่ยถามใบหน้ามีริ้วแดงพาดผ่าน ฉันมองเขาแล้วยิ้มขำก่อนจะคืนให้

     "คิกๆ พี่วาดอะไรน่ารักเช่นนี้เป็นด้วย" เขายิ้มโล่งเมื่อเห็นว่าฉันไม่ได้หัวเราะเยาะเขาก่อนจะก้มลงวาดต่อ ส่วนฉันก็วางโคมแล้วจะใส่โครงไม้ไผ่ ก่อนจะเหลือบไปเห็นซือจุยวาดลายผีเสื้อบนดอกไม้ดูสวยงาม

     "โห พี่ซือจุยเก่งจัง" เจ้าตัวยิ้มก่อนจะลงมือวาดต่อ ก่อนจะหมุนที่โล่งแล้ววาดบางอย่างเล็กๆไว้ มันดูเหมือน...

     หัวผักกาด?

     "ฟูหยาง!" เสียงตะโกนลั่นที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครดังขึ้นที่หน้าประตูลานฝึก เขารีบวิ่งมาหาแล้วเบียดจิ่งอี๋อย่างตั้งใจจนคนถูกเบียดจะอ้าปากด่า ฉันเหลือบเห็นพอดีเลยบอกจินหลิงไปตรงๆ

     "จินหลิง อย่าเบียดน่า ข้างพี่ซือจุยยังว่างนะ" เจ้ามินิขนมเข่งมุ่ยหน้าเหมือนงอน ฉันยิ้มแฉ่งแล้วพยักเพยิดเขาให้ไปนั่งข้างซือจุย เจ้าตัวจำยอมเดินไปนั่งข้างซือจุย ก่อนที่จะหยิบกระดาษโคมเปล่ามาวาดบ้าง

     แต่เหมือนว่าระหว่างฉันกับซือจุยจะเกิดสงครามเย็นกันแปลกๆ จนซือจุยยิ้มแห้งแล้วหันไปชวนจินหลิงคุย ส่วนฉันก็เหลือบมองจิ่งอี๋ที่ยังจ้องเขาเขม็งอยู่ตรงนั้นหลบไปไหล

     "คุณชายจิน ท่านจะวาดอะไรหรือ?"

     "ข้าจะวาดอะไร มันก็เรื่องของข้า!" จินหลิงที่โดนคนสุภาพพูดใส่ในระยะประชิดถึงกับเสียการทรงตัว ใบหน้าเห่อร้อนอย่างไม่ทราบสาเหตุแล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว

     "นี่! ซือจุยอุตส่าห์ถามเจ้าดีๆนะ"

     "แล้วยังไง!"

     "คุณชายจินพอเถอะ..." พอเห็นพวกเขาผุดลุกขึ้น พวกเรารีบผละโคมแล้วดันห้ามทั้งคู่แทน 

     "พี่จิ่งอี๋ อย่าตีกันที่นี่เลยนะ!" 

     แต่เหมือนทั้งสองคนไม่ฟังจินหลิงหยิบพู่กันมาจะป้ายใส่หน้าจิ่งอี๋ จิ่งอี๋เลยตอบโต้ด้วยวิธีเดียวกัน กลายเป้นสงครามที่ฉันกับซือจุยต้องรีบออกมา แต่ว่าโคมของฉันอยู่ระหว่างฝ่าเท้าของสองคนนั้น!!

     ฉันวาดเลือดตาแทบกระเด็น มันต้องไม่เปื้อนนนนน!!!

      ฟึ่บ! ฟึ่บ!





     แผละะะะ!!


     "..."

     "..."

     "..."

     "..."

     ทุกคนต่างอึ้งสนิทกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนจะก้มมองคนที่โดนลูกหลงตรงกลางซึ่งกอดกระดาษโคมของตัวเองไว้แน่น จนชุดสีขาวสะอาดเปรอะเปื้อนสีจากปลายพู่กันที่สะบัดมา ซือจุยยกมือตบหน้าผาก ส่วนฉันก็เหมือนสมองแบล็งก่อนจะมองของในอ้อมกอดที่พยายามปกป้องด้วยความโล่งใจ

     "ดีจังเลย ที่ไม่เปื้อน (^^)" ฉันยิ้มร่างแล้วลุกขึ้นโดยไม่สนใจสีหมึกที่เปื้อนบนตัว แต่ว่าไม่นานเสียงดังแปล๊บปล๊าบก็ดังขึ้นจนเหล่าศิษย์สกุลเจียงรีบขยับถอยห่าง

     เปรี๊ยะะๆๆ!!
     
