[ปรมาจารย์ลัทธิมาร] พันธวิญญาณข้ามภพ (OC)

ตอนที่ 41 : ตอนที่ 39 จูเชวี่ย ยัยนกบ้า!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,003
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 261 ครั้ง
    1 พ.ย. 62

     



     จิ่งอี๋เลิ่กคิ้วเหมือนไม่เชื่อ แต่ก็ไม่ได้เถียงอะไรก่อนจะจูงมือฉันให้เดินตามเขาไปโดยที่พูดทิ้งท้ายกับซือจุยก่อนเราจะเดินแยกออกมา

     "ฟูหยางมากับข้า ซือจุยเจ้าไปส่งจินหลิงเถอะ"

     "เชิญคุณชายจิน" จินหลิงทำหน้าอึกอักแล้วเหลือบมองฉัน ก่อนจะพูดพึมพำเสียงเบา

     'แล้วเจอกัน'

     ฉันโบกมือหยอยๆแล้วเดินตามแรงดึงของจิ่งอี๋ จนกระทั่งเราเจอคนรับใช้ของตระกูลเจียงเข้าพอดี จิ่งอี๋หยุดก่อนจะเอ่ยเรียกพวกเขา

     "นี่ พี่ชาย"

     "อ๊ะ! คุณชายหลานมีอะไรให้รับใช้ขอรับ"

     "ข้าน้อยอยากจะขอยากับผ้าพันแผล แล้วก็ผ้าชุบน้ำสำหรับล้างแผลไปให้ที่ห้องเสียหน่อยขอรับ"

     "ได้ขอรับ ข้าน้อยจะให้คนไปจัดเตรียมให้" เขารับคำแล้วรีบเดินสวนพวกเราไป

     ส่วนจิ่งอี๋ก็ลากฉันมาที่ห้องพักเฉพาะฉันที่เป็นศิษย์หญิง เขากดไหล่ฉันลงนั่งแล้วก็อ้อมมานั่งฝั่งตรงข้าม ไม่นานนักของที่เขาสั่งก็ถูกลำเลียงเข้ามาในห้อง จิ่งอี๋เงียบไม่พูดอะไรก่อนจะคว้ามือฉันไปทำแผลให้อย่างเบามือ ฉันนั่งนิ่งเหมือนโดนวิชาปิดปากได้แต่เหลือบมองเขาที่นั่งทำแผลให้อย่างตั้งใจ


     จินหลิงบอกว่าเจียงเฉิงให้เขารู้เรื่องที่ฉันเป็นคนตระกูลหลิวเพียงคนเดียว เพราะเขากังวลว่าหากฉันรู้เรื่องที่จินกวงซ่านเป็นคนทำลายตระกูลฉัน มันคงแย่...แต่ก็ต้องผิดคาดที่ฉันไม่ได้โกรธเขาหรือว่าใครในตระกูลจิน  ในความทรงจำที่จางหยินเคยให้เราดูตอนนั้น ตระกูลเซียนที่มีส่วนร่วมในการฆ่าล้างตระกูลหลิวถูกฆ่าตายไม่มีใครเหลือรอด เพราะคำสาปอสูรจากผลพวงที่เธอหันหลังให้วิถีเซียน 

     แต่ฉันก็ขอร้องว่าเขาห้ามบอกใครอีกว่าฉันแซ่หลิว เพราะคนที่จะโดนหมายหัวก็คือจินหลิง ที่อาจถูกมองในแง่ลบได้จากพวกตระกูลเซียนที่แสนกลับกลอก เมื่อเช้ายังบอกจะฆ่าเว่ยอิง แต่ตอนนี้กลับต้องพึ่งพาเขาที่มีวิชามารเพื่อกำราบตราพยัคฆ์ทมิฬ

     "เสร็จแล้ว" เสียงของจิ่งอี๋ดังขึ้น ทำให้ฉันหลุดจากความคิดของตัวเองแล้วก้มมองมือที่ถูกผ้าพันแผลไว้อย่างประณีต

     "ขอบคุณนะ พี่จิ่งอี๋"

     "ทำไมเจ้าถึงได้เจ็บตัวบ่อยนักนะ...แล้วแผลเก่าของเจ้าน่ะ หายบ้างหรือยัง?" จิ่งอี๋ถามด้วยความเป็นห่วงฉันยกยิ้มแล้วพยักหน้า

     "อืม หายบ้างแล้วล่ะ ถึงข้าจะเจ็บตัวบ่อยแต่ร่างกายข้าก็ยังแข็งแรงดีนะ"

     "..."

