[ปรมาจารย์ลัทธิมาร] พันธวิญญาณข้ามภพ (OC)

ตอนที่ 39 : ตอนที่ 37 ปลดปล่อยพยัคฆ์ขาว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,309
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 284 ครั้ง
    28 ต.ค. 62

     
 



    หลังจากนั้นที่พวกเขากลับมายังอวิ๋นเซินปู้จื้อฉู่ มันทำให้ฉันกังวลไม่น้อยเกี่ยวกับเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ ถ้ามันดำเนินไปตามนิยาย 

    "ฟูหยาง..."

     "ท่านหาน--อาเตี่ย?" ฉันผุดลุกขึ้นก่อนจะคารวะร่างสูงที่เดินมาลงมาจากเรือนของตัวเอง ฉันชะเง้อมองหาร่างของคนสวมชุดดำแต่อีกฝ่ายก็พูดขึ้น

     "ข้าให้เขาพักไปแล้ว...ตอนที่เจ้าไปที่จินหลินไถ เจ้าถูกวางยาพิษงั้นหรือ?" ฉันเงยหน้าขวับมองหน้าเหวอๆ ด้วยความตกใจ

     "ท ทำไมท่านถึง..."

     "จินกวงเหยา บอกว่าเจ้าถูกวางยาและคนที่บงการก็ถูกคำสาปสังหารจนตาย" นี่เขาหวังเอาจังหวะนั้นโยนความผิดให้เว่ยอิงด้วยเหรอ!

     "...เจ้าค่ะ แต่ข้าเชื่อว่าพี่เว่ยไม่ทำอย่างนั้น"

     "ข้าถามเจ้าอย่างหนึ่ง"

     "เชิญถามเจ้าค่ะ"

     "ยามนี้เว่ยอิงเป็นศัตรูทั่วหล้า การผูกมิตรกับมารย่อมผิดกฏตระกูล..." คำพูดของเขาทำให้ฉันรู้ได้ทันทีว่าเขาต้องการจะสื่อถึงอะไร

     "ข้าจะอยู่ข้างพวกท่านเจ้าค่ะ ถึงข้าจะอยู่ในความดูแลของตระกูลหลาน แต่ข้าก็เป็นคนของตระกูลหลิว การผูกมิตรกับมารของเรานั้นไม่ถือว่าผิดกฏ...ยามนี้พี่เว่ยก็มีท่านอยู่ พี่เว่ยมิได้อยู่ลำพังอีกแล้ว แต่อย่างน้อยขอให้พวกท่านได้รับรู้"

     "..."

     "ว่าพวกท่านมิได้โดดเดี่ยวอีกต่อไป  ตระกูลหลิวจะคุ้มครองผู้บริสุทธิ์เจ้าค่ะ" หลานจ้านนิ่งไปก่อนจะยกยิ้มโล่ง สายตาที่ทอดมองฉันเต็มไปด้วยความซาบซึ้งและขอบคุณ

     "เจ้ารู้ได้อย่างไรว่านั่นคือเว่ยอิง มิใช่โม่เสวียนอวี่" เขาถามเรื่องอื่นต่อทำให้ฉันนึกสงสัยแต่ก็ตอบไปตามปกติ จะบอกว่าเรามาจากโลกอื่นก็จริง แต่เราก็ไม่ได้บอกว่าเรื่องราวของพวกเขาเป็นนิยายนี่นา

     "...พี่เว่ยอ่านออกง่ายเจ้าค่ะ อีกอย่างเป็นเพราะท่านทำข้ายิ่งมั่นใจว่าเขาคือเว่ยอู๋เซี่ยน มิใช่โม่เสวียนอวี่"

     "เจ้าสังเกตจากอะไรล่ะ?"

