[ปรมาจารย์ลัทธิมาร] พันธวิญญาณข้ามภพ (OC)

ตอนที่ 38 : ตอนที่ 36 เข้าใจผิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,299
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 258 ครั้ง
    27 ต.ค. 62

     



     หมอถูกตามมายังเรือนรับรองทันที แต่อาการของฟูหยางนั้นถึงได้ว่าเป็นตายเท่ากัน จินกวงเหยาที่รู้ข่าวก็ร้อนรนสั่งให้จับคนที่นำขนมมาให้ พร้อมกับรุดไปหาเด็กสาวในเรือนรับร้อง

     
     จินหลิงที่เฝ้าอยู่หน้าห้องมาได้หลายเค่อจนจะครบชั่วยามแล้ว แต่ว่าหมอก็ยังไม่ออกมา ได้แต่ภาวนาขออย่าให้ยมบาลพาวิญญาณของนางไปเพียงเท่านั้น 

     "อาหลิง ฟูหยางเล่า?!"

     "ท่านอาเล็ก...หมอเข้าไปหลายเค่อแล้วยังไม่ออกมาเลย" จินหลิงว่าด้วยความร้อนลนจนแทบจะร้องไห้อยู่รอมร่อ

     "ข้ากำลังตามตัวคนที่นำขนมมาอยู่ อีกไม่นานเราคงรู้...ฟูหยางนางดวงแข็ง นางต้องปลอดภัย"

     "แต่ท่านอา ตอนหมอมาถึง...ฮึก บอกว่าหาชีพจรนางไม่เจอแล้ว" จินหลิงน้ำตาอาบแก้ม เมื่อได้ยินตอนที่หมอมาถึง เขาหน้าถอดสีไปทันทีหลังจากนั้น


     แอ๊ดดดดด

     "ท่านหมอ! ฟูหยางล่ะ! นางเป็นอย่างไรบ้าง?" หมอคนหนึ่งเดินออกมา ชายแก่ถอนหายใจแล้วส่ายหน้าด้วยความกังวล

     "เรียนท่านประมุข แม่นางได้รับพิษเข้าไปพอสมควร อวัยวะภายในหลายแห่งเสียหายอย่างหนักและมันกำลังจะละลาย..."

     "ท่านต้องช่วยนางให้ได้สิ! ได้โปรดท่านหมอ! อย่าให้นางตายเด็ดขาดเลยนะ" จินหลิงแย้งพลางโวยวายตาแดงก่ำ จนจินกวงเหยาต้องรีบห้าม

     "พิษนี้...ร้ายแรงมาก เกินฝีมือของข้า...ยามนี้ข้าเพียงได้แต่หยุดการลุกลามชั่วคราว จนกว่าเราจะหาผู้ที่มียาถอนพิษมาได้" จินกวงเหยาได้ฟังดังนั้นจึงสั่งให้ทุกคนประกาศไปทั่วหลันหลิงทันที

     "พวกเจ้า ตามหมอทั้งหมดทั่วหลันหลิงมาที่นี่โดยเร็ว!"

     "นายท่าน...เกรงว่ามิต้องแล้ว" ชายคนหนึ่งพูดขึ้นก่อนที่เขาจะกระโดดลงมาจากหลังคาลงตรงหน้าเรือน พร้อมกับสตรีนางหนึ่งภายใต้ชุดคลุมสีดำสนิทที่ดูเก่าและสกปรกไม่เปิดเผยใบหน้า

    ตุบ! ชิ้งๆๆ!

    กระบี่มากมายจ่อบุคคลปริศนาทั้งสองเสมือนว่าเขาเป็นผู้บุกรุกไม่น่าไว้ใจ แต่จินกวงเหยาสั่งให้ทุกคนเก็บกระบี่เข้าฝักทั้งหมด

     "พวกท่านหมายความว่าอย่างไร?"

     "คนของข้า ชำนาญเรื่องพิษทั่วยุทธภพ...เราจะรักษานางเอง" สุรเสียงแห่งความหวังดังขึ้นทำให้ทุกคนเริ่มเบาใจ ก่อนจะรีบพาทั้งสองที่แต่งตัวมอซอเหมือนกับขอทานก็มิปานเข้าไปข้างใน


    ทั้งสองมองร่างบางที่นอนอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าซีดเซียวราวกับกระดาษ ก่อนจะพยักหน้าให้กับชายหนุ่มว่าให้ทุกคนออกไปและอย่าเปิดประตูจนกว่าพวกเขาจะเปิดเอง

     ปึง!