     "พี่มีอะไรเหรอ?"

     "เรื่องจริงหรือ?" จิ่งอี๋ก้มหน้าพูดพึมพำ ใบหูเขาเริ่มขึ้นสีจนฉันสงสัยว่าเขาต้องการจะสื่อถึงอะไรกันแน่

     "เรื่องอะไร?"

     "ที่ตอนนั้น...ข้าเมา แล้วให้ผ้าคาดหน้าผากเจ้า" อ๋อ เรื่องนั้นนั่นเอง นี่เขายังคิดมากเรื่องนั้นอยู่เหรอเนี่ย!

     "อือ"

     "ข้าพูดอะไรออกไปหรือเปล่า?"

     "พี่ไม่ได้พูดหรอก" เพราะฉันสับก้านคอนายสลบไปก่อนจะพูดซะอีก

     "งั้นเหรอ...เจ้าคงตกใจมากเลยล่ะสิ" เขายกมือยีผมตัวเองแล้วขยำอยู่อย่างนั้น ฉันถอนหายใจแล้วปลอบ

     "แค่นิดหน่อยน่ะ เพราะบางทีผ้าคาดหน้าผากก็คงจะอึดอัดจริงๆพี่เลยถอดออก แต่ข้าสงสัยอยู่แค่อย่างเดียวเท่านั้นแหละ" เขาเงยหน้าขึ้นเพื่อฟังฉัน มือทั้งสองของเขาประสานกันไว้แน่นจนชื้นเหงื่อ

     "ตอนที่พี่เมา ข้าไม่รู้ว่าพี่คิดอะไรอยู่ก่อนหน้านั้น..."

     "..."

     "อ๊ะ! พี่ไม่ต้องตอบข้าก็ได้นะ ข้าแค่สงสัยไปงั้นเอง---" ฉันโบกมือบอกปัดเข้าไม่ต้องตอบคำถาม ใจจริงมันเป็นคำถามท่ฉันก็ไม่ได้จริงจังเสียเท่าไหร่ด้วย

     "เรื่องของแม่นางผู้นั้น..."

     "เอ๋? ใครเหรอ?"

     "แม่นาง...ที่ช่วยข้าจากพรายน้ำตอนนั้น เจ้าบอกว่าเจ้ารู้ว่านางอยู่ที่ไหน ข้าแค่คิด...หากข้าฝากผ้าคาดหน้าผากเจ้าไปให้นางก็คงจะได้" คำพูดของเขาทำให้ฉันอึ้งเอ๋อ อ้าปากค้าง จิ่งอี๋มองเลิ่กลั่กใบหน้าแดงซ่านเขินอาย

     คนที่แตะต้องได้...มีแค่ พ่อแม่ ภรรยา และบุตรเท่านั้น อย่าบอกนะว่า...

     "พี่จิ่งอี๋...ชอบแม่นางผู้นั้นเหรอ?" เขาไม่ตอบเพียงแค่พยักหน้าช้าๆ แล้วลุกพรวดเดินออกไป ก่อนจะปิดประตูแต่ยังพูดทิ้งท้ายเอาไว้
     
     "อย่าบอกนาง หรือใครๆเป็นอันขาดนะ ข้าอยากบอกนางด้วยตัวเอง"

     ฉันนั่งนิ่งยกมือขึ้นหยิกแก้มตัวเอง คำตอบของจิ่งอี๋ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว...เรื่องจริงเหรอเนี่ย

     เขาชอบฉัน เอาจริงดิ!  ชาติก่อนตั้งแต่เกิดมาจนกระทั่งเราตายไม่เคยมีใครมาชอบเราเลยสักคน แถมเรายังเป็นฝ่ายอกหักเสมอจนอาภัพรักเลยก็ว่าได้ แต่นี่กลับ...

