[ปรมาจารย์ลัทธิมาร] พันธวิญญาณข้ามภพ (OC)

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 1 เกิดใหม่ทั้งที ไม่ขอเป็นเซียนได้มั้ย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,612
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 245 ครั้ง
    29 ก.ค. 62



     ภูตผีปีศาจใดๆ ก็ไม่น่ากลัวเท่ากับจิตใจของมนุษย์ที่คดเคี้ยวหยั่งถึง หลังจากที่คนรับใช้คนนั้นออกจากห้องไป ก็ผ่านมาได้น่าจะประมาณชั่วโมงกว่าๆ แล้ว ท้องฟ้าด้านนอกก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงชาดอมม่วงไล่ไปดูสวยงาม สวนด้านหลังที่ติดกับห้องนั้นถูกจัดไว้อย่างดี ได้ยินแว่วๆว่าอีกตั้งนานกว่าจะถึงเวลาที่อาบน้ำ 

     "อะไรก็ช่างเถอะ จะมีอะไรน่ากลัวกว่าผีอีก..." ได้แต่นั่งถอนหายใจและพับกระดาษในห้องไปพลางๆ 

     ดูจากสภาพห้องแล้วคงเป็นลูกรักของพ่อน่าดู ข้าวของเครื่องเรือนที่ดูสวยงามและเป็นระเบียบแบบนี้ ถ้าเป็นเราในก่อนหน้าคนต้องทำงานเป็นปีๆกว่าจะมีห้องแบบนี้ แต่ของที่ดูจะเยอะเป็นพิเศษ...ก็เป็นพวกกระดาษพับ กับหนังสือต่างๆ พอลองลุกขึ้นไปดูก็ต้องขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ


     "ทั้งทีเขียนจีนไม่ได้แท้ๆ แต่ตอนนี้กลับอ่านออก เขียนก็ได้ โห นี่ถ้ายังไม่ตายคงได้ขอสมัครทำงานที่จีนแล้ว...เขียนสวยซะด้วยสิ" ฉันหยิบบันทึกของเธอมาอ่านอย่างถือวิสาสะ เพราะไหนๆเจ้าตัวก็ตายไปแล้วล่ะนะ

     "เทียน เฟย หง...ชื่อออกจะดีแท้ๆ แต่ทำไมชีวิตถึงรันทดหดหู่แบบนี้เนี่ย"

     ก๊อกๆ!

     "คุณหนูเทียนเจ้าคะ ได้เวลาอาบน้ำแล้วเจ้าค่ะ" เสียงของสาวใช้คนเดิมดังขึ้นจากหน้าห้อง ฉันจึงเก็บบันทึกไว้ที่เดิมแล้วเดินมานั่งที่เตียง สักพักประตูก็เปิดออกพร้อมกับสาวใช้สองสามคน


     ฉันถูกพาลงอ่างอาบน้ำในถังไม้ น้ำอุ่นกำลังดีถูกเติมอยู่ตลอดเวลาและถูกทาน้ำมันหอมกรุ่นจนรู้สึกผ่อนคลายเหมือนได้มาทำสปาแบบไม่ต้องเสียเงินเลยสักบาท

     "คุณหนูนี่ลูกพลับที่คุณหนูชอบเจ้าค่ะ" พออาบน้ำเรียบร้อยหมดแล้ว จานใส่ผลไม้ถูกวางบนโต๊ะตรงหน้ากลิ่นหอมของมันฟุ้งไปทั่วจนชวนน้ำลายสอ

     ง่ำ!

     "อร่อยมั้ยเจ้าคะ?" ฉันพยักหน้าหงึกๆก่อนจะหยิบชิ้นต่อไปเข้าปากอย่างมีความสุข ท่ามกลางสายตาเอ็นดูของเหล่าสาวใช้ทั้งหลาย ก่อนที่สาวใช้คนหนึ่งจะเดินมาบอกบางอย่าง

     "คุณหนูเทียน...ต้นท้อที่คุณหนูปลูกไว้ตอนนี้มันออกผลแล้วนะเจ้าคะ"

     "?"  

     "พรุ่งนี้เช้าข้าจะพาคุณหนูไปดูนะเจ้าคะ ตอนนี้ตระกูลหลานมาถึงแล้วเราไปต้อนรับกันเถอะเจ้าค่ะ ฉีฉี ต้าเหมียน พาคุณหนูเทียนตามข้ามา" 

     "เจ้าค่ะ ซือจิน" สาวใช้วัยสาวอีกสองคนขานรับก่อนจะเดินขนาบฉันแล้วพาฉันออกจากห้องไปยังห้องรับรองแขก 


     ตึงง!!