     "..."

     "...เป็นอย่างไรบ้าง เหลียงซา?" ชายหนุ่มถอดผ้าคลุมออกแล้วมองออกไปยังนอกประตู ก่อนจะนั่งคุกเข่าตรงหน้าหญิงที่นั่งอยู่ข้างเตียง

     "มิมีผู้ใดอยู่บริเวณนี้แล้วขอรับ" นางพยักหน้ารับรู้ก่อนจะจับมือบางที่เริ่มเย็นลง และไล้มายังกรอบหน้าแล้วยกยิ้มบาง

     "ใจแข็งเสียจริง เหลียงซา ข้าคงต้องรบกวนเจ้าขับพิษของนางหน่อยแล้ว..."

     "เหลียงซาทราบแล้วขอรับ แต่ข้าสงสัยอยู่ว่าเหตุใดท่านถึงได้รู้ว่านางกำลังอยู่ในอันตรายเล่าขอรับ?" เหลียงซาเอ่ยถามร่างใต้ผ้าคลุมตรงหน้า หล่อนหันมายิ้มให้แล้วถอดผ้าคลุมหัวออก

     ฟุ่บ!

    เขากวางสีขาวนวลที่ปลายของเขาแตกหน่อยเป็นใบไม้สีเงินประดับอยู่บนศีรษะได้รูป ดวงเนตรสีขาวอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยพบ ราวกับเป็นเทพธิดาเลยก็ว่าได้ เรือนผมสีจันทร์นวลเป็นประกายเหมือนแสงของดวงดาว

     "ฮึๆ 'อสูรสวรรค์'อย่างข้า เหตุใดจะมิรู้เล่า...ยิ่งนางเป็นเลือดผสมด้วยแล้ว ข้ายิ่งรู้ได้ง่ายนักแล" นางว่าพร้อมกับทาบมือลงบนพวกแก้มนิ่มอย่างเบามือ

     "..."

     "หลิวซิ่นซือก็อุตส่าห์ขอร้องข้าเอง เขาคงร้องไห้แน่ถ้าหากนางเป็นอะไรไป..." มือเรียวไล้ลงมากุมมือบางแล้วหายใจช้าๆก่อนที่เถาไม้จะเลื้อพันมือทั้งสองเอาไว้

     พึ่บๆๆ!

     "เอาล่ะ เจ้ารักษานางเถอะ...ข้าจะคุยกับนางเสียหน่อย"

     "ขอรับ..."












     หมับ!


     "ไม่ต้องกลัว...ข้าไม่ให้เจ้าตายหรอก" มืออุ่นของใครบางคนจับมือฉันไว้ ฉันที่กำลังก้มหน้าร้องไห้เงยหน้าขึ้นมองดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจปนตะลึงกับความงดงามเหนือคำบรรยายตรงหน้า

     เมื่อเห็นร่างระหวงราวกับนางฟ้านางสวรรค์มีเขากวางประดับด้วยใบไม้สีเงินสวย รวบตัวเธอส่งแสงนวลเหมือนกับแสงของพระจันทร์ก็ไม่ปาน ใบหน้าที่ราวกับถูกสวรรค์สร้างยิ้มให้ ดวงตาสีขาวนวลเหมือนสีของพระจันทร์ทอแสงอ่อนละมุน เรือนผมสีสว่างนั่นยิ่งทำให้คนตรงหน้าดูเป็นประกายขึ้นไปอีก

     "สวยจัง..." สวยจนต้องเพ้อเลยให้ตายเถอะ

     "ขอบใจ เอาล่ะ มากับข้าเถอะ"

     "ด เดี๋ยว ฉันตายแล้วเหรอ?"

     "ยังหรอก เจ้าเข้าใจผิดแล้ว...ชาติที่แล้วของเจ้าก็เช่นกัน" ประโยคหลังทำให้ฉันร้องด้วยความแปลกใจ

     "เอ๊ะ? หมายความว่ายังไงคะ?"