     ฟิ้วววว

     เสียงลมพัดที่หน้าต่างทำให้ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองตรงหน้าของฉัน มันเป็นโต๊ะเครื่องแป้งและมีกระจกบานหนึ่งอยู่ตรงนั้นพอดี...ทันทีที่เห็นใบหน้าของตัวเอง หัวใจที่เคยพองโตเมื่อครู่ก็ค่อยๆหดเล็กลง เพราะอะไรน่ะเหรอ? เพราะจิ่งอี๋พูดว่า 'แม่นางนางหนึ่ง' 

     ตอนเราเห็นภาพสะท้อนตัวเองหลังจากที่สู้กับยัยพรายน้ำนั่น ฟองอากาศได้สะท้อนภาพของฉันชั่ววูบหนึ่ง....ใบหน้าของเราในชาติที่แล้ว

     "...บ้าชะมัดเลยแฮะ ยัยดา" ฉันถอนหายใจแล้วยีหัวตัวเองแล้วมองไปที่เตียง

     เพราะรู้สึกนอนไม่หลับทำให้ฉันต้องออกมาเดินเล่นที่ศาลาริมน้ำ ที่พวกเราทั้งสี่รวมจินหลิงมานั่งดื่มชากันที่นี่ ภาพในตอนนั้นฉายลางๆจนนึกขำตอนที่เราทำตัวเป็นฟูหยาง ก่อนจะพาร่างตัวเองไปนั่งที่ริมขอบกั้นแล้วมองเหล่าดอกบัวยามค่ำ กลิ่นบงกชอ่อนๆเจือกับกลิ่นดินชื้น และกลิ่นหมอกจนรู้สึกสดชื่น

     บุ๋งๆๆ!

     "หืม?" เสียงฟองอากาศจากด้านล่างทำให้ฉันต้องก้มลงไปมอง ก่อนที่จะได้ยินเสียงเรียกจากใครสักคนจากที่ไกลๆ

     "ฟูหยาง เจ้าไปทำอะไรตรงนั้นน่ะ!"

     "อ้าว พี่จิ่งอี๋?" ฉันทักกลับแล้วโบกมือทักทาย แต่ในตอนนั้นบางอย่างก็พุ่งขึ้นมาจากน้ำอย่างรวดเร็ว 

      ซ่าาาาาาาาาาาา!!!

     "ฟูหยาง! หนีเร็ว!" จิ่งอี๋ตะโกนลั่นก่อนจะชักกระบี่แล้ววิ่งมาหา 

     "หะ?"

     ฉันหน้าเหวอก่อนจะหันหลังไปมองบางอย่างที่มีเกล็ดและตัวทั้งยาวทั้งใหญ่ประมาณเกือบๆสิบเมตร ท้องสีขาวนวลกับเกล็ดสีขาวเผือก แต่ยังไม่ทันที่จะได้มองหน้ามันก็พุ่งลงมาแล้วงาบชายเสื้อของฉันลงน้ำไปแล้ว

     ตูม ซ่าาาาา!!

     "ฟูหยางงงง!!!"

     มันคาบชายเสื้อแล้วลากฉันลงไปลึกเรื่อยๆ จนฉันไม่ทันจะได้กลั้นหายใจจนแทบจะไม่มีอากาศเหลือในปอดแล้ว แต่ในตอนนั้นมันก็ปล่อยฉันแล้วว่ายมาล้อมฉันเอาไว้

     หายใจเถิด...ท่านจะไม่เป็นอะไร

     เสียงของหญิงคนหนึ่งดังขึ้นฉันมองเธอตาปริบๆด้วยความสงสัย ก่อนจะลองหายใจดู...หายใจได้ด้วย! ดวงตาสีแดงมองฉันนิ่งก่อนจะว่ายเข้ามาหาแล้วเอาหน้าชนกับฉัน หน้าตาเหมือนงูหลามเผือกตาสีแดงเลย

     "น่ารักจังเลย..."

