[ปรมาจารย์ลัทธิมาร] พันธวิญญาณข้ามภพ (OC)

ตอนที่ 29 : ตอนที่ 28 พลังที่ไม่สมดุล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,590
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 320 ครั้ง
    6 ต.ค. 62





    กริ๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!



     เสียงกรีดร้องของเด็กสาวดังออกมาจากส่วนลึกของถ้ำ เหล่าศิษย์ตระกูลหลานเริ่มอยู่ไม่เป็นสุข แต่ก็ถูกเหล่าคนคลุมดำจ่อกระบี่ไว้ ก่อนที่เสียงนั้นจะเงียบไปจนผิดสังเกต

     "ข้าจะเข้าไปดู...พวกเจ้าจับตามองเด็กพวกนี้ไว้" ชายคนหนึ่งพูดขึ้นก่อนจะเก็บกระบี่เข้าฝักแล้วสั่งกำชับ พลางเดินหายเข้าไปด้านใน


     จิ่งอี๋ที่ได้แต่กำหมัดแน่นด้วยความเจ็บใจเพราะตอนนี้ตนไม่มีกำลังมากพอที่จะทำอะไรได้ อีกทั้งความเร็วของตนในตอนนี้คงตกลงมากเพราะพลังวิญญาณที่หายไปยังไม่ฟื้นกลับมา แต่ในหัวก็ยังคงคิดหาทางแต่ว่าในตอนนั้นเอง ร่างของชายที่หายเข้าไปถูกบางอย่างโจมตีจนตัวปลิวมากระอักเลือดด้านนอก


     พลั่กกก ตุบ!

     "ค่อกๆ!" เลือดกระเซ็นออกมาจากปากเป็นลิ่ม มือยกขึ้นกุมอกไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้ และนั่นทำให้ดึงความสนใจของทุกคนให้หันไปมองพร้อมกับปลายกระบี่

     ตึกๆๆ

     "อย่ามา...ขวาง" น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยขึ้นพร้อมกับร่างเล็กที่เดินออกมาจากเงามืด ดวงตาทุกคู่เบิกกว้างเมื่อเห็นว่าในมือของแม่นางน้อยผู้นั้น...

    กำคอของร่างไร้วิญญาณที่คอหักต่องแต่งราวกับเป็นตุ๊กตา และลากกับพื้น ดวงตากลมโตที่มักสดใส บัดนี้ฉายแววหม่นไร้ประกาย ใบหน้ามนนั้นเรียบเฉยยากจะคาดเดาอารมณ์  บางอย่างที่แผ่ออกมาจากร่างกายเล็กนั้นช่างรุนแรงจนพวกคลุมดำรวมถึงศิษย์ตระกูลหลานทุกคนเหงื่อซึม ลอบกลืนน้ำลาย

     "ฟู...หยาง" จิ่งอี๋เรียกร่างบางเสียงแผ่วอย่างกับไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ตนกำลังได้เห็นตรงหน้า

     ภาพของเด็กสาวที่มักประดับด้วยรอยยิ้มสดใส ท่าทีร่าเริงกระฉับกระเฉงถูกลบหายไปเมื่อได้เห็นภาพตรงหน้า...ชุดขาวสะอาดตาบัดนี้กลับอาบย้อมไปด้วยสีแดงฉานและกลิ่นคาวคละคลุ้งที่ชายผ้า ดวงตากลมปรายตามองคนที่อยู่อย่างเย็นชา ก่อนที่ริมฝีปากเล็กจะขยับเปล่งวาจา

     "ฟูหยาง?....อ๋อ นั่นเป็นนามของนางหรือ?" ศีรษะเล็กเอียงคอมองด้วยความสงสัย ก่อนจะยกหลังมือข้างที่ว่างขึ้นมองไปมา แล้วยกยิ้มพอใจ

     "เจ้า ไม่ใช่ฟูหยาง? เจ้าทำอะไรนาง!" ร่างเล็กปรายตามองจิ่งอี๋ จนอีกฝ่ายกลั้นหายใจเจ้าหล่อนยกยิ้มพราวแล้วยกนิ้วแตะริมฝีปากของตน

     "ชู่วววว อย่าทำเสียงน่ากลัวเช่นนั้นสิ ข้าเพียงแค่'ยืม'ร่างของนางเท่านั้นเอง" คำตอบของนางทำให้จิ่งอี๋ใจหล่นวูบอย่างบอกไม่ถูก มือเท้าเย็นเฉียบ ราวกับกำลังหวาดกลัว

     "นางอยู่ไหน!"