     "เจ้ามิได้ตายเพราะฆ่าตัวตายหรอกนะ..."
     
     "ด ได้ยังไงล่ะ? ก็ฉันจำได้แม่นเลยนะ ว่าฉันกินยานอนหลับไปเป็นกำๆแถมยังดื่มน้ำตามด้วย!" หญิงสาวปริศนาส่ายหน้าแล้วเล่าความจริงบางอย่างที่ฉันไม่รู้

     "ไม่หรอก หลังเจ้ากินยานั่นแล้วหลับไป...กลางดึกเจ้าสะดุ้งตื่นขึ้นมาอาเจียนอย่างหนัก ราวกับว่าร่างกายของเจ้าต่อต้านยาพวกนั้น...ทำให้เจ้าอาเจียนจนหมดแรง และหัวเจ้าฟาดกับโต๊ะจนสมองตาย" ฉันอ้าปากค้างด้วยความอึ้งเอ๋อ 

     "แสดงว่าที่ฉันตายจากโลกนั้น ไม่ได้เป็นเพราะฉันฆ่าตัวตาย...แต่ตายด้วยอุบัติเหตุ"

     "ใช่แล้ว...แต่สภาพเจ้าในตอนนี้ก็แย่มากพอสมควรเลยทีเดียว" คำพูดของเธอทำเอาฉันขมวดคิ้วด้วยความสงสัย

     "ยังไง?"

     "พิษที่เจ้าได้รับ ทำให้อวัยวะภายในของเจ้ากำลังละลาย ตอนนี้ข้าได้ให้เหลียงซาขับพิษออกจากร่างของเจ้าอยู่" ชื่อคุ้นหูดังออกจากปากเธอทำให้ฉันเริ่มรู้สึกโล่งใจ

     "เหลียงซา เขาอยู่ที่นี่เหรอ! ล แล้วฉันจะหายมั้ย?"

     "ที่จริงเจ้าไม่รอดแน่...แต่ว่าซิ่นซือได้มอบสิ่งนี้ให้แก่ข้า" หล่อนว่าก่อนจะยื่นลูกแก้วมาให้ 

     "นี่อะไร?"

     "ร่างของเจ้าในชาติที่แล้ว เพื่อนของเจ้าทำตามคำขอของเจ้า...คือนำอวัยวะของเจ้าต่อชีวิตให้ผู้อื่น ซึ่งสิ่งที่เขาบริจาคให้ผู้อื่นได้ ก็คืออวัยวะภายในของเจ้า หัวใจ ตับ ไต ปอด แก้วหู กระจกตา ซึ่งในร่างของโลกนี้ได้ถูกพิษกัดกินจนสภาพเกินเยียวยา"

     "อย่าบอกนะว่า..."

     "ใช่ ผลบุญที่เจ้าได้ช่วยชีวิตผู้อื่นจะสนองคืนแก่เจ้า" ในตอนนั้นลูกแก้วก็สว่างขึ้นจนแสบตา ในตอนนั้นฉันจึงตะโกนถามชื่อของเธอไว้ทันที

     "เดี๋ยว! เดี๋ยวก่อน ชื่อของคุณล่ะ!"

     "จิวเหลี่ยง* คือนามของข้า ข้าอยู่กับเจ้าเสมอนะ..." หล่อนตอบก่อนที่แสงนั้นจะสว่างจ้าจนฉันมองไม่เห็นอะไรอีกเลย
(*阄魉  จิวเหลี่ยง แปลว่า   โชคชะตา และ เทพยดา )










     ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาในห้องรับรอง ข้างเตียงมีแจกันดอกมู่ตานสีเหลืองอ่อนส่วนคนที่เฝ้าข้างเตียงก็ไม่ใช่ใคร...เจ้ามินิขนมเข่งที่กำลังนั่งหันหลังให้นั่นเอง

     "จินหลิง?" เจ้าของชื่อรู้สึกได้ว่ามีคนเรียกจึงหันมา ริมฝีปากขยับยิ้มกว้างน้ำตารื้นด้วยความดีใจ