     ขออภัยที่ทำให้ท่านตกใจ นายน้อย แต่หากข้าไม่ทำเช่นนั้น เด็กหนุ่มผู้นั้นก็คงจะรู้ตัว...

     "ก็ตกใจจริงๆนั่นแหละ ฉันชื่อฟูหยางเป็น..."

      พวกภูตดอกบัวบอกข้าแล้วเจ้าค่ะ ข้าจะพาท่านไปยังแท่นผนึกเองขอให้ท่านขี่หลังข้าเถิด

     "งั้นก็ไม่เกรงใจแล้วนะ" ฉันว่าก่อนจะว่ายไปนั่งขี่หลังเธอ เมื่อจับได้มั่นแล้วหล่อนก็ว่ายไปทันทีด้วยความเร็วที่ไม่เร็วจนเกินไป "จะว่าไปคุณชื่ออะไรเหรอ?"

     ข้าน้อยมิมีนามหรอกเจ้าค่ะ ส่วนใหญ่พวกภูติจะเรียกข้าว่าผู้เฝ้าแท่น

     "เหรอ...แล้วเธอทำไมถึงได้เฝ้าแท่นล่ะ?"

     ข้าเป็นเพียงแค่สัตว์อสูรปลายแถวที่คอยรับใช้สายเลือดของมังกรฟ้าเจ้าค่ะ เพราะว่าข้านั้นมีอายุยืนที่สุด และมีพละกำลังมากที่สุดในน่านน้ำเหลียนฮวาแห่งนี้ จึงถูกเลือกเจ้าค่ะ

     "ทำไมพวกสัตว์เทพทั้งสี่ทิศ ถึงอยู่ในที่ที่ไม่ใช่ของตัวเองล่ะ? อย่างเช่นจูเชวี่ยมาอยู่ที่นี่น่ะ?"
   
    ในอดีตยามที่พวกปีศาจร้ายอาละวาด สัตว์เทพทั้งสี่จึงช่วยกันกำจัด แต่นานวันเข้าการกำจัดอสูรติดต่อกันทำให้พวกเขาไม่สามารถควบคุมพลังของตนได้ จึงต้องถูกผนึกไว้ในทีที่เป็นจุดบอดของพลังเจ้าค่ะ

     "คงลำบากน่าดูเลยนะ"

    ก็ไม่ทุกตัวหรอกเจ้าค่ะ...ถึงแล้วเจ้าค่ะ 

    ฉันมองลงด้านล่างเหวลึกที่มีแสงสีน้ำเงินอมม่วงส่องประกายอยู่ ในตอนนั้นเสียงบางอย่างก็ลอยเข้ามาในโสตประสาต

    ข้าจะไม่มีวันให้เจ้าเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมมาสั่งข้าหรอกนะ! จะเลือดผสมหรืออะไรก็ช่างสิ ข้าไม่ทำหรอก..หากข้าหลุดไปได้เมื่อไหร่ ข้าจะจับมันฉีกเนื้อแล้วกินเสีย!

     "โห ปากร้ายจัง" ฉันว่าก่อนจะหยิบผลึกสีครามขึ้นมาดู

     นางก็เป็นเช่นนี้แหละเจ้าค่ะ ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร...ยังกังวลอยู่เลยว่าจะมีวิธีให้นางยอมหรือไม่

     เพล้ง! บุ๋งๆๆๆๆๆ!!

     ฉันยืนนิ่งก่อนจะบีบผนึกนั่นจนแตก ฟองอากาศจำนวนมากผุดออกมาจากพื้นดินจนฉันต้องมายึดร่างของเจ้างูขาวไว้ไม่ให้ลอยขึ้นไปด้านบน แสงสว่างสีแดงเพลิงส่องจ้าแล้วมอดลงจนเหลือเพียงแค่อ่อนๆคล้ายกับแสงจันทร์   จนเห็นเป็นนกที่มีขนาดใหญ่กว่างูขาวเท่าตัว ปีกขนาดใหญ่เหมือนพญาอินทรี และมีหางเหมือนกับนกยูง ดวงตาคมเฉี่ยวหลุบมองฉันก่อนจะกลายร่างเป็นมนุษย์ผู้หญิงคนหนึ่ง

     หน้าตาดูหยิ่งๆเชิดๆใช้ได้เลยล่ะ เฟียสมากเลยค่ะ แม่!

