[ปรมาจารย์ลัทธิมาร] พันธวิญญาณข้ามภพ (OC)

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 3 ถึงตายไปแล้ว ศพก็ยังต้องเก็บอีก!!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,258
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 251 ครั้ง
    31 ก.ค. 62




    หลายวันต่อมา



     ฟิ้วววว ตุบ!


     "วันนี้ฟูหยางทำได้คล่องมากแล้วนะ ถ้าเทียบกับศิษย์คนอื่นๆแล้วเจ้าถือว่าทำได้เร็วทีเดียว" ซือจุยเอ่ยชมฉันหลังจากที่ฉันขี่กระบี่วนรอบสำนักอวิ๋นเซินปู้จือจู่สามรอบแล้วกระโดดลงมาจากกระบี่เมื่อวนครบ

     "ขอบคุณพี่ๆที่ชมข้า เพราะข้าได้คนสอนดีเช่นพวกพี่ ข้าจึงทำได้เร็ว" ฉันค้อมศีรษะอย่างนอบน้อม ซือจุยและจิ้งอี๋ยิ้มบางแล้วพยักหน้ารับ

     "ในเมื่อน้องทำได้ดี เจ้าจะได้รับคัดเลือกในการทดสอบจากท่านอาจารย์"

     "ทดสอบ?" ฉันเอียงคอสงสัย ไม่เห็นเคยได้ยินมาก่อนเลยว่าจะมีการทดสอบด้วย ฉันมาเรียนที่นี่ได้แค่สัปดาห์กว่าๆเองนะ

     "อีกไม่นานจะมีการชุมนุมสี่ตระกูลใหญ่ ฟูหยางเองก็ต้องได้เข้าร่วมการล่าผี...ดังนั้นเจ้าต้องได้รับการทดสอบให้ฝึกวิชากับศพอำมหิต" แค่พูดว่าศพก็น่ากลัวจะตายอยู่แล้วนะ นี่ฉันต้องสู้กับไอ้ตัวที่เคยเจอตอนอยู่ตระกูลเทียนนั่นอีกน่ะเหรอ

     "ข ข้าไม่เข้าร่วมได้ไหม พี่จิ้งอี๋ พี่ซือจุย" ฉันมองทั้งสองตาละห้อยเพื่อเรียกร้องความสงสาร ทั้งสองถอนหายใจแล้วส่ายหน้าช้าๆก่อนจะอธิบาย

     "เจ้าเป็นหญิงคนในสำนักส่วนใหญ่นั้นก็ล้วนดูถูกเจ้า...เจ้าชอบหรือที่เห็นเขาดูแคลนเหมือนว่าเจ้าไร้ความสามารถ"

     "แต่..."

     "ฟูหยาง นี่เพื่อตัวเจ้าเองนะ...ข้ารู้ว่าเจ้าเก่ง ก่อนจะถึงวันนั้นข้ากับ จิ้งอี๋จะช่วยฝึกวรยุทธให้กับเจ้าเอง" ฉันมุ่ยหน้าไม่อยากจะยอมรับเสียเท่าไหร่ ภาพติดตาตอนที่เจอเจ้าผีนั่นใกล้ๆยังหลอกหลอนอยู่เลย

     แต่ตอนนี้เรามีกระบี่แล้วคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง ไว้ไปให้เว่ยอิงสอนด้วยดีกว่า

     "ฟูหยาง เข้าใจแล้ว...จะลองดูสักครั้งก็ได้"

     "เจ้าเป็นเด็กดีว่านอนสอนง่าย ก่อนอื่นคงต้องฝึกกันพักใหญ่ๆ...ครั้งนี้การชุมนุมจะจัดขึ้นที่เขตชายแดนอวิ๋นเมิ่ง ตระกูลเจียงเป็นเจ้าภาพในการจัดงานปีนี้" ซือจุยอธิบายคร่าวๆ ฉันก็พยักหน้ารับเข้าใจเขาก่อนจะเหลือบไปเห็นจิ้งอี๋ที่มีสีหน้าหงุดหงิดแล้วโพล่งขึ้น

     "ฮึ เจ้าคุณชายนั่นคงวางตาข่ายเซียนไว้ทั่วอีกแน่ พวกเซียนคนอื่นๆได้เดือนร้อนกัน---" ซือจุยยกมือปิดปากเพื่อนสนิทที่กำลังนินทาใครบางคนอยู่ ไม่ต้องบอกก็รู้ คุณชายน้อยจินแห่งหลันหลิงนั่นแหละ

