[ปรมาจารย์ลัทธิมาร] พันธวิญญาณข้ามภพ (OC)

ตอนที่ 28 : ตอนที่ 27 ตัวตนที่ถูกกลืนกิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,592
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 308 ครั้ง
    5 ต.ค. 62



     เปรี๊ยะๆๆ!
     

     "อ อืมมมม" เสียงร้องในลำคอของคนที่นอนหมดสติมาเกือบครึ่งค่อนวันจนฟ้าใกล้สางก็ดังขึ้น ฉันที่กำลังเฝ้าเวรยามเพียงลำพังจึงหันไปมอง

     จิ่งอี๋ที่นิ่วหน้าค่อยๆขยับตัวและจะลุกขึ้น จนฉันต้องเดินมาแล้วช่วยประคองเขานั่งพิงกับต้นไม้ ดวงตาสีเข้มภายใต้เปลือกตาสีเนื้อเปิดออก สีหน้าที่ยังคงอ่อนเพลียและริมฝีปากนั้นซีดเผือด 

     "พี่จิ่งอี๋...เป็นอย่างไรบ้าง?" ใบหน้าคมอ่อนเยาว์เงยสบตาฉันแล้วเรียกชื่อเสียงแผ่ว

     "...ฟูหยาง?"

     "ข้าเอง พี่มีไข้นะ...ปวดหัวไหม?" ฉันยกมืออังหน้าผากเขาปรากฏว่ามีไข้รุมนิดๆ แล้วถามอาการของเขา

     "นิดหน่อย นี่ยามอะไรแล้ว?"

     "ยามห้าย( 21.00- 22.59) พี่สลบไปนานเลยนะ"

     "ฟูหยาง...ข้าขึ้นมาจากได้อย่างไร? ข้าจำได้ว่าข้าจมน้ำแล้ว...." ฉันนั่งมองเขาและเงยหน้านึกก่อนจะพูดขึ้น

     " มีแม่นางคนหนึ่งช่วยพี่จากพรายน้ำใช่มั้ย?" จิ่งอี๋ที่ตาปรือใกล้จะปิดเบิกโพล่งรีบนั่งตัวตรงคว้าตนแขนทั้งสองข้างของฉันแล้วเขย่า

     "เจ้าเห็นหรือ! เจ้ารู้ไหมว่าตอนนี้นางไปไหนแล้ว!"

     "พี่จิ่งอี๋ อย่าเขย่าข้าสิ! อีกอย่างพี่เสียงดังเกินไปแล้วนะ!" ฉันรีบยกมือปิดปากเขาแล้วบอกให้เขาหยุดเขย่าจนฉันแทบจะอ้วก

     "แล้วเจ้าเห็นนางไหม?"

     "อือ ข้าเห็น นางบอกว่าโชคดีที่พรายน้ำดูดพลังพี่ไปไม่มาก ไม่ต้องห่วงหรอกน่า" จิ่งอี๋ยังคงคิ้วยุ่งไม่หายได้แต่อ้ำอึ้งไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรต่อ

     "ล แล้ว..."

     "นางบอกว่าถ้าพี่อยากจะขอบคุณนาง ก็ไม่ต้องเพราะนางเต็มใจช่วย...ข้าเอ่ยถามชื่อแซ่นางก็ไม่ยอมตอบ พอรู้ว่าพี่ปลอดภัยก็เดินเข้าป่าหายไปเลย" ฉันอธิบายให้เขาฟัง จิ่งอี๋หลุบตามองล่างด้วยความรู้สึกเสียดาย

     "...แต่ว่าหากได้รับการช่วยเหลือ ย่อมต้องตอบแทน ยิ่งเป็นชีวิตแล้วยิ่งต้องทำ"

     "สักวันพี่ต้องได้พบกับนางอีกแน่นอน...หากข้าเจอนางอีกข้าจะบอกว่าพี่อยากตอบแทนพี่นะ"

     "เจ้ารู้หรือว่านางอยู่ที่ไหน?" ฉันส่ายหน้าตัดกำลังความหวังในดวงตาของเด็กหนุ่ม

     "รู้ แต่นางบอกข้าว่าไม่ให้บอกใคร นางไม่อยากปรากฏตัวให้ใครเห็น...พี่จำหน้านางได้ไหมล่ะ?"

