[ปรมาจารย์ลัทธิมาร] พันธวิญญาณข้ามภพ (OC)

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2 อยากตายกลายเป็นด้วง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,450
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 253 ครั้ง
    30 ก.ค. 62




     แก๊งๆๆ!


     "...ท่านพาข้ามาที่นี่เพราะเหตุใดหรือเจ้าคะ?" เสียงใสเอ่ยถามชายวัยกลางคนท่ามกลางเหล่าช่างตีดาบที่กำลังทำงานของตัวเองอย่างขยันขันแข็ง     

    ทันทีที่ประมุขเทียนทราบว่าฉันกำลังถูกทาบทามให้ไปเรียนสำนักเซียนตระกูลหลาน ทั้งสองต่างดีใจเป็นอย่างมากและกระตือรือร้นกันยกใหญ่จนแทบจะเลี้ยงฉลองกันอยู่แล้ว แต่ฉันห้ามไว้ได้ทัน

     "พ่ออยากให้ลูกเตรียมพร้อม...จึงพาเจ้ามาที่นี่เพื่อเลือกมัน เจ้าเลือกเสียสิว่าอยากได้กระบี่อย่างไร" มือใหญ่ดันแผ่นหลังฉันให้เดินเลือก จึงเกิดความลังเลเพราะฉันไม่เคยจับกระบี่

     เคยแต่เรียนกระบี่ไม้ตอนมัธยมเท่านั้นเองด้วย... 

     เท้าก้าวย่างกวาดตามองเหล่าอาวุธที่ถูกตีขึ้นอย่างประณีต ความงามซ่อนอันตรายของมันดูน่าหลงใหลอย่างบอกไม่ถูก...แต่ว่าของแบบนี้เป็นเราก็เลือกไม่ถูกเหมือนกันนะเนี่ย

     "เลือกไม่ถูกหรือขอรับ คุณหนู?" เสียงชายเจ้าของร้านเอ่ยถามก่อนจะเดินเข้ามาหา ฉันพยักหน้าแล้วมองไปทั้งร้านก่อนจะพูดเปรยๆ

     "มันงดงามมากก็จริงอยู่ แต่ไม่รู้เพราะอะไรมันถึงไม่ต้องตาข้า...มิใช่ว่าดาบของท่านมิดีนะเจ้าคะ"

     "ข้าน้อยเข้าใจท่านดีขอรับ กระบี่นั้นมีจิตวิญญาณจงตั้งจิตท่านให้มั่นแล้วเลือกดูอีกครั้งเถอะ" พอฟังดังนั้นฉันจึงหลับตาลงแล้วทำใจให้ว่างไม่นึกถึงอะไร เท้าเดินไปมือก็สัมผัสกระบี่ที่วางเรียงรายพยายามฟังเสียงต่างๆที่ดังเข้ามาในโสตประสาท



     กริ๊งงง 



     หมับ!

     ทันทีที่ได้ยินเสียงกระดิ่งมือก็คว้าดาบเล่มนั้นทันทีก่อนที่จะลืมตาขึ้นมามองเสียอีก ตัวดาบเป็นสีเงินวาววับตัวกระบี่ที่ติดกับด้ามนั้นสลักเป็นลวดลายใบไม้เถาเล็กๆ และด้ามจับเป็นสีเขียวเข้มสวยสบายตา


     "เลือก...เล่มนี้เจ้าค่ะ" เจ้าของร้านมองฉันตาเป็นประกายก่อนจะเดินเข้ามาหาแล้วโค้งคำนับพร้อมกับคว้ามือฉันไปมองตัวดาบใกล้ๆ

    ไม่รู้ทำไมฉันเลือกเล่มนี้เหมือนกัน แต่มันทั้งเบา จับถนัดมือ แล้วก็สวยสบายตาดีด้วย ตอนจับก็ชอบทันทีเหมือนถูกชะตา คงเพราะเป็นสีเขียวที่เหมือนต้นไม้ก็ได้มั้ง




     "อาเฟย เจ้าเลือกเล่มนี้หรือ?" ฉันพยักหน้ายืนยันก่อนจะก้มมองกระบี่ในมือแล้วยื่นให้กับพ่อค้าซึ่งรับมาก่อนจะนำไปใส่ปลอกเก็บกระบี่ ซึ่งปลอกของมันก็สวยไม่แพ้กันเลย มันถูกทาทับด้วยสีเขียวอ่อนบานเย็น ถูกสลักลายใบไม้ทำด้วยเงินรอบปลอก

     "ท่านจะให้กระบี่นี้นามว่าอะไรขอรับ?" นายช่างเอ่ยถามฉันที่กำลังรอแกะชื่อ

     ฉันนิ่งก่อนจะนึกถึงเจ้าของร่างนี้ที่ฉันได้ใช้อยู่ ดวงวิญญาณของเธอนั้นคงทุกข์ทรมานมามาก...และมันจะได้ทำให้ฉันไม่ลืมตัวตนของเธอคนนั้น

     "ให้ชื่อว่า 'เสี่ยวเฟย()' ก็แล้วกันเจ้าค่ะ"












    3 วันต่อมา


     จิ๊บๆๆ!