     "สายตาของท่านเจ้าค่ะ" ฉันตอบเพียงสั้นๆ เขาไม่พูดอะไรก่อนจะเงยหน้ามองท้องฟ้าที่ยามนี้เมฆบดบังพระจันทร์จนหมด 

     ความหนาวยะเยือกพัดผ่านจนขนลุก คาดเดาได้ไม่ยากเลยว่าอีกไม่นานหิมะคงจะตกลงมานั่นทำให้ทั้งฉันกล่าวลาแล้วรีบเดินลงมาจากเขาเพื่อไปนอน 


      ถึงแม้จะเคยเห็นหิมะมาแล้วก็ตามในชาติก่อน แต่มันก็อดตื่นเต้นไม่ได้อยู่ดียามที่หิมะแรกนั้นจะตกลงมาก่อนจะออกมาเล่นด้านนอกเพื่อไล่จับหิมะที่ตกลงมาบนมือเพียงลำพังในเขตเรือนของตัวเอง

     "แม่นางหลิว...แม่นางหลิว!" เสียงเรียกที่ริมรั้วทำให้ต้องหยุดการเล่นหิมะชั่วคราว ก่อนจะมองหาเจ้าของเสียงรอบๆจนกระทั่งมีคนร่วงลงมาจากต้นไม้บนหัว

     "ว้าย! อุบ!" ฉันถูกเวินหนิงปิดปากทันทีเพราะเสียงร้องยามวิกาลอาจะทำให้คนอื่นตกใจตื่น เขาส่ายหน้าลนลานฉันก็พยักหน้าหงึกๆแล้วเขาก็ปล่อยมือลง "เวินหนิง มาที่นี่ได้ยังไง?...เดี๋ยวก็ถูกจับได้หรอก"

     "ข ข้าตามคุณชายเว่ยมา แม่นางหลิว เขาเป็นอย่าง---"

     "ตอนนี้พี่เว่ยปลอดภัยดีแล้ว...อุ๊บ คิกๆๆ!" ฉันมองคนตรงหน้ารวมๆก่อนจะกลั้นขำคิกจนอีกฝ่ายเอียงคอสงสัย

     "ท ท่านขำอะไร?" ฉันไม่ตอบก่อนจะกวักมือให้เข้าก้มหัวลงมา ฉันจึงค่อยๆหยิบกิ่งไม้ เศษใบไม้ออกจากหัวและผมของเขา

     "กิ่งไม้เต็มหัวเลย ข้าเลยช่วยเอาออกให้น่ะ...โห ผมนิ่งจังเลย" ว่าแล้วก็เผลอไปจับผมของเวินหนิงเล่น เขามองฉันตาปริบๆแล้วยิ้มให้บ้าง

     "แม่นางนี่ช่างแปลกยิ่งนัก มีแต่คนบอกว่าข้าน่ากลัว...แต่ท่านกลับบอกว่าข้าน่ารัก"

     "ก็น่ารักจริงๆนี่นา...ถ้าไม่นับเรื่องที่ท่านทำก่อนหน้านี้ ข้าว่าท่านเป็นคนดีจะตายไป" ฉันว่าก่อนจะขยี้ใบไม้ให้เป็นผงแล้วเป่ามาลงกับพื้นก่อนที่มันจะงอกต้นอ่อนออกมา

    ฟุ่บ!

     "...ถ้าเช่นนั้นข้าคงต้องขอตัวก่อน" 

     "ระวังตัวด้วยนะ" พวกเราคำนับลากันและกันก่อนที่เขาจะหายตัวไป ส่วนฉันที่เริ่มรู้สึกว่าออกมานานเกินไปจึงกลับเข้าไปภายในห้องและเข้านอน



















     "เจ้าเว่ยต่ำช้าไร้ความเป็นคน---"

     "หุบปากซะ!!" เสียงของจินหลิงตวาดลั่นใส่จินฉ่านที่กำลังสบถด่าเว่ยอิงอยู่ ถึงแม้พวกเราจะถูกจับมัดไว้ก็ตาม


     ไม่ต้องแปลกใจหรอกว่าทำไมถึงรู้สึกคุ้นๆ...ก็เพราะที่ที่พวกเขากำลังเถียงกันอยู่นี่ ก็คือในถ้ำของล่วนจั้งกั่งนั่นแหละ  หลังจากที่พวกเว่ยอิงออกเดินทางไปได้หลายวันแล้ว พวกเราก็ออกเดินทางล่าภูติผีจนมาถึงเขตฉีซาน แต่ก็ถูกพวกหุ่นเชิดไล่มาจนมุมและถูกคนกลุ่มหนึ่งจับมัดไว้แล้วยึดกระบี่ไป (=_=;) ตอนนี้เจ้าคนตระกูลจินสองคนกำลังจะกัดกันตายถ้าพวกเว่ยอิงไม่เข้ามาขัดซะก่อน

     "เฮ้อ..."
     