     เจ้าเองหรือ ตระกูลหลิวเลือดผสม  เหอะ ก็แค่เด็กสาวธรรมดาๆท่าทางกระจอกเสียจริง ดูแล้วท่าทางจะขายมิออกเสียด้วยสิ รูปร่างของเจ้าเองก็...ฮึ เด็กน้อย พ่อแม่ของเจ้ามิได้ให้มาบ้างหรืออย่างไร ถึงได้'เรียบ' ไปหมดอย่างนี้น่ะ

     ปึด!

     คำว่าขายไม่ออกมันทำเอาฉันฉุนกึกไม่ใช่น้อยเลยจริงๆ ปากนี่ร้ายชะมัด 

     "เธอพูดแบบนั้นน่ะ แล้วเธอต่างจากฉันยังไงล่ะ?"

     ว่าอย่างไรนะ?

     "มาบอกว่าฉันขายไม่ออก แล้วคนที่ฝีปากเป็นกรรไกรอย่างเธอนี่ขายออกด้วยเหรอ? หรือว่าเธอมโนเก่งที่ว่าตัวเองสวยแล้วต้องมีคนมาแย่ง อ๊ะๆ อย่าลืมนะ ว่าบางทีผู้ชายเค้าก็ต้องเลือกนิสัยด้วย ไม่ใช่แค่หน้าตา" เจ้าหล่อนนิ่งงันแค่นยิ้มด้วยดวงตาวาววับ ส่วนงูขาวมองฉันสลับกับเจ้าแม่นางนกตรงหน้า

     หึ ปากร้ายเหมือนกันนี่...แต่เสียใจด้วยนะ เพราะข้ามีคนที่เลือกข้าเหมือนกัน เขาทั้งสง่างามกว่าชายใดในยุทธภพ และเป็นสุภาพบุรุษมากเสียด้วยสิ

     "หืมมมม? แล้วเขาเคยบอกเหรอว่าชอบเธอ ไม่ใช่ว่าคิดไปเอง?" หล่อนที่เชิดหน้าได้ไม่นานตวัดสายตามามองแล้วตวาดลั่น

     ข้ามิได้คิดไปเองนะ! ท่านเจียหู่ เขาใจดีกับข้ามาก ใส่ใจข้าด้วย ตั้งแต่ที่ข้าถูกผนึกข้าก็มิได้ข่าวคราวของเขาอีกเลย..

     "เจียหู่...ฉันเพิ่งปล่อยเขาไปเมื่อเช้านี้เอง" หล่อนตาเบิกกว้างรีบถามฉันทันที

     เขาเป็นอย่างไรบ้าง สบายดีหรือไม่!?

     "ก็ไม่ได้บาดเจ็บอะไรนี่นา แต่เหมือนพลังเขาจะอ่อนลงนิดหน่อยเลยกลับไปพักฟื้นพลังที่กูซูแล้ว...เธอชอบเขาเหรอ?" หญิงสาวหน้าแดงฉ่าแล้วตอบทันทีอย่างไม่มีอึกอัก

     ใช่ ข้าชอบเขา! เจ้าจะทำไม!

     "แต่เจียหู่เป็นสุภาพบุรุษนี่นา...เขาจะทนกับผู้หญิงปากจัดยิ่งกว่าพริกสิบเม็ดได้เหรอ"

     ข ข้าไม่ทำเช่นนั้นกับเขาเสียหน่อยนะ! ข้าแค่...แค่ 

     เจ้าหล่อยหน้าแดงซ่านเหมือนกับพวกนางร้ายที่ร้ายแค่เปลือก แต่ที่จริงแล้วแค่แสดงอารมณ์ไม่เก่ง และไม่รู้ว่าจะให้อีกฝ่ายสนใจยังไงดีเท่านั้นเองแฮะ

     "ว่าแต่ฉัน เธอน่ะมันยิ่งกว่าพวกวัยรุ่นม.ปลายที่ขี้อาย แต่เรียกร้องความสนใจด้วยการพูดร้ายๆกับคนที่ตัวเองชอบเลยนะ" 

