[ปรมาจารย์ลัทธิมาร] พันธวิญญาณข้ามภพ (OC)

ตอนที่ 14 : ตอนที่ 13 ขอต้อนรับเหล่าผู้ฝึกตน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,597
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 222 ครั้ง
    31 ส.ค. 62

     



      หลังจากที่เรากลับมากูซู ฉันได้รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าทันทีเพราะกลัวจะเป็นหวัด อีกสาเหตุหนึ่งคือ ซือจุยเป็นคนเร่งฉันจนแทบจะจี้หลังเลยก็ว่าได้ เมื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วพวกเราก็เข้าพบหลานฉีเหรินเพื่อจัดแจงหน้าที่จัดเตรียมสถานที่ให้เหล่าผู้ฝึกตนจากสำนักเซียนอื่นๆที่กำลังจะเดินทางมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้


     โชคยังดีที่ฉันเรียนรู้ได้เร็วเลยสามารถตามทันพวกซือจุย และจิ่งอี๋ได้แล้ว ตอนนี้พวกเราเลยไม่ต้องได้เรียนงกๆตลอดเวลาเหมือนกับตอนที่เข้ามาเรียนใหม่ๆแล้ว และตอนนี้เราก็ต้องต้อนรับแขกที่เริ่มมาถึงบ้างแล้ว

     "ข้าน้อยถงอี้ไห่ ขอคารวะท่านอาจารย์...ขอมอบกำยานหอมให้กับท่าน" เด็กหนุ่มตรงหน้าประสานมือโค้งคำนับตามพิธีพร้อมกับผู้ติดตาม ก่อนที่กล่องขนาดเล็กจะเปิดออก เห็นโถกำยานสลักลายจากหินศิลา

     ฉันเดินไปรับก่อนจะนำกลับมาเก็บไว้ จนกระทั่งจบวันนี้แต่ว่าก็ยังไร้วี่แววของจินหลิงว่าจะมา แต่ดูเหมือนว่าคนที่ดูอยู่ไม่เป้นสุขมากกว่าฉันก็คงเป็น...

     "พี่ซือจุย เดินไปเดินมาจนข้าเวียนหัวแล้วนะ" ฉันเท้าคางมองซือจุยที่เดินไปเดินมาหน้าประตูทางเข้าที่ตีนเขา ซือจุยชะงักอย่างเสียอาการก่อนจะหันมาพูดกับกันฉัน 

     "เจ้าดูออกหรือ?"

     "สายตาพี่มันฟ้องข้าหมดเลย จินหลิงอาจมาในวันสุดท้ายก็ได้...เขาอาจมาในนามของตระกูลเจียงด้วย" ว่าแล้วก็ลุกขึ้นควงกระบี่ไปมาแก้เบื่อ

     "ข้าเห็นด้วยกับฟูหยาง ซือจุย ตอนนี้ใกล้ได้เวลาอาหารเย็นแล้วนะ" ซือจุยพยายามจะแย้งแต่ก็ต้องยอมถอยและกลับไปสำนักพร้อมกับพวกเราในที่สุด






     ในตลอดสามวันนี้ซือจุยก็ยังคงมองหาขนมเข่งน้อยตลอด แม้ว่าวันที่สองฉันจะไม่ได้อยู่ต้อนรับก็ตามเพราะทำหน้าที่อื่น แต่ว่าจิ่งอี๋ก็ยังคงมาบอกให้ฉันไปเกลี้ยกล่อมเขาว่าให้ล้มเลิกทุกวัน จนกระทั่งวันที่สี่ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่ทุกตระกูลจะมากันครบ

     "เชิญตระกูลเจียงแห่งอวิ๋นเมิ่ง!" ในที่สุดคนที่รอคอยก็ปรากฏ จินหลิงเดินมาข้างหน้าอย่างองอาจและเคารพหลานฉีเหรินอย่างนอบน้อมก่อนจะเงยหน้าขึ้น

     "ข้าจินหรูหลัน มาในนามของตระกูลเจียง...ขอมอบชาดอกบัวตูมให้กับท่านอาจารย์" จินหลิงกล่าวก่อนที่จะนำกล่องใบหนึ่งมาให้กับพวกเรา ซือจุยเป้นคนเดินไปรับก่อนจะสบตากับเด็กหนุ่มเพียงเสี้ยววินาที

     ความปิติยินดีที่ฉายชัดนั้นทำให้ฉันอดขำไม่ได้ เดี๋ยวนะ แต่ถ้าจินหลิงมาในนามของตระกูลเจียงแล้วตระกูลจินล่ะ?

     "มิใช่ว่า จินหลิงมาในนามของตระกูลจินหรอกเหรอ?" จิ่งอี๋กระซิบถามฉัน ฉันเองก็ส่ายหน้าเพราะไม่รู้เหมือนกันได้แต่รอประกาศเท่านั้น

     "เชิญตระกูลจินแห่งหลันหลิง!"

  
     พวกเราหันขวับไปยังทางโถงเมื่อมีคนกลุ่มหนึ่งเดินมายังกลางโถง ทันทีที่เห็นใบหน้าของอีกฝ่าย ดวงตาฉันเบิกโพล่งรู้สึกตัวชาไปหมดจนทำอะไรไม่ถูก

     "ข้าน้อยเทียนเยว่ซิ่ว มาในนามของตระกูลจิน...ขอมอบผ้าแพรทอด้วยเงินนี้ให้กับท่านอาจารย์เจ้าค่ะ" หญิงสาวตรงหน้าว่าก่อนจะปรายตาสบมองฉันเข้าเต็มๆแล้วยกยิ้มเยาะ


     ทำไมหล่อนถึงมาอยู่ที่นี่ได้!