     "จิ้งอี๋ หยุดพูดเถอะ...เจ้าไม่ต้องสนใจหรอก อีก 6 คืนจากนี้อาจารย์คงจะให้เจ้าฝึกปราบพวกผี จงระวังไว้หากเจ้าสู้ไม่ไหวพวกข้าจะช่วงเจ้าเอง ตั้งแต่เย็นนี้ไปทุกวัน เจ้าจะต้องฝึกวิทยายุทธให้ได้ พยายามเข้าล่ะ"

     "ฟูหยางจะพยายาม" ฉันน้อมรับน้ำตาตกใน แค่คิดก็น่ากลัวจะตายแล้วนะ ถ้าเจอตัวจริงฉันไม่เป็นประสาทพอดีเหรอ!!








     ตึกๆๆ!

     "พี่เว่ย พี่ต้องช่วยข้านะ!!" หลังจากที่เลิกฝึกวิชาฉันก็รีบลงจากสำนักมาหาชายหนุ่มที่กำลังเล่นกับพวกกระต่ายน้อยทั้งหลายอยู่

     "หยางหยาง เจ้าใจเย็นๆก่อน เกิดอะไรขึ้น ทำไมเจ้าวิ่งหน้าตั้งตึงตังมาแบบนี้เล่า?" เว่ยอิงผุดลุกขึ้นพร้อมกับอุ้มกระต่ายดำไว้ในอ้อมแขน ฉันหายใจหอบแล้วอธิบายรัวเร็ว

     "ข้าเพิ่งฝึกขี่กระบี่ได้ไม่ทันไรเลย ซือจุยบอกว่าข้าต้องฝึกกำราบพวกศพอำมหิตที่จับมาให้ได้ เพื่อทดสอบข้าอ่ะ! ข้าไม่ชอบนะ น่ากลัวออก"

     "หยางหยาง ข้าได้ยินจากซือจุยว่า เจ้าเคยต่อยศพนั่นกระเด็นเลยนี่นา" เว่ยอิงแย้งขึ้นทันที จนฉันที่กำลังจะพูดต่อถึงกับอ้าปากค้างแล้วแย้งกลับเสียงค่อย

     "ก ก็ตอนนั้นข้าตกใจ..."

     "เวลาเจ้าตกใจเจ้าซัดมันกระเด็นเลยเนี่ยนะ ทั้งที่ตอนนั้นเจ้าไม่มีกระบี่แท้ๆ"

     "พี่เว่ยอ่าาา พี่เว่ยต้องเข้าข้างข้าสิ พวกศพอำมหิตน่ากลัวจะตายไป ถ้าตอนนั้นร่างกายข้าไม่ขยับไปเองข้าก็คงตายไปอีกรอบแล้วนะ" ฉันมองคนตรงหน้าอย่างละเหี่ยใจ ทำไมเขาถึงพูดเหมือนอยู่ข้างพวกซือจุยแบบนี้ล่ะ ไม่เข้าใจเลย!!

     "ฮิๆๆ เจ้าเก่งอยู่แล้ว...แค่ข้ากับพวกซือจุยสอนเจ้าเพียงไม่กี่วัน เจ้าก็เหาะเหินได้คล่องแล้วจะให้ฝึกวรยุทธฯก็คงไม่ใช่เรื่องที่เกินมือของเจ้านักหรอก"

     "ไม่ใช่เสียหน่อย เพราะพวกพี่สอนข้าดีมากๆต่างหากล่ะ งืออออ!!" ฉันแย้งกลับเพราะไม่อยากยอมรับ แต่อีกฝ่ายกลับยิ้มแล้วยกมือขยี้ผมของฉันอย่างสนุกมือ

     "เจ้านี่ถ่อมตัวจังนะ หยางหยาง ฮ้าาา ถ้าพวกคนตระกูลจินได้นิสัยนี้ของเจ้ามาก็คงจะดูน่าเคารพขึ้นเป็นกองเลย ข้าไม่มีกระบี่ตอนนี้คงยังฝึกให้เจ้าไม่ได้ แต่จะให้ฝึกไร้อาวุธก็ดูท่าจะไม่เหมาะนักหรอก"

     "ทำไมล่ะ?"