     "เจ้าฟื้นแล้ว! ดีจังเลย...ดีจังที่เจ้ายังไม่ตาย" จินหลิงร้องไห้ที่ข้างเตียงด้วยความดีใจ ฉันที่เห็นเขาร้องไห้ ได้ยินเสียง ได้กลิ่น และได้รู้สึกถึงความเจ็บปวดอีกครั้ง

     "...อืม ดีจังเลยเนอะ" ฉันยิ้มทั้งน้ำตาแล้วลูบหัวเขาเป็นการปลอบประโลมไปพลางๆ  สรุปทั้งฉันและเขาต่างก็ร้องไห้เป็นเผาเต่าอยู่นานเลยทีเดียวล่ะ











     ไม่นานหมอก็เดินเข้ามาตรวจดูอาการของฉัน ก่อนที่สีหน้าของเขาจะเป็นไปด้วยความประหลาดใจแล้วรายงานฉัน กับจินหลิงให้ฟัง 

     "ไม่น่าเชื่อ ว่าพิษจะถูกขับออกจากร่างกายจนหมดเลย...อีกทั้งอวัยวะภายในก็ได้รับการรักษาอย่างไร้ที่ติ ไม่มีพิษตกค้างเลยแม้แต่น้อย" จินหลิงยิ้มกว้างด้วยความดีใจ ฉันเองก็ถอนหายใจโล่งอก

     "คงต้องขอบคุณสองคนนั้น ดีล่ะ! ข้าจะให้คนตามหาพวกเขาแล้วมอบของรางวัลให้"

     "อย่าเลยจินหลิง...คนที่ควรทำอย่างนั้น"

     "ไม่ได้ ข้านึกว่าเจ้าจะไม่รอดเสียแล้วนะ...เจ้าเป็นเพื่อนคนสำคัญของข้า ผู้มีพระคุณของเจ้าก็คือผู้มีพระคุณของข้าด้วย!" จินหลิงมุ่ยหน้าเถียง ฉันเลิ่กคิ้วแปลกใจ แล้วป้องปากกลั้นขำ

     "คิกๆๆ!"

     "ขำอะไรของเจ้ากันล่ะ!"

     "ก็เจ้านับข้าเป็นเพื่อนนี่นา ข้าก็ต้องแปลกใจสิ ไม่คิดว่าคุณชายจินผู้หยิ่งยโสผู้นี้จะยอมรับ คนเช่นข้าเป็นเพื่อนด้วย"

     "ฟูหยาง ข้าพูดจริงนะ! ข้าว่ามีเพื่อนเช่นเจ้ายังดีกว่าเจ้าจินฉ่านนั่นเป็นไหนๆ" 

     "แต่ข้าก็อดขำไม่ได้อยู่ดีนี่นา..."

     "...ข้านึกว่าเจ้าจะดีใจเสียอีก" จินหลิงกอดอกมุ่ยหน้าหนีแล้วพูดเสียงอ้อมแอ้ม ฉันก็ได้แต่ยิ้มเอ็นดูแล้วจิ้มแก้มเขา

     "จ้าๆ เป็นเกียรติอย่างยิ่งเลย โชคดีแล้วที่เจ้าไม่ได้กินเข้าไป...ข้าไม่อยากให้เจ้าจินตนาการความทรมานนั่นเชียว"

     "แต่เจ้าก็กินเข้าไปอยู่ดีนี่"

     "แต่ข้าไม่เป็นไรแล้วนี่นา อ้อ ฝากบอกท่านอาเล็กของเจ้าด้วยล่ะ ว่าอย่าบอกเรื่องนี้กับใคร...เก็บเป็นความลับนะ" ฉันว่าแล้วยกนิ้วจุ๊ปากตัวเอง เขาพยักหน้าจริงจังก่อนที่เราจะนั่งคุยกันอยู่พักใหญ่









     โชคดีที่ฉันไม่ได้หมดสติไปเป็นวัน ไม่งั้นที่สำนักคงเป็นห่วงกันแน่ๆ...หลังจากที่ร่างกายดีขึ้นพอสมควรแล้ว ฉันจึงลากลับอวิ๋นเซินปู้จือฉู่ทันที ถึงแม้จินกวงเหยาอยากจะให้ฉันพักผ่อนสักวันก่อนแล้วค่อยเดินทางกลับ แต่ว่าฉันก็ปฏิเสธน้ำใจแล้วรีบเดินทางกลับทันที ด้วยเหตุผลที่ว่าคนที่กูซูจะเป็นห่วง 




     ตุบ!