     "เอ้าๆ ไม่ต้องแย่งกัน ยังมีอีกเยอะเลย..." ฉันบอกกับพวกนกที่กำลังกินเมล็ดพืชบนพื้นก่อนจะบินมาบนตัก มือ ไหล่แล้วศีรษะในสวน

     ผ่านมาสามวันแล้ว แต่เด็กหนุ่มทั้งสองก็หายเงียบไปมันก็ทำให้รู้สึกเบาใจไปเปราะหนึ่งที่อาจจะเป็นเพียงแค่ข้อพิจารณา เพราะต้องปรึกษาเซียนอาวุโสอีกทั้งต้องได้รับการยินยอมจากคนอื่นๆอีกมาก ระหว่างที่คิดมือก็หยิบเมล็ดหว่านลงพื้นอีกหน ก่อนจะหยิบบางส่วนมาไว้บนมือให้นกลงมาจิกกิน 

     ในสวนแห่งนี้ตามบันทึกของเทียนเฟยหง เธอบอกว่าเธอปลูกต้นไม้พวกนี้เองกับมือ...หมั่นรดน้ำดูแลมันทุกวันจนโตได้ขนาดนี้ อีกทั้งไม่ใช่ปลูกแค่ต้นสองต้น แต่ราวๆยี่สิบต้นในสวนนี้เลยก็ว่าได้

     ฟิ้ววว ตุบ! พึ่บๆๆๆ!! 

     เสียงคนกระโดดลงมาตรงหน้าทำให้พวกนกน้อยตกใจบินหนี ขนของมันปลิวว่อนไปทั่วจนต้องปัดมันออก ฉันได้แต่มองพวกมันบินไปด้วยความเสียดาย

     "โธ่ ยังให้อาหารไม่เสร็จเลย..."

     "ต้องขออภัยคุณหนูเทียน ที่มาขัดจังหวะ...นี่คือหนังสือเทียบเชิญจากสำนักขอรับ" หลานซือจุยเอ่ยก่อนจะยื่นหนังสือให้กับฉัน ตัวถึงกับแข็งทื่อน้ำตาไหลพรากในใจ คงได้แต่หลับตายอมรับชะตากรรม

     "เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ เช่นนั้นท่านรอสักเดี๋ยว ข้าขอไปเอาสัมภาระสักครู่" ซือจุยยิ้มรับก่อนที่ฉันจะเชิญเขามานั่งในศาลาริมสระบัวเพื่อบอกลาคนในตระกูลเทียน

 

     "อาเฟย...จงรับนี่ไว้เสีย มันติดตัวเจ้ามาตั้งแต่ข้าพบเจ้า" ถุงหอมสีเขียวอ่อนถูกยื่นมาตรงหน้าฉันจึงรับไว้แม้จะเต็มไปด้วยความสงสัย แต่เมื่อลองสัมผัส

     "ท่านพ่อด้านใน?"

     "มันเป็นเหมือนไม้แกะสลักคล้ายตราประจำตระกูล แต่ก็ไม่เคยเห็นมาก่อนจึงไม่รู้ว่าของตระกูลใด...ขอให้เจ้าโชคดีและตั้งใจร่ำเรียนนะ อาเฟย"

     "คุณหนูเล็ก โปรดรับสิ่งนี้ไว้ด้วยนะเจ้าคะ" สาวใช้คนหนึ่งเดินเข้ามาหาพร้อมกับไหบางอย่างที่ไม่ใหญ่มากนัก ขนาดพอๆกับลูกแตงโม และถุงย่ามมาให้

     "อะไรเหรอ?"

     "พ พวกข้าเห็นว่าต้นท้อที่คุณหนูปลูกไว้ มันออกผลสุกเต็มต้น...พ พวกข้าเลยเอามาแช่ไว้ให้คุณหนูเจ้าค่ะ" ฉันเปิดดูไหก็พบว่าด้านในเป็นลูกท้อเชื่อม กลิ่นหอมของลูกท้อตลบอบอวลไปทั่ว และด้านในถุงย่ามก็มีแต่ลูกท้อสุกเต็มที่พร้อมเก็บเกี่ยว

     "ขอบใจพวกเจ้ามาก...จนกว่าข้าจะกลับมา ต้นไม้ทั้งหมดที่ข้าปลูกพวกเจ้าสามารถเด็ดผลมันไปกิน หรือแบ่งให้กับครอบครัวของพวกเจ้าได้ตามสบายเลยนะ"

     "บ บุญคุณนี้จะไม่ลืมเจ้าค่ะ/ขอรับ คุณหนู!"


 






     ฉัน หลานซือจุย และหลานจิ้งอี๋ได้เดินเท้าจากตระกูลเทียนที่อยู่ชายแดนติดกับเขตของตระกูลจิน ต้องใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วยาม*ในการเดินทาง แต่ก็ยังถือว่ายังพอไหว เพราะผ่านการเดินทางไกลจากชาติที่แล้วมามากมาย แหม เดินป่าตอนกลางคืนมันแค่ขี้ปะติ๋วเอง ตอนออกสำรวจประชากรสัตว์ป่า นี่ฉันแทบไม่ได้นอนทั้งคืนเลยด้วยซ้ำ
     

     "คุณหนูเทียน..."

     "เรียกข้าว่า 'ฟูหยาง' ก็ได้เจ้าค่ะ...ศิษย์พี่" ฉันยิ้มแล้วตอบกลับทั้งสอง พวกเขาถึงกับสำลักอากาศแล้วกระแอมไอด้วยความขัดเขิน

     "ม มิได้หรอก!"

     "พวกท่านเป็นเซียนแม้จะเป็นเซียนฝึกหัด แต่ก็ร่ำเรียนวิชามาก่อนข้า...จากนี้คงต้องคอยให้พวกท่านชี้แนะอยู่บ่อยครั้งเลยเจ้าค่ะ"

     "อ เอ่อ..." ซือจุยใบหน้าแดงระเรื่อไม่ต่างกับจิ้งอี๋ที่ขัดเขินหน้าแดงก่ำยืนไม่เป็นสุขด้านหน้า ฉันยิ้มด้วยความเอ็นดูเด็กหนุ่มทั้งสองอย่างอดไม่ได้จริงๆ

    พวกเขาน่ารักกว่าที่คิดไว้ซะอีก คงเพราะอยู่ในตระกูลหลานมารยาทเลยดีด้วย นี่แหละเสน่ห์ของเด็กๆตระกูลหลานแห่งกูซู


     ตึก!