     "ก็เจ้าเป็นหญิง ส่วนข้าเป็นชาย มันคงดูไม่งามเท่าไหร่หรอกนะ หยางหยาง....งั้นวันพรุ่งนี้หลังจากที่เจ้าเลิกฝึกกับคนตระกูลหลานให้เตรียมกระบี่ไม้มาเผื่อข้าด้วยล่ะ" ฉันพยักหน้ารับคำก่อนจะค่อยก้มลงเล่นกับพวกกระต่ายน้อยไปพลางๆ


     ฉันจะรอดมั้ย(วะ)เนี่ยยยย T^T











    วันต่อมา

     หลังจากเลิกเรียนวิชากับหลานฉีเหริน ฉันก็ออกมาฝึกวรยุทธกับพวกซือจุย และจิ้งอี๋ต่อทันที ได้แต่บ่นในใจว่าเจ้าหน้าที่อุทยานที่เคยแต่สำรวจสัตว์ สอดส่องธรรมชาติ อย่างฉันทำไมต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วย ถึงจะเคยจับปืนแล้วก็สู้กับพวกตัดไม้เถื่อนมาบ้างก็เถอะ วิชากระบี่นี่เป็นอะไรที่ถือว่ายาก แต่ก็ยังดีกว่าพวกดาบซามูไรญี่ปุ่นก็แล้วกัน


     ก๊อกๆๆๆ!! ฟุ่บ!


     "แฮ่กๆๆ พ พี่จิ้งอี๋ พอก่อนได้ไหม?" ฉันท้วงเสียงแหบ ดาบไม้ในมือนั้นสั่นจนแทบจะจับไม่ไหวอยู่แล้ว พอเด็กหนุ่มตรงหน้าเห็นดังนั้นจึงหยุดแล้วยืนตัวตรง

     "ก็ได้ ข้าให้เจ้าพักสักหน่อยก่อนแล้วค่อยฝึกต่อ"

     ตุบ!

     "ขอบคุณที่เมตตาฟูหยางเจ้าค่ะ....ฟู่วววว" ฉันลากเสียงยาวแล้วทรุดลงนั่งกับพื้นทันที ก่อนจะค่อยๆวางดาบไม้แล้วยกมือประสานกันเหนือหัวหายเจ้าเข้าออกช้าๆ

     "ฟูหยาง ข้าเห็นเจ้าทำท่าเช่นนั้นหลังเจ้าฝึกเสร็จทุกครั้ง เจ้าทำเพราะอะไรเหรอ?" ซือจุยเดินมาถามก่อนจะยื่นไหน้ำมาให้ตรงหน้า ฉันจึงอธิบายก่อนจะเอามือลงแล้วรับน้ำมาดื่มแก้กระหาย

     "มันทำให้เลือดลมข้าไม่ไหลไปยังมือและเท้ามากเกินไป ไม่เช่นนั้นจะเกิดหน้ามืดตาลายได้เพราะเลือดลมไปเลี้ยงหัวไม่พอเจ้าค่ะ"

     "โห วิธีแบบนี้ด้วยหรอเนี่ย เจ้าไปรู้มาจากไหนล่ะ?"

     "จิ้งอี๋สำรวมหน่อย" ซือจุยห้ามปรามเพื่อนสนิทแล้วเบนสายตากลับมามองฉัน 

     "ข้าได้ยินมาเจ้าค่ะ" ก็ไม่อยากโกหกด้วยสิ ขืนบอกว่าเคยเป็นหน่วยพยาบาลตอนงานกีฬาสีแล้วทำแบบนี้ให้พวกนักกีฬาประจำมันเลยรู้ พวกเขาก็คงไม่เชื่อแน่

     "เอาล่ะ เจ้าพักมาพอแล้ว มาเริ่มฝึกต่อได้!!" เสียงโพล่งของจิ้งอี๋ทำเอาฉันแทบจะสำลักน้ำด้วยความตกใจก่อนจะรีบลุกขึ้นแล้วคว้าดาบไม้มาฝึกต่อ


     ขอตายแล้วเกิดใหม่อีกรอบได้มั้ย(T0T)!!











     "ฮืออ ระบมไปทั้งตัวเลย(T^T)" ร่างโงนเงนเหมือนผีตายซาก รีบทิ้งตัวนอนด้วยความปวดชาตามเนื้อตัว อยากร้องไห้วันละหลายๆหน

     กลับมาถึงหอนอนก็เกือบๆยามซวี( 19:00 - 20:59 ) ร่างกายทั้งร่างก็ชาจนแทบจะไม่มีแรงขยับเลย โชคยังดีที่เว่ยอิงเห็นใจเลยให้ฝึกแค่นิดหน่อยแล้วก็พาฉันนั่งเสี่ยวผิงกั๋วขึ้นมาหาพวกซือจุยที่กำลังรอทานมื้อเย็นกัน หลังจากที่ทานข้าวเสร็จแล้ว ฉันก็รีบปลีกตัวมาอาบน้ำและโดดขึ้นเตียงทันที