     "นี่ร่างของนาง...นางก็ต้องอยู่ที่นี่สิ เพียงแต่ยามนี้ร่างของนางเป็นของข้าเท่านั้นเอง" เจ้าหล่อนยกมือทาบอกของตัวเองด้วยความรู้สึกปลื้มปิติยินดี ก่อนจะถอนหายใจโล่งอกแล้วพูดต่อ 

      "อา เป็นร่างที่ดีจริงๆเลยนะ ยอดเยี่ยมมาก"

     "เอาคืนมา...คืนฟูหยางมา!"

     "เฮ้อ ช่างเป็นเด็กที่ใจร้อนเสียจริงนะ ย่อมได้ ข้าจะคืนนางให้แก่พวกเจ้า เพียงแต่..."

     "..."

     "ไม่รู้ว่าหลังจากที่ข้าไป นางจะกลับมาหรือเปล่านะ ฮึๆๆๆ!" หล่อนว่าทิ้งท้ายก่อนที่จะหลับตาลงอีกครั้ง ร่างบางยืนนิ่งศีรษะตกลงจนคางชิดอก


      ทุกคนยืนนิ่งไม่มีใครกล้าที่จะขยับตัว จนกระทั่งชายที่ถูกโจมตีเมื่อครู่ผุดลุกขึ้นมาพร้อมกับชักกระบี่แล้วแทงที่หัวใจ

     "ตายซะ นังปีศา---"



     ผัวะ!! ตึงงงงงงงงงง!!


     ทุกสิ่งเกิดขึ้นเพียงพริบตา กว่าจะรู้ตัวร่างของชายคนนั้นก็นอนคว่ำจมกองเลือด รองเท้าสีขาวสะอาดที่เหยียบแผ่นหลังของอีกฝ่ายยกขึ้นอย่างช้าๆ รองเท้ารองเท้านั้นอาบเลือดจนชุ่ม แผ่นหลังของชายคนนั้นเป็นทะลุเป็นกลวงตายอย่างโหดเหี้ยม เสียงคำรามในลำคอดังขึ้นจากร่างบาง ดวงตาเบิกโพล่งเป็นสีดำสนิท เส้นเลือดสีดำผุดโปนรอบดวงตาทั้งสองข้าง  เขี้ยวยื่นออกมาราวกับสัตว์ป่า กรงเล็บยื่นยาวและแหลมคม

     กรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร!!

     "ฆ ฆ่ามัน! ฆ่าเจ้าปีศาจนั่นซะ!"

     "แล้วเจ้าเด็กพวกนี้เล่า?"

     "ไม่ต้องสนมันแล้ว! ฆ่าปีศาจนี่เร็ว!" เหล่าพวกชุดคลุมดำต่างหันปลายกระบี่ไปที่ร่างบางและวิ่งเข้ามาล้อมทุกทิศแล้วพุ่งเข้าพร้อมกัน  แต่ว่า...

    หมับ!!

     "อะไรกัน!" มือเรียวหยุดกระบี่ไว้อย่างง่ายดาย 

     ก่อนจะกำมันแน่นจนแหลกละเอียด  ทันทีที่อีกฝ่ายเสียงหลักจึงใช้ขายกขึ้นฟาดก้านคอทีเดียวจนปลิวกระแทกกับผนังถ้ำจนเลือดติดผนังแล้วแน่นิ่งไป พวกซือจุยได้แต่อึ้งเอ๋อกับภาพตรงหน้า ชุดคลุมสีขาวที่ขาดวิ่นจากกระบี่ จนสภาพแทบไม่เหลือชิ้นดี รองเท้าที่เปื้อนเลือดนั้นถูกสะบัดออก เหลือเพียงเท้าเปล่า เด็กสาวตรงหน้าจัดการศัตรูอย่างไม่ปราณีท่ามกลางศพ และกลิ่นคาวเลือด ราวกับ... 