     "มาแล้วหรือ.." น้ำเสียงเย็นเอ่ยขึ้นจนพวกเราทั้งสามถึงกับชะงักก่อนจะเงยมองตรงหน้า ดวงตาเบิกกว้างเมื่อร่างสง่างามของชายคนหนึ่งยืนอยู่ที่บันไดหิน

     "ซือจุย/จิ้งอี๋ ขอคารวะ ท่านหานกวาง" เด็กหนุ่มทั้งสองโค้งคำนับชายตรงหน้าด้วยชื่อที่คุ้นหู

     เคยเห็นแค่ภาพหน้าปกก็ว่าหล่อแล้วนะ พอมาเจอจริงๆแบบนี้ไม่ใช่คนแล้ว เทพเลยเถอะ! งดงามเกินมนุษย์มนาแล้วนะเนี่ย

     "แม่นางผู้นี้..."

     "ข้าน้อยมีนามว่า เทียนฟูหยาง...มาขอเป็นศิษย์ของสำนักอวิ๋นเซินปู้จือจู่เจ้าค่ะ" เมื่อตั้งสติได้จึงรีบโค้งคำนับทำความเคารพคนตรงหน้าทันที ชายหนุ่มมองเพียงนิ่งๆก่อนจะพยักหน้า และหมุนตัวเดินขึ้นไป

     "ท่านหานกวางจวิน ช่างสง่างามเหลือเกิน..."

     "ท่านรู้จักท่านหานกวางด้วยหรือ?"

     "เจ้าค่ะ ศิษย์พี่ซือจุย ฟูหยางขอพักตรงนี้สักครู่ก่อนได้หรือไม่?" เพราะเดินมาไกลและยาวนานมากเลยจะขอนั่งพักสักเดี๋ยวแล้วค่อยขึ้นบันไดต่อ

     "ย่อมได้ ถ้าเช่นนั้นไปพักที่ใต้ต้นไม้นั่นก่อนเถอะ" ฉันพยักหน้าแล้วหันไปมองต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่ดูท่าแล้วจะให้ร่มเงามากพอควร จึงไม่รอช้าที่จะเดินไปแล้วทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นทันที


     พอเหนื่อยๆแบบนี้ กินของหวานคงช่วยได้....มือเปิดไหก่อนจะหยิบลูกท้อเชื่อมขึ้นมากินพลางรับลมไปด้วย กลิ่นหอมอ่อนๆของลูกท้อเชื่อมนั่นทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที

     ฮี้ฮ่อๆๆๆ!!

     "เสียงลา?"

     ระหว่างที่กำลังนั่งกินนั้น เสียงร้องของลาก็ดังลั่นก่อนที่ลาตัวหนึ่งจะวิ่งมาทางนี้ โดยที่มีพวกซือจุยกำลังไล่จับอยู่ตามหลังและมันกำลังพุ่งตรงมาทางฉัน

     "ฟูหยาง เจ้าระวัง!!" ฉันลุกขึ้นเตรียมจะหนี แต่ว่าเจ้าลากลับหยุดทันทีแล้วส่งเสียงไม่หยุดตรงหน้าฉัน ดวงตาของมันจ้องมองถุงย่ามอย่างไม่วางตา

     "หรือว่าแก...ได้กลิ่นลูกท้อเหรอ?" มันหูตั้งระริกขึ้นมาทันทีจนอดขำไม่ได้ ก่อนจะหยิบลูกท้อออกมาแล้วยื่นให้กับมัน มืออีกข้างก็ลูบหัวไปพลางจับบังเหียนแล้วพามาหาซือจุย

     "เด็กดีๆ เอาล่ะ ถ้ากินอิ่มแล้วก็ต้องเชื่อฟังนะ"

     "ฟูหยาง เจ้าทำได้อย่างไรกัน?...เสี่ยวผิงกั๋ว ไม่เคยเชื่อฟังใครเลยแม้แต่คุณชายโม่" จิ้งอี๋เอ่ยถามพร้อมกับรับสายบังเหียนในมือฉันไป ฉันจึงยื่นลูกท้อให้มันกินอีกลูกแล้วตอบคำถาม

     "มิได้มากมายหรอกเจ้าค่ะ เพียงแค่ข้ารู้ว่ามันต้องการลูกท้อของข้าก็เท่านั้นเอง"



    เมื่อเสี่ยวผิงกั๋วถูกจูงออกไป ฉันก็กลับมาที่เดิมเพื่อที่จะกินลูกท้อเชื่อมต่อแต่ว่าพอมาถึงไหที่แช่ลูกท้อเชื่อมไว้กลับว่างเปล่า จนฉันต้องล้วงควานหาลูกท้อที่เหลือแต่ก็หายไปหมด

     "ได้ยังไงกัน มันมีตั้งเยอะขนาดนั้น..."

     "โอ้ ลูกท้อเชื่อมนั่นของเจ้าเองหรือ?" เสียงของบุคคลปริศหนาดังขึ้นจากด้านหลัง แต่พอหันขวับไปก็ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น

     ฟุ่บ!