     ตื่นเช้าขึ้นมากล้ามเนื้ออักเสบแน่ๆ ถึงจะอบอุ่นร่างกายก่อนฝึกก็เถอะ แต่ว่าร่างของเฟยหงไม่เคยเจออะไรหนักๆแบบนี้ พรุ่งนี้เช้าคงปวดเมื่อยไปทั้งตัวแน่เลย

     ไม่นานนักฉันก็ได้ยินเสียงดีดพิณจากที่ไกลๆ จังหวะผะแผ่วลอยตามลมมาทำให้รู้สึกใจสงบลงแปลกๆ แต่เมื่อฟังไปนานเข้าก็เริ่มเข้าใจทำนองเพลงของคนที่ดีดพิณนี้ แล้วหลับตาฟัง

     หลานวั่งจี หรือหานกวางจวินที่คนในสำนักย่อมรู้จักมักจะมีเวลาส่วนตัวยามที่เขาบรรเลงเพลงหนึ่งขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดบ่งบอกว่าเวลานี้ไม่ควรมีใครรบกวน ทุกๆวันเขาจะเล่นเพลงเดิมเพื่อเรียกใครคนหนึ่งให้หวนคืนมาหาอีกครั้ง ทำนองเพลงแสนเศร้าจนสัมผัสได้ถึงความอาลัยอาวรณ์เกินสุดจะเอ่ย เหมือนคอยขับกล่อมให้ฉันเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างง่ายดาย








    ตอนบ่ายในวันการทดสอบ


     ฟึบ! ผัวะะะ!! ฟิ้ววว ตุบ!


     ดาบไม้ในมือของจิ้งอี๋ปลิวขึ้นฟ้าก่อนจะตกลงมาบนพื้น จิ้งอี๋ถึงกับตะลึงงันก่อนจะยกยิ้มให้แล้วพยักหน้า โดยที่มีซือจุยเดินมาขนาบข้างเพื่อนรักของตนแล้วเอ่ยชมฉัน

     "เก่งมาก ฟูหยาง...เจ้าเอาชนะจิ้งอี๋ได้แล้วนี่"

     "เพราะพี่จิ้งอี๋ออมมือให้ข้าต่างหาก ถ้าสู้จริงๆข้าก็อาจจะเจ็บตัวไปแล้ว...ขอบคุณที่คอยสั่งสอนข้ามาตลอดหลายวัน" ฉันคำนับทั้งสองตรงหน้า พวกเขาก็พยักหน้ารับแล้วยิ้มให้ด้วยความเอ็นดู

     "มากฝีมือ แต่ถ่อมตนเช่นเจ้าหาได้ยากนัก...หากเป็นไปได้ ข้าจะยื่นเรื่องให้เจ้าได้เป็นคนของสกุลหลาน" ฉันส่ายหน้ารีบตอบปฏิเสธ

     "อย่าเลยพี่ซือจุย เป็นเช่นเดิมก็ดีแล้ว ข้าชอบอยู่แบบนั้นมากกว่า"

     "ตามใจเจ้า วันนี้พอแค่นี้แหละ คืนนี้เจ้าเตรียมตัวให้ดี พวกผีเหล่านั้นโหดเหี้ยมร้ายกาจ ถึงเจ้าจะมีฝีมือก็จงอย่าประมาทเชียว"

     "ฟูหยาง ทราบแล้ว..และจะทำตามคำแนะนำของพี่ทั้งสอง" ฉันยิ้มให้พวกเขาสบายใจก่อนที่เราจะแยกย้ายกัน ฉันจึงรีบเก็บดาบไม้แล้วเดินลงไปหาเว่ยอิงที่รออยู่ตรงตีนเขา ณ ที่เดิม



     

     "พี่เว่ย! ข้ามาแล้ว!" ฉันรีบกระโดดข้ามโขคหินแล้วเรียกหาชายหนุ่มที่น่าจะอยู่แถวนั้น แต่ก็ไม่เห็นมีใครอยู่เลยสักคนเดียวจนฉันสงสัยและมองหาร่างโปร่งทั่วๆ

     "พี่เว่ย...พี่เว่ย ข้ามาแล้วนะ!"

     "..."