     "นี่ๆ ดูนี่สิ" เว่ยอิงกอดอกมองพวกเราอย่างเอือมระอา ฉันยิ้มเหนื่อยใจให้พวกเขา

     "ท่านหานกวง!"

     "พวกเจ้าจะดีใจทำไม! พวกเขาเป็นพวเดียวกัน!" จินฉ่านขัดจังหวะด้วยความโมโห ฉันยิ่งอยากกลอกตาไปมาในรอบที่ล้านแปด

     "เฮ้อ  พี่เว่ย แก้เชือกให้ด้วยเจ้าค่ะ" ฉันถอนหายใจบอกเขาเสียงเบื่อหน่ายเว่ยอิงยิ้มบางให้ก่อนจะชักกระบี่สุยเปี้ยนแล้วยื่นให้เวินหนิง

     เขารับกระบี่ไปก่อนจะย่างสามขุมเข้ามาด้วยใบหน้าเรียบเฉยที่ทำเอาทุกคนถึงกับกลัวตัวสั่น ก่อนที่เขาจะฟันเชือกที่มัดพวกเราขาดทุกคน

     ฉึบ!

     "หยางหยาง เจ้าเจ็บไหม?" เมื่อเดินมาหาพวกเขาเว่ยอิงเป็นคนแรกที่ถามฉันจึงส่ายหน้า

     "ไม่เป็นไรพี่เว่ย แค่นี้เอง..."

     "ข้างนอกมีหุ่นเชิดมากมาย ออกไปตอนนี้ก็คงตายไม่ต่างกัน" จินฉ่านพูดเหมือนรู้ดีจนฉันอดหมั่นไส้ไม่ได้เลยขอตอกกลับคำพูดของเขา

     "บางทีข้าว่าหากเจ้าจะหุบปากสักเค่อสองเค่อ มันก็มิได้ทำให้เจ้าขาดใจตายหรอกนะ"

     "เจ้า--!"

     "หรือว่าข้าพูดไม่จริง ไม่ลองก็ไม่รู้ยามนี้บ่วงเซียนก็ถูกตัดแล้ว หากเจ้าถือตนว่าเก่งกาจ มิลองสู้ฝ่าไปสักตั้งเล่า" ฉันเถียงเขาก่อนที่เขาจะอ้าปากด่าอะไร เว่ยอิงที่เพิ่งเคยเห็นฉันต่อปากต่อคำก็ผิวปากชื่นชม

     "คุณชาย...ข้าจะไล่พวกมันเอง" เวินหนิงโพล่งขึ้นเพื่ออาสา เว่ยอิงพยักหน้าอนุญาตก่อนที่จะโยนกระบี่สุยเปี้ยนให้เวินหนิงแล้วเดินออกไป

     "พวกเราก็ออกไปกันบ้างเถอะ หากเราร่วมกันสู้อาจะฝ่าพวกมันออกไปได้" พวกเราทุกคนพยักหน้าก่อนที่จะพากันออกไป แต่ว่าในตอนนั้นพวกเราก็ได้ยินเสียงของแส้ที่ฟาดไปมา กับเสียงของกระแสไฟฟ้า

     ฟิ้วววว เพี๊ยะ!! ตุบ!

    พวกเราทุกคนต่างตกใจปนแปลกใจที่จู่ๆ เวินหนิงก็ถูกแรงบางอย่างผลักกระเด็นกลับมายังด้านใน

     "อาหลิง! ออกมาเดี๋ยวนี้!" เสียงดังกัมปนาถดังขึ้นจากหน้าถ้ำ ฉันทำหน้าเจื่อนอย่างไม่ต้องสงสัยเลยว่าใครกันที่รออยู่ด้านนอกในตอนนี้

     แม่มาจ้าาาา(=_=;;)

    พวกเด็กหนุ่มต่างเดินออกไป จึงมีแต่เพียงฉันกับพวกศิษย์ตระกูลหลานเท่านั้นที่เดินตามหลังหลานจ้านออกไป ซึ่งฉันเองที่อยากยืนอยู่ข้างเว่ยอิงกลับถูกเขาดันหลังไป ส่วนจิ่งอี๋ก็จับมือข้างหนึ่งของฉันไว้แล้วมองเหมือนกับจะปลอบใจ