     "ไม่ได้ชัดหรอก ถ้าเช่นนั้นหากเจ้าพบนางฝากบอกด้วยล่ะ" ฉันยิ้มแล้วพยักหน้า ก่อนจะลุกขึ้นหยิบกระบอกไม้ไผ่เล็ก และน้ำในกระบอกไม้ไผ่อีกอันให้กับเด็กหนุ่ม

     "พี่ดื่มนี่เข้าไปนะ ถ้ามันขมก็ดื่มน้ำนี่....มันเป็นสมุนไพรน่า"

     ว่าจบก็ยัดใส่มืออีกฝ่ายแล้วนั่งมองเขายกกระบอกไผ่เล็กๆที่มีน้ำสีเขียวเข้มนั้นเข้าปาก สักพักใหญ่ใบหน้าเขาก็เหยเกเตรียมที่จะคายทิ้งแต่ฉันรีบยกมือปิดปากเขาแล้วกำชับเสียงแข็ง

     "กลืน-ลง-ไป" จิ่งอี๋หน้าซีดตาเหลือกมองฉัน ฉันมองเขาด้วยความกดดันก่อนที่อีกฝ่ายจะหลับตาปี๋แล้วกลืนมันลงคอ ฉันจึงรีบคว้ากระบอกน้ำให้อีกฝ่ายดื่มทันที

     คิ้วมุ่นคลายออกเล็กน้อยเหมือนรู้สึกดีขึ้นกว่าเมื่อครู่ แต่ก็ยังไอแค่กๆเพราะสำลักน้ำจนอดขำไม่ได้

     "จ เจ้าเอาอะไรให้ข้ากินเนี่ย!"

     "ยาสมุนไพรไง...มันดีพอๆกับยาที่สำนักเลยนะ"

     "ยาที่นั่นยังรสดีกว่าอีก! แหวะ!" เขาว่าแล้วดื่มน้ำกระบอกไม้ไผ่ไปอีกสองกระบอก เพราะรสขมยังคงติดที่ลิ้น แหงล่ะ ที่ฉันเอาให้เขากินน่ะ

      มันฟ้าทะลายโจรนี่นา ขมจะตายชัก

     "น้ำนี่...เจ้าต้มใบนั่นหรือ?" เขาถามก่อนจะยื่นกระบอกน้ำเปล่าให้กับฉัน ฉันรับมาก่อนจะพยักหน้า

     ฉันให้น้ำใบเตยที่ใส่น้ำผึ้งนิดหน่อยให้เขาดื่มเพื่อให้เขารู้สึกดีขึ้นแล้วค่อยดื่มเป็นน้ำเปล่าทีหลังสุด ฉันชอบใช้วิธีนี้เวลากินยาขมๆที่ละลายได้เร็ว

     "อืม พี่นอนต่อเถอะ ตอนนี้เวรยามข้า...ข้าจะไปเดินแถวนี้เดี๋ยวเดียว แล้วจะกลับมา"

     "แต่ว่า---"

     "ร่างกายพี่ตอนนี้มันอ่อนเพลียนะ พักผ่อนเยอะๆสิ" ฉันแย้ง แม้อีกฝ่ายจะพยายามคัดค้านแต่เขาก็ยอมรับสภาพแล้วนอนพิงต้นไม้ไป







 
     ซ่าาาาา!


     เมื่อเดินมายังริมแม่น้ำจึงก้มลงตักน้ำใส่กระบอกไม้ไผ่แทนที่ให้เด็กหนุ่มดื่มไปเมื่อครู่จนครบทุกกระบอก ก่อนจะเงยมองตรงอีกฝั่งของแม่น้ำ ยามนี้หิ่งห้อยมักออกโผบินหาคู่ ทำให้บริเวณนี้เหมือนกับหลุดมาอยู่ท่ามกลางดวงดาวเรืองแสงที่มีชีวิตก็มิปาน ได้สูดกลิ่นธรรมชาติได้อย่างเต็มปอด ในอกรู้สึกนุ่มฟูและรู้สึกดีมากๆ


     อยากอยู่ที่แบบนี้นานๆจัง...



     "พี่หยาง"
     
     "อาอวี่? ดูสิ หิ่งห้อยเยอะมากเลย...สวยมั้ยอาอวี่?" เสี่ยวโม่มองรอบๆ ดวงตาที่เคยหม่นตลอดเป็นประกาย ริมฝีปากหยักโค้งยกยิ้มอย่างสนุกสนาน

     "สวย...สวยมากๆเลย!"