     "พี่วะ---"

     "เจ้ามาทำอะไรที่นี่" เสียงเรียบสุขุมโพล่งขึ้น จนฉันสะดุ้งแทบจะกัดลิ้นตัวเองก่อนจะค่อยๆหันหลังไปมองเจ้าของเสียงนั้นฉันก็เห็นร่างสูงสวมชุดสำนักสีขาวสะอาดตาสวมผ้าคาดหน้าผาก แบกพิณห่อผ้าไว้ข้างหลัง 

     "ฟ ฟูหยาง ขอคารวะท่านหานกวาง" ฉันรีบโค้งคำนับทันทีด้วยความตกใจ ก่อนจะเหลือบเห็นว่าเว่ยอิงยืนซ้อนอยู่ด้านหลังแล้วโผล่ออกมาสบตากับฉันพอดี

     "เมื่อครู่เจ้าเรียกหาใคร?" ฉันผงะเหงื่อแตกพลั่กเมื่อเขาเอ่ยถามคำถามโลกแตก ฉันมองเลิ่กลั่กเพื่อหาตัวช่วยก่อจะสบตาขอความช่วยเหลือจากเว่ยอิง

     "หยางหยางงง ข้ามาแล้ว!!" เขาปรี่เข้ามาหาแล้วส่งยิ้มกว้างให้ แต่ก่อนที่เขาจะปรี่เข้ากอดฉันมือใหญ่ก็คว้าคอเสื้อของเว่ยอิงไว้เสียก่อนแล้วปรามเสียงเย็น

     "สำรวมด้วย นางเป็นหญิง"

     "ก็ได้ๆ!" เมื่อเขายอมอยู่นิ่งๆมือใหญ่จึงผละออกก่อนจะเบนสายตาเรียบนิ่งหันมามองฉัน แล้วเริ่มบทสนทนาขึ้น

     "ได้ยินว่าวันนี้เจ้าได้รับคัดเลือกให้ทดสอบการปราบศพอำมหิตในคืนนี้"

     "จ เจ้าค่ะ"

     "ซือจุย กับจิ้งอี๋บอกว่าเจ้ามีฝีมือ...แต่จงระวังไว้ อย่าประมาทและอย่าเกินกำลังของเจ้า" คำเตือนของหลานวั่งจีทำให้ฉันมีสติมากขึ้น ก่อนจะโค้งรับคำแนะนำ

     "ฟูหยางน้อมรับคำแนะนำของท่านหานกวาง" ดวงตาคมกริบเหลือบมองดาบไม้ในมือของฉันก่อนจะหันกลับมามองฉันเช่นเดิม ก่อนจะพูดทิ้งท้ายแล้วเดินจากไป

     "เจ้าจงตั้งใจฝึกต่อไป.."

     "เจ้าค่ะ"




     เมื่อหลานจ้านเดินไปไกลเกินกว่าจะได้ยินแล้ว ฉันจึงหันกลับมาคุยกับเว่ยอิงที่กำลังเท้าเอวรอฉันอยู่ ด้วยความสงสัยว่าทำไมถึงอยู่ด้วยกันได้จึงถามออกไป
     
     "พี่เว่ย ทำไมพี่ถึงอยู่กับท่านหานกวางจวินได้ล่ะ?"

     "ก็เสี่ยวผิงกั๋วน่ะสิ มันไปไล่พวกกระต่ายอีกแล้ว...ข้าเลยจะเข้าไปหยุดมันแล้วก็เจอเขาเสียก่อน ว่าแต่คืนนี้เจ้าก็ต้องล่าผีแล้วสินะ" ฉันพยักหน้าก่อนจะที่เราจะเดินกลับไปยังที่ฝึกประจำ

     "พี่ว่าข้าจะรอดไหม พี่เว่ย?"

     "หยางหยาง เก่งออก...ข้าว่าเจ้าต้องฆ่ามันได้เยอะแน่ๆ" เขาพูดด้วยความั่นใจเสียเต็มประดาจนฉันอยากจะร้องไห้ตัดพ้อต่อโชคชะตาเสียจริงๆเลย

     "พี่เว่ย ถ้าข้าเกิดสู้มันไม่ได้ขึ้นมาจะทำอย่างไรล่ะ?...พวกมันโหดมากนะ"

     "ข้าไม่เชื่อลมปากเจ้าที่เคยต่อยศพเดินได้พวกนั้นหรอก เอาล่ะ วันนี้ข้าละฝึกเพียงแค่นิดเดียว เจ้าต้องเตรียมตัวเพื่อที่จะรับการทดสอบฝึกวิชา"

     "ฮือออ พี่เว่ยใจร้าย!!"