     "แฮ่!!" ฉันผงะตกใจถอยหลังจนล้มก้นจ้ำเบ้า เมื่อชายหนุ่มผมสีดำสนิทห้อยหัวลงมาตรงหน้าฉันในระยะประชิด ทันทีที่อีกฝ่ายแกล้งฉันได้สำเร็จเขาก็หัวเราะลั่น

     "ว้าย!!!"

     "ฮ่าๆๆ! เจ้าล้มหงายท้องเลย" เขาพลิกกลับไปนั่งห้องขาบนต้นไม้ตามเดิม ฉันได้แต่ก่นด่าแล้วยันตัวลุกขึ้นยืนแต่ทันทีที่เงยสบมองร่างโปร่งของเด็กหนุ่มตรงหน้า

     มันกลับรู้สึกโล่งใจ และดีใจอย่างบอกไม่ถูก

     เจ้าของรอยยิ้มสดใส เสียงหัวเราะแบบนี้มีแค่คนเดียวในเรื่อง...คนเดียวที่ทลายกำแพงแสนเย็นชาของหานกวางจวิน 

     "เว่ยอู๋เซี่ยน..."









     ร่างโปร่งตรงหน้าชะงักนิ่งดวงตาคู่สวยคู่นั้นไหววูบก่อนจะกลับมาสดใสอีกครั้ง และแสร้งเป็นเปลี่ยนเรื่อง


     "เจ้าพูดถึงใครน่ะ เว่ยอู๋เซี่ยนอะไร ข้าไม่รู้จัก" 

     "ท่านนั่นแหละ ปรมาจารย์อี๋หลิงเหลาจู่....ท่านถูกอัญเชิญมาสถิตในร่างของคุณชายโม่" ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มแปรเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที

     "เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าเป็นข้า?"

     "เอาเป็นว่าข้ารู้ก็แล้วกันเจ้าค่ะ ข้ามีนามว่าเทียนฟูหยาง เพิ่งมาฝากตัวเป็นศิษย์ของที่แห่งนี้" ฉันโค้งคำนับร่างโปร่งตรงหน้า อีกฝ่ายเมื่อรู้ตัวว่าไม่สามารถปิดบังตัวตนได้อีกต่อไปจึงพูดคุยกันเหมือนคนปกติ

     "ถ้าเจ้าว่าเช่นนั้นข้าก็จะไม่ซักไซร้ต่อ แต่เจ้าสัญญากับข้านะ ว่าจะไม่บอกใครว่าข้าคือเว่ยอู๋เซี่ยน" อีกฝ่ายยื่นข้อเสนอที่ทำให้คนฟังถึงกับยิ้มแล้วตอบตกลงโดยง่าย

     "ถ้าเช่นนั้น...ข้าขอเรียกว่า'พี่เว่ย(เว่ยเกอเกอ)' เวลาที่อยู่ลำพังได้หรือไม่?" อย่าว่างั้นงี้เลยนะ ฉันชอบตอนพี่เว่ยอยู่ในร่างน้องโม่มาก มันดูน่ารักสดใสจนอดยิ้มตามไม่ได้ทุกที รอยยิ้มที่ไม่ว่าจะอยู่ในร่างไหนพี่เขาก็มีเสน่ห์เสมอเลย

     "ได้สิ แล้วถ้าต่อหน้าพวกคนสกุลหลานล่ะ?"

     "ข้าจะเรียกว่า'พี่โม่(โม่เกอเกอ)'เจ้าค่ะ อย่าห่วงเลย...ข้าจะรักษาความลับนี้ให้ดีที่สุด" ชายหนุ่มพยักหน้าหงึกหงักก่อนจะปลายคางอย่างครุ่นคิด

     "เช่นนั้นข้าจะเรียกเจ้าว่า หยางหยาง นะ" รอยยิ้มสดใสระดับบนใบหน้างดงามราวกับเทพธิดาจนรู้สึกแสบตากับความระยิบระยับนั่นจริงๆ

     "ย่อมได้เจ้าค่ะ"

     "ว่าแต่ข้าได้ยินมาจากพวกศิษย์ในสำนักเกี่ยวกับตัวเจ้าก่อนที่เจ้าจะมา...เขาบอกว่า บุตรีบุญธรรมตระกูลเทียนนั้นเป็นใบ้พูดไม่ได้ พอข้ามาเห็นเจ้าที่บอกว่าตนมาจากตระกูลเทียนแล้ว มันผิดจากที่ข้าฟังมาเลย" เว่ยอู๋เซี่ยนนั่งลงกับพื้นกอดอกมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า คิ้วเรียวนั้นขมวดมุ่นจนแทบจะเป็นปม
     
     "เอ่อ...พี่เว่ย ท่านเป็นคนเดียวที่เข้าใจข้า เช่นนั้นข้าจะบอกความจริง"

     "หืม?" ชายหนุ่มเอียงคอกอดอกมองฉันเพื่อรอคำตอบ 

     "แท้จริงแล้วข้าก็เหมือนกับท่านในตอนนี้ กายเนื้ออาจเป็นคุณหนูตระกูลเทียน แต่ว่าวิญญาณของนางนั้นตายไปนานแล้ว" มือยกขึ้นทาบอกเพื่อยืนยันในสิ่งที่ตนพูดออกมา ดวงตาของคนตรงหน้าเบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆเมื่อได้ฟังความจริง

     "จ เจ้าว่าอย่างไรนะ! เหมือนกับข้า...นี่หรือว่าเจ้าถูกอัญเชิญให้มาสิงสถิตในร่างของเทียนฟูหยาง?" ฉันส่ายหน้าแล้วอธิบายให้ถูกต้อง