     "ใช่มั้ยๆ นึกแล้วเชียวว่าต้องชอบ"

     "พี่หยาง...อาอวี่ขอถามอะไรหน่อยได้ไหม?" เด็กหนุ่มมองเลิ่กลั่กแล้วกล้าที่จะถามออกมา ฉันหันกลับไปมองเด็กหนุ่มที่ยืนข้างๆ

     "อืม ว่ามาสิ"

     "พี่หยาง...จะไม่บอกคุณชายหลานผู้นั้นหรือ ว่าคนที่ช่วยเขาคือ--"

     "ชู่วววว ไม่บอกเขาจะดีกว่าน่ะ" ฉันยิ้มแล้วยกนิ้วชี้ทาบปากตัวเองแล้วบอกเขา อาอวี่พยักหน้าเข้าใจแล้วยืนมองหิ่งห้อยต่อไปอย่างเงียบๆ


      ใช่  ไม่บอกหรอก...ไม่ว่ายังไงก็ไม่อยากให้เขารู้



     ว่าเราขโมย 'จูบแรก' ของเขามา



     "ขอโทษนะ จิ่งอี๋..." ได้แต่พูดเสียงแผ่วจนแทบจะปลิวตามลมที่พัดมาเอื่อยๆ ยกยิ้มเนือยแล้วเงยหน้ามองท้องฟ้าที่มีดวงตาพราวระยับ 




 

     แต่ปากของเขา...ก็'นิ่ม'ดีแฮะ (^^)






















     เช้าวันต่อมา


 
     ทุกคนต่างได้นอนเต็มอิ่มกัน ซึ่งมันก็ทำให้ฉันสบายใจ เพราะพวกเขาเหนื่อยจากการต่อสู้กับพวกศพแล้วก็ผีพรายมาหนักหน่วงพอควร ใช้พลังไปเยอะ โชคดีมากที่เรามีประสบการณ์ในป่าจากชาติที่แล้วมาก่อนเลยอาสาที่จะเฝ้าเวรยามตอนดึก ซึ่งนิสัยของคนสกุลหลานนั้นเข้านอนเร็ว แต่กลางป่าแบบนี้จะมีใครบ้ามาสร้างโรงเตี๊ยมกันล่ะ  ถึงแม้พวกเขาจะคัดค้าน โดยเฉพาะซือจุย แต่ว่าฉันก็ยังสามารถชักแม่น้ำทั้งร้อยมาพูดจนพวกเขาต้องยอมแพ้ 

     "ฟูหยาง เจ้าแทบไม่ได้นอนทั้งคืนทำไมเจ้าถึงยังดูไม่เหนื่อยเลยล่ะ?" ระหว่างที่เรากำลังออกจากป่า ศิษย์คนหนึ่งก็พูดขึ้น

     "ข้างีบเพียงสองก้านธูปก็พอแล้วเจ้าค่ะ ข้าแค่หลับๆตื่นๆ ในป่าแบบนี้เรายิ่งต้องระวังตัวให้มาก"

     "เจ้ามีประสบการณ์มาก่อนหรือ? ถึงได้รู้ดีถึงเพียงนี้"

     "ข้าเคยอ่านบันทึกหลายเล่มในสำนักจนแทบจะหมด...ข้าจำได้ดีเจ้าค่ะ ว่าหากเข้าป่าที่เราไม่เคยเข้าต้องระวังสิ่งใดบ้าง ความไม่รู้ย่อมไม่ผิด แต่ก็ไม่ควรที่จะท้าทายกับมัน"

     "....ในบางครั้งข้าก็ไม่เข้าใจเจ้านะ" ฉันหันไปมองซือจุยที่แบกจิ่งอี๋ไว้บนหลังพูดขึ้นเขามองฉันแล้วยกยิ้มเรียบๆ

     "ยังไงเหรอ?"

     "บางครั้งเจ้าดูอ่อนต่อโลก ร่าเริงสดใสเป็นธรรมชาติ...แต่ในบางครา เจ้าดูเป็นผู้ใหญ่มากกว่าพวกข้า ใจเย็นกว่า แก้ไขสถาณการณ์ได้ดีกว่า เหมือนมีอีกคนอยู่ข้างในตัวเจ้า" ฉันเลิ่กคิ้วมองเขาด้วยความแปลกใจ แต่ก็ได้แต่เพียงยกยิ้มบางแล้วตอบกลับเขา

     "คนเรามีหลายตัวตนนะ พี่ซือจุย...เพียงแต่จะคิดว่าต้องแสดงออกมาแบบไหนอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับสถาณการณ์"

     "..."