    และคืนนรกแตกก็มาถึง

     นอกจากฉันแล้วยังมีตระกูลอื่นๆ และศิษย์หน้าใหม่ของตระกูลหลานเข้าร่วมการทดสอบด้วยนับสิบกว่าคน กติกาก็ไม่ยากนัก คือกำจัดพวกศพให้ได้ 5 ตน ภายในเวลา 2 ชั่วยามหากกำจัดได้แล้ว ก็ให้นำสายรัดที่ข้อมือของผีตนนั้นกลับมายืนยันก็จะถือว่าผ่าน และได้เข้าร่วมการชุมนุม ถ้าหากมีใครสู้ไม่ไหว หรือบาดเจ็บสาหัสจนไม่สามารถสู้ได้พลุสัญญาณขอความช่วยเหลือจะยิงขึ้นทันที โดยที่มีพลังปราณเป็นตัวกำหนดขีดจำกัด

     "2 ชั่วยาม... 4 ชั่วโมง ตอนนี้ก็น่าจะสองทุ่มแล้วสินะ" ฉันยืนคำนวนเวลาก่อนที่จะเริ่มการทดสอบ สายตาทิ่มแทงและเสียงนินทาดังแว่วเหมือนพวกพรายกระซิบจนรู้สึกรำคาญหูแปลกๆ

     "เทียนฟูหยาง เจ้าเป็นสตรีเพียงหนึ่งที่ได้รับการทดสอบนี้ ข้าจะไม่ลดหลั่นจำนวนให้เจ้าจะค้านไหม"

     "ไม่ค้านเจ้าค่ะ ฟูหยางน้อมรับความเท่าเทียมที่ท่านอาจารย์กำหนด" หลานฉีเหรินพยักหน้ารับก่อนจะประกาศปล่อยตัวทุกคนลงหุบเขาทันที



     

     ทุกคนต่างแยกย้ายกันไปเพื่อตามล่าผี แต่ฉันถอนหายใจแล้วค่อยๆเดินมองรอบตัวจะดีกว่า เพราะว่าชินกับกลางคืนมืดมิดเหมือนตอนยังอยู่เวรตรวจตรา ทำให้สายตาเริ่มจะชินกับความมืด

     "ลืมถามไปเลยว่ามีผีกี่ตนกันนะ ถึงจะเป็นเซียนอาวุโสแต่ก็ต้องจำกัดจำนวนด้วยนี่นา..." ระหว่างที่กำลังบ่นพึมพำแสงของพลุส่งสัญญาณก็สว่างบนท้องฟ้าเป็นลายเมฆ

     ปุ๊งงงง!!

     พูดยังไม่ทันไรเลยนะ ถูกสอยไปแล้วหนึ่งเหรอ!!

     "อยู่ใกล้ๆนี่ด้วยสิ...โผล่มาแบบตุ๊งแช่นี่แม่จะถีบจริงๆด้วย" ฉันบ่นอุบอิบแล้วเดินต่อไปด้วยความหวาดระแวงแบบสุดๆ เหมือนมาเดินในบ้านผีสิงแบบ 4D เลยก็ว่าได้มั้ง

     "อ๊ากกก! ช ช่วยข้าด้วย!" เสียงร้องของชายคนหนึ่งดังใกล้ๆ ทำให้ฉันต้องรีบวิ่งไปดูทันที เมื่อมาถึงฉันก็แทบจะหยุดเท้าไว้ไม่ทันเมื่อกระบี่ที่ไร้เจ้าของปักอยู่บนพื้นตรงหน้า

     ส่วนตัวเจ้าของนั้นกำลังคลานถอยหลังหนีพวกผีร้ายอยู่ โอ๊ยยย ไม่ได้มาแค่ 1 แต่ 3 เลยเนี่ยนะ! ดวงซวยดีแท้!!


    กรรรร แฮ่!!

 
     "ว้ากกก!!" เสียงร้องพร้อมกับดวงตาที่ปิดสนิท ยกมือกำบังตัวเองอย่างสิ้นคิดจนฉันอดไม่ได้ต้องเข้าไปช่วยด้วยการวิ่งเข้าไปถีบร่างนั้นให้กระเด็นไปอีกทาง


     พลั่กกกก!! ตึงงง!!

     
     ร่างนั้นแน่นิ่งไปก่อนจะขยับแล้วลุกขึ้นมาใหม่พร้อมกับเดินตรงดิ่งมาหาฉัน และชายหนุ่มที่กำลังนั่งตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า ฉันก็ได้แต่ถามด้วยความหวังดีพร้อมกับคืนกระบี่ให้

     "นี่กระบี่เจ้ารับไว้ซะ"

     "ข ขอบคุณแม่นางมาก แม่นางข้างหลัง!!" ระหว่างที่กำลังคุยกันอยู่ผีตนหนึ่งก็พุ่งเข้ามาใกล้ฉัน จนฉันตกใจแล้วเผลอมือไวชักกระบี่เสี่ยวเฟยออกมาฟันคอจนขาดสะบั้น



     ฉับบบบบ!! ตุบ!