     "ป ปีศาจ..."

     ดวงตาตวัดหันมามองเหล่าคนสกุลหลาน เด็กสาวแยกเขี้ยวแล้วพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วจนอีกฝ่ายตั้งตัวแทยไม่ทัน และเป้าหมายที่ใกล้ที่สุดก็คือ

     "จิ่งอี๋!!"

     กึก!

     "ฮื่อออออออออออออ!!" กระบี่ที่ยังไม่ถูกชักยกขึ้นมากันคมเขี้ยวที่จะฝังร่างของตน จิ่งอี๋มองเด็กสาวตรงหน้าอย่างไม่วางตาพยายามกัดฟันขืนแรงกัดของอีกฝ่าย

    ฉึก!!

     "อึ่ก!...ฟ ฟูหยาง ได้สติสิ!!" เด็กหนุ่มพยายามตะโกนเรียกอีกฝ่ายแม้ว่ากรงเล็บจะจิกเข้ามาที่แขนจนเลือดซึมผ่านผ้าสีขาว ก็ไม่สนใจว่ามันจะเจ็บมากเพียงใด แต่สิ่งที่ต้องการมากที่สุดในตอนนี้มีเพียงสิ่งเดียว


     ได้โปรด กลับมา...


     "ฟูหยาง! อย่ากลายเป็นปีศาจเด็ดขาดนะ แข็งใจไว้สิ!" จิ่งอี๋สบมองเข้าไปในดวงตากลมโตนั้นแล้วพร่ำบอกขับกล่อมให้เจ้าของร่างที่อยู่ภายในรู้สึกตัว

     "ฮื่ออออออ!!" 

     "กลับ...กลับมา กลับมาเถอะ อั่ก!" เด็กหนุ่มที่ใช้พลังมากเกินกำลังจนกระอัดเลือด และบางส่วนกระเซ็นมาที่ใบหน้าของเด็กสาวที่คร่อมตนอยู่ด้านบน


     แหมะ!


     หยดน้ำตาหยุดหนึ่งตกลงบนใบหน้าของเด็กหนุ่มทำให้เขาชะงัก ดวงตาที่สีดำสนิททั้งดวงเลือนหาย เส้นเลือดสีดำรอบดวงตาเริ่มจางลง แรงกดทับในคราแรกผ่อนลงและหยุดนิ่ง เช่นเดียวกับกรงเล็บที่ฝังในต้นแขนหายไปในที่สุด จิ่งอี๋นิ่งงันก่อนจะค่อยๆมองดวงตากลมโต ที่บัดนี้เอ่อท่วมด้วยน้ำใส ค่อยๆหยัดกายลุกขึ้นนั่งโดยที่งทั้งสองยังไม่ละสายตาจากกัน

     "จ จิ่ง...อี๋" น้ำเสียงที่แสนคุ้นเคยเอ่ยเรียกชื่อของเขา เจ้าของนามยกยิ้มโล่งใจแล้วพยักหน้า

     "ใช่ ข้าเอง...โล่งอก ที่เจ้ากลับมา" มือยกขึ้นแตะข้างแก้มของอีกฝ่าย นิ้วโป้งลูบไล้แก้มนิ่มพลางปาดน้ำตาที่กลิ้งผลอย แต่รอยยิ้มของพวกเขานั้นก็ต้องแปรเปลี่ยนไป เมื่อหยาดน้ำใสกลายเป็นสีเลือด

     "ข...โทษ ข้า...ขอโทษ" กลีบปากบางเอื้อนเอ่ยคำขอโทษ ดวงตาแดงก่ำเลือดหลั่งรินออกมาจากดวงตา โพรงจมูก หู และริมฝีปากจนเลอะเสื้อขาวเป็นบริเวณกว้าง

     "ฟูหยาง เจ้าเป็นอะไร!"
     
