[Fic 9 ศาสตรา] เมื่อ9ศาสตรา กลายเป็นมนุษย์(Yaoi)

ตอนที่ 22 : ตอนที่ 21 ใครบอก?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 817
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 74 ครั้ง
    2 พ.ค. 61






    เสียงที่ร้องดังลั่นไปทั่ววังทำให้ อ๊อด นฤมลต่างทิ้งทุกกอย่างและวิ่งไปยังทางที่คิดว่าเป็นต้นเสียง ก่อนจะพบอสูรสีชาดที่รีบมาทางห้องหนึ่งเช่นกันเดียวกัน


    "ท่านมหาอุปราช?"


    "นฤมล อ๊อด.."


    "ข้าได้ยินเสียงร้องเลยจะมาดูน่ะจ้ะ ห้องนี้มัน..."


    "ปล่อยข้านะ!!" เสียงร้องจากด้านในทำให้มารตาพังประตูก่อนจะพบว่าของเด็กสาวสองคน ซึ่งทิพย์กำลังนั่งคร่อมพยายามจะพันผ้ารอบอกให้กับเด็กสาวปริศนา


    "ทิพย์ เจ้าอะไรอยู่น่ะ?...แล้วนางผู้นี้เป็นค---"


    "ไอ้เบิ้ม ช่วยข้าด้วย! ทิพย์มันจะปล้ำข้า!" เด็กสาวเรือนผมสีขาวรีบกระดดแผล้วไปหาอสูรสีชาดทันที สร้างความตกใจให้กับผู้มาใหม่ทั้งสามตาแทบถลน


   แต่คนที่น่าจะตกใจมากที่สุดคืออสูรสีชาด เมื่อเห้นใบหน้าหวานหยดเงยสบกันดวงตาคมของอีกฝ่าย พลันทำให้หัวใจที่เคยด้านชากระตุกวูบ แต่สายตาดันลงต่ำมาที่ก้อนเนื้อนุ่มขนาดพอดีกับตัวของอีกฝ่ายซึ่งกับลังบดเบียดกายของเขาในสภาพ…


   เปลือยท่อนบน!!


    "จ เจ้า..." ยังไม่ทันจะพูดอะไรมากนัก ของเหลวสีแดงข้นไหลออกจากโพรงจมูกของมหาอุปราช จนนฤมลร้องลั่น


    "ท่านมหาอุปราช เลือด!!"


    "ห ห๊ะ?"


    "มารตา เจ้าเลือดออก!?" อ๊อดชี้ไปที่ใบหน้าของเขา มือใหญ่ยกขึ้นแตะที่ร่องจมูกก็ต้องตกใจเมื่อเห็นเลือดกำเดาของตัวเอง


    "ไอ้เบิ้ม เอ็งเป็นอะไรมากไหมวะ? เลือดออกใหญ่เลย" เด็กสาวที่โผเข้ากอดตนก็ยิ่งตกใจ เขย่งตัวเอื้อมมือเรียวเล็กแตะที่ใบหน้าอีกฝ่าย


    "ทิพย์ นี่มันเรื่องอะไรกันจ๊ะ?"


    "ข้าเองก็อยากจะรู้ ว่าทำไมวาตะถึงกลายเป็นเช่นนั้น!" เด็กสาวตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด


    "วาตะ!...แม่นางผู้นั้นน่ะหรือ" นฤมลตาเบิกกว้างก่อนจะชี้ไปที่ร่างเล็กผมขาว


    "ใช่! ข้าเพิ่งตื่นก็เห็นวาตะเป็นแบบนี้ไปแล้ว"


    "..." นฤมลหน้าถอดสีก่อนจะวิ่งออกไป โดยที่อ๊อดก็ยังรั้งไว้ไม่ทัน


    "นฤมล! ไปซะแล้ว...แล้วข้าควรทำอย่างไรดีจ๊ะเนี่ย"


    "อ๊อดดด ช่วยไอ้เบิ้มก่อน มันสลบไปแล้ว!!!" เสียงใสตะโกนเรียกให้เด้กหนุ่มหันไปมองก่อนจะพบว่าเพื่อนของตนหมดสติไปพร้อมทั้งเลือดกำเดาที่ยังคงไหลออกมา


    "มารตา!!" อ๊อดปรี่เข้าไปรับตัวเพื่อนของตนที่กำลังจะล้มหัวฟาดพื้น


    "ทำไงดีๆๆๆ! ไอ้เบิ้มจะตายไหมอ๊อด"

    "อ เอ่อ...ข้าว่าเจ้าไปหาผ้าผ่อนมาใส่หน่อยเถอะจ้ะ(-///-  )" อ๊อดเบือนหน้าหนีก่อนจะบอกให้อีกฝ่ายที่อยู้ข้างๆตนไปใส่สเื้อผ้า


    "ทำไมอ่ะ?"


    "ใส่ก่อนเถอะจ้ะ!! / มาใส่เดี๋ยวนี้!!" เสียงของทิพย์และอ๊อดดังขึ้นพร้อมกับก่อนที่วาตะจะสะดุ้งและยอมใส่เสื้อผ้าดีๆ







   







    ปึง!





    "นฤมล? เจ้าไปไหนมา?" ระหว่างที่ทั้งสองกำลังพัดวีให้กับอสูรสีชาดที่ยังไม่ได้สติ ร่างของยักษ์สาวสีหมึกจีนก็เปิดประตูห้องเข้ามาทันที


    "นี่ เจ้าจ๋อ!"


    "เรียกข้าหรือ?"


    "จะเรียกใครอีกเล่า! ก่อนหน้าที่เจ้าจะเป็นเช่นนี้ เจ้ากินผลไม้ที่เหมือนลูกมะละกอใช่หรือไม่?" นฤมลถามรัวเร็วด้วยใบหน้าที่ซีดเซียว


    "ช ใช่...ข้าหิวก็เลย--"


    "จะด่าเจ้าว่าอย่างไรดีฮะ! ไอ้ลิงตะกละ!"  


    "ข ข้าขอโทษ...ข้าไม่รู้ว่ามันเป็นของเจ้า" เด็กสาวผมสีขาวสะอาดย่นคอก้มหน้ารับผิดเสียงอ่อน


    "ถึงเจ้าไม่รู้ แต่มันอยู่ในห้องของข้าอย่างน้อยเจ้าก็ต้องคิดว่ามันเป็นของข้ามิใช่หรืออย่างไร!"


    "ก็ข้าหิวอ่ะ!"


    "เออ ดี สมน้ำหน้าเจ้าแล้วล่ะ! ถือว่านี่เป็นบทลงโทษของเจ้าก็แล้วกัน..." นฤมลเท้าเอวมองวาตะด้วยความระอาถึงขีดสุด


    "มีเรื่องอะไรกัน?" เสียงทุ้มอันทรงอำนาจดังขึ้นก่อนที่ร่างสีมรกตจะปรากฏกายที่ด้านหลังของนฤมล


    "ท่านจ้าว?"


    "พวกเจ้ามีเรื่องอันใดกัน เสียงลั่นวัง" เทหะยักษาเอ่ยเสียงเรียบพลางกวาดตามองคนที่อยู่ในห้อง พลันสายตาก็ไปหยุดอยู่ที่เด็กสาวเรือนผมสีขาวสะอาดตาคนหนึ่ง คิ้วหนาขมวดมุ่นด้วยความสงสัย


    "แล้วนี่ใคร?"


    "วาตะจ้ะ ท่านทารคา" อ๊อดตอบ ทำให้เทหะยักษาเลิ่กคิ้วและหันไปมองอ๊อด โดยที่เด็กหนุ่มพยักหน้ายืนยันอีกครั้ง


    "ไอ้ลิงตัวนั้น เหตุใดถึงกลายเป็นเช่นนี้?"


    "มันกินผลนารีชมภู่ไปเจ้าค่ะ...ทำให้เจ้าลิงตัวนั้นมันสภาพดังที่ท่านเห็น" นฤมลตอบ


    "ผลที่ทำให้กลายเป็นหญิงน่ะหรือ?"


    "เจ้าค่ะ" นฤมลพยักหน้าตอบ


    "ข้าก็เพิ่งจะเคยผลลัพธ์ของมัน ฮึๆๆ" เทหะยักษายกยิ้มสะใจกับท่าทีของเจ้าลิงน้อยที่ตอนนี้กลายเป็นเด็กสาวมนุษย์ใบหน้าหวานหยาดเยิ้ม


    "เทหะยักษา ข้าจะฆ่าเจ้า!!"


    "เจ้าหยุดเลยนะ วาตะ! อยากให้ผ้าที่พันรอบอกเจ้ามันหลุดนักรึไง!" ทิพย์รีบรั้งตัววาตะไว้ได้ทัน


    "แต่เจ้ายักษ์นี่มัน..."


    "เฮ้อ นฤมลมันพอมีทางที่จะให้วาตะกลับมาเป็นเหมือนเดิมไหมจ๊ะ?" อ๊อดเอ่ยถาม


    "ไม่ต้องห่วงหรอก เดี๋ยวก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมเองแหละ" นฤมลว่าพลางกอดอกมองเจ้าลิงจิมตะกละที่ผวากลัวว่าตัวเองอาจจะอยู่ในสภาพนี้ไปตลอดกาล


    "จริงๆนะ!" วาตะมองนฤมลด้วยประกายแห่งความหวังแต่ กลับทำให้นฤมลอยากจะรังแกเจ้าลิงนี่ให้หายดื้อเสียเหลือเกินนนน


    "อืม"


    "เมื่อไหร่!?"


    "3 วัน"


    "3 วัน! ข้าต้องอยู่ในร่างนี้ไป 3 วันเลยหรือ?" วาตะถึงกับหน้าถอดสี ทำให้นฤมลยกยิ้มอย่างสะใจ


    "ใช่ ก็สมแล้วนี่ เจ้าจะได้หลาบจำเสียบ้าง...ท่านมหาอุปราชพร่ำบ่นว่าเจ้าชอบขโมยของกินเสมอ เช่นนั้นการที่เจ้ากินผลไม้ในห้องของข้า ข้าจะไม่เอาความเจ้าก็ได้ ถือว่าสิ่งที่เจ้าเป็นอยู่ ณ ตอนนี้ก็สมใจข้าละ ฮ่าๆๆๆๆ!!" นฤมลว่าพลางยกนิ้วเรียวจิ้มปลายจมูกเชิดรั้นของอีกฝ่ายแล้วหัวเราะลั่นออกไปจากห้อง


    วาตะแทบน้ำตาตกในเมื่อรู้ว่าตนต้องเป็นสตรีเพศเช่นนี้ไปถึง 3 วัน


    "แต่ข้าว่าเจ้าเป็นเช่นนี้ ก็ดูน่ารักไม่หยอกนะ" ทิพย์ว่าขึ้นบ้างก่อนจะผุดลุกขึ้น


    "เจ้าก็ด้วยหรือทิพย์?"


    "เจ้าทำตัวเองนี่วาตะ ถือว่ากรรมคืนสนองเจ้าก็แล้วกัน...ไปอุทยานกันเถอะ" เด็กสาวว่าทิ้งท้ายก่อนจะเดินออกไปจากห้องโดยไม่ลืมจะลากวาตะในร่างของเด็กสาวออกไปด้วย


    "..." อ๊อดมองไล่หลังทั้งสองพลันพ่นลมหายใจหน่ายๆอย่างเสียไม่ได้ ก่อนจะรู้สึกได้ถึงสายตาที่มองมาจากร่างกำยำสีมรกตกำลังจ้องมองตนอยู่


    "..."


    "อ อะไรหรือจ๊ะ ท่านทารคา"


    "ข้าแค่คิด..."


    "คิด?"


    "หากเจ้ากลายเป็นหญิงจะเป็น--"


    "ท่านอย่าคิดเชียวนะจ๊ะ!" เด็กหนุ่มชาวเลรีบพูดตัดหน้า


    "ทำไมเล่า เจ้าดูท่าทางซื่อๆ ไม่ค่อยเจนโลนสักเท่าไหร่ น่าสนุกมิใช่น้อยเลยนะ" ร่างสูงย่างกรายเข้ามาพร้อมทั้งจับใบหน้าเนียนสีน้ำผึ้งเชิดขึ้น ใบหน้าคมโน้มลงจนจมูกทั้งสองสัมผัสกัน


    "ข้ามิใช่สิ่งบันเทิงสำหรับท่านนะจ๊ะ!" อ๊อดจ้องอีกฝ่ายเขม็ง แก้มเนียนพองน้อยๆอย่างไม่พอใจ


    ร่างสูงก้มลงมอง ก่อนจะกดจมูกลงบนแก้มเนียนอย่างอดไม่ได้พลางสูดกลิ่นกายของเด็กหนุ่มไปอย่างไม่เกรงใจ


    "ท ท่านทารคา!" เด็กหนุ่มรีบผละออกจากร่างกำยำพลันยกมือกุมแก้มข้างที่ถูกชิงหอมแก้มไปโดยมิทันตั้งตัว


    "อะไร?"


    "ท ท่านทำอะไรน่ะจ๊ะ"


    "ก็หอมแก้มเจ้าอย่างไร..." อ๊อดอ้าปากค้างกับคำยอมรับโต้งๆไม่บิดพลิ้วของท่านเทหะยักษา


    "ร รู้จ้ะ แต่ท่านหอมข้าทำไมกันจ๊ะ?"


    "ข้าเพียงแค่อยากรู้เท่านั้นเอง"


    "อยากรู้?"


    "ทุกคืนที่เจ้านอนกับข้า ข้าได้กลิ่นหอมอ่อนๆจากตัวเจ้าทุกครา...ไม่คิดเลยว่าบุรุษอย่างเจ้าจะมีกลิ่นหอมเหมือนพวกสตรีด้วย หรืออาจจะมากกว่า" ริมฝีปากที่ประดับเขี้ยวสีมุขยกยิ้มพอใจ เมื่อเห็นใบหน้าของเด็กหนุ่มแดงระเรื่อ


    "..."


    "และน่ารังแกเสียจนข้ามักอดใจไม่ไหวทุกที" นิ้วโป้งไล้บนกลีบปากบางเบาๆอย่างย่ามใจ ดวงตาสีอำพันจ้องมองมันวาววับเสียจนอ๊อดเสียวสันหลัง รีบผละออกห่างจากเทหะยักษา


    "ข ข้าไปหาทิพย์กับวาตะก่อนนะจ๊ะ" เด็กหนุ่มหาทางหนีทีไล่และสาวเท้าออกจากห้องไปทันที


    โดนไม่ทันได้เห็นใบหน้าของประมุขแห่งยักษาว่าทำสีหน้าเช่นไร ก่อนที่ใบหน้าเกรงขามจะหันมามองน้องชายของตนที่นอนสลบอยู่บนเสื่อ นัยน์ตาคมหรี่มองก่อนจะเอ่ด้วยน้ำเสียงเรียบๆ


    "ข้ารู้ว่าเจ้ารู้สึกตัวแล้ว อย่าคิดจะตบตาข้า มารตา" เปลือกตาสีชาดเปิดขึ้นก่อนที่เจ้าของร่างกำยำสีแดงชาดจะลุกขึ้นนั่ง


    "ท่านพี่ ถ้าท่านทำเพื่อเพียงเพราะสนุกก็หยุดเถอะ...อ๊อดเป็นคนดี อย่าให้---"


    "แล้วใครบอกเจ้าว่าข้าทำเพียงเพื่อความบันเทิงกันล่ะ?" อสูรสีชาดเงยสบพักตร์ของผู้เป็นเชษฐานิ่ง ดวงตาสีน้ำเงินเบิกกว้างอย่างไม่เชื่อหู


    "ท่านหมายความว่าเช่นไร?"












    ในระหว่างนั้น ณ เขตอุทยาน




    "ทิพย์ เจ้าเลิกเอาดอกไม้พวกนี้มาวางบนหัวข้าเสียทีเถอะ" วาตะมุ่ยหน้ารู้สึกรำคาญเมื่อเด็กสาวกำลังทำมงกุฏดอกไม้มาวางบนศีรษะเล็กของตน


    "ทำไมล่ะ ข้าว่าเหมาะกับเจ้าดีนะ...คิกๆๆ"


    "อย่ามาหัวเราะข้านะ! ฮืออ คราวหน้าข้าจะไม่กินของในห้องของนางยักษ์นั่นอีกแล้ว!"


    "นางถึงได้บอกว่านี่เป็นบทเรียนของเจ้า...ข้าว่าเจ้าในตอนนี้งามกว่าข้าอีกนะ" เด็กสาวเปรยพลางสางผมของวาตะขึ้นเพื่อที่จะรวบเกล้าให้


    "ถึงข้าจะงามสักแค่ไหน ไอ้เบิ้มก็คงไม่หันมาสนใจข้าหรอก" วาตะพูดเสียงแผ่วแทบจะกลืนหายไปกับอากาศ แต่ทิพย์ก็ยังได้ยินแว่วๆ


    "เจ้าคิดว่าท่านมารตายังไม่ลืมแม่บุหงาหรือ?"


    "อือ " ร่างบางระหงกอดเข่าฟุบหน้าลงไปกับหัวเข่าพลางเอ่ยตอบ


    ฟิ้ววววว


    ทันทีที่มีสายลมพัดมาแผ่วๆก็ปรากฏร่างโปร่งใสของเจ้าลิงสีน้ำตาลออกแดงนั่งลงข้างๆวาตะและเหลือบมองด้วยใบหน้าเศร้าสร้อยไม่แพ้กัน


    "เจ้าก็เห็น ว่าวันนั้นไอ้ชาดนั้นตวาดใส่ข้าเพียงแค่ข้าพูดว่ายังลืมนางมิได้"


    "..."


    "มันโกรธเป็นฟืนไฟ ข้าไม่เคยเห็นมันเป็นเช่นนี้มาก่อนเลย"


    "...แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้เจ้าได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองใช่ไหมล่ะ?" ทิพย์เอ่ยถามพลางเสียบกิ่งไม้ที่ถูกพันด้วยเถาวัลย์ประดับดอกหญ้ามาเสียบที่ผม


    "เอ๋?"


    "เจ้าอาจไม่รู้ตัว แต่วิชชุตอนนี้นั่งอยู่ข้างๆเจ้านะ" วาตะหันหลังมามองเด็กสาวที่นั่งซ้อนด้านหลังด้วยแววตาตื่นๆ ทิพย์ยกยิ้มและพยักหน้า


    "ว วิชชุอยู่ข้างข้าหรือ น่ะ นานหรือยัง?"


    'สักพักแล้ว ท่านเป็นเช่นนี้ก็น่ารักดีไม่หยอกนะ ข้าชอบ'


    "สักพักใหญ่แล้ว...วิชชุบอกว่าพอเจ้าเป็นเช่นนี้ก็น่ารักดี ข้าชอบ" วาตะถึงกับหน้าแดงเรื่อเมื่อถูกชมจากเพื่อนสนิท


    ดวงตาสีไพลินเหลือบไปมองเจ้าลิงสีน้ำตาลตัวโปร่งใสที่หน้าแดงก่ำจนถึงใบหู อย่างขำๆ หากนางไม่ห่วงว่ามันจะหักหาญน้ำใจ นางคงหัวเราะลั่นวังไปแล้ว


    "ว วิชชุ ข้าเป็นผู้ชายนะ! ไม่ได้น่ารักสักหน่อย" แก้มเนียนสีแดงปลั่งพองน้อยๆ พลางมองค้อนไปยังที่ว่าง


    'เพราะท่านน่ารักอยู่แล้วมิใช่หรือ ท่านวาตะ ยิ่งท่านทำกริยาเช่นนั้นยิ่งน่าเอ็นดูเข้าไปใหญ่'


    "เขาบอกว่าเพราะเจ้าน่ารักอยู่แล้ว ยิ่งเจ้าทำตัวเช่นนี้ยิ่งน่าเอ็นดูเข้าไปใหญ่"


    "วิชชุ!!"


   'ดีจัง ท่านดูร่างเริงขึ้นกว่าเมื่อครู่แล้ว'


    "...วิชชุดีใจนะ ที่เจ้าร่าเริงขึ้นกว่าเมื่อครู่แล้ว" วาตะชะงักก่อนจะเม้มริมฝีปากตนแล้วเบือนหน้าหนีอย่างอายๆ


    "..."


    "วิชชุเป็นห่วงเจ้านะ อย่าทำหน้าเศร้าอีกเลย" ทิพย์พูดเกลี้ยกล่อมทำให้วาตะมองไปยังพื้นที่ว่างด้วยสายตาละห้อย


    "ข้าขอโทษที่ทำให้เจ้าเป็นห่วงนะ วิชชุ"


   'ข้าต้องไปแล้ว...ไว้ข้าจะมาหาท่านใหม่'


    "วาตะ วิชชุจะไปแล้วนะ"


    "ไป? ไปไหน ข้ายังไม่ทันได้คุยกันให้หายคิดถึงเลยนะ" เด็กสาวยิ้มบางก่อนจะบอกกล่าว


    "วิชชุแค่หายไปโดยที่เรามองไม่เห็น แต่จะกลับมาหาเจ้าอีกแน่นอน"


    "จริงๆนะ"


    "ก็เจ้าตัวเขาบอกข้ามาแบบนี้นี่นา" วาตะก้มหน้าก่อนจะครางเสียงแผ่วและผงกหัวขึ้นลง


    "อือ"


    วิชชุยิ้มก่อนที่ร่างโปร่งใสจะค่อยๆเลือนหายไป


    "ทิพย์ วาตะ พวกเจ้ามาอยู่นี่เองหรือ?" เสียงของอ๊อดดังขึ้นทำให้ทั้งสองหันขวับไปมอง เด็กหนุ่มมองเพื่อนตัวน้อยผมสีขาวที่ถูกทำผมขึ้นมาใหม่


    "เจ้าดูน่ารักจัง"


    "อ๊อด อย่ามาชมข้าว่าน่ารักนะ!"


    "ท่านมารตาฟื้นหรือยัง?" เด็กสาวเอ่ยถามถึงอสูรสีชาดที่ไม่รู้ว่าตอนนี้จะได้สติหรือยัง


    "ยังหรอกจ้ะ..."


    "จริงด้วย ข้าได้ข่าวมาว่าที่หมู่เกาะนกแอ่น พวกชาวบ้านเริ่มที่จะกลับมาอยู่กันแล้วนะเพราะฉะนั้นเจ้าสบายใจได้แล้วล่ะ"


    "จริงเหรอจ๊ะ! แล้วพ่อสบายดีไหม" อ๊อตาเป้นประกายแล้วถามต่อ


    "สบายดีเหมือนเดิมนั่นแหละ เจ้าอย่าห่วงเลย ตราบใดที่พี่บากอยู่ที่นั่นท่านพันธ์ก็จะปลอดภัย"













    ในเย็นวันนั้นหลังทานมื้อค่ำกันเรียบร้อย ทุกคนต่างมาที่ท้องพระโรงเพื่อที่จะรอเข้าเฝ้าท่านจ้าว     

  






    "อ อ๊อด ข้ารู้สึกถึงสายตาที่ทิ่มแทงข้าอ่ะ" วาตะในร่างของเด็กสาวกอดแขนเขาไว้แน่นพลางเหลือบมองเหล่านางยักษ์ที่จ้องมายังตนเขม็ง


    "ข้าถึงได้บอกอย่างไรล่ะ" อ๊อดเองก็น้ำตาตกในไม่แพ้กัน เพราะเขาเองก้ไม่ชอบที่จะเห็นสายตาที่ดูแคลนของพวกหล่อนเสียเท่าไหร่


    "ทิพย์ก็ยังไม่มาอีกหรือเนี่ย นางยักษ์เด็กนั่นก็ด้วย" วาตะลนลานมองไปยังประตูบานใหญ่


    "นังเด็กมนุษย์นี่เป็นใคร..." รัตนาย่างกรายเข้ามาใกล้และมองวาตะด้วยสายตาเหยียดหยาม ยิ่งทำให้วาตะถอยไปหลบอยู่ด้านหลังของเด็กหนุ่ม


    "พ เพื่อนของข้าเองจ้ะ"


    "..."


   หมับ!


    "โอ๊ยยย!!" มือเรียวกระชากผมสีขาวของวาตะและลากเธอออกมา วาตะถึงกับร้องลั่นและรีบยกมือกุมหัวของตัวเอง


    "วาตะ! ท่านจะทำอะไรน่ะจ๊ะ" อ๊อดปรี่จะเข้าไปขวางแต่ว่าก็มี นางยักษ์นาฏยาและวนาลีเข้ามาขวาง


    "ถ้าเจ้าไม่อยากเจ็บตัว อย่าเข้ามายุ่ง!"


    "พวกท่านคิดจะทำอะไรกัน"


    "คิดจะมาหวังสูงได้เป็นเมียท่านเจ้าหรือ นังมนุษย์ชั้นต่ำ!"


    "ห หา อย่างข้าเนี่ยนะคิดจะเป้นเมียเจ้ายักษ์นั่น!"


    "ไม่ต้องมาทำไขสือ หึ คิดว่าเจ้าจะเอารูปร่างน่าตาอันอัปลักษณ์มายั่วยวนท่านเจ้าเรอะ คิดอะไรโง่ๆ!"


    "ข้าบอกว่าข้าไม่ได้จะมาเป็นเมียของเจ้าเทหะยักษ์บ้านั่นไง!!"


    "โกหก!"


    "ข้าไม่ได้โกหก โอ๊ยย!" ร่างของวาตะถูกเหวี่ยกระแทกกับพื้น ด้วยร่างกายที่บอบบางของสตรีทำให้วาตะถึงกับตัวช้ำเขียว


    ตุบ!


    "ไหนลองดูสิ หากเจ้ามีใบหน้าเสียโฉมท่านเจ้าจะหันมามองเจ้าหรือไม่" รัตนาแสยะยิ้มก่อนจะกระชากผมหน้าของวาตะเชิดขึ้น


    ปลายเล็บเริ่มจิกผิวเนื้อเนียนจนเลือดเริ่มไหลซิบ อ๊อดที่ทนเห้นไม่ได้จึงรีบคว้าตัวของวาตะเอาไว้และปัดมือของรัตนาทันที


    เพี๊ยะะ!


    "ข้ามิให้พวกท่านรังแกเพื่อนข้าไปมากกว่านี้แล้ว"


    "เหอะ! นึกว่าพวกข้ากลัวงั้นหรือ...ก็ดี เจ้าเองก็เป็นที่ชื่นชอบของท่านจ้าวเหมือนกัน ข้าอยากรู้นักว่าพวกเจ้ามีอะไรดี!" รัตนายกยิ้มหยัน พลางไล้มือไปที่ลำคอสีน้ำผึ้งของเด็กหนุ่มก่อนจะใช้เล็บจิกและบีบคอของอ๊อด


    "อั่ก!"


    "อ๊อด! โอ๊ยย!" วาตะที่จะเข้าไปช่วยกับถูกนาฏยาและวนาลีคว้าตัวเอาไว้


    "พละกำลังของยักษาน่ะ มากกว่ามนุษย์อย่างพวกเจ้า...เอ้า ขัดขืนสิ ร้องขอให้ท่านจ้าวมาช่วยเจ้าสิ!" รัตนาว่าพลางบีบลำคอของเด็กหนุ่มแรงขึ้นพร้อมกับยกร่างของอ๊อดให้ยืนจนขาแทบจะลอยเหนือพื้น


    "อะ อั่ก!" มือเริ่มปัดป่ายพยายามแกะนิ้วเรียวของอีกฝ่ายแต่กลับไร้ผล


    เขารู้สึกหายใจไม่ออก เริ่มวิงเวียนศีรษะ ตาเริ่มพร่าเรี่ยวแรงเริ่มหายไป


    หมับบ!!


    "โอ๊ยย!!" ฝ่ามือปริศนาพุ่งเข้ามาบีบข้อมือของรัตนาแน่น ทำให้นางตกใจและปล่อยอ๊อดทันที


    ตุบ!


    ร่างของเด็กหนุ่มทรุดลงนั่งกับพื้น มือลูบที่ลำคอและไอออกมาเพราะสำลักอากาศ ก่อนที่จะมีร่างของใครคนหนึ่งเดินมาและผลักนาฏยากับวนาลี ออกห่างจากวาตะ


    "แค่กๆๆๆ!"


    "นี่เจ้า!"


    "อย่าแตะต้องทั้งสองเป็นอันขาด" เสียงเย็นเหยียบของเด็กสาวดังขึ้น พร้อมแรงบีบที่ทวีความรุนแรง


    "ท ทิพย์?"


    "นังนี่..." รัตนาพยายามจะสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมของทิพย์ ก่อนจะหันไปมองทางวนาลีและนาฏยา พบว่ามีร่างของนฤมลมาขวางไว้อยู่


    อะไรกัน นังเด็กนี่ต้านแรงข้าได้งั้นหรือ ข้าที่เป็นยักษาเนี่ยนะ!


    "หากเจ้านำมืออันโสมมมาแตะต้องอ๊อดอีกล่ะก็ ข้าจะทำให้กระดูกเจ้าแหลกเป็นผุยผง" เสียงเย็นเหยียบพร้อมกับดวงตาสีไพลินที่เริ่มส่องแสงและกลายเป็นสีฟ้าอ่อนทำให้รัตนาตกตะลึง


    พรึ่บบบ!


    ไม่ทันจะได้ทำอะไร เปลวไฟสีฟ้าถูกจุดบนคบเพลิงทำให้เด็กสาวปล่อยข้อมือของรัตนาลง และหมุนตัวเดินไปพยุงร่างของเด็กหนุ่ม


    "อ๊อดเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?"


    "ข ข้าไม่เป็นไรจ้ะ แค่กๆๆ!"  อ๊อดพูดด้วยน้ำเสียงขาดห้วง ไอจนใบหน้าแดงก่ำทำให้ทิพย์ตวัดตามองรัตนาด้วยความกรุ่นโกรธ แต่ก้มีเสียงหนึ่งดังขึ้นเสียก่อนที่จะมีการวางมวยกันอีกรอบ


    "หยุดได้แล้ว!!" เสียงอันทรงอำนาจดังก้องไปทั่วท้องพระโรงทำให้ทุกคนต่างหยุดอยู่กับที่ รัตนามีใบหน้าซีดเผือกเมื่อเห็น เจ้าของเกศาสีแดงเพลิง ดวงตาาสีอำพัน ผิวกายสีมรกตในชุดเกราะยืนอยู่บนบัลลังค์


    "ท ท่านจ้าว!" นางยักษ์ทั้งสามถึงกับรีบทรุดลงนั่งกับพื้น เช่นเดียวกันกับคนอื่นๆ


    "..."


    "ข ข้าทำไปเพราะความจำเป็นเจ้าค่ะ! นางรัตนาเป็นคนวางแผนนี้ทั้งหมดเจ้าค่ะ!" นาฏยาว่าด้วยน้ำเสียงกระวนกระวายพลางชี้ไปที่รัตนา


    "นาฏยา เจ้าอย่ามาใส่ความข้านะ!" รัตนาหัวขวับไปมองนาฏยาตาเขียว แต่ใบหน้ากลับซีดเซียว


    "เป็นความจริงเจ้าค่ะ! ข้าเป็นพยานได้...นางรัตนาเป็นฝ่ายไปหาเรื่องก่อนเจ้าค่ะ!" วนาลีรีบเสริมทัพเพื่อให้ตัวเองพ้นผิดโดยเร็ว


    "ไม่จริงเจ้าค่ะ พวกนางใส่ความข้า!"


    "นางรัตนาบอกว่า สหายมนุษย์ของท่านอาจจะยั่วยวนให้ท่านหลงเสน่ห์นางเจ้าค่ะ!"


    "หยุด!" สุรเสียงดังก้องทำให้พวกนางสะดุ้งก้มลงแทบเท้าไม่กล้าสบตา ราวกับเป็นพวกวัวสันหลังหวะ


    "ทหาร เอานางรัตนาไปขัง" นางรัตนาเงยสบเนตรคมกริบของผู้อยู่บนบัลลังค์ ดวงเนตรคมเฉี่ยวคลอหน่วยด้วยน้ำใส


    "ท่านจ้าว อภัยให้ข้าด้วยเถอะเจ้าค่ะ! ไม่นะ ปล่อยข้า ข้าไม่ไป!!" รัตนนาปล่อยโฮพลางสะบัดตัวหนีจากเหล่าทหารยักษ์ที่มาพาตัวนางออกไป


    "..."


    "พวกเจ้าออกไปเสีย นาฏยา วนาลี นฤมล..."


    "จ เจ้าค่ะ! / เจ้าค่ะ" ทั้งสามน้อมรับก่อนจะรีบออกไปจากท้องพระโรงทันที จนเหลือเพียงแค่ 3 คนที่อยู่ในที่แห่งนั้น


    "..."


    ตึกๆๆ  


    ร่างสูงใหญ่ลุกออกจากบัลลังค์เดินลงมายังเบื้องหน้าก่อนจะหยุดยืนอยู่ที่ เด็กหนุ่มซึ่งอยู่ในอาการที่ยังคงหวั่นใจจนเสียขวัญและหมดสติไป ทิพย์เงยสบมองร่างกำยำสีมรกตก่อนที่ร่างนั้นจะช้อนร่างของเด็กหนุ่มขึ้นแนบอก


    "ท่านทารคา?"


    "เจ้าพาเจ้าลิงนี่ไปทำแผลเสีย"


    "แล้วอ๊อด?"


    "ข้าจะพาไปพักเอง น้องเจ้าคงเสียขวัญกับเหตุการณ์เมื่อครู่...ข้าจะดูแลเอง"


    "...เช่นนั้นข้าฝากอ๊อดด้วย" ครั้งนี้ทิพย์ยอมล่าถอยไปแต่โดยดีก่อนจะพาร่างของวาตะที่มีบาดแผลบนใบหน้าไปทำแผลให้เรียบร้อย

















   กึง!









    "ฮึก ฮืออออ" นางรัตนาทรุดปล่อยโอเมื่อตนถูกปล่อยตัวลงในห้องขัง มือเรียวกเอื้อจับลูกกรงไว้แน่นและมองด้วยสายตาที่เคียดแค้น


    "มันเป็นเพราะเจ้า! ข้าไม่น่าเชื่อคำพูดเจ้าเลย!"


     ตึกๆ


    "พูดถึงข้าอยู่หรือ? รัตนา" เสียงหวานดังขึ้นพร้อมกับร่างบางระหงที่ปรากฏกาย รัตนาตาเบิกกว้างพยายามจะคว้าตัวนางผู้นั้นมา


    "เจ้ามัน...อสรพิษ!"


    "หึๆ ข้าจะถือว่านี่เป็นคำชมของเจ้านะ" หญิงตรงหน้าหัวเราะร่วน ไม่รู้สึกกับคำก่นด่าสาปแช่งตน


    "..."


    "ข้ารอโอกาสที่จะกำจัดเจ้าไปให้พ้นทางอยู่พอดี เจ้ามีชนักติดหลังคือเจ้าอาจจะสังหารนางฉัตนรา…."


    "หรือว่าพิไลวรรณ กับฉัตนราก็เป็นฝีมือของเจ้า"


    "หึๆ เอาล่ะ ข้าบอกเจ้าไปหมดแล้ว...ราตรีสวัสดิ์ ตลอดกาลนะ" เงาทาบทับรัตนาก่อนที่ร่างนั้นจะย่อลงตรงหน้าและใช้มีดกริซปาดคอนางทันที


ฉัวะ!


    "อ อั่ก!!..." มือเรียวของรัตนากำที่บาดแผลเพื่อจะหยุดเลือดและร้องของให้คนช่วย แต่อีกฝ่ายกลับปาดคอถึงกล่องเสียงทำให้นางไม่สามารถพูดได้อีก


    "ไม่มีใครช่วยเจ้าได้หรอก จงตายไปพร้อมกับความเดียวดายเสียเถอะนะ"


    ตุบบ!

     ร่างของรัตนาล้มลงบนกองเลือดสีแดงฉาน ดวงตาที่เหลือกกลับค่อยๆปิดสนิทพร้อมกับหยาดน้ำใสที่ค่อยๆไหลจากหางตา เมื่อเห็นว่ารัตนาแน่นิ่งไปแล้ว อีกฝ่ายจึงคว้ามือของหล่อนมากำมีกริซไว้ ราวกับต้องการจะบอกว่านางฆ่าตัวตาย...มิได้ถูกฆ่า




"ข้าไม่ยกท่านจ้าวให้เป็นของผู้ใดเด็ดขาด...ท่านเป็นของข้าเพียงคนเดียว!!"

 



    ปึง!

     





ชื่อตอนนี้แลดูกวน Teen เนอะ ตันกะชื่อตอนเจรงๆ


เม้นให้กันหน่อยเน้อ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 74 ครั้ง

346 ความคิดเห็น

  1. #281 [เสพศิลป์] (@kaety) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 19:33

    เขมิกาเรียบร้อยสุด และน่ากลัวสุดเหมือนกัน

    #281
    0
  2. #245 nicharipaen04 (@nicharipaen04) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 20:24

    เขมิกาแน่ๆอะ

    #245
    0
  3. #213 maplety (@maplety) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2561 / 01:49
    โอ้ยย ไม่รู้จะสงสารหรือสมน้ำหน้าวาตะดี-////-

    #เขมิกาแน่ๆ!!! คอนเฟิร์มค่ะ!!
    #213
    0
  4. #185 อ้วนตุ้ยนุ้ย (@numfar2544) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 14:58
    ยักษ์จิมๆ
    #185
    0
  5. #144 เเสงส่องนภา (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 19:26
    <p>เขมิการึเปล่าอ่าาาา</p><p>//เเอดเเต่งดีมากนุ้งรออยู่น้าาา</p>
    #144
    1
  6. #143 MINTTTTTTTTTTTTTT (@MintChayaTasuwan) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 09:46
    มีความหลงลืมว่าใครเป็นใครยกเว้นตัวละครหลัก นางยักษ์ที่เป็นตัวประกอบนี้จำไม่ได้เลยสักคน--------
    #143
    1
  7. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  8. #141 C-Chinemon (@C-Chinemon) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 22:23
    เราสงสัยยักษิณีตนนึงอ่ะ ที่หน้าตาใจดีที่เป็นตัวประกอบอ่ะ
    #141
    1