[ปรมาจารย์ลัทธิมาร] พันธวิญญาณข้ามภพ (OC)

ตอนที่ 15 : ตอนที่ 14 ถูกกล่าวหา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,545
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 210 ครั้ง
    1 ก.ย. 62

     


     ทำไม...ทำไมประมุขกับฮูหยินเทียนถึงมาอยู่ที่นี่ และทำไมถึงกลายเป็นศพไปแล้ว เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาตอนที่หายตัวไปกันแน่!!

     "ตอบข้ามาสิ ท่านประมุข...ฮูหยินเทียน!!" ฉันตะโกนจนสุกดเสียงจนศพเดินได้ของทั้งสองพุ่งเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว มือของฮูหยินที่เคยนิ่มและอบอุ่นยามสัมผัส บัดนี้กับแห้งกร้านจนแค่มองด้วยตาเปล่าก็รู้ 

     "ฟูหยาง ระวัง!"

      เกร๊งง!!

     กระบี่เล่มหนึ่งปัดมือนั้นออก ก่อนที่เหล่าเด็กๆตระกูลเซียนจะพุ่งเข้ามาล้อมเอาไว้ จิ่งอี๋วิ่งมายืนกำบังฉันแล้วชักกระบี่ชี้ปลายไปยังศพอำมหิตทั้งสอง

     "เจ้าบาดเจ็บหรือไม่"

     "ม ไม่...แต่ทำไมท่านประ---"

     "ไม่ใช่แล้ว" ซือจุยพูดตัดบท ฉันหันไปมองแผนหลังของเด็กหนุ่มที่อยู่ด้านหน้าด้วยความไม่เข้าใจ ในหัวของฉันตอนนี้มันสับสนไปหมดแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น

     "ซือจุย...เจ้าไม่ควรพูดตอกย้ำนาง" จินหลิงปรามอีกฝ่ายจนผิดวิสัย แต่ซือจุยก็ย้ำขึ้นเพื่อให้ฉันรู้สึกตัว

     "ตรงหน้าของเจ้า ไม่ใช่ประมุขและฮูหยินเทียนอีกแล้ว ยอมรับเสียเถอะฟูหยาง"

     "พี่จะบอกให้ข้าว่า..."

     "พวกเขาตายแล้ว ทำใจเสียเถอะ" ฉันกำหมัดไว้แน่นจนสั่น ขบฟันกรอดด้วยความนึกเจ็บใจและยามจับกระบี่เสียงกรีดร้องโศกเศร้าแสนสะเทือนใจของเฟยหงก็ยังไม่จางหาย

     "..."

     แซ่กๆๆ แฮ่...

     พวกศพเดินได้เริ่มออกมาจากพุ่มไม้แล้วพุ่งตรงมาหาพวกเราเหมือนกับพวกผีดิบ พวกมันมาเยอะมากเกินจำนวนคนของพวกเราด้วยซ้ำไป

     "ฟูหยาง ชักกระบี่!" จิ่งอี๋เรียกสติฉัน ฉันจึงรีบชักกระบี่แต่ว่าไม่ว่าทำอย่างไรกระบี่มันก็ไม่ยอมออกจากฝัก

     "พ พี่จิ่งอี๋ ข้าชักกระบี่ไม่ออก..."

     "ว่าไงนะ! อย่ามาล้อเล่นในเวลาเช่นนี้นะ ฟูหยาง!" ฉันส่ายหน้ารัวด้วยความลนลาน ก่อนจะดึงด้ามกระบี่สุดแรงจนหน้าดำหน้าแดงให้เขาเห็น

     "ข ข้าไม่ได้ล้อเล่นนะ!" เกิดอะไรขึ้นเนี่ย ทำไมฉันถึงชักมันไม่ออก!

     แฮ่!!

     "มันมาแล้ว!" จื่อเจินตะโกนลั่นก่อนที่ทุกคนจะกระจายกันกำจัดปีศาจ มีเพียงแค่จิ่งอี๋ที่คุ้มกันฉันเท่านั้น ฉันก็พยายามทุกทางที่จะชักกระบี่ออกมา

     "ทำไมถึงดึงไม่ออก!!" ฉันตะโกนใส่ ท่ามกลางเสียงร้องไห้ของเฟยหง ก่อนที่เสียงนั้นจะตอบกลับมา

     "ข้าทำไมได้...ฮึก ข้าไม่อยากฆ่าพวกเขา"

     "แต่พวกเขาไม่ใช่คนที่เธอรู้จักแล้ว! ตั้งสติไว้สิ!" ฉันทั้งต่อว่าทั้งพยายามดึงกระบี่ไป มันเหมือนกะบถูกติดกาวตราช้างที่ไม่ว่าจะดึงยังไงก็ดึงไม่ออก

     "ฟูหยาง เจ้ายังดึงไม่ออกอีกเหรอ! ข้าจะต้านไม่ไหวแล้วนะ" จิ่งอี๋ตะโกนจากที่ๆไม่ไกลนัก เขาต้องสู้กับพวกศพตั้ง 5 ตนและแต่ละตัวก็ใช่ว่าจะกระจอกซะที่ไหน

     "ออกมาสักทีสิ! เธออยากเห็นคนอื่นตายอีกหรือไง!"

     "ไม่ ฮึก ข้าทำไม่ได้" 

     ตึง!

     "อั่ก!" เสียงของจิ่งอี๋ดังขึ้น จนฉันละความสนใจหันไปมองยังต้นเสียง อาภรณ์สีขาวสะอาดเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม เด็กหนุ่มกัดฟันกรอดกุมบาดแผลที่หัวไหล่เอาไว้

     และภาพตรงหน้ามันทำให้เส้นความอดทนของฉันขาดผึง!

     "...ไม่ว่ายังไงเธอก็จะไม่ออกมาใช่มั้ย เฟยหง" ฉันเอ่ยถามเสียงเรียบต่างจากเมื่อครู่ และมันก็ทำให้เฟยหงถึงกับร้อนรน

     "จ เจ้าจะทำอะไร?"