     "ขอโทษ...ฮึก ข้าขอโทษ" เหมือนกับอีกฝ่ายนั้นไม่ได้ยินอะไรได้แต่พร่ำพูดคำขอโทษเหมือนคนไร้สติ ร่างกายนั้นไร้เรี่ยวแรงจนมันตกลงพื้นไปเสียหมด

    
     ซือจุยที่เห็นท่าไม่ดีจึงคว้าข้อมือเล็กนั้นขึ้นมา ดวงตาเบิกโพล่งรีบบอกให้คนออกไปนอกถ้ำและยิงพลุสัญญาณ โดยที่จิ่งอี๋ยังคงจับมืออีกข้างของเธอไว้ไม่ยอมปล่อย

     "ท่าไม่ดีแล้ว ธาตุไฟเข้าแทรก! จนตอนนี้เลือดออก 7 ทวาร  รีบออกไปยิงพลุสัญญาณเร็วเข้า!!" 

     "ขอโทษ...แค่กๆ! ขอโทษที่ทำร้าย ขอโทษ..." ร่างบางเริ่มโงนเงนก่อนจะล้มลง แต่จิ่งอี๋รับไว้ได้ทันแล้วคอยเรียกสติให้อีกฝ่ายตื่นขึ้นมาอยู่ตลอดเวลา

     "ฟูหยาง! ฟูหยางเจ้าฟื้นสิ! ลืมตามองข้าสิ ฟูหยาง!!"















     กริ๊งงงงงงงงงงงงง!


    เสียงกระดิ่งดังคลอเบาๆ ทำให้ฉันต้องลืมตาขึ้น ภาพตรงหน้านั้นเป็นทิวไผ่ยาวตลอดแนวดูสงบเท้าเปล่าย่ำเดินไปตามทางพลางมองธรรมชาติโดยรอบด้วยความสนใจ จนกระทั่งสุดทางก็เป็นเหมือนกับเกาะกลางน้ำที่มีหินเป็นทางเดินขึ้นมา เกาะนั้นถูกรายล้อมด้วยภูเขาหินสูง 4 ลูก 


     กี๊ซ!

     "หืม?" เสียงร้องของบางอย่างพร้อมกับแรงกระตุกชายเสื้อจนต้องก้มลงมอง พบว่ามีสัตว์ที่คล้ายมังกรสีขาวตัวเล็กๆกัดชายเสื้อฉันอยู่

     เมื่อมันรู้ว่าฉันรู้ตัวจึงลอยมามองฉันใกล้ๆ ปากเล็กแตะจมูกฉันเบาๆเหมือนกับจะทักทายก่อนจะลอยนำหน้าฉันไป ก็มีแต่เดินกระโดดข้ามหินเล็กจนมายังใจกลางเกาะ ที่มีต้นไม้ขนาดใหญ่ยืนต้นตระง่านอยู่

     "ที่นี่...."

     "มาแล้วหรือ รออยู่เชียว" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นจนต้องรีบหมุนตัวมองหาเจ้าของเสียงแต่ก็ยังไม่เห็นตัว

     "ใครน่ะ!?"

    ตุบ!

     "!!" เสียงบางอย่างตกลงมาทำให้ฉันหันขวับไปมองแล้วตั้งท่าจะสู้ เมื่อเห็นร่างสูงของชายคนหนึ่งสวมชุดเหมือนกับคนตระกูลหลิว ผมยาวนั้นประดับด้วยขนนกมากมายดูงดงาม ใบหน้าหล่อคมคายยกยิ้มไพล่หลังมือมองฉัน

     "ในที่สุด เวลานี้ก็มาถึงแล้วสินะ...ฟูหยาง ไม่สิ ต้องเรียกเจ้าว่า 'ดา' ใช่หรือไม่?"

     "คุณรู้จักชื่อนั้นได้ยังไง แล้วที่บอกว่ารอฉันอยู่หมายความว่ายังไงกันแน่!"