     "วั่งจี มาทางนี้" หลานฉีเหรินเรียกหลานจ้านให้กลับไป แต่ทว่าเขากลับยืนนิ่งข้างเว่ยอิงไม่ไปไหน

     ถึงแม้หลานฉีเหรินจะผิดหวังในตัวของเขามากแค่ไหน แต่ว่าหลานฉีเหรินก็ยังรักและหวังดีกับหลานจ้าน ข้อนี้ฉันก็เข้าใจเขาไม่น้อย แต่ว่าเขาเป็นคนมั่นคงในความรัก

     เขาได้หัวใจของเขากลับคืนมาอีกครั้งหลังจากที่มันลอยหายไปนานหลายสิบปี มันคงจะยากหากว่าจะมีใครก็ตามมาพรากคนที่เขารักไปอีกครั้ง

     "หานกวงจิน! ท่านเป็นอะไรไป...เว่ยอู๋เซี่ยน เจ้าครอบงำเขาด้วยวิธีใดกัน!" และอีกคำหลายต่อหลายคำที่ต่อว่าราวกับเขานั้นชั่วช้ายิ่งกว่าใคร

     ฉันรู้สึกโกรธจนแทบอยากจะร้องไห้ และอยากเดินออกไปประจันหน้ากับพวกเขาว่า เว่ยอู่เซี่ยนผู้นี้ไม่ใช่คนอย่างที่ทุกคนกล่าวหา พวกเขาถือดียังไงต่อว่าเขาเหมือนกับว่าชั่วช้าเหนือกว่าใคร

     'หยางหยาง...อย่าโกรธนะ'

     เสียงของเว่ยอิงดังขึ้นแว่วๆ จนฉันต้องเงยหน้าสบมองคนที่อยู่ตรงหน้า เขาเหลือบมาแล้วส่ายหน้าช้าๆเป็นเชิงห้ามก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับทุกคนต่อ

     หมับ!

     มือหนาของคนๆหนึ่งจับมือฉันเอาไว้ ฉันเงยหน้ามองก็พบว่าเป็นจิ่งอี๋ก็ได้แต่บีบมือเขากลับไปพยายามทำยังไงก็ได้ขอให้เหล่าเซียนพวกนี้หุบปากเสียที

     ฟิ้วววววว กรรรรรรรรรรรร!
 
     "ทุกคนระวัง หุ่นเชิดระลอกใหม่มาแล้ว" หลานฉีเหรินตะโกนขึ้นก่อนที่ทุกคนจะหันหลังแล้วชักกระบี่ออกมา แต่ฉันไม่ชักกระบี่ก่อนจะค่อยๆถอยหลังแล้วหยิบไม้ยาวขึ้นมาแทน



     ในตอนนั้นกองทัพหุ่นเชิดมามายก็พุ่งเข้ามาทันที การปะทะกันจึงเริ่มขึ้นแต่ว่าทุกคนต่างอ่อนกำลังก่อนที่จะเดินทางมาถึงล่วนจั้งกั่งทำให้พลังจินตานของพวกเขาไม่คงที่และเสี่ยงที่ลมปราณจะแตกเป็นเสี่ยงๆ

     "ทุกคนเป็นอะไรกัน!"

     "พี่ซือจุย พาพวกเขาเข้าไปข้าในก่อน!" ฉันว่าก่อนจะเข้าสกัดพวกหุ่นเชิดพร้อมกับพวกเวินหนิง 

     พวกหุ่นเชิดกลุ่มหนึ่งพุ่งเข้ามา ถึงแม้จะมีมากกว่าสามและอาวุธมีคมครบมือ แต่มันก็เคลื่อนไหวชัดเจนและมองออกได้ง่าย ฉันหักไม้เป็นสองท่อนแล้วควงตั้งท่าก่อนจะหวดเข้าที่จุดข้อต่อของร่างกาย

     ผัวะๆๆ! พลั่ก!

     "ทุกท่านรีบเข้ามาเร็ว ด้านในมีค่ายกลใหญ่ หากซ่อมแซมก็อาจจะพอต้านพวกเขาไว้ได้ครู่หนึ่ง" ซือจุยตะโกนบอกทุกคนให้เข้าไป แต่ว่าซูเซ่อก็ตะโกนแย้งขึ้น

     "ไม่ได้นะ ด้านในอาจจะมีกับดัก!"