     "อืม ขอให้ตลอดสามเดือนนี้พวกเจ้าจงเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้มากที่สุด พวกเจ้าคงเหนื่อยกับการเดินทางมามากหลังจากนี้ขอให้พวกเจ้าพักผ่อนกันตามสบาย" หลานฉีเหรินลุกขึ้นก่อนจะเดินจากไป พวกศิษย์ต่างคำนับกันพร้อมเพรียงแล้วแยกย้ายกัน

     และในระหว่างที่พวกเรากำลังจะกลับนั้นก็มีใครคนหนึ่งเข้ามาขวางเอาไว้

     เทียนเยว่ซิ่ว...

     "ไม่คิดจะทักทายพี่หน่อยหรือ อาเฟย?..." เสียงหวานเอ่ยถามอย่างนุ่มนวลแต่ว่าสายตาของเจ้าหล่อนนั้นช่างย้อนแย้งกับคำพูดเสียจริงๆ ฉันก็ได้แต่ค้อมคำนับตามมารยาท

     "มิได้พบกันเสียนาน คาดไม่ถึงเลยว่าท่านจะมา..."

     "คงเพราะชะตาฟ้าลิขิตเป็นแน่แท้" เหอะ ชะตาฟ้าลงโทษฉันล่ะสิไม่ว่า 

     "ขอต้อนรับสู่สำนักอวิ๋นเซิ่นปู้จื่อฉู่เจ้าค่ะ"

     "ขอบใจ อันที่จริงเพราะว่าคุณชายจินนั้นได้มาในนามของตระกูลเจียง ตัวข้าที่เป็นศิษย์และว่าที่ฟูเหรินของคนตระกูลเจียงในอนาคตย่อมต้องมาแทน" คิ้วขมวดมุ่นเมื่อได้ยินคำตอบนั้น แต่นางก็หัวเราะแล้วเดินจากไป

    ว่าที่ฟูเหริน?...หมายความว่ายังไงกัน 

     "ฟูหยาง! เจ้ามาอยู่นี่เองหรือ?"

     "คุณชายจิน กรุณาเบาเสียงลงหน่อยเถอะ" เด็กหนุ่มสามคนเดินมาหาฉันโดยที่ซือจุยเข้ามาห้ามปรามจินหลิงที่เขาใช้เสียงดังเกินไป จินหลิงพ่นลมหายใจแต่ก็ยอมเบาเสียงลง

     "จินหลิง ที่นางพูด...หมายความว่าอย่างไร?"

     "เทียนโย่วเหม่า ตอนนี้เป็นประมุขของตระกุลเทียน เขาได้ส่งเทียนเยว่ซิ่วมาที่จินหลินไถเพื่อดูตัว...และนางเป็นคนอาสาที่จะมาเรียนที่กูซูแทนข้า" ให้มันได้อย่างนี้สิ! 

     "กัดไม่ปล่อยจริงๆ" ฉันขบฟัดพูดพึมพำด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะผ่อนลมหายใจแล้วระงับอารมณ์

     "ฟูหยาง ถึงอย่างไรหากนางทำอะไรเจ้าก็บอกพวกข้า...คนที่แม่นางเทียนจะแต่งงานเป็นหนึ่งในตระกูลจินก็จริงอยู่ แต่ว่าข้าสนิทกับท่านอา มีอำนาจมากพอที่จะจัดการนางได้"

     "ใช่ๆ อีกอย่างอย่าไปไหนกับนางตามลำพังเป็นอันขาดล่ะ" ฉันเงยมองทั้งจิ่งอี๋ และจินหลิงที่แย่งกันพูด ส่วนซือจุยเองก็มองฉันเหมือนกับกังวลไม่ต่างกัน ฉันยิ้มบางแล้วพยักหน้า

     "ขอบคุณที่เป็นห่วงข้านะ แต่ข้าไม่เป็นไรหรอก...จริงสิ พรุ่งนี้ก็เริ่มล่าราตรีแล้ว พวกเราอยู่ด้วยกันสี่คนนะ ได้ใช่ไหมจินหลิง"

     "ก็ถ้าเจ้าว่าอย่างนั้นข้าก็ไม่ขัดข้อง" จินหลิงเสมองไปทางอื่นแล้วกอดอกตามแบบประจำตัวจนฉันอดขำไม่ได้ ก่อนที่พวกเราจะไปเที่ยวรอบๆสำนักกัน








 






      วันแรกของเหล่าผู้ฝึกตนกับการร่ำเรียนมารยาทและการอบรมเรื่องจริยธรรมเหมือนกับตอนที่ฉันมาเรียนแรกๆ โดยที่ฉันนั่งด้านหลังสุดก็แอบเห็นจินหลิงนั่งสัปหงกสีหน้างัวเงียข้างๆ ฉันจึงหยิบพู่กันไปสะกิดเขาเพื่อให้เขาตื่น เขาเลิ่กลั่กก่อนจะนั่งตัวตรง ฉันก็ได้แต่ยิ้มขำแล้วนั่งฟังหลานฉีเหรินอธิบายต่อไป


      จนกระทั่งหมดเวลาเรียน ทุกคนต่างแยะย้ายกันไปฝึกซ้อมยิงธนู วิทยายุทธ หรือแม้กระทั่งการบำเพ็ญเพียร ก็เช่นกัน

     "จะกลับไปหอนอนก็ไม่อะไรทำซะด้วยสิ...กว่าจะถึงช่วงล่าราตรีก็อีกนาน" ฉันนั่งเท้าคางบนรากไม้ขนาดใหญ่มองฝูงกระต่ายที่กระโดดไปมา

     หลานวั่งจี กับเว่ยอู๋เซี่ยนก็ออกไปข้างนอกเพื่อสืบหาอะไรบางอย่างตั้งหลายวันก่อนพวกเรากลับมาแล้ว ไม่มีใครให้เล่นด้วยเลยแฮะ ระหว่างที่กำลังนั่งอยู่ลำพังจู่ๆก็มีผ้าผืนหนึ่งลอยมาปิดหน้า

     ฟึ่บ!

     "...ผ้าเช็ดหน้า?" ฉันหยิบออกมาเป็นผ้าเช็ดหน้าที่ปักลายดอกโบตั๋นอย่างสวยงาม อีกทั้งยังได้กลิ่นหอมอ่อนๆอีกต่างหาก

     "เอ่อ...แม่นางหลาน ข้าขอผ้าของข้าคืนได้หรือไม่?" เสียงของเด็กสาวคนหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลังที่เป็นเนินลงไป เธอและเพื่อนๆอีกสองสามคนเดินมาหา ในมือของทุกคนมีอุปกรณ์ปักผ้าอยู่

     ฉันลุกขึ้นก่อนจะเดินลงมาจากเนิน พวกเธอดูอายุมากกว่าสักปีสองปีได้มั้งเนี่ย 

     "สิ่งนี้ท่านปักเองหรือเจ้าคะ?" หล่อนพยักหน้าหงึกๆ ฉันมองลายผ้าแล้วลูบเส้นด้ายที่ปักลงบนผ้าอย่างสวยงามเป็นระเบียบ

     "..."

     "ส สอนข้าปักผ้าบ้างได้หรือไม่เจ้าคะ?" เด็กสาวทั้งหลายถึงกับผงะแล้วมองหน้ากับเลิ่กลั่ก เจ้าของผ้าที่ฉันเก็บได้สบมองตาฉันก่อนจะหลุดขำน้อยๆ

     "คิกๆ! ได้สิเจ้าคะ ข้าลั่วมิงเจวีย..." พวกนางแนะนำตัวกันทีละคนจนครบ ก่อนที่พวกเราจะเดินมาปักผ้ากันที่พื้นหญ้าสีเขียวหนานุ่มกัน




     เวลาผ่านไป

     
     ฉึก!

     "โอ๊ย...ฮือ อีกแล้วเหรอเนี่ย" เข็มแทงนิ้วฉันรอบที่ล้านจนเลือดไหลเป็นจุดแดง ก็ได้แต่เอานิ้วเข้าปากเพื่อห้ามเลือดตามที่เคยทำประจำ เด็กสาวต่างหัวเราะขำก่อนที่แม่นางลั่วจะรั้งมือฉันที่กำลังจะเอาเข้าปากไว้

     "พอแล้ว อย่าทำเช่นนั้น มันไม่งาม...เจ้ามิเคยปักผ้าหรือ?" เคยปักนะ...แต่มันก็ตั้งแต่สมัยเด็กแล้วอ่ะ

     "...ข้ามิได้ปักมานานจนลืมไปแล้วเจ้าค่ะ" ฉันตอบเสียงอ้อมแอ้มก่อนจะเช็ดเลือดกับผ้าเช็ดหน้าแล้วก้มลงปักผ้าต่อ  พวกหล่อนมองสบตากันแล้วพูดกับฉัน

     "เจ้ากับแม่นางเทียนเป็นพี่น้องกันหรือ?"

     "ข้าเป็นลูกบุญธรรมเจ้าค่ะ"

     "ได้ข่าวว่าประมุขและฮูหยินเทียนรุ่นก่อนหายสาบสูญไป เรื่องจริงหรือ?"

     "เป็นความจริงเจ้าค่ะ" พวกหล่อนมีสีหน้ากระอักกระอ่วนก่อนจะประสานมือค้อมหัวให้จนฉันผงะไปเล็กน้อย

     "ขออภัยที่พวกข้าถามเรื่องที่ทำให้แม่นางเศร้าใจ"

     "มิได้เจ้าค่ะ...ตอนนี้เพียงแต่ขอภาวนาให้พวกท่านยังปลอดภัยที่ไหนสักแห่ง" ฉันส่ายหน้าแล้วก้มลงปักผ้าต่อ ยังไงซะเราก็ไม่ได้ผูกพันกับพวกเขาเกินว่าที่จะเศร้าได้หรอก

     "แม่นางหลาน ขอข้าดูลายของเจ้าได้หรือไม่?" พวกนางเริ่มเปลี่ยนเรื่อง ฉันเงยหน้ามองเหลาหลาก่อนจะยกยิ้มแห้งๆแล้วสั่นหัว

     "ข ข้าปักได้แย่มากเลยนะ อย่าดูเลย"

     "พวกข้าจะได้แก้ให้...เอามาสิ" พวกหล่อนก็ยังคงดึงดันที่จะดูจนทนสายตากดดันไม่ไหวยื่นให้ในที่สุด 

     เหล่าเด็กสาวรับไปดูก่อนจะมองด้วยคงามแปลกใจปนฉงน เมื่อสิ่งที่ฉันปักลงไปบนผ้านั้น คนที่นี่ไม่มีทางรู้จักหรอก...แต่ดูเหมือนว่าจะทำให้พวกเธอสนใจอยู่ไม่น้อย ทักษะวิชาการงานฯสมัยเรียนยังไม่ตกไปเท่าไหร่แฮะ ถึงจะมีเส้นด้ายปูดออกมาบ้างก็เถอะ

     "ดอกไม้นี่คืออะไรหรือ ข้ามิเคยเห็นมาก่อนเลย..."

     "ถึงแม้จะดูบูดเบี้ยว แต่ข้าว่ามันดูน่าสนใจไม่น้อยเลยนะ"

     "แม่นางหลาน นี่คืออะไรหรือ?" ผ้าปักของฉันถูกนำกลับมาคืน ฉันก้มมองแล้วลูบลายปักด้วยความคิดถึงก่อนจะยกยิ้มแล้วเงยหน้าสบตาพวกเธอที่รอคำตอบ
     
     "ข้าเคยเห็นในฝันเจ้าค่ะ มีคนผู้หนึ่งได้พาข้าท่องไปยังท้องพระโรง และบนบานประตูนั้นได้แกะสลักประดับสิ่งนี้ไว้ที่บานประตู มันถูกตีจากแผ่นทองถูกประดับด้วยพลอย...ข้าลองถามว่ามันคืออะไร"

     "แล้วคนผู้นั้นตอบว่าอย่างไรล่ะ?"

     "เขาเรียกเรียกว่า...'ประจำยาม'เจ้าค่ะ"












     เมื่อถึงเวลาเย็นพวกเราก็มานั่งกินข้าวด้วยกันร่วมกับเด็กตระกูลเซียนคนอื่นๆ เพื่อพูดคุยกันตามประสา โดยพวกเรานั่งที่โต๊ะของตัวเองแต่หันหน้าเข้าหากันทั้งสองฝั่ง ฉันนั่งข้างๆจิ่งอี๋ซึ่งอยู่ตรงหัวมุมหน้าสุด


     "ฟูหยางๆ เอาชามของเจ้ามาสิ" จิ่งอี๋ที่นั่งข้างฉันว่าพร้อมกับกวักมือเรียก ฉันมองตาปริบๆแล้วยื่นถ้วยไปหา อีกฝ่ายคีบปลาและหัวไชเท้ามาให้

     ฉันชักถ้วยกลับมามองก่อนจะหันไปมองคนที่คีบของพวกนี้มาให้ เขายิ้มกว้างก่อนจะพูดขึ้นเสียงเบา

     "เจ้าชอบกินปลาทอดกับหัวไชเท้าในแกงจืด...เอาไปสิ กินเยอะๆจะได้มีแรง"

     "งั้นแลกกับเห็ดหอมของข้านะ" อีกฝ่ายยิ้มมุมปากก่อนจะพยักหน้ารับแล้วยื่นถ้วยของเขามา ฉันก็จัดการคีบเห็ดหอมให้เขาแล้วยื่นกลับไปก่อนจะหันไปกินข้าวแล้วคุยกับคนอื่นต่อ

     ท่ามกลางเสียงเฮฮานั้น ฉันก็กวาดสายตามองก็ไม่เห็นหล่อนเลยสักนิด แต่เอาเถอะไม่อยู่ก็ดี ฉันจะได้อยู่อย่างสงบๆ คงต้องนั่งสวดมนต์ก่อนนอนอุทิศส่วนกุศลซะแล้วสิเรา

     "ไม่ทราบว่าข้าขอร่วมวงสนทนาด้วยได้หรือไม่?" ข้าวที่เพิ่งกินเข้าไปแทบจะพุ่งออกปากเมื่อยังไม่ทันจะขาดคำ ร่างบางก็ปรากฏตัวขึ้นใบหน้างดงามหยาดฟ้าระบายยิ้มจนหนุ่มหลายคนต่างหลงมนต์สะกด

     "ช เชิญเลยๆ แม่นางเทียนนั่งข้างข้าก็ได้"

     "ไม่สิ ข้างข้าต่างหาก!" พวกผู้ชายต่างยิ้อแย่งหาที่นั่งให้หล่อนกันจนห้องเริ่มวุ่นวาย ขนาดจินหลิงยังทำหน้าเอือมระอากลอกตาเลยนะ
     
     "ที่อวิ๋นเซิ่นปู้จือฉู่แห่งนี้ ห้ามส่งเสียงดัง...พวกเจ้าอยากนั่งคัดกฏกันหรืออย่างไร" สิ้นเสียงของซือจุยทำให้พวกเขาถึงกับหุบปากฉับ สงบปากสงบคำเรียบร้อยไม่มีใครกล้าเถียง

     ก็นะ แค่คัดจบเดียวก็จะตายแล้วให้คัดเป็นร้อยๆนี่ประสาทกินพอดี แต่พอเห็นพวกเขาหงอแล้วมันก็อดขำไม่ได้แฮะ

     "คิก! ขอบคุณคุณชายทั้งหลายที่มีน้ำใจ แต่..." ร่างบางยิ้มขำยกชายแขนเสื้อปิดปากหัวเราะก่อนจะเดินไปนั่งข้างคนๆหนึ่งที่ทำเอาฉันแทบพ่นน้ำแกง




    ตุบ!  




     "ข้าขอนั่งข้างคุณชายหลานผู้นี้ดีกว่า(^^)" เจ้าหล่อนยิ้มก่อนจะแทรกกลางระหว่างซือจุยและจินหลิง ก่อนจะหันไปยิ้มให้กับซือจุยหวานเจี๊ยบจนน้ำตาลเรียกเทพ

     "พรุด! แค่ก!" ฉันรีบยกแขนเสื้อเช็ดน้ำแกงมองอีกฝ่ายที่แบบช่างกล้ามาแทรกอย่างไม่มีคำว่ายางอายเลยแม้แต่น้อย โห ตะเกียบในมือข้าสั่นหมดแล้ว!!

     มั่นหน้ามาจากไหนกันยะ!

     "อุ๊ย ขออภัยคุณชายจินด้วย..." หล่อนยกมือป้องปากอย่างหน้าหมั่นไส้แล้วจีบปากจีบคอพูดกับจินหลิง จินหลิงก็ถอนหายใจแล้วเพียงปล่อยผ่าน

     "ช่างเถอะ"

     "พี่เยว่..."

     "ตายจริง อาเฟยเจ้าก็อยู่ด้วยหรือ? ข้าไม่เห็นเจ้าเลย" จะบอกว่าฉันมันไม่ได้อยู่ในสายตาของหล่อนสินะ ฉันหลับตาหายเจ้าเข้าออก

      จะเล่นสงครามประสาทใช่มั้ย ได้! ยัยดาคนนี้สนองให้ตามคำขอ!

     "พี่เยว่ยังสาวยังสวย เหตุใดหูตาถึงได้ฝ้าฟางเร็วเช่นนี้ล่ะเจ้าคะ?" หญิงสาวยิ้มค้าง ฉันเองก็ยิ้มกลับหน้าระรื่น ขอโทษทีย่ะ เรื่องสงครามประสาทนี่ฉันถนัดเลย!

     "ฮ ฮะๆ! อะไรกัน เจ้าน้อยใจที่ข้าไม่เห็นเจ้าอยู่ในสายตาหรือ? ช่างไม่มีความอดทนเอาเสียเลยนะ" หล่อนหัวเราะเจื่อนๆแล้วพยายามแขวะฉันต่อ

     "หึ ท่านเองก็ช่างไม่มี'ยางอาย'เลยนะเจ้าคะ พี่เยว่ การที่ท่านเข้าแทรกที่นั่งแทนคุณชายจินนั้นถือเป็นเรื่องที่เสียมารยาท'มาก!' อีกอย่างเป็นสตรี...ก็ควรสงวนตัวและท่าทีไว้เสียบ้าง" ฉันว่าแล้วยกยิ้มมุมปากปรายตามองอีกฝ่ายที่ตอนนี้หน้าคงชาไปหมดแล้ว

     "..."

     "มีคนผู้หนึ่งกล่าวเอาไว้...จงเป็นหญิงที่ใครๆก็'อยากได้' มิใช่หญิงใครๆก็'เคยได้' ข้าอิ่มแล้วขอตัวก่อนเจ้าค่ะ" ข้าวหมดชามฉันก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกไป

     






     

     หลังจากที่ร่างบางเดินออกไป ทุกคนต่างกลืนน้ำลายอึกใหญ่เมื่อได้ยินวาจาอันแสนจะคมบาดลึก แม้ไร้ซึ่งคำหยาบโลน...แต่เจ็บลึกถึงทรวง มิเคยมีผู้ใดบอกเลยว่าแม่นางน้อยผู้นั้นมีฝีปากกล้าเหมือนกับประมุขเจียงแห่งอวิ๋นเมิ่ง แต่กริยาท่าทางนุ่มนวลเหมือนประมุขหลานเช่นนี้

     "แม่นางผู้นั้นช่างวาจาคมบาดราวกับใบมีดนัก ศิษย์สกุลหลานเป็นเช่นนี้ทุกคนหรือไม่?" คุณชายตระกูลหนึ่งเอ่ยถามซือจุย ที่ก็อึ้งกับการตอบโต้ของเด็กสาวไม่แพ้กัน ก่อนจะหันไปสบตากับจิ่งอี๋ให้เดินตามนางไป

     "ฟูหยางเป็นน้องของพวกข้า แต่นางมิได้เป็นคนของสกุลหลานหรอกคุณชาย"

     "จริงด้วยๆ! นางไม่ได้สวมกวาน!" เด็กหนุ่มอีกคนพูดขึ้นเมื่อสังเกตเห็นบางอย่าง ก่อนที่จะหันมาถามความจากซือจุยต่อ


     "เหตุใดล่ะ คุณชายหลาน...คุณหนูผู้นั้นก็สวมเครื่องแบบ แต่เหตุใดถึงมิได้สวมกวาน?"

     "ข้าคงบอกพวกท่านมิได้ และอีกอย่างหนึ่ง...ฟูหยางนางมิต้องการ" เหล่าคุณชายต่างสนใจเรื่องของเด็กสาวที่ไม่ได้อยู่ ณ ที่นี้อย่างใจจดใจจ่อ 

     "ทำไมเล่า! ตระกูลหลานแห่งกูซูเป็นถึงหนึ่งใน สี่ตระกูลใหญ่เลยนะ น่าอิจฉาจะตายไป"

     "ฟูหยางพอใจกับสิ่งที่นางเป็นอยู่ ณ ตอนนี้ และนางไม่ถือยศอำนาจสำคัญด้วย" จินหลิงโพล่งขึ้นหลังจากที่เงียบไปนาน ก่อนจะปรายตามองร่างระหงที่ยังคงนั่งอยู่กับที่ไม่ไปไหน

     "คุณชายจินเอ่ยชมผู้อื่น! หรือว่าเจ้าพึงใจในตัวนาง?" คำพูดนั้นมันดันไปกระตุกใจของใครบางคนเข้าอย่างแรง แต่อีกฝ่ายก็ยังสามารถเก็บอาการไว้ได้และไม่เถียงอะไรแม้จะอยากรู้มากก็ตาม

     "นางเป็นสหายข้า...ข้าไม่คิดเกินเลยกว่านั้น อีกอย่างถึงฟูหยางเป็นหญิงที่มีนิสัยประหลาด แต่นางก็ไม่ทำเรื่องน่าละอายโจ่งแจ้งเช่นนี้หรอก" จินหลิงพูดลอยๆ ทำให้เทียนเยว่ซิ่วเหมือนกับถูกตบหน้าต้องรีบออกจากห้องทานอาหารโดยเร็วที่สุด

     "เอ่อ ข้าคงต้องขอตัวก่อน...ขออภัยที่มารบกวนเจ้าค่ะ"










      ระหว่างทางกลับฉันก็เดินทอดน่องมาเรื่อยๆ พลางมองแม่น้ำธรรมชาติยามค่ำคืนไปด้วยความเพลิดเพลิน อากาศเย็นสบายช่วยให้ใจสงบลงอย่างน่าเหลือเชื่อ เสียงน้ำไหล ใบไม้เสียดสีกันเพราะแรงลมเอื่อย จิ้งหรีดส่งเสียงร้องคลอเบาๆ

     จ๋อมมม

     "...นอนทั้งๆแบบนี้ได้มั้ยเนี่ย?" ปากว่ามือก็แกว่งเล่นน้ำ มองปลาคาร์ฟว่ายมาหา ว่ายผ่านมือฉันไปมาเหมือนรู้ว่าฉันจะไม่จับพวกมันกิน

     "ฟูหยาง..." เสียงเรียกของจิ่งอี๋ พร้อมกับร่างของเด็กหนุ่มเดินมาข้างหลัง ฉันเงยหน้าหันไปมองสบตาอีกฝ่ายที่มีท่าทีอึกอัก พอเห็นแบบนั้นเลยชวนมานั่งด้วยซะเลย

     "พี่จิ่งอี๋ มานั่งเป็นเพื่อนข้าหน่อย" อีกฝ่ายเดินมาข้างๆแล้วทรุดลงนั่งกับพื้นเหลือบมองฉันแล้วพูดขึ้น

     "พวกตระกูลอื่นๆเขาว่าเจ้าปากร้ายแน่ะ...เจ้าหัวเราะทำไม?" จิ่งอี๋ถามด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นฉันนั่งยิ้มขำแล้วเล่นกับปลาต่อ

     "ข้ายอมรับว่าข้าปากร้าย แต่ก็แค่กับคนที่ข้าไม่ชอบหน้าก็เท่านั้นเอง พี่ก็เห็นว่านางเริ่มก่อนนะ"

     "...แล้วเจ้าจะทำอย่างไรต่อ?"
     
     "ถ้าให้พูดตามที่ข้าคิด ข้าขอไม่ข้องแวะกับนางอีกดีกว่า แม้นางกับข้าจะแซ่เทียนเหมือนกัน...แต่ข้าเป็นเพียงลูกเลี้ยง ไม่ได้ข้องแวะทางสายเลือดด้วยซ้ำไป"

     "เจ้าจะตัดขาดจากกระกูลเทียน?"

     "อืม แต่หลังจากที่รู้ข่าวคราวของประมุขและฮูหยินเทียนเสียก่อน บางทีเล่นสงครามประสาทเสียบ้างก็ไม่เลวนักหรอกนะ" ฉันพูดไปอย่างอารมณ์ดีเพราะยังคงจำสีหน้าเจื่อนๆ แบบหมอศัลยกรรมไม่รับเย็บแตกละเอียดเป็นผุยผงได้อยู่เลย

     "เจ้าปากร้ายกว่าที่ข้าคิดอีกนะ"

     "คิก! เอาเถอะ นี่มันแค่เริ่มต้นเอง สามเดือนจากนี้คงต้องเล่นสงครามประสาทกันอีกนานเลย" ฉันหัวเราะก่อนจะผุดลุกขึ้น จิ่งอี๋ก็ลุกขึ้นตามฉันแล้วมอง

     "แล้วเรื่องที่สองพี่น้องนั่น...จะเอาชีวิตเจ้าล่ะ?"

     "อย่าบอกเลยพี่จิ่งอี๋ เราเอาผิดพวกเขาตอนนี้ไม่ได้ หลักฐานหรือพยานสักชิ้นก็ยังไม่มี เขาจะหาว่าเราใส่ความส่งเดช" จิ่งอี๋พยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะรอให้ถึงเวลาที่จะออกไปล่าราตรีร่วมกัน








    พวกเราออกมายังนอกเขตของสำนักอวิ๋นเซิ่นปู้จือฉู่แล้วเข้าไปยังป่าเพื่อออกกวาดล้างภูติผีร้ายตามที่เข็มทิศมารชี้มา ซึ่งพวกเราก็เข้ามายังในป่าในเขตแถวของแนวเขาที่ใกล้กับหลันหลิง โดยที่ครั้งนี้พวกเราได้มีคนอื่นๆมาร่วมด้วย

     "ยังไม่เห็นมีอะไรเลย..." จินหลิงทำหน้างอง้ำจนอดแซ็วไม่ได้

     "ข้ารู้ว่าตระกูลจินร่ำรวย แต่เจ้าจะใช้เงินพร่ำเพรื่อไม่ได้นะ" อีกฝ่ายผงะแล้วเบะปากก่อนจะสาวเท้าไวๆไปยืนข้างซือจุย ส่วนฉันกับจิ่งอี๋ได้แต่แอบหัวเราะกันอยู่ด้านหลัง

     "จินหลิง ไม่กล้าเถียง...เจ้าใช้วิธีใดข่มขู่เขากัน แม่นางหลาน?" คุณชายโอวหยางเอ่ยถามขึ้นด้วยความแปลกใจ เพราะปกติจินหลิงไม่เคยยอมใครมาก่อน

     "คิกๆ ความลับเจ้าค่ะ!" ฉันยิ้มขำแล้วยกนิ้วชี้แตะริมฝีปาก คุณชายโอวหยางถึงกับชะงักแล้วยิ้มขำตาม



     แฮ่...


     เสียงบางอย่างใกล้เข้ามาทำให้พวกเราต่างหยุดชะงักอยู่กับที่ ฉันจับเสี่ยวเฟยเตรียมชักออกมาเมื่อบางอย่างเดินโซซัดโซเซ ผมยาวถูกปล่อยรกรุงรัง กลางกระหม่อมนั้นมีเส้นผมเหลือเพียงน้อยนิด

     "ค่อยๆล้อมมันไว้ ฟูหยาง เจ้าอยู่ตรงนี้ปิดทางหนีนะ จินหลิง เจ้าไปทางซ้ายเตรียมยิงศรใส่" ฉันพยักหน้าตามที่ซือจุยบอกก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกันไป

     
    ตึกๆๆ...กรรรรรรรร!!

    
     สองตัว...ได้กลิ่นฉุนแรงเหมือนกลิ่นกรดลอยฟุ้งจนแสบจมูกไปหมดเลย หายใจแทบไม่ออกจนต้องยกแขนกำบังเอาไว้ มันย่างเข้ามาใกล้จนฉันเริ่มเห้นลวดลายของเสื้อผ้าที่ขาดรุ่งริ่ง เนื้อตัวหมองคล้ำ แห้งผอม แต่ว่ามีบางอย่างที่ฉันรู้สึกคุ้นตา


      ผ้าปักลวดลายที่อกเสื้อด้านขวานั้น....
     

     "ล ล้อกันเล่นใช่มั้ย?..." เมื่อนึกออกร่างกายของฉันก็ชาวาบไปทั้งตัวเมื่อเห็นใบหน้าของศพเดินได้ทั้งสอง เสื้อผ้าของทั้งคู่นั้นฉันยังจำได้ดี มือยกขึ้นปิดปากและก้าวถอยหลัง 

     "ฟ เฟยหง..." มืออีกข้างจับกระบี่เพื่อสื่อสารกับอีกฝ่าย แต่ทันทีที่ฉันจับ เสียงร้องไห้ก็ดังเข้ามาในโสตประสาท

     "ไม่จริง เป็นไปไม่ได้! ฮึก บอกข้าสิ บอกข้าว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง!!" เฟยหงกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดจนแทบจะขาดใจ และนั่นเป้นสิ่งยืนยันที่ชัดเจนที่สุด

     "ทำไม...ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้"

     กรรรรร แฮ่!!!

     ศพเดินได้ตนหนึ่งหันขวับมามองฉัน ดวงตานั้นขาวโพลนจนมองไม่เห็นตาสีขาวก่อนที่จะพุ่งเข้ามาหาฉันด้วยความรวดเร็ว โดยมีศพอีกตนหนึ่งวิ่งตามมา แต่ด้วยความตกตะลึงนั้นทำให้ฉันขยับไม่ได้ และแทบไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยจนกระทั่ง

     "ฟูหยาง!!"


     เสียงตะโกนของจิ่งอี๋ทำให้ฉันรู้สึกตัวก่อนจะเห็นร่างของเด็กหนุ่มพุ่งเข้ามาจากข้างๆ แล้วรวบตัวฉันหลบการโจมตีนั้นแล้วพากันกลิ้งไปกับพื้นโดยที่จิ่งอี๋กระชับอ้อมแขนไว้แน่น โดยเฉพาะหัวและหลังของฉัน


     หมับ! ขลุกๆๆ! ปึ่ก! 

     "ฟูหยาง เจ้าเจ็บตรงไหนหรือไม่?" จิ่งอี๋รีบผละอ้อมแขนแล้วก้มลงสำรวจร่างกายฉัน แต่ฉันไม่ได้สนใจได้แต่มองศพเดินได้สองตนที่กำลังเดินมาหาพวกเรา

     แฮ่...

     "ศพพวกนั้น..."

     "ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้...ทำไมกัน" ฉันหยัดตัวลุกขึ้นโดยมีจิ่งอี๋คอยช่วยพยุง ฉันจ้องศพเดินได้ทั้งสองตัวอย่างไม่วางตา ไม่รู้ว่าทำไมในใจถึงได้รู้สึกถึงเจ็บปวด โกรธแค้น ของเฟยหงแม้ว่าจะไม่ได้จับกระบี่

     "..."

     "มันเกิดอะไรขึ้น...เหตุใดถึงได้กลายมาเป็นเช่นนี้" ฉันว่าพลางสาวเท้าเข้าไปหาอย่างคนไร้สติ ศพเดินได้รู้สึกถึงตัวตนของฉันก็พุ่งเข้าใส่อีกครั้ง


     ตึกๆๆ! แฮ่!!!!




     "เกิดอะไรขึ้นกับพวกท่านกันแน่!!"




















     "ตอบข้ามาสิ ท่านประมุข ฮูหยินเทียน!!"












เห่อๆ  ไม่มีไรมาก

เม้น-กัน-หน่อย!!


ความสุขของเตี้ย = การเห็นรีดเดอร์อินกับฟิค และเม้นมาให้อ่าน








ขอแค่นี้จริงๆ กราบล่ะค่ะ



รูปภาพที่เกี่ยวข้อง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 222 ครั้ง

787 ความคิดเห็น

  1. #400 juiilann (@juiilann) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 15:57
    เอออออ ทำไมเป็นงี้ไปได้อะ
    #400
    0
  2. #341 LWLookwai (@LWLookwai) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 18:43
    วาจาเจ้าช่างเชือดเฉือน สมเเล้วที่เป็นลูกสาวของท่านทั้งสอ—อะแค่ก! /// งือออ ทำไมทั้งสองคนถึงเป็นเเบบนั้นนะ~T^T
    #341
    0
  3. #267 -NatJeeRa- (@-NatJeeRa-) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 18:11
    โอ้ยยย คำพูดน้องเจ็บมากกก //ปมแรกผ่านไป~ ปมสองปมสามค่อยผ่านไป~ //จะรอนะคะ! //สู้วๆค่า~ เป็นกำลังใจห้าย~
    #267
    1
    • #267-1 Phatusanime (@phatcharaluk) (จากตอนที่ 14)
      1 กันยายน 2562 / 18:23
      มัดไปเรื่อยๆ555
      #267-1
  4. #248 Namthan44 (@Namthan44) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 20:45

    เห้ยยยย!!!...เอาจริงดิ

    #248
    0
  5. #247 manny45ck (@manny45ck) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 20:33
    damn it
    #247
    0
  6. #245 Reconcile -. (@SunFox) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 15:45
    น้อนเหมือนลูกของ ประมุขเจียงกับประมุขหลาน55 วาจาได้แม่ ท่าทางได้พ่อ อห. โคตรชิปอ่ะบอกเลย
    #245
    1
    • #245-1 chyanin (@chyanin) (จากตอนที่ 14)
      1 กันยายน 2562 / 11:36
      วางขวดกาวร่วมสาบาน //พร้อมสูดเสมอ 555
      #245-1
  7. วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 14:08
    เฮ้ยยย!???
    #244
    0
  8. #243 RAY MII (@Nareesophit) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 09:16

    ชอบสกิลปากหยางหยาง>< ตอนจบแทบช็อคเลย ฮือ เกิดอะไรขึ้นกันน ติดตามตอนต่อไปนะคะ
    #243
    0
  9. #242 Frostendzx (@08110608) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 08:35
    คมจนแทบกระอัก ว้าวมากเจ้าค่ะแม่นางเฟย! /ยกนิ้ว
    #242
    0
  10. #241 EngEnglish (@EngEnglish) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 06:42

    อ้าว ไหงงั้นอ่ะ ทำไมประมุขเทียนกับฮูหยินเป็นงั้นไปได้

    มีปริศนามาอีกแล้ว ติดตามค่าาา
    #241
    0
  11. #240 EngEnglish (@EngEnglish) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 06:41

    ฟูหยางลูกแม่ เริศมากค่ะลูก สกิลปากสุดนอด
    #240
    0
  12. #239 พระเพลิงʕ•ᴥ•ʔ (@sakuramikaku) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 06:04
    วาจาคมคายมากค่ะหนูเฟย
    #239
    0
  13. #235 Dark_Sheen (@freezingcold) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 00:49
    ใครทำท่านประมุขและฮูหยินเทียนกันแน่!! มีปมอีกแล้วววว ปูเสื่อรอตอนต่อไปค่าาาาา
    ปล. แม้ไร้ซึ่งคำหยาบโลน... อันนี้น่าจะดีกว่านะคะ :)
    #235
    1
    • #235-1 Phatusanime (@phatcharaluk) (จากตอนที่ 14)
      31 สิงหาคม 2562 / 00:59

      โอ้ ขอบคุณมากค่ะ เตี้ยหัวตันนึกไม่ถึง
      #235-1
  14. #234 gcudjehsijdh (@gcudjehsijdh) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 00:39
    ไม่น้าาาาสู้ๆนะคะรออยู่จ้่าา
    #234
    0
  15. #233 Kanthima_28 (@Kanthima_28) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 00:36
    พ่อแม่บุญธรรมกลายเป็นผีดิบไปซะแล้ว~ / สู้ๆ ค่ะไรท์
    #233
    0
  16. #232 AKASHI. (@thanyameen) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 00:30
    เอาตัวร้ายเกรดบีพอนะไรต์เอาเกรดเอมาแล้วรีดเดอร์จะเหนื่อยเอา 5555555 #ทีมจิ่งอี๋
    #232
    1
    • #232-1 Phatusanime (@phatcharaluk) (จากตอนที่ 14)
      31 สิงหาคม 2562 / 14:12
      ก็ต้องรอดูค่ะ ว่าจะบีหรือเอ :)
      #232-1