     "ก็ได้ เธอไม่ฆ่า ฉันก็จะไม่บังคับเธอ..." ฉันปล่อยมือที่กำด้านกระบี่ลงแล้วเดินมาตรงหน้าของจิ่งอี๋ที่กำลังบาดเจ็บ ปรายตามองพวกศพเดินได้

     "ฟูหยาง..."

     "พี่จิ่งอี๋ ตรงนี้ข้าจัดการเอง พี่รีบห้ามเลือดก่อนเถอะ" ฉันว่าก่อนจะยื่นเสี่ยวเฟยให้กับอีกฝ่าย เด็กหนุ่มมองฉันสลับกับกระบี่ด้วยความไม่เข้าใจ

     "เจ้าจะทำอะไร ยื่นกระบี่ให้ข้าทำไม?"

     "กระบี่ข้ามันชักไม่ออก และข้าไม่อยากเป็นตัวถ่วงพวกพี่ๆ..." ว่าแล้วก็ยัดกระบี่ใส่ในมือของอีกฝ่าย ก่อนจะเดินมาประจันหน้าพวกศพเดินได้

     แฮ่...
     
     "ในเมื่อเธอลังเล ก็เชิญลังเลต่อไปคนเดียว! แต่ฉันไม่ขอลังเลไปกับเธอด้วยหรอก" ฉันว่าก่อนจะเดินมาตั้งท่าโดยยกกำปั้นไว้ในระดับอก เท้าทั้งสองยึดกับพื้นไว้มั่น

      แฮ่!!

     "ฟูหยาง ระวัง!" ศพตนหนึ่งพุ่งเข้ามาหาฉันจากด้านหน้า

     ฉันหลับตาหายใจเข้าออกก่อนจะเบี่ยงมาด้านข้าง กำหมัดไว้แน่นที่ข้างกายก่อนจะปล่อยมันออกไปอย่างสุดแรงเกิดจนมันกระเด็นไปติดกับต้นไม้!

     ผัวะะะ!! ตึงงง!

     ศพนั้นแน่นิ่งไปสักพักก่อนที่จะมีตัวอื่นพุ่งเข้ามาแทน มันจึงลุกขึ้นมาอีก คิดจะดูถูกคนที่เคยสู้กับพวกโจรป่าแบบไม่อาวุธงั้นเหรอ ฉันแสยะยิ้มหักข้อนิ้วทั้งสองข้างก่อนจะพุ่งเข้าหาอย่างไม่กลัวเกรง

     "โทษทีละกัน แต่ตอนนี้ฉันกำลังหงุดหงิด" ว่าแล้วก็ยกเท้าถีบกลางอกก่อนจะปล่อยหมัดจัดการพวกศพอย่างไม่ยั้งมือ

     ฉัวะ!

     "ฟูหยาง!" จิ่งอี๋ที่สู้อีกทางร้องลั่นเมื่อเล็บของฮูหยินเทียนข่วนเข้าที่หน้าอกของฉันเพียงเฉียดๆ จนเสื้อขาดเป็นทางยาว โชคยังดีที่หลบทันเลยไร้เลือด

     กริ๊งงงงง

     "ดา! พอแล้ว ข้ายอมเจ้าแล้ว!!" เสียงตะโกนของเฟยหงดังขึ้นจนฉันหันขวับไปมองกรบี่ที่จิ่งอี๋เหน็บไว้ข้างตัว

      กระบี่ของฉันส่องแสงสีเขียวอ่อน จนมีละอองออกมาอีกทั้งมันยังสั่นไหวอย่างบ้าคลั่ง ก่อนที่ฉันจะตะโกนให้จิ่งอี๋คืนกระบี่มาให้ฉัน

     "พี่จิ่งอี๋ ขอกระบี่!" เขาเหมือนรู้จึงดึงมันออกจากตัวแล้วโยนกลับคืนมาให้ฉัน ฉันรับมาไว้พร้อมกับหมุนตัวไปเผชิญหน้ากับฮูหยินเทียนที่ตอนนี้กลายเป็นศพไปแล้ว

     ชิ้งงงง!! ฉัวะ! ตุบ!

     หัวของฮุหยินเทียนขาดออกจากบ่า ก่อนที่จะตกลงบนพื้นร่างไร้หัวแน่นิ่งไปก่อนจะทรุดล้มลง ฉันถอนหายใจก่อนจะมองกระบี่ของตัวเองแล้วพูดกับอีกฝ่าย 

     "ไม่เป็นไรนะ?"

     "ดา...วิญญาณของฮูหยิน ถูกกัดกิน"

     "เธอหมายความว่ายังไง? มีคนปล่อยวิญญาณร้ายให้ทำร้ายประมุขกับฮูหยินเทียนงั้นเหรอ?"

     "ใช่ ตอนที่เจ้าตัดหัว...ข้าสัมผัสได้ถึงเสี้ยววิญญาณของนางที่หลงเหลืออยู่ มันถูกแรงอาฆาตกลืนกินไปจนแทบไม่เหลือ" ฉันฟังที่เธอว่าก่อนจะสู้กับศพตนอื่นๆต่อ

     "พอรู้มั้ยว่า แรงอาฆาตจากที่ไหน?"

     "ไม่รู้ แต่แรงอาฆาตนั้นหนักหน่วงมากจนข้าอึดอัด ไม่สามารถสัมผัสลึกลงไปได้มากกว่านี้"

     "เข้าใจแล้ว งั้นแสดงว่าตอนนี้พวกเขาคงต้องเป็นสถานภาพ'เสียชีวิต'โดยสมบูรณ์แล้วสินะ" เฟยหงเงียบไปก่อนจะพูดขึ้น

     "...ข้าขอโทษ"

     "เรื่อง?"

     "ที่ข้าลังเล จนทำให้เจ้าและเด็กหนุ่มสกุลหลานผู้นั้นต้องบาดเจ็บ...ข้าขอโทษ" ฉันเงยหน้ามองท้องฟ้าที่มีพระจันทร์ดวงโตลอยเด่นก่อนจะถอนหายใจแล้วหันไปเผชิญหน้ากับประมุขเทียนที่ยืนนิ่งเหมือนกับกำลังรอฉันอยู่

     "จะยกโทษให้ก็ได้...ถ้ามีครั้งหน้าอีก ฉันคงต้องเชือดตัวเองให้เธอดูเหมือนเมื่อกี้" ฉันว่าก่อนจะหันกระบี่ไปยังประมุขเทียน 


     "..."