 

     "ฟูหยาง ท่านเจ๋ออู๋ถามหาเจ้าตั้งแต่บ่ายแล้ว ไปเหลวไหลที่ไหนมา?" ศิษย์คนหนึ่งที่เห็นฉันร่อนลงมายังพื้นพอดีรีบเข้ามาหา
     
     "ระหว่างทางเจอเรื่องนิดหน่อยเจ้าค่ะ"

     "มิได้บาดเจ็บใช่ไหม?" ฉันยิ้มแล้วส่ายหน้าหวือ เขาก็ถอนหายใจโล่งอกแล้วบอกให้ฉัยไปรายงานตัวว่าได้มาถึงแล้วเพื่อให้พวกเขาหายกังวล









     สามวันต่อมา วันแห่งการชุมนุมก็มาถึงเหล่าผู้นำตระกูลต่างเดินทางไปยังจินหลินไถเพื่อเข้าร่วมการชุมนุม แต่เด็กอย่างพวกเราถ้าไม่เรียน ก็ฝึกซ้อม ทำกิจวัตรทั่วไป วันนี้พวกซือจุยก็ลงไปยังหมู่บ้านเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านด้วยสิ

     "ศิษย์พี่ฟูหยาง! ช่วยสอนวิทยายุทธมือเปล่าให้พวกข้าได้หรือไม่ขอรับ!" ระหว่างที่กำลังนั่งดื่มชาและอ่านตำราที่ใต้ต้นไม้ก็แทบสำลัก ฉันมองพวกเขาตาปริบๆ

     "ข้าเหรอ?"

     "ขอรับ!"

     "พวกเจ้าอย่าแซงหน้าพวกข้าสิ วันนี้พวกข้าจะให้พี่ฟูหยางสอนทำขนม!" เด็กชายและหญิงสองกลุ่มกำลังจพก่อสงครามข้ามหน้าข้ามตาฉัน

     "เฮ้อ หยุดๆๆ...ที่อวิ๋นเซินปู้จือฉู่ห้ามส่งเสียงดังนะ อยากโนอาจารย์หลานให้คัดกฏหรือ?" เหล่าเด็กหนุ่มสาวก้มหน้าหงอยก็ได้แต่ถอนหายใจแล้วกอดอก

     "เอาล่ะ พวกเจ้าเอาตัวแทนมา จับไม้สั้นไม้ยาว ใครได้ไม้ยาวข้าจะสอนสิ่งนั้นให้ก่อน และค่อยสอนไม้สั้นในช่วงเย็น" ฉันว่าก่อนจะเดินไปหยิบกิ่งไม้แห้งสองแท่งโดยไม่ให้พวกเขาเห็นแล้วยื่นมาตรงกลาง


     พอจับก็ปรากฏว่าพวกผู้ชายได้ไม้ยาว ทำให้พวกผู้หญิงเสียใจอยู่ไม่น้อยจนฉันต้องมาปลอบใจพวกเธออีก

     "เฮ้อ เช่นนั้นก็มาฝึกด้วยกันสิ"

     "จะดีหรือเจ้าคะ?"

     "เป็นสตรี แต่ว่าพวกเจ้าก็จะเป็นเซียนในอนาคต...กระบี่เป็นของคู่กายก็จริง แต่หากยามขับขันร่างกายของพวกเจ้านี่แหละจะช่วยได้" พวกเด็กสาวฟังตาเป็นประกายก่อนจะยอมไปฝึกกับพวกผู้ชายด้วยในที่สุด


    ตุบบบ! 

     "อ อูยย..."