     ฮือออออออ! ก็ข้าไม่รู้วิธีเข้าหาเขานี่ เขาเป็นชายคนแรกที่ข้ารักเลยนะ...ข้าไม่รักใครหรือมีใครรักมาก่อนเลยไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร จะให้ข้าเหนียมอายแล้วก็ขอให้แม่สื่อมาพาข้าไปหาเหมือนพวกมนุษย์น่ะหรือ! เหอะ ข้าไม่ทำเด็ดขาด

     "หูยยยย คนจริงว่ะ!...เฮ้อ เธอก็เข้าหาเขาแบบธรรมดาสิ ไม่ต้องไปด่าเสียดแทงอะไรทั้งนั้นก็พอ"

     เจ้ารู้ดีจังนะ!

     "อ่านนิยายมาเยอะก็ต้องรู้สิ ถึงฉันจะไร้คู่ตุนาหงันแต่ฉันก็เจอเรื่องพวกนี้บ่อยจนกลายเป็นที่ปรึกษาเรื่องพวกนี้ไปแล้ว...แต่เรื่องที่ฉันจะต้องขอยืมกำลังของเธอ ฉันไม่ได้พูดเล่นนะ"

     ....วันแห่งการชำระใกล้มาถึงแล้วล่ะสิ

     "ใช่ ฉันขอร้องล่ะนะ เจียหู่เองก็ตอบตกลงแล้วด้วย หากเธอเข้าร่วมด้วยคงจะช่วยอะไรได้มากเลย"

      ท่านเจียหู่...ก็ได้ข้าจะเป็นพลังให้เจ้า แต่ข้ามีข้อแม้อย่างหนึ่ง

     "ว่ามาสิ"

     ให้ท่านเจียหู่เป็นคนเรียกข้าในวันแห่งการชำระ...หากเจ้าเรียกนอกเหนือจากนั้นข้าจะส่งเพียงบริวารของข้ามาเท่านั้น

     "เรียกยังไงล่ะ?" หล่อนไม่พูดอะไรก่อนจะเสกกระพรวนอันหนึ่งมาให้ฉัน ฉันรับมาไว้ในมือแล้วฟังเธอพูดอธิบาย

     นำมันไปลนกับไฟ และสั่นกระพรวนนี้ไปทางทิศใต้หากเจ้าต้องการเรียกบริวารของข้า
     
     "ขอบคุณ ว่าแต่ฉันยังไม่รู้ชื่อของเธอเลย..." หล่อนกอดอกมองฉันก่อนจะกลายเป็นนกอีกครั้ง ก่อนที่เท้าของเธอจะตะปบฉันแล้วพาขึ้นจากน้ำอย่างรวดเร็ว

     ซูมมมมมมมมมมมม!!! ซ่าาาาาาาา!!

 
     พวกเราโผล่ขึ้นมาจากทะเลสาบได้สำเร็จฉันหน้าเหวอโดยไม่ทันตั้งตัว และไม่ทันจะได้เอ่ยปากถามหล่อนก็เหวี่ยงร่างของฉันไปยังกอบัวขนาดใหญ่ที่ใกล้กับศาลาริมน้ำ

     ฟิ้ววววววว!!

     "ว๊ากกกกกกกก!!" ฉันกรีดร้องอยากด่ายัยนกบ้าที่ยิ้มเยาะอยู่บนฟ้า พร้อมกับพูดทิ้งท้ายแล้วบินหายไปด้วยความเร็วแสง

     ข้ามีนามว่า เฟิงหวง ผู้สืบสายเลือดของหงส์แดง จะไม่ขอบใจเจ้าหรอกนะ แล้วพบกันใหม่

     "ยัยนกบ้าเอ๊ยยยย!!!"


    ตูมมมมมมมมมมมมมม ซ่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา!!