     "โวยวายอะไร!" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างสงบนิ่ง ผิดกับพวกเราที่สะดุ้งโหยงแล้วหันไปยังต้นเสียง  

     ดวงตาคมยิ่งกว่าใบมีดเบิกกว้างเมื่อเห็นสภาพเสื้อของฉันที่เลอะหมึกสีที่วาดโคมไว้ ก่อนจะตวัดตามองซ้ายขวาของเจ้าเด็กปากร้ายกับหลานรักของตัวเอง

     "มีใครอยู่แถวนี้ พาตัวฟูหยางไปเปลี่ยนชุด ส่วนที่เหลือตามข้ามา!" เสียงเย็นเอ่ยสั่งก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไป ส่วนฉันก็เดินไปพร้อมกับสาวใช้ไปอีกทางหนึ่ง







     ฉันถูกเปลี่ยนเป็นชุดสีม่วงอ่อนและสีชมพูบัวดูอ่อนช้อย แต่กลับสดใสและมีชีวิตชีวาด้วยผ้าปักลายบอกบัวที่ชายเสื้อตัวนอก พวกสาวใช้ก็ทำเหมือนกับว่าฉันเป็นตุ๊กตา จับฉันแต่งตัวอย่างสนุกสนานเชียว

     "เรียบร้อยดีไหม?" พวกสาวใช้ที่อยู่ด้านนอกเอ่ยถาม พวกนางพยักหน้าก่อนที่คนด้านนอกจะเดินออกไป

     "เจ้าว่าทำผมเช่นไรให้นางดีเล่า?"

     "จะทำอะไรเล่า ข้าว่าจะให้ทำทรงเหมือนของพวกข้าไง..นางต้องเป็นที่หมายตาของคนทั่วอวิ๋นเมิ่งเป็นแน่!" สาวใช้ A ว่าก่อนที่อีกคนจะแย้งขึ้น

     เห่อๆ พูดจาเวอร์เกินไปมั้ย?

     "ไม่ๆ! ต้องเป็นมัดแหละสองข้างสิ!" ระหว่างที่พวกหล่อนกำลังเถียงกันฉันก็แอบออกมาจากห้องทันทีพร้อมกับผ้าผูกผมสีฟ้าอ่อนมัดรวบไว้หลวกๆ

     "อ้าว เสร็จแล้วหรือเจ้าคะ?"

     "ขอบคุณ ท่านน้ามากเจ้าค่ะ สำหรับชุด" หญิงวัยสามสิบกว่าๆยิ้มบางแล้วมองชุดที่ฉันสวมด้วยความเอ็นดู

     "เหล่าคุณชายกำลังถูกอบรม แล้วก็อยู่ในช่วงสำนึกผิดอยู่จนกว่าจะถึงเวลางานลายโคมเริ่ม...ส่วนคุณหนู ท่านประมุขได้ให้เราจัดเตรียมขนมและน้ำชาไว้ที่ศาลาริมน้ำ ข้าน้อยเลยมานำทางเจ้าค่ะ"

     "ทราบแล้วเจ้าค่ะ เชิญท่านน้านำทางไปก่อนได้เลย" หล่อนโค้งให้ก่อนจะเดินนำฉันมายังศาลาริมน้ำก่อนที่จะให้ฉันอยู่เพียงลำพัง 

     ฉันนั่งกินขนมดื่มชา ชมทิวทัศน์ของทะเลสาบยามที่ประอาทิตย์ใกล้จะตกดิน ย้อมสีทะเลสาบ และท้องฟ้าเป็นสีแดงอมม่วงสวย จนนึกว่า้ามันเป็นจานสีคงเอามาทาบนโคมคงจะสวยน่าดู

     ฟึ่บๆๆ!