     "...การที่เจ้าพบกับข้า ไม่ใช่ว่าเจ้าเตรียมใจมาแล้วหรอกหรือ?" คิ้วขมวดมุ่นกับคำพูดกำกวมของอีกฝ่าย และยังไม่ไว้ใจที่เขายังคงแสดงท่าทีเหมือนกับรู้จักฉัน

     "อะไรของคุณ?"

     "เจ้าพบเหลียงซามาแล้วมิใช่หรือ อีกทั้งยังเจอกับกระบี่เหวินจื่อของข้าแล้วนี่" อีกฝ่ายกอดอกแล้วเล่าความย้อนให้ฉัน จนต้องมานั่งเปิดข้อมูลชื่อบุคคลในหัว


     เหลียงซา...เหวินจื่อ


     เรารอการมาของท่าน...ตามคำของนายข้า



     นายของข้า...พี่ชายร่าวมสายเลือดของหลิวเหม่ยเจี้ยน
     

   
     คำพูดของทั้งสองทำให้ฉันนึกออก เงยสบมองชายตรงหน้าตาแทบถลน อีกฝ่ายเหมือนจะเดาได้ว่าฉันนึกออกว่าเขาเป็นใครก็ยิ้มกว้าง แล้วหันลังเดินไปนั่งที่โขดหินใต้ต้นไม้ใหญ่ ยกชันเข่าข้างหนึ่งขึ้นพร้อมกับดีดนิ้วเรียกชุดน้ำชา และโต๊ะเตี้ยมาตั้งไว้


     เป๊าะ!


     "เอ้า! มานั่งก่อนสิ เราคงต้องคุยกันยาวหน่อย" อีกฝ่ายผายมือให้ฉันนั่งอีกฝั่ง ก็ได้แต่ทำตามเขาอย่างงุนงง 

     พอทิ้งตัวลงนั่งอีกฝ่ายก็ดันถ้วยขนมมาให้ ส่วนตนนั้นหยิบไหเหล้าข้างตัวดื่มจนฉันทำหน้าเหวอ อ้าปากค้าง เพราะท่าทีของเขามันผิดจากที่ฉันคิดไว้มาก

     "คุณ....คือหลิวซิ่นซือ นักพรตอสูรแน่เหรอ?"

     "อึก! ฮ่าาาาา! ใช่...ดูจากหน้าเจ้าแล้วไม่เชื่อล่ะสิ ก็ไม่แปลกหรอกที่เจ้าจะไม่เชื่อ แต่นี่แหละคือตัวตนของข้า ผู้คนตั้งฉายาข้าไปทั่ว ข้าไม่ใช่นักพรตเสียหน่อย เป็นเพียงแค่คนๆหนึ่งเท่านั้น" เขาว่าก่อนจะยกดื่มเหล้าต่อ

     "คุณดูไม่เหมือนที่เขาเล่ากันเลย"

     "เล่าว่าอย่างไรล่ะ?"

     "พวกเขาบอกว่าคุณกลายเป็นอสูรและหายสาบสูญไปแล้ว แต่ทำไมฉันเจอคุณได้ง่ายๆล่ะ?" ชายดื่มเหล้าอึกใหญ่ก่อนจะวางมันลงบนตักแล้วช้อนมองฉันด้วยแววตาเรียบเฉย

     "....เพราะเจ้ามาแค่'วิญญาณ' ข้ารู้สึกได้ถึงคลื่นพลังของเจ้าจึงพาเข้ามาในห้วงมิติที่ข้าสร้าง"

    คำตอบของเขาทำเอาฉันหน้าซีดเจื่อนตัวเย็นวาบ ใจหล่นลงตาตุ่ม มาแค่วิญญาณ? อย่าบอกนะว่าฉัน--- 

     "อ๊ะๆๆ! เจ้ายังไม่ตายหรอก แต่เพราะว่าเจ้าถูกแรงอาฆาตครอบงำอยู่ทำให้วิญญาณของเจ้าถูกดีดออกจากร่างชั่วคราว" อีกฝ่ายรีบห้ามความคิดของฉันไว้ทันที เมื่อได้ฟังก็โล่งใจ