     "เรียกว่า'เพื่อความอยู่รอด'น่ะ" ได้แต่พูดทิ้งท้ายเพียงแค่นั้นแล้วหมุนตัวเดินไปต่อ พวกซือจุยสบมองกันก่อนจะเดินตามหลังมา




   









     เมื่อเดินทางข้ามเขามาได้แล้ว ทางข้างหน้าของพวกเรานั้นดูท่าแล้วไม่อยากจะผ่านเสียเท่าไหร่...กลุ่มก้อนแรงอาฆาตหนาแน่นจนมองเห็นด้วยตาเปล่าก็ยังได้ ก่อนจะตัดสินใจเดินทางเข้าไปในถ้ำเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะอีก แต่ดูท่าว่าเราจะคิดผิด


     ฟึ่บ!! ชิ้งง!!

     "ระวัง!" ซือจุยตะโกนร้องเตือนฉันเมื่อรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างกำลังพุ่งตรงมา  หางตาที่มองเห็นบางอย่างจึงชักกระบี่ออกแล้วปัดมันทิ้ง

     เกร๊งงงงง! ฉึก!

     "กระบี่ด้ามสลักสีดำ..." ด้ามกระบี่ที่ปรากฏตรงหน้าทำให้คิ้วฉันขมวดมุ่นด้วยความคุ้นเคย แต่ก็ไม่ทันที่จะนึกออก กลุ่มคนอีกมากที่ซุ่มในเงามืดปรากฏตัวออกมาล้อมพวกเราเอาไว้

     พวกมันปกปิดหน้าไว้มิดชิด แต่งกายสีดำสนิททำให้พรางตัวในที่มืดได้ดี อย่างกับพวกนินจาเลยแฮะ...

     "พวกเจ้าเป็นใคร!"

     "ไม่จำเป็นต้องรู้...พวกแกทั้งหมดต้องตายที่นี่!" กระบี่จำนวนมากถูกชักออก ปลายกระบี่ชี้มาที่พวกเรารอบทิศ พวกเราก็ตั้งท่าพร้อมที่จะโต้กลับ


     บ้าจริง! อยู่ในถ้ำยิงพลุสัญญาณไม่ได้



     เกร๊งๆๆๆ! ชิ้ง!!


     พวกเราต่างแยกกันรับมือศัตรูที่พุ่งเข้ามาพร้อมกัน แต่ว่าด้วยฝีมือของอนุชนสกุลหลานย่อมมีเหนือกว่าคนพวกนี้จึงไม่ยากที่จะเอาชนะเท่าไหร่ 


     ง่ายไป...ใช่ จัดการง่ายเกินไป

     เก๊ง!

     "ฮึ! เสร็จข้าล่ะ!" อีกฝ่ายตั้งรับกระบวนท่าฉันแล้วแสยะยิ้มก่อนจะปล่อยกระบี่ จนฉันเสียหลัก


     หมับ! ตึงงงงงง!!



     "อ อั่กกกก!" ดวงตาเบิกกว้างจนแทบถลน เมื่อมือหยาบคว้าลำคอของฉันไว้แล้วทุ่มลงกับพื้นอย่างแรง เหมือนภาพตรงหน้ามืดดับไปชั่วขณะ 

     กึดดดดดด!

     " อ อึ่ก!" มือฉันรีบจับข้อมมืออีกฝ่าย ลงเล็บจิกจนเลือดอีกฝ่ายไหลอาบข้อมือ แต่มันก็ยังไม่ยอมปล่อย ีอกทั้งยังออกแรงบีบแน่นจนตอนนี้ฉันหายใจไม่ออก เหมือนปอดกำลังจะระเบิด!

     "ฟูหยาง!" 

     "อย่าขยับ!" พวกซือจุยที่กำลังจะเข้ามาช่วยถูกกระบี่จ่อที่ลำคอ จนพวกเขาไม่กล้าที่จะขยับตัวหรือทำอะไรบุ่มบ่าม แต่สายตาของพวกเขายังคงไม่ละไปจากฉัน

     "แม่นางผู้นี้ใช่หรือไม่?" คนที่บีบคอฉันโพล่งขึ้น ก่อนที่จะได้ยินเสียงฝีเท้าดังเข้ามาใกล้


     ตึกๆๆๆ!


     "ใช่...ใช่แล้ว" เสียงทุ้มเอ่ยถาม มันสั่นพร่าด้วยความตื่นเต้น ก่อนที่สายตาจะเบนไปตามเสียงตาเบิกกว้างเมื่อเลื่อนขึ้นมองเจ้าของรองเท้าคู่นั้น
     
     "ย โย่วเหม่า...อึ่ก!" มือของโย่วเหม่ากระชากคอเสื้อของฉันจนตัวปลิว ขาลอยเหนือพื้นจนได้แต่เตะอากาศไปมา โย่วเหม่ามองฉันด้วยความโกรธแค้น

     "คนอย่างแก มันไอ้ตัวอัปมงคล! หากว่าพ่อแม่ของข้าไม่เก็บแกมา ข้าก็คงไม่ต้องมาอยู่ในสภาพเช่นนี้!"

