[ปรมาจารย์ลัทธิมาร] พันธวิญญาณข้ามภพ (OC)

ตอนที่ 17 : ตอนที่ 16 ตระกูลบรรพกาล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,545
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 222 ครั้ง
    7 ก.ย. 62





     สิ้นสุดการประลอง ทั้งสองถูกคนของตระกูลหลานจับเอาไว้ เพราะตอนที่อยู่ในลานประลองพวกเขาสารภาพมาซะหมดเปลือกแล้ว ส่วนฉันที่เหนื่อยเต็มทนก็เดินออกมาจากลานประลองแล้วไปพักที่ห้องเตรียมตัว

     กริ๊งง!

     "ดา ผนึกคลายแล้ว...เจ้าเจ็บหนักเลยนะ" ทันทีที่วางกระบี่เสียงของเฟยหงก็ดังขึ้นด้วยความเป็นห่วง เมื่อฉันกำลังถอดผ้าที่พันแขนไว้ออก

    ได้แต่กัดฟันทนความเจ็บปวดระหว่างที่ถอดผ้าพันแผลซึ่งติดกับเลือดแห้งกรัง อีกทั้งต้องค่อยๆทำเพราะกระดูกที่หักอาจจะเลวร้ายลงมากกว่าเดิม

     "ซิ๊ดดดดดด...ชาติที่แล้วตั้งแต่เกิดยันฉันมาอยู่ร่างนี้ ฉันไม่เคยดามแขนตัวเองสักครั้งเลย เจ็บเอาเรื่องเลยแฮะ...โอยยย" ได้แต่ร้องโอดครวญเบาๆ และไม่กล้าดึงผ้าต่อ เพราะมันอยู่ในตำแหน่งที่กระดูกหักพอดี

     ในระหว่างที่กำลังทำใจดึงต่ออยู่นั้น ก็มีมือใหญ่กว่าคว้าแขนข้างนั้นไปอย่างรวดเร็วจนฉันร้องลั่นน้ำตาเล็ด

     "โอ๊ย เจ็บ!"

     "ข ขอโทษ...อาจจะเจ็บนิดๆนะ" ฉันเงยหน้ามองเจ้าของเสียงก็ต้องผงะเมื่อเห็นจิ่งอี๋เข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ พร้อมกับถังน้ำและผ้าชุบน้ำมาวางลงบนแขน

     แปะ!

     "อึ่ก!...เย็นจัง"

     "น้ำเย็นจากถ้ำสระเหมันต์ วางไว้สักเดี๋ยวจนกว่าผ้าจะเปียกแล้วค่อยถอดออกนะ" น้ำเสียงนุ่มหู และดูสงบนิ่งไม่เหมือนกับเขายามร่าเริงปกติจนฉันอดแปลกใจไม่ได้  

      สักพักใหญ่เมื่อผ้าพันแผลชุ่มน้ำแล้ว เข้าจึงนำผ้าออกแล้วค่อยๆถอดผ้าอย่างเบามือ มีบางครั้งที่เขาคลายผ้าเร็วเกินไปทำให้ฉันสะดุ้งด้วยความรู้สึกเจ็บ

     "อึ่ก!"

     "เจ็บหรือ?" ฉันพยักหน้าเม้มริมฝีปากกลั้นหายใจเพราะหวาดเสียวว่าจะโดนแผล 

       แต่หลังจากนั้นเขาก็ทำแผลอย่างระมัดระวังมากขึ้น เขาทำแผลได้เบามากๆจนฉันแทบไม่รู้สึกอีกเลย เมื่อเช็ดเลือดเสร็จแล้วเขาจึงเอามือรองท้องแขนฉันเบาๆแล้วมองคร่าวๆ ด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด

     "กระดูกเจ้าหัก ข้าจะบอกให้ซือจุยดามไม้ไผ้ให้เจ้าไปก่อนนะ รออยู่นี่แหละ"

     "อืม" ฉันพยักหน้าก่อนที่อีกฝ่ายจะยิ้มบางๆแล้วลุกขึ้นเดินออกไป ฉันมองถังไม้ที่มีน้ำอยู่เต็มเปี่ยมก่อนจะมองแขนของตัวเองที่ยังรู้สึกชาๆเพราะน้ำแร่เย็นนั้น เย็นมากๆเหมือนกับน้ำแข็งติดลบเลย

       ระหว่างรอฉันก็สำรวจเสื้อผ้าของตัวเองที่มันเปื้อนฝุ่นจนดำไปหมด หางเปียก็ยุ่งเหยิงเสียจนต้องคลายเชือกเพื่อถักเปียใหม่ แต่ปัญหาอยู่ตรงที่ว่าผมอันแสนจะยาวของเฟยหงที่ตอนนี้มันพันกันยุ่งไปหมดเลย จะหวีก็ไม่ได้เพราะแขนอีกข้างมันไม่อำนวย

     "เฮ้อ..."

     "ฮึๆ ให้ข้าช่วยเจ้าไหม?" เสียงหัวเราะด้วยความเอ็นดูดังขึ้น จนฉันตกใจก่อนจะหันไปยังหน้าประตู ร่างโปร่งของจินกวงเหยายิ้มอ่อนละมุนแล้วเดินเข้ามาในห้อง

     "ข ขอ--"

     "ไม่ต้องหรอก ทำตัวตามสบาย...เจ้าอยู่เฉยๆเถอะ" จินกวงเหยารีบยกมือห้ามก่อนจะผายมือให้ฉันนั่งลง เขานั่งเก้าอี้ข้างๆแล้วสำรวจใบหน้าของฉันที่มีเลือดแห้งติดอยู่ก่อนจะเอี้ยวตัวไปหยิบผ้าชุบน้ำแล้วมาเช็ดหน้าเช็ดตาฉันที่เปื้อนฝุ่น และคราบเลือด 

     ฉันรู้สึกว่าหน้าฉันสะอาดมากขึ้นกว่าเมื่อครู่ ก่อนจะลืมตามองอีกฝ่ายแล้วยิ้มให้ เขายิ้มตอบก่อนจะหยิบหวีแล้วลุกขึ้นยืนรวบผมของฉันไปสางเบาๆ ได้แต่นั่งเกร็งๆด้วยความเกรงใจ และเหมือนอีกฝ่ายจะรู้ตัวจึงพูดขึ้นมาเสียก่อน

      "ไม่ต้องเกร็งหรอก...ข้ายินดีทำให้เจ้า" เขาว่าก่อนจะค่อยสางผมฉันแล้วถักเปียให้อย่างเบามือ  แต่มันก็อดไม่ได้จึงเอ่ยถามเขา
 
     "เหตุใดท่านถึงใจดีกับข้าล่ะเจ้าคะ?"

     "ข้ารู้สึกเอ็นดูเจ้าน่ะสิ...หากข้ามีน้องสาวเป็นเจ้า ก็คงจะดีไม่น้อย" จินกวงเหยาตอบเสียงแผ่วก่อนจะปล่อยผมถักเปียหางเดียวของฉันที่ถูกทำใหม่อย่างสวยงาม

     "ขอบคุณ ประมุขจินเจ้าค่ะ"

     "เจ้าอยากให้ข้าจัดการสองพี่น้องนั่นอย่างไรดี?"

     "เจ้าคะ?"

     "พวกเขาทำกับเจ้าถึงเพียงนี้ เจ้าอยากเอาคืนหรือไม่?"

     "...."

     "เทียนเยว่ซิ่วจะถูกถอนหมั้นกับตระกูลจิน ส่วนเทียนโย่วเหม่านั้น ตระกูลเนี่ยจะเป็นคนจัดการเอง...ว่าอย่างไรล่ะ?" ฉันสบมองดวงตาสีอ่อนตรงหน้าที่กำลังตั้งใจฟังคำขอของฉัน

     ที่จริงสิ่งที่เราทำไปมันก็ยังไม่สาแก่ใจดีหรอก แต่ว่าสำหรับคนพวกนั้น...

     "จัดการตามโทษที่พวกท่านเห็นสมควรเถิดเจ้าค่ะ จะยึดกระบี่ของพวกเขา หรือให้ลดฐานะอะไรก็ได้ยิ่งดี...สำหรับตระกูลจินนี่คงเป็นเพียงเรื่องง่ายเหมือนหายใจเลย"

     "...เจ้าเองก็เก่งมากนะ แม้จะไม่ใช้กระบี่ เจ้าก็ยังสามารถล้มสองพี่น้องลงได้"

     "มีอีกอย่างหนึ่ง..."

     "อะไรล่ะ?"

     "ประมุขคนต่อไปของตระกูลเทียนยกให้กับลิ่วชาง ญาติห่างๆของตระกูลเทียนด้วยนะเจ้าคะ" จินกวงเหยายิ้มแล้วพยักหน้ารับคำของฉัน ก่อนจะอวยพรแล้วเดินออกไปจากห้อง

     "ย่อมได้หากเจ้าต้องการ ขอให้หายในเร็ววันนะ" 







     ฉันถูกเข้าเฝือกไม้ไผ่เป็นเวลาหลายวัน และถูกห้ามล่าราตรีในช่วง 5 วันแรกเพราะกระดูกยังไม่เข้าที่ หลานฉีเหรินเรียกหมอมาดูอาการฉันทุกวันหลังจากที่เลิกเรียน ทุกวันฉันต้องรอพวกเขากลับจากเย่เลี่ยในสภาพที่มีแผลประปราย จนกระทั่งฉันได้ถอดเฝือกในที่สุด ในตอนนั้นศิษย์หญิงสกุลหลานก็เดินมาขวางตรงหัวบันได ขณะที่ฉันกำลังจะลงไปหาพวกซือจุยที่กำลังรอไปเย่เลี่ยด้วยกันเข้าพอดี   

     บางทีก็แปลกใจตัวเองว่าทำไมถึงต้องเจอเรื่องเจ็บตัวอยู่เรื่อยเลยน้าาา
    
     "ฟูหยาง ประมุขเจียง และเจ๋ออู๋จวินต้องการพบกับเจ้า"

     "ด่วนมากหรือไม่เจ้าคะ?" หญิงสาวเพียงพยักหน้าแทนคำตอบ จึงเดินตามศิษย์หญิงคนนั้นไป







     เมื่อมาถึงห้องรับรอง ก็เห็นทั้งสองประมุขกำลังนั่งพูดคุยกันอยู่ ฉันจึงเดินเข้าไปแล้วคำนับทักทายทั้งสอง โดยที่ศิษย์หญิงคนนั้นก็ปลีกตัวออกไป

     "ขอคารวะเจ๋ออู๋จวิน และประมุขเจียงเจ้าค่ะ"

     "แขนเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง? ฟูหยาง" หลานซีเฉินถามด้วยความห่วงใย ฉันยิ้มแล้วพยักหน้าตอบ

     "หายดีแล้วเจ้าค่ะ ขอขอบคุณที่เจ๋ออู๋จวินเป็นห่วง"

     "นั่งก่อนสิ" เมื่อได้รับคำอนุญาตฉันจึงเดินมานั่งที่อีกมุมหนึ่งของโต๊ะ ก่อนจะมองสองประมุขสลับไปมาด้วยความสงสัย

     "เจ้าเรียนมาจากที่ใด?"

     "คะ?"

     "การต่อสู้ในลานประลองเมื่อหลายวันก่อน เจ้าเรียนมาจากที่ใด?" เจียงเฉิงถามเสียงเรียบจนฉันรู้สึกกดดันปนอึดอัด ถึงจะสง่าแต่มันก็รู้สึกกระอักกระอ่วนใจแฮะ

     "ข ข้าฝึกเองเจ้าค่ะ"

     "แล้วเหตุใดในการต่อสู้ เจ้าถึงไม่ชักกระบี่?"

     "กระบี่ถูกผนึกเอาไว้ ทำให้ชักไม่ออก...สองพี่น้องหวังจะสังหารข้าในการประลองนั้น ข้าเพียงแค่ทำเพื่อป้องกันตัวเอง"

     "...เหตุใดเจ้าถึงใช้มือเปล่า? เจ้าสามารถใช้สิ่งอื่นเป็นอาวุธก็ได้"

     "ท่านทั้งสองรู้จักนวอาวุธหรือไม่เจ้าคะ?" ประมุขทั้งสองขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ก่อนที่ซีเฉินจะเอ่ยถามกลับ

     "มิเคยได้ยินมาก่อนเลย มันคืออะไรหรือ?"

     "นวอาวุธ คือศาสตร์อาวุธทั้ง 9 ซึ่งคนเราหากเกิดมาไม่พิการก็จะได้รับอาวุธนี้มาด้วย"

     "มีตั้ง 9 อย่าง แล้วจะเก็บไว้ที่ไหนล่ะ?" เจียงเฉิงถามด้วยความไม่เข้าใจ ฉันก้มลงมองมือของตัวเองแล้วเงยหน้าตอบคำถาม

     "ร่างกายของเรา เปรียบได้ดั่ง'นวอาวุธ' ซึ่งก็คือ มือ 2 เท้า 2 เข่า 2 ศอก 2 และหัว 1 เมื่อรวมอวัยวะทั้งหมดก็จะครบ 9 เจ้าค่ะ" พวกเขานิ่งงันเมื่อฉันอธิบายความหมายจนจบ ใช่ สิ่งที่ฉันพูดออกไปนั้น...

      มันคือ มวยไทย และเป็นสิ่งที่ฉันจำได้ขึ้นใจมาตลอดจากคนเป็นพ่อที่เคยสอน อีกทั้งยังมีศิลปะอีกหลายอย่าง และยังมี MMA (Mix Maptial Art) การต่อสู้แบบผสมผสานอีกด้วย

     "...เจ้าเคยถามข้าเรื่องตระกูลหลิวครั้งหนึ่งใช่หรือไม่ ฟูหยาง?"

     "เจ้าค่ะ"

     "...ตระกูลหลิว มิได้เก่งกาจด้านการใช้กระบี่ แต่ว่าสามารถปราบเหล่าศพอำมหิตได้ด้วยมือเปล่า กระบี่นั้นจะเป็นสำหรับเซียนก็จริงอยู่ แต่หากว่าตระกูลหลิวนั้น จะใช้มันในยามที่ต้องกำจัดพวกปีศาจร้ายกาจเท่านั้น"

     "..."

     "ในบันทึกตำราลับของอวิ๋นเมิ่ง ตระกูลหลิวนั้นเป็นตระกูลที่มีมาตั้งแต่สมัยบรรพกาล...และเป็นหนึ่งในผู้ที่สร้างทะเลสาบเหลียนฮวาอู้ให้งดงามจนถึงทุกวันนี้ เจ้ารู้หรือไม่ว่าหลังจากที่งานชุมนุมจบลง เกิดอะไรขึ้นที่เขตชายแดน"

     "ไม่ทราบเจ้าค่ะ"

     "...พวกพืชที่ถูกพิษ กลับมามีชีวิตอีกครั้ง พวกปลาเริ่มกลับมาอยู่อาศัยในถิ่นของมัน เจ้าคิดว่าภายในคืนเดียวบัวที่เฉาจนเกือบจะตายได้หายดีเป็นปลิดทิ้งได้หรือ?" คำพูดของเขาเราไม่สามารถตอบได้ แต่ว่าคำพูดของใครบางคนดังเข้ามาในตอนนั้น...มันทำให้เราอยากช่วย

      พวกเรากำลังจะตาย...

     "ประมุขเจียง ท่านกำลังจะบอกว่าข้า...อาจมีเชื้อสายตระกูลหลิวอย่างนั้นหรือเจ้าคะ?" ฉันเอ่ยคาดเดาความคิดของร่างโปร่งชุดสีม่วงตรงหน้า

     "เจ้าเข้าใจถูกแล้ว"

     "แต่ตระกูลหลิวถูกล้างบางไปเมื่อ 17 ปีก่อนแล้ว...ไม่มีทางเป็นไปได้"

     "เจ้าพูดถูก แต่ว่าสิ่งที่ข้าแคลงใจตอนนี้...เหตุใดตระกูลหลิวที่รักสงบเช่นนั้นถึงได้ถูกพวกปีศาจฆ่าล้างบางกันแน่" ไม่ใช่พวกปีศาจหรอกค่ะ พวกเซียนนั่นแหละ แต่สาเหตุนี่ฉันก็อยากสืบเหมือนกัน
     
     "...หากท่านประมุขทั้งสองไม่ว่าอะไร ฟูหยางขอสืบเรื่องนี้ได้หรือไม่เจ้าคะ?"

     "เพราะอะไรล่ะ?"

     "...มีบางอย่างที่อาจเข้าใจผิด และข้าเองก็สงสัยว่าเหตุใดที่ทำให้ตระกูลที่ยิ่งใหญ่สมัยบรรพกาลล่มสลายได้ในเพียงไม่กี่วัน" ฉันพยายามหาเหตุผลให้ได้ ใครจะบอกล่ะว่า คนที่เป็นเจ้าของร่างนี้เลยเล่าเรื่องให้ฉันฟัง

     และฉันก็อยากรู้ด้วยว่าใครเป็นคนบงการ เป่าหูพวกเซียนให้ล้มตระกูลหลิว จนทำให้หลิวจางหยินต้องหันหลังให้วิถีเซียน

     "ได้ ข้าจะไม่ห้ามเจ้า เพราะตระกูลเจียงแห่งอวิ๋นเมิ่งนั้นมีความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลหลิวมาโดยตลอด...เรื่องนี้ข้าขอฝากเจ้าด้วย" ฉันพยักหน้ารับก่อนจะลุกขึ้นโค้งคำนับแล้วเดินออกมาจากห้อง




     สองประมุขหันไปมองยังประตูที่ว่างเปล่า ก่อนที่หลานซีเฉินจะหันมาเอ่ยถามประมุขหนุ่มที่ยังคงนั่งนิ่งคิดบางอย่าง


     "หวั่นอิ๋น เจ้าคิดสิ่งใดอยู่?" เจียงเฉิงเงยหน้าสบมองอีกฝ่ายแล้วส่ายหน้าเพียงบางเบาก่อนจะตอบด้วยความรู้สึกสงสัยไม่คลาย

     "พลังของนาง...ทำให้ข้านึกถึงบางอย่าง และข้าก็ยังยืนยันคำเดิมว่านางอาจมีสายเลือดของตระกูลหลิว"

     "ตอนนี้เราต้องสืบดูก่อน ว่าเกิดเหตุอันใดที่ทำให้ตระกูลหลิวต้องล่มสลาย ถึงแม้ตัวของฟูหยางจะขอสืบเรื่องนี้เอง...แต่พวกเราที่เป็นผู้อาวุโส ย่อมต้องรู้ด้วยตัวเองอีกทาง" ซีเฉินกล่าวด้วยความรู้สึกที่ยังค้างคาใจลึกๆ

     "จริงสิ นางเป็นคนที่อยู่ในความดูแลของสกุลหลานแท้ๆ แต่เหตุใดนางถึงไม่ได้สวมผ้าคาดหน้าผากเล่า?"

     "นั่นคืออีกหนึ่งเหตุผลที่ข้าอยากรู้หวั่นอิ๋น...ตั้งแต่ก่อตั้งสกุลหลาน มิเคยเกิดเรื่องเช่นนี้มาก่อน"

     "เกิดเรื่องอันใด ท่านบอกข้าได้หรือไม่?" เจียงเฉิงนั่งตั้งใจฟังชายตรงหน้า หลานซีเฉินลอบถอนหายใจแล้วหยิบบางอย่างออกมาวางบนโต๊ะ

    ตุบ!

     กล่องไม้เนื้อดีด้านในมีผ้าผืนยาวลายเมฆสีฟ้าอ่อนถูกพับอย่างเรียบร้อยอยู่ด้านใน
     
     "สิ่งนี้..."

     "มันควรเป็นของฟูหยาง แต่ในที่ประชุมของเหล่าอาวุโส พวกเขาล้วนบอกว่ามันปฏิเสธนาง"

     "ปฏิเสธ? เพราะเหตุใด" หลานซีเฉินส่ายหน้าหวืออย่างคิดไม่ตก เขาเองก็เคยถามเหล่าผู้อาวุโส และหลานฉีเหรินแล้วทุกคนล้วนบอกว่าไม่เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อนจึงไม่อาจทราบได้ว่าเพราะเหตุใด

     "...ข้าคิดว่าอาจเกี่ยวข้องกับตอนที่นางตกน้ำ และค้นหาตะปูที่ใจกลางเหลียนฮวาอู้"

     "ในบันทึกลับของตระกูลหลานอาจระบุเรื่องราวนี้ไว้" ทั้งสองเงยสบมองกันอย่างที่เห็นพ้อง ก่อนที่ทั้งสองจะผุดลุกขึ้นแล้วเดินไปยังหอหนังสือทันที










     เมื่อเดินลงมาถึงตีนเขา ฉันก็เห็นว่าพวกซือจุย จิ่งอี๋ จื่อเจิน และจินหลิงกำลังนั่งคุยอยู่ 4 คนอย่างสนุกสนานก่อนที่จินหลิงจะเห้นฉันเป็นคนแรกจึงลุกขึ้นแล้วโบกมือเรียกฉัน

     "ทำไมเจ้าถึงช้านัก" จินหลิงถามน้ำเสียงหงุดหงิดเล็กน้อย ฉันกลอกตาแล้วเท้าเอวตอบอีกฝ่าย

     "เจ้าดูด้วยว่าบันไดมีกี่ขั้น ร่างกายข้ายังระบมไม่หายดีก็ต้องเดินช้าๆสิ" จินหลิงอ้าปากค้างจะเถียง ถ้าไม่ได้คุณชายโอวหยางแทรกขึ้นมาซะก่อน

     "เจ้านี่ทำได้อย่างไร ถึงสู้มือเปล่าชนะประ--..เทียนโย่วเหม่าได้"

     "...เดาเอา" ฉันตอบจื่อเจินก่อนที่พวกเขาจะทำหน้าเหวอ ก็ได้แต่หัวเราะแล้วหันมามองเด็กหนุ่มจิ่งอี๋ที่มองฉันแล้วเหมือนจะอยากถามอะไรบางอย่าง

     "พี่จิ่งอี๋ มีอะไรหรือ เห็นจ้องข้านานจัง"

     "แขนเจ้า..." ฉันยิ้มบางแล้วถลกแขนเสื้อขึ้นดูก่อนจะหมุนไปมาเพื่อเป็นสิ่งยืนยัน

     "ข้าไม่เป็นไรแล้ว ต้องขอบคุณพี่จิ่งอี๋ด้วยที่ดูแลข้าตลอด...แล้วก็ขอโทษที่ทำให้ทุกคนเป็นห่วง" ฉันโค้งคำนับพวกเขาทั้งหมด จนทุกคนผงะตกใจ

     "จ เจ้าหายดีก็ดีแล้ว...อย่าทำอะไรผลีผลามอีกเล่า ข้าใจหายทุกที" จิ่งอี๋บ่นพึมพำแล้วยกมือลูบอกปลอบขวัญตัวเอง จินหลิงมองอีกฝ่ายด้วยหางตาก่อนจะกระซิบข้างหูฉัน

     "ฟูหยาง เจ้ารู้ไหมว่าจิ่งอี๋แทบจะกระโดดลงไปหาเจ้าตอนนั้นเลยนะ พวกข้าแทบ----อื้อๆๆ!" ไม่ทันที่จินหลิงจะพูดจบ จู่ๆเขาก็พูดไม่ได้เพราะโดนวิชาปิดปาก ฉันยืนงงแล้วหันไปมองซือจุย ซึ่งเขาก็ยิ้มแห้งๆ ส่วนจิ่งอี๋นั้นรีบสาวเท้าเดินเข้ามาดันตัวจินหลิงออกห่างจากฉัน

     "มาเป่าหูอะไรนางอีก!"

     "อื้อๆๆๆ!!" จินหลิงได้แต่ชี้ปากตัวเองแล้วชี้จิ่งอี๋ จนซือจุยต้องเข้ามาห้ามเพราะกลัวว่าสองคนนี้จะตีกันอีกหน

     "จิ่งอี๋ คุณชายจินตอบเจ้าไม่ได้ ถ้าหากเจ้ายังไม่คลายวิชานะ" 

     "อย่าทะเลาะกันเลยนะ ตอนนี้เรารีบเดินทางเถอะ เดี๋ยวจะมืดค่ำเสียก่อน" จื่อเจินช่วยปรามทั้งคู่ที่กำลังจะวางมวยกันรอบสอบ คำพูดของจินหลิงเมื่อครู่ทำให้กลับมาคิดทบทวน

     จิ่งอี๋แทบจะกระโดดลงไปหาเจ้าตอนนั้นเลยนะ...

     "พรึด! คิกๆๆ!" ฉันหลุดขำจนต้องยกมือปิดปากเพราะเริ่มเข้าใจ ทั้งสี่หันมามองฉัน โดยเฉพาะจิ่งอี๋ที่รีบเข้ามาถามก่อนใครเพื่อนเหมือนกำลังลนลานบางอย่าง

     "จ เจ้าหัวเราะทำไม ฟูหยาง" ดวงตาสีน้ำตาลมองเลิ่กลั่ก แอบเห็นใบหน้าของเขามันแดงๆชอบกล ทำได้เพียงยิ้มกว้างแล้วตอบไปหัวเราะไป

     "พี่จิ่งอี๋ ค คิดจะกระโดดลงไปช่วยข้า แค่คิดข้าก็อดขำพี่ไม่ได้นี่นา"
     
     "จินหลิง เจ้าเล่าอะไรให้ฟูหยางกัน!" จินหลิงที่เพิ่งได้ซือจุยช่วยถอนวิชาปิดปาก ก็รีบวิ่งไปหลบด้านหลังของเด็กหนุ่มแล้วแย้งกลับ

     "ก็ข้าพูดเรื่องจริง! พวกข้ารั้งเจ้าจนเสื้อของเจ้าเกือบขาด! เจ้าก็ยังจะดึงดันลงไปเสียให้ได้" ยิ่งจินหลิงพูดฉันก็ยิ่งอยากจะระเบิดหัวเราะให้ดังทั่วสำนัก

     "อยากเห็นตอนนั้นจัง พี่ซือจุย เล่าให้ข้าฟังหน่อยสิ คุณชายโอวหยางด้วย เล่าให้ฟังหน่อยๆ" ฉันรีบเดินเข้าไปกระตุกแขนเสื้อของซือจุยแล้วพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน 

     "ซือจุย อย่าเล่าให้นางฟังนะ!" จินหลิงรีบรั้งตัวจิ่งอี๋ไม่ให้ไม่ปิดหูฉัน ซือจุยยิ้มบางแล้วตอบกลับมาเพียงสั้นๆ

     "ไว้หลังจากที่เราหาที่พักได้นะ เอาล่ะรีบเดินทางเถอะ เสียเวลามากแล้ว" ฉันพยักหน้ารับก่อนที่ทั้งฉัน และซือจุยจะเดินนำไปก่อน โดยที่ทั้งสามคนรีบสาวเท้าฉับๆเดินตามมาแต่ก็ยังเถียงกันตลอดทาง







     ณ หอสมุดห้องลับใต้ดิน

     "หวั่นอิ๋น ข้าเจอแล้ว..." เจียงเฉิงที่กำลังหาหนังสืออีกทางรีบผละออกมาแล้วมายืนขนาบข้างอีกฝ่าย ซีเฉินกรีดนิ้วไล้ไปยังตัวหนังสือที่วาดไว้บนแผ่นหินบางอย่าง พร้อมกับขนนกวาดอยู่ข้างๆ


     ไม่ว่าเซียนหรือมาร ย่อมเท่าเทียม มิมีการลำเอียงเข้าข้างฝ่ายใด
     หากเดือดร้อนเราย่อมช่วยเหลือ แต่หากทำร้ายเราย่อมเอาคืน
 ใครถูกใครผิด ใครขาวใครดำ ตัวเรานั้นขอตัดสินเอง


     "ผู้ใดเป็นคนเขียน?" เจียงเฉิงขมวดคิ้วด้วยความฉงนเมื่อเห็น คำบัญญัติของตระกูลหลิวที่เขียนไว้ ทั้งสองไล่มองจนกระทั่งมีชื่อหนึ่งปรากฏอยู่ที่มุมล่างขวา



-หลิวเหม่ยเจี้ยน-


     "หลิวเหม่ยเจี้ยน...ประมุขผู้ก่อตั้งตระกูลหลิว"

     "หลานฮวั่น มีบางอย่างอยู่อีก" เจียงเฉิงเรียกก่อนจะชี้ที่ตัวหนังสือข้างๆกับรูปศิลา มันถูกเขียนไว้เพียงสั้นๆแต่กลับสร้างความฉงนมากกว่าเดิมให้กับทั้งสอง


คำสอนสายเลือดตระกูลหลิว ย่อมขัดแย้งต่อคำสอนสกุลหลาน...มิอาจแลกเปลี่ยนกันได้

   








เห่อๆ  ไม่มีไรมาก

เม้น-กัน-หน่อย!!


ความสุขของเตี้ย = การเห็นรีดเดอร์อินกับฟิค และเม้นมาให้อ่าน








ขอแค่นี้จริงๆ กราบล่ะค่ะ



รูปภาพที่เกี่ยวข้อง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 222 ครั้ง

680 ความคิดเห็น

  1. #408 Kistsune-siro (@God-of-death78) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 17:29

    อ๋อ เพราะคำสอนของสายเลือดขัดกับคำสอนของตระกูลเหมือนเป็นคนละสาย
    (อย่างการแพทย์กับการต่อสู้ เราเรียนทางต่อสู้จะให้ไปวิเคราะห์,อ่านค่าโรคก็ไม่ได้งี้ แต่ดูอาการเบื้องต้นได้อยู่ กลับกับ เรียนการแพทย์เราก็อาจรู้จุดตายจุดรอดงี้ได้แต่ก็ไม่สามารถสู้คนที่เรียนต่อสู้ได้)
    ผ้าคาดเลยปฏิเสธเพราะสายเลือดย่อมมาก่อนตระกูลสินะ นางเอกเรามีสายเลือดตระกูลหลิวถูกฝึกวิชาของตระกูลหลิวมาก่อน แล้วมาฝึกของตระกูลหลานมันก็ฝึกได้ไม่เต็มร้อยเพราะเป็นปรปักษ์กัน แต่ก็ใช่ว่าฝึกไม่ได้//อันนี้ที่เราเข้าใจนะ
    #408
    2
    • #408-1 Phatusanime (@phatcharaluk) (จากตอนที่ 17)
      9 กันยายน 2562 / 18:20
      วิเคราะห์จริงจังยิ่งกว่าวิจัยอีกอ่ะอันนี้ //ยกมือทาบอกเบาๆ
      #408-1
  2. #404 juiilann (@juiilann) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 16:25
    มึนไปหมดแล้ว
    #404
    0
  3. #387 RAY MII (@Nareesophit) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 09:30

    จิ่งอี๋น่ารักมากเลยลูกกก กวงเหยาเอ็นดูนางง่าา เอ็นดู~~ ขนาดนี้แล้วกระโดดเข้าเรือจิ่งอี๋ค่าา
    #387
    0
  4. #375 --Crazy person-- (@Mozaa555) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 20:31
    รอนะค้าา. ติดมากเลยเรื่องนี้ลุ้นว่าใครจะได้น้องหยาง😍😍/ป.ล เมื่อไรพี่เว่ยจะมาา~~~
    #375
    0
  5. #374 Reconcile -. (@SunFox) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 15:50
    อาเหยาดูซอฟมากเลยอ่าาา ขอให้มีตัวร้ายตัวอื่นที่ไม่ใช่นางได้มั้ยยย นางดูน่ารักกก
    จิ่งอี๋รูกกกก เป็นห่วงน้องก็บอกไปสิจร้ะะะ เหล่าชาวแก๊ง อีดีเอ็ม น่ารักมากก ><
    #374
    0
  6. #371 Omiao (@onphima) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 14:06
    สนุกค่ะรอนะค่ะ
    #371
    0
  7. #370 LWLookwai (@LWLookwai) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 13:26
    นี่คือเหตุผลที่ผ้าไม่ยอมรับสินะ? เล้วคำสอนนั้นคืออะไรละ? ///ปมอีกแล้ววว รอนะสู้ๆ ตอนนี้คือติดเรื่องนี้มาก
    #370
    0
  8. #368 Hyperion-kub (@Naiinuttych) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 11:26
    จิ่งอี๋ยยยยยยย กรี๊ดดดด เอาเรือนี้แหละ!! ตู้มม!!//ปล่อยสมอเรือ
    หึหึหึ ยึดไว้ตรงนี้แหละ จาอยู่เรือเน่นนนนนน
    #368
    0
  9. #367 Natacha_i-sen (@sroyson47) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 10:49
    นี่คือสาเหตุที่ผ้าไม่ยอมรับน้องรึเปล่า
    #367
    0
  10. #365 554910140 (@554910140) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 09:46
    จิ่งอี๋ทำไมน่ารักอย่างงี้ งุ้ยยยยย
    #365
    0
  11. #364 Phakchira1945 (@pakjira1945) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 09:36
    เกาะเรือจิ่งอี๋แน่นมากก ถึงกับตันจะอารมณ์เหมือนเป็นไบโพล่าร์ตลอดเวลาเดี๋ยวโกรธเดี๋ยวเขินเดี๋ยวอ่อนโยน แต่ขอฝังรากที่เรือนี้เลย!!
    #364
    0
  12. #363 manny45ck (@manny45ck) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 09:11
    ปมเยอะจังแม่
    #363
    0
  13. #362 Lime Cake (@dreamt999) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 09:11
    สนุกค่าา แบบจิ่งอี๋น่ารักอ่า
    #362
    0
  14. #361 chyanin (@chyanin) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 09:06
    อยากอ่านต่อแล้วน้าาาาาาาา ปล.คิดถึงเว่ยอิงจัง พี่เว่ยของน้อง ไปไหนกับหลานจ้าน ตะไมยังไม่กลับ
    #361
    0
  15. #360 Todoya (@Todoya) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 08:58
    อยากอ่านแต่มันไม่มีตัวหนังสือขึ้น!อะงับ(ทามมายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย)
    #360
    1
    • #360-1 chyanin (@chyanin) (จากตอนที่ 17)
      7 กันยายน 2562 / 09:05
      รีเฟรชใหม่ตัว เมื่อกี้ระบบมันอีพเดต ตอนแรกของเราก็ไม่จึ้น แต่ตอนนี้อ่านได้แล้ว
      #360-1
  16. #359 faza205317 (@faza205317) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 01:58
    โอ้ยยย โอ้ยยยย โอ้ยยยยยยย ยังไม่จุใจเลยยยย สนุกอ่า
    #359
    0
  17. #358 Dark_Sheen (@freezingcold) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 01:19

    จิ่งอี๋น่าร้ากกกเขิลจนต้องใช้วิชาปิดปากเลยจ้าาาาา

    ตอนนี้ฟูหยางของเรามีแบคดีมาก ทั้งประมุขจินที่มองนางดังน้องสาว ประมุขเจียงจากสถานะการณ์สระบัว สกุลหลานที่เอ็นดูนาง แล้วก็อาเหนียงเว่ยอิง~~ เดินทางกับอาเตี่ยวั่งจี แหมๆแบคแต่ละคนล้วนงานดีทั้งนั้น ปิดจ็อบตระกูลเทียนแล้ว ตอนต่อไปจะเป็นที่ไหนกันน้อ
    #358
    0
  18. วันที่ 7 กันยายน 2562 / 00:36
    ฮื่ออออ น้อง ความลับจะแตกแล้วววว
    #357
    0
  19. #356 lisablinks (@lisablinks) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 00:35

    ไรท์สู้ๆนร้าาา สนุกมากกกก ชอบสุดๆ
    #356
    0
  20. #355 gcudjehsijdh (@gcudjehsijdh) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 00:33

    จิ่งอี๋น้อวววงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงเขินแทนนนนนนอ่าาาาาาาาาาาาาาาาาาารอออออออออออยู่ยยยยยยยยยยยยยจ้าาาาาาาาาาสู้ๆสสสสสสสสสสสสสน้าาาาาาาาา
    #355
    0
  21. #354 cartoonjr (@cartoonjr) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 00:31
    มันดีมากๆค่ะ
    #354
    0
  22. #353 AKASHI. (@thanyameen) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 00:25
    จิ่งอี๋นั้ลลั้คอ่า ประมุขจินก็สุดจริงรับฟูหยางไปเป็นน้องสาวเลยนางเอกเราจะได้มีตระกูลใหญ่หนุนหลัง
    #353
    0