     ฟิ้ววววว

     "ดา ประมุขเทียนมีบางอย่างแปลกไปจากศพตนอื่น"

     "เธอหมายความว่าไง?"

     "ข้าอยากให้ทำพิธีถามไถ่วิญญาณหลังล่าราตรีคืนนี้จบลง" ฉันฟังก่อนจะมองประมุขเทียนอีกครั้ง...โชคยังดีที่มีถึงปราบมารกับยันต์ไว้ 

     จะว่าไป...ศพเดินได้พวกนี้ก็เหมือนจะมีประมุขเทียนดึงดูดมาซะด้วยสิ

     "ตามประสงค์เลย..." ว่าแล้วพร้อมกับเสกยันต์ออกมาหนึ่งใบ แล้วพุ่งเข้าหาประมุขเทียนทันทีโดยไม่รอ

     พึ่บ!

    โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!

     เสียงคำรามลั่นทำให้ศพของประมุขเทียนแน่นิ่งไป ฉันจึงใช้จังหวะนี้ใช้ถุงปราบมารเก็บวิญญาณของศพที่มีแรงอาฆาตเต็มเปี่ยมตรงหน้ามาทันที

    ฟู่ววววววววว!! หมับ!

     "จับได้แล้วหรือ?" จิ่งอี๋ที่เพิ่งจัดการกับพวกศพเรียบร้อยวิ่งมาหา ฉันพยักหน้าก่อนจะเก็บถุงปราบมารไว้ในอกเสื้อขณะที่กำลังเงยหน้าขึ้นมารอยสีแดงสดที่เื้อนชุดสีขาวก็สะดุดตาเข้าพอดี

     "พี่จิ่งอี๋...เจ็บมากไหม?" ฉันถามด้วยความกังวลพลางมองแผลที่ต้นแขนเป็นรอยข่วนยาว เลือดแห้งกรังตรงปากแผล

     "ข้าชินแล้ว เจ้าปลอดภัยก็ดีแล้วนะ" ยิ่งเขาพูดเหมือนไม่สนใจแผลตัวเองแบบนี้ฉันยิ่งรู้สึกผิดมากเป็นเท่าตัว 

     "ข้าขอโทษ ที่ทำให้พี่ต้องเจ็บตัว" 

     "อย่าห่วงเลย อีกไม่นานก็หาย...เหตุใดเจ้าถึงใช้ถุงปราบมาร?" จิ่งอี๋ถามเปลี่ยนเรื่องก่อนจะมองไปยังศพของประมุขและฮูหยินเทียนที่อยู่บนพื้น

     "...ข้ารู้สึกว่าแรงอาฆาตในตัวของประมุขเทียน ดึงดูดศพตนอื่นมา"

     "ดึงดูด?" ฉันพยักหน้ายืนยันแล้วพูดต่อ

     "มีบางอย่างบอกข้า...ว่าการที่ประมุขเทียนและฮูหยินกลายเป็นศพ มันไม่ปกติ ก็เลย..." มือกำเสี่ยวเฟยไว้แน่นและลังเลที่จะพูดต่อ แต่เหมือนว่าเด็กหนุ่มตรงหน้านี้จะเดาได้เลยตอบขึ้นมาแทน
     
     "ทำพิธีถามไถ่วิญญาณ?"

     "อืม ต แต่ท่านหานกวงไม่อยู่ ข้ากลัวว่าถ้าหากให้พี่ซือจุยทำพิธีอาจจะรับมือไม่ไหวก็ได้นะ" ฉันแย้งออกมาเพราะ พวกเขายังเป็นเพียงแค่เซียนซือ ไม่เหมือนกับผู้อาวุโสที่มีพลังบำเพ็ญเพียรมากกว่า

     "เช่นนั้นก็รอกลับไป ให้ท่านอาจารย์หลานตรวจสอบก็แล้วกัน..."

     ตึกๆๆ!!

     "จิ่งอี๋ ฟูหยาง พวกเจ้าปลอดภัยใช่ไหม?!" ซือจุยและจินหลิงวิ่งออกมาจากพุ่มไม้ อีกทางหนึ่งเป็นพวกคุณชายโอวหยางที่วิ่งมา

     "แค่แผลแมวข่วนเท่านั้นแหละ...ตอนนี้เรารีบ---"

     แซ่กๆๆ!

     "คุณชาย พวกท่านปลอดภัยดีใช่หรือไม่!" ร่างบางระหงของเยว่ซิ่วเดินออกมาจากอีกทางหนึ่ง พร้อมกับเด็กสาวอีกสองสามคนจากตระกูลอื่น

     "แม่นางเทียน...พวกท่านมาได้อย่างไร?"

     "พวกเราตามพวกศพมา จนได้ยินเสียงกระบี่ฟาดฟัน แล้วก็แสงสีฟ้าเจ้าค่ะ" แม่นางลั่วตอบซือจุยก่อนที่จะเห็นว่าพวกเรามีบาดแผลเพียงเล็กน้อย

      หนักสุดก็ของจิ่งอี๋ที่เลือดได้ย้อมแขนเสื้อข้างหนึ่งเป็นสีแดงไปแล้ว

     "คุณชายหลาน ท่านบาดเจ็บ! ข้าทำแผลให้เจ้าค่ะ" แม่นางเฉียนปรี่ออกมาจากด้านหลังก่อนจะหยิบยาจากผ้าคาดเอวแล้วใส่ผ้าก่อนจะทำแผลให้กับจิ่งอี๋ 

     "ศพพวกนี้..."

     "แม่นางเทียน ข้าว่าท่านอย่าดูเลย...มันไม่น่ามอง" ซือจุยบังศพของฮูหยินเทียนไว้และบังไม่ให้เยว่ซิ่วไปดู

     "ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้ามาฝึกตนเป็นเซียนย่อมต้องรู้เห็นเพื่อสร้างประสบการณ์...หลีกทางให้ข้าด้วยเจ้าค่ะ" หล่อนว่าแล้วเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว

     "แม่นางเทียน อย่า!"