     "คนที่ฆ่าพ่อแม่ของตัวเอง ยังมีหน้ามีโทษคนอื่นอีกเหรอ! ไอ้สารเลว!!" ฉันตอกกลับอย่างไม่กลัวตาย อีกฝ่ายถึงกับเลือดขึ้นหน้าเหวี่ยงฉันกับผนังหินจน สันหลังฉันกระแทก


     ฟิ้ววว ตึงงง!!


     "หุบปาก!...แกสกัดจินตานข้า คิดว่าแค่นั้นจะชนะข้าได้แล้วอย่างนั้นหรือ!"  เท้าของโย่วเหม่าเหยียบแผ่นหลังของฉันไว้ แล้วกดฝ่าเท้าลงมาจนฉันอยากจะกรีดร้องด้วยความทรมาน

     กึกๆๆ ครืนนนนนนน

     ความรู้สึกน่าขนลุกก่อตัวอยู่ใกล้ตัวฉัน พอหันไปมันก็ทำให้พวกเราทั้งหมดต่างตกใจกันถ้วนหน้า เมื่อกระบี่ในมือของโย่วเหม่านั้น...มันมีแรงอาฆาต!!

     "จะทำอะไรน่ะ! อย่าแตะต้องฟูหยางนะ!" จิ่งอี๋ตะโกนขึ้นแล้วจะพุ่งเข้ามาหา แต่ก็ถูกพวกชายปิดหน้าจ่อกระบี่ขวางเอาไว้

     "โห...ดูท่าว่าเจ้าจะเป็นที่รักมากสินะ ดียิ่ง! มาลองดูซิว่า หากเจ้าถูกแรงอาฆาตกลืนกินจะเป็นอย่างไร!" โย่วเหม่ายกยิ้มชื่นชมก่อนจะลากตัวฉันไปยังที่อีกแห่งหนึ่ง

     "ปล่อยนะ! บอกให้ปล่อยไง!"

     


     เมื่อมายังอีกที่หนึ่ง โย่วเหม่าจับฉันลงกับพื้น คนปิดหน้าสามคน จับแขนฉันคนละข้าง อีกคนนั้นกดขาฉันไว้จนเหมือนกับว่าตอนนี้ฉันถูกตรึงอยู่กับพื้น

     "ปล่อยสิ! ฉันบอกให้ปล่อยไง! คิดจะทำอะไรน่ะ!"

     "...หึ เด็กสาวอย่างเจ้าช่างไร้เดียงสานัก เป็นที่รักของพวกสกุลหลานที่เคร่งในความดีชั่ว" มือใหญ่ที่กำดาบที่เต็มไปด้วยแรงอาฆาตนั้นขึ้น แล้วแสยะยิ้มร้าย

     ไม่ดี....ไม่ดีแน่!

     "หากว่าศิษย์หญิงคนเล็ก'ที่น่ารัก' ผู้นี้ ถูกแรงอาฆาตกลืนกิน...จะเป็นอย่างไรนะ" น้ำเสียงที่เหมือนกับกำลังเล่นกับเหยื่อเอ่ยออกมาจากปาก 

     "ไม่นะ! อย่ามาแตะฉัน ปล่อยสิ ฉันบอกให้ปล่อยไง!!"

 
     หมับบบบ!!


     ทันทีที่โย่วเหม่าจับมือฉันกำกระบี่นั้นไว้ ร่างที่พยายามจะดิ้นหนีก็หยุดนิ่งทันที พวกสวมชุดดำผละออกห่างชักกระบี่ออกมาเพื่อป้องกันตัว เว้นแต่เพียงโย่วเหม่าที่กำลังหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

     "ฮึ ฮึๆๆ ฮ่าๆๆๆๆ จนตกลงสู่ความมืดมิด และกลายเป็นศพไปเสีย!!!"



     ในขณะที่ตัวของฉันเหมือนกับถูกแช่แข็ง ภาพบางอย่างไหลเข้ามาในหัวเหมือนกับน้ำหลากจนต้องหลับตา มือกำกระบี่สีดำที่เต็มไปด้วยแรงอาฆาตไว้แน่น


      กำจัดสุนัขเวิน!! เผาอย่าให้เหลือซาก! เผาอย่าให้เหลือซาก!