     "ข้าไม่ผิดนะขอรับ!" เสียงดังตึงตังทำให้ฉันสะดุ้งตกใจจนแทบจะหลุดเสียงร้อง เหล่าสาวใช้รีบปลอบขวัญกันยกใหญ่ ก่อนที่เราจะรีบไปยังต้นเสียง


     ทันทีที่เราเข้ามาถึงร่างของชายคนหนึ่งถูกซ้อมอย่างแรงจนช้ำไปหมด กำลังคุกเข่าตรงหน้าของหัวหน้าตระกูล และหญิงที่คาดว่าน่าจะเป็นภรรยา ตามด้วยสองพี่น้องที่มองด้วยสายตาดูหมิ่นเช่นทุกที
 
     "เจ้าอย่ามาโกหก ต่อหน้าเหล่าเซียนตระกูลหลานเจ้ายังกล้าปากแข็งอีกงั้นรึ!" เอาอีกแล้ว ยัยเยว่ซิ่วทำไมชอบสอดจังนะ น่ารำคาญ

     "ข้าไม่ได้ทำจริงๆนะขอรับ! ข้าถูกใส่ร้าย...ข้ามิได้ฆ่ากวานซาจริงๆนะขอรับ!" ชายตรงหน้ายังคงยืนกรานเสียงหนักแน่น แววตาที่เขามองนั้นมันไม่ได้เหมือนกับคนที่กำลังจะโกหกเลย

     ฉันมองเขาก่อนที่จะค่อยๆเข้ามายืนขนาบข้างหญิงวัยกลางคนแล้วกระตุกชายเสื้อ นางหันมาก่อนจะโอบแขนปลอบขวัญฉันที่ยังคงมึนงงกับเรื่องตรงหน้า

     "อาเฟย ทำใจดีๆไว้นะ กวานซาตายแล้วนะลูก" กวานซา ใครกัน?

     "มิได้ฆ่า แล้วเหตุใดถึงมีธงเรียกผีห้อยคอกวานซาได้ ถ้ามิใช่เจ้าที่คอยดูแลมันตลอดเวลา!!"  หัวหน้าตระกูลชี้ไปยังร่างของสุนัขตัวหนึ่งฉันก็หันไปมองแล้วแทบทรุด 

     เมื่อมันมีแต่รอยกัด ฉีกกระชากจนเห็นเครื่องใน รอยคมเขี้ยว รอยเล็บนั้นเกินกว่าที่จะเป็นสัตว์ประเภทเดียวกัน

     "ค คุณหนูเล็ก! ข้ามิได้ทำจริงๆนะขอรับ!" ชายคนนั้นปรี่เข้ามากอดขาฉันจนแทบจะเซล้ม ดีที่ทรงตัวไว้ทันก่อนจะถูกพวกทหารพาเขาออกห่าง

     "เจ้ากล้าดียังไงมาแตะต้องอาเฟย! เจ้าทำสัตว์เลี้ยงของลูกข้าตาย...เอามันไปโบย 50 ที!"

     "เจ้าคนโง่เขลา คิดอย่างไรให้คนพูดไม่ได้มาเป็นพยาน นางจะให้ปากคำได้อย่างไรกัน" ชายหนุ่มพูดขึ้นลอยๆแต่ดวงตาคู่นั้นปรายมองฉันเหมือนกำลังสะใจอยู่ลึกๆ

     "อาเหม่า! น้องกำลังเสียใจ...ทำไมเจ้าถึงว่าน้องอย่างนี้!"

     "คุณหนูเล็ก ข้าขอเสียมารยาท...ท่านเชื่อตามที่ชายคนนั้นกล่าวหรือไม่ขอรับ?" ระหว่างที่กำลังสับสนเสียงของเด็กหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้นตรงหน้า อายุเขาน่าจะประมาณ 15-16 ผิวพรรณหน้าตาดี สวมชุดขาวและมีผ้าคาดหน้าผากลายเมฆ 

     "??"

     "อาเฟย พวกเขาคือเซียนจากตระกูลหลานแห่งกูซูนะ" หญิงวัยกลางคนบอกกับฉัน ก่อนที่พวกเขาจะโค้งคำนับซึ่งฉันเองก็เผลอโค้งตามด้วยความตกใจ

     "ข้านามว่าหลานซือจุย นี่สหายของข้าหลานจิ้งอี๋ขอรับ...คุณหนูเล็ก ข้าขอถามอีกครั้ง"

     "..."

