[ปรมาจารย์ลัทธิมาร] พันธวิญญาณข้ามภพ (OC)

ตอนที่ 1 : เปิดอารัมภบทตัวตายตัวแทน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,075
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 234 ครั้ง
    10 ต.ค. 62



     โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใจกลางเมือง


     ร่างบางเดินออกจากโรงพยาบาลด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายเป็นที่สุด ก่อนจะก้มมองใบนัดพบแพทย์ครั้งต่อไปแล้วกลอกตาไปมา เธอมาที่โรงพยาบาลตามคำแนะนำของเพื่อนร่วมงาน ใบหน้าขาวซีดขอบตาคล้ำเป็นวงกว้าง และดูอิดโรยอย่างหนักแล้วเก็บแผ่นกระดาษลงกระเป๋า 

     "ดาๆ หมอว่าไงบ้าง?"

     "เดือนหน้ามาตรวจคลื่นสมองว่ามีปัญหาอะไรรึเปล่า...ฉันก็ปกติดีนี่ ให้มาทำไม" ฉันบ่นด้วยความหงุดหงิดก่อนจะเดินกลับมาที่รถของตัวเอง

     "แกดูหน้าแกตอนนี้ก่อนเถอะ ยิ่งเหมือนผีตายซากเข้าไปทุกวัน" เพื่อนสาวตัวดีว่าก่อนจะเอี้ยวตัวมานั่งทางฝั่งคนขับ แล้วสตาร์ทรถ

     "ก็ทำไงได้ล่ะ ก็มันไม่ยอมนอนนี่...ทำงานแป๊บๆรู้ตัวอีกทีก็เช้าแล้ว" 

     "แกหัดดูนาฬิกาซะบ้างสิ นี่ รู้มั้ยว่าร่างกายของสิ่งมีชีวิต---"

     "ต้องมีการพักผ่อนอย่างเพียงพอเพื่อให้ร่างกายได้รับการผ่อนคลาย เออ รู้ ฟังมาเป็นชาติแล้วนะ" ว่าแล้วก็ถอนหายใจกอดอกเอนพนักพิงมองออกไปนอกรถ


     ฉันชื่ออัศวธิดามาศ ทิพย์สวัสดิ์ ชื่อเล่น ดา ตอนนี้ป่วยเป็นโรค'นอนไม่หลับ' เป็นมาได้ประมาณ 3 ปีกว่าๆแล้ว ตอนแรกก็ไม่ได้หนักขนาดนี้หรอก แค่นอนดึกจนลืมเวลาเท่านั้นเอง จากเที่ยงคืน มาตีสองตีสาม นอนบ้างไม่นอนบ้าง หรือนอนเพียง 3 ชม.ต่อวัน จนมาถึงตอนนี้ฉันกลายเป็นคนนอนไม่หลับไปอย่างสมบูรณ์แบบเลย แม้ว่าร่างกายของฉันจะเหนื่อยล้ามากแค่ไหน แต่ว่าก็ข่มตาหลับไม่ได้เลยจริงๆ


     ฉันก็อยากนอนเหมือนกันนะ!!


    

     "หนูดาเอ๊ย! ไปวัดกันมั้ยลูก..." คุณป้าแม่บ้านประจำคอนโดฯที่ฉันอยู่ทักขึ้นเมื่อเห็นฉันกลับมาถึงที่คอนโด ไปวัดเหรอ? ก็ดีแฮะ จะได้สงบจิตสงบใจบ้าง

     "ไปทำอะไรเหรอคะ ป้า เย็นแล้วนะคะ"

     "ไปนั่งวิปัสสนากรรมฐานน่ะ หนูดาน่าจะลองไปดูนะลูก ฟังพระเทศนาธรรม จิตใจจะได้ผ่องใส" คุณป้าแม่บ้านอธิบายให้ฉันเข้าใจเชิงชวนให้ไปด้วยกัน

     "ได้ค่ะป้า งั้นไปสักทุ่มก็แล้วกันนะคะ" คุณป้าแม่บ้านพยักหน้าก่อนจะกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อ







     วัดแห่งหนึ่งเขตนอกตัวเมืองใกล้ป่า


     พวกเราเข้ามาในโบสถ์ก็เห็นพวกผู้เฒ่าผู้แก่กำลังสวดทำวัตรเย็นกัน นุ่งขาวห่มขาวดูเรียบง่ายแต่สงบ ฉันวางของแล้วก้มกราบพระประธานด้านหน้า ก่อนจะรับหนังสือสวดทำวัตรเย็นมาแล้วสวดตามหนังสือ จนกระทั่งจบการทำวัตรเย็น

     "แม่หนู...แม่หนู" ยายแก่คนหนึ่งเอ่ยทักจากด้านข้างฉันจึงหันไปขานรับ

     "คะ?"

     "มาสวดมนต์ทำสมาธิเหรอลูก?"

     "ค่ะป้า พอดีมีคนชวนหนูมา ก็เลยคิดว่ามานั่งทำสมาธิให้ใจสงบก็ดีเหมือนกัน..ช่วงนี้เจอแต่เรื่องเหนื่อยๆ" ยายแก่ยิ้มชอบใจก่อนจะยกมือเหี่ยวย่นแต่อบอุ่นวางทับมือของฉัน

     "ดีแล้วลูกๆ หนุ่มสาวหัดทำบุญเสียบ้าง...มาๆ นั่งทำสมาธิเถอะ" ฉันพยักหน้าก่อนจะจัดท่านั่งแล้ววางมือลงบนตัก หลับตาลงอย่างไม่คิดอะไร


     แต่ในระหว่างนั้นพระก็จะเทศนาธรรมไปด้วย


     "วันนี้อาตมาจะขอพูดถึงเรื่องความตาย" ตายเหรอ? โอ้โห เปิดประเด็นมาได้เหมาะเจาะวันแท้เจ้าค่ะ หลวงพ่อ แค่พูดว่าตายใครๆก็กลัวกันทั้งนั้น


     "อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา...ทุกสรรพสิ่ง มีเกิด ล้วนมีดับ ไม่มีผู้ใดหนีพ้นความตาย..แม้กระทั่งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ความตายทำให้เกิดทุกข์ แต่ความตายก็อาจทำให้เราหลุดพ้นจะบ่วงทั้งปวง อย่าได้กลัวความตาย จงยอมรับมัน..." น้ำเสียงเนิบช้าแต่ผ่อนคลายของหลวงพ่อทำให้เรารู้สึกสบายใจ แต่ก็เห็นด้วยอย่างที่ท่านว่าจริงๆ

     เกิด แก่ เจ็บ ตาย ไม่ว่าจะคน สัตว์ ทุกอย่างก็ต้องมีวัฏจักรชีวิตของมัน เป็นเรื่องธรรมดาของโลก



     พวกเราเตรียมตัวที่จะกลับบ้านหลังจากทำวิปัสสนาเสร็จแล้ว ก็กราบลาองค์พระประธานและหลวงตาที่เดินเข้ามาหาฉันกับป้าแม่บ้านซึ่งกำลังจะกลับไปที่รถพอดี

     "นมัสการเจ้าค่ะ" พวกเราทั้งสองยกมือไหว้ภิกษุตรงหน้าอย่างนอบน้อม พระท่านพยักหน้ารับแล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเนิบๆ

     "โยมป้า...วันนี้พาหลานมาด้วยเหรอ?"

     "ไม่ใช่เจ้าค่ะ นี่หนูดา เป็นคนที่พักอยู่คอนโดที่ดิฉันทำงานอยู่เจ้าค่ะ" ดวงตาอ่อนโยนเงยสบมองฉัน แล้วยิ้มบางๆก่อนจะเทศนานิดๆให้

     "โยมดูเหนื่อยๆนะ มีเรื่องอะไรหนักใจล่ะสิ"

     "เจ้าค่ะ มีเรื่องที่ต้องคิดหนักเลย" โรคนอนไม่หลับนี่แหละค่ะ ที่หนักใจ

     "เพราะโยมยึดติดมากเกินไป...ปล่อยวางเสียบ้างเถิด อย่าได้เบียดเบียนตัวเองนักเลยนะ หากโยมใจเย็น หนทางของการแก้ปัญหาจะมาหาโยมดาเอง"

     "เจ้าค่ะ หลวงตาพวกหนูขอกลับก่อนนะเจ้าคะ" พวกเรากราบลาอีกครั้งก่อนจะเดินออกมาจากที่ตรงนั้น

   
     คำพูดของหลวงตายังคงติดอยู่ในหู การเทศนาที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรแต่ว่าหลังจากที่ไปส่งป้าแม่บ้านกลับบ้านของเธอ กลางคืนจึงออกมาเดินเล่นที่สวนสาธารณะเพียงลำพัง

     ฉันก็อยากจะนอนเหมือนคนอื่นๆนะ แต่ทำยังไงก็นอนไม่หลับจริงๆ

     "เฮ้อ...อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ไม่มีใครหนีความตายพ้น...แล้วยังไงล่ะเนี่ย?" ฉันเท้าคางมองสระน้ำอย่างไร้จุดหมายแล้วเอนตัวพิงกับต้นไม้แล้วนั่งนึกอีกครั้ง จนกระทั่ง...

    ก๊อง!

     "โอ๊ย!...ใครขว้างมาวะ!" อยู่ๆก็มีกระป๋องลอยมาตกลงบนหัวฉันอย่างจัง ฉันก็เห็นพวกเด็กๆที่เห็นฉันก็รีบวิ่งหนีไปคนละทิศละทาง กระป๋องเบียร์ในมือจึงต้องถูกฉันเก็บไปทิ้งทันที

     ระหว่างขากลับ ฉันก็ผ่านศาลาที่เขาเอาไว้ทำพิธีศพอยู่ พระนั่งบนอาสนะพัดยศวางไว้ด้านหน้าและกำลังสวดให้กับคนตาย ท่ามกลางความโศกเศร้าของญาติ แต่ว่าสิ่งที่เขียนบนตาลปัตรนั้นทำให้อดไม่ได้ที่จะอ่าน


   
     ไปไม่กลับ หลับไม่ตื่น ฟื้นไม่มี หนีไม่พ้น...หนทางดับทุกข์



     "หลับไม่ตื่น..." ฉันนั่งนิ่งกับคำพูดนั้นก่อนจะคิดไปเรื่อยเปื่อย ก่อนจะนึกออกแล้วผุดลุกขึ้นกลับไปที่บ้าน







ถ้าฉันตาย...ก็เท่ากับว่าฉันได้นอนสักทีสินะ!!






      เมื่อกลับบ้านไปเปิดอากู๋ ฉันก็เสิร์ชหาข่าวการฆ่าตัวตายต่างๆทั่วโลกด้วยความกระตือรือร้น


      หนุ่มใหญ่เครียดจัด ซดยาฆ่าแมลงตายคาห้องพัก

 

     "ดื่มยา...ไม่เวิร์ค"

     "ไหลตาย อยากทำนะ แต่ทำไม่ได้แฮะ...กินยาเกินขนาด แค่กินปกติก็ไม่ได้แล้วป่ะ...กรีดข้อมือ โห กว่าจะตายเจ็บอีกต่างหาก" ฉันบ่นพึมพำก่อนจะไล่อ่านข่าวไปเรื่อยๆ 


    ทำไมไม่มีวิธีทำให้ตายได้ง่ายๆบ้างเลยเหรอวะ?


     "เฮ้อ ทำไมตายแต่ละทีนี่มันยากจังนะ" ฉันฟุบหน้าลงกับโต๊ะแล้วมองหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างคิดไม่ตก ก่อนจะเหลือบไปเห็นยานอนขวดยานอนหลับที่เพื่อนร่วมงานเอามาให้

     ครืดดดดด!

     ฉันยันตัวลุกขึ้นก่อนจะเดินมาหยิบกระปุกยามาดู เม็ดยาด้านในยังคงเต็มเปี่ยมแม้จะซื้อมาได้หลายเดือนแล้วก็ตาม ฉันหลับตาถอนหายใจเข้าออก

     "เอาก็เอาวะ..." เมื่อตัดสินใจได้จึงหมุนตัวไปเขียนจดหมายลงบนโต๊ะอย่างน้อย ขอทำความดีสักนิดก่อนตายก็แล้วกัน






     
     ข้าพเจ้านางสาวอัศวธิดามาศ ทิพย์สวัสดิ์ หากมีผู้ใดได้พบเห็นจดหมายฉบับนี้แสดงว่าข้าพเจ้าได้จากโลกนี้ไปแล้ว ข้าพเจ้ามิได้มีญาติพี่น้องที่ไหน จึงขอให้ผู้เห็นจดหมายฉบับนี้นำมันไปให้กับโรงพยาบาล ว่าข้าพเจ้ายินดีที่จะบริจาคร่างกายที่ยังสามารถใช้งานได้ทั้งหมด และให้ติดต่อเพื่อนของข้าพเจ้าคือ นางสาวอรุณยกาล มณีจิตร ว่าให้นำศพข้าพเจ้าตั้งทำบุญเพียงแค่ 3 วันก็พอ...ข้าพเจ้ามิได้มีข้อบาดหมาง หรือผิดใจกับใคร


ลงชื่อ
อัศวธิดามาศ ทิพย์สวัสดิ์(ดา)





      หลังจากเขียนเสร็จฉันก็วางจดหมายลงบนโต๊ะ และเปิดกระปุกยาเม็ดใหญ่หลายสิบเม็ดออกมาเทพรวดใส่ในมือจนล้นและตกลงพื้น ฉันมองมันด้วยความแหยงๆเพราะไม่ชอบกินยาสักเท่าไหร่ แต่ถึงอยู่ไปก็ไม่ได้นอนอยู่ดี ถึงจะนอน...

     ก็เหมือนไม่ได้นอน!!

     "เอาน่า แค่แป๊บเดียว....!!" พูดปลอบใจก่อนจะยัดยาหลายสิบเม็ดเข้าปากรีบควานหาน้ำดื่มและดื่มน้ำอึกใหญ่จนหมดขวด ฉันนั่งรอยาออกฤทธิ์โดยที่เดินไปนั่นนี่

     อา...เริ่มง่วงๆแล้วแฮะ

     "อือ...ฮ้าววว" อาการหาววอดหนักเข้า พร้อมกับหนังตาที่เริ่มหรี่ปิดลง ฉันจึงปล่อยตัวตามสบาย หลับตาและผล็อยหลับไป ในใจลิงโลดเมื่อฉันกำลังจะหลับได้สักที



    ตุบ!








     ช่วยข้าด้วย...ช่วยข้าด้วย



     เสียงร้องขอความช่วยเหลือจากที่ไกลๆ ทำให้ฉันเริ่มรู้สึกตัวก่อนจะลืมตาตื่นขึ้นมา แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อรอบๆตัวนั้นมันมืดไปหมด...ฉันก้มลงมองตัวเองอย่างไม่เข้าใจ หันซ้ายมองขวาหาเสียงเรียกนั้น


     ได้โปรด...ช่วยข้าด้วย


     "ใครน่ะ นั่นเสียงใคร!" ฉันตะโกนกลับไป แต่ว่าเสียงนั้นก็ยังคงพูดคำเดิม จนเริ่มรำคาญและหนวกหูรีบยกมือขึ้นปิดหูทั้งสองข้างไว้ แล้วตะโกนกลับ

     "หยุดพูดสักที ฉันรำคาญแล้วนะ! แน่จริงก็ออกมาสิ ออกมา!"

     ช่วยข้าด้วย...

     "เธอเป็นใครน่ะ! แล้วหมายความว่ายังไงที่จะให้ฉันช่วย..นี่ ออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!" ฉันตะโกนเรียกให้เจ้าของเสียงนั้นปรากฏตัว แต่ก็ไร้การตอบรับ

     และก็เงียบหายไป


     วูบบบบ 


     ภาพบางอย่างปรากฏขึ้นตรงหน้า มันเป็นภาพที่หน้าห้องของฉันมีเจ้าหน้าที่กู้ภัย ตำรวจ แล้วก็ป้าแม่บ้านที่กำลังร้องห่มร้องไห้อยู่ด้านนอกกำลังให้สัมภาษณ์นักข่าวอยู่

     "ฮือออ หนูดาไม่เคยมีเรื่องกับใครเลยค่ะ เธอเป็นคนดีมากๆ...เมื่อวานยังไปทำบุญด้วยกันอยู่เลย"

     "เธอมีท่าทีแปลกๆมั้ยคะ?"

     "ม ไม่เลยค่ะ ตอนกลับมาก็ไม่มีท่าทีอะไรผิดปกติ ฮือๆๆ" ในตอนนั้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยก็เดินออกมาพร้อมกับร่างที่ถูกห่อด้วยผ้าดิบอย่างแน่นหนา ก่อนที่จะมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเพื่อนของฉันซึ่งกำลังเดินมาเหมือนร่างไร้วิญญาณ

     "ข ขอฉัน..ดูหน้าหน่อยได้มั้ยคะ ฉันอยากจะดูให้แน่ใจว่าใช่เพื่อนฉันรึเปล่า?" เจ้าหน้าที่พยักหน้าก่อนจะให้เธอเปิดมาเปิดผ้าที่คลุมไว้

     พรึ่บ!

     "ฮ ฮึก...ดา ทำไมแกทำอะไรโง่ๆแบบนี้!!" เธอแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ส่วนฉันก็ถึงกับตัวชาวาบเมื่อเห็นใบหน้าของตัวเองที่กำลังนอนหลับตาอยู่บนเตียงหาม


     นี่เรา...ตายจริงๆแล้วสินะเนี่ย

     "เฮ้อ ขอโทษนะ กานต์" ฉันถอนหายใจก่อนจะขอโทษเพื่อนสนิทที่กำลังร้องไห้อยู่อย่างนั้น ภาพตรงหน้าค่อยๆหายไป ก่อนที่แสงสว่างจะปรากฏขึ้นตรงหน้า


    ก็คงมีแต่ต้องไปใช่มั้ย? 


    สองขาก้าวตามแสงนั้นไป มันส่องสว่างจ้าอบอุ่นจนน่าแปลก เสียงของหญิงสาวดังแว่วเข้ามาในโสตประสาทด้วยน้ำเสียงโศกาจนน่าใจหาย

     "ข้าฝากเจ้าด้วย...แก้แค้นตระกูลเทียน"












    พรึ่บ!

     "....เช้าแล้ว? ได้ไงอ่ะ เราตายแล้วไม่ใช่เหรอ?" เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมา ก็เห็นว่าตัวเองกำลังนอนมองต้นไม้สีเขียวและท้องฟ้าสีครามสวย ก่อนจะผุดลุกขึ้นนั้น แต่ทันทีที่ขยับความเจ็บปวดก็แล่นลามไปทั้งตัว

     แปล๊บ!

     "อ โอยย...อะไรเนี่ย แผลพวกนี้?" ตามแขนขามีแต่รอยเลือดแห้งกรัง รอยข่วนของเล็บสัตว์ชนิดหนึ่ง รอยเท้าที่อยู่รอบๆมันไม่ได้ใหญ่หรือเล็ก

     เดี๋ยวนะ ชุดมันแปลกๆไปรึเปล่าเนี่ย? 

     ชุดที่เหมือนจีนโบราณสีเขียวสวย เรือนผมตรงสีดำขลับดูยุ่งไม่ค่อยเรียบร้อยสักเท่าไหร่...ทำไมฉันถึงมาใส่ชุดนี้ได้นะ ได้แต่คิดแล้วก็ค่อยๆลุกขึ้นยืน เดินหาทางออกจากป่าด้วยความสับสน 

แก้แค้นตระกูลเทียน...นามของข้าคือ เทียน เฟย หง

     "ตระกูลเทียน? เธอเป็นใครกันนะ แล้วทำไมต้องเป็นฉันด้วยเนี่ย" ถึงเราจะมีเชื้อจีนหน่อยๆก็เถอะ แต่ทำไมต้องเป็นเทียนวะ?

     เหมือนแซ่เทียนบ้านเราหรือเปล่าเนี่ย?...


     ซ่าาาาา 

     เสียงน้ำไหลใกล้ๆทำให้ไม่รอช้าที่จะตามเสียงนั่นไปจนเจอกับแม่น้ำสายไม่เล็กไม่ใหญ่มาก แถมน้ำยังสวยใสเห็นตัวปลาแบบนี้...ฉันไม่รีรอที่จะถอดรองเท้าและลงเล่นน้ำล้างหน้าล้างแผลทันที

     "เธอออกจะสวยอย่างนี้ ทำไมถึงแค้นแรงจังนะ?..." ฉันว่าพลางก้มลงมองเงาในน้ำหลังจากล้างคราบฝุ่นออก เมื่อทุกอย่างเสร็จแล้วจึงผุดลุกขึ้นหาทางออกจากป่า

     "คุณหนูเทียน!! นี่ เจอคุณหนูเทียนแล้ว!" เสียงตะโกนของชายคนหนึ่งดังขึ้นจากอีกฝั่งของแม่น้ำ ก่อนที่คนอีกสองสามคนจะรีบตามเขามา

     ชายคนที่เจอฉันคนแรกปรี่เข้ามาหาฉัน แล้วมองทั่วตัวด้วยความตกใจ

     "คุณหนูเทียน! เหตุใดท่านถึงเข้าป่ามาเพียงลำพังล่ะขอรับ!...บาดเจ็บด้วย เกิดอะไรขึ้นกับท่านขอรับ!" เขาเอ่ยถามรัวๆจนฉันตั้งรับไม่ทัน แต่ก็ยังไม่ทันจะได้ตอบร่างของหญิงคนหนึ่งก็พุ่งเข้ามาสวมกอดปลอบขวัญฉัน

     "คุณหนูเทียน ตายแล้วคุณหนู มีแต่บาดแผลเต็มเลยนี่เจ้าคะ ไห่หลาน เจ้ารีบพาคุณหนูกลับตระกูลเร็ว!!!" ทุกอย่างมันดูรวดเร็วไปหมดจนฉันตั้งตัวไม่ทัน


     

     เกวียนได้มาถึงคฤหาสถ์หลังหนึ่งก่อนที่ฉันจะถูกพอลงมา โดยที่มีชายวัยกลางคนๆหนึ่งปรี่เข้ามาจับเนื้อตัวฉันด้วยความร้อนรน ใบหน้าอบอุ่นนั้นดูตื่นตระหนกเมื่อเห็นบาดแผล

     "อาเฟย เกิดเหตุขึ้นกับเจ้า...เหตุใดถึงมีแผลมากมายเช่นนี้ บอกข้ามา ใครกลั่นแกล้งเจ้า!"

     "อ เอ่อ" 

     "ท่านพ่อ...นางพูดอะไรให้ท่านพ่อได้กันเจ้าคะ ก็นางเป็นใบ้นี่ คิกๆๆ" เสียงหัวเราะเหยียดหยามดังมาจากด้านหลังของชายตรงหน้าฉัน หญิงสาวคนหนึ่งที่สวมชุดคล้ายกันกำลังยืนยิ้มมองมาอย่างหน้าตาเฉย 

     "พูดอะไรของเจ้า! เยว่ซิ่ว!"

     "พูดความจริงนี่เจ้าคะ นางไม่เคยพูดเลยสักครั้งตั้งแต่ท่านพ่อเก็บมันมาเลี้ยง...จริงหรือไม่ ท่านพี่" หญิงสาวเอ่ยถามความเห็นจากชายหนุ่มอีกคนที่มายืนเคียงข้าง

     "ใช่ นางพูดไม่ได้...ข้าก็พอจะเดาออก นางคงฟั่นเฟืองเดินเที่ยวเตร่จนไม่รู้ทางกลับบ้านเสียมากกว่า" สองพี่น้องมองฉันด้วยสายตากดขี่แบบสุดๆจนฉันเริ่มไม่ชอบสองคนนี้ซะแล้วสิ

     "...จริงรึ อาเฟย?" ชายตรงหน้าหัวกลับมาถามฉันอีกครั้ง พอฉันเหลือบไปมองผ่านหลังพวกเขา สายตาที่ข่มขู่อย่างเห็นได้ชัดนั่นทำให้รู้ได้ทันที


     ว่าคนที่ทำให้เทียน เฟย หง เป็นวิญญาณอาฆาต...ก็คือสองพี่น้องตระกูลนี้!!
     

     ฉันส่ายหน้าแทนการให้คำตอบ ก่อนที่เขาจะเรียกให้เหล่าคนใช้พาฉันไปทำแผลที่เรือนนอนของตัวเอง...ผ้าพันแผลถูกพันไปทั่วพร้อมกับถูกบังคับให้กินยาหนึ่งหม้อ แล้วมันก็ทั้งเหม็นทั้งขมเลยด้วย แหวะ!



ก็นางเป็นใบ้นี่

นางไม่เคยพูดเลยสักครั้งตั้งแต่ท่านพ่อเก็บมันมาเลี้ยง


     "ใบ้งั้นเหรอ?...ทั้งที่เธอก็ไม่เป็นจริงๆนี่นา" ฉันพูดพึมพำก็ยังรู้ได้เลยว่าเธอคนนี้พูดได้ แต่ทำไมถึงไม่พูดกันล่ะ? ว่าแต่ใส่ชุดแบบนี้เหมือนหลุดมาในโลกจอมยุทธเลยแฮะ

     "ในคราวหน้า คุณหนูอย่าออกไปไหนเพียงลำพังอีกนะเจ้าคะ ยิ่งตอนกลางคืนปีศาจยิ่งอาละวาด...ต้องยิ่งระวังตัว" คนใช้เมื่อครู่เดินเข้ามาก่อนจะเริ่มเช็ดแผลให้

     ฉันเอียงคอเป็นเชิงสงสัย อีกฝ่ายเลยอธิบายให้ฟัง

     "คืนนี้คนของสกุลหลานจะมาที่นี่เจ้าค่ะ คุณหนูอยากเห็นมั้ยเจ้าคะ?" ฉันพยักหน้าหงึกด้วยความสนใจ หญิงสาวยิ้มกว้างแล้วเก็บของออกไปข้างนอก

     "แล้วข้าจะมาพาท่านไปพบนะเจ้าคะ"


     หลังจากที่ทุกอย่างเงียบลงอีกครั้ง ฉันก็ล้มตัวลงนอนบนเตียง มองเพดานด้วยความรู้สึกที่ยังไม่หายข้องใจ...ทำไมฉันถึงมาอยู่ในร่างของใครก็ไม่รู้ แล้วอยู่ที่ไหนกันแน่ สกุลหลานอะไรนั่นอีก






"มีแต่เรื่องไม่เข้าใจเต็มไปหมดเลย..."










โปรดอ่าน!!
ประกาศจากเตี้ยนะเออ!!


วันนี้เตี้ยจะมาเปิดเริ่มเรื่องก่อน และหลังจากนั้น เตี้ยจะขอเริ่มอัพเรื่องนี้ หลังจากที่จบเรื่อง 
[Fic Detective Conan] Cocktail (Scotch x oc)




เพราะเตี้ยจะต้องทำรายงานหลายวิชาส่งอาจารย์ และการสอบภาคปฏิบัติวิชาต่างๆจนกว่าจะเสร็จเรียบร้อยดีนะคะ






เห่อๆ  ไม่มีไรมาก

เม้น-กัน-หน่อย!!


ความสุขของเตี้ย = การเห็นรีดเดอร์อินกับฟิค และเม้นมาให้อ่าน








ขอแค่นี้จริงๆ กราบล่ะค่ะ



รูปภาพที่เกี่ยวข้อง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 234 ครั้ง

680 ความคิดเห็น

  1. #635 NARUEPANHAT (@golf01122532) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 02:06

    ไรต์คะ "พัดยศ" นี้ใช้เป็นเครื่องแสดงสมณศักดิ์ของสงฆ์ค่ะ ถ้าไม่ใช่งานพระราชพิธีต่างๆที่มีความสำคัญในราชสำนัก พระท่านจะไม่นำออกมาใช้นะคะ ส่วนพัดที่มีด้ามยางใช้ในงานศพ งานบุญของชาวบ้านเค้าจะเรียกว่า "ตาลปัตร" (ตา-ละ-ปัด)ค่ะ

    #635
    3
    • #635-2 Phatusanime (@phatcharaluk) (จากตอนที่ 1)
      10 ตุลาคม 2562 / 10:04
      โอ้ ขอบคุณค่ะ
      #635-2
    • #635-3 Phatusanime (@phatcharaluk) (จากตอนที่ 1)
      10 ตุลาคม 2562 / 10:37

      แก้เรียบร้อยแล้วนะคะ ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ
      #635-3
  2. #447 jarawee13 (@jarawee13) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 12:59
    เป็นกำลังใจให้นะจ๊ะ
    #447
    0
  3. วันที่ 8 กันยายน 2562 / 19:18

    5555อยากให้เม้นขนาดนั้นหรออ


    ชอบมากเลยค่า~

    #407
    1
    • #407-1 Phatusanime (@phatcharaluk) (จากตอนที่ 1)
      8 กันยายน 2562 / 20:02
      ขอบคุณค่าาา
      #407-1
  4. #348 juiilann (@juiilann) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 17:58
    เท่าที่อ่านตอนแรกมาก็คือน่าสนใจมากๆเลยนะเรื่องนี้ แต่ที่รู้สึกว่าไม่ค่อยโอเคคือที่ไปฟังเทศเกี่ยวกับความตายแล้วมาฆ่าตัวตายเนี่ย ทางพุทธนี่ฆ่าตัวตายคือบาปหนามากนะคะ ไม่ได้ไปเกิดง่ายๆแน่ ต้องอยู่ที่เดิมจนหมดอายุขัย ไม่พอต้องเกิดมาฆ่าตัวตายอีกหลายร้อยชาติ แล้วที่พระท่านเทศ ก็คือให้เราพร้อมระบความตายที่อาขจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้ ให้มีสติ ทำกรรมดีในขณะที่ยังมีโอกาส ก็คือให้มีสติ เตรียมตัว และปลงให้ได้นั่นแหละค่ะ ถ้าไม่เปลี่ยนวิธีหรือสาเหตุที่ทำให้ตัดสินใจตาย ก็ควรเพิ่มอะไรเข้ามาให้ ไม่ใช่ตัดสินใจตายเพราะไปฟังเทศแบบนี้ เชืาอว่านิยายเรื่องนี้ต้องมีคนอ่านเยอะแน่ๆอะ เลยไม่ค่อยสบายใจตรงจุดนี้เท่าไหร่ แต่เรื่องอื่นไม่มีที่ติค่ะ น่าสนใจ ภาษาลื่นไหลดี อ่านไม่สะดุด ปล.จริงๆถ้าไม่ได้พักผ่อนเต็มที่นานขนาดนั้นมันน่าจะมีเหตุอื่นให้ตายได้อีกเยอะเลยนะ อุบัติเหตุจากความเบลอ วูบ หรืออะไรทำนองนี้ หรือไม่ก็หัวใจวายตาย คือพวกโรคหลอดเลือดหัวใจหลอดเลือดสมองมันน่าจะมาแล้วอะ นอนน้อย ไม่ได้นอน ความดันสูงงี้ คือถ้าไม่แก้ก็ไม่ว่ากันนะคะ แต่อ่านแล้วไม่ค่อยสบายใจแค่จุดนี้จริงๆ ขอบคุณสำหรับนิยายสนุกๆที่น่าติดตามอีกเรื่องหนึ่งค่ะ
    #348
    2
    • #348-1 Phatusanime (@phatcharaluk) (จากตอนที่ 1)
      6 กันยายน 2562 / 18:50
      ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะ แต่ว่ามีจุดพีคอยู่ในเรื้องนี้
      เพราะเตี้ยก็คิดเหมือนกันเลยว่าจะมีคนคิดแบบนี้รึเปล่าหว่า

      ฉะนั้นสามารถติดตามรู้ความจริงได้เลยน้าา
      #348-1
    • #348-2 juiilann (@juiilann) (จากตอนที่ 1)
      6 กันยายน 2562 / 19:05
      โอเคเลยค่ะ แบบนี้คนอ่านจนจบก็น่าจะสบายใจได้เพราะมันเป็นปมหนึ่งในเรื่อง ห่วงแต่คนตามไม่จบนี่สิคะคราวนี้ เราจะรออ่านตอนเฉลยปมนะคะว่าเกี่ยวกันยังไงแบบไหน
      #348-2
  5. #328 LWLookwai (@LWLookwai) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 10:51
    น่าสนใจมากกก เเต่น้องใจเด็ดมากเลยนะ กล้าฆ่าตัวตายอะ คือน้องต้องเข้มแข็งมากๆเลย สู้ๆนะเราชอบเรื่องนี้มากเลย(นี่คืออ่านเเค่ตอนแรก)เป็นกำลังใจให้นะ!
    #328
    1
    • #328-1 Phatusanime (@phatcharaluk) (จากตอนที่ 1)
      5 กันยายน 2562 / 11:07
      ขอบคุณที่หลงเข้ามาอ่านนะคะ
      #328-1
  6. #325 faza205317 (@faza205317) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 21:35
    แล้วนางจะคู่กับใครได้เนี่ย เจ้าของเรื่องปรมาจารย์เขาขอไม่ให้เปลี่ยนคู่หลักของเขา แต่คนอื่นที่ถูกใจจริงๆก็มีแต่ตัวหลักอ่าาา 555
    #325
    0
  7. #270 Tonfon_nn (@Tonfon_nn) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 20:38

    ชอบบบบบเอาใจไปเลยยย
    #270
    0
  8. #236 puyfay_xoxo (@puyfay-7669love-) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 01:03
    ดองไว้นานมากพึ่งมีเวลาอ่าน ภาษาเขียนดีมากค่ะ จะคอยเป็นกำลังใจให้นะคะ
    #236
    0
  9. #43 RAY MII (@Nareesophit) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 07:02
    ติดตามค่าา ภาษาสวยมากเลยย สนุกก >[]<
    #43
    0
  10. #22 akazeyujin (@akazeyujin) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 12:56
    น่าสนุกรอให้กำลังใจนะ
    #22
    0
  11. #17 จินร (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 12:13

    ที่แก้แค้นนี้ทั้งหมดใช้ไมหรือว่าแค่2คนนั้น

    #17
    0
  12. #10 wm7846 (@wm7846) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 13:06

    เป็นกำลังใจให้นะจ้าาา

    #10
    0
  13. #8 Kuizumi (@furnaunchanita) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 / 19:20
    ชอบค่ะเป็นกำลังใจให้มาต่อไวๆนะ
    #8
    0
  14. #7 EngEnglish (@EngEnglish) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 23:51
    รออ่านค่ะ
    #7
    0
  15. #6 ja2001 (@ja2001) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2562 / 17:51

    ต่อๆชอบมากเลยย
    #6
    0
  16. #4 Mascher (@Mascher) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2562 / 06:54
    รอนะสนุกมากเลย
    #4
    0
  17. #3 thangkwa Chantabut (@thangkwani1) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2562 / 04:49
    ชอบคะ อ่านลื่นมากเลยรอนะจ๊ะ
    #3
    0