[ปรมาจารย์ลัทธิมาร] พันธวิญญาณข้ามภพ (OC)

ตอนที่ 42 : ตอนที่ 40 พบตัวลี่เฮย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,968
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 264 ครั้ง
    2 พ.ย. 62




     
     อากาศในวันต่อมา มันก็เหมือนกับวันอื่นๆในอวิ๋นเมิ่ง ผู้คนต่างออกมาจับจ่ายซื้อของเสียงคนคึกคักในย่านตลาดที่ใกล้กับสำนักตระกูลเจียง ฉันตื่นมาในช่วงสายของวันนั้น แต่ก็ไม่ได้ออกไปไหน ตั้งแต่เช้าตอนเรากินข้าวฉันกับจิ่งอี๋ก็ไม่ได้คุยอะไรกันมากมาย ถึงแม้จะแปลกใจแต่เราก็เพียงได้แค่คิดเท่านั้น

     ฟิ้วววววว!

     "พี่หยาง!" เสียงของเด็กหนุุ่มที่ไม่ได้ยินมานานดังขึ้น ฉันหันขวับไปด้านหลังเห็นร่างของโม่เสวียนอวี่นั่งอยู่ที่เตียงพอดี

     "อาอวี่!....ไม่ได้เจอกันนานเลย หายไปไหนมาน่ะ?" เด็กหนุ่มยิ้มแฉ่งแล้วพูดขึ้นเสียงฉะฉาน

     "เว่ยอู๋เซี่ยนไปที่เมืองอวิ๋นผิงแล้ว!"

     "อ๋า นั่นน่ะมันแน่อยู่แล้วล่ะ ว่าแต่ทำไมต้องหน้าตาตื่นอย่างนั้นด้วย?" ฉันยกมือขึ้นปรามเมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าเริ่มลน

     "ตอนข้าจะตามเขาไป ข้ารู้สึกถึงบางอย่าง...มันน่ากลัวมากจนต้องรีบมาหาพี่หยาง" คิ้วขมวดมุ่นแล้วลุกจากตั่งมานั่งข้างเสี่ยวโม่

     "เล่ามา..."

     "ข้ารู้สึกถึงแรงอาฆาตมหาศาล มันรุนแรงมากจนอาอวี่เกือบจะถูกควบคุมไปด้วยแล้ว...แต่อาอวี่ตั้งสติได้เลยรีบมาหาพี่หยาง มันน่ากลัวมากเลย พี่หยางต้องไปหยุดเขานะ! ไม่อย่างนั้นเหยาเกอ...เหยาเกอจะ...ฮึก ฮือออ" มือเล็กจับแขนฉันเขย่ารัวๆน้ำตานองหน้า

     "ใจเย็นอาอวี่...ไม่ต้องกลัว ฉันจะช่วยให้ได้ เธอบอกมาสิว่าเห็นอะไร?" ฉันลูบต้นแขนปลอบเขาให้เขาใจเย็น อาอวี่ตอบเสียงสั่นพร่าและมันเบามากจนแทบจะไม่ได้ยิน

     "เ..ง...จุน..."

     "หา? อะไร---"

     ครืนนนนนนนนนนนน!!

     เสียงฟ้าร้องทำให้ฉันละสายตามองออกไปยังนอกหน้าต่าง กลิ่นชิ้นของฝนบนก้อนเมฆสีเทาเข้มขนาดใหญ่ก่อนที่ฉันจะเห็นบางอย่างที่แปลกไปจากเดิม สีของก้อนเมฆบางส่วนในอีกเมืองหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลนักสีเข้มกว่าปกติ

     "ทางนั้นมัน..."

     "พี่หยาง! ทางนั้นคือเมืองอวิ๋นผิง ชื่อเฟิงจุนกำลังคลุ้มคลั่ง!" คำพูดของเสี่ยวโม่ทำให้ตาโตรีบลุกจากเตียงและวิ่งออกจากห้อง ก็เห็นว่าประตูสำนักเพิ่งปิดลงไปต่อหน้าต่อตา

     มีคนออกไปแล้ว!