     "ท่านเชื่อว่าชายคนนั้นทำหรือไม่ขอรับ?" เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ แต่กลับหนักแน่นจนรู้สึกหายใจไม่ออกแววตาที่ดูเหมือนจะทอประกายอ่อนโยนแต่ก็แฝงไปด้วยความกดดัน

     "ท่านเซียน...ท่านจะเอาอะไรกับนางได้กันเล่า นางพูดไม่ได้นี่"

     "ใช่แล้วท่าน อาเฟยนางเป็นใบ้ คงบอก---"



     "ไม่ เขาไม่ได้ทำ" 





      ทุกอย่างถึงกับหยุดนิ่งเมื่อฉันขยับปากพูด ทุกสายตาที่จ้องมองมานั้นล้วนแต่ตกตะลึงกับน้ำเสียงที่เปล่งออกมาจากลำคอ...เสียงใสราวกับแก้วบาง และนิ่งสงบเหมือนกับเสียงของสายฝน ขนาดเราที่เป็นคนพูดยังชอบเลย

     "อ อาเฟย...เจ้าพูดได้?"

     "ท่านเชื่ออย่างนั้นหรือขอรับ?" ซือจุยถามซ้ำก็พยักหน้ายืนยันก่อนจะหันไปมองชายที่กำลังจะถูกลากออกไปที่มองมาทางฉันด้วยความหวัง

     "เขาไม่เหมือนคนที่จะพูดปดได้...เพราะฉะนั้นข้าจึงไม่เชื่อว่าเขาทำ"

     "คุณหนูเล็ก..." เขามองฉันเหมือนกับจะขอบคุณทั้งน้ำตา ก่อนที่จะถูกสั่งให้ปล่อยตัวลงกับพื้นแล้วคลานเข้ามาหาฉัน

     "อาเฟย เจ้าเชื่อจริงหรือ?" ประมุขเทียนเอ่ยถามฉันเพื่อความแน่ใจ ฉันจึงงพยักหน้ายืนยันก่อนจะเหลือบไปมองศพของสุนัขตัวนั้นด้วยความเวทนาสงสาร

     "ขออย่าให้การตายของกวานซาสูญเปล่าเลยเจ้าค่ะ ขอให้ท่านเซียนทั้งหลายรีบกำจัดปีศาจโดยเร็วด้วย...ขอให้กวานซาของข้าเป็นชีวิตสุดท้ายที่ต้องสังเวย"

     "พวกเราจะทำอย่างสุดความสามารถขอรับ คุณหนูเล็ก...กางม่านพลังอีกครั้งเถอะ" หลานซือจุยหันไปพูดกับหลานจิ้งอี๋ก่อนที่ทั้งสองจะขอตัวออกไป ส่วนพวกคนตระกูลเทียนก็อึ้งกันยกใหญ่ที่ฉันพูดขึ้น

     หมับ!

     "อาเฟย...เจ้า---"

     "นั่นเป็นนามที่ท่านตั้งให้ข้าหรือเจ้าคะ?" ฉันถามประมุขเทียนเสียงเรียบและปรายตามองทุกคนที่อยู่ห้องนี้อย่างคาดคั้น

     "ใช่แล้วล่ะ เพราะว่าเจ้าไม่เคยพูดอะไรเลย ข้าจึงตั้งชื่อใหม่ให้แก่เจ้า เจ้ามีนามของเจ้าเองหรือไม่ล่ะ อาเฟย?" มีน่ะ มันมีอยู่แล้ว เห็นแบบนี้แต่เราก็มีเชื้อสายจีนนะ อีกอย่างตอนนี้เราเกิดใหม่มาในร่างของเทียนเฟยหง แต่ว่า...นางตายไปแล้ว และตอนนี้ร่างนี้ก็เป็นของฉัน

 
      เฮ้อ นึกว่าจะได้หลับสบายๆแล้วเชียว แถมยังเป็นแซ่เทียนเหมือนกันอีก


     " ฟูหยาง เจ้าค่ะ แต่พวกท่านจะเรียกว่าอาเฟยเช่นเดิมก็ย่อมได้..." ประมุขเทียนและภรรยายกยิ้มดีใจก่อนจะพยักหน้าแล้วบอกให้ฉันเข้าไปนอน

     "อาเฟย ไว้พ่อจะหาตัวใหม่มาแทนกวานซานะ ตอนนี้เจ้ากลับไปพักผ่อนเถอะ"