     ร่างบางลอดผ่านมาได้ก่อนจะมองศพตรงหน้า ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มกลับชะงักค้างเมื่อเห็นร่างของผู้คนที่คนคุ้นเคยในร่างที่ไร้หัว อีกทั้งมันยังตกอยู่ข้างๆด้วย

     "ท ท่านแม่...ไม่จริง" เจ้าหล่อนส่ายหน้าและทรุดลงนั่ง มือสั่นเทาเอื้อมมาลูบเนื้อผ้าชั้นดีที่มอมแมมและขาดรุ่งริ่ง หยาดน้ำตาเอ่อล้นก่อนที่จะเริ่มส่งเสียงร่ำไห้

     "ฮึก ใคร! มันผู้นั้นเป็นใคร ถึงได้บังอาจฆ่าท่านแม่ของข้า!!" หล่อนกรีดร้องโวยวายราวกับคนบ้า ใบหน้าหวานอาบน้ำตาก่อนจะตวัดตาสบมองฉันด้วยความคับแค้นใจ

      ฟึ่บ!

     "เจ้า! นังฆาตกร! ท่านแม่ของข้าเลี้ยงดูเจ้ามาดุจลูกในใส้! เหตุใดเจ้าถึงทำกับท่านแม่ของข้าได้!" เยว่ซิ่วชี้หน้าฉันแล้วตะโกนต่อว่า ฉันขมวดคิ้วด้วยความไม่สบอารมณ์

     "พี่เยว่ ฮูหยินเทียนนางถูกแรงอาฆาตกัดกินวิญญาณจนแทบไม่เหลือ นางตายนานแล้วและนี่ก็มิใช่ท่านแม่ของพี่อีกต่อไป"

     "โกหก! ฮึก ฮือออ นังฆาตกร เอาท่านแม่ของข้าคืนมา!" เยว่ซิ่วชักกระบี่แล้วหมายจะแทงฉันแต่ก็ถูกคุณชายโอวหยางรั้งเอาไว้ ส่วนซือจุยและจิ่งอี๋ก็รีบมากำบังฉัน

     "แม่นางเทียน โปรดระงับอารมณ์ด้วย"

     "ไม่! ฮึก ฮืออ ท่านแม่ของข้า...ข้าจะฟ้องพี่เหม่า ว่าเจ้ามันคนอกตัญญู! สังหารคนที่เลี้ยงดูเจ้ามา" เยว่ซิ่วชี้หน้าฉัน ดวงตาคู่งามแดงก่ำจ้องมองด้วยความเคียดแค้น


  







     พวกเรากลับมาที่สำนักตอนใกล้รุ่งสาง เยว่ซิ่วได้ไปฟ้องโย่วเหม่าทันที ส่วนฉันได้ถูกตราหน้าว่าเป็น'ฆาตกร' ที่ฆ่าพ่อแม่บุญธรรมอย่างเลือดเย็น แต่ฉันก็ไม่ใส่ใจก่อนจะนำถุงปราบมารที่มีเศษวิญญาณของประมุขเทียนให้กับผู้อาวุโสเพื่อทำพิธีถามไถ่ ในชั่วโมงเรียนฉันก็ได้ยินคำซุบซิบนินทาอย่างไม่ขาดสาย เหล่าเซียนที่เป็นเด็กสาวก็เริ่มตีตัวออกห่าง มีเพียงแต่คนสกุลหลาน ซือจุย จิ่งอี๋ และจินหลิงเท่านั้นที่เข้าใจและช่วยปลอบมาตลอด



     จนกระทั่งสามวันต่อมา 


     ตึก!


     "นังฆาตกร โผล่หัวออกมา!!" เสียงตะโกนลั่นของเทียนโย่วเหม่าดังขึ้นที่หน้าสำนักจนพวกเราที่กำลังเรียนอยู่ถึงกับตกใจ และเริ่มส่งเสียงพูดคุย

     ฉันกำพู่กันในมือไว้แน่นก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปสบตากับหลานฉีเหริน เขาหันมามองฉันแล้วส่ายหน้าเป็นเชิงว่า 'อย่าออกไป' ฉันพยักหน้ารับคำ ก่อนที่อีกฝ่ายจะลุกขึ้นแล้วเดินออกไปข้างนอก พวกเซียนฝึกหัดต่างหันมามองฉันแล้วซุบซิบกันสนุกปาก

     "ฟูหยาง..."

     "ข้าไม่เป็นไร พี่ซือจุย จินหลิง...ข้ารู้ตัวเองดีว่าข้ากำลังทำอะไร" ฉันยิ้มให้กับทั้งสองที่เดินมาหา แต่ในตอนนั้นเสียงฝึเท้าหนักย่ำลงบนพื้นไม้ก่อนที่ร่างกำยำของชายคนหนึ่งจะปรากฏตัว พร้อมกับกระบี่ที่ชักออกมาจากฝัก

     "นังเลี้ยงไม่เชื่อง โผล่หัวออกมา!!" เสียงตะโกนลั่นจนหูแทบแตก ฉันต้องยกมือปิดหูตัวเองเพื่อป้องกันหูที่จะหนวกก่อนวัยอันควร แล้วหันไปมองยังหน้าประตู

     "พี่เหม่า! ฮึก ฮือออออ" เยว่ซิ่วปรี่เข้ากอดชายหนุ่มแล้วปล่อยโฮก่อนจะตวัดสายตาแล้วชี้นิ้วมาทางฉันที่มีซือจุย จินหลิง และจิ่งอี๋ยืนกำบังอยู่

     "มันอยู่นั่น พี่เหม่า! ฮึก นังฆาตกรมันอยู่นั่น!" ดวงตาคมกริบตวัดตามอง มือกำกระบี่ไว้แน่นแล้วยกชี้ปลายกระบี่มาทางฉัน

     "กล้าดีอย่างไร...พ่อแม่ข้าให้ข้าวให้น้ำเจ้ามา เจ้ากล้าดีอย่างไร!"