     กริ๊งงงงงง!

     นายน้อย! แรงอาฆาตบางอย่างกำลังจะแผ่มาจากทางเมืองอวิ๋นผิง!

     "เมื่อกี้นี้มีใครออกไป?"

     ประมุขเจียงเจ้าค่ะ! อ๊ะ! เมื่อครู่ข้าเห็นว่ามีท่านเซียนชุดขาวตามไปด้วย!

     "เจียงเฉิง กับซือจุยงั้นสิ..."

     "พี่หยาง เร็วเข้า!" ฉันพยักหน้าก่อนจะหนีออกทางอื่นแล้วรีบตรงไปยังเมืองอวิ๋นผิงทันที







     เมื่อมาถึงยังเมืองอวิ๋นผงฝนก็ตกลงมาเหมือนกับฟ้ารั่วจนฉันต้องหาที่หลบฝนชั่วคราว ถึงแม้อวิ๋นผิงจะเป็นเมืองเล็กๆ แต่เราก็ไม่รู้ทิศทางที่จะไปยังวัดกวนอิมนั้นเลย เสี่ยวโม่ก็ไม่ยอมปรากฏตัวออกมา แล้วฉันจะตามหาตัวชื่อเฟิงจุนได้ยังไงกัน

     ตึกๆๆ!!

     "ฟูหยาง! เจ้ามาที่นี่ได้ยังไง?" เสียงของซือจุยดังขึ้นก่อนที่เขาจะวิ่งเข้ามาหา ฉันหน้าเหวอหาข้อแก้ตัวแทบไม่ทัน

     "ข ข้ารู้สึกผิดปกติเลยตามที่ๆเมฆมันอยู่มา...แล้วพี่ล่ะ?"

     "ข้า..."

     ครืดดดดด....ครืดดดดดดด!

     เสียงบางอย่างที่ครูดไปกับพื้นดังขึ้นจนบทสนทนาของพวกเรานั้นหยุดลง ก่อนจะหันไปตามเสียงร่างคนตรงหน้าของพวกเรานั้น คือเวินหนิงที่ในมือนั้นถือบางอย่างเอาไว้ มันแผ่ไอสีดำทมึนน่ากลัวออกมา ซือจุยเห็นแล้วดีใจจะเดินเข้าไปหา

     "ขุนพลผี! ท่านมาที่นี่ได้อย่างไร แล้วผู้อาวุโสเว่ยเล่า?"

     "..."

     "ขุนพลผี? ท่านเป็นอะ---" แววตาที่เขามองซือจุยทำให้ฉันตัวเย็นวาบ รีบวิ่งเข้าไปขวางไว้ทันที

     "ถอยออกมา!!" ฉันตะโกนก่อนจะยกแขนขึ้นกำบังกำไลแขนแปรเปลี่ยนเป็นเกราะแขนป้องกันไว้ได้ทันพอดี 

     เก๊งงงงงงงงงงงง!!

     "ฟูหยาง!"

     "พี่ซือจุย นี่ไม่ใช่เวินหนิง! เขาถูกควบคุมอยู่!" ฉันว่าก่อนจะสะท้อนแรงนั้นกลับซือจุยยืนนิ่งด้วยความไม่เข้าใจ 

      ตึงงง!!

     แรงสะท้อนกลับของเขาทำให้แขนของฉันถึงกับชา จนสั่นระริก...พลังของดาบที่กินแรงอาฆาตเป็นอาหารนี่น่ากลัวจริงๆ!

     "เจ้าหมายความว่าอย่างไร ฟูหยาง?"

     "เวินหนิงถูกแรงอาฆาตของดาบควบคุม...พี่ซือจุย อาจจะเสี่ยงไปหน่อยแต่พี่ทำตามคำขอของข้าได้ไหม?" ซือจุยผินหน้ามองแล้วพยักหน้า

     "ได้ เจ้าว่ามา"

     "ดาบนั่นมีจุดมุ่งหมายที่จะไป...พี่ถือโอกาสนั้นต้านเขาไว้อย่าให้ไปที่วัดกวมอิมให้ได้นานที่สุดนะ"

     "เจ้าจะทำอะไร?"

     อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก!!

    
     เสียงกรีดร้องก่อนที่ร่างของเวินหนิงจะพุ่งเข้ามาหาพวกเราอีกครั้ง ฉันเรียกเกราะแขนกลับกลายให้เป็นกำไลแขนดังเดิมดาบที่เปี่ยมไปด้วยแรงอาฆาตเงื้อมขึ้นสูง ก่อนจะตัดสินใจใช้มือเปล่ารับดาบนั่นไว้ทันที

      หมับ!
     
     "ฟูหยาง!"

     "ไม่เป็นไร..." ฉันนิ่วหน้าทันทีที่ดาบสัมผัสกับมือ 

     ความคมของดาบไม่ได้ทำให้ฉันได้เลือดหรือแผลจนน่าแปลก แต่ทันทีที่ปลายนิ้วทั้งห้าสัมผัสตัวดาบ แรงอาฆาตสีดำทมิฬที่ลอยฟุ้งจางๆกำลังลอยมาหา ริมฝีปากเผยออ้ากลืนกินแรงอาฆาตที่เข้ามาในร่างกาย ก่อนที่วิญญาณดาบจะรู้ตัวจึงดีดตัวออกทันทีแล้วมุ่งหน้าไปยังวัดกวนอิมต่อ

     ตึกตัก!

     "อึ่ก!" หัวใจเต้นแรงจนฉันเจ็บร้าวแล้วยกมือขึ้นขยุ้มอก หัวใจมันเต้นเร็วมากจนเหมือนกับจะทะลุออกมาเลยก็ว่าได้

     "เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?!"

     "ไม่เป็นไร...พี่ตามเขาไป เร็วเข้า!"

     "แต่ว่า--"

     "ข้าจะพยายาม! รีบไป ก่อนที่จะมีใครตาย!" ซือจุยชะงักมองฉันสลับกับเวินหนิงด้วยความลังเล ก่อนที่เขาจะตัดสินใจวิ่งตามเวินหนิงไป

   
     ครืนนนนน!

     "อึ่ก!....แฮ่กๆๆ" มือที่ขยุ้มอกเสื้อแน่นขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีบางอย่างเหมือนกับแท่งเหล็กแหลมเสียงแทงเข้าที่หัวใจจนต้องทรุดลงนั่ง

     ตุบ!

      มันเจ็บมาก...เจ็บจนน้ำตาไหลออกมา เหมือนบางอย่างคล้ายกับลวดหนามที่ทำจากน้ำแข็งกำลังบีดรัดที่หัวใจ มันวูบโหวงไปหมด แต่อีกนัยหนึ่งมันก็ร้อนจนแทบจะเผาร่างของฉันให้กลายเป็นเถ้าถ่าน

     เจ็บแค้นโกรธเคือง แต่อีกนัยหนึ่งกลับโศกเศร้า และผิดหวังที่ถูกหักหลัง

     "ชื่อเฟินจุน...ขอร้อง ฮึก...หยุดอาฆาตแค้นเถอะ"  

     แรงอาฆาตของชายคนนั้น มันยังเจือไปด้วยความห่วงหาอาลัย ภาพหนึ่งที่ฉายเข้ามาในหัวมันทำให้ฉันเข้าใจจนต้องร้องไห้ออกมา

     ภาพของจินกวงเหยาตอนที่ยังอยู่กับเนี่ยหมิงเจวี๋ย...สู้เคียงบ่าเคียงไหล่ไปด้วยกัน แต่ภาพที่จินกวงเหยาไม่มีวันได้เห็นและไม่มีวันที่จะรู้

     ภาพที่เนี่ยหมิงเจวี๋ยก้มลงมองเขาแล้วยกยิ้มบาง ทอดมองเขาด้วยสายตาทอประกายอบอุ่นอย่างที่ไม่มีใครเคยเห็นจากคนที่ได้ชื่อว่าเป็นคนที่นิสัยแข็งกระด้างอย่างเนี่ยหมิงเจวี๋ย

     กึกๆๆๆ

     "อ อั่ก! อ๊ากกกกกกกกกก!!" บางอย่างที่กำลังครอบงำฉันจนดวงตาข้างหนึ่งมันร้อนผ่าวจนต้องยกมือขึ้นกุมเอาไว้ 


      ครืนนนนนน  เปรี้ยงงงงงง!!