     เมื่อฉันกลับมาถึงห้องประตูด้านอกก็ถูกปิดไว้อย่างแน่นหนา อีกทั้งยังมีคนเฝ้าอยู่หน้าห้องตลอดเวลา...แต่ว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะต้องนอนจริงๆจึงลุกขึ้นมาแล้วอ่านบันทึกของอาเฟยด้วยความสนใจ แต่พอมาเป็นแบบนี้มันก็คิดถึงตอนที่เว่ยอู๋เซี่ยนมาอยู่ในร่างโม่เสวียนอวี๋ไม่ได้แฮะ ชีวิตนั่นก็รันทดพอกัน

     "เฮ้อ" เสียงถอนหายใจรอบที่ล้านออกมาพร้อมกับนั่งอ่านบันทึกต่อเพื่อรู้ตัวตนของเทียนเฟยหง แต่ยิ่งอ่านฉันก็ยิ่งไม่เข้าใจทุกที


      ฟิ้วววว วูบ!


    เสียงลมพัดพร้อมกับตะเกียงจุดไฟได้ดับลงทุกอย่างมืดสนิทจนน่ากลัว มองอะไรแทบไม่เห็นเลยสักอย่างเดียว ดวงตาละจากหนังสือมองไปรอบๆท่ามกลางแสงจันทร์ที่ฉายลอดหน้าต่างมา ความเงียบปกคลุมไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงของคนที่อยู่ด้านนอกเลยสักนิด ฉันลุกขึ้นยืนเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติจึงหันไปมองยังประตูแล้วลองที่จะเอาหูแนบกับบานประตูเมื่อฟังเสียงด้านนอกดู


     แม้แต่เสียงฝีเท้าก็ยังไม่มี 


     กรรรรร...


     ในตอนนั้นเสียงคำรามบางอย่างก็ดังขึ้น จนฉันตกใจต้องกลั้นเสียงร้องแล้วถอยออกห่างในตอนนั้นกลิ่นคาวก็พุ่งตีขึ้นจมูกจนต้องยกมือปิดมันเอาไว้  มันเหม็นมากเสียจนคิดว่าศพตายเป็นเดือนยังไม่เหม็นขนาดนี้เลย จังหวะนั้นเงาที่ฉายผ่านแสงจันทร์ตกกระทบห้อง ร่างของชายตัวใหญ่เดินเอนไปมาเหมือนไม่ใช่คนกำลังถือหัวของคนอีกสองคนลากไปมาหน้าห้อง

     "น นี่มันบ้าอะไรเนี่ย.." ขาค่อยๆขยับถอยหลังไปพลาง แต่ว่าดวงตาก็ยังคงจดจ้องอยู่กับร่างของปีศาจตรงหน้า

      ถ้ามันเห็น..เราไม่รอดแน่ ไม่มีอาวุธอะไรติดตัวเลยสักอย่างเดียว

     "รีบไปสักทีเถอะ อย่าเห็นฉันเลย" หัวใจเต้นรัวจนแทบจะระเบิด เนื้อตัวเย็นเฉียบเหมือนกับถูกแช่แข็งก็มิปาน มือเท้าเหงื่อออกจนชุ่มมือไปหมด ได้แต่ภาวนาในใจว่าขอให้มันมองผ่าน


     กรรรรร..ตึกๆๆๆ

 
    เสียงฝีเท้าที่ดังออกไปไกลทำให้หัวใจเต้นช้าลงจนสงบ มันน่ากลัวจนแทบอยากจะร้องไห้เลย...ถึงฉันจะตายมาแล้วรอบหนึ่ง แต่ฉันตายด้วยวิธีสงบไม่เจ็บนะยะ!

     "ฮู่ว ไปสักที" ฉันถอนหายใจก่อนจะปล่อยตัวลงตรงมุมห้อง แต่ว่าเนื้อตัวมันยังคงสั่นเทาไม่ยอมหายสักที อีกทั้งกลิ่นคาวคละคลุ้งยังคงอยู่ที่วนเวียนจมูกไม่จางหาย

     
      โครมมมมม!!


      
      ระหว่างที่กำลังยันตัวจะลุกขึ้นบานประตูก็พังเข้ามาจนฉันตัวแข็งทื่อ มองร่างของชายคนหนึ่งที่ผิวหมองคล้ำไม่มีตาดำเดินอาดๆเข้ามาในห้อง กลิ่นเหม็นตีโชยอีกครั้งจนแทบจะสำลัก



     ทำไม...ทำไมถึงย้อนกลับมา!!