     "ใจหายใจคว่ำหมด....ว่าแต่เจอคุณก็ดีแล้ว ฉันมีเรื่องที่ค้างคาใจมาตลอด พวกเขาบอกว่าคุณรู้คำตอบนั้น"

     "เรื่องที่พวกเขาบอกว่าเจ้าเป็น'เลือดผสม'อย่างนั้นหรือ?" ฉันพยักหน้าแทนคำตอบก่อนจะหยิบขนม และถ้วยน้ำชาขึ้นจิบบ้าง อื้อ อร่อยแฮะ

     "...มีหลายเรื่องเลย แต่ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเดียวที่ฉันอยากฟังจากปากของคุณ คุณช่วยอธิบายได้มั้ย?"

     "เจ้าคงรู้จากเหวินจื่อแล้วใช่หรือไม่ ว่าเลือดผสมปรากฏ ขุมพลังอันไร้ขอบเขตที่เพียงพลิกฝ่ามือก็สามารถทำให้ยุทธภพสั่นสะเทือนได้"

     "ค่ะ แต่ฉันคิดว่ามันเป็นเพียงแค่เรื่องเล่า"

     "ไม่หรอก มันคือเรื่องจริง...การที่ตัวตนของเจ้าถูกบอกว่าเป็นเลือดผสมนั้น มันถือว่าเจ้าเป็นดาบสองคม"

     "ดาบสองคม?"
     
     "การที่เจ้ามีพลังหยางมากกว่าพลังหยินนั้น ไม่ได้แปลว่าเจ้าจะสามารถต้านทานพลังหยินได้ทัดเทียมกับบุรุษเพียงอย่างเดียว ตัวเจ้าที่มีสายเลือดของบุรุษตระกูลหลิว แต่ว่าถือกำเนิดในอีกโลกที่มิได้มีพลังอันใดเลย นั่นทำให้เจ้านั้นไร้สมดุล เท่ากับว่าเจ้าได้รับสีขาวมาทั้งหมด ไม่มีช่องว่างให้สีดำเลยแม้แต่น้อย...จะเรียกให้ถูกคือ"

     "..."

     "เจ้าถูกเลือกมา เพื่อให้เติมเต็มพลังหยางของโลกใบนี้...อีกไม่นานความสมดุลของพลังหยินและหยางจะสั่นคลอน พลังหยินจะลุกโหมแผดเผายุทธภพ เหล่าปีศาจจะออกกวาดล้าง ผู้คนที่จิตใจอ่อนแอจะกลายเป็นศพเดิน" ความจริงที่เพิ่งได้รู้ทำให้ฉันต้องกำผ้าไว้แน่นด้วยความอึดอัดและไม่สบายใจ

     "จะเรียกว่าให้ฉันเป็น'ผู้กอบกู้'อย่างงั้นเหรอคะ?" อีกฝ่ายส่ายหน้าแล้วถอนหายใจ

     "มิผิด...แต่การที่ข้าต้องการจะพบเจ้าให้ได้นั้น มิใช่เพราะเรื่องนี้หรอก แต่ข้ารู้ถึงสมดุลที่กำลังสั่นคลอน และนิมิตของดวงดาวที่บอกข้าถึงการมาของเจ้า ข้าจึงต้องตามหาเจ้าให้เจอและบอกกับเจ้าให้ได้"

     "มันร้ายแรงมากเลยเหรอคะ?"

     "ใช่...ร้ายแรงมาก"

     "มันคือเรื่องอะไรคะ?"

     "เจ้ารู้ใช่หรือไม่ ว่าตระกูลหลิวทุกคนสามารถดูดกลืนพลังหยินได้" ฉันพยักหน้าและตั้งใจฟังคำพูดต่อไปของเขาอย่างใจจดใจจ่อ

     "จงจำไว้ ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม...ต่อให้คนทั่วทั้งยุทธภพตราหน้าเจ้าว่าเป็นศัตรู ต่อให้หัวใจของเจ้าไร้ที่พึ่งพิง หรือแต่ให้เจ้า....หมดศรัทธาในตัวคนที่เจ้ารัก จงอย่าล้ำเส้นและทำอะไรเกินขีดจำกัดเป็นอันขาด ไม่อย่างนั้น...."