     สายฟ้าผ่าสว่างวาบเห็นภาพสะท้อนในแอ่งน้ำบนพื้นมันบอกหมดทุกอย่าง ดวงตาข้างหนึ่งของฉันตาขาวกลายเป็นสีดำ นัยน์ตาสีเขียวที่ม่านตาเรียวรีเหมือนกับ...ปีศาจ

     "บ้า...บ้าชัดๆ อึ่ก!" มือยกขึ้นกุมหัวที่ตอนนี้แทบจะระเบิดออกมา และคงจะสติแตกไปแล้วถ้าไม่ได้ยินเสียงของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นมาเสียก่อน





     ไม่เอาอีกแล้ว...ข้ากลัว!



     ไม่รู้ว่านั่นเสียงของใคร แต่ว่าในตอนนั้นทุกอย่างกลับมืดสนิทไปหมด...ฉันลอยอยู่ในใต้ทะเลลึกที่ไร้จุดสิ้นสุดด้วยแววตาเลื่อนลอย น้ำนั้นเย็นเฉียบจนหนาวกัดผิวของฉัน กระทั่งรู้สึกว่าตรงกลางอกมีโซ่เส้นหนาสีทำทมิฬมีหนามล้อมรอบปรากฏออกมาจากข้างใน และเชื่อมลงไปยังก้นมหาสมุทร จึงว่ายลงไปตามโซ่เส้นน้ำ



    จนมาถึงยังพื้นใต้มหาสมุทร โซ่เส้นนั้นพาฉันมายังผลึกสีดำขนาดใหญ่ผลึกนั่นมีปลายแหลมไปมาดูไม่น่าเข้าใกล้แต่ฉันก็ยังเดินเข้าไป จนกระทั่งจุดสิ้นสุดของโซ่มีร่างของคนๆหนึ่งกำลังหันหลังให้ฉันแล้วร้องไห้สะอึกสะอื้น ฉันเดินเข้าไปใกล้อย่างเงียบๆ เพื่อจะเอ่ยถามไถ่


     "นี่...เป็นอะไรไปเหรอ?" เจ้าหล่อนพอรู้ว่ามีคนมาแตะบ่าก็สะดุ้งตัวโยนรีบถอยหนีห่างเป็นเกือบจะเมตรไปหลบหลังผลึกก้อนหนึ่ง ผมของเธอยาวถักเปียใหญ่จนลากพื้นและดูหนานุ่มมาก

     "จ...เจ้าเป็นใคร?"

     "ฟูหยาง คือชื่อของฉัน...ไม่ต้องกลัวหรอก ฉันไม่ใช่ศัตรู...ดูสิ ฉันไม่มีอาวุธเลย" ฉันยกมือขึ้นเหนือหัวแล้วหมุนตัวให้เธอดู หล่อนยอมออกมาแต่โดยดีแต่ก็ยังไม่ยอมเข้าใจ

     "..."

     "ถ้าเธอสะดวกที่จะนั่งก็นั่งเถอะ ฉันถอยให้เธอก็ได้นะ ถ้าเธอกลัว" เธอเงียบก่อนจะพยักหน้า ฉันจึงถอยออกมาแล้วนั่งลงเพื่อให้เธอนั่งที่เดิม

      ตุบ!