     "ประมุขซู ระวัง!!" เสียงคนตะโกนขึ้นเพราะหุ่นเชิดกลุ่มหนึ่งพุ่งเข้าหาพวกเขา  ฉันกลอกตาแล้วพุ่งเข้าไปกระโดดฟาดก้านคนจนกระเด็นไปไกล

     พลั่ก ครืดดดดดดดด!

     "...ขอบคุณแม่นางหลาน"

     "จะตายช้าหรือเร็ว เหตุใดพวกท่านไม่ลองเสี่ยงดูเล่า...อย่างน้อยหากพวกท่านเข้าไป ก็อาจจะยังมีโอกาสรอด ไม่น่าจะตายอนาถเท่ากับถูกหุ่นเชิดฆ่าหรอกนะ" ฉันพูดเปรยๆแล้วเดินไปถีบเจ้าหุ่นที่กำลังจะลุกขึ้นต่อ

     เมื่อทุกคนเข้าไปหมดแล้ว ฉันและเวินหนิงที่อยู่รั้งท้ายจึงรีบวิ่งเข้าไป แต่เวินหนิงให้ฉันเข้าไปก่อนก่อนที่เขาจะกั้นประตูไว้

     "...ขอบคุณนะ เวินหนิง"

     "ข้าอาจต้านไว้ได้เพียงครู่เดียว...รบกวนแม่นางหลิวได้หรือไม่?" ฉันเลิ่กคิ้วก่อนจะหันไปมองด้านหลัง 

     ดูเหมือนว่าทุกคนจะเพ่งสายตาไปยังเว่ยอิงและหลานจ้านทำให้ฉันได้มีโอกาสใช้พลังวิเศษ ฉันพยักหน้ารับก่อนจะมองหาเศษเถาไม้เลื้อย แล้วขยี้จนแหลก ก่อนจะเป่ามันลงที่ร่องระหว่างประตูให้เถาไม้ช่วยยึดแรงเอาไว้

     "มันคงช่วยท่านได้นานอีกหน่อย เพราะเราต้องออกไปอยู่ดี"

     "รบกวนท่านแล้วแม่นางหลิว" ฉันยิ้มแล้วพยักหน้าให้ ก่อนจะเดินถอยออกมายืนหลบมุมเพียงลำพัง 


     กริ๊งงงงงงงง!

     'ตึกตัก...ตึกตัก!!'

     เสียงบางอย่างดังขึ้นทันทีที่ค่ายกลถูกซ่อมแซม ดังเข้ามาในโสตประสาทจนต้องยกมือขึ้นป้องหูเพื่อฟังเสียงนั้นให้ชัดๆ

     'ตึกตัก!....ตึกตัก!'


    




     ปึง!
     
     "คุณชาย! ต้านไม่อยู่แล้ว!" เสียงของเวินหนิงเรียกสติให้ฉันตื่นจากภวังค์พบว่าซูเซ่อหายไป และพวกจินหลิงกับซือจุยก็กำลังออกไปช่วยพวกเขาสู้

     ฟึ่บ! ฉัวะ!

     ในตอนนั้นเว่ยอิงถอดเสื้อตัวนอกออกเหลือเพียงแค่เสื้อสีขาวด้านใน นิ้วเรียวเฉือนเข้ากับกระบี่ของหลานจ้านก่อนที่จะเขียนยันต์ลงบนตัวเอง แต่ฉันก็เพิ่งเห็นก่อนจะมองเสื้อของตัวเองที่มีสามสี่ชั้น แต่ของหลานจ้านมีเพียงแค่สองชั้น


     โอเค สู่ขิตรอบที่ล้านแปด(^7^)b



     "เมื่อพวกมันบุกมารอบสอง ข้าจะล่อพวกมันไปที่สระโลหิต หานกวงจวินจะลงมือฆ่า...ที่นี้พวกมันก็จะมีเป้าล่อ พวกเจ้าใช้จังหวะนี้ออกไปเสีย" เว่ยอิงบอกกับทุกคน

     "เช่นนั้นข้าก็จะไปกันท่านด้วย!" 