     "ถึงแม้ผู้หญิงจะอ่อนด้วยเรื่องพละกำลัง แต่หากหาสิ่งอื่นชดเชยตรงส่วนนี้ได้ ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะชนะ" ฉันว่าก่อนจะฉุดแขนเด็กหนุ่มให้ลุกขึ้นยืน "อย่างน้อยก็เพื่อป้องกันตัว ยามถูกข่มเหงรังแกก็พอ เอาล่ะ พวกเจ้าจับคู่กันแล้วลองประมือกันช้าๆก่อนนะ"





       
     
     หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจวันนี้ ฉันก็ไปกินข้าวและเตรียมตัวเข้านอนตามเวลาปกติ แต่ในตอนนั้นเองที่ฉันได้ยินเสียงบางอย่างจากด้านนอก จึงเปิดหน้าต่างออกไปดู ได้ยินเสียงขลุ่ยเลี่ยงปิงดังแผ่วๆเหมือนกับจะบอกอะไรบางอย่าง


     ไป...เรือน...วิ...เวก

     "เรือนวิเวก...พวกเขากลับมาแล้วเหรอ!" ฉันที่กำลัวจะนอนลุกพรวดลงจากเตียงแล้วออกจากห้องไปเตรียมอุปกรณ์ทำแผลและรุดไปยังเรือนวิเวกทันที


    เมื่อมาถึงก็พอดีกับที่หลานจ้านเปิดประตูออกมาพอดี สีหน้าของเขากังวลอย่างเห็นได้ชัดเขาคว้าถังน้ำกับผ้าขนหนูเข้าไป แต่ก่อนที่เขาจะปิดประตูฉันก็ตะโกนรั้งไว้

     "อ อาเตี่ย!...ให้ฟูหยางช่วยด้วยเถอะเจ้าค่ะ" หลานจ้านหันมามองอยู่นานก่อนจะพยักหน้าในที่สุด ฉันจึงรีบเข้าไปและไปยังเตียงที่มีเว่ยอิงนอนหน้าซีดเป็นกระดาษอยู่บนเตียง

     "ถูกแทงลึกไหมเจ้าคะ?"

     "มากพอควร...เจ้าจะทำอย่างไร?" หลานจ้านถามขณะที่ฉันคว้าข้อมมือเขาไปดูชีพจร ผิวที่เย็นเฉียบและสื้อผ้าที่เปียกชื้นทำให้มีอาการหนาวสั่น

     ขืนเป็นแบบนี้เขาได้เป็นปอดบวมแน่...ที่เหลือให้เขาจัดการดีกว่าเราทำที่เราได้

     วิ้งงงงงงงงงง!

     ยินเชิงฮัวส่องแสงขึ้นเมื่อฉันยกมือทาบลงบนบาดแผล เถาไม้เลื้อยออกมาจนกระทั่งมีใบไม้สีเขียวผลิออกแล้วถูกบดจนน้ำนั้นหยดลงบนแผล

     "ตอนนี้ทำได้เพียงแค่ห้ามเลือดเท่านั้น แต่ว่าเสื้อผ้าของพวกท่านเปียกชื้นต้องรีบเปลี่ยน...ร่างกายของพี่เว่ยเย็นมากจนอันตรายเกินไป"

     "ต้องทำอย่างไร?"

     "ถอดเสื้อผ้าออกแล้วทำให้ร่างกายอบอุ่นโดยเร็วที่สุดเจ้าค่ะ ฟูหยางจะไปนำเสื้อผ้ามาเปลี่ยนให้นะเจ้าคะ" หลานจ้านพยักหน้าก่อนจะมานั่งแทนที่ฉัน

     "ทำอย่างไร?"

     "เอ่อ...ห่มผ้าให้พี่เว่ยแล้วก็กอดไว้ก่อนจนกว่าข้าจะกลับมาก็ได้เจ้าค่ะ"

     "จะได้ผลดีหรือ?" ขอกรีดร้องได้ไหม? การที่ฉันจะพูดมันน่าอายนะ พี่วั่งจี!!

     "ม มีคนเคยบอกว่าเนื้อห่มเนื้อ ถึงจะหายหนาวเจ้าค่ะ" ชายตรงหน้านิ่งไปนิดก่อนจะหันมาบอกฉัน

     "รบกวนเจ้าด้วยฟูหยาง" ฉันพยักหน้าแล้วรีบออกไปจากห้องทันทีด้วยความร้อนใจไม่น้อย



    การที่เว่ยอิงกลับมาในสภาพแบบนี้ แสดงว่าความลับที่ตัวเองคือเว่ยอู๋เซี่ยนไม่ใช่โม่เสวียนอวี่คงแตกแล้ว แถมการแพร่กระจายเข้าก็เร็วซะยิ่งกว่าเชื้อไวรัสไข้หวัด 2009 ซะอีก แต่เดี๋ยวนะ...