       เมื่อเจ้าหล่อนนั่งบนแท่นผลึกแล้ว มือเรียวภายใต้ชุดสีดำก็โผล่พ้นผ้าออกมานิ้วเรียวสวยขยับไปมาก่อนที่จะมีบางอย่างเลื้อยมาแล้วมัดตัวฉันเอาไว้

     "ข้าไม่เชื่อ...จึงต้องทำเช่นนี้" ก่อนจะอ้าปากถามเธอก็ตอบมาซะก่อน ดูท่าจะเป็นคนขี้กลัวมากเลยนะเนี่ย

     "ก็ได้ นี่ ขอฉัน...มองหน้าของเธอหน่อยได้ไหม?" ใบหน้าที่ถูกผมบังเสียมิดจนเห็นเพียงแค่ริมฝีปากเงยหน้าขึ้นมองฉัน เธออึกอักที่จะตอบ แต่ก็ถามกลับด้วยความลังเล

     "เจ้า...จะไม่ตกใจใช่ไหม จะไม่กลัวข้าใช่หรือเปล่า?"

     "ฉันสัญญา หากว่าฉันตกใจจะทำร้ายเธอ...เธอสามารถฆ่าฉันได้เลย" ฉันยื่นคำคาดเพื่อซื้อความเชื่อใจ อีกฝ่ายนิ่งก่อนที่มือเล็กจะยกขึ้นและแหวกกลุ่มเส้นผมที่ปรกหน้าออกแล้วคล้องหลังใบหูและถอดผ้าที่พันรอบศีรษะได้รูปลง

      ใบหน้างดงามราวกับตุ๊กตา ดวงตาสีม่วงอ่อนฉ่ำหยาดน้ำตาแต่สิ่งที่น่าแปลกตาก็คือ เขาเดียวที่เป็นหยกสีฟ้าอ่อนบนหน้าผากเนียนแต่มองดูรวมๆแล้ว เธอคนนี้...

     "น น่ารักจัง" ฉันเผลอพูดออกไปทำให้เธอตกใจ ก่อนที่ใบหน้าหวานจะแดงซ่านด้วยความเขินอายยิ่งทำให้ดูน่ารักเข้าไปใหญ่

     เหมือนตุ๊กตาเดินได้ มีชีวิตเลย! แม่!! อยากได้น้องกลับบ้าน

     "ชื่อล่ะ? ชื่อของเธอ...ชื่ออะไรเหรอ?" คนตรงหน้าทำหน้าลนลานเหมือนกระรอกน้อย สีหน้าแววตาของเธอมันดูเขินอายและ นุ่มนิ่มไปหมด

      "อ เอ่อ..."

       "..."

       "ลี่เฮย...นามของข้า ลี่เฮย" คำตอบของเธอทำเอาฉันยิ้มค้างเหมือนสมองไม่ประมวลผล จนกระทั่งต้องค้นชื่อในแบล็กลิสต์แล้วมันก็ทำเอาฉันหน้าชา มือเท้าเย็นไปหมด



      
      ลี่เฮย! อสูรแห่งการชำระล้าง!



 









     จิวเหลี่ยงที่ตอนนี้พำนักอยู่ในที่ลึกลับแห่งหนึ่งของกูซู ตรงหน้าของร่างระหง คือ ชายหนุ่มที่โค้งคำนับให่อย่างนอบน้อม เจ้าหล่อนย่อตัวรับคำทักทายแล้วยิ้มตามมารยาท 

     "ท่านควรบอกข้าเสียก่อนว่าจะมา...ข้ามิได้เตรียมสิ่งใดต้อนรับท่านเลย" จิวเหลี่ยงส่ายหน้าก่อนที่เจียหู่จะผายมือให้อีกฝ่ายนั่งลงที่บนแท่นหินที่ปกคลุมด้วยฟางหนานุ่ม

     สวบ

     "ข้าได้ข่าวจากนางงูขาวมา เฟิงหวงได้รับการปลดปล่อยแล้ว...และตอนนี้นางได้กลับไปยังหุบเขาฉีซานเพื่อฟื้นฟูพลัง" เจียหู่พยักหน้ารับนิ่งๆ ก่อนที่จะเสกชุดน้ำชาให้หญิงสาว เจ้าหล่อนไม่พูดอะไรเพียงแต่ดีดนิวและให้รินน้ำชาเอง

     "..."