     พรึ่บบบบบบบบบ!


     เปลวไฟมากมายลุกโหมแรง ศูนย์กลางของกองไฟที่กำลังลุกโหมอย่างบ้าคลั่งมีเสาไม้ต้นหนึ่งตั้งอยู่ และได้มัดร่างของหญิงสาวคนหนึ่งไว้ไม่ให้เธอหนีพ้น


     เจ้าหล่อนหลับตาไม่แสดงท่าทีเจ็บปวดให้เห็น เครื่องแบบแต่งกายแบบนี้...ตระกูลเวิน  ตามในนิยายคนที่ถูกเผาทั้งเป็นฉันนึกออกแค่ตัวละครเดียวเท่านั้น

     "เวิน..ฉิง"

     ภาพถูกตัดมาที่ล่วนจั้งกั่ง เหล่าตระกูลจินฆ่าล้างตระกูลเวินจนไม่เหลือซาก เสียงกรีดร้องโหยหวนดังแสบแก้มหูจนต้องยกมือขึ้นปิด แล้วหลับตา แม้แต่คนที่หนีตายก็ยังถูกตามล่าล้างโคตรอย่างเลือดเย็น




     'ย อย่าเจ้าค่ะ!' เสียงของหญิงนางหนึ่งพูดขึ้น ฉันจึงลืมตาขึ้นมอง แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นเครื่องแบบของอีกฝ่าย


     สีเขียวไผ่สด...สวมยินเชิงฮัว  ตระกูลหลิวนี่! 
     

     "ไม่ต้องอาย...อา เจ้างามนัก เจ้าชื่ออะไร?" น้ำเสียงของชายคนหนึ่งที่ฉวยคว้าข้อมือของนางไว้พูดขึ้น ฉันมองไม่เห็นหน้าแต่จากเครื่องแบบแล้ว เป็นคนของสกุลจิน

     "ฮึก ไม่เอา ได้โปรดเจ้าค่ะ ปล่อยข้าเถอะ" หญิงสาวน้ำตาคลอร้องไห้วอนขอให้อีกฝ่ายปล่อยมือ แต่ชายคนนี้กลับดึงดันและพูดจาหว่านล้อม

     "อย่ากลัวข้าไปเลย มาเป็นฟูเหรินของข้าเถอะ ข้าจะเลี้ยงดูเจ้าอย่างดี"

     "ไม่...ฮึก! ข้า...ข้ามีฟูจวินของข้าอยู่แล้ว อย่า---ว้ายยยย ฮึก ฮือ ไม่นะ ปล่อยข้านะ ปล่อยข้า กริ๊ดดดดดดดดด!!!"  เสียงกรีดร้องลั่นพร้อมกับร่างของหล่อนที่หายไปในเงามืด


    รู้สึกตัวอีกทีเสื้อผ้าก็หลุดลุ่ย เดินโซซัดโซเซหนีออกมาจากโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง หล่อนร้องไห้น้ำตานองหน้า อยากกลับไปหาคนรักของตนที่รออยู่หมู่บ้านตระกูลหลิว  แต่ว่าพวกคนตระกูลจินจับตัวไว้ได้และนำกลับไปขังไว้ที่จวนเล็กๆซึ่งไม่มีใครรู้  ท่ามกลางคืนเดือนเพ็ญนั้น หล่อนร้องไห้จนน้ำตากลั่นเป็นโลหิต ไร้เสียงสะอื้น ปิ่นปักผมที่ปักไว้บนศีรษะลวกๆถูกถอดออก แล้วจ่อที่กลางอก


     "หากต้องตกเป็นทาส กามของคนเช่นเจ้า!! ข้าขอตายกลายเป็นศพยังจะดีซะกว่า!!"