     "หืม?..." เมื่อรู้สึกว่ามีบางอย่างมากระตุกผมจากด้านหลังจึงเอี้ยวตัวไปตามปฏิกิริยาตอบสนอง ก็เห็นว่าเจียงเฉิงหยิบผมช่อเล็กๆจากหางม้าของฉันแล้วจัดไขว้ไปมา

     "อยู่นิ่งๆสิ...ไม่นานหรอก" เขาว่าก่อนจะจับหัวฉันหมุนไปมองด้านหน้าแล้วถักเปียต่อไปเงียบๆจนกระทั่งเขานำมันพันรอบตรงที่เรามัดรวบผมไว้ตบท้ายด้วยผ้าผูกผมสีฟ้าอ่อน

     เมื่อเห็นว่าเรียบร้อยฉันจึงยกมือขึ้นคลำๆหัวของตัวเอง แล้วสะบัดไปมาเมื่อคิดว่ามันไม่หลุดแล้วจึบหันไปขอบคุณ

     "ขอบคุณเจ้าค่ะ"

     "ชุดของเจ้า ข้าคิดว่าคงมิได้นำมาเปลี่ยน...เป็นอย่างไรบ้าง?"

     "ใส่สบายมากเจ้าค่ะ ลวดลายก็สวยด้วย" ฉันตอบแล้วหมุนตัวให้เขาดู  เจียงเฉิงยกยิ้มบางก่อนจะให้นางกำนัลเอาบางอย่างมาวางไว้บนโต๊ะ แทนขนมที่พร่องไปกว่าครึ่ง

     ถ้วยใหญ่เคลือบกระเบื้อง ก่อนที่ถ้วยสี่ห้าใบถูกวางประจำโต๊ะ ฉันมองของบนโต๊ะด้วยความสงสัยไม่นานนักก็เห็นพวกเด็กหนุ่มเดินหน้าจ๋อยมายังศาลาริมน้ำ

     "โคมกระดาษของเจ้า ข้าให้พวกสาวใช้ใส่โครงไม้ไผ่ให้แล้ว...พวกเจ้ามัวยืนรอสิ่งใด รีบเข้ามานั่งสิ!" เจียงเฉิงว่าก่อนจะตวัดสายตามองคุณชายทั้งสาม พวกเขาเดินหงอยๆโดยที่ฉันกวักมือเรียกจิ่งอี๋ให้มานั่งข้างฉัน

     ฝาถูกเปิดจนได้กลิ่นหอมกรุ่นของซุปกระดูกหมูทำเอาท้องหิวขึ้นมาทันที สาวใช้ตักให้พวกเราคนละหนึ่งทัพพีแล้วถอยออกห่าง

     "รากบัวตุ๋นซี่โครงหมู...พวกเจ้าทานรองท้องก่อนจะไปเดินเล่นก็แล้วกัน ทานได้" เมื่อได้รับคำอนุญาตพวกเด็กหนุ่มก็ซดน้ำแกงเหมือนไปตายอดตายอยากมาจากไหน

     ฉันก้มมองก่อนจะตักชิมน้ำแกง ไม่นานนักรอยยิ้มที่มุมปากยกขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ เจียงเฉิงเห็นท่าทีของฉันก็หัวเราะเอ็นดูแล้วเอ่ยถาม

     "เป็นอย่างไร หวังว่าคงถูกปากเจ้า..."

     "อร่อยมากเลยเจ้าค่ะ" คือฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมบ้านบัวถึงมีเมนูนี้เป็นเมนูประจำ ก็เพราะมันอร่อยจนแบบขนาดรากบัวฉันยังกินแทบไม่เหลือ ซี่โครงหมูที่เนื้อของหมูนั้นมันเปื่อยกำลังดี เข้าปากทีนี่แทบจะละลายแล้วน้ำก็เข้มข้นมากเลย!

     กฏอวิ๋นเซินปู้จือฉู่ห้ามกินข้าวเกินสามชาม แต่ที่นี่อวิ๋นเมิ่ง และเราก็ไม่ได้เป็นคนสกุลหลาน เลยซัดไปเลยจ้ะห้าชามถ้วนๆ ขนาดจินหลิงยังอ้าปากค้างที่เห็นฉันกินเยอะขนาดนี้

     ก็ที่กูซู มันมีแต่ผักมั้ยล่ะ! เนื้อปลาก็ยังไม่มีให้เล้ยยย เรียกว่าเป็นพวกมังสวีรัต หรือไม่ก็พวกถือศีลสุดกู่เลยเถอะ  หมูจุ่ม ชาบูของโปรดฉันนี่อย่าหวังจะได้กินที่อวิ๋นเซินปู้จือฉู่เลยเถอะ









    พวกเขาบอกว่าาจะให้เราไปเดินเล่นในเมืองกันก่อน แล้วให้เราไปปล่อยโคมกันเองตามอัธยาศัย ซึ่งในตอนนั้นจิ่งอี๋ต้องการจะไปอีกทาง แต่จินหลิงจะไปอีกทาง พวกเขาเกือบทะเลาะกันอีกรอบแต่พวกเราก็ห้ามไว้ก่อน โดยที่ฉันจะไปกับจิ่งอี๋ส่วนซือจุยจะไปกับจินหลิง ตอนแรกจินหลิงไม่อยมหรอก เพราะยังระแวงเมื่อนึกถึงตอนที่ซือจุยเมาท้อกลั่นได้ดี

     ฉันเองก็จำได้ และอยากให้เขาอยู่ด้วยกันไง!