     "มิได้ถูกอัญเชิญมาสิงร่าง แต่ว่านางได้ตายไปเพราะถูกหมาป่ากัดตาย และเทียนฟูหยางเป็นนามของข้า นามของนางคือเทียนเฟยหงเจ้าค่ะ" เว่ยอู๋เซี่ยนอึ้งเอ๋อหนักกว่าเก่าเมื่อได้ฟังฉันอธิบาย

     "ด ได้อย่างไรกัน"

     "ข้าก็อยากรู้สาเหตุเจ้าค่ะ ข้าจำได้ว่าตัวข้านั้นตายไปแล้วแต่...ดันตื่นขึ้นมาในร่างของนางในสภาพที่น่าอนาถ"

     "แล้วเจ้าตายได้อย่างไรล่ะ?" ร่างโปร่งเอ่ยถามด้วยสีหน้าลนลาน ฉันก็ได้แต่ถอนหายใจแล้วทรุดลงนั่งบนหินแผ่นหนึ่ง และคำตอบของฉันทำให้เว่ยอิงผุดลุกขึ้นร้องลั่น

     "ฆ่าตัวตายเจ้าค่ะ"

     "หา!! เจ้าทำเช่นนั้นทำไม...เกิดอะไรขึ้นกับเจ้า?"

     "ข้าป่วยเป็นโรคนอนไม่หลับ ทำอย่างไรก็ไม่มีทางจะหาย...ข้าไม่เคยนอนหลับมาหลายปี ความคิดเพียงชั่ววูบที่คิดว่า หากข้าตาย...ก็เท่ากับว่าข้าได้นอนเสียที"

     "ทำไมเจ้าช่างโง่นัก! มีวิธีอีกเป็นแสนวิธีที่จะทำให้เจ้านอนหลับได้ ทำไมถึงกับต้องจบชีวิตตัวเอง" คำต่อว่าของเว่ยอิงทำให้ฉันได้แต่ย่นคอรับคำอย่างไม่อาจเถียงได้

     "ท่านไม่เป็นข้าท่านก็ไม่เข้าใจหรอก...ข้าอยากนอนเหมือนกับคนอื่นๆ แต่ก็ทำไมได้" ได้แต่ตัดพัดกลับไปเพียงเท่านั้น ก่อนจะผุดลุกขึ้นเก็บของแล้วเดินลงจากเนิน

     "นี่ เจ้าจะไปไหน?"

     "ไปรายงานตัวกับอาจารย์หลานฉีเหรินเจ้าค่ะ แล้วเจอกันภายหลัง เว่ยเกอเกอ" ฉันยิ้มส่งท้ายก่อนจะหมุนตัวเดินลงจากเนินไป









     หลังจากที่เข้าไปทักทายหลานฉีเหรินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ฉันก็ได้รับตารางเรียนมาและเริ่มเรียนในวันพรุ่งนี้ ระหว่างนั้นจึงเดินเที่ยวชมบรรยากาศโดยรอบเพื่อทำความคุ้นเคยพร้อมกับซือจุย และจิ้งอี๋

     "คุณหนูเทียนเพิ่งเข้ามา ต้องเรียนรู้อะไรอีกมาก...จากคำบอกเล่าของประมุขเทียน เห็นว่าท่านชอบอ่านตำราหลากหลายแบบ โดยเฉพาะตำราเกี่ยวกับพฤกษศาสตร์ อีกทั้งยังบอกอีกว่าคุณหนูเทียนชอบธรรมชาติ ข้าคิดว่าคงต้องชอบที่นี่ไม่มากก็น้อย" ซือจุยพูดไปพลางแนะนำสถานที่โดยรอบไปพลางสำหรับผู้ฝึกตนที่ต้องการทบทวนตำรานอกสถานที่

    พอได้เห็นบรรยากาศที่นี่แล้วก็พาลนึกถึงตอนที่ทำงานในป่าอุทยานเมื่อตอนที่ยังเป็นเจ้าหน้าที่อนุรักษ์ เราชอบธรรมชาติมาแต่เล็กๆและโตมากับมัน จะคุ้นเคยก็คงไม่แปลก

     "ต้องขอบคุณพี่ซือจุย กับพี่จิ้งอี๋มากที่พาข้าเดินชม...ข้าคงรบกวนพวกพี่มามาก ท่านกลับไปพักเถอะเจ้าค่ะ" ทั้งสองยังคงประหม่าทุกทีเมื่อฉันพูดว่า'เกอเกอ' กับพวกเขา

     ถึงอายุจริงๆฉันจะมากกว่าก็เถอะ...แต่พอมาอยู่ในร่างเด็กอายุน้อยแบบนี้ก็ต้องทำตัวเคารพคนอื่นด้วย

     "ถ ถ้าเจ้าว่าเช่นนั้น เราก็กลับกันก่อน ใกล้ค่ำแล้วเจ้าต้องตื่นแต่เช้า...คงมิมีใครคอยปลุกเหมือนตอนที่อยู่ตระกูลแล้วนะ" ฉันยิ้มแล้วพยักหน้ารับก่อนที่เราจะเดินกลับกัน








     ฮ้าวววว!