     "..."

     "เจ้าจะต้องถูกกลืนกิน และกลายเป็นอสูรที่ร้ายกาจยิ่งกว่าอสูรทุกตัวบนโลก"

     "..."

     "ไม่มีใครสามารถหยุดเจ้าได้ แม้แต่สวรรค์ หรือปรโลกก็มิอาจหยุดเจ้าได้ จนกว่าทุกสิ่งมีชีวิตจะดับสลาย!!"

      "..."

     "จงจำเอาไว้ว่าอย่าดูดกลืนพลังหยินหากไม่จำเป็นเด็ดขาด!"










เห่อๆ  ไม่มีไรมาก

เม้น-กัน-หน่อย!!


ความสุขของเตี้ย = การเห็นรีดเดอร์อินกับฟิค และเม้นมาให้อ่าน








ขอแค่นี้จริงๆ กราบล่ะค่ะ




รูปภาพที่เกี่ยวข้อง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 320 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,619 ความคิดเห็น

  1. #1570 icesupicha (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 14 มีนาคม 2564 / 19:04

    ตายแล้ววว

    #1,570
    0
  2. #1446 รากต้นโพธิ์ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 19 มีนาคม 2563 / 23:46
    ท่านเตือนข้าเรื่องพลังหยินช้าไปเสียแล้ว...ฟูหยางมิได้กล่าวไว้
    #1,446
    0
  3. #616 ParnTiti (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 11:01
    น้องเมพมากกก ลาสบอสสุดๆ
    #616
    0
  4. #615 akazeyujin (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 20:54

    อู้วววว.....น่าสนุกน่าลุ้น...ให้กำลังใจจ้า
    #615
    0
  5. #614 -NatJeeRa- (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 01:22
    เพียงพลิกฝ่ามือก็ทำให้ยุธภพสั่นสะเทือนงั้นเรอะ...ทำไมไม่แค่ดีดนิ้วแล้วโลกสลายเลยอะ---- //คนที่มาเข้าสิง...ไม่น่าใช่เวินฉิงแฮะ...นางไม่ใช่นิสัยงี้...คนตระกูลหลิวคนนั้นล่ะมั้ง...เดายากแฮะ... //จะรอนะคะ สู้วๆค่า~
    #614
    0
  6. #613 Omiao (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 22:15

    รออ่านตอนต่อไปนะค่ะ สนุกคะ
    #613
    0
  7. #612 chyanin (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 17:20
    เหมือนจะเตือนช้าไปหน่อยนะ ไม่ทันแล้ววววววงว
    #612
    0
  8. #611 DukDik C. (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 12:01
    รอไรต์อยู่นะ! ค้างค่ดดดดดดดดด
    #611
    0
  9. #610 CREAM048 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 10:00

    หน่วงงะ
    #610
    0
  10. #609 554910140 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 09:58
    จิ่งอี๋ต้องอยู่เคียงข้างน้องไปนานๆนะ ฮือออออ
    #609
    0
  11. #608 Reconcile -. (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 09:44
    รักในความมั่นคงเน้~~
    แบบว่า ต่อให้น้องเป็นปีศาจ ต่อให้น้องทำร้าย ก็ยังอยู่เคียงข้างน้อง อ้ยยย น่าฮักหลาย
    #608
    0
  12. #605 Wilawan Chumwanid (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 06:35
    จิ่งอี่จะทำให้นางเสียใจหรือค่า
    #605
    0
  13. #604 Wilawan Chumwanid (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 06:35
    จิ่งอี่จะทำให้นางเสียใจหรือค่า
    #604
    0
  14. #603 chompoo281223 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 02:39
    ฮรือพอน้องโดนแบบนี้คือแบบ เว่ยอิงช่วยน้องด้วยยย
    #603
    0
  15. #602 Kanthima_28 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 02:11
    น้องหยาง คือ ลาสบอสสินะ ^^
    #602
    0