     "แฮ่กๆๆ...ต ตกใจหมดเลย" ฉันยกมือลูบอกเรียกขวัญกลับมา หัวใจยังเต้นแรงเร็วอยู่เลย น่ากลัว...ยังไงมันก็น่ากลัวอยู่ดีอ่ะ!! แต่จัดการไปได้หนึ่งตัวแบบงงๆเลยแฮะ

     "นี่ เจ้าน่ะ---อ้าว!" พอหันมาดูชายที่กำลังบาดเจ็บ เขาก็วิ่งหนีหายเข้าไปในป่าแล้วฉันอยากจะด่าให้ถึงโคตรเหง้าเหล่ากอจริงๆ! หน้าไม่อาย

     "ไอ้เฮงซวยเอ๊ยย!!" พอเริ่มรู้สึกหงุดหงิดแล้วมองศพเดินได้ตรงหน้า ก่อนที่มันจะเข้ามาฉันก็ตวัดดาบแล้วตัดหัวมันซะก่อน

    
     ชิ้งง ฉัวะ! ตุบๆ


     "เจอคราวหน้าถ้ายังปากดีอยู่อีก ขอถีบสักทีสองทีก็แล้วกัน!!" ข้อมือสะบัดดาบแล้วเก็บเสี่ยวเฟยเข้าฝักก่อนจะเดินไปยังที่อื่นๆต่อ

     แต่ก็ดีได้มาแล้ว 3 แต้ม เหลืออีกสองแต้มก็พักดีกว่า...








     หลานฉีเหรินก้มอ่านจดหมายที่ได้รับมาจากตระกูลเทียนด้วยความหนักใจ ก่อนจะหลุบมองลงไปยังหุบเขาด้านล่างพลางนึกถึงเด็กสาวที่น่าเวทนา

     "ท่านอาจารย์...จดหมายนั่น จากตระกูลเทียนหรือขอรับ?" หลานฉีเหรินพยักหน้าก่อนจะเก็บพับจดหมายลงแล้วยืนไขว้มือไว้ด้านหลัง

     "ใช่แล้ว เฮ้อ เป็นเด็กสาวที่น่าสงสารนัก"

     "ทำไมหรือ?"

     "นางเป็นเด็กที่ถูกตระกูลเทียนเก็บมาเลี้ยง ประมุขและฮูหยินเทียนรู้ว่าลูกแท้ๆของตัวเองหวังจะเอาชีวิตของนางในสักวัน เพราะอิจฉาที่ได้รับความรักมากกว่าพวกตน" ซือจุยกับจิ้งอี๋ขมวดคิ้วกับคำเปรียบเปรยของผู้อาวุโสตรงหน้า

     "เหตุใดท่านอาจารย์ถึงพูดเช่นนั้น?"

     "สองพี่น้องตระกูลเทียนนั้นหลงใน ยศ ลาภเงินทอง กลัวว่านางผู้นี้จะแย่งทุกอย่างไปจากพวกตนจึงหาทางกำจัด...และการที่นางถูกส่งมาร่ำเรียนที่นี่ ก็คงคาดการณ์ว่าอยากให้นางไม่มีชีวิตรอดกลับไปเป็นแน่"

     "แล้วเราจะทำอย่างไรดีท่านอาจารย์"

     "อืม เราต้องดูไปก่อน...เวลาก็ผ่านไปชั่วยามแล้ว พวกเจ้าลงไปดูนางห่างๆก็ดี"

     "ทราบแล้วท่านอาจารย์"

     "เอ่อ ข ข้าว่าไม่ต้องแล้วขอรับ" ศิษย์ตระกูลหลานคนหนึ่งแย้งขึ้นทั้งสาม ก่อนจะชี้ไปยังเนินที่พวกศิษย์หน้าใหม่ลงเนินไป ศิษย์ใหญ่ถึงกับตาเบิกกว้างเมื่อร่างบางเดินกลับขึ้นมาด้วยความหงุดหงิด ต้นแขนได้รับบาดเจ็บจนเลือดไหลอาบ และมีรอยขีดข่วนเล็กน้อยบนใบหน้า

     "กลับมาแล้วเจ้าค่ะ ท่านอาจารย์...พี่ซือจุย พี่จิ้งอี๋"

     "..."