     "อย่าเรื่องมากนักเลย มีข้าเพียงคนเดียวก็พอ" จิ่งอี๋อาสาบ้างแต่เว่ยอิงปฏิเสธ ฉันจึงโพล่งขึ้นด้วย

     "พี่เว่ย ถ้าอย่างนั้นข้า--"

     "หยางหยาง เป็นเจ้ายิ่งร้ายใหญ่ ตัวเจ้านั้นมีแรงดึงดูดต่อพวกมันมากอาจตกเป็นเป้าได้ง่าย"

     "นั่นแหละ ข้าถึงต้อง----อื้อๆๆ!!!" ในตอนนั้นฉันถูกวิชาปิดปากเข้าโดยหลานจ้าน เขาปรายตามองฉันแต่ก็ไม่พูดอะไรก่อนที่จะทั้งสองจะออกไปต่อสู้กับพวกหุ่นเชิดตามลำพัง











     ตึกๆๆ!


     เมื่อพวกเราออกมากันได้แล้วทุกคนต่างเหนื่อยหอบกันพอสมควร และต่างจะรีบกันออกไป

     "จะไปกันทั้งแบบนี้เลยเหรอ!" เจียงเฉียงเอ่ยถามประมุขเหยาด้วยความไม่เข้าใจ

     "หากไม่ไป พวกมันได้ตามมาอีกแน่!" ฉันอ้าปากจะด่าประมุขหนวดนี่แล้วถ้าจิ่งอี๋ไม่รั้งฉันไว้แล้วถามขึ้นแทนซะก่อน

     "แต่ว่าพวกเขายังไม่กลับมาเลยนะ!"

     "พวกเขาไม่กลับมาแล้วล่ะ" นั่นปากเหรอฮะที่พูดน่ะ! แม่อยากจะถีบให้ฟันร่วงจริงๆ!

     "พูดจาเหลวไหลน่า!"

     "พวกท่านรู้ดีงั้นหรือ! มีพลังมองเห็นอนาคตหรืออย่างไรกัน...เหตุการณ์ใดที่ไม่มีข้อยืนยัน ก็อย่าคิดไปเองส่งเดช!" ชายคนหนึ่งตวัดตามามองหวังจะต่อว่า แต่พวกเขาไม่รู้หรอก

      ว่าตอนนี้ฉันแทบอยากจะต่อยปากพล่อยๆของพวกเขาให้ฟันร่วงมากแค่ไหน

     "หากไม่รู้อะไร...ก็เงียบเสียบ้าง หากยังอยากมีปากไว้กินข้าวอยู่"  พวกเขาถึงกับสะอึกแล้วหลบตาฉันเลิ่กลั่ก ในตอนนั้นฉันเห็นซือจุยรีบวิ่งฝ่าผู้คนกลับไปทางเดิม

     นั่นทำให้ฉันโล่งใจและหันไปมองจิ่งอี๋ เขายิ้มแล้วพยักหน้ากลับมาเหมือนกับว่าเขาเองก็ยินดีเหมือนกันก่อนจะปล่อยให้ฉันขึ้นไปหาพวกเขา

     "ผู้อาวุโสเว่ย! ตื่นสิ ผู้อาวุโสเว่ย!" ซือจุยเขย่าร่างของเว่ยอิงที่หมดแรงแล้วสลบไป ฉันปรี่เข้ามาแล้วยกมือแตะชีพจรที่ลำคอ

     "พี่เว่ยเพียงแค่ใช้พลังมากไปหน่อย ตอนนี้คงต้องให้เขาพักร่างกายสักหน่อยก่อน" ซือจุย หลานจ้าน และเวินหนิงที่ได้ฟังก็โล่งใจก่อนที่หลานจ้านจะเป็นฝ่ายช้อนร่างโปร่งไว้ในอ้อมแขนแล้วเดินลงเขาไป

     

     ในตอนที่ทุกคนกำลังมุ่งหน้าไปยังท่าน้ำฉันจึงรั้งเวินหนิงไว้

     "เวินหนิง ข้ามีบางอย่างที่อยากให้ท่านชี้แนะ..." เวินหนิงหันมามองด้วยความสงสัยแล้วพยักหน้า

     "เชิญแม่นางถามมาได้เลย"

     "จำแผนที่ที่ข้าเคยให้ท่านดูได้ไหม?" คนตรงหน้านิ่งไปก่อนที่ดวงตาจะเบิกกว้างแล้วพยักหน้ารัวเร็ว ก่อนที่พวกเราจะกลับไปยังล่วนจั้งกั่งอีกครั้ง


 