     เสื้อหลานจ้านก็เปียก ก็แสดงว่าพวกเข้าต้อง....
    



    เนื้อห่มเนื้อ...



     แหมะ!



     "แย่ล่ะ เลือดกำเดาไหล(=.,=)..." ฉันรีบเช็ดเลือดแล้วรีบไปหาเสื้อผ้าชุดใหม่ให้พวกเขา






ขอเปิดตัวละครมาใหม่ที่อาจมีบทบาทอีกในอนาคตค่ะ


รูปภาพ            รูปภาพ     



รูปภาพ


จิวเหลี่ยง 
อสูรสวรรค์ที่ช่วยชีวิต น้องหยางนางเอกของเรานั่นเอง 

ปล.รูปสุดท้ายเป็นร่างอสูรเต็มตัวนะคะ



ไฉ่หมิงกงจู่เตี้ยนเซี่ย 才明公主殿下 (อัพเรื่อยๆ) - แนะนำตัวละคร (เพิ่มหนุ่มๆ)


เหลียงซา
ปีศาจงู (ส่วนอื่นๆยังเป็นปริศนาให้ทายต่อไป)


นิยาย องค์ชายนะหรือ...ก็ข้านี่ไง(Yaoi) > ตอนที่ 1 : บทนำ : Dek-D.com - Writer

หลิวซินซือ
นักพรตอสูร  พี่ชายของประมุขผู้ก่อตั้งตระกูลหลิว







ปล.รูปภาพของสุดหล่อสองคนนี้ 

เตี้ยขอทุกคนใช้จินตนาการในการอ่านนะคะ

ส่วนด้านบน ก็นิกกี้ของเตี้ยเองค่าาา(^^;)



     




เห่อๆ  ไม่มีไรมาก

เม้น-กัน-หน่อย!!


ความสุขของเตี้ย = การเห็นรีดเดอร์อินกับฟิค และเม้นมาให้อ่าน








ขอแค่นี้จริงๆ กราบล่ะค่ะ



รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 258 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,619 ความคิดเห็น

  1. #1576 icesupicha (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 14 มีนาคม 2564 / 20:16

    กริ๊ดดด ดีงาม

    #1,576
    0
  2. #1451 รากต้นโพธิ์ (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 12:21
    ทำดีมากกกฟูหยางชงเก่งมากกก
    #1,451
    0
  3. #1004 Maidii (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 00:32

    แงงงง้ รูปไม่ขึ้นอ่าาา
    #1,004
    0
  4. #815 Wilawan Chumwanid (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 09:37
    อิอิ อยากแอบดูอยู่ข้างเตียงจุง
    #815
    0
  5. #814 554910140 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 09:01
    มิไม่ผู้ใดอยู่บริเวณนี้แล้วขอรับ
    น่าจะเป็นคำว่า มิมี นะ
    #814
    1
    • #814-1 Phatusanime(จากตอนที่ 38)
      27 ตุลาคม 2562 / 09:24
      โอ้ ขอบคุณค่ั
      #814-1
  6. #813 Laksika-Napit (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 04:42
    รอตอนต่อปายยย
    #813
    0
  7. #812 mnttmb (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 00:55
    คิดดีไม่ได้เลยจริงๆ
    #812
    0
  8. #811 KilLa (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 00:44
    เนื้อห่มเนื้อ คิดดีไม่ได้
    #811
    0
  9. #810 NaomiSama (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 00:30

    แม่เจ้า...แม่..เจ้า ไม่ไหวแล้ววววว!!!!//กระอักเลือดตาย
    #810
    0
  10. #809 aey5555 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 00:19
    คิดดีไม่ได้
    #809
    0
  11. #808 รินเจ้าค่ะ (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 00:15
    อุหุหุหุ=,,= เนื้อห่มเนื้อหุหุหุ//หัวเราะดังคนบ้า
    #808
    0