     ฉันตกลงบนกอบัวขนาดใหญ่ที่รองรับฉัน หัวของงูขาวโผล่ขึ้นเหนือน้ำนิดหน่อยแล้วพูดกับฉัน

     ท่านเก่งมากที่เกลี้ยกล่อมนางได้นะเจ้าคะ

     "แต่หาวิธีเอาฉันลงดีๆกว่านี้ไม่ได้รึไงกันเนี่ย!" ฉันได้แต่สบถด่าก่อนจะขอให้เธอไปส่งที่ริมศาลาดังเดิม

      ฉันเห็นจิ่งอี๋ยืนนิ่งเหมือนยืนหลับอยู่อย่างนั้นก็ได้แต่สงสัย ก่อนจะหันไปถามงูขาวนางไม่พูดอะไรก่อนจะกลายร่างเป็นดรุณีวัยยี่สิบต้นๆแล้วพูดกับฉัน

     ปิ๊งๆๆๆ

     "ข้าเพียงแค่ทำให้เขาหลับไปเท่านั้น อย่าได้กังวลเลย...อีกทั้งข้าลบความทรงจำเรื่องที่ท่านถูกข้าพาไปยังเบื้องล่างด้วย"

     "ลำบากแย่เลยนะ" เจ้าหล่อนยิ้มบางแล้วส่ายหน้าหวือก่อนจะพูดต่อ

     "ไม่เลย คนที่ลำบากก็คือท่านต่างหากเล่า"

     "...ไป๋เหลียน" เจ้าหล่อนเลิ่กคิ้วมองฉันด้วยความแปลกใจที่จู่ๆฉันก็พูดออกมา ฉันยิ้มแล้วพูดอีกครั้ง "ไป๋เหลียน คือชื่อของเธอตั้งแต่นี้ไป"

     "เหตุใด...ท่านถึงตั้งชื่ออย่างนั้นเจ้าคะ?"

     "เพราะเธอเป็นงูขาวนี่ ไป๋ แปลว่าสีขาว ส่วน เหลียน ก็แปลว่า ดอกบัว...เพราะเธออยู่ที่ทะเลสาบเหลียนฮวาอู้ไงล่ะ ฉันว่าเพราะดีออกนะ" เธอนิ่งก่อนจะหัวเราะน้อยอย่างพออกพอใจ

     "ฮึๆ เจ้าค่ะ ข้าขอรับชื่อนั้น...ไป๋เหลียนขอตัวก่อน" เธอว่าก่อนจะกลายเป็นงูแล้วลงน้ำไป ส่วนตัวของฉันที่เปียกโชกในตอนแรกกลับแห้งสนิทเหมือนไม่เคยโดนน้ำ

    พอฉันแตะบ่าเขาก็ลืมตาขึ้นแล้วมองไปรอบๆ เหมือนคนไม่รู้เรื่องอะไรเลย

     "ทำไมข้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้?" เขาทำหน้างุนงงแล้วเกาต้นคอแกรกๆ ฉันหาข้อแก้ตัวด้วยการที่บอกเขาไปแค่ว่า... 

     "พี่เห็นผีแล้วตกใจสลบไปน่ะ"

     "เหรอ...ฟูหยาง เจ้าจำตอนที่เจ้าหัวเราะเป็นบ้าเป็นหลังได้ไหม?" ฉันเอียงคอสงสัยว่าเขาหมายถึงตอนไหน

     "ไม่ได้อ่ะ"

     "เพลงที่ได้ยินกลางดึกจากห้องของเจ้าไง เจ้ารู้ใช่ไหมบทเพลงนั่นน่ะ?" หมายถึงบทสวดมนต์ก่อนนอนนั่นน่ะนะ?

     "อ๋อ นั่นน่ะเหรอ อื้อ ข้ารู้แต่ทำไมล่ะ?" แต่ก็ตอบไปตามตรง

     "คืนนี้...เจ้าร้องให้ข้าฟังอีกครั้งได้ไหม?" คำอ้อนวอนของเขาที่มันดูงัวเงียเหมือนคนตื่นไม่เต็มที่ก่อนจะเอนตัวพิงกับเสามองฉันนั่งอยู่อย่างนั้น

     "...ก่อนจะร้อง ข้าขออะไรอย่างหนึ่งได้ไหม?"

     "อะไรล่ะ?"