     "เทียนฟูหยาง...สำรวมด้วย" ฉันรีบหุบปากฉับแล้วผงกหัวแทนคำขออภัย เมื่อหลานฉีเหรินเอ่ยเตือน ก็มันง่วงนี่นา...ตื่นแต่เช้าแล้วมาเข้าเรียน มันยิ่งกว่าตอนเราเรียนตามปกติด้วยซ้ำไป

     นั่งเรียนตั้งแต่ยามเหม่า(ตี 5 - 6 : 59 ) ถึง ยามซื่อ (9 โมง - 10 : 59) มันยิ่งกว่าเข้าค่ายปฏิบัติธรรมเสียอีก เหมือนมานั่งอบรมเรื่องร้อยแปดพันอย่างเกี่ยวกับศีลธรรม ความดีชั่วถูกแยกแยะอย่างชัดเจน พอมานั่งเรียนแบบนี้แล้วก็เรื่องเห็นด้วยกับความคิดของเว่ยอิงขึ้นมาหน่อยๆแล้วสิ


     หลังจากเลิกเรียนภาคทฤษฏี ก็เป็นการฝึกกระบี่ ยุทธศาสตร์ต่างๆในการต่อสู้...ส่วนฉันน่ะเหรอ? มีอาจารย์ส่วนตัวอยู่คนหนึ่งแล้วล่ะ(^^)

     "ก่อนอื่นเลย เจ้าต้องขี่กระบี่ให้ได้เสียก่อนนะ" 

     "ขอให้พี่เว่ยชี้แนะด้วยเจ้าค่ะ" ฉันโค้งคำนับก่อนที่จะหยิบกระบี่เสี่ยวเฟยออกมาตรงหน้า หลับตาตั้งจิตให้มั่นเพื่อให้มันขยับ  

     คนที่มีความสามารถด้านวิชาการต่อสู้ตามเนื้อเรื่องที่เขาบอกมา เว่ยอู๋เซี่ยนก่อนจะเป็นปรมาจารย์อี้หลิงเหลาจู่ เขาก็เป็นคนหนึ่งที่เก่งกาจมากเลย

     ชิ้ง! ฟิ้วววว

     "โห...ทำได้แล้ว ข้าทำได้แล้วพี่เว่ย!" เมื่อกระบี่ลอยออกจากฝักเองแล้วบินมาอยู่ตรงหน้า ชายหนุ่มยิ้มบางก่อนจะยื่นมือมาตรงหน้าฉัน

     "เอ้า เจ้าลองขึ้นยืนบนกระบี่ดู ไม่ต้องกังวลว่ามันจะหักหรอก...ตัวเจ้าเล็กเพียงนี้มันรับน้ำหนักเจ้าได้สบาย" พอได้ยินดังนนั้นก็เริ่มเบาใจก่อนจะจับมือของเว่ยอิงแล้วยกเท้าวางบนตัวกระบี่ที่ยืนนิ่งเหมือนตั้งไว้

     เมื่อยืนได้ทั้งสองขาแล้ว เว่ยอิงจึงค่อยๆคลายมือของตัวเองแล้วถอยห่างจากฉันด้วยความกลัวจึงรีบคว้ามือเขาไว้มั่น

     "พ พี่เว่ย อย่าเพิ่งปล่อย"

     "ไม่เป็นไร เจ้ายืนอยู่เฉยๆ...อย่ากลัว" น้ำเสียงอ่อนโยนขับกล่อมทำให้ใจที่เคยระแวงกับสงบนิ่ง ฉันผ่อนคลายลงแล้วคลายมือผละออกห่างจากอีกฝ่าย ยืนนิ่งๆอย่างที่เว่ยอิงบอกให้ทำ

     "ทีนี้ เจ้าค่อยตั้งจิตสั่งให้ลอยขึ้น ช้าๆ" 


     ฟิ้ววววว


     ร่างของฉันลอยขึ้นจากพื้นสูงขึ้นช้าๆ จนเกือบจะเลยยอดต้นไม้ รอยยิ้มดีใจผุดประดับบนใบหน้าแทบจะทันทีด้วยความดีใจแล้วตะโกนเรียกคนฝึกด้วยความขอบคุณ   

     "พี่เว่ย! ข้าลอยได้แล้วๆๆ!" ฉันเต้นเร่าด้วยความดีใจและปลื้มใจอย่างมาก เกิดมาเพิ่งเคยทำเรื่องอะไรแบบนี้ครั้งแรก ในโลกยุทธภพนี่มีเรื่องน่าสนุกให้ทำเยอะจริงๆด้วย

     "หยางหยาง ระวังตก!"

     พรืดดดด!

     "หวา!" ยังไม่ทันที่จะขาดคำ เท้าข้างหนึ่งก็ลื่นจนร่วงตกลงมา และอาจจะแขนขาหัก ถ้าไม่ได้เว่ยอิงคอยรับไว้ทัน


     โครมมมม!!

     
     "โอยๆ เจ้าเจ็บหรือไม่ หยางหยาง?" พวกเราทั้งคู่ต่างล้มลงกับพื้น แต่ฉันเจ็บไม่มากเท่าไหร่แต่เขานี่สิ โดนฉันนั่งทับอีกต่างหาก

     "ไม่มากเลย พี่เว่ย...ข้าต่างหากที่ควรถาม ว่าพี่เป็นอย่างไรบ้าง?"

     "ตัวเจ้าเบาอย่างกับปุยนุ่น ไม่เป็นไรหรอก" เขาว่าก่อนจะลุกขึ้นแล้วฉุดแขนฉันให้ลุกตามคอยปัดฝุ่นออกจากชุดผ้าไหมเนื้อดีให้อีกด้วย

     เหมือนพี่ชายจริงๆ ฉันอยากได้พี่ชายแบบนี้บ้างจัง...