      แต่ครั้งนี้เขาพาไปยังทางลับอีกทางที่ลงลึกไปยังใต้ดินในห้องนั้น ไม่ได้กว้างมากนักแต่ว่าตรงกลางห้องมีแท่นที่วางผลึกแปดเหลี่ยนสีแดงเพลิงอยู่ บางอย่างที่แม้จะดูเลือนรางเพราะอายุหินที่ผ่านไปนานหลายปี แต่ทันทีที่มือสัมผัสภาพของเสือสีขาวตัวหนึ่งก็ผุดเข้ามาในหัวพร้อมกับเสียงเต้นของหัวใจ

     ตึกตักๆๆๆ!

     "..." จังหวะหนักหน่วงเหมือนตอนที่ได้ยินด้านบนเลย

     "แม่นางหลิว ท่านเห็นอะไร?" เวินหนิงเอ่ยถาม แต่ฉันนิ่งงันแล้วมองตราสัญลักษณ์ของตระกูลเวินที่เป็นรูปพระอาทิตย์

     เสือขาว..เทพประจำทิศ...ผนึก

       สัตว์ทั้ง 4 ล้วนมีจุดอ่อน...มีเพียงแค่เจ้าเท่านั้นที่ทำลายมันได้ สิ่งที่ข้าให้เจ้าไปคือแผนที่ตำแหน่งของสัตว์ทั้งสี่ แต่มิอาจระบุไว้ว่าทิศไหนเป็นอะไร

     ตามคำที่ซ่งหลานเคยบอกกับเรา...ไม่ผิดแน่!

     "พยัคฆ์ขาว ธาตุลม...ถ้าตามหลักธรรมชาติ ไฟจะมีพลังมากขึ้นถ้าหากได้ลม"  ฉันพูดพึมพำตามหลักที่ตัวเองเคยได้ยินมาจากหลายๆที่ และจากหนังสือหลายเล่ม

    ลมแพ้ไฟ ตระกูลเวินแห่งฉีซาน เป็นภูเขาไฟ....

     "ไป๋หู่ ถูกผนึกที่ฉีซาน ในล่วนจั้งกั่งแห่งนี้..." ฉันว่าก่อนจะค่อยๆบีบผลึกจนมันแหลกละเอียด




     เพล้งงงงง!! ฟู่วววววววววววววววว!!


     ฉันและเวินหนิงยกแขนขึ้นกำบังลมพายุตรงหน้าที่มันรุนแรงมากจนพวกเราแทบจะปลิวตาม ก่อนจะปรากฏร่างของเสือโคร่งขาวสวยตรงหน้า และกลายร่างเป็นมนุษย์ผู้ชายที่สวมผ้าคลุมสีขาวลายพาดกลอน และมีหางเสือสีขาวขยับไปมา เขาประสานมือแล้วโค้งคำนับให้อย่างนอบน้อม     

     "ขอบคุณที่ปลดปล่อยข้า ข้ามีนามว่า เจียหู่...เป็นสายเลือดของพยัคฆ์ขาวขอรับ ไม่ทราบว่าท่านมีนามว่าอะไรขอรับ?" ใบหน้าหล่อคมคายยิ้มให้อย่างสุภาพไม่ต่างจากกิริยาของคนสกุลหลานเลยแม้แต่น้อย

     "ฉันหลิวฟูหยาง เป็นตระกูลหลิวเลือดผสมค่ะ" เขาผงะไปเล็กน้อยทันทีเมื่อฉันบอกว่าเป็นเลือดผสม ก่อนจะยื่นมือมาข้างหน้า ฉันจึงจับมือเขาก่อนที่นิ้วข้อหนาที่มีกรงเล็บจะแทงเข้าเนื้อจนฉันเลือดออก

     ฉึก!

     "...ไม่ผิดแน่ เจ้าคือเลือดผสมจริงๆ เวลาใกล้มาถึงแล้วสินะ" ฉันไม่ตอบได้แต่พยักหน้าให้เขา เขาถอนหายใจแล้วก้มหัวให้

     "หากยามใดที่ท่านต้องการข้า ขอให้ท่านผิวปากเป็นจังหวะขึ้นลงสามครั้ง...แล้วข้าจะนำกองทัพมาให้ท่าน"

     "จากนี้ไปพวกคุณจะไปอยู่ที่ไหนคะ?"