     "ต้องขอโทษด้วยที่ข้ามิได้บอกเจ้าล่วงหน้า แต่ที่ข้ามาเพราะมีเรื่องที่ข้ากังวลอยู่เลยต้องมาคุยกับเจ้า"

     "เกี่ยวกับแม่นางฟูหยางหรือขอรับ?" จิวเหลี่ยงพยักหน้าด้วยความกังวล มือเรียวหยิบถ้วยชาแล้วยกขึ้นจิบอย่างละเมียดละไมเปลือกตาสีมุกปิดลงราวกับทำใจได้ยากกับเรื่องที่เกิดขึ้น
     
     "ลี่เฮย นางตื่นแล้ว..." แค่ได้ยินชื่อเจียหู่ก็ตาเบิกกว้าง แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะเขาก็ไม่อยากจะคิดอะไรไปมากกว่านี้

     "นานหรือยังขอรับ?"

     "อืม แต่โชคยังดีที่ครั้งนั้นได้ซือจิงสะกดไว้...แต่การตื่นของนางครั้งนี้มันไม่เหมือนกับครั้งอื่นๆ หากนางมีอำนาจเหนือเด็กสาวคนนั้นเมื่อใดก็ตามที่เธอคนนั้นสิ้นหวัง เราจะทำอะไรไม่ได้อีก" จิวเหลี่ยงกำถ้วยชาแน่นขึ้นด้วยความกังวล

     "ขออภัย แต่เจียหู่มีข้อแย้งขอรับ"

     "ว่ามาสิ..."

     "ข้าน้อยว่า...ฟูหยาง นางอาจจะไม่เหมือนกับผู้อื่นก็เป็นได้นะขอรับ" เจียหู่ว่าแล้วลอบยิ้มบางเมื่อเขาได้คุยกับเด็กสาวครั้งแรก

     ยามที่เขารับรู้ว่าเธอเป็นเลือดผสมนั้น บางอย่างที่เขาได้ยินออกมาจากเสียงหัวใจของเด็กสาวตรงหน้า...มันต่างจากเสียงหัวใจของคนทุกคนในยุทธภพ

     "น่าแปลกนะ ที่เจ้ายิ้มเช่นนั้น แสดงว่าเห็นอะไรดีๆในตัวนางล่ะสิ"

     "ขอรับ"

     "..."

     "บางที หากเป็นแม่นางฟูหยางล่ะก็ ลี่เฮยอาจจะเปิดใจให้กับนางก็ได้...เพราะแรกเริ่มเดิมทีนั้น ลี่เฮยนาง..." จิวเหลี่ยงพยักหน้ารับ สายตาทอประกายสงสารคนในห้วงความคิดเช่นกัน

     "ใช่ นางไม่ใช่อสูร...เป็นเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น"

   











     "ล ลี่เฮย...เธอคือลี่เฮยเหรอ?" เธอมองฉันด้วยแววตาเศร้าสร้อยแล้วพยักหน้ารับ มือเล็กบีบกันไว้แน่นเมื่อระงับอารมณ์บางอย่างแล้วพูดกับฉัน

     "ใช่ เจ้าคงจะเป็นเลือดผสมของตระกูลหลิวล่ะสิ"

     "เธอรู้แต่แรกเลยเหรอ?" ลี่เฮยไม่ว่าอะไรแต่ก็พยักหน้า เท้าเปล่าหยัดกายเล็กลุกขึ้นยืนแล้วมองฉัน

     "เจ้าอยากจะกำจัดข้าล่ะสิ แน่นอน เพราะข้าคืออสูร"

     "..."