     "เจ้าทำครั้งแรกได้เท่านี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว เจ้าหมั่นฝึกบ่อยๆเดี๋ยวก็เหาะเหินเดินอากาศได้เอง แต่เจ้าต้องมีสมาธิตลอดนะ" คำแนะนำจากอดีตปรมาจารย์อี๋หลิงทำให้ฉันยิ้มกว้าง แล้วพยักหน้ารับคำก่อนจะเก็บกระบี่เข้าฝักแล้วนั่งพัก

     "เฮ้อ...พี่เว่ย ข้าขอถามหน่อย"

     "หืม? อะไรล่ะ"

     "ถ้าหากว่าเทียนเฟยหงพูดไม่ได้ แล้วเหตุใดตอนที่ข้าอยู่ในร่างของนางข้ากลับพูดได้...หรือว่านางเจอคำสาปอะไรมาหรือเปล่า?" เว่ยอิงนิ่งงันก่อนจะจับปลายคางครุ่นคิด

     "ก็อาจเป็นไปได้ แต่ว่าสาเหตุของคำสาปนั่นล่ะ?"

     "ตามที่ข้าอ่านบันทึกของนาง นางบอกว่าเป็นมาตั้งแต่ครอบครัวของนางถูกปีศาจฆ่าล้างบาง...แต่ไม่รู้ว่าทำไมนางถึงรอดมาได้ พวกสาวใช้ก็บอกว่าตอนที่ประมุขเทียนพบนาง นางก็ไม่พูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว" เว่ยอิงนั่งฟังคำบอกเล่าก่อนจะแตะชีพจรของฉันเพื่อดูลมปราณ หรือจินตาน

     "ยังมีลมปราณเก่าหลงเหลืออยู่ คำสาปนั่นคงเป็นวาจาสิทธิ์ หากนางพูดก็จะมีคนตาย...และคำสาปจะติดตัวนางไปจนนางสิ้นลม"

     "...แล้วทำไม"

     "ข้าคิดว่าวันที่นางสิ้นลม คงมีความแค้นบางอย่างเป็นแน่จึงยังไม่ไปไหน..แต่ร่างกายนางก็มิอาจจะต่ออายุขัยได้ ก็คงเป็นจังหวะเดียวกันกับที่เจ้าตายก็เป็นได้ เหมือนที่เขาเรียกว่าอะไรน้าาา"

     "ตัวตายตัวแทน..."

     "ใช่ๆ! แบบนั้นเลย" ฉันหน้าซีดเมื่อคิดบางอย่างออก แรงอาฆาต คำสั่งเสียของวิญญาณที่ร้องขอ...กลับมาเกิดใหม่วนเวียนในร่างเดิม มือยกขึ้นนวดขมับอย่างปลงตกแทบจะทันที

     "เฮ้อออ..."

     "อ้าว หยางหยาง เจ้าเป็นอะไรไป?"

     "อยากตายแล้วเกิดใหม่อีกรอบ"

     "ไม่นะ ข้าไม่ให้เจ้าตายนะ! ถ้าเจ้าตายข้าก็เหงาสิ!" พอพี่เว่ยได้ยินฉันพูดลอยๆเขาก็รีบเขย่าฉันร้องโวยวายลั่น หัวมันคลอนไปตามแรงจนน่าเวียนหัวไปหมด

     "พี่เว่ย ข้าล้อเล๊นนนนนน! ข้าแค่พูดลอยๆ!"









เห่อๆ  ไม่มีไรมาก

เม้น-กัน-หน่อย!!


ความสุขของเตี้ย = การเห็นรีดเดอร์อินกับฟิค และเม้นมาให้อ่าน








ขอแค่นี้จริงๆ กราบล่ะค่ะ



รูปภาพที่เกี่ยวข้อง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 253 ครั้ง

667 ความคิดเห็น

  1. #351 juiilann (@juiilann) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 19:04
    เดี๊ยวววว เขียวอ่อนบานเย็นมันเป็นยังไงคะไรท์ นี่ถ้าเป็นนางเอกคงอยากตายกลายเป็นด้วงเหมือนกัน 5555 แบบมาเข้าร่างเขาไม่มีความทรงจำไรให้ดูด้วยอะ ไม่รู้ว่าทำไมต้องแค้นตระกูลเทียนอีก คือจะว่าโดนสองคนนั้นแกล้งมันก็ไม่น่าแค่นั้นป่ะ ไม่งั้นวิญญาณน่าจะระบุมาเลยว่าให้แก้แค้นคนนี้กับคนนี้นะ นี่บอกทั้งตระกูลไง รอลุ้นเลยว่าตกลงเรื่องมันเป็นมายังไง
    #351
    0
  2. #349 P'est (@25161523) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 18:04
    ชอบในความพี่น้องนะ แล้วก็แอบเห็นด้วยกะเม้นล่าง *ระวังด้วยนะลูก* 555555
    #349
    0
  3. #330 LWLookwai (@LWLookwai) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 12:24
    งืออออ เอ็นดูความพี่น้องงง แต่ หยางหยาง ระวังหน่อยนะลูกไปยุ่งกับเมียพี่วั่งแบบนั้นมันอันตรายนะลูก ด้วยรักเเละหวังดี//555
    #330
    0
  4. #274 Tonfon_nn (@Tonfon_nn) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 21:32

    รักพี่ชายย~
    #274
    0
  5. #237 puyfay_xoxo (@puyfay-7669love-) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 01:30
    พี่เว่ยน่ารัก~
    #237
    0
  6. #225 Kim-Gr (@Kim-Gr) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 17:48

    ลงเรือพี่เว่ยค่ะ555
    #225
    0
  7. วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 03:37