     ฉันและจิ่งอี๋เดินดูเขาแขวนโคมด้วยความตื่นตา เพราะส่วนใหญ่แล้วนานๆทีจะได้มาเจอเทศกาลที่คึกคักแบบนี้ มันยิ่งทำให้รู้สึกสนุกเข้าไปใหญ่เลยล่ะ!

     "เป็นอย่างไรบ้าง ฟูหยาง"

     "มันสวยมากๆเลยพี่จิ่งอี๋  พวกโคมมีเยอะมากจนเวียนหัวไปหมดเลย...เอ นับถึงไหนแล้วเนี่ย" ฉันยิ้มกว้างตอบกลับจิ่งอี๋ที่มองท่าทางฉันที่ไม่เคยมางานเทศกาลแบบนี้

     "เจ้าใส่ชุดของสกุลเจียงก็เหมาะดีนะ" ระหว่างที่กำลังนับโคมแขวนด้านบนเสียงพูดของจิ่งอี๋ก็ดังขึ้น มันรู้สึกตะหงิดใจแปลกๆจนต้องหันไปมองเขา

    สายตาของจิ่งอี๋มันดูเหมือนจะไม่พอใจหน่อยๆที่ฉันใส่ชุดของสกุลเจียงสีม่วงชมพูดชุดนี้สักเท่าไหร่ แถมคำพูดของเขามันออกแกมประชดฉันด้วยสิ

     "เหรอ...แต่ข้าว่าพี่โกหกนะ"

     "ทำไม?"

     "ไม่รู้สิ ข้าคงไม่น่ามองเท่ากับแม่นางในฝันของพี่หรอกกระมัง" ฉันเบ้ปากพูดไปเรื่อยเปื่อยแล้วเดินจ้ำอ้าวไปข้างหน้าต่อ โดยทิ้งให้จิ่งอี๋ยืนเอ๋อตรงนั้น ก่อนจะกลืนหายไปกับกลุ่มคนที่เที่ยวงานเทศกาลกันอย่างคึกคัก




     เมื่อคิดว่าหลบพ้นแล้วจึงมาที่ริมแม่น้ำห่างจากเมืองไปมากพอสมควร แถวนี้มันน่ากลัวจนแทบไม่ค่อยไม่มีใครอยู่หรือเดินผ่าน แต่ก็ดีเหมือนกัน ขอมองภาพจากที่ไกลๆหน่อย มันดูสวยมากเหมือนกับภาพถ่ายหรือในนิยายจีนแฟนตาซีที่เคยอ่าน

    แต่นี่มันคือเรื่องจริง...

     ซ่าาาา

     "นายน้อย..." เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นจากน้ำ ก็เห้นว่าเป็นไป๋เหลียนในร่างมนุษย์โค้งคำนับให้แล้วเดินบนผิวน้ำมายังพื้นดิน

     "ไป๋เหลียน สบายดีมั้ย?"

     "ข้าน้อยสบายดีเจ้าค่ะ...พวกดอกบัวบอกว่านายน้อยมาเที่ยวงานเทศกาลลอยโคม เจ้าจึงมาทักทายท่าน"

     "ขอบคุณนะ ขอโทษนะที่ไม่มีอะไรมากฝากเธอเลย ไว้คราวหน้าก็แล้วกันเนอะ" ไป๋เหลียนพยักหน้ารับยิ้มๆตกลง ก่อนจะยื่นดอกไม้ดอกหนึ่งมาให้ฉัน

     "ข้ามีของจะมอบให้กับท่านเจ้าค่ะ" ฉันมองดอกไม้ประหลาดในมือของนางแล้วรับมาก่อนจะดมกลิ่น อื้อ กลิ่นเหมือนดอกกุหลาบกับดอกมะลิเลยแฮะ

     "ขอบคุณนะ ฮ ฮัดชิ้วววว!!"


     พรึ่บ!