     "อย่านะ!!" ฉันร้องห้ามแต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไร  


     ไม่นานนัก เมื่อหญิงสาวคนนั้นตาย คนตระกูลจินจึงนำศพของเธอลอยไปกับน้ำจนมันไปถึงที่ของตระกูลหลิว...และคนที่เจอร่างไร้วิญญาณนั่น...ก็คือสามีของนาง


     ความโกรธแค้นเริ่มก่อตัว จากหนึ่งเป็นสอง...เหมือนนิทานเรื่องน้ำผึ้งหยดเดียว 


     และนั้นคือจุดเริ่มต้น..ของการล่มสลายของตระกูลหลิว





     "ตระกูลหลิว...ไม่พบผู้รอดชีวิตแล้วขอรับ แต่ทางเราก็สูญเสียไปมากเช่นกัน" ศิษย์ตระกูลจินคนหนึ่งรายงานให้กับคนภายใต้ม่านแดงทึบ อีกฝ่ายถอนหายใจแล้วเอ่ยออกมาอย่างไม่ยี่หระ

     "เฮ้อ มีสตรีมากมายที่อยากจะมาเป็นฟูเหรินของข้า ไม่น่าคิดสั้นเช่นนั้นเลยจริงๆ" ในตอนนั้นอีกฝ่ายลุกขึ้นแล้วเดินออกมาจากหลังม่านแดง

    

      ทันทีที่ได้เห็นหน้า ไฟที่สุมในอกของฉันมันก็ลุกพล่านจนแทบจะระเบิด ดวงตาวาวโรจน์จับจ้องอีกฝ่ายอย่างไม่วางตา มือที่กำกระบี่นั้นแน่นจนเลือดซึมแล้วหยดลงพื้น ลมหายใจเข้าออกช้าๆแต่หนักหน่วง

     "แกนี่เอง...คนอย่างแก...คนอย่างแกฉันไม่อโหสิให้!!"





     "ขอสาปส่งให้ทุกข์ทรมานยิ่งกว่า! มีชีวิตอย่างน่าสมเพชยิ่งกว่า ตายอย่างอนาถยิ่งกว่า และไม่ต้องไปผุดไปเกิดหมื่นๆชาติ!!!"




     "จินกวงซ่าน!! ไอ้ตาแก่ตัณหากลับ!!"











     โย่วเหม่าที่มองร่างของเด็กสาวแน่นิ่งได้ด้วยความสนุก ก่อนจะเดินวนสำรวจรอบๆแล้วหยุดยืนมอง

     "สะกดนางไว้ก่อน...หากข้าควบคุมนางได้ ข้าก็จะสามารถยึดอำนาจได้!" ชายหนุ่มว่าก่อนจะสั่งพวกคนคลุมหน้า แต่ยังไม่ทันจะได้ทำตามคำสั่ง 


     เสียงกรีดร้องด้วยความโกรธแค้นก็ดังก้อง






     "กริ๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!"





     "สะกดนางไว้! แล้วรีบไปเอาขลุ่ยมา!" โย่วเหม่ารีบสั่งก่อนที่ตนกำลังจะหมุนตัวเพื่อไปเอาขลุ่ย  แต่ทันทีที่ตนหันหลังเสียงบางอย่างจากด้านหลังก็ดังขึ้น



     กร๊อกกกกกกกก!! ปึดด! ฟิ้วววววว ปึ่กๆ


     หัวของหนึ่งในพวกคลุมดำลอยผ่านเขาไปข้างขอบทางออก ก่อนที่มันจะกลิ้งมาอยู่ที่เท้า โย่วเหม่าตัวเย็นเฉียบเมื่อรับรู้ได้ว่าด้านหลังของเขานั้น...เหลือเพียงเขาที่ยังหายใจ


     ศพของชุดคลุมดำที่หัวถูกบิดมาอยู่ด้านหลังตายกองกับพื้นใต้เท้าของร่างบาง แต่ท่าทีของหล่อนนั้นเปลี่ยนไป ดวงตาที่เคยปิดสนิทเปิดออกอย่างช้าๆ มองมายังตนเหม่อๆ

     "...."

     "คิดว่าจะควบคุมข้าได้หรือ? โอหังเสียเหลือเกินนะ" ริมฝีปากบางยกยิ้มขำเบาบาง มือเรียวปล่อยกระบี่ที่บัดดนี้เป็นเพียงกระบี่ธรรมดา 

     ร่างเล็กย่างเข้ามาอย่างนุ่มนวล แต่ดวงตาคู่นั้นกลับฉายแววดุดันจนน่าหวั่นเกรงก่อนจะพุ่งเข้ามาบีบลำคอของตนอย่างแรง แล้วยกขึ้นจนเท้าลอยเหนือพื้น แรงของเธอนั้นทำให้คอของอีกฝ่ายถูกบีบเค้นจนเห็นรอยยุบลงไป
     
     "อ อั่ก!"

     กร๊อกกกกกกกกกกกก! 