     "นับด้ายข้อมือนี่ได้เลย" มือเรียวยื่นด้ายข้อมือที่มัดไว้กับพวกศพให้กับผู้ตัดสิน พวกเขารับมาก่อนจะนับช้าๆจนเส้นสุดท้ายพวกเขาถึงกับตะลึง

     "ส สิบ..เอ็ดตัว"

     "ว่าไงนะ!"

     "สิบเอ็ดตัวขอรับ!!"








เห่อๆ  ไม่มีไรมาก

เม้น-กัน-หน่อย!!


ความสุขของเตี้ย = การเห็นรีดเดอร์อินกับฟิค และเม้นมาให้อ่าน








ขอแค่นี้จริงๆ กราบล่ะค่ะ



รูปภาพที่เกี่ยวข้อง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 251 ครั้ง

667 ความคิดเห็น

  1. #536 น้องหยางหยาง (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 11:07

    นางเจ๋งอะต่อๆๆ

    #536
    0
  2. #372 juiilann (@juiilann) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 14:13
    น้องคือโหดมากอะ 5555
    #372
    0
  3. #331 LWLookwai (@LWLookwai) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 12:54
    น้องแมนมากกก คต่เท่! //ขอแทรนิดนึงนะคะ คือพิณที่พี่หลานใช้เป็นกู่ฉินนะคะ เเต่จะพิณก็ได้เพราะเราเห็นเค้าก็เราพิณกัน55(อย่าโกรธเราเลยนะ)
    #331
    1
  4. #271 YuKiRin_48 (@Minsuper) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 21:01
    วิขาลับของตระกูล​หลานเป็นฉินนะคะ​ไรท์​ไม่ใช่พิณ​
    ปล.น้องเทียนน่ารักสมวัยมากๆเลย
    #271
    0
  5. #226 Kim-Gr (@Kim-Gr) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 17:59

    นุ้งเทพพพพ. อุ้ยยยย~
    #226
    0
  6. #74 KazukiRei (@benjarath) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 17:52
    เก่งมากกกก เป็นปลื้ม~~~
    #74
    0
  7. #54 RAY MII (@Nareesophit) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 12:36

    นางเก่งจังงง อร้ายยย รอตอนต่อไปนะคะะ สนุกมากๆเลยย เป็นกำลังใจให้ XD
    #54
    0
  8. #52 pitchayapak911 (@pitchayapak911) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 07:20

    รออ่านค่ะ????

    #52
    0
  9. #51 polytome (@polytome) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 12:47
    จะรออ่านค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #51
    0
  10. #50 EngEnglish (@EngEnglish) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 12:35
    สงสารหยางหยางไม่มีใครเห็นใจนางเลย
    #50
    0
  11. #49 EngEnglish (@EngEnglish) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 12:34
    อย่าทำหยางหยางโกรธเชียวนะ 55555
    #49
    0
  12. #47 Kuizumi (@furnaunchanita) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 11:11

    น้องตกใจได้เเบบ....เเหะๆ
    #47
    0
  13. #46 Maidii (@New48lew41) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 10:38

    สนุกมากเลยค่ะ^^
    #46
    0
  14. วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 08:02

    น้องงงงง โหดมากกกก
    #45
    0
  15. #42 Hyperion-kub (@Naiinuttych) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 06:37

    สุดยอดมากนว้องงงง รอต่อน้าาา
    #42
    0
  16. #41 akazeyujin (@akazeyujin) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 06:30

    ชอบมาก......ว่าแต่แม่นางไปโมโหผู้ใดมา
    #41
    0
  17. #40 PhimpinTT (@Phimpin) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 05:53
    อห เจ๊เขาไม่ธรรมดา อย่างชอบเลยว่ะผมน่ะ แนวนี้คือตามหามานาน
    #40
    0
  18. #39 Natacha_i-sen (@sroyson47) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 05:15
    น้องคนแมนน (ึือเรื่องนี้เรามีความหวังกับเรื่องนี้มากอ่ะ เรื่องอื่นกว่าจะอัพก้นาน แถมไม่รุ้จะแต่งจนจบมั้ย เราเชื่อใจไรท์มากฟเลยว่าจะไม่ดอง เป็นกำลังใจให้ค่ะ!)
    #39
    0
  19. #37 AKASHI. (@thanyameen) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 00:10
    วัยรุ่นก็งี้ เลือดมันร้อนผีมันก็อ้อนตีนจัดสิครัช 11 ตัวเบาๆ อีกนิดจะแมนกว่าหนูซือจุยของแม่ล้าววววว
    #37
    0
  20. #36 Gracexy (@Gracexy) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 00:07
    สนุกมากเลย
    #36
    0