     "คุณชาย ไม่สิ ประมุขเทียน...ระงับโทสะก่อน ที่อวิ๋นเซิ่นปู้จือฉู่มีกฏห้ามส่งเสียงดัง" หลานซีเฉินเข้ามาห้ามปรามชายหนุ่มตรงหน้า โย่วเหม่าตวัดตามองอีกฝ่ายด้วยความไม่สบอารมณ์

     "อย่ามาขวางข้า! อย่างไรข้าต้องกำจัดนางฆาตกรนี่! ประมุขหลาน...ท่านกำลังช่วยคนผิด"
     
     "ฟูหยางเพียงทำตามหน้าที่ของนาง"

     "เหอะ กล้าสังหารผู้มีพระคุณ อย่างนางน่ะหรือทำตามหน้าที่? ตระกูลหลานนี่หูตามืดบอดนัก" คำพูดดูถูกของชายหนุ่มทำให้ศฺษย์สกุลหลานขมวดคิ้วกัดฟันด้วยความไม่พอใจ

     "..." ซีเฉินเงียบไม่พูดอะไร แต่ว่าริมฝีปากที่ไม่ยกยิ้มนั้นก็มากพอที่จะบอกได้ว่าเขาก็ไม่พอใจกับคำพูดของคนตรงหน้า

     "วันข้างหน้า หากสกุลหลานจะต้องพินาศย่อยยับ ก็คงเป็นเพราะความใจบุญ มีเมตตาของพวกท่านเองนั่---"

     "เทียนโย่วเหม่า ท่านกำลังดูหมิ่นตระกูลหลาน โปรดระวังคำพูดของท่านด้วย!" ฉันแย้งขึ้นมาอย่างทนไม่ไหวก่อนจะเดินออกมาจากด้านหลังของพวกเด็กหนุ่มแล้วประจันหน้ากันตรงๆ

     "โผล่หางออกมาแล้วเหรอ นังคนต่ำช้า!"

     "ท่านจะกล่าวต่อว่าข้าอย่างไรก็ได้ ข้าไม่ถือ แต่อย่าลามปามมาถึงตระกูลหลานเป็นอันขาด...ข้าขอเตือนท่าน" ฉันเอ่ยเสียงเรียบกำมือแน่นโดยมีแขนเสื้อคลุมปิดไว้จนมิด

     "เตือนรึ หึ! คนอย่างเจ้ามีสิทธ์อะไรมาขู่ข้า"

     "ตระกูลหลานเป็น 1 ใน 4 ตระกูลใหญ่...พวกท่านเป็นเพียงตระกูลเล็กๆ ที่หาเทียบได้ไม่ อย่าริอาจเทียบตนว่าอยู่เสมอ และดูถูกตระกูลหลาน เพราะคำพูดของท่านอาจะเป็นชนวนที่ทำให้ตระกูลเทียนต้องหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ตระกูลเซียนก็ได้" คำพูดของฉันทำให้เทียนโย่เหม่าถึงกับเลือดขึ้นหน้ากำกระบี่ไว้แน่น

     "เจ้า!"

     "คนต่ำต้อยอย่างข้า เตือนท่านด้วยความหวังดี ท่านจะกล่าวหาว่าข้าเป็นฆาตกร เลี้ยงไม่เชื่อง หรืออะไรก็แล้วแต่ ข้ายังพอทน"

     "..."

     "หากท่านจะแค้น ขอให้ท่านแค้นข้าเพียงคนเดียว มิใช่กล่าวหาสกุลหลานทั้งตระกูลว่าปกป้องคนผิด!...หากท่านกล้าที่จะพูดจาว่าร้ายอีกล่ะก็..." ฉันเดินเข้ามาประจันหน้าพวกเขาห่างหนึ่งเมตรก่อนจะกำกระบี่เตรียมที่จะชักออกมาได้ทุกเมื่อ

     "..."

     "ข้าจะถือว่าตระกูลเทียน 'เป็นศัตรู'!!" 

     "เฟยหง!!" โย่วเหม่ากัดฟันเงื้อมกระบี่เล่มใหญ่ขึ้นสูง หลานซีเฉินรีบปรี่เข้ามากำบังฉันไว้แล้วเตรียมชักกระบี่ แต่ในตอนนั้นเยว่ซิ่วรีบห้ามพี่ชายของตนไว้ก่อน

     "อย่า พี่เหม่า!" มือเรียวรั้งแขนของพี่ชายเอาไว้ ก่อนที่ตนจะเช็ดหน้าที่เลอะคราบน้ำตาแล้วก้มหัวขอโทษหลานซีเฉินตรงหน้า "ขออภัยเจ๋ออู๋จวิน ที่พี่ชายของข้าแสดงกิริยาไม่เหมาะสม...แต่ข้าขอพูดอีกครั้งว่าท่านกำลังปกป้องฆาตกรที่สังหารบิดามารดาของพวกข้า!"

     "เรื่องนี้เหล่าผู้อาวุโส กำลังตรวจสอบ...ว่าเหตุใดที่ทำให้ประมุขและฮูหยินเทียนที่หายสาบสูญไปนานนับเดือนกลายเป็นศพเช่นนี้ ตอนนี้ขอให้ทั้งสองระงับอารมณ์เถิด"

     "..."

     "และข้าขอยืนยัน ว่าสิ่งที่ฟูหยางทำไป คือการกำจัดปีศาจ หาได้ใช่พ่อแม่ของพวกท่านไม่...โปรดปล่อยนางไปเสีย" โย่วเหม่าหัวเราะอย่างสมเพชก่อนจะส่ายหน้าเอือมระอา

     "เหอะ ก็ได้ แต่ข้ามีข้อแม้..."