     "เจ้าทำไม่ได้หรอก ไม่มีใครกำจัดข้าได้...ถึงตัวข้าจะตาย แต่วิญญาณของข้านั้นเป็นอมตะ" ฉันมองเธอแล้วส่ายหน้า เธอนิ่งก่อนจะคลายสิ่งที่รัดฉันไว้ออก

     "ไม่อยากกำจัดหรอก แต่ฉันแปลกใจมากกว่าน่ะ"

     "แปลกใจ?"

     "เธอต่างจากที่ฉันคิดไว้มาก ฉันนึกว่าเธอจะเป็นพวกที่แบบ...จะว่ายังไงดีล่ะ เหมือนบ้าอำนาจ ชอบความรุนแรงแต่เธอดูขี้กลัว ขี้แย แถมหน้าตาเธอไม่ได้น่าเกลียด ออกจะน่ารักเสียด้วยซ้ำไป"

     "อย่ามายกยอข้าเลย"

     "เปล่ายกยอนะ เธอดูไม่เหมือนอสูรเลยจริงๆ...และในความรู้สึกฉันมันมีบางอย่างที่บอกว่าเธอ ต่างจากอสูรที่ฉันเคยเจอมา"

     "..."

     "ฉันอยากฟังเรื่องราวทั้งหมดว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ จนถึงเรื่องที่เธอมาอยู่ในร่างของฉันด้วย"

     "..."

     "..."

     "ได้ ข้าจะบอกเจ้าทั้งหมด...แต่ก่อนหน้านั้น ข้าว่าเจ้ารีบไปดีกว่า" คิ้วขมวดมุ่นกับคำพูดของเธอ "มีเพียงเจ้าเท่านั้น ที่ระงับความโกรธของชื่อเฟิงจุนได้ จงหยุดเขาเสีย"

     "หมายความว่ายังไง?"

     "ไม่เช่นนั้น วิญญาณของจินกวงเหยาจะต้องแตกสลายหายไป ไม่มีการเกิดใหม่ขึ้นมา..." คำพูดของเธอฟังแล้วทำให้รู้สึกในอกนั้นวูบโหวง ถึงแม้จะกลัวแต่พอนึกถึงน้ำตาของเสี่ยวโม่ที่ขอร้องเราแล้วนั้น มันอยู่เหนือกว่า


      "ช่วยบอกฉันที...ฉันต้องทำยังไงบ้าง?"




เปิดตัว ลี่เฮย จ้าาาา


E'เตี้ยพัด (Phatsuเองนะเออ) / ทวิตเตอร์





เห่อๆ  ไม่มีไรมาก

เม้น-กัน-หน่อย!!


ความสุขของเตี้ย = การเห็นรีดเดอร์อินกับฟิค และเม้นมาให้อ่าน








ขอแค่นี้จริงๆ กราบล่ะค่ะ



รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 264 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,619 ความคิดเห็น

  1. #899 pakphum126354 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 17:24
    น้องน่ารักกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    #899
    0
  2. #889 polytome (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 13:08
    จะรออ่านค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #889
    0
  3. #888 Olivia1112 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 12:42
    จะเอากลับบ้าน~น้องน่ารัก
    #888
    0
  4. #887 akazeyujin (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 12:21
    น้องงงงงงงงง!!!!น่ารักมาก
    #887
    0
  5. #886 mnttmb (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 10:39
    น้องน่ารักมากแม่ กรี้ดดดด
    #886
    0
  6. #885 Reconcile -. (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 08:14
    อ้ยยย ลี่เฮยคือตะเร้กน่ารัก มีถุงมั้ยคะ จะห่อกลับบ้าน!!
    #885
    0
  7. #884 ParnTiti (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 03:41
    ลุ้นๆๆๆ รออยู่ค่าาา
    #884
    0
  8. #883 Namthan44 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 03:29

    ไม่อยากให้อาเหยาตายเลย

    #883
    0
  9. #882 chyanin (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 02:02
    ลี่เฮย น่ารักจังลูก
    #882
    0
  10. #881 Thangmo95 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 00:25
    ชอบชอบกำลังสนุกเลย
    #881
    0
  11. #880 KilLa (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 00:18
    รอวันพรุ่งนี้
    #880
    0