     ขึ้นมามองไป๋เหลียนที่หัวเราะน้อยๆ ตอนแรกก็จะว่าอยู่หรอกแต่ฉันกลับรู้สึกแปลกไปจากเดิม มุมมองที่ฉันมองไป๋เหลียนเปลี่ยนไปเหมือนตัวฉันสูงขึ้นรึเปล่านะ?

     "นายน้อยอย่าได้กังวลเจ้าค่ะ ท่านจะกลับคืนสภาพดังเดิมในยามห้าย (21.00 - 22.59 น.) ขอให้นายน้อยสนุกกับงานเจ้าค่ะ" หล่อนว่าก่อนจะกลายเป็นงูขาวแล้วลงน้ำไป


    ฉันยืนอึ้งเอ๋ออย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะเดินไปมองน้ำในทะเลสาบเงาสะท้อนในน้ำทำให้ฉันไม่อยากจะเชื่อตัวเองเลยลองจับหน้าดู จนกระทั่งเสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง

     "แม่นาง!" เสียงเรียกทำให้ตกใจจนต้องหันขวับไปมองเขา กลับพบว่าเป็นจิ่งอี๋
 

     "แม่นาง! ใช่ท่านจริงๆด้วย...ข้ามีเรื่องอยากจะบอกกับท่านมาก" เขาเดินเข้ามาใกล้ด้วยสายตาที่ดีใจอย่างสุดๆ แต่ตรงกันข้ามกับฉันที่อึดอัดใจอย่างมากที่สุดและไม่อยากให้เห็นร่างนี้มากที่สุด

     

     
     ร่างเดิมของฉัน...ในชาติที่แล้ว



     ท่านจะกลับคืนสภาพดังเดิมในยามห้าย (21.00 - 22.59 น.) 




    ฉันจะกลับคืนร่างเดิมตอนห้าทุ่มงั้นเหรอ ตลกแล้ว!! ตลกร้ายมากด้วย!!









     เห็นฉันเป็นซินเดอเรลล่ารึไงกัน!!










เห่อๆ  ไม่มีไรมาก

เม้น-กัน-หน่อย!!


ความสุขของเตี้ย = การเห็นรีดเดอร์อินกับฟิค และเม้นมาให้อ่าน








ขอแค่นี้จริงๆ กราบล่ะค่ะ



รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 256 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,619 ความคิดเห็น

  1. #1581 icesupicha (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 14 มีนาคม 2564 / 21:09

    เอาแล้ววว

    #1,581
    0
  2. #1456 รากต้นโพธิ์ (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 14:11
    ความชิหัยของหยางก่อให้เกิดตำนานซินเดอเรลล่าภาคใหม่55
    #1,456
    0
  3. #911 Olivia1112 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 / 23:39
    ซินเดอเรลล่า งุ้ย~
    #911
    0
  4. #910 ratima4494 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 09:09
    แงชอบมาก ตามอ่านทั้งคืน5555 พลอตดีกว่าocเรื่องอื่นมากๆๆ จิ่งอี๋จะรู้สักทีมั้ยว่าคนเดียวกันอ่ะแม่ เดะสับสนอีก55555
    #910
    0
  5. #909 mnttmb (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 06:48
    ซินเดอเรลลี่~
    #909
    0
  6. #908 chyanin (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 03:21
    ซินเดอเรลล่าฟูหยาง กับแม่มดน้อยไป๋เจี๋ยน 5555
    #908
    0
  7. #907 Namthan44 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 02:24

    ดีงามมากกก

    #907
    0
  8. #906 Fogus2005 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 01:17

    เป็นซินเดอเรลล่าเวอร์ชั่นจีนเลยทีนี้555 อยากรู้เร็วๆจังว่าตอนสุดท้ายนางเอกจะทิ้งอะไรไว้ให้พระเอกออกตามหา รองเท้ารึเปล่านร้า~
    #906
    0
  9. #905 KazukiRei (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 01:17
    ซินเดอหยางกำลังจะเครียดตายแล้ว55555
    #905
    0
  10. #904 Aimi soulsaver (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 00:58
    สู้ๆนะน้องหยางจะสวดมนต์เป็นกำลังใจให้~
    #904
    0
  11. #903 KilLa (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 00:49
    ซินเดอเรลล่าก็มา
    #903
    0
  12. #902 NaomiSama (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 00:42

    รอต่อไป เราไม่มูฟออน
    #902
    0
  13. #901 tonnhan79 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 00:41

    สนุกมากๆเลยค่า
    #901
    0