     "ข้าขอขำหน่อยเถอะ คิกๆๆ มันอดไม่ได้จริงเจ้าค่ะ" ฉันว่าเสียงสั่นเพราะกลั้นขำจนแทบจะหมดความอดทน เขาถอนหายใจแล้วพยักหน้าอย่างเนือยๆ ฉันจึงยกมือขึ้นปิดปากแล้วหัวเราะเงียบๆ แต่มืออีกข้างก็ทุบโต๊ะหินอ่อนระบายท้องแข็งไปด้วย

    คราวก่อนอิติปิโสฯ  งั้นคราวนี้ก็บทสวดชินบัญชรกับแผ่เมตตาก็แล้วกัน








เห่อๆ  ไม่มีไรมาก

เม้น-กัน-หน่อย!!


ความสุขของเตี้ย = การเห็นรีดเดอร์อินกับฟิค และเม้นมาให้อ่าน








ขอแค่นี้จริงๆ กราบล่ะค่ะ



รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 261 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,619 ความคิดเห็น

  1. #1579 icesupicha (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 14 มีนาคม 2564 / 20:43

    เอิ่ม...มันก็นับเป็นเพลงได้แหละ

    #1,579
    0
  2. #1501 เพื่อนผักชี (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 08:58
    รู้สึกแปลกๆกับจิ่งอี๋แล้วอ่ะ ก่อนหน้านี้ยังเหมือนว่าชอบยัยหนูของเราอยู่เลย จากการกระทำอ่ะนะ แต่พอมีผู้หญิงมาช่วยชีวิตก็ชอบเค้าเลย แม้ว่าเค้าจะช่วยชีวิตแต่ตอบแทนวิธีอื่นก็ได้ แม้ว่าคนที่ช่วยก็คือนังหนูนี่แหละ แต่จิ่งอี๋ไม่รู้ด้วยนี่นา มันเหมือนนอกใจนิดนึงนะ555 เห้อม
    #1,501
    0
  3. #1454 รากต้นโพธิ์ (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 13:21
    ตระกูลหลานเนี่ยช่างธรรมมะธรรมโมจริงๆ
    #1,454
    0
  4. #1235 NongZaRa (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2562 / 23:52
    55555555555
    #1,235
    0
  5. #898 pakphum126354 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 17:16
    โอ้ย บทสวดมน หนูนี่ลั่นเลย555
    #898
    0
  6. #879 KazukiRei (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 23:18
    สมกับเป็นตระกูลพระ555555
    #879
    0
  7. #878 -NatJeeRa- (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 17:24
    ตายละบทสวดชินบัญชรรร ตระกูลหลานเบื่อบทชำระวิญญาณแล้วสินะ ฮ่าาา //จะรอนะคะ สู้ว ๆ ค่า~
    #878
    0
  8. #877 554910140 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 08:12
    55555 ฉากที่คิดถึง
    #877
    0
  9. #876 Olivia1112 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 07:18
    ชินบัญชร!? 5555+
    #876
    0
  10. #875 กุหลาบสีเขียวเพชร (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 07:13
    สนุกๆอิอิเอาอีกๆ(เหมือนเด็กเลย)
    #875
    0
  11. #874 Fuang_0594 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 06:37
    555555ชินบัญชร555555
    #874
    0
  12. #873 mnttmb (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 06:34
    เด็กกูซูอาจจะเบื่อเพลงชำระใจ55555
    #873
    0
  13. #872 Wilawan Chumwanid (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 06:05
    อืมสมกับเป็นตะกูลหลานจิงๆ ชอบบทสวด อะค่า
    #872
    0
  14. #871 Wilawan Chumwanid (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 06:05
    อืมสมกับเป็นตะกูลหลานจิงๆ ชอบบทสวด อะค่า
    #871
    0
  15. #870 Dor_dream (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 01:15
    ฮือ สรุปน้องต้องท่องชินบัญชรกล่อมเหรอ555555555555555
    #870
    0
  16. #869 Aimi soulsaver (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 00:57
    นกปากจัดมาฮ้าาา สนุกมากรออ่านต่อไปน้า ^^~
    #869
    0