     "เชิญประมุขเทียนว่ามาเถิด"

     "ให้นางประลองกับข้า หากนางชนะ...ข้าจะยอมปล่อยผ่านเรื่องนี้ไป แต่ถ้าไม่ก็คงต้องขอให้สกุลหลานส่วตัวนางกลับมายังตระกูลเทียนเสียโดยดี" คำขอของชายตรงหน้าทำให้เหล่าเซียนถึงตาเบิกโพล่งด้วยความร้อนรน

     "ประมุขเทียน เกรงว่าข้าคงให้ท่านทำเช่นนั้นมิได้" ซือจุยและ จิ่งอี๋เดินเข้ามาเพื่อแย้งอีกฝ่าย โย่วเหม่าปรายมองทั้งสองด้วยหางตา

     "ฟูหยาง นางยังเด็ก...อีกอย่างท่านก็รู้ ว่าในศิษย์รุ่นเดียวกันกับท่าน ไม่มีใครที่มีฝีทือกระบี่ดีเท่ากับท่าน ที่เป็นศิษย์คนโปรดของประมุขเนี่ยรุ่นก่อนได้เลย" หา หมอนี่เป็นศิษย์คนโปรดของเนี่ยหมิงเจวี้ย! 

     นี่ฉันไม่ได้กำลังหาเหาใส่หัวใช่มั้ย?

     "หึ ข้าได้ยินมาว่านางตอนทดสอบล่าราตรี นางทำได้คะแนนสูงสุด ข้าก็อยากจะรู้ว่านางมีฝีมือมากเพียงใด"

     "...."

     "หรือว่า ที่เขาลือกันนั้นเป็นเพียงคำโอ้อวด---"

     "หากท่านประสงค์ ข้าก็คงขัดอะไรท่านมิได้" ฉันโพล่งขึ้นหลังจากที่เงียบไปนาน โย่วเหม่าหันมามองฉันแล้วยกยิ้มราวกับผู้ชนะก่อนจะเดินมาแล้วแตะที่ด้ามกระบี่ก่อนจะตบเบาๆ

     ตุบๆ!
     
     "ว่านอนสอนง่ายจริงๆ...อาจจะกระทันหันไปเสียหน่อย แต่การประลองขอเป็นวันพรุ่งนี้เที่ยงตรง" เร็วไปมั้ยเนี่ย! แบบนี้ก็ไม่มีเวลาจะซ้อมเลยน่ะสิ

     "...แล้วแต่ท่านเถิดเจ้าค่ะ" แต่ฉันก็ไม่อยากขัด เพราะสิ่งที่ต้องทำในตอนนี้คือ ให้เจ้าหมอนี่ออกไปจากห้องโถงนี้โดยเร็วที่สุด

     "ดี! เตรียมตัวไว้เสียล่ะ...อาเฟย" เสียงกระซิบสุดท้ายก่อนที่จะเดินออกไปโดยที่เยว่ซิ่วรีบวิ่งตาม บรรยากาศที่ตึงเครียดเริ่มจางหายก่อนจะหันมามองฉันเหมือนฉันเป็นตัวอันตราย

      คาบเรียนนั้นถูกยกเลิกแล้วทุกคนต่างพากันแยกย้ายออกไป จนเหลือแค่เพียงคนของตระกูลหลานแล้วก็ฉันเท่านั้น

     "ฟูหยาง เจ้าพูดอะไรออกมารู้ตัวหรือไม่!" หลานซีเฉินหันขวับมาถามฉันด้วยน้ำเสียงจริงจัง

     "ฟูหยางรู้ตัวเจ้าค่ะ แต่ฟูหยางทนไม่ได้ หากเขายังเหยียบย่ำดูถูกพวกท่านไม่ได้..."

     "เจ้าสู้ประมุขเทียนไม่ไหวหรอก เทียนโย่วเหม่าเป็นศิษย์ที่ประมุขเนี่ยหมิงเจวี้ยยอมรับเลยนะ ฝีมือของเขาร้ายกาจและทรงพลังมาก ข้า--"

     "แต่ถ้าหากข้าไม่พูดออกไป เขาก็คงไม่มีทางรามือจากข้าแน่...พี่จิ่งอี๋ ถือว่าข้าขอเถอะ" จิ่งอี๋ชะงักเมื่อได้ยินคำขอร้องของฉัน แต่ทุกคนก็ล้วนเงียบและยอมทำขอที่ฉันพูดไป

     









     วันต่อมา


     ณ ลานประลองยุทธ


     ฉันนั่งในห้องเก็บตัวเพื่อสำรวจและอบอุ่นร่างกายก่อนจะลงสังเวียน แอบรู้สึกประหม่าหน่อยๆเพราะไม่เคยลงสู้อะไรแบบนี้ นี่ถือว่าเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้มั้งเนี่ย

     "...เฟยหง เธอพร้อมมั้ย?" ฉันหยิบกระบี่มาแล้วเอ่ยถาม แต่ว่าสิ่งที่ตอบกลับมาคือความเงียบเชียบ

     "..."

      ตั้งแต่เมื่อวานแล้วที่ฉันพูดคุยอะไรออกไป แต่อีกฝ่ายก็ไม่ตอบกลับมา...ฉันว่าเธอคงยังทำใจยอมรับไม่ได้เลยปล่อยให้เธออยู่เงียบๆไป เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วฉันจึงเดินออกจาห้องพร้อมกับกระบี่เพื่อไปยังลานประลอง



     เฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ!! 


     เสียงกู่ก้องจากที่นั่งผู้ชนทำให้ฉันตกใจ แล้วรีบยกมืออุดหูไว้เพราะกลัวหูแตก ที่นั่งทางฝั่งตะวันออกได้มีประมุขทั้งสี่ตระกูลนั่งอยู่ จนฉันรู้สึกแปลกใจ

     "ทำไมพวกเขาถึงมา?"

     "ข้าเชิญมาเอง...เจ้าคงพร้อมแล้วล่ะสิ" เทียนโย่วเหม่าตอบก่อนจะย่างสามขุมมายืนประจันหน้ากับฉัน ในมือของเขามีกระบี่ขนาดใหญ่ที่เหมือนกับดาบอยู่

     "เหตุใดท่านถึงเชิญมา?"