     ร่างของโหย่วเหม่าแน่นิ่งไป ลำคอนั้นมีรอยนิ้วมือทั้งห้าที่ดัดกระดูกเสียงจนหัวชนกับบ่าห้อยไปมา ตาเหลือก ดวงตาหลุบมองร่างไร้วิญญาณในมือแล้วมองไปยังปากทางออก




     "....!" เมื่อรู้สึกได้ถึงบางอย่างที่อยู่ข้างนอก เท้าทั้งสองย่างกรายออกไป โดยที่ในมือยังถือคอของโหย่วเหม่าไว้





      ผู้ใดยังหายใจ...ต้องกำจัด 









เห่อๆ  ไม่มีไรมาก

เม้น-กัน-หน่อย!!


ความสุขของเตี้ย = การเห็นรีดเดอร์อินกับฟิค และเม้นมาให้อ่าน








ขอแค่นี้จริงๆ กราบล่ะค่ะ



รูปภาพที่เกี่ยวข้อง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 308 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,619 ความคิดเห็น

  1. #1569 icesupicha (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 14 มีนาคม 2564 / 18:57

    น้องใจเย็นนนน

    #1,569
    0
  2. #1049 chanagarn2002 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 17:22
    จูบแรก...
    #1,049
    0
  3. #837 Olivia1112 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 14:41
    กลายเป็นนิยายสยองขวัญไปแล้ว! บรึ๋ย~
    #837
    0
  4. #607 Reconcile -. (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 09:42
    อิประมุขจินคนก่อนเนี่ย มีอะไรดีบ้างฟะ. มีเรื่องกะเขาไปทั่ว อยากได้อยากมี ถามจริงเหอะ ตระกูลเอ็งยังรวยไม่พออีกไง๊ เกลียดมากเลยประมุขคนนี้ ในเรื่องตอนดูว่าเกลียดแล้ว ในนี้ยิ่งเกลียดขึ้นไปอีก เท่าที่ดูๆมา ตระกูลจินยกเว้นขนมเข่ง จินหลิง แล้วก็อาเหยา แม่มเรื่องมากมายก่ายกองกันทุกคน
    #607
    0
  5. #601 Namthan44 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 21:30

    ขออย่าให้น้องโดนกลืนกินเลย ลุ้น

    #601
    0
  6. #600 Mikase rinna (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 14:02

    น่าร้ากกกน้องโหดเเต่ก้น่ารักก
    #600
    1
    • #600-1 Phatusanime(จากตอนที่ 28)
      5 ตุลาคม 2562 / 14:41
      ทำไมเหมือนจะเข้าใจแต่ก็ไม่เข้าใจในหลายๆความหมายเลยอ่ะคะ 55555
      #600-1
  7. #599 chyanin (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 12:00
    อาเหนียง(เว่ยอิง) กับอาเตี่ย(หลานจ้าน) รีบมาช่วยชูกหลานก่อนเร็ว อย่ามัวจีบกันอยู่
    #599
    0
  8. #595 manny45ck (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 09:53
    ต่อเลยยย
    #595
    0
  9. #594 ParnTiti (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 07:43
    ขอบคุณค่าาาา
    #594
    0
  10. #593 Natacha_i-sen (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 07:19
    พี่เว่ยต้องมาช่วยน้อง;-;
    #593
    0
  11. #592 Natacha_i-sen (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 07:17
    อีกตอนได้มั้ย;-;
    #592
    0
  12. #591 554910140 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 07:12
    เห้ยยย ถ้าสมมติว่าจิ่งอี๋เกิดมีเหตุได้จูบกับฟูหยาง เขาจะไม่รู้สึกผิดรึที่ไม่ได้เป็นจูบแรก555555 /มโนไปไกลมากกกกกกก
    #591
    0
  13. #590 lookeaw (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 07:10
    ลุ้นๆๆๆๆ
    #590
    0
  14. #589 akazeyujin (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 02:38
    ลุ้นมาก....สนุกให้กำลังใจท่านผู้แต่ง
    #589
    0
  15. #587 Dark_Sheen (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 00:42
    ฮื่ออออ ทำไมตัดจบแบบนี้!!! เห็นมะเป็นฟูหยางจริงๆด้วยที่ลงไปช่วยจิ่งอี๋ ทำไมทำข้อสอบไม่เดาแม่นแบบนี้บ้าง!
    #587
    0
  16. #586 Wilawan Chumwanid (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 00:39
    โดนสิงแป้วอ่า
    #586
    0
  17. #585 จันทิรารัตน์ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 00:26

    กำลังมันส์มากๆเลยค่ะ รออ่านอีกนะๆ
    #585
    0
  18. #584 NaomiSama (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 00:08
    รอๆๆๆๆๆ
    #584
    0