    ไรท์คะเราขออนุญาติแจ้งเรื่องบางเรื่องนะคะ​ เราพึ่งจะรู้ว่าคุณโม่เซียงถงซิ่วนักเขียนเรื่องปรมาจารย์ลัทธิมาร​ เค้ามีกฎเหล็กอยู่ข้อหนึ่งคือ​ ถ้าจะแต่งฟิคนิยายของคุณโม่ห้ามแยกตัวละครคู่หลักเด็ดขาด​ อย่างวั่งเซี่ยนสองคนนี้เค้าคู่กันห้ามเอาตัวละครอื่นไปแทรกกลางเด็ดขาด​ น่ะค่ะ​ ซึ่งเราก็ติ่งวั่งเซี่ยนอยู่แล้ว.. ปล.นิยายไรท์ที่แต่งทุกเรื่องสนุกมากค่ะ​ โดยเฉพาะคาแรกเตอร์​ในเรื่องที่ไม่ค่อยต่างจากต้นฉบับนี่แหละที่เราชอบสไตล์​การเขียนของไรท์

    #68
    1
    • #68-1 Phatusanime (@phatcharaluk) (จากตอนที่ 3)
      5 สิงหาคม 2562 / 09:01

      ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะ
      #68-1
  8. #53 RAY MII (@Nareesophit) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 12:12
    เว่ยอิงน่ารักกก ลุ้นว่าใครจะเป็นพระเอกก >[]<
    #53
    0
  9. #38 Yukine. (@veve50) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 03:50
    อยากให้พี่เว่ยเป็นพระเอกจัง
    #38
    5
    • #38-4 Ren_kung (@Ren_kung) (จากตอนที่ 3)
      25 สิงหาคม 2562 / 22:47
      ใช่ค่ะแม่โม่เคร่งมากๆแยกไม่ได้น้าาาา
      #38-4
    • #38-5 Phatusanime (@phatcharaluk) (จากตอนที่ 3)
      25 สิงหาคม 2562 / 23:37
      เตี้ยแยกไม่ด้ายยยยย!! ปล.เรือหลักของเตี้ยเลยนะ เตี้ยล่มเรือตัวเองไม่ล้ายยยย
      #38-5
  10. #35 Gracexy (@Gracexy) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 23:15
    ชอบเรื่องนี้มากๆเลย สนุกมาก
    #35
    0
  11. #34 Mil_L (@Mil_L) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 20:21

    มาต่อเร็วๆนะ ชอบมากกกกก
    #34
    0
  12. #33 BlancNoir (@PemiWa) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 19:18
    โง้ยยยย แอบเทใจให้หลานจ้านเป็นพระเอกแต่ก็รู้สึกเกรงใจแม่ยกวั่งเซี่ยนอ่าทำไงดีฮรืออออ
    #33
    2
    • #33-1 Phatusanime (@phatcharaluk) (จากตอนที่ 3)
      30 กรกฎาคม 2562 / 20:22
      เตี้ยไม่กล้าาาา เขาเกิดมาเพื่อคู่กานนน
      เตี้ยล่มเรือตัวเองไม่ล่ายยย
      #33-1
    • #33-2 Phatusanime (@phatcharaluk) (จากตอนที่ 3)
      30 กรกฎาคม 2562 / 20:52
      เรือเตี้ยยย
      #33-2
  13. #32 Phakchira1945 (@pakjira1945) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 17:34
    มีความแอบละมุนปนฮาเบาๆ555 น่าติดตามค่าาา
    #32
    0
  14. #31 EngEnglish (@EngEnglish) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 16:58
    หยางหยาง เธอจะอยากตายซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ได้!!!!
    #31
    0
  15. #30 EngEnglish (@EngEnglish) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 16:57
    กลัวน้องโดนหลานจ้านฆ่าจังเลยค่ะ โทษฐานใกล้ชิดกับเว่ยอิงมากเกินไป 5555
    #30
    0
  16. #29 Tearry_bear (@Tearry_bear) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 16:54

    นัองโซคิ้วเลยค่ะ
    #29
    0
  17. #28 Kuizumi (@furnaunchanita) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 15:31
    ชอบบบบบคู่นี้อยู่ด้วยกันเเล้วเเบบแสบคูณสอง><

    อันตัวพี่เว่ยนั้นพี่วั่งคุมเเล้วน้องหนูของพี่ใครจะคุมจ๊ะ&#128518;
    #28
    0
  18. #27 xX_Uzumaki_Tsubaki_Xx (@WhoAmIam) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 14:25
    น้องน่ารักมากเลยอะ><ใครจะได้เป็นพระเอกหนอ~
    #27
    0
  19. #26 AKASHI. (@thanyameen) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 14:17
    ระวังพี่วั่งจีดักต่อยนะข้อหาสนิทกับเมียรักเขาเกินหน้าเกินตา 55555555
    #26
    1
    • #26-1 Phatusanime (@phatcharaluk) (จากตอนที่ 3)
      30 กรกฎาคม 2562 / 14:23
      พี่น้องกานนนนนนน
      #26-1
  20. #25 MelodiiSakura (@MelodiiSakura) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 14:02
    อยู่ๆก็อยากให้พี่เว่ยเป็นพระเอก5555555
    #25
    0
  21. #24 Hyperion-kub (@Naiinuttych) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 13:51

    น้องงงง คู่ใครเนี่ยยยย เลือกไม่รู้แร้วววว
    #24
    0
  22. #23 NamikoMeiko_AaM (@NamikoMeko_lm) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 13:02
    น้องน่ารัก~
    #23
    0
  23. #21 Natacha_i-sen (@sroyson47) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 12:54
    รออออออน้องน่ารักกก ใครจะเป็นพระเอกเนี่ยเดาไม่ถูกเลยย
    #21
    0