     "ข้าจะกลับกูซู ที่นั่นคือแหล่งพลังของข้า...เหล่าสัตว์เทพต่างต้องการให้ท่านช่วยเหลือโปรดช่วยพวกเขาด้วยเถิด" เจียหู่ว่าก่อนที่เขาจะกลายเป็นเสือขาวแล้วหายไปพร้อมกับลมพายุ


      จัดการได้หนึ่งที่...แค่นั้นก็มีเบาะแสมากพอที่จะให้ฉันได้เจอกับสัตว์เทพตัวต่อไป และตำแหน่งที่พวกเขาควรจะอยู่แล้ว!!









ปุกาศ สำคัญมากควรอ่านทำความเข้าใจ!!




กำหนดการอัพตลอด 
สองสัปดาห์ก่อน เตี้ยจะเปิดเรียน คือตามนี้นะเออ

เสาร์-อาทิตย์-จันทร์-พุธ-ศุกร์
เวลา 00.00 น. หรืออาจจะเลทนิดหน่อยนะคะ








เห่อๆ  ไม่มีไรมาก

เม้น-กัน-หน่อย!!


ความสุขของเตี้ย = การเห็นรีดเดอร์อินกับฟิค และเม้นมาให้อ่าน








ขอแค่นี้จริงๆ กราบล่ะค่ะ



รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 284 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,619 ความคิดเห็น

  1. #1577 icesupicha (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 14 มีนาคม 2564 / 20:28

    ได้กำลังมาหนึ่งแล้ว

    #1,577
    0
  2. #1539 0824614948 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 / 23:28
    ลุ้นจนตาค้าง555
    #1,539
    0
  3. #1452 รากต้นโพธิ์ (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 12:54
    ลุ้นถึงจะไม่ได้อ่านนิยายเลยงงแต่ดูท่าจะได้พรรคพวกมา1เหลือ4สินะ ลุ่นๆๆ
    #1,452
    0
  4. #845 554910140 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 19:31
    ลุ้นทุกตอน สู่ขิตทุกฉากของอาเตี่ยอาเหนียง
    #845
    0
  5. #844 `iamzq (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 18:54
    สนุกก จะรอต่อปายย
    #844
    0
  6. #833 กุหลาบสีเขียวเพชร (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 10:01
    นางเป็นจิ่งอี๋ที่2รึนี่ ต่อปากต่อคำเก่ง
    #833
    0
  7. #832 mizenjizaza (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 09:26
    รอจ้าาาา
    #832
    0
  8. #831 chyanin (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 08:43
    รอตอนต่อไป แง โมเมนอาเตี่ยอาเหนียงคือดีงาม เสื้อตัวในนั่น ของใครกันนะ
    #831
    0
  9. #830 pakphum126354 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 08:12
    สนุกมากคะะะะะะะ
    #830
    0
  10. #829 Wilawan Chumwanid (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 05:58
    ติดนิยายหลงกูซู ต่อไปค่า รอจ้า
    #829
    0
  11. #828 cream16984 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 03:36

    สู้ๆคะ//วนอ่านรอบที่3

    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-13.png

    #828
    0
  12. #827 ParnTiti (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 02:11

    มม.หลานจ้านเว่ยอิงทะลักจนน้ำท่วมเรือเลยเจ้าค่ะ
    #827
    0
  13. #826 NaomiSama (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 01:00

    รอๆๆๆๆๆ มันๆๆไๆ
    #826
    0
  14. #825 Thangmo95 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 00:58
    ชอบมากเลย สนุกมากเลยเรื่องนี้
    #825
    0
  15. #824 Phatusanime (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 00:34
    ไม่ดีมั้งตัวเธอ อาเตี่ยนางจะมองแรง// ปี้เฉินบิน
    #824
    0
  16. #823 KilLa (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 00:32
    ว่าจะบอกให้หยางๆแก้ผ้าซูเซ่อแต่ผ่านไปละ
    #823
    0
  17. #822 0621094415 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 00:29

    รอนะสู้ค่ะ สนุกมาก
    #822
    0
  18. #821 Laksika-Napit (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 00:20
    จะรอตอนต่อไปค้าาาาาาาา
    #821
    0
  19. #820 Laksika-Napit (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 00:20
    จะรอตอนต่อไปค้าาาาาาาา
    #820
    0