      กรรรร!!  โครมมม!!


     มันพุ่งเข้าหากระถางใส่ควันหอมก่อนจะทำลายอย่างไม่เหลือชิ้นดี แม้ของมันจะปัดตกกระจายแต่ก็ไม่มีท่าทีว่าจะเห็นฉันเลย พอมันสงบลงฉันจึงค่อยๆก้มหยิบเศษไม้ขึ้นมาแล้วขว้างไปอีกทาง

     วืดดด แกร๊ก! 



    กรรรรรร แฮ่!!



    มันใช้จมูกกับหูหาเหยื่อจริงๆด้วย! ในเมื่อได้ข้อสรุปฉันจึงค่อยๆถอดรองเท้าก่อนจะเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบที่สุด เพิ่มไปหาคนอื่นที่อยู่ในห้องโถง 

     "เทียนเฟยหง เจ้าออกมาทำไม!!" เสียงตวาดลั่นของเยว่ซิ่วทำให้ฉันสะดุ้งเมื่อเห็นเธออยู่อีกฝั่งของทางเดิน

     
     ซวยแล้วไง! 

    
     ขวับ!! แฮ่!


     "กริ๊ดดดดดดดดดดด ปีศาจ!!" เสียงกรีดร้องของเยว่ซิ่วและพวกสาวใช้ทำให้ผีดิบตนนั้นหันขวับแล้วพุ่งออกมาจากห้องของฉันทันที ฉันรีบตะโกนเสียงดังแล้ววิ่งไปหา


     "หนีไป!!" นางยังคงยืนนิ่งน้ำตาไหลไม่ยอมขยับตัว จนฉันต้องรีบดึงตัวเธอออกมาได้ทันเฉียดฉิว

     ตุบบ!!

     "ฮึก ปีศาจ...ปีศาจ!"

     "เลิกร้องโวยวาย แล้ววิ่งซะ ไป!" ฉันว่าก่อนจะลุกขึ้นกระชากแขนเธอให้วิ่งตามฉันมาเพื่อไปหาประมุขเทียนคงจะปลอดภัยกว่า



     แล้วบ้านหลังนี้มันจะกว้างแข่งกับทางช้างเผือกรึไงเนี่ย!! 



     แฮ่!!



     "กริ๊ดดดดดดดด!!" 


      ฉัวะ! อ๊ากกกก!


     กระบี่เล่มหนึ่งพุ่งเข้าเสียบลำคอของผีตนนั้นก่อนที่มันจะกระอักเลือดแล้วล้มลง เยว่ซิ่วทรุดลงนั่งกับพื้นร้องไห้ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว แล้วฉันล่ะ...จะเหลือเหรอ?

     ตุบ!
     
     "อาเฟย! อาเยว่!...ลูกแม่" ฮูหยินเทียนพร้อมกับคนอื่นๆรีบวิ่งมาหาพวกเราจากอีกทาง ก่อนที่กระบี่ตรงหน้าจะลอยกลับไปยังผู้ที่เป็นเจ้าของ

     "คุณหนูทั้งสอง บาดเจ็บตรงไหนหรือไม่ขอรับ?" หลานจิ๊งอี๋เอ่ยถามฉันก็ส่ายหน้าก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นโดยมีสาวใช้คอยพยุง ก่อนที่เธอจะร้องลั่นเมื่อเห็นบาดแผลที่แขนขวา

     "ค คุณหนูเล็กบาดเจ็บนี่เจ้าคะ!!" ฉันก็ไม่ค่อยรู้ตัวก็หันไปมอง รอยเล็บเป็นทางยาวและมีเลือดแห้งกรังคงเป็นตอนที่ช่วยเยว่ซิ่วแน่ๆ

     "ไม่เจ็บมากหรอก สบายใจได้...ท่านเซียน?" จู่ๆเด็กหนุ่มทั้งสองก็เดินมาหาฉันแล้วก้มหัวให้จนอดแปลกใจไม่ได้

     "ต้องขออภัยที่เราไม่ตรวจสอบให้ดี ทำให้คุณหนูได้รับบาดเจ็บ"

     "อย่ากล่าวโทษตัวเองเช่นนั้นเลยเจ้าค่ะ ท่านเซียน พวกท่านทำสุดความสามารถแล้ว...แค่กๆ!" 

     "คุณหนูเล็ก!" ทุกคนต่างตกใจเมื่อจู่ๆฉันก็ไอออกมา เพราะกลิ่นบางอย่างตีเข้าจมูกอีกแล้ว แถมยังแรงกว่าเดิมด้วยซ้ำไป มันจึงตกใจจนต้องสำลักอากาศออกมา
     
     "เหม็น..เหม็นเหมือนมีอะไรตายเป็นกองเลย" 

     "เหม็นอะไรกันเจ้าคะ ไม่เห็นได้กลิ่นอะไรเลย" สาวใช้ว่าก่อนจะค่อยๆพยุงฉันทำแผลอีกครั้ง แต่กลิ่นเหม็นแรงขนาดนี้ทำไมถึงไม่มีใครได้กลิ่นกัน

     "...คุณหนูเล็ก ท่านได้กลิ่นนี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ขอรับ?"

     "จากผีตนนั้น ข้าได้กลิ่นตลอด...กลิ่นคาวเลือด และซากศพมากกว่าร้อยคนรวมกันเสียอีก---ท่านเซียนข้างหลังท่าน!!" ฉันตะโกนเรียกเมื่อผีตนนั้นลุกขึ้นมาจากข้างหลังโดยที่ทั้งสองคนไม่ระวัง

     ทั้งสองถูกผลักออกจนมันพุ่งเข้ามาหาฉันโดยตรง แต่ว่าในตอนนั้นเสียงของใครสักคนดังแว่วเข้ามาในหัว


     มันเกลียดไฟ...

      

     "ฮะ?"

  


     แฮ่!!!



     "กริ๊ดดดดดดด อย่าเข้ามา!!"



     ผัวะ!! โครมมมม ฉ่าาาาาาาาา!!


     หมัดปล่อยเข้าที่สันกรามก่อนที่ร่างจะปลิวไปตกอยู่ในกองไฟที่ก่อไว้ในสวน ร่างของมันดิ้นทุรนทุรายก่อนจะแน่นิ่งไป ควันสีดำลอยออกจากปากแห้งแตกนั่นเป็นกลุ่มก่อนใหญ่

     "ซือจุย ใช้ถุงปราบมาร!" จิ้งอี๋บอกก่อนที่เด็กหนุ่มทั้งสองจะปราบวิญญาณลงได้สำเร็จ...เป็นเวลาเกือบเช้าพอดี

     "ร เรียบร้อยแล้วใช่ไหมท่านเซียน?" ประมุขเทียนเอ่ยถามเด็กหนุ่มทั้งสองจึงพยักหน้า

     ทุกคนต่างร้องเฮด้วยความดีใจ ที่จะได้ไม่ต้องอยู่อย่างหลบๆซ่อนอีกต่อไปแล้ว และความโล่งใจนั้นเองทำให้ฉันเริ่มง่วงขึ้นมาแล้วหลับไปกลางอากาศ



     ได้นอนสักที..




      ฉันตื่นมาในยามอู่ แต่ว่าก็ถูกเหล่าเซียนตระกูลหลานเรียกไปพบเป็นการส่วนตัวที่สวนทางด้านหลังของบ้านประจำตระกูล หลานซือจุยยิ้มบางให้ทันทีที่ได้เห็นหน้า ก่อนที่ทั้งสองจะโค้งคับนับฉันเป็นการทักทาย

     "บาดแผลเป็นเช่นไรบ้าง?"

     "มิได้หนักหนาอะไรเจ้าค่ะ ว่าแต่เหล่าท่านเซียนตระกูลหลานต้องการพบข้าเป็นการส่วนตัว..มีเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ?" เด็กหนุ่มทั้งสองมองหน้ากันก่อนจะถามกลับ

     "ปีนี้ท่านอายุเท่าไหร่แล้วขอรับ?" 

     "14 ย่างเข้า 15 เจ้าค่ะ" ตามที่ในบันทึกของเฟยหงได้เขียนไว้มันได้บอกวันเกิดของเธอเมื่อไม่นานมานี้จึงได้รู้ ทั้งสองนิ่งเงียบ ก่อนที่หลานจิ้งอี๋จะโพล่งขึ้นทันที

     "คุณหนูเล็ก ท่านเป็นคนที่มีฝีมือ ท่านเคยคิดอยากจะลองร่ำเรียนวิชาบ้างหรือไม่?"

     "...คะ?"

     "ทางเราอยากให้ท่านได้หมั่นบำเพ็ญเพียรเพื่อให้พลังของท่านแก่กล้า เราอยากให้ท่านมากับพวกเรา" คำพูดซื่อตรงไม่อ้อมค้อมของเด็กหนุ่มตรงหน้าทำให้ฉันอึ้งกิมกี่จนได้ยินเสียงนกร้อง

     "ข ข้า..."

     "..."

     "ไม่เหมาะสมหรอกเจ้าค่ะ ตัวข้า...เป็นเพียงเด็กกำพร้าที่ได้ตระกูลเทียนชุบเลี้ยงเพียงเท่านั้น แม้นจะถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีก็ตามแต่ก็มิอาจจะเทียบวาสนากับพวกพี่ๆได้" มือประสานบนตักกันแน่นเพื่อขจัดความประหม่าในใจ

     "..."

     "ตัวข้ามิมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะตอบรับคำขอของท่านได้"

     "ไม่เลย ท่านเป็นผู้มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะมา...พวกข้าจะทำหนังสือเทียบเชิญคุณหนูเทียน และมารับท่านไปอวิ๋นเซินปู้จือจู่" ฉันอ้ำอึ้งเมื่อเด็กหนุ่มซือจุยหว่านล้อม

     "แต่ว่าข้า---"

     "ผู้มีฝีมือเก่งกาจ แต่ถ่อมตนเช่นท่านนั้นหาได้ยากยิ่ง หากท่านได้รับการสั่งสอนที่ถูกต้องตระกูลเทียนก็จะเป็นที่นับถือยิ่งขึ้น" ฉันมุ่ยหน้ายอมแพ้เด็กหนุ่มคนนี้จริงๆ

     หน้าตาก็ออกจะน่ารัก แต่ทำไมช่างตื้อจังเลยนะ

     "ถ้าท่านว่าเช่นนั้น ก็สุดแล้วแต่พวกท่านเถอะเจ้าค่ะ...ต่อให้ข้าขัดพวกท่าน พวกท่านก็คงอยากให้ข้าไปอยู่ดี"

     "ซือจุยผู้นี้ยินดียิ่ง คุณหนูเทียน" ทั้งสองโค้งคำนับฉันก่อนจะลุกขึ้น ฉันจึงลุกตามเพื่อส่งแขกตามมารยาทก่อนที่ทั้งสองจะออกมาจากศาลากลางสระบัว

     "ทางเราจะรีบส่งหนังสือเทียบเชิญมาให้" ฉันพยักหน้ารับคำบอกกล่าวทิ้งท้ายของจิ้งอี๋ก่อนที่ทั้งสองจะขี่กระบี่กลับไปยังกูซู





      กฏตระกูลหลานมีตั้งสามพันกว่าข้อ ขนาดฉันทุกวันนี้แค่ช่วงวันพระยังจะแทบรักษาศีล 8 ไม่ได้เลยสักครั้งเดียว ศีลแตกทุกที ได้บ้าตายก่อนที่จะเป็นเซียนแน่ๆเลยเรา

     แต่ตามในนิยายแล้วบรรยากาศวิวทิวทัศน์ที่กูซูนั้นอยู่บนเขาบรรยากาศดีมาก ถ้าพวกซือจุยเป็นผู้ฝึกตนในตอนนี้แสดงว่าเราก็ต้องได้เจอเว่ยอู๋เซี่ยนในร่างของโม่เสวียนอวี่ด้วย แล้วก็หลานวั่งจีอีก







แต่ฉันไม่ได้อยากเป็นเซียนสักหน่อยนะ!!











เห่อๆ  ไม่มีไรมาก

เม้น-กัน-หน่อย!!


ความสุขของเตี้ย = การเห็นรีดเดอร์อินกับฟิค และเม้นมาให้อ่าน








ขอแค่นี้จริงๆ กราบล่ะค่ะ



รูปภาพที่เกี่ยวข้อง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 245 ครั้ง

659 ความคิดเห็น

  1. #535 akazeyujin (@akazeyujin) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 10:12
    กลับมาไล่อ่านจ้าหลังจากทิ้งช่วงไปนาน...ให้กำลังใจต่อไปนะ
    #535
    0
  2. #366 NamSomtao (@NamSomtao) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 10:26
    ทำไมมันไม่มีตัวหนังสือเลยอ่ะ??เราอ่านไม่ได้อ่ะ!แงงงงงงง
    #366
    2
    • #366-2 NamSomtao (@NamSomtao) (จากตอนที่ 2)
      7 กันยายน 2562 / 10:57
      รีหน้ายังไงอ่ะ?
      #366-2
  3. #350 juiilann (@juiilann) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 18:49
    สงสัยพอไปอยู่นู่นต้องอยู่นิ่งๆแบบไม่ต้องทำอะไรเลย ๆด้ไม่ผิดกฎ ????
    #350
    0
  4. #329 LWLookwai (@LWLookwai) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 11:47
    ได้ข่าวว่าตอนนี้เค้าเพิ่มกฎจาก3000ไปเป็น4000กว่าข้อเเล้วนี้ รู้สึกว่ามีบางข้อเขียนประมาณว่า-ห้ามเข้าใกล้เว่ยอิง-ด้วยนี้ 555สู้ๆนะน้อง
    #329
    1
    • #329-1 Ying_Io..V (@ying0950063282) (จากตอนที่ 2)
      19 กันยายน 2562 / 13:45
      รู้เลยว่าใครเพิ่มกฎ5555+
      #329-1
  5. #320 0918295021 (@0918295021) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 15:26

    สนุกๆๆๆๆ
    #320
    0
  6. #272 Tonfon_nn (@Tonfon_nn) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 21:06

    มักหลายๆเด้อ
    #272
    0
  7. #224 Kim-Gr (@Kim-Gr) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 17:35
    ชอบบบบบ
    #224
    0
  8. #185 Ren_kung (@Ren_kung) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 22:36
    ได้ข่าวว่าปัจจุบันกฏสกุลหลานเพิ่มขึ้นเป็น4500กว่าข้อโดยฝีมือของหลานวั่งจีประเด็นคือหนึ่งใน4500ข้อนั่นมีกฏที่ว่าห้ามผู้ใดเข้าใกล้เว่ยอิงด้วยอันนี้ตล๊ก55555555
    #185
    0
  9. #84 meilan_k-key-z (@mikoch) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 23:04

    รู้สึกว่ากฎของตระกูลหลานในปัจจุบันจะเลเวลอัพขึ้นมาแล้วนะ 555 แค่3000ข้อนี่ไม่พอใช่มั้ย อยากให้คู่กับนางผักกาด ซือจุย

    #84
    0
  10. #73 KazukiRei (@benjarath) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 15:52
    คู่กับซือจุยน่าจะเหมาะ
    #73
    0
  11. #44 RAY MII (@Nareesophit) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 07:59
    ชอบนางเอกกก ซือจุยโซคิ้วท์มั่กๆ ~~
    #44
    0
  12. #20 EngEnglish (@EngEnglish) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 12:48
    กฎ 3000 ข้อนางเอกจะไหวมั้ยล่ะ 555555
    #20
    0
  13. #19 EngEnglish (@EngEnglish) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 12:47

    มีแววคู่ซือจุยนะเนี่ย~~~
    #19
    0
  14. #18 จินร (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 12:22

    ่รพัเระีัเรีเรัเ/ยรพัเะ คือแบบอธิบายไม่ถูกอ่าาาคือว่า แแบบ ชอบมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก มาอีกๆข้อร้องๆน่าาาาาาาาาาน่าาาาาาอาเตี้ย เร็วอัพอีกๆ

    #18
    0
  15. #16 NamikoMeiko_AaM (@NamikoMeko_lm) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 08:31
    ชอบมาก>[]<รออ่านนะคะ
    #16
    0
  16. #15 Mil_L (@Mil_L) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 08:09

    แต่งดีมากกกกกกกกกกกก
    #15
    0
  17. #14 Natacha_i-sen (@sroyson47) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 05:23
    //ลงเรือใครดีหว่าา
    #14
    1
    • #14-1 ตรานา (จากตอนที่ 2)
      30 กรกฎาคม 2562 / 12:23
      อืมนั้นสิน่ะ ความชอบเรา เราว่าเราลงเรือเสี่ยวซือจุยดีกว่า(แอบหวั่นๆว่าอาจไม่ใช)
      #14-1
  18. #13 Natacha_i-sen (@sroyson47) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 05:23
    ฉันตามหาฟิคแนวนี้มานานแล้ววววว จะเสี้ยนจนแต่งเองก้ไม่ได้ริดได้แต่พล็อตเขียนไม่ออก
    #13
    0
  19. #12 wm7846 (@wm7846) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 00:44

    อิอิอิ น้องซือจุยน่ารักมากๆๆ

    #12
    0
  20. #11 AKASHI. (@thanyameen) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 00:27
    หนูซือจุยรู้กกกกกกกกก //ก้าวเท้าลงเรือซือจุย
    #11
    0