     "เพื่อเป็นสักขีพยานอย่างไรเล่า...พร้อมรับความพ่ายแพ้หรือยัง อาเฟยน้อยๆของพี่" ชายหนุ่มแสยะยิ้มพร้อมกับตั้งท่า ฉันเองก็เช่นกันโดยตอนนี้เหลือเพียงแค่สัญญาณเท่านั้น

     "เริ่มการประลองได้!!"

     ฉ่างงงงงงงงงงงงงงงง!!

  
     สิ้นเสียงฆ้องขนาดยักษ์ ชายหนุ่มพุ่งเข้ามาแล้วตั้งท่าแทงกระบี่ ฉันรีบกระโดถอยออกห่างแล้วหลบอย่างหวุดหวิด เมื่อเขาพุ่งไปได้ไกลประมาณหนึ่งมือก็เอื้อมมาจับด้านกระบี่เตรียมที่จะชักออกมา

     กึก!

     "เอ๊ะ!?" ฉันร้องเสียงหลงเมื่อกระบี่ของฉัน 

     มันชักไม่ออกอีกแล้ว!!

     "อะไรเนี่ย!" ได้แต่ตะโกนโวยวายแล้วพยายามชักกระบี่สุดแรง แต่ก็ดึงไม่ออก ในขณะที่มัวแต่สนใจกระบี่อยู่นั้นก็ไม่อาจจะรู้ถึงเงาที่เริ่มทาบทับตัวฉันจนมิด ถ้าไม่ได้เสียงของจินหลิงเรียก

     "ฟูหยาง ข้างหน้าเจ้า!!" ฉันรู้สึกตัวก่อนจะหันขวับ ร่างกำยำหนาเงื้อมดาบสุดแขนหมายจะฟันลงมา ฉันรีบยกกระบี่ทั้งด้ามตั้งรับเอาไว้ อีกฝ่ายแสยะยิ้มก่อนจะตวัดลงมาสุดแรงแขน

     แกร๊งงงงง! 

     "อึ่ก!" ฉันกัดฟันนิ่วหน้าเมื่อน้ำหนักที่ลงมามันมากเกินไปจนขาข้างหนึ่งของฉันเสียการทรงตัว อีกฝ่านสบโอกาสถอยมาตั้งหลักแล้วพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วจนฉันตั้งรับไม่ทัน

     เก๊ง ฟิ้ววววว 

     "เหวอ!" แรงดาบที่ตวัดมาทำให้ร่างของฉันถูกอัดปลิวตามแรงพร้อมกับกระบี่ที่ตั้งรับไว้ตอนแรก ฉันร้องเสียงหลงแล้วกลิ้งไปไกลหลายสิบตลบก่อนจะชนเข้ากับแผ่นไม้ที่ไว้ฝึกซ้อมธนูจนมันพัง

     ขลุกๆๆ โครมมมม!!


     ความรู้สึกเจ็บแล่นริ้วไปทั่วทั้งสันหลัง จนตัวชาไปหมดก่อนจะพยายามกัดฟันแล้วผุดลุกขึ้นนั่งชันเข่าโดยใช้ดาบพยุงตัวเองไว้ ของเหลวบางอย่างไหลออกมาจากขมับจนต้องปาดออก พบว่ามันคือ เลือด และบางอย่างที่ตีตื้นขึ้นมาจนต้องสำลัก

  

     "อุ่ก! แค่กๆๆ!" ฉันไอออกมาจนสำลักเลือด รู้สึกเหมือนกับเครื่องถูกอัดกระแทกอย่างแรงแล้วบิดไปมาอย่างบ้าคลั่ง...ฉันมองเลือดในมือของตัวเองแล้วเงยสบมอง เทียนโย่วเหม่าที่ดูจะสนุกเสียเหลือเกิน

      "หึๆ ข้าจะเอาเลือดของเจ้า...มาล้างเท้าให้กับพ่อแม่ของข้า" คำพูดเสียงเบาของเทียนโย่วเหม่าทำให้ฉันเข้าใจทุกอย่างได้กระจ่าง





    ว่านี่มันไม่ใช่ประลองยุทธ...






ไอ้หมอนี่...มันเล่นถึงตาย!









เห่อๆ  ไม่มีไรมาก

เม้น-กัน-หน่อย!!


ความสุขของเตี้ย = การเห็นรีดเดอร์อินกับฟิค และเม้นมาให้อ่าน








ขอแค่นี้จริงๆ กราบล่ะค่ะ



รูปภาพที่เกี่ยวข้อง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 210 ครั้ง

782 ความคิดเห็น

  1. #402 juiilann (@juiilann) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 16:08
    ผี$%##@$%%^^&&^ เป็น%%#$%^&%^อะไร ขอให้ตกนรกหมกไหม้ ไม่ต้องผุดต้องเกิดแล้ว แม่ง ลากคนอื่นมาวุ่นวายไม่พอ ตามมาสิงกระบี่เขา ตอนร่างพ่อแม่บุญธรรมนี่ยังพอทำใจนะ แต่อิสองพี่หมาไม่แดกนี่จะไม่สู้เพื่อ ต้องด่าสามวันสามคืนไม่พักอะผีแบบนี้
    #402
    0
  2. #343 LWLookwai (@LWLookwai) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 19:34
    คือเเบบ รู้สึกขัดใจเสี่ยวเฟย ใจสู้หน่อยสิลูก! เดี๋ยวเสี่ยวฟูตายกันพอดี! แงงง สู้ๆนะลูก
    #343
    0
  3. #285 som980 (@som980) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 19:10
    เราว่าทิ้งๆไปเถอะกระบี่เล่มนั้นนะ
    #285
    0
  4. #276 Aon2560 (@Aon2560) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 23:51

    อยากอ่านตอนต่อไปอ่าา มันค้าง
    #276
    0
  5. #273 lisablinks (@lisablinks) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 21:22
    แปลก? ทำไมกระบี่ชักไม่ออก?
    #273
    0
  6. #269 cartoonjr (@cartoonjr) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 20:02
    สู้! น้องต้องสู้!!!!!
    #269
    0
  7. #268 -NatJeeRa- (@-NatJeeRa-) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 18:30
    อย่านับมันเป็นพี่เลยน่าฟูหยาง ~

    เรียกพวกมันว่าพี่ก็คงกระดากปากแปลกๆ~ อิสกุลเทียนไม่รูจักที่ต่ำที่สูง ต้องให้ฮูหยินเจียง(แม่อาเฉิง)มาด่าใช่มะ ข้าสูง เจ้าต่ำ! อะ รู้จักมะ? //อินจัดดด //จะรอนะคะ! //สู้วๆค่า~ เป็นกำลังใจห้าย~
    #268
    1
    • #268-1 Phakchira1945 (@pakjira1945) (จากตอนที่ 15)
      1 กันยายน 2562 / 22:42
      เฟยหงเป็นอะไรอี๊กกกกกก รีบออกมาซักที ฉันอยากเห็นน้องฟันหน้า-บ้านี่เต็มทีแล้ว!!!
      #268-1
  8. #266 NamikoMeiko_AaM (@NamikoMeko_lm) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 16:18
    พี่ชาย พี่สาว เ-ี้ยๆอย่างนี้ฆ่าให้ตายนะคะน้อง ไม่งั้นพี่ไม่ยอม!!!
    #266
    0
  9. #265 BBBB2234 (@BBBB2234) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 16:11
    ทำตัวไม่มีหัวคิดเลยอ่ะพี่น้องตระกูลเทียนเข้ามากร่างเหมือนหมาบ้าระดับพลังก็ต่างเหมือนตั้งใจทำร้ายมากกว่าประลองอ่ะ
    น้องหยางซัดมันให้ยับให้อับอายขายขี้หน้ากลางลานประลองเลย เกลียดนักกกกกก
    #265
    0
  10. #264 RAY MII (@Nareesophit) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 12:28

    แงง สู้ๆนะฟูหยางง T^T ต้องมีอย่างอื่นที่น้องทำได้แน่ๆ
    #264
    0
  11. #263 Phatusanime (@phatcharaluk) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 11:50
    อย่าเพิ่งด่าเฟยหงงงงงงงงง
    #263
    0
  12. #262 chyanin (@chyanin) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 11:50
    นังกระบี่ จำไว้เลย
    #262
    0
  13. #261 puyfay_xoxo (@puyfay-7669love-) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 10:18
    เขวี้ยงกระบี่ทิ้งไปเลยได้มั้ยจะใช้แล้วใช้ไม่ได้เนี่ย
    #261
    0
  14. #259 CHECK224 (@Pear224) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 08:16
    แอบหงุดหงิดหับกระบี่ที่ชักไม่ออกนะเนี่ย หมั่นไส้อีสองพี่น้องนั่นมากกกกทำให้ขายขี้หน้าหรือไม่มีที่ยืนได้ยิ่งดี
    #259
    0
  15. #258 554910140 (@554910140) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 07:55
    ตอนหน้าหมัด เข่า ศอกมาทั้งค่ายเลยนะ5555
    #258
    0
  16. #257 Dark_Sheen (@freezingcold) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 02:17

    เฟยหงนางโดนผนึกรึป่าว จึงได้ชักกระบี่ไม่ออก ลำไยสองพี่น้องตระกูลเทียนนี้มากแอะอ่ะก็จะกำจัดเฟยหงให้ได้ เกลียดอะไรนางฟะ //ขออภัยอินไปหน่อย :) ในเมื่อชักกระบี่ไม่ออกแล้ววิชาแม่ไม้มวยไทยต้องถึงคราวออกโรงแล้วล่ะค่ะ5555 อย่างน้อยก็อัดให้หน้าแหกไปเลยยยย
    #257
    1
    • #257-1 Dark_Sheen (@freezingcold) (จากตอนที่ 15)
      1 กันยายน 2562 / 02:19
      ขอตอนต่อไปเลยได้ม้ายยยย
      #257-1
  17. #256 Ning Nong (@ningnong321) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 01:46
    ชักกระบี่ไม่ออกอีกล่ะ เฟยหงเป็นไรมากป้ะเนี่ย

    เปลี่ยนกระบี่ดงเหอะถ้าเฟยหงทำตัวน่ารำคาญแบบนี้ กระบี่นี่ชักไม่ออกเป็นเรื่องถึงตายเลยนะ
    #256
    0
  18. #255 ooodg (@chandapa) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 01:30

    ค้างมากเลย
    #255
    0
  19. #254 gcudjehsijdh (@gcudjehsijdh) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 00:48

    โอ๊ยค้างงงงงรออยู่จ้าสู้ๆ
    #254
    0
  20. #253 25422557 (@25422557) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 00:45
    ค้างงง
    #253
    0
  21. #252 Kanthima_28 (@Kanthima_28) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 00:41
    อยากให้สองพี่น้องนี่ เจอพ่อแม่ตอนเป็นผีดิบ อยากรู้ว่าจะฆ่าผีดิบหรือจะให้ผีดิบฆ่าพวกนางทั้งสอง หึ! คิดอยากจะกำจัดเฟยหงมากกว่าถึงได้มาอ้างพูดแบบนี้! / ขออภัยที่ของขึ้น _ _ ขอบคุณที่อัพค่ะ สู้ๆ ค่ะไรท์
    #252
    0
  22. #251 Miwakana (@Miwakana) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 00:38

    อยากอ่านต่อแล้วอ่าาาา
    #251
    0
  23. #250 Misaki016 (@Misaki016) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 00:31

    ค้างงงงงงงงงงง
    #250
    0
  24. #249 Reconcile -. (@SunFox) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 00:30
    โอ้ยยย กระบี่ชักไม่ออกอีกแล้ววง่าาา. ไปหาจิตแพทย์มั้ยนังเย่ว! ห้ะะ!! ไปป้ะ!!! อิพี่แมลงเม่านั่นก็เหมือนกัน ไปด้วยกันเลยไป!! ไป!! เช่ว!!! ไปไกลๆจากหยางหยาง ออกปั๊ยยย!!!
    #249
    1
    • #249-1 Phatusanime (@phatcharaluk) (จากตอนที่ 15)
      1 กันยายน 2562 / 00:39
      ขอโทษนะคะ แต่ทำไมเตี้ยขำอ